ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ หรือ ราชวงศ์ทิพย์จักร หรือ ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน เป็นราชวงศ์ที่ปกครองนครลำปาง นครเชียงใหม่ และนครลำพูน
การสถาปนา
ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ หรือ ราชวงศ์ทิพย์จักร หรือ ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ได้รับการสถาปนาขึ้นในปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งอาณาจักรอยุธยา โดย “หนานทิพช้าง” ควาญช้างและพรานป่าผู้มีความสามารถ ได้ปราบดาภิเษกขึ้นครองนครลำปาง มีพระนามว่า พระญาสุละวะฦๅไชย ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามจากราชสำนักกรุงอังวะเป็น พระยาไชยสงคราม ถือเป็นนครรัฐอิสระในปี พ.ศ. 2275
เมื่อถึงแก่พิราลัย เจ้าชายแก้วพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ได้ขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าฟ้าชายแก้ว ซึ่งในช่วงดังกล่าวนครลำปางมีฐานะเป็นประเทศราชของพม่า โดยพระเจ้ากรุงอังวะได้โปรดฯ เฉลิมพระนามให้เป็นเจ้าฟ้าสิงหาราชธานีเจ้าฟ้าหลวงชายแก้ว
เจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครลำปาง พระโอรสพระองค์ใหญ่ของเจ้าฟ้าชายแก้ว ได้ร่วมกับพระอนุชาทั้ง 6 พระองค์ และ “พระยาจ่าบ้าน” เจ้านครเชียงใหม่ กอบกู้ล้านนาภายใต้การสนับสนุนจากทัพหลวงของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ในปี พ.ศ. 2317 ซึ่งในครั้งนั้นได้โปรดฯ ให้ “เจ้าพระยาจักรี”และ “เจ้าพระยาสุรสีห์” ยกกองทัพไปช่วยปราบพม่า เมื่อยึดนครเชียงใหม่และนครลำปางได้แล้ว จึงโปรดฯ ให้พระยาจ่าบ้านเป็นพระยาวิเชียรปราการครองนครเชียงใหม่ และเจ้ากาวิละเป็นพระยานครลำปาง ในการรบครั้งนั้น เจ้าพระยาสุรสีห์ได้พบรักกับเจ้าศรีอโนชา พระขนิษฐาของพระยากาวิละ และได้ทูลขอจากเจ้าฟ้าชายแก้ว ซึ่งต่อมาเจ้าหญิงศรีอโนชาได้สร้างวีรกรรมสำคัญยิ่งในการปกป้องพระนครจากพระยาสรรค์ ซึ่งก่อการกบฏต่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งขณะนั้นเจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์ พระสวามีติดการสงครามที่เขมร หลังจากปกป้องพระนครเสร็จ ได้เชิญเจ้าพระยาจักรีกลับพระนครและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ในคราเดียวกันนั้นได้โปรดฯ สถาปนา “เจ้าพระยาสุรสีห์” พระอนุชาขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดฯให้ พระยากาวิละขึ้นครองนครเชียงใหม่ (ซึ่งขณะนั้นได้กลายเป็นเมืองร้าง เนื่องจากพม่าได้เข้ามารุกรานจนพระยาจ่าบ้านต้องพาประชาชนอพยพหนี) โปรดฯ ให้พระยาคำโสม พระอนุชาพระองค์ที่ 2 ขึ้นครองนครลำปาง และ โปรดฯ ให้ เจ้าคำฝั้น พระอนุชาพระองค์ที่ ๓ ขึ้นครองนครลำพูน ตลอดต้นรัชสมัยที่ครองนคร เจ้ากาวิละได้ร่วมกับพระอนุชาทั้ง 6 พระองค์ กระทำการสงครามเพื่อขยายขอบเขตขัณฑสีมาออกไปอย่างขจรขจาย ได้กวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินจากหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อนำกลับมาสร้างบ้านแปงเมือง รวมทั้งได้ทรงรื้อฟื้นโบราณราชประเพณีทุกอย่างให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนสมัยราชวงศ์มังรายครองอาณาจักรล้านนา ด้วยพระปรีชาสามารถและความจงรักภักดีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดฯ เฉลิมพระอิสริยยศพระยากาวิละขึ้นเป็นพระบรมราชาธิบดี พระเจ้านครเชียงใหม่ เป็นใหญ่ในล้านนา 57 หัวเมือง
ชื่อราชวงศ์
คำว่า “ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์” เกิดจากการสถาปนาของ พระเจ้ากาวิละ โดยเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ซึ่งภายหลังได้มีพระประสงค์ของ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งเป็นองค์ประธานของการจัดสายสืบสกุล โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ มอบหมายให้บรรดาเจ้านายในราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ในราชสกุล ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน ณ ลำปาง ช่วยกันสืบเสาะทายาทและผู้สืบสายโลหิตจาก พระเจ้าทิพย์จักรสุละวะฤๅไชยสงคราม และมอบหมายให้ เจ้าราชภาคินัย (เมืองชื่น ณ เชียงใหม่) เป็นผู้จารึกลำดับลงในสมุดข่อยโบราณภายใต้ “ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์” โดยจารึกเป็นอักษรล้านนาซึ่งภายหลังได้ถ่ายทอดมาเป็นอักษรไทยกลางและคงไว้ซึ่งอักษรล้านนาบ้างในฐานะที่ท่านเป็นเลขานุการของการจัดสายสืบสกุล ภายหลังบางตำรามักนิยมเรียกโดยสั้นว่าราชวงศ์ทิพย์จักร อันหมายถึงชื่อราชวงศ์อย่างย่อจากพระนามเต็มของ พระเจ้าทิพย์จักรสุละวะฤๅไชยสงคราม ผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์
ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์อื่น
ราชวงศ์ทิพย์จักรถือเป็นราชวงศ์ล้านนาที่เชื่อมความสัมพันธ์กับพระราชวงศ์ล้านนาอันเก่าแก่เดิม อันได้แก่ ราชวงศ์มังรายอันมีพญามังรายมหาราชเป็นองค์ปฐมวงศ์ และราชวงศ์พะเยา พญางำเมือง ด้วยระบบความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติ
นอกจากนั้น เจ้านายในราชวงศ์ทิพย์จักรยังได้อภิเษกสมรสกับพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์จักรีหลายพระองค์ พระองค์ที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ เจ้าศรีอโนชา พระอัครชายา และเจ้าดารารัศมี พระราชชายา ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสองพระราชวงศ์ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ถือเป็นส่วนสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้พระราชอาณาจักรล้านนาเดิมได้เข้ารวมกับสยามประเทศอย่างสมบูรณ์
การที่ไทยในสยามประเทศสามารถรวมกันได้ เพราะอาศรัยพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จฯพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทราชอนุชาเปนต้นเค้า ก็เปนความจริง แต่สมควรจะยกย่องผู้เปนหัวหน้าของชาวมณฑลพายัพในสมัยนั้นด้วย คือเจ้าเจ็ดตนอันเปนต้นตระกูลวงศ์ของเจ้านายเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปางและเมืองลำพูน กับทั้งเจ้าเมืองน่านที่ได้เปนบรรพบุรุษของเจ้านายในเมืองนั้น ที่ได้สามิภักดิ์แล้วช่วยรบพุ่งข้าศึกเปนกำลังอย่างสำคัญ…จึงทรงพระกรุณาโปรดยกย่องวงศ์สกุลเจ้าเจ็ดตนและสกุลเจ้าเมืองน่านให้มียศเปนเจ้าสืบกันมา ด้วยเปนสกุลคู่พระบารมีของพระบรมราชจักรีวงศ์มาตั้งแต่ปฐมกาล
ลำดับสกุลวงศ์
ชั้น 1 องค์ปฐมวงศ์
พระยาไชยสงคราม (ทิพย์ช้าง), ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้านครเขลางค์ (ลำปาง) นครรัฐอิสระ (2275 – 2302)
ชั้น 2 พระราชบุตรในพระยาไชยสงคราม
เจ้าชายอ้าย
เจ้าฟ้าสิงหราชธานี เจ้าฟ้าหลวงชายแก้ว เจ้านครเขลางค์ (ลำปาง) ประเทศราชของพม่า (2302 – 2317), เป็นพระราชบิดาใน”พระเจ้ากาวิละ” ด้วยพระราชโอรสทั้ง 7 พระองค์ ทรงมีบทบาทสำคัญในการกอบกู้ราชอาณาจักรล้านนาจากพม่า และต่อมาเจ้านายบุตรหลานได้ปกครองหัวเมืองเหนือ จึงเป็นที่มาของราชสมัญญาว่า “เจ้าเจ็ดตน” หรือ “เจ้าเจ็ดองค์”
เจ้าหญิงคำทิพ
เจ้าหญิงคำปา
เจ้าชายพ่อเรือน บิดาในพระยาพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์ที่ 4
เจ้าหญิงกม (กมลา)
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (2325 – 2482)
| ลำดับ | พระนาม | ปีที่ครองราชย์ | |
|---|---|---|---|
| 1 | พระเจ้ากาวิละ | 2325 – 2356 (31 ปี) | สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ |
| 2 | พระยาธรรมลังกา | 2356 – 2365 (11 ปี) | |
| 3 | พระยาคำฟั่น | 2366 – 2368 (2 ปี) | |
| 4 | พระยาพุทธวงศ์ | 2369 – 2389 (20 ปี) | |
| 5 | พระเจ้ามโหตรประเทศ | 2390 – 2397 (7 ปี) | |
| 6 | พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ | 2399 – 2413 (14 ปี) | |
| 7 | พระเจ้าอินทวิชยานนท์ | 2416 – 2439 (23 ปี) | |
| 8 | เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ | 2444 – 2452 (8 ปี) | |
| 9 | เจ้าแก้วนวรัฐ | 2454 – 2482 (28 ปี) |
เจ้าผู้ครองนครลำปาง (2275 – 2465)
| ลำดับ | พระนาม | ปีที่ครองราชย์ | |
|---|---|---|---|
| 1 | พระยาไชยสงคราม (ทิพย์ช้าง) | 2275 – 2306 (31 ปี) | สมัยกรุงศรีอยุธยา |
| 2 | เจ้าฟ้าสิงหาราชธานีเจ้าฟ้าหลวงชายแก้ว | 2306 – 2317 (11 ปี) | สมัยกรุงศรีอยุธยา |
| 3 | พระเจ้ากาวิละ | 2317 – 2325 (8 ปี) | สมัยกรุงธนบุรี |
| 4 | พระยาคำโสม | 2325 – 2337 (12 ปี) | สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ |
| 5 | พระเจ้าดวงทิพย์ | 2337 – 2366 | |
| 6 | พระยาไชยวงศ์ | 2369 – 2380 | |
| 7 | พระยาขัติยะ | 2380 – 2380 | |
| 8 | พระยาน้อยอินท์ | 2381 – 2391 | |
| 9 | เจ้าวรญาณรังษี | 2399 – 2414 | |
| 10 | เจ้าพรหมาภิพงษธาดา | 2416 – 2435 | |
| 11 | เจ้านรนันทไชยชวลิต | 2435 – 2438 | |
| 12 | เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต | 2440 – 2465 | |
| 13 | เจ้าราชบุตร (แก้วเมืองพวน ณ ลำปาง) | 2465 – 2468 (3 ปี) | ผู้รั้งตำแหน่งเจ้านครลำปาง |
เจ้าผู้ครองนครลำพูน (2348 – 2486)
| ลำดับ | พระนาม | ปีที่ครองราชย์ | |
|---|---|---|---|
| 1 | พระยาคำฟั่น | 2348 – 2358 (10 ปี) | สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ |
| 2 | พระเจ้าลำพูนไชย | 2358 – 2370 (12 ปี) | |
| 3 | พระยาน้อยอินท์ | 2370 – 2380 (10 ปี) | |
| 4 | พระยาคำตัน | 2381 – 2384 (3 ปี) | |
| 5 | พระยาน้อยลังกา | 2384 – 2386 (2 ปี) | |
| 6 | เจ้าไชยลังกาพิศาลโสภาคย์คุณ | 2391 – 2414 (23 ปี) | |
| 7 | เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ | 2414 – 2431 (17 ปี) | |
| 8 | เจ้าเหมพินธุไพจิตร | 2431 – 2438 (7 ปี) | |
| 9 | เจ้าอินทยงยศโชติ | 2438 – 2454 (16 ปี) | |
| 10 | เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ | 2454 – 2486 (32 ปี) |



















