Home Blog Page 70

กำปั๋นปอน ปี๋ใหม่เมือง

กำปั๋นปอนปี๋ใหม่ภาษาคำเมือง  (ป้อแม่ครูบาอาจ๋ารย์เวลาลูกหลานมาดำหัว)

คําว่า “ปั๋นปอน” เป็นภาษาเหนือ หมายถึง ให้พร หรืออวยพร โดยแท้จริงแล้วคําว่า “พร” นั้น แปลว่า “คําพูดที่แสดงความปรารถนา” ซึ่งเกิดจากผู้รับพร ต้องการความดีความเป็นมงคล เมื่อมีการอวยพร หรือรับพร ทุกคนจะรู้สึกได้ทันทีว่า นั่นเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเพราะอะไร เพราะมีคุณธรรม อย่างหนึ่งเกิดขึ้นเสมอ ในการให้พรนั้นคือ “เมตตาธรรม” เป็นความเมตตาของผู้ให้พร ที่ประสงค์จะให้ผู้รับ มีความสุข มีความเจริญ ได้รับสิ่งที่ดีผู้รับเองก็รู้สึกได้ในทันทีดังนั้น การให้พร และรับพร จึงเป็นสิ่งที่ดีเสมอ

โดยธรรมเนียมในการขอพรจากผู้ใหญ่นั้น ก่อนอื่นต้องขอขมาท่านเสียก่อน เพราะว่าเวลา เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงขึ้นมา บางครั้งเราก็คิดไม่ค่อยดีกับท่านเหมือนกัน จึงถือโอกาสนี้ขอขมาลา โทษที่เคยทําผิดคิดล่วงเกินท่าน ทั้งต่อหน้าก็ดีทั้งลับหลังก็ดีขอท่านจงให้อภัย อย่าได้จองเวร จองกรรม อย่าให้เป็นบาปติดตัวเราไปเลย เมื่อขอขมาลาโทษเสร็จ ก็ขอแนวทางในการทํางานที่ถูกต้อง หรือขอแนวทาง ในการที่จะละความโลภ ความโกรธ และความหลงจากท่าน เพราะว่าท่านคงเคยพบอุปสรรค ทํานองเดียวกับ เรามาแล้วมากมาย เพราะฉะนั้น ความจริง “การขอพร” ก็คือ “การขอหลักในการแก้ไขตัวเอง”

กำปั๋นปอนนี้เป็นคำอวยพรภาษาคำเมือง ล้านนา จะใช้อวยพรตอนลูกหลานมาดำหัวในช่วงเทศกาลปี๋ใหม่เมือง หรือสงกรานต์ของทางภาคกลาง

เอวัง โหนตุ ดีและ อัจจะในวันนี้ ก็หากเป๋นวันดี ดิถีอันวิเศษเหตุว่าสังขารปี๋เก่าก็ล่วงป๊นไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วพญาวันก็มาจุจอดรอดเถิงแก่บรรดาลูกหลานตังหลาย บัดนี้หมายมี…(ออกชื่อ)… เจ้าก็บ่ละเสียยังฮีต บีรีดเสียยังป๋าเวณี เจ้าตังหลาย ก็ยังได้น้อมนำมายังมะธุบุบผาลาจาดวงดอกเข้าตอกดอกไม้ลำเตียน และสุคันโธตะกะ อัมภิโรตะกะ สัปป๊ะวัตถุนานาตังหลาย มาสะมาคาระวะยังต๋นตั๋วแห่งผู้ข้า บัดนี้ผู้ข้าก็มีธัมมะเมตต๋า ปฏิคะหะ รับเอาแล้ว ว่าสันนี้แต๊ดีหลี

แม่นว่าเจ้าตังหลายได้ออกปากล้ำกำเหลือ ขึ้นตี้ต่ำ ย่ำตี้สูง ปะมาต๊ะ ด้วย ก๋ายะกั๋มมัง วจี๋กั๋มมัง มะโนกั๋มมัง สังจิตจะ อสังจิตจะก็ดี ผู้ข้าก็ขออโหสิกรรม อย่าได้เป๋นนิวรณ์ธรรมกั๋มอันแก่กล้าอัน ตัดห้ามเสียยังจั้นฟ้าและเนรปาน แม่นว่าเจ้าตังหลายจักไปจตุทิสสะ อัฐฐะทิสสะ วันตกวันออก ขอกใต้หนเหนือ ค้าขายลายล่อง ท่องบ้านแอ่วเมือง และอยู่ยังบ้านจองหอเฮือน ดั่งอั้นก็ดีขอจุ่งหื้อจุ่มเนื้อเย็นใจ๋ ภัยยะอย่ามี ตึงเมื่อหลับเมื่อตื่น เมื่อยืนเมื่อนั่งเป๋นตี้รักจ๋ำเริญใจ๋แก่หมู่คนและเตวดาตังหลาย แล้วจุ่งหื้อก้านกุ่งรุ่งเรือง ไปด้วยโภคะ ธนะ ธนัง เข้าของเงินคำ สัมปะติตังหลาย แม่นจักกิ๋นก็อย่าหื้อผลาญ แม่นจักตานก็อย่าหื้อเสี้ยง หื้อมีอายุตีฆาหมั้นยืนยาวนั้น เตี้ยงแต๊ดีหลี

สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ มาเต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ อภิวาทะนะสี ลิสสะนิจจัง วุฒฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฒฑันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง

เมื่อปั๋นปอนเสร็จก็จะวักเอาเอาน้ำเข้ามิ้นส้มป่อยที่ลูกหลานนำมา ลูบหน้าลูบหัว ถือเป๋นก๋ารดำหัวต๋ามจารีต ป๋าเวณีเมืองเหนือเฮา ถ้าจะมัดมือก็ใช้บทพุทโธ หรือ คำมัดมือ สำหรับผูกด้ายมัดมือให้ลูกหลาน

คอร์สเรียนรู้วิชาภูมิปัญญาล้านนา และศิลปวัฒธรรมอุษาคเนย์

คอร์สเรียนรู้วิชาภูมิปัญญาล้านนา และศิลปวัฒธรรมอุษาคเนย์ ฟ้อนไต ฟ้อนผางประทีปพม่า อักษรล้านนา สามารถเรียนได้ที่ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา

คอร์สการเรียนการสอนเปิดรอบใหม่ละจ้า
(English is below kha 😊😊😊)
ขอเชิญท่านที่สนในที่จะเรียนรู้วิชาภูมิปัญญาล้านนา และศิลปวัฒธรรมอุษาคเนย์
เพื่อเรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้ให้ยืนยาวสืบต่อไป สามารถลงทะเบียนเรียนวิชาภูมิปัญญาล้านนาและศิลปวัฒนธรรมอุษาคเนย์ กับโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา เพื่อดำรงค์การส่งต่อวิชาภูมปัญญาท้องถิ่นให้อยู่คู่กับเมืองเชียงใหม่มาเป็นเวลานาน สามารถลงทะเบียนเรียนรู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
วิชาที่เปิดการเรียนการสอน ดังนี้
📌ฟ้อนไต (สำหรับเด็ก) : ทุกวันเสาร์ เวลา 10:00-12:00
📌ฟ้อนผางประทีปพม่า:ทุกวันเสาร์ เวลา 10:00-12:00
📌วาดภาพบนผลิตภัณฑ์ 1 : ทุกวันเสาร์ เวลา 10:00-12:00
📌อักษรล้านนาขั้นพื้นฐาน :ทุกวันเสาร์ เวลา 10:00-12:00
📌ดนตรีพื้นเมืองขั้นพื้นฐาน 1 : ทุกวันเสาร์ เวลา 10:00-12:00
🔗ดนตรีพื้นเมือง ระดับ 2 : ทุกวันเสาร์ เวลา 13:00-15:00
🔗 ฟ้อนก๋ายลาย : ทุกวันเสาร์ เวลา 13:00-15:00
🔗ฟ้อนสาวไหม :ทุกวันเสาร์ เวลา 13:00-15:00
🔗ระบำนกยูง อินโดนีเซีย ทุกวันเสาร์ เวลา 13:00-15:00
🔗 ศิลปะเด็ก by ห้องเรียนศิลปะครูโอ๋ ทุกวันเสาร์ เวลา 13:00 -15:00
♦️ วาดภาพบนผลิตภัณฑ์ ระดับ 2: ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-12:00
♦️กลองสะบัดชัย ขั้นพื้นฐาน 1 :ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-12:00
🥁กลองสะบัดชัย ระดับ 2,3 :ทุกวันอาทิตย์ เวลา 13:00-15:00
♦️ดอกไม้หอมล้านนา (ดอกไม้จากดินปั้น) : ทุกวันอาทิตย์ 10:00-12:00
✏️✏️ ค่าลงทะเบียนวิชาละ 1,500 บาท
เรียนทั้งหมด 16 ชั่วโมง
เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 (พิธีวางสวยดอก) – 16 มกราคม 2563 (รับใบป่าว)
ผู้สนใจสามารถ สมัครผ่านลิงก์ได้เลยนะคะ

หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา
📌เฟสบุ๊ค เพจ- โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา (มีแอดมินคอยตอบตลอดค่ะ)
📞 โทรศัพท์หมายเลข :065.8746695, 091.8240730, 081.1112527
วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 09.30-16.30 น.
————————————————————-
Lanna Wisdom School offer classes for November 2020- January 2021 as listed below:
📍Lanna Music 1 (Beginning): Saturday 10 am – 12 pm
📍Tai Dance for kids: Saturday 10 am – 12 pm
📍Burmese Candle Dance: Saturday 10 am -12 pm
📍Lanna painting on Product 1 : Saturday 10:00-12:00
📍 Lanna Music 2 (*need to pass Lanna Music 1): Saturday 1-3 pm
📍Old Lanna Sacred Alphabet: Saturday 10 am – 12 pm
📍 Mong Serng Kai Lai Dance : Saturday 1-3 pm
📍Silk Weaving Dance : Saturday 1-3 pm
📍Indonesian Peacock Dance : Saturday 1-3 pm
📍Arts for kids by Kru O ‘s Arts Space : Saturday 1-3 pm
📍Sabad Chai Drum 1 (Beginner):Sunday 10 am-12 pm
📍Sabad Chai Drum 2,3 (Intermediate) Sunday 10 am -12 pm
📍Craft Flower from clay : 10 am -12 pm
Class start: November 21,2020
Class finish: January 16 ,2021
Registration fees: 1,500 b. per course (16 hours)
Registration Form:
More information message us
Facebook Page : Lanna Wisdom School
or
065.8746695
091.8240730
081.1112527

แผนที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา 35 ถนน รัตนโกสินทร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50000


น้ำเมี่ยง น้ำชา 26-27 ธันวาคม 2563

น้ำเมี่ยง น้ำชา 26-27 ธันวาคม 2563  ที่ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา Lanna Wisdom School

เชิญร่วมออกร้านผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชา ขนมคู่ชา และอื่นๆ
มาชิมชา จิบชาคลายหนาว เคล้าวัฒนธรรมล้านนา
งานเริ่มประมาณ 09.00 น. เป็นต้นไป
ท่านที่ชื่นชอบการดื่มชา หรืออยากจะมาออกร้านเกี่ยกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับชา สามารถติดต่อจองพื้นที่กันเข้ามาได้ที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา หรือโทร. 053-244-231
ภายในงานมีการออกร้านเกี่ยวกับชานานาพันธุ์ และขนมที่เหมาะกับชา พูดคุยแลกเปลี่ยน หรือเป็นพื้นที่พบปะพูดคุยกัน ที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา

แผนที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา Lanna Wisdom School

.

วันสร้างเมืองเชียงใหม่

วันสร้างเมืองเชียงใหม่  พญามังราย (พ.ศ.๑๘๐๔–๑๘๕๔) กษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งราชวงศ์ลวจังกราชแห่งแคว้นโยนก

พญามังราย (พ.ศ.๑๘๐๔–๑๘๕๔) กษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งราชวงศ์ลวจังกราชแห่งแคว้นโยนก ต่อมาพระองค์ทรงรวบรวมเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง หัวเมืองฝ่ายเหนือจนถึงสิบสองพันนา ใช้อุบายยึดเมืองลำพูน ความในตำนานสิบห้าราชวงศ์กล่าวถึงว่า พญามังรายตีได้เมืองลำพูนในปี ร้วงไส้ ศักราชได้ ๖๔๓ ตัว (พ.ศ.๑๘๒๔) เมื่อมีพระชนมายุได้ ๔๓ พรรษา ถึง จ.ศ.๖๔๘ (พ.ศ.๑๘๒๙) จึงสร้างเมืองเวียงกุมกาม พญามังรายครองเมืองเวียงกุมกามได้ ๕ ปี จึงดำริสร้างเมืองเชียงใหม่ ในการสร้างเมืองเชียงใหม่นั้น ทรงเชิญพญางำเมืองแห่งแคว้นพะเยา และพญาร่วงแห่งแคว้นสุโขทัยมาร่วมปรึกษาในการสร้างเมือง

การก่อสร้างเมืองเชียงใหม่ เนื้อความในตำนานสิบห้าราชวงศ์กล่าวถึงการสร้างแปลงเมืองว่า พระองค์ได้โปรดให้ก่อสร้างปราสาทราชมณเฑียร หอนอน ราชวัง โรงคัล ท้องพระคลัง ปราการกำแพงเมือง และให้ขุดคูเมืองล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน เสร็จในปี จ.ศ.๖๕๘ (พ.ศ.๑๘๓๙) ปีรวายสัน เดือน ๘ เพ็ง เม็งวัน ๕ ฤกษ์ ๑๖ ตัว ตรงกับความในจารึก ๑.๒.๑.๑ วัดเชียงมั่น พ.ศ.๒๑๒๔ (จารึกหลักที่ ๗๖ วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่) ที่ระบุวันสร้างเมืองเชียงใหม่ความว่า
“…ศักราช ๖๕๘ ปีรวายสัน เดือนวิสาขะ ออก ๘ ค่ำ วัน ๕ วันไทย เมิงเปล้า ยามแตรรุ่งแล้ว ๒ ลูกนาที ปลาย ๒ บาทน้ำ ลัคนาเสวยนวางค์พฤหัสบดี ในมีนราศี พญามังรายเจ้า และพญางำเมือง พญาร่วง ทั้งสามคน ตั้งหอนอนที่ชัยภูมิ ราชมนเทียร ขุดคือเมือง ก่อตรีบูรทั้งสี่ด้าน…”

ปัจจุบันวันสร้างเมืองเชียงใหม่ตรงกับวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๑๘๓๙

พญาคำฟู

พญาคำฟู (คำเมือง: LN-King Khamfu.png) หรือที่เรียกกันว่า เจ้าคำฟู หรือท้าวคำฟู เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์มังราย แห่งอาณาจักรล้านนา[1]

พญาคำฟู ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1877 – 1879 รวมระยะเวลาการครองราชย์ 2 ปี

พญาคำฟูเป็นพระราชโอรสใน พญาแสนภู ตามตำนานสิบห้าราชวงศ์กล่าวไว้ว่า “เจ้าพระญาแสนภูก็แต่งลูกตน เจ้าพ่อท้าวคำฟู อยู่รักษาเมืองเชียงใหม่ ส่วนตนเจ้าก็ไปส่งสะกานเจ้าพระญาไชยสงครามพ่อในเมืองเชียงราย ได้ ๑ เดือนบัวระมวลชุอัน ท้าวก็ลวดอยู่เสวยเมืองเชียงรายหั้นแล แล้วก็แต่งหื้ออภิเษกพ่อท้าวคำฟู ลูกตนอายุได้ ๒๖ ปี หื้อเป็นพระญาในเมืองเชียงใหม่ในปีเปิกสี ศักราชได้ ๖๙๐ ตัวปีหั้นแล”

สรุปคือพญาคำฟู เป็นหลานของขุนคราม หรือ พญาไชยสงคราม โอรสพระองค์ที่ ๒ ในพญามังราย (ขุนเครื่อง ขุนคราม และขุนเครือ)

หลังจากเจ้าคำฟูได้เป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ พญาแสนภูก็ทรงย้ายเมืองหลวงจากเชียงใหม่ไปไว้ที่เชียงแสน ภายหลังพญาแสนภูเสด็จสวรรคต เจ้าคำฟูจึงได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์ล้านนาระหว่าง พ.ศ.๑๘๗๗-๑๘๗๙ พญาคำฟูได้พัฒนา ปกครองนครเชียงใหม่ให้เกิดความผาสุก ร่มเย็น ในรัชสมัยของพระองค์แม้จะเป็นเวลาเพียง ๒ ปี แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เชียงใหม่มีความเจริญรุ่งเรือง สงบสุข ไม่มีศึกสงคราม ในยุคสมัยของพญาคำฟูนี้พระองค์ทรงร่วมมือกับพญาผานองเจ้าเมืองปัวเข้าตีเมืองพะเยา และสามารถที่จะผนวกเอารัฐพะเยาที่เป็นอิสระอยู่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาได้ หลังจากพญาคำฟูเสด็จสวรรคตพระราชโอรสในพญาคำฟูขึ้นครองราชย์ต่อ ออกพระนาม พญาผายู

พญาคำฟูสวรรคตจากการถูกเงือกหรือจระเข้กัด ถือเป็นการตายร้าย จึงได้รับการบูชาเป็นผีอารักษ์ปกป้องเมืองเชียงใหม่

การที่ทรงสิ้นพระชนม์เพราะจระเข้กัดตายนั้น ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพราะพญาคำฟูเสียสัตย์สาบาน กษัตริย์ราชวงศ์มังรายที่สวรรคตยังแม่น้ำคำเพราะเงือก(จระเข้)ขบ เรื่องนี้ปรากฏในพงศาวดารโยนกและตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้บันทึกตรงกันว่าพญาคำฟู กษัตริย์ราชวงศ์มังรายรัชกาลที่๖ ได้กระทำผิดสาบานที่ได้ให้ไว้กับสหายเศรษฐีชื่อ งัวหง ว่าจะไม่คิดร้ายต่อกัน แต่พญาคำฟูกลับเสียสัตย์ลักลอบกระทำมิจฉาจารกับภรรยาของงัวหง การกระทำครั้งนั้นเป็นเหตุให้พระองค์ต้องสวรรคต ในสังคมสมัยนั้นเชื่อเรื่องลี้ลับมาก ดังปรากฏในพงศาวดารโยนกว่า….

“พญาได้เห็นภรรยาของสหายนั้นทรงรูปลักษณะงามท่วงทีดี ก็มีใจปฏิพัทธ์จึงลอบลักสมัครสังวาสกระทำมิจฉาจารด้วยนางผู้เป็นภรรยาของสหายนั้น ด้วยเหตุพญาได้เสียสัตย์สาบานดังนี้ อยู่มาได้เจ็ดวัน พญาคำฟู ลงอาบน้ำดำเศียรในลำน้ำแม่คำ เงือกใหญ่ตัวหนึ่งออกมาจากเงื้อมผามาขบคาบสรีระพญาคำฟู พญาคำฟูก็ถึงกาลกิริยาในแม่น้ำนั้น ต่อครบเจ็ดวันศพพญาคำฟูจึงลอยขึ้นมา คนทังหลายจึงรู้ว่าพญาคำฟูสิ้นชีพวายชนม์แล้ว”

พระองค์สวรรคตเมื่อพระชนม์ 47 พรรษา เสนาอำมาตย์ จึงเชิญพระศพกลับเมืองเชียงแสน แจ้งข่าวไปนครเชียงใหม่ แล้วจึงทูลเชิญเสด็จท้าวผายู มาจัดการพระบรมศพถวายพระเพลิงพระศพของพญาคำฟู แล้วอัญเชิญพระอัฐิ และพระอังคารของพระองค์บรรจุลงในผอบทองคำชั้นหนึ่ง ผอบเงินชั้นหนึ่ง ผอบทองแดงอีกชั้นหนึ่งไปยังนครเชียงใหม่ แล้วก่อพระสถูปเจดีย์องค์เล็กบรรจุไว้ ณ ริมตลาดลีเชียง แล้วโปรดให้สร้างพระวิหารขึ้นหลังหนึ่งในปี พ.ศ. 1888 ตั้งชื่อว่า วัดลีเชียง (ปัจจุบันคือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร) แล้วนิมนต์พระมหาอภัยจุฬาเถรเจ้า เมืองหริภุญชัยมาเป็นเจ้าอาวาส จนมาถึงปี พ.ศ. 2469 สมัยเจ้าแก้วนวรัฐครองเมืองเชียงใหม่ พระองค์ได้นิมนต์ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนาไทย มาทำการบูรณะวัดนี้ ท่านให้แผ้วถางบริเวณด้านเหนือพระวิหาร เห็นพระสถูปองค์เล็กเหนือวิหารนั้น กีดขวางจึงให้คนขุดออก จึงได้พบผอบบรรจุอัฐิ พร้อมด้วยเครื่องราชูปโภค ทำด้วยทองคำหนักหลายสิบบาท จึงให้สอบตำนานดู จึงทราบว่า เป็นของพระเจ้าคำฟู เนื่องด้วย ในผอบที่ขุดค้นพบพระโกฏิที่บรรจุพระอัฐิของพระองค์ มีทองคำจารึกลายพระนาม ของพระมหาเถรในยุคนั้น มีหนักถึง ๓๖๐ บาท ท่านจึงนำไปฝากไว้ศาลากลางจังหวัด ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ข่วงสิงห์ ผอบจึงได้หายสาบสูญไป ส่วนนางเรือนแก้วมีความเสียใจมาก จึงผูกคอตาย เศรษฐีงัวหงส์ ก็เสียใจต่อเหตุการณ์ จึงถือศีลออกบวชภาวนาตลอดชีวิต

เมื่อพญาคำฟูสิ้นพระชนม์ ท้าวผายูได้สืบราชสมบัติแทน แต่ไม่ได้เสด็จไปประทับอยู่เมืองเชียงแสน คงประทับอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ดังนั้น เมืองเชียงใหม่ จึงได้มีความสำคัญกลายเป็นศูนย์กลาง ของราชอาณาจักรอีกครั้ง และนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเมืองเชียงใหม่ ได้กลายเป็น ราชธานี ของอาณาจักรล้านนาอย่างแท้จริง และกษัตริย์ล้านนาในลำดับต่อๆมา ก็จะประทับอยู่ที่เมืองเชียงใหม่แทบทุกพระองค์

กู่อัฐิของพญาคำฟู เป็นกู่เล็ก ๆ ลักษณะเป็นทรงกลมเส้นรอบวงประมาณเมตรครึ่งด้านบนเป็นแผ่นศิลาทรงกลมปิดไว้ อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถทางทิศเหนือเยื้องขวา ไปประมาณ ๑๐ เมตร คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าพระธาตุหลวง เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู ในปี ๒๔๖๙ ครูบาศรีวิชัย มาแผ้วถางบูรณะวัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ได้พบกู่อัฐิค้นพบข้างในมีผอบบรรจุอัฐิซ้อนกัน ๓ ใบ ชั้นนอกทำด้วยทองเหลืองหนัก ๒๕๔ บาท ๓ สลึง สูง ๒๓ นิ้ว ชั้นกลางทำด้วยเงินหนัก ๑๘๕ บาท ๒ สลึง สูง ๑๘ นิ้ว ชั้นในสุด ทำด้วยทองคำหนัก ๑๒๒ บาท ๒ สลึง สูง ๑๔ นิ้ว และยังพบแผ่นทองจารึกเรื่องราวต่าง ๆ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอัฐิของพญาคำฟูผู้สร้างวัด ทางราชการได้นำไปเก็บไว้ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ชั่วคราว ซึ่งตั้งอยู่ที่ข่วงสิงห์ และขณะนั้นเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ผอบทั้ง ๓ ใบ และจารึกตลอดถึงเครื่องราชูปโภคเหล่านั้นได้สูญหายไปในขณะเกิดสงครามซึ่งประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๔

ที่มา : รุ่งพงษ์ ชัยนาม. ประวัติศาสตร์ล้านนา : ประวัติศาสตร์ไทยที่คนไทยไม่ค่อยมีโกาสได้ศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

สมหมาย เปรมจิตต์. (๒๕๔๐). ตำนานสิบห้าราชวงศ์ ฉบับชำระ . เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี, หน้า ๔๘.

ราชวงศ์มังราย

ราชวงศ์มังราย (ราชวงศ์เม็งราย) เป็นราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรล้านนา ตั้งแต่รัชสมัยพญามังรายจนถึงพระเจ้าเมกุฎิสุทธิวงศ์ (ท้าวแม่กุ) เป็นเวลายาวนานกว่า 260 ปี

ราชวงศ์มังราย[1]  เป็นราชวงศ์ที่ปกครอง อาณาจักรล้านนา ตั้งแต่รัชสมัยพญามังรายจนถึงพระเจ้าเมกุฎิสุทธิวงศ์ (ท้าวแม่กุ) เป็นเวลายาวนานกว่า 260 ปี จนถึงยุคเสื่อม เมื่ออุปนิกขิต (สายลับ) ที่พระเจ้าบุเรงนองส่งมาฝังตัวเพื่อรายงานสถานการณ์ในเชียงใหม่ แจ้งกลับไปบอกว่าเชียงใหม่ถึงยุคเสื่อมสุดแล้ว ให้ยกทัพหงสาวดีมาชิงเมือง ดังนั้น ใน พ.ศ. 2101 พระเจ้าบุเรงนอง จึงยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ โดยทัพพม่าใช้เวลาเพียงสามวันก็สามารถยึดเมืองเชียงใหม่ได้โดยง่าย กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น ได้หลบหนีไปยังเมือง”ปาไป่น้อย“หรือเมืองเชียงแสน ตามหลักฐานของจักรพรรดิจีนราชวงศ์หมิง อีกหกปีต่อมา พม่าก็ปลดพระเจ้าเมกุฎิสุทธิวงศ์ออกจากราชบัลลังก์ในข้อหาแข็งเมืองก่อการกบฏ พระเจ้าบุเรงนองจึงได้แต่งตั้งพระนางวิสุทธิเทวี อันเป็นเชื้อสายราชวงศ์มังรายอีกพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ พระนางครองเมืองเชียงใหม่ได 14 ปี ก็สวรรคต และสิ้นสุดราชวงศ์มังรายสายพญาแสนภู [2] แต่ราชวงศ์มังรายยังคงเหลือเชื้อสายในราชวงศ์ที่ปกครองเมืองเชียงตุง ซึ่งเป็นสายของพระราชบุตรอีกพระองค์ของพญาไชยสงคราม ซึ่งภายหลังที่อังกฤษเข้ายึดครองพม่า ราชวงศ์เชียงตุงได้อพยพเข้ามาอยู่ในอาณาจักรล้านนา ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน)

ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์มังราย

1 พญามังราย พ.ศ. 1835 – 1854
2 พญาไชยสงคราม พ.ศ. 1854 – 1868 (14 ปี)
3 พญาแสนภู พ.ศ. 1868 – 1877 (11 ปี)
4 พญาคำฟู พ.ศ. 1877 – 1879 (2 ปี)
5 พญาผายู พ.ศ. 1879 – 1898 (19 ปี)
6 พญากือนา พ.ศ. 1898 – 1928 (30 ปี)
7 พญาแสนเมืองมา พ.ศ. 1928 – 1944 (16 ปี)
8 พญาสามฝั่งแกน พ.ศ. 1945 – 1984 (39 ปี)
9 พระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 1984 – 2030 (46 ปี)
10 พญายอดเชียงราย พ.ศ. 2030 – 2038 (8 ปี)
11 พญาแก้ว (พระเมืองแก้ว) พ.ศ. 2038 – 2068 (30 ปี)
12 พญาเกศเชษฐราช (พระเมืองเกษเกล้า) พ.ศ. 2068 – 2081 (13 ปี) ครั้งที่ 1
13 ท้าวซายคำ พ.ศ. 2081 – 2086 (5 ปี)
  พญาเกศเชษฐราช (พระเมืองเกษเกล้า) พ.ศ. 2086 – 2088 (2 ปี) ครั้งที่ 2
14 พระนางจิรประภาเทวี พ.ศ. 2088 – 2089 (1 ปี)
15 สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช พ.ศ. 2089 – 2090 (1 ปี)
  ว่างกษัตริย์ พ.ศ. 2090 – 2094 (4 ปี)
16 พระเมกุฏิสุทธิวงศ์ (ท้าวเม่กุ) พ.ศ. 2094 – 2107 ตั้งแต่ พ.ศ. 2101 ปกครองภายใต้อำนาจพม่า
17 พระนางวิสุทธิเทวี พ.ศ. 2107 – 2121 ปกครองภายใต้อำนาจพม่า

รายพระนามคู่อภิเษกสมรสในพระมหากษัตริย์

ลำดับ พระนาม พระชาติกำเนิด พระราชสวามี/พระมหาเทวี หมายเหตุ
1 ไม่ปรากฏพระนาม สืบเชื้อสายมาจากเวียงไชยปราการ[3] พญามังราย  
2 ไม่ปรากฏพระนาม[4] ไม่ทราบ พญาไชยสงคราม  
3 ไม่ปรากฏพระนาม ไม่ทราบ พญาแสนภู  
4 ไม่ปรากฏพระนาม ไม่ทราบ พญาคำฟู  
5 พระนางจิตราเทวี[4] ธิดาเจ้าเมืองเชียงของ พญาผายู  
6 ไม่ปรากฏพระนาม หลานเจ้าเมืองเชียงของ พญากือนา  
7 พระนางติโลกจุฑาเทวี[5] ไม่ทราบ พญาแสนเมืองมา  
8 แม่พระพิลก[6]   พญาสามฝั่งแกน  
9 ไม่ปรากฏพระนาม ไม่ทราบ พระเจ้าติโลกราช  
10 มหาเทวีสิริยศวดี ธิดาขุนนางนครเขลางค์ พญายอดเชียงราย  
11 ไม่ปรากฏพระนาม ไม่ทราบ พระเมืองแก้ว  
12 มหาเทวีจิรประภา ไม่ทราบ พระเมืองเกษเกล้า  
13 ไม่ปรากฏพระนาม ไม่ทราบ ท้าวซายคำ  
14 พระเมืองเกษเกล้า โอรสพระเมืองแก้ว พระนางจิรประภาเทวี  
15 พระนางตนทิพย์
พระนางตนคำ
ธิดาพระเมืองเกษเกล้า พระไชยเชษฐา  
16 ไม่ทราบ ไม่ทราบ พระเมกุฏิสุทธิวงศ์  
17 ไม่ทราบ ไม่ทราบ พระนางวิสุทธิเทวี
  1.  ประเสริฐ ณ นคร. (2549, กุมภาพันธ์). ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด. กรุงเทพฯ: มติชน. ISBN 9743236007. หน้า 270.
    และดูคำอธิบายที่ “มังราย” กับ “เม็งราย” อย่างไหนถูก
  2.  สกุลไทย ฉบับที่ 2389 ปีที่ 46 ประจำวันอังคารที่ 1 สิงหาคม 2543
  3.  เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. (3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555). “คลีโอพัตราแห่งล้านนา “นางพญาอั้วเชียงแสน””. มติชนสุดสัปดาห์. 32:1642, หน้า 76
  4. ↑ กระโดดขึ้นไป:4.0 4.1 เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. (27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555). “ใครคือ “มหาเทวีแม่ลูกสอง” ผู้มิใช่ “มหาเทวีสองแม่ลูก””. มติชนสุดสัปดาห์. 32:1667, หน้า 76
  5.  “พระนางติโลกจุฑาเทวี”. แม่ญิงล้านนา. สืบค้นเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2556. 
  6.  พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา กษัตราธิราช. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:มติชน, หน้า 48

ถนนนิมมานเหมินทร์

ถนนนิมมานเหมินทร์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ถนนนิมมานเหมินท์ (นิม–มาน–เห–มิน) เป็นถนนสายเศรษฐกิจที่มีความสำคัญสายหนึ่งของอำเภอเมืองเชียงใหม่ เชื่อมระหว่างแยกรินคำกับถนนสุเทพ ถนนสายนี้เกิดขึ้นเมื่อคราวที่นายกีและนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ บริจาคที่ดินให้แก่รัฐบาลไทยเพื่อสร้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2506 ในปัจจุบันถนนนิมมานเหมินท์ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของจังหวัด เป็นถนนสายที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โฮสเท็ล ที่พัก และแหล่งบันเทิงจำนวนมาก ทำให้ถนนสายนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ถนนสายที่ฮิตที่สุดของเชียงใหม่
ปัจจุบันถนนสายนี้อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวง โดยรับโอนสายทางจากเทศบาลนครเชียงใหม่ ดังนั้นถนนสายนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ถนนสายนี้ยังเป็นถนนในระบบถนนวงแหวนรอบที่ 1 ของเมืองเชียงใหม่ ถนนสายนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปยัง ถนนมหิดล โดยใช้บัตรผ่านเส้นทางกองบิน 41
ปลายทิศเหนือ: แยกรินคำ (ถนนห้วยแก้ว)
ปลายทิศใต้: แยกสาธารณสุข (ถนนสุเทพ)

สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์

Think park เชียงใหม่
One Nimman
โรงเรียนอนุบาลสวนน้อย
หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สวนสุขภาพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

แผนที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่


Treasure Map by Imhathai Suwatthanasilp

Treasure Map by Imhathai Suwatthanasilp 11 December 2020 – 7 February 2021 Gallery Seescape เชียงใหม่

Treasure Map
by Imhathai Suwatthanasilp
Curated by Sébastien Tayac
Period: 11 December 2020 – 7 February 2021
Opening: Friday, 11 December 2020 | 6:30 PM
Venue: Gallery Seescape 22, 1 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200

Treasure Map
โดย อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์
คิวเรทโดย เซบาสเตียน ตา-ยาค
จัดแสดง: 11 ธันวาคม 2563 – 7 กุมภาพันธ์ 2564
เปิดนิทรรศการ: วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563
เวลา: 18:30 น.
สถานที่: Gallery Seescape 22, 1 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200

แผนที่ Gallery Seescape, เชียงใหม่


Chocolate Festival Chiang Mai design week 2020

Chocolate Festival Chiang Mai design week 2020 5-13 December 2020 Open all days 10:00 AM – 8:00 PM At Aimmika Chocolate

Chocolate Festival Chiang Mai design week 2020
– English –
5-13 December 2020
Open all days 10:00 AM – 8:00 PM
Art ,Picture ,Talk all about cocoa
– Tree to Bar Chocolate.
– How to make Chocolate “beans to bar”
– Cacao processed products.
– workshop
– ไทย –
5 – 13 ธันวาคม 2563
เปิดเข้าชมทุกวันในเวลา 10:00 – 20:00 น.
กิจกรรม ภาพถ่าย ศิลปะ เวทีเสวนา พูดคุยแลกเปลี่ยน
– จากต้นจนเป็นช็อคโกแลต
– การทำช็อคโกแลต จากเมล็ดจนกลายเป็นช็อคโกแลตแท่ง
– ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกระบวนการทำช็อคโกแลต
– เวิร์คช็อป

ที่ร้าน Aimmika Chocolate 7/2-3 Santirak Rd, เมือง ถนน สันติรักษ์ ช้างเผือก, อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50300

แผนที่ Aimmika Chocalate


(เลื่อน) ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021

งานวิ่ง ACTIVE RUN 2021 & วันอาทิตย์​ที่​ 31​ มกราคม​ 2564 BELOVED RUN 2021
วันอาทิตย์​ที่​ 28​ กุมภาพันธ์​ 2564 ณ ห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ชื่องาน : ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021
จัดวันที่ : ACTIVE RUN 2021 วันอาทิตย์​ที่​ 28​ มีนาคม​ 2564 , BELOVED RUN 2021 วันอาทิตย์​ที่​ 28​ กุมภาพันธ์​ 2564
สถานที่ : ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ระยะทาง : 5KM | 10KM
ค่าสมัคร : 500 บาท
เปิดรับสมัคร : เปิดรับสมัครแล้ววันนี้

งานวิ่ง​ 1 งาน​แถม​ 1 ​งาน สมัคร​ครั้ง​เดียว​ จ่าย​ครั้ง​เดียว​ ได้​วิ่ง ​2​ งาน

Active​ Run​ 2021​ ครั้ง​ที่​ 10
วันอาทิตย์​ที่​ 31​ มกราคม​ 2564

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021

Beloved​ Run​ 2021​ ครั้ง​ที่​ 11
วันอาทิตย์​ที่​ 28​ กุมภาพันธ์​ 2564

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021

​​​​​​ประเภท​การวิ่ง

► มินิมาราธอน​ 10 km. ปล่อยตัว​เวลา​ 6.30​ น.
แยกชาย​/หญิง​ ไม่แยกรุ่นอายุ
ชิง​ถ้วยรางวัล​อันดับ ​1 ถึง ​25 ​คนแรก
ชิง​เสื้อ​รางวัล​ Top​100​ แยก​ชาย​/หญิง
วิ่งครบ​ระยะ​รับ​เหรียญ​รางวัล​ทุกคน

► ฟันรัน​ 5 km. ปล่อยตัว​เวลา​ 6.40 น. ( ไม่มี​การชิง​รางวัล )
วิ่งครบ​ระยะ​รับ​เหรียญ​รางวัล​ทุกคน

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021

​​​​​​การนัด​รับ​บิบ​นักวิ่ง

วันเสาร์​ที่​ 30​ มกราคม​ 2564 (นัด​รับวัน​เดียว​เท่านั้น)
โดย​รับบิบ​ 2 งานวิ่ง​ใน​ครั้งเดียว​ 2 ใบพร้อมกัน
ณ​ ศาลา​อเนก​ประสงค์​ปากทาง​เข้า​ห้วย​ตึง​เฒ่า​
( ขวามือ​จาก​สะพาน​ข้าม​คลอง​ชลประทาน​ 50​ เมตร​ มีป้ายชัดเจน​ )​
เริ่มรับบิบ​เวลา​ 11​:00 -​ 18.00​
หากพ้น​กำหนด​ถือว่า​สละสิทธิ์​ตาม​กติกา
(ในขั้นตอน​การ​สมัคร​ สามารถ​คลิก​ให้​จัดส่ง​บิบทางไปรษณีย์​ เสียค่าใช้จ่าย​ 50​ บาท​
และไม่สามารถ​แจ้งเปลี่ยนแปลง​ภายหลัง​ )

อากาศดีๆแบบนี้ไปวิ่งสบายๆที่ “ห้วยตึงเฒ่า” กันครับ
“ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021”
จัดโดย PRC Alumni Running Club
​​​​​​ประเภท​การวิ่ง
► MINI-MARATHON 10 km.

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021
► FUNRUN​ 5 km.

ACTIVE RUN 2021 & BELOVED RUN 2021
“โดยงานสมัครครั้งเดียววิ่งได้ 2 งานเลย” (500 บาท เท่านั้น)
“Active​ Run​ 2021​ ครั้ง​ที่​ 10”
วันอาทิตย์​ที่​ 31​ มกราคม​ 2564
“Beloved​ Run​ 2021​ ครั้ง​ที่​ 11”
วันอาทิตย์​ที่​ 28​ กุมภาพันธ์​ 2564

การนัดรับบิบนักวิ่ง
วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2564 (นัดรับวันเดียวเท่านั้น)
โดยรับบิบ 2 งานวิ่งในครั้งเดียว 2 ใบพร้อมกัน
ณ ศาลาอเนกประสงค์ปากทางเข้าห้วยตึงเฒ่า
( ขวามือจากสะพานข้ามคลองชลประทาน 50 เมตร มีป้ายชัดเจน )
เริ่มรับบิบเวลา 11:00 – 18.00

งานวิ่ง เชียงใหม่ เดือนมกราคม 2564

สมัครที่นี่ https://www.99steprun.net/ActiveRun/

กติกา​ งานวิ่ง​สากล

ต้องรับหมายเลขวิ่ง (BIB) ในวันและเวลาที่กำหนดเท่านั้น มิเช่นนั้น จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ !! ไม่สามารถร่วมวิ่ง ขอเงินคืน และรับหมายเลขวิ่งรวมทั้งเสื้อ(ถ้ามี) ย้อนหลังทุกกรณี
(มาไม่ได้ มาไม่ทัน ให้มอบหมายผู้อื่นรับแทนตามกติกา)
หรือ
คลิกเลือก​ให้​จัดส่ง​ให้​ทางไปรษณีย์​ ในขั้นตอน​กรอก​สมัคร​เข้ามา​ (แจ้ง​แล้ว​ไม่สามารถ​เปลี่ยนแปลง)

เมื่อ​สมัคร​แล้ว​ กรุณา​จ่ายเงิน​ตาม​กำหนด​ และ​ต้อง​อัพรูป​สลิป​ส่ง​ใน​ระบบ​ตาม​ขั้นตอน​ให้​ครบถ้วน หาก​จ่ายเงิน​ แต่​ไม่ส่ง​สลิป​ ถือว่า​ท่าน​สละสิทธิ์ ไม่​สามารถ​ร่วม​กิจกรรม​ หรือ​ขอ​คืนเงิน​ ​ และ​งด​รับ​ของที่ระลึก​ทุก​กรณี​

นักวิ่งต้องมาถึงจุดปล่อยตัว Block Start ก่อนเวลาปล่อยตัว 45 นาที

หลังจากปล่อยตัว (Gun Time) แล้ว 20 นาที นักวิ่งที่มาสายจะไม่สามารถวิ่งออกจากเส้นชัยได้ทุกกรณี และถูกตัดสิทธิ์ (Disqualify) ไม่มีสิทธิ์รับเหรียญที่ระลึก

นักวิ่งต้องติดหมายเลขประจำตัว (BIB) สำหรับวิ่งทีไว้ที่หน้าอกเสื้อให้มองเห็นได้ชัดเจน

หากลืมนำ BIB มาร่วมงานหรือสูญหาย ไม่สามารถร่วมวิ่งได้ทุกกรณี และไม่สามารถขอเงินคืน หรือเรียกร้องใดๆ กับผู้จัดงาน

นักวิ่งที่เข้าเส้นชัย จะได้รับเหรียญที่ระลึกหลังเข้าเส้นชัย ซึ่งสามารถรับได้ในวันงานเท่านั้น ไม่สามารถขอรับภายหลังจากจบกิจกรรมไปแล้ว

หากนักวิ่ง วิ่งออกนอกเส้นทางที่ทางผู้จัดกำหนดหรือวิ่งไม่ครบตามระยะที่กำหนดไว้ ถือว่าถูกตัดสิทธิ์ (Disqualify) ไม่มีสิทธิ์รับเหรียญที่ระลึกทุกกรณี

กิจกรรมวิ่งนี้เป็นการวิ่งการกุศล​ จัดงาน​วิ่ง​ใน​ราคา​ประหยัด ผู้สมัคร​ทราบ​ความรับผิดชอบ​ขอ​ง​ตน​ และ​ยินดีเสี่ยงภัย​ ตาม​คำยินยอม​ทุกประการ​จึงลง​ชื่อสกุล​สมัคร​ด้วย​สมบูรณ์​

ทางผู้จัดได้เตรียมจุดบริการน้ำดื่ม จุดบริการห้องน้ำ จุดบริการปฐมพยาบาลสำหรับนักวิ่งทุกท่านตามความเหมาะสม

ตรวจสอบข้อมูลที่ใช้ในการสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน หากไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ถือว่าผิดกติกา ตัดสิทธิ์​รางวัลการแข่งขันทุกกรณี

คำตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

ถนนประชาสัมพันธ์

ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

จากสามแยกร่วมถนนช้างคลาน ไปถึง หน้าวัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนถนนประชาสัมพันธ์

สุสานช้างตลาน
ศาลเจ้าแม่ทับทิม
สำนักงานแขวงเม็งราย
ศูนย์ฝึกอบรมและควบคุมสัญญาณไฟจราจรด้วยระบบเอทีซี
ศูนย์รีไซเคิล (รับซื้อของเก่า) สมาคมชุมชนเม็งราย
โรงฆ่าสัตว์เทศบาลนครเชียงใหม่
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่
สวท.เชียงใหม่ AM 1476 KHz.
แฟลตการเคหะ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50100
โรงพยาบาลแม่และเด็กจังหวัดเชียงใหม่
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย
ศูนย์บริการแม่และเด็กจังหวัดเชียงใหม่

แผนที่ถนนประชาสัมพันธ์


ฤกษ์แต่งงาน ล้านนา 2564 วันมงคล วันเรียงหมอน

วันเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงานนี้เป็นเพียงวันเริ่มต้นในการเลือกวันจัดงานแต่งงานเท่านั้น

หากต้องการดูฤกษ์มงคลทางคู่บ่าวสาวต้องนำ วัน เดือน ปีเกิดไปให้หมอดูฤกษ์หรือซินแส หรือพระอาจารย์ที่เคารพ ในการเลือกวันที่เป็นมงคลสำหรับวันวิวาห์ของเรานะคะ

สำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนแต่งงานในปี 2564 ที่มีฤกษ์แต่งงานอยู่แล้วและคู่รักที่กำลังเข้ามาหาข้อมูลเพื่อดูวันดี วันที่เป็นมงคล รวมถึงวันที่เหมาะสมในการจัดงานแต่งงาน

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน มกราคม 2564

 

เสาร์ที่ 2 มกราคม 2564
พุธที่ 6 มกราคม 2564
ศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564
อังคารที่ 12 มกราคม 2564
พุธที่ 20 มกราคม 2564
เสาร์ที่ 23 มกราคม 2564
อังคารที่ 26 มกราคม 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน กุมภาพันธ์ 2564

 

จันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
ศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564
อาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564
พฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564
พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564
อาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564
พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน มีนาคม 2564

 

อังคารที่ 2 มีนาคม 2564
เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564
จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564
ศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2564
เสาร์ที่ 20 มีนาคม 2564
อังคารที่ 23 มีนาคม 2564
ศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน เมษายน 2564

 

พฤหัสบดีที่ 1 เมษายน 2564
จันทร์ที่ 5 เมษายน 2564
พุธที่ 7 เมษายน 2564
อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564
อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564
พุธที่ 21 เมษายน 2564
เสาร์ที่ 24 เมษายน 2564
ศุกร์ที่ 30 เมษายน 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน พฤษภาคม 2564

 

อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564
พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564
จันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564
อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564
ศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2564
จันทร์ที่ 24 พฤษภาคม 2564
อาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน มิถุนายน 2564

 

พฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2564
เสาร์ที่ 5 มิถุนายน 2564
พุธที่ 9 มิถุนายน 2564
พุธที่ 16 มิถุนายน 2564
เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564
อังคารที่ 22 มิถุนายน 2564
จันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน กรกฎาคม2564

 

ศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564
อาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2564
พฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2564
ศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2564
จันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2564
พฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2564
พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน สิงหาคม2564

 

อาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564
อังคารที่ 3 สิงหาคม 2564
เสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2564
อาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564
พุธที่ 18 สิงหาคม 2564
เสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2564
ศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2564
อังคารที่ 31 สิงหาคม 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน กันยายน2564

 

พฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2564
จันทร์ที่ 6 กันยายน 2564
จันทร์ที่ 13 กันยายน 2564
พฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564
อาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564
เสาร์ที่ 25 กันยายน 2564
พุธที่ 29 กันยายน 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน ตุลาคม2564

 

ศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2564
อังคารที่ 5 ตุลาคม 2564
พุธที่ 13 ตุลาคม 2564
เสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564
อังคารที่ 19 ตุลาคม 2564
จันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564
ศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2564
อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน พฤศจิกายน2564

 

พฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2564
พฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2564
อาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2564
พุธที่ 17 พฤศจิกายน 2564
อังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2564
เสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564
จันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564

วันหัวเรียงหมอน ฤกษ์แต่งงาน ธันวาคม2564

 

ศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564
เสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2564
อังคารที่ 14 ธันวาคม 2564
ศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564
พฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2564
จันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2564
พุธที่ 29 ธันวาคม 2564

วันดีวันเสีย ตำราล้านนาโบราณ

วันดีวันเสีย ที่ปรากฏในวรรณกรรมล้านนา

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่

ประวัติสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่

โครงการขยายงานวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ ไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2502 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สำหรับภาคเหนือ มีที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดลำปาง เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2503 เรียกชื่อสมัยนั้น ว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์เขตลำปาง

ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กองประชาสัมพันธ์เขตลำปาง” ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2505

ปี พ.ศ. 2518 ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งหนึ่งเป็น “ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 2 ลำปาง” ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ (ฉบับที่ 2) รับผิดชอบการบริหารงานประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด และ ต่อมา พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2529 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 3 ลำปาง” รับผิดชอบการบริหารงานประชาสัมพันธ์ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และ แม่ฮ่องสอน

สัญลักษณ์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์
และ ในปี พ.ศ. 2540 จากการแบ่งส่วนราชการตามพระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2540 จึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 ลำปาง” ล่าสุด สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 ลำปาง ได้ย้ายที่ทำการจากจังหวัดลำปาง ไปตั้งอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ และเปิดตัวเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2543 ในนาม ” สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่ ” จนถึงปัจจุบัน

ที่อยู่ : 49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100
โทรศัพท์ : 0-5328-3734-6
แฟกซ์ : 0-5328-3738
อีเมล์ : 0-5328-3738
เว็บไซต์ :
FACEBOOK : https://www.facebook.com/prd3cmi/

แผนที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่


ถนนห้วยแก้ว

ถนนห้วยแก้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ – ตำบลสุเทพและตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ถนนห้วยแก้ว ตั้งแต่แยกแจ่งหัวริน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปทางทิศตะวันตกมุ่งหน้าขึ้นดอยสุเทพ ถึงหน้าสวนรุกขชาติห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กับตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนถนนห้วยแก้ว

สวนสัตว์เชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา(วิทยาเขตภาคพายัพ)
สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองเชียงใหม่
กาดหน้ามอ
โครงการ มาลินพลาซ่า
บ้านธารแก้ว มหาวิทยาลัยพายัพ
วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่
กาดรินคำ
ศูนย์การค้าเมญ่า เชียงใหม่ไลฟ์สไตล์ชอปปิ้งเซ็นเตอร์
โครงการ Think Park
วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการ เชียงใหม่
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกาดสวนแก้ว
สำนักงานศึกษาธิการภาค15
กศน.ตำบลช้างเผือก
ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่
แจ่งหัวริน

แผนที่ถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่

ที่อยู่ : 122 ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์ : 053-892514
โทรสาร : 053-892623
อีเมล์ : [email protected]
เว็บไซต์ : http://pvlo-cmi.dld.go.th/webnew/index.php/th/

แผนที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่


สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. – 17.00 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่ สวยงามและอุดมสมบูรณ์ในสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี เต็มไปด้วยป่าไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้หายากในภาคเหนือ มีสถานที่และการเรียนรู้ศูนย์สัตว์ป่าทุกชนิดจากทั่วทุกมุมโลกนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นสวนสัตว์ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. – 17.00 น. มีสัตว์อยู่จำนวนมาก เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น ยีราฟ และยังมีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย ทูตจากประเทศจีน ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่มีโบราณสถานที่ชื่อว่าวัดกู่ดินขาวซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเวียงเจ็ดลิน และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ เช่น นกมาคอว์ นาก นกกระทุง และมีส่วนจัดแสดงเพนกวินและแมวน้ำ

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่

นอกจากนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่ยังเป็นที่ตั้งของ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ศูนย์แสดงพันธ์สัตว์น้ำครบวงจร ที่มีอุโมงค์น้ำความยาวกว่า 133 เมตร ซึ่งจัดว่ายาวที่สุดในโลก แบ่งเป็นอุโมงค์น้ำเค็ม 66.5 เมตร และอุโมงค์น้ำจืด 66.5 เมตร โดยเชียงใหม่ ซู อควาเรียมได้รวบรวมปลาน้ำจืดแห่งลุ่มแม่น้ำโขงและโลกใต้ทะเลด้วยกัน เพื่อให้ชีวิตน้อยใหญ่ได้อาศัยพึ่งพิง ปัจจุบัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ คือ นายวุฒิชัย ม่วงมัน

สวนสัตว์เชียงใหม่

ประวัติสวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นโดยนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง (Mr.Harold Mason Young) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ผู้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดน ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493 – 2496) โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่ตนเช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นของนาย กี นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2431 – 2508) และนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2437 – 2524) เป็นสถานที่เริ่มต้น โดยเริ่มเปิดเป็นสวนสัตว์เล็ก ๆ ของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495 โดยจ้างคนพื้นเมืองและชาวเขาจำนวนไม่มากนักช่วยดูแล

นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง (Mr.Harold Mason Young) มิชชันนารีชาวอเมริกัน

นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง เป็นบุตรของมิชชันนารีชาวอเมริกันเกิดที่รัฐฉาน ประเทศพม่าเคยทำงานในฐานะมิชชันนารีในรัฐฉาน ดินแดนของชาวไต ซึ่งอุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิดมาก่อน และเหตุผลที่ทำให้นายฮาโรลด์ ต้องเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหารและตำรวจชายแดนในประเทศไทย ก็คงเนื่องด้วยพันธะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีต่อรัฐบาลไทย ในการสนับสนุนทั้งทางด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ อย่างเต็มที่เพื่อร่วมกันต่อต้านคอมมิวนิสต์ตามสนธิสัญญาไทย – อเมริกัน 3 ฉบับ คือ

ความตกลงทางการศึกษาและวัฒนธรรม ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2493
ความตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2493
ความตกลงทางการช่วยเหลือทางทหาร ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2493
ผลปรากฏว่าหลังจากปี พ.ศ. 2493 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดส่ง คณะที่ปรึกษา อาสาสมัคร และกำลังสนับสนุนด้านต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก เฉพาะด้านทหารและตำรวจนั้น สหรัฐอเมริกาได้ส่งคณะที่ปรึกษาทางทหารมาประจำประเทศไทยในปี พ.ศ. 2493 ต่อมาขยายเป็นหน่วย JUSMAG เพื่อช่วยวางแผนการจัดกองพล การจัดกรมผสม จัดระบบ ส่งกำลังกองทัพบก ฯลฯ ขณะที่กองกำลังตำรวจขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ก็ได้รับการขยายกำลังออกไปอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ให้การสนับสนุน ผ่านทางบริษัทซี ซัปพลาย (Sea Supply Corporation) การเข้ามาทำงานในประเทศไทยในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหาร และตำรวจตระเวรชายแดนของนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง ก็คงอยู่ในบริษัททางการเมืองดังกล่าวนี้ด้วย

การสะสมสัตว์นานาชนิดของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ภายในบริเวณบ้านเวฬุวันที่ตนเช่าอยู่นั้น คงมี มากขึ้น ๆ และคงสร้างต้องอาศัยพื้นที่ในบริเวณบ้านเวฬุวันมากขึ้นคงทำให้พื้นที่อันสวยงามของบ้านเวฬุวัน เช่น สนามหญ้าหน้าบ้านถูกใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ไปโดยปริยาย

จากคำบอกเล่าของศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ ทายาทคนหนึ่งของ นาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ได้ขอให้นายฮาโรลด์ ผู้เช่าบ้านเวฬุวัน ย้ายสวนสัตว์ของเขาไปไว้ที่ ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของนาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ซึ่งอยู่เชิงดอยสุเทพเช่นกันซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ส่วน หนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่คงโดยเหตุที่นายฮาโรลด์เป็นชาวอเมริกัน ประชาชนของประเทศที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูงยิ่งของโลก เขาจึงติดต่อขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่โดยตรง จนได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเชิงดอยสุเทพประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายน พ.ศ. 2500 จนกระทั่งนายฮาโรลด์ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2518

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2520 สวนสัตว์จึงโอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา เนื่องนับถึงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2530 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีอายุครบ 10 ปีเต็ม ในรอบทศวรรษนั้น สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ขยายพื้นที่จากเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่อนุมัติให้นายฮาโรลด์ จัดตั้งสวนสัตว์ประมาณ 60 ไร่ ได้รับการขยายเป็น 130 ไร่

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรีให้ขยายพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ไร่ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสวนสัตว์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนหนึ่งโดยมี ศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ เป็นประธานดำเนินงานวางผังหลักกำหนดแนวทางพัฒนาสวนสัตว์เชียงใหม่

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งประเภทตำนาน จารึก และภาพถ่ายทางอากาศยืนยันชัดว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสัตว์เชียงใหม่คือส่วนหนึ่งของ เวียงเจ็ดลิน เวียงโบราณรูปวงกลมที่สร้างขึ้นในสมัยพญาสามฝั่งแกน กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ลำดับที่ 8 (พ.ศ. 1945 – 1984) ร่องรอยคูน้ำ คันดินบางส่วนก็ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันซากอิฐจำนวนไม่น้อย ยังคงปรากฏทั่วไปในบริเวณสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยเฉพาะบนเนินเนินเหนือที่เลี้ยงช้าง เป็นกองอิฐก้อนใหญ่มาก เป็นร่องรอยให้สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา (ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานวัดกู่ดินขาวในปัจจุบัน)

ที่อยู่ : เลขที่ 100 ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50200

เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. – 17.00 น.

เบอร์ติดต่อ : 053 -210374

เว็บไซต์ : http://www.chiangmaizoo.com

Facebook : สวนสัตว์เชียงใหม่ Chiang Mai Zoo

แผนที่สวนสัตว์เชียงใหม่