Home Blog Page 106

10 กันยายน 2560 ชมรมวิ่งลำพูน มินิมาราธอน #1 วิ่งสลากย้อม

“วิ่งสลากย้อม หนึ่งเดียวในโลก มินิมาราธอน #1”

เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายแก่ประชาชนทั่วไปให้เป็นที่นิยมแพร่หลาย เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำพูน ในงานประเพณี  “สลากย้อมลำพูน หนึ่งเดียวในโลก” 1 ปีมีแค่ครั้งเดียว และมีที่จังหวัดลำพูนที่เดียว

สลากย้อม เป็นประเพณีที่มีพื้นเพมาจาก “ชาวยอง” (กลุ่มชาติพันธุ์ลื้อจากสิบสองปันนา ก่อนจะอพยพมาอยู่ที่เมืองยองในพม่า และย้ายมาตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดลำพูนอีกทีหนึ่งเมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมีชาวยองอาศัยอยู่ในลำพูนกว่า 80%)
ที่มาของสลากย้อมเมืองลำพูน เกิดขึ้นที่จังหวัดลำพูน เมื่อมีประเพณีการทานสลากภัตรซึ่งเป็นการทำบุญประจำปีก่อนออกพรรษา คนล้านนามักจะจัดทานสลากภัตรที่ลำพูน ก็จะเริ่มที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 วัดต่างๆ ก็จะจัด แต่ก็อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละวัดไม่จำเป็นต้องจัดทุกปี
เดิมสลากย้อมเป็นการถวายทานเพื่อเป็นพุทธบูชาของหญิงสาว บางพื้นที่จำเพาะเจาะจงว่าต้องมีอายุ 20 ปีเท่านั้น ขณะที่บางพื้นที่ไม่จำเป็น ขอให้เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับอายุ 20 ปี (บวกลบ 2-3 ปี) แต่สิ่งที่เชื่อเหมือนกันก็คือ ต้องเป็นหญิงสาวที่ไม่แต่งงาน โดยเชื่อว่าการถวายสลากย้อมของหญิงสาวจะได้รับอานิสงฆ์ผลบุญอย่างสูงยิ่งเทียบเท่ากับการบวชของผู้ชาย
ขณะที่ของใช้ใส่เข้าไปในสลากย้อมก็คือ เครื่องใช้ของผู้หญิงทั้งหมดเช่น แว่น หวี แป้งทาหน้า เครื่องสำอางค์ สร้อยแหวนเงินทองใส่ไปหมด สิ่งของเหล่านี้เมื่อถูกพระรับทานไปแล้วเจ้าของก็จะขอบูชาคืน ส่วนอีกประเภทหนึ่งก็คือ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา คือเครื่องใช้ของสงฆ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ลักษณะพิเศษของสลากย้อม คือ จะต้องนำประวัติของผู้หญิงที่มาเป็นเจ้าภาพมาแต่งเป็นครรโลงเล่าตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้คนที่มาเที่ยวได้รับรู้ถึงประวัติของผู้ทานสลากย้อม ก็เหมือนกับการ เรียกขวัญ (ฮ้องขวัญ) พระนาคตามประเพณีล้านนาที่นำประวัติมาเล่าเป็นทำนองเทศน์ล้านนา เพื่อให้รู้ว่ากำลังจะทำความดีสละทุกอย่างเข้าร่วมพระพุทธศาสนา…


กำหนดการแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560  เวลา 04.00 – 09.00 น.
สถานที่จัดงาน : วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน
ประเภทการแข่งขัน : 1. มินิมาราธอน 10.5 กม. (Mini Marathon 10.5 km.) *(รับสมัครเพียง 800 คน)
2. วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กม. (Walk & Fun Run 5 km.) **(รับสมัครเพียง 200 คน)

ถ้วย เหรียญรางวัล ของที่ระลึกสำหรับนักวิ่งที่จะได้รับ :

  • ผู้สมัครประเภท ระยะทาง 10.5 กม. ที่แจ้งหลักฐานการชำระเงิน 800 คนแรก จะได้รับเสื้อกีฬาเนื้อผ้าอย่างดี ไปใส่คนละ 1 ตัว
  • ถ้วยรางวัลเกียรติยศ อันทรงเกียรติ สำหรับ Overall ชาย และ หญิง จำนวน 2 รางวัล
  • ผู้เข้าเส้นชัยทุกกลุ่มรุ่นอายุ ระยะทาง 5 กม และ 10.5 กม. อันดับ 1 – 5 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ
  • ผู้เข้าเส้นชัยประเภท ระยะทาง 10.5 กม. ได้รับเหรียญรางวัลทุกท่านที่ร่วมแข่งขัน*
  • ผู้เข้าเส้นชัยประเภท ระยะทาง 5 กม. ได้รับเหรียญรางวัลทุกท่านที่ร่วมแข่งขัน*
  • นักวิ่งทุกคนจะได้รับ อาหารเช้า น้ำดื่มบริการ ในวันแข่งขัน และของที่ระลึกมากมายหลายรายการ
*ตามกฎกติกาการแข่งขันสหพันธ์กรีฑาสมัครเล่นนานาชาติ (IAAF)


แบบเสื้อ :

รายละเอียดการแข่งขัน และค่าสมัคร : รับจำนวน 1,000 คนเท่านั้น

  • ประเภท ฟันรัน 5 กม. – ค่าสมัคร 100 บาท (ไม่มีเสื้อที่ระลึก)*หรือชำระเต็ม 300 บาทพร้อมรับเสื้อที่ระลึก แจ้งเจ้าหน้าที่ตอนส่งหลักฐานด้วยครับ
ชาย หญิง
– รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี – รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี
– รุ่นอายุ 16-40 ปี – รุ่นอายุ 16-40 ปี
– รุ่นอายุ 41 ปีขึ้นไป – รุ่นอายุ 41 ปีขึ้นไป
  • ประเภท มินิมาราธอน 10.5 กม. – ค่าสมัคร 300 บาท (800 คนเท่านั้นได้รับเสื้อที่ระลึก)
ชาย หญิง
– รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี – รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี
– รุ่นอายุ 20-29 ปี – รุ่นอายุ 20-29 ปี
– รุ่นอายุ 30-34 ปี – รุ่นอายุ 30-39 ปี
– รุ่นอายุ 35-39 ปี – รุ่นอายุ 40-49 ปี
– รุ่นอายุ 40-44 ปี – รุ่นอายุ 50-59 ปี
– รุ่นอายุ 45-49 ปี – รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป
– รุ่นอายุ 50-54 ปี
– รุ่นอายุ 55-59 ปี
– รุ่นอายุ 60-64 ปี
– รุ่นอายุ 65 ปีขึ้นไป

 

ช่องทางการสมัคร :

ธนาคารกสิกรไทย

           เลขที่บัญชี    024-8-89915-8

           ชื่อบัญชี วิ่งสลากย้อมชมรมวิ่งลำพูนโดยนาย วิชฌ์พล พรมสวัสดิ์ – สาขาลำพูน

  • หลังการสมัคร กรุณาแจ้งหลักฐานการโอนเงิน : พร้อมลำดับที่สมัคร และ ชื่อ – สกุล

– ได้ที่ LINE : @gls1814y (มี @ ด้วยนะคับ)
Line ID : Oakchuphong (คุณโอ๊ค)
Line ID : Gosol0417 (ช่างโก)

           – ได้ที่ Messenger, Facebook : ชมรมวิ่งลำพูน
           – ได้ที่ E-mail : [email protected]
[email protected]
           – ได้ที่ Tel & SMS :  080-857-1416 (คุณโอ๊ค)
089-839-8074 (ช่างโก)


กำหนดการวิ่งมินิมาราธอน : (วิ่งสลากย้อม #1)

สถานที่ : ลานหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน
*กรุณานำหลักฐานบัตรประชาชน หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ ยืนยันตัวตนในการรับ BIB ด้วยนะครับ

วันที่ 9 กันยายน 2560
(มีรถนำเที่ยวรอบเมืองลำพูน 2 รอบ สำหรับนักวิ่งและผู้ติดตาม)
13.00 น.     –    ลงทะเบียน รับ BIB และเสื้อการแข่งขัน
19.00 น.     –    ปิดรับ BIB และเสื้อวันที่ 10 กันยายน 2560
04.00 น.     –    ลงทะเบียน รับ BIB และเสื้อการแข่งขัน
        05.30 น.     –    ปิดรับลงทะเบียน
        06.00 น.     –    ปล่อยตัวนักวิ่ง ประเภท มินิมาราธอน 10.5 กม.
        06.10 น.     –    ปล่อยตัวนักวิ่ง ประเภท ฟันรัน 5 กม.
        08.00 น.     –    พิธีมอบถ้วยเกียรติยศ
        09.00 น.     –    ปิดกิจกรรม
*****************************************

แกงผักขี้หูด

แกงผักขี้หูด ผักขี้หูด ชื่อไม่น่ากินแต่ประโยชน์ล้ำ  ฝักและใบช่วยเจริญอาหาร ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ช่วยละลายนิ่ว  มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและ วิตามินซี

ผักขี้หูด เป็นผักพื้นบ้านพบมากทางภาคเหนือ ชอบอากาศเย็น มีฝักสีเขียวอ่อน เนื้อนุ่มคล้ายฟองน้ำ ฝักคอดเว้าเป็นข้อ ๆ ยาวตลอดทั้งฝัก ปลายแหลม จะกินแบบสดๆ หรือนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้ บ้างนำมาแกงใส่ปลา กบ หรือใส่ไข่แมงมัน ก็อร่อยดี มีประโยชน์

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

ผักขี้หูด

น้ำ 2 ½ ถ้วย

เนื้อ / เนื้อหมู กระดูกหมู / ปลาแห้ง

ส่วนผสมพริกแกง

พริกชี้ฟ้าแห้ง 5 – 6 เม็ด / หอมแดง 5 หัว / กระเทียมไทย 6 กลีบ / ข่า 3 แว่น / ตะไคร้ซอย 1 ต้น / เกลือป่น ½ ช้อนชา / กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ

 

ขั้นตอนการทำ

1. ตั้งหม้อใส่น้ำประมาณ 2 ถ้วยแกง

2. ตำพริกแกง 6-7 เม็ด กระเทียมไทย 3-4 กลีบ เกลือสมุทรเล็กน้อย โขลกให้พอแหลก ใส่กระปิแกง 1 ช้อนชา โขลกให้เข้ากันดี ตักใส่หม้อแกงที่เดือดแล้ว พร้อมใส่ เนื้อ / เนื้อหมู กระดูกหมู / ปลาแห้ง ตามลงไป

3. ใส่ผักขี้หูด ลงไป ปิดไฟ ตักใส่ชาม พร้อมซดน้ำแกงร้อนๆ กับผักขี้หูดเต็มคำ

พริกจะเผ็ดน้อยลงถ้าแกงกับผักขี้หูด จึงต้องใส่พริกเพิ่มจากปกติ เพราะผักขี้หูดทำให้รสเผ็ดของพริกจืดลง แต่ถ้าใครไม่ทานเผ็ดไม่ต้องใส่หลายเม็ดก็ได้จะได้ซดน้ำสบาย ๆ

เมื่อนำผักขี้หูดใส่ลงไปแล้ว อย่าตั้งนานเกินไป เพราะผักขี้หูดสุกง่าย ไม่งั้นผักขี้หูดจะเปื่อย ได้แกงผักขี้หูดมาลิ้มรส น้ำแกงเผ็ดแต่กลมกล่อม ผักขี้หูดรสหวานดูหน้าตาน่าทานที่สุด

[iggetimage type=”tags” tag=”%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%94″ limit=”10″]


อาหารพื้นบ้านล้านนา อาหารเหนือ หรือ อาหารล้านนา มีอยู่มากมายหลายชนิด อาหารบางอย่างมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน มีพืชผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์เป็นส่วนประกอบ มีลักษณะการกินที่เป็นเอกลักษณ์

เว็บไซต์ at-chiangmai.com รวบรวมรายการอาหารมาให้คุณได้ทดลองทำ หรือปรุงอาหารเอง หรือ อาหารที่แปลกหน้าแปลกตา ที่นับวันอาจจะมีคนรู้จักน้อยลงไปทุกที หรือหาทานยาก ให้ได้กลับเป็นอาหารที่ชื่นชอบของผู้คนทุกหมู่เหล่าที่อยากรู้จัก วัฒนธรรมการกินของคนเหนือ คนล้านนามากขึ้น

นิทานล้านนา เรื่อง ควายลุงคำ

ลุงคำอยู่บ้านนอก ไม่เคยไปติดต่อธุระการงานกับทางอำเภอเลย ดังนั้นเรื่องราวหรือวิธีปฏิบัติที่ทางอำเภอได้กระทำไปอย่างไรแกจึงไม่เข้าใจ แต่แก่เป็นคนที่สนใจ เอาใจใส่สอบถามเขาอยู่เสมอ

ครั้งหนึ่ง ลุงคำมีกิจธุระจะเป็นต้องไปติดต่อกับทางอำเภอ เนื่องจากแกมีควายสองตัว เมื่อควายโตแล้วจะต้องนำไปทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณ เพื่อแสดงกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ

แกตื่นแต่เช้า ห่อข้าวและจูงควายทั้งสองไปยังที่ทำการอำเภอ เพราะการนำควายไปแต่เช้าควายไม่เหนื่อย ควายทั้งคู่นี้ ตัวหนึ่งเขาบี้ ( คือเขาเกกเกตกลงข้างล่าง ) เป็นตัวผู้ อีกตัวหนึ่งเป็นตัวเมีย เขากิ ( เขาสั้นไม่โง้ง )

เมื่อถึงเวลา เจ้าหน้าที่ทางอำเภอก็มาตรวจขวัญและกรอกลงในแบบพิมพ์ เสร็จแล้วจึงมอบตัวพิมพ์รูปพรรณนั้นให้แก่ลุงคำไป ลุงคำรับตั๋วพิมพ์มายืนอ่านดูหลายเที่ยว

ป้ามาเมียลุงคำยืนดูอยู่จึงขอดูตั๋วพิมพ์นั้นบ้าง พอดูรูปในตั๋วพิมพ์กับดูควายของแกแล้ว ป้ามาร้องออกมาดัง ๆ ว่า

‘’ ป้อละอ่อนเหย มันท่าจะบ่าใจ้ควายเฮาเหียแล้ว ” ( พ่ออีหนู มันคงจะไม่ใช่ควายของเราเสียแล้ว )

ลุงคำสงสัยรีบถามออกไปว่า ‘’ มันเป๋นจะใดแม่ละอ่อน ” ( มันเป็นอย่างไรรึแม่อีหนู )

ลุงคำสงสัยรีบถามออกไปว่า ‘’ มันเป๋นจะใดแม่ละอ่อน ” ( มันเป็นอย่างไรรึแม่อีหนู )

ป้ามา รีบบอก ‘’ ควายเฮาเขาบี้กับเขากิลู่ ควายในฮูปเขาว้องตึงมวน ” ( ควายของเราเขาเกกกับเขาสั้นนี่ ดูควายในรูปซิ เขาโง้งทั้งสองตัว )

ลุงคำ พิจารณาดูรีบตอบว่า ‘’ เอ่อ แต้ ๆ ข้าจะไปหาเสมียนก่อน ‘’ ( เออ จริง ๆ ซิ ฉันจะต้องไปถามเจ้าหน้าที่ก่อน แกรีบเดินไปหาเจ้าหน้าที่ทันที

พอไปถึงแกรีบบอกพนักงานตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ครั้นจะออกเป็นภาษาพื้นเมืองก็เกรงว่าเสมียนจะไม่เข้าใจ จึงพูดภาษากลางว่า

‘’ คุณ คุณ ซวาย ( ควาย ) ของผมเขาบี้กะเขากิ แต่นี่มันเขาว้องนี่ครับ ”

เสมียนเมื่อได้ยินคำตอบบอกดังนั้น จึงค่อย ๆ กระซิบว่า ‘’ ลุง เบา ๆ หน่อยอย่าพูดดัง คนอื่นจะได้ยิน ‘’

ลุงคำคิดว่าตนได้ทีจึงตอบดัง ๆ ว่า

‘’ จะเบาจะใด ควายเขากิเป็นเขาว้อง มันตึงเบาบ่าได้ มันบ่าใจ่ลู่ ‘’ ( จะให้พูดเบา ๆได้ อย่างไรควายเขาสั้นมาทำตั๋วเป็นเขาโง้งนี่ ไม่ย่อมละเพราะมันไม่ใช่นี่ )

ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้

จากเนื้อเรื่อง เป็นเรื่องที่เล่าสู่กันฟังเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

คติ

‘’ หลวกชื่อใบ้ชี่อง่าว ‘’
( เล่าโดย นายเสา เขียวมั่ง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ .)
เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ “ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน”


นิทาน เรื่องเล่า คติเตือนใจ นิทานล้านนา นิทานประจำท้องถิ่น ภาคเหนือ สามารถเข้ามาอ่านดูเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจได้ที่นี่

เว็บไซต์ at-chiangmai.com เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับล้านนาและเชียงใหม่

CMU BIKE CHALLENGE 2560 ปั่นจักรยานการกุศลเพื่อน้อง ม.ช.

ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมปั่นจักรยานงาน CMU Bike Challenge 2560 รายการ ปั่นจักรยานการกุศลเพื่อน้อง ม.ช. ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 จัดโดย : สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

————————
วัตถุประสงค์ :
เพื่อขอรับบริจาคเงินโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น จาก ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้ปกครองนักศึกษา และ ผู้ใจบุญทุกท่าน เพื่อนำมาจัดสรรค์เป็นทุนฯให้นักศึกษาปัจจุบันของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทุกคณะ ที่ต้องประสบปัญหาต้องออกจากการเรียนกลางคันเนื่องจากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถมีทุนเรียนจนจบการศึกษาได้
——————-
วิธีการสมัคร :
1. สมัครผ่านทางเวปไซด์ Thaimtb.com หน้าลงทะเบียนงานปั่น
link : https://event.thaimtb.com/event.php?e=162
2. สมัครได้โดยตรง ณ.ที่ทำการสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร 053 216227 และ 053 944632
————————————-
กำหนดการ :
– วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 เริ่มปั่นเวลา 06.30 น. บริเวณลานต้นสัก ศาลาธรรม หน้ามหาวิทยาลัยฯ
– วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12.00 – 18.00 น. รับลงทะเบียน, รับริสแบน, เสื้อและเหรียญที่ระลึก ณ.ศาลาอ่างแก้ว บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยฯ
——————
สถานที่ :
ณ.บริเวณลานต้นสัก ศาลาธรรม หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่


——————
เส้นทางการปั่นจักรยาน CMU Bike Challenge 2560
กลุ่ม A : เส้นทาง “ผ่อวิวดอย” ระยะทาง 6.8 กิโลเมตร ใช้เส้นทางภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อให้นักจักรยานทั้งมือเก่าและมือใหม่ได้ชื่นชมกับทัศนียภาพอันสวยงามของบริเวณมหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าได้พาครอบครัวมาปั่นจักรยานย้อนรำลึกถึงความหลัง
กลุ่ม B : เส้นทาง “กอยยอดเขา” ระยะทาง 41 กิโลเมตร เส้นทางจักรยานสุดคลาสิคของจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางจากหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปตามถนนห้วยแก้ว มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ผ่านคูเมืองเก่า ผ่านประตูท่าแพ สัญญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่มีอายุกว่า 700 ปี ปั่นวนรอบคูเมืองเชียงใหม่ ผ่านหน้าคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลี้ยวขึ้นถนนคันคลองชลประทาน ไปยังจุดพักกลางทางที่บริเวณที่จอดรถของ “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” แล้ววนกลับตามเส้นทางเลียบดอยสุเทพ กลับมาเข้าประตูด้านหลังของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แลัวไปสิ้นสุดที่จุดสตาร์ท ที่ลานต้นสักข้างศาลาธรรม
———————
อัตราค่าร่วมกิจกรรม (เงินบริจาค)
1. บริจาค 200 บาท รับริสแบนกำไลข้อมือ “CMU Bike Challenge 2560” เป็นที่ระลึก
2. บริจาค 600 บาท รับเสื้อจักรยาน หรือเสื้อโปโล “CMU Bike Challenge 2560” เป็นที่ระลึก (ส่งถึงบ้าน เพิ่ม 50 บาท)
3. บริจาค 700 บาท รับเสื้อจักรยานหรือโปโลและเหรียญที่ระลึก “CMU Bike Challenge 2560” (ส่งถึงบ้าน เพิ่ม 50 บาท)
4. ท่านสามารถร่วมบริจาคเพิ่มเติมได้ตามจิตศรัทธา พร้อมรับใบประกาศเกียร์ติคุณ “CMU Bike Challenge 2560”
———————
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่, อ.เมือง จ.เชียงใหม่
โทร 053 216-227 และ 053 944-632
ติดต่อ : คุณมณฑาทิพย์ รัชอำนวยวงษ์ หรือ คุณฐาปนา พิชัยพรหม
———————
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://event.thaimtb.com/event.php?e=162

Chiangmai Tri Rush “จุ่มแล้วแจ้น”

🏁 Chiang Mai Tri Rush จุ่มแล้วแจ้น

Triathlon 🏊🏻‍♀️ 🚴🏻‍♀️ 🏃🏻 / Duathlon 🚴🏻‍♀️ 🏃🏻

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม 2560 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

——————- 💰 DUATHLON 💰 ——————-
ประเภทเดี่ยว 500 บาท
https://goodieboxsports.wufoo.eu/forms/z1fr02p006uyg4p/
______________________________________________________________________
ประเภททีม 900 บาท
https://goodieboxsports.wufoo.eu/forms/z1ewrg8o1jyaum8/

——————- 💰 TRITHLON 💰 ——————-
ประเภทเดี่ยว 700 บาท
https://goodieboxsports.wufoo.eu/forms/z164zv540dea511/
______________________________________________________________________
ประเภททีม 2 คน 1,200 บาท
https://goodieboxsports.wufoo.eu/forms/zmajlze0ulww0d/
______________________________________________________________________
ประเภททีม 3 คน 1,500 บาท
https://goodieboxsports.wufoo.eu/forms/z17ci2if075sno6/
______________________________________________________________________

** สิทธิพิเศษ สำหรับน้องๆ เยาวชน นักเรียน/นักศึกษา อายุไม่เกิน 20 ปี
ได้รับเงินคืนค่าสมัคร 200 บาท เพียงนำบัตรนักเรียน/นักศึกษามาแสดงและรับเงินคืนหน้างานเท่านั้น **
📞 More infomation : 061 346 3891

📌 CM Multisports : https://www.facebook.com/CM-Multisports-183779515420697/

Thailand Cycling Tour Challenge : Chiang rai Race

มหกรรมการแข่งขันจักรยาน Thailand Cycling Tour Challenge ถูกจัดขึ้นโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Tourism Authority of Thailand) เปิดประสบการณ์เส้นทางปั่นจักรยานสุดท้าทายในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมให้คุณประลองความแข็งแกร่งและท้าทายความสามารถของคุณ!

สนามที่สอง เส้นทางจังหวัดเชียงราย จัดแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2560
ระยะทาง 120 กิโลเมตร และระยะทาง 69 กิโลเมตร

วันที่รับสมัคร :
เปิดรับสมัครในวันพฤหัสบดีที่ 10 – 30 สิงหาคม 2560 หรือจนกว่าจะเต็ม
ช่องทางการสมัคร : Gotorace.com , ThaiMTB.com
จำนวน : 1,000 คน
ค่าสมัคร : 900 บาททุกคลาส

จุด Start / Finish ไร่บุญรอด สิงห์ปาร์ค
การแข่งขันจักรยานประเภท
• จักรยานเสือหมอบ Road Bike
• จักรยานเสือภูเขา Mountain Bike (หน้ายางไม่ต่ำกว่า 1.95 นิ้ว) *เฉพาะเส้นทางปั่นระยะใกล้

Class A : ประเภทนักปั่นชาย ระยะไกล ประเภทจักรยานเสือหมอบ (Road Bike)
แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ระยะทาง 120 กิโลเมตร
A1 : รุ่น Open ชาย
A2 : รุ่นเยาวชนชาย ไม่เกิน 18 ปี
A3 : รุ่นนักปั่นชาย 35 ปี ขึ้นไป
Class B : ประเภทนักปั่นหญิง ระยะไกล ประเภทจักรยานเสือหมอบ (Road Bike)
แบ่งออกเป็น 1 รุ่น ระยะทาง 120 กิโลเมตร
B1 : รุ่น Open หญิง

Class C : ประเภทนักปั่นชาย ระยะใกล้ ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike) และเสือภูเขา(Mountain Bike)
แบ่งออกเป็น 12 รุ่น ระยะทาง 69 กิโลเมตร
C1: รุ่น Open ชาย ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
C2 : รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 18 ปี ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
C3 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 30-39 ปี ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
C4 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 40-49 ปี ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
C5 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 50-59 ปี ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
C6 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 60 ปีขึ้นไป ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
C7 : รุ่น Open ชาย ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
C8 : รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 18 ปี ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
C9 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 30-39 ปี ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
C10 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 40-49 ปี ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
C11 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 50-59 ปี ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
C12 : รุ่นนักปั่นชาย อายุ 60 ปีขึ้นไป ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)

Class D : ประเภทนักปั่นหญิง ระยะใกล้ ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike) และเสือภูเขา(Mountain Bike)
แบ่งออกเป็น 12 รุ่น ระยะทาง 69 กิโลเมตร
D1 : รุ่น Open หญิง ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
D2 : รุ่นเยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 18 ปี ประเภทจักรยานเสือหมอบ(Road Bike)
D3 : รุ่น Open หญิง ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
D4 : รุ่นเยาวชนหญิง ประเภทจักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)

สิ่งที่จะได้รับ
BIB ที่ใช้ในการแข่งขันพร้อม Chip จับเวลา
เสื้อ Jersey ของที่ระลึกประจำการแข่งขัน
เหรียญรางวัล
ถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ 5 อันดับ
• ประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม
• อาหารและเครื่องดื่มในบริเวณงาน
• น้ำดื่มประจำจุดระหว่างเส้นทางปั่น
** เงินค่าสมัครทุกๆ 100 บาท ร่วมสมทบทุนบริจาคเพื่อซื้อจักรยานให้เยาวชนในสถาบันการศึกษาในพื้นที่

กำหนดการวันรับอุปกรณ์การปั่น Expo day
นักปั่นสามารถมารับอุปกรณ์การปั่นได้ใน วันที่ 16-17 กันยายน 2560 ณ ไร่บุญรอด สิงห์ปาร์ค บริเวณบ้านแดง
วันที่ 16 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น.
วันที่ 17 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 05.00-06.30 น.

กฎกติกาการแข่งขัน
1. รถจักรยานประเภทเสือหมอบ(Road Bike) ขนาดล้อ 700 C เท่านั้น ไม่อนุญาตรถไทม์ไทรอัล
2. รถจักรยานเสือภูเขา (Mountain Bike) หน้ายางไม่ต่ำกว่า 1.95 นิ้ว
3. การแข่งขันจะยึดกติกาการแข่งขันจักรยานของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) และสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับระเบียบการแข่งขัน Thailand Cycling Tour Challenge ฉบับนี้
4. ผู้เข้าร่วมจะต้องสวมหมวกกันกระแทกสำหรับจักรยานและรัดสายรัดให้เรียบร้อย ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน
5. ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องใช้จักรยานที่มีสภาพสมบูรณ์ มีระบบห้ามล้อ สามารถใช้งานได้ 100%
6. ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องมีป้ายหมายเลขติดอยู่ที่ตัว (ด้านหลัง) และหลักอาน
7. ผู้เข้าแข่งขันจะต้องติดระบบจับเวลาไว้ที่จักรยาน
8. ไม่อนุญาตให้ติดตั้ง แอร์โร่บาร์ลงการแข่งขัน
9. ไม่อนุญาติให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันต่างรุ่นการแข่งขันปั่น Draft กันในระหว่างการแข่งขัน
10. ไม่อนุญาติให้ Draft รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม
11. ไม่อนุญาติให้ทีมเซอร์วิส รถเซอร์วิสทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เข้าร่วมอยู่ในขบวน แต่สามารถเข้าเซอร์วิสได้ในจุดบริการที่ทางผู้จัด จัดให้เท่านั้น (Neutralization Zone) หากฝ่าฝืนทางกรรมการสามารถตัดสิทธิ์การแข่งขันได้ทันที
12. ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องผ่านจุด Check Point ตามที่กำหนด
13. ทีมผู้จัดมีรถเซอร์วิส คอยนำผู้เข้าร่วมแข่งขันขึ้นรถในกรณีที่ปั่นไม่ไหวและจะนำมาลงที่เส้นชัยเท่านั้น
14. ป้ายหมายเลขจะติดอยู่ที่หลังซ้ายขวา และ หลักอานเท่านั้น
15. ป้ายหมายเลขที่หลังจะใช้สำหรับรับถ้วยที่ระลึกและเหรียญรางวัล
16. เส้นทางระหว่างที่ขบวนจักรยานผ่านจะมีการอำนวยการจราจรให้ตลอดเส้นทาง แต่ไม่ได้ปิด 100% ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องปั่นด้วยความระมัดระวัง
17. ทางผู้จัดจะมีใบ Safety Check กรอกข้อมูลส่วนตัว และแปะไว้บนท่อบน (Top Tube) ของจักรยานเท่านั้น มีไว้เพื่อกรณีผู้เข้าร่วมแข่งขันหมดสติ และทีมเข้าช่วยเหลือจะได้ทราบข้อมูลเบื้องต้น
18. การตัดสินจะตัดสินจากภาพถ่าย, วีดีโอ และระบบการจับเวลา
19. ระหว่างการแข่งขันผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องไม่มีท่าทางหรือกริยาที่จะทำร้าย ผู้เข้าร่วมแข่งขันด้วยกัน ถ้ากรรมการมีดุลพินิจว่าจงใจหรือทำร้ายผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จะตัดสิทธิ์ทันที
20. หากมีการประท้วงผลการแข่งขัน กรรมการจะให้ตัดสินผลการแข่งขันจากภาพถ่าย และการวัดผลจากระบบจับเวลา พร้อมกรรมการบุคคล เป็นการตัดสินชี้ขาด โดยก่อนประท้วงต้องวางเงินมัดจำการประท้วง 1,000 บาท หากการประท้วงมีผลจะนำเงินมัดจำคืน
21. ผู้จัดการแข่งขันจะไม่รับผิดชอบความเสียหายต่อจักรยานของทางผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ในทุกกรณี
22. ผู้จัดการแข่งขัน ได้จัดทำประกันอุบัติเหตุ (กลุ่ม) รองรับการจัดกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ได้ลงทะเบียนตามกติกาของผู้จัดงานฯ
23. การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

10-14 สิงหาคม 2560 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่…”เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมสวนฟรี!”

10-14 สิงหาคม 2560 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่…”เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมสวนฟรี!” (โดยไม่เก็บค่าบัตรบำรุงสวน)…

ชมทุ่งดอกปทุมมาบานสะพรั่ง ยลโฉมความงามของกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ฟาแลน แวนด้า แอคโคเซ็นด้า และมอคคาร่า พร้อมร่วมเป็นจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ “99,999 ดอกดารารัตน์ ทำจากใจ ถวายพ่อหลวง” รวมทั้งเลือกซื้อ ผัก ผลไม้ปลอดภัยจากเกษตรกรบนพื้นที่สูงในตลาดเกษตรกร (Farmer’s Market) ที่จะยกขบวนกองทัพ “เงาะ พลับ อโวคาโด” สดจากดอยส่งตรงถึงผู้บริโภค พร้อมแพ็คเกจ “อุ่นไอรัก” ด้วยกระเช้า ผัก ผลไม้ที่ปลอดภัย มอบเป็นของขวัญสุดพิเศษแด่คนที่คุณรัก..ที่มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น..เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่อาคารจำหน่ายบัตร

10-14 ส.ค.นี้ อุทยานหลวงราชพฤกษ์


ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ข่าวสาร กิจกรรมท่องเที่ยวดี ๆ มีแนะนำที่นี่ อัพเดตทุก ๆ วัน At-chiangmai.com เว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราวต่างของเชียงใหม่และอาณาจักรล้านนา

3 กันยายนนี้ พบกับงาน 16 ปี “แด่คนช่างฝัน” จรัล มโนเพ็ชร

กลุ่มศิลปินล้านนาและนักดนตรีล้านนา ร่วมจัดงาน 16 ปี “แด่คนช่างฝัน” จรัล มโนเพ็ชร ในวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2560 ณ หอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น.

โดยกลุ่มศิลปินล้านนา และนักดนตรีล้านนา ได้ร่วมจัดกิจกรรมรำลึกฯขึ้นในทุกปีเพื่อเชิดชูศิลปินที่เป็นที่เคารพและเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเป็นครูเพลงที่สร้างสรรค์ผลงานให้แก่นักดนตรีอีกหลายท่าน
ภายในงานได้จัดแบ่งเป็น 2 ช่วง 2 เวทีดนตรี โดยจะเริ่มงานกันที่เวทีด้านนอกอาคาร ในเวลา 12.00 – 18.00 น. และ เวทีด้านในอาคาร เริ่มตั้งแต่ 18.00 – 21.00 น. มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ผลงานเพลง ร้านอาหารพื้นเมือง งานศิลปหัถกรรมล้านนา โดยผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

3 กันยายนนี้ พบกับงาน 16 ปี “แด่คนช่างฝัน” จรัล มโนเพ็ชร


ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ข่าวสาร กิจกรรมท่องเที่ยวดี ๆ มีแนะนำที่นี่ อัพเดตทุก ๆ วัน At-chiangmai.com เว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราวต่างของเชียงใหม่และอาณาจักรล้านนา

คนขี้คร้าน บ่มีของ คนจ๋องหอง บ่มีเปื้อน

คนขี้คร้าน บ่มีของ คนจ๋องหอง บ่มีเปื้อน คนบ่โล่งบ่ะเลื่อน ไปตางใดเปิ้นก็จังสลิด

คนที่มีนิสัยเกียจคร้านมักจะไม่มีสมบัติข้าวของ คนที่หยิ่งยะโสโอหังก็ไม่มีใครอยากจะอยากจะคบหาสมาคม คนที่ทำตัวไม่สนิทสนมกับเพื่อนบ้าน รังแต่จะมีคนเกลียดขี้หน้า

ชื่อเรื่อง : คำคมแห่งล้านนา (กำบ่ะเก่า)
ผู้แต่ง : เอื้องผึ้ง ระมิงค์พันธ์
ปีที่พิมพ์ : 2529
สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่
สำนักพิมพ์ : ปาตองธุรกิจโฆษณา
หนังสือคำคมแห่งล้านาเรียบเรียงโดย คุณเอื้องผึ้ง ระมิงค์พันธ์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับภาษาเมือง และแปลจากภาษาคำเมืองเป็นคำไทยเพื่อให้ผู้ที่ไม่เข้าใจคำเมืองได้รู้เรื่อง ซึ่งคุณอำนวย กลำฟัด. ได้รวบรวมคำเมืองเอาไว้มานานกว่ายี่สิบปี ผู้เรียบเรียงพยายามให้เกิดความสมบูรณ์มากที่สุด ภาษาคำเมืองบางคำใกล้จะเป็นภาษาที่ตาย ดังนั้นผู้แต่งหนังสือเกี่ยวกับคำเมืองหวังว่าอนาคตเด็กรุ่นใหม่จะเรียนรู้ และอนุรักษ์คำเมืองรวมถึงการสืบทอดวัฒนธรรมของการพูดเมืองสืบต่อกันไป

คนเฮาใหญ่แล้ว บ่ถ้าไผสอน จิ้งหีดแมงจอน ไผสอนมันเต้น

คนเฮาใหญ่แล้ว บ่ถ้าไผสอน จิ้งหีดแมงจอน ไผสอนมันเต้น

คนเราโตแล้วไม่ต้องให้ใครมาสั่งสอน เปรียบเหมือนจิ้งหรีดและแมงกระชอน ไม่มีใครสอนมันก็ยังรู้จักกระโดดได้

กล้วยตีบ ความเชื่อพื้นบ้านเกี่ยวกับพืชของคนล้านนา

กล้วยตีบ ความเชื่อพื้นบ้านของคนล้านนาเกี่ยวกับพืช กล้วยตีบพืชรักษาโรคริดสีดวงจมูก พืชที่มีความเชื่อทางด้านพิธีกรรมทำให้ผู้หญิงที่ตนรักใคร่มาชอบตนได้

กล้วยตีบ เป็นกล้วยชนิดหนึ่ง ลักษณะใบไม่กางออกเหมือนกล้วยชนิดอื่นผลคล้ายกล้วยหอม มีขนาดเล็กเท่ากล้วยไข่ ใบแห้งใช้มวนสมุนไพรสูบ เพื่อแก้โรคริดสีดวงจมูก

กล้วยตีบ เป็นลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ลำต้นเทียมสูง 3-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 20 ซม. สีเขียวไม่มีปื้นดำ กาบลำต้นด้านในสีเขียว ก้านใบสีเขียว สมัยก่อน จำได้ว่า “กล้วยตีบ” มีปลูกตามบ้านในชนบทมากมาย โดยปลูกแซมกับกล้วยชนิดต่างๆ แต่การปลูก “กล้วยตีบ” ในยุคนั้น ไม่ได้ปลูกเพื่อรับประทานผล จะปลูกติดสวนหรือปลูกติดบ้านไว้ใช้ ประโยชน์ทางสมุนไพรเท่านั้น เนื่องจากรสชาติของผลสุกไม่หวานอร่อยเหมือนกับกล้วยน้ำว้า หรือกล้วยหอมทั่วไป ผลมีขนาดเล็ก จึงนิยมปลูกไว้ทำยาอย่างเดียวตามที่กล่าวข้างต้น ซึ่ง ในปัจจุบัน “กล้วยตีบ” หายากมาก ส่วนใหญ่จะมีปลูกเฉพาะตามสวนสมุนไพรใหญ่ๆไม่กี่แห่ง จึงอยากรณรงค์ให้ช่วยกันปลูกอนุรักษ์ ก่อนที่ “กล้วยตีบ” จะสูญพันธุ์ไม่มีให้พบเห็นอีกในอนาคต

นอกจากนั้นใบของกล้วยตีบ ยังใช้ประกอบพิธีกรรมทำให้ผู้หญิงที่ตนรักใคร่มาชอบตนได้ โดยการนำใบดิบมาลงอักขระคาถา พร้อมทั้งใส่ชื่อของหญิงที่ต้องการให้มาหลงรัก จากนั้นจึงม้วนนำไปให้วัวกิน คนล้านนาเชื่อว่าจะทำให้หญิงสาวที่มีชื่อปรากฏในใบกล้วยนั้นหันมาหลงรักคนที่ทำ ถึงขนาดหลงใหล กระวนกระวายใจเมื่อไม่ได้พบเห็น

กล้วยตีบ เชื่อว่าเป็น กล้วยตานีป่า เพราะลักษณะทุกอย่างเหมือนกันมาก จัดอยู่ในกลุ่มที่เป็นพันธุ์แท้ของกล้วยตานี หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะพันธุ์ แท้อยู่มาก อยู่ในวงศ์ MUSACEAE ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ พบขึ้นตามป่าธรรมชาติทั่วไป พบมากทางภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลำต้นเทียมสูง 3-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 20 ซม. สีเขียวไม่มีปื้นดำ กาบลำต้นด้านในก็เป็นสีเขียว ก้านใบสีเขียว ก้านสั้นกว่าก้านใบกล้วย ตานีเยอะ และมักไม่มีร่อง สีของใบ มักจะเหลือง ใบสั้นและเล็กกว่าใบกล้วยตานี ที่สำคัญ “กล้วยตีบ” จะดูคล้ายต้นกล้วยใกล้จะตาย จะบำรุงอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น จะดูเหมือนกับต้นกล้วยโทรมๆตลอดเวลา

ดอก/ปลี ก้านช่อดอก หรือเครือเป็นสีเขียว ไม่มี ขน ใบประดับปลีค่อนข้างป้อมสั้น ปลายมน ด้านบนเป็นสีแดงอมม่วง มีนวล ด้านล่างสีแดงเข้มสดใส เมื่อใบประดับกางและจะม้วนงอ

ผล เครือหนึ่ง จะมีหวีเพียง 1-2 หวีเท่านั้น แต่ละหวีจะมีผลประมาณ 7-8 ผล ไม่เกิน 10 ผล ผลสุกเป็นสีเหลือง เช่นเดียวกับผลกล้วยตานี แต่ขนาดของผล “กล้วยตีบ” จะเล็กกว่าเยอะ รสชาติฝาดปนเย็น ไม่นิยมรับประทาน ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ พบขึ้นตามป่าธรรมชาติทั่วไป พบมากทางภาคเหนือ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สรรพคุณ:

ตำรายาโบราณ เอา ราก ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ
ใบสด กะจำนวนตามต้องการ ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคันตามผิวหนังได้
ใบตากแห้ง มวนยาสูบแก้ริดสีดวงจมูก
ใช้เหง้าผ่าเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 3×3 นิ้ว ย่างไฟให้ร้อนห่อด้วยผ้าประคบบริเวณที่ปวด โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะข้างเดียว
ใช้ต้นเผาไฟแล้วบีบเอาน้ำผสมน้ำนึ่งข้าวนำมาประคบแก้ปวดแขนปวดขา
ใช้ใบเข้าตำรับยา อยู่ไฟ ออกไฟ และใช้ปิดฝาหม้อต้มยาแก้ผิดเดือน(อาการเลือดลมไม่ปกติในสตรี)

รากกล้วยตีบ อยู่ในพิกัด ตรีอมฤต คือจำนวนตัวยาที่ไม่ตาย 3 อย่างคือ
รากมะกอก รากกล้วยตีบ รากกระดอม มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร

และอยู่ในตำรายาเหลืองปิดสมุทร ในบัญชียาหลักแห่งชาติ กลุ่มยาแก้ท้องเสีย
สูตรตำรับในผงยา 90 กรัม ประกอบด้วย
1. เหง้าขมิ้นชัน หนัก 30 กรัม
2. ชันย้อย ครั่ง สีเสียดเทศ เปลือกสีเสียดไทย ใบเทียน ใบทับทิม หัวแห้วหมู เหง้าขมิ้นอ้อย เปลือกเพกา รากกล้วยตีบ หัวกระเทียมคั่ว ดอกดีปลี หนักสิ่งละ 5 กรัม
บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้
น้ำกระสายยาที่ใช้
• ใช้น้ำเปลือกลูกทับทิมหรือเปลือกแคต้ม แทรกกับน้ำปูนใสเป็นน้ำกระสายยา สำหรับเด็กเล็กให้บดผสมกับน้ำกระสายยา ใช้รับประทานหรือกวาดก็ได้
• ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน

ตำรายากลางบ้าน
ยาแก้โรคบิด ผลกล้วยตีบดิบๆ นำมาปอกเปลือกออกแล้ว ฝนกับฝาละมีหม้อดิน ผสมกับเหล้า ใช้น้ำยารับประทาน ประมาณ 1 ถ้วยชา มีสรรพคุณแก้โรคบิดให้หายไปได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ
– พระครูรัตนานุรักษ์ วัดปงสนุกใต้ ลำปาง.
(กล้วยตีบ มีลักษณะคล้ายกล้วยตานี แต่ใบและลูกเป็นสีเหลืองๆ คล้ายต้นที่จะตาย เครือหนึ่งมีประมาณ 1- 2 หวี มีอยู่ตามชายเขาทางภาคเหนือ และที่อื่นๆ ทั่วไป)

ที่มา
http://eherb.hrdi.or.th/search_result_details.php?herbariumID=1126&name=-
http://www.doae.go.th/library/html/detail/banana/page81.html
http://textbook.samunpri.com/?p=157
http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/46235
http://goo.gl/uHlws
http://www.nlem.in.th/medicine/herbal/book#term-634
http://www.warin.ac.th/web/botany/PlantRegis.html
http://images.sbencha.multiply.multiplycontent.com/attachment/0/THULzgooCj0AABy-CKM1/all%20about%20Banana.pdf?key=sbencha:journal:14&nmid=360580602
http://piromwaroon.blogspot.com/2013/03/blog-post_2342.html

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า จังหวัดเชียงใหม่ ชม อัตลักษณ์ความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่าที่สวยงาม นิทรรศการ วิถีชีวิตชาติพันธุ์ การแสดงและการสาธิตที่หาชมได้ยากยิ่ง อาทิ เช่น การทอผ้ากี่เอว ของชาวกะเหรี่ยง การทำผลิตภัณฑ์เครื่องเงินม้ง  การสาธิตสอนทำอาหารเพื่อคนรักสุขภาพของชาวไตลื้อ ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงโชว์เต็น ลาวกระทบไม้ โดยชาวกะเหรี่ยง การฟ้อนลวงข่วงไตลื้อ  การฟ้อนระบำม้ง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย  ภายในงาน Lanna Expo 2017 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 02 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า จังหวัดเชียงใหม่

ส่งเสริมการท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมขน “วัดศรีสุพรรณ”

มาชนต้นแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ (Wat Srisuphan Model) พบกับการย้อนรอยอดีตอาณาจักรล้านนา แหล่งผลิตเครื่องเงินที่เป็นชุมชนวัฒนธรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของเมืองเชียงใหม่ มากกว่า 700 ปี การสัมผัส วิถีชีวิตภูมิปัญญาชาวบ้าน การจำหน่ายศิลปหัตถกรรมเครื่องเงิน กว่า 40 ร้านค้า นิทรรศการประวัติศาสตร์ย้อนรอยอารยธรรมล้านนา “วัดศรีสุพรรณ” การแสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และการผลิตพวงกุญแจดุนลายด้วยฝีมือตนเอง ภายในงาน Lanna Expo 2017 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 02 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

ชุมชนวัดศรีสุพรรณ At Lanna Expo 2017

ลานนา เอ็กซ์โป 2017

การจัดงาน Lanna Expo 2017″ ตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง”

ระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.- 2 ก.ค.2560 เวลา 10.00 – 20.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 21.00 น.

ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

มหกรรมแห่งความยิ่งใหญ่ ของงานแสดงสินค้าทางวัฒนธรรมจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1

ที่สุดแห่งความยิ่งใหญ่ ในมหกรรมส่งเสริมสินค้าทางวัฒนธรรมจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1(เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน) Lanna Expo 2017 “ตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง” ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายนถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฏาคม 2560 10 วันเต็ม ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. และพิเศษวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ขยายเวลาให้ชิม ชม ช้อปกันอย่างจุใจตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

ภายในงานท่านจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ตระการตา จากการแสดงของศิลปินสุดฮอต ขวัญในมหาชนและการแสดงสินค้าหั่ตถกรรมและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากโครงการหลวง ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นแหล่งพัฒนางานหัตถกรรมอันเลื่องชื่อของประเทศ ผ่านการนำเสนอในรูปแบบพาวิลเลี่ยนผลิตภัณฑ์ Master Piece อาทิ จังหวัดเชียงใหม่นำโรงงานฝึกทอผ้าพระราชทานซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2520 มาจำลองเพื่อสาธิตการทอผ้า และการปักผ้าและงานหัตถกรรมอื่นๆเช่น ชุดศิลาดล, ชุดเครื่องเงิน, ภาพแกะสลัก,ชุดเครื่องเขิน, ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเสนอผ้าทอขนแกะ ผลิตภัณฑ์จักสานและจังหวัดลำปาง นำเสนอชุดเซรามิค ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติน้ำแร่แจ้ซ้อน

Lanna Expo 2017 “ตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง” ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายนถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฏาคม 2560 มหกรรมแห่งความยิ่งใหญ่ ของงานแสดงสินค้าทางวัฒนธรรมจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ที่คุณไม่ควรพลาด

วัดกำแพงใหม่ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง

วัดกำแพงใหม่ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง

ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา​ เชียงใหม่

ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

456 หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300

ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 หรือ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เชียงใหม่ เป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นศูนย์ประชุมที่มีขนาดใหญ่สุดนอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งอยู่บนที่ดิน 326 ไร่ ณ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่บริเวณทิศใต้ของสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ในระยะเริ่มแรกอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต่อมาได้โอนมาอยู่ภายใต้ความดูแลของสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)

ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้าที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวมทั้งหมด 326 ไร่ มีความพร้อมในการรองรับการประชุมสัมมนาการจัดนิทรรศการและงานแสดงสินค้า ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 60,000 ตารางเมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการที่ครบครันทันสมัย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของธุรกิจไมซ์และการเปิดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือประชาคมอาเซียน

” OVERVIEW OF THE CONVENTION AND EXHIBITION “

โถงนิทรรศการ 1-3

โถงนิทรรศการ 1-3 เป็นอาคารจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ สามารถจัดนิทรรศการ งานเลี้ยง งานสังสรร งานออกร้าน งานแฟร์ ที่มีประมาณผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก โดยมีขนาดต่างกันดังนี้

1. โถงนิทรรศการ 1 พื้นที่ 2835 ตร.ม. รองรับผู้ชม 2800 คน นิทรรศการ 150 บูท

2. โถงนิทรรศการ 2 พื้นที่ 2268 ตร.ม. รองรับผู้ชม 2200 คน นิทรรศการ 120 บูท

3. โถงนิทรรศการ 3 พื้นที่ 2835 ตร.ม. รองรับผู้ชม 2800 คน นิทรรศการ 150 บูท
โถงประชุมราชพฤกษ์ 1

เป็นอาคารโถงสำรับงานอีเว้นท์ งานประชุม นิทรรศการ หรือใช้สำหรับเจรจาธุรกิจ รวมทั้งมีห้องรับรอง VIP สำหรับงานประชุม สัมมนาระดับชาติ

โถงประชุมราชพฤกษ์ 1 สามารถรองรับการทำละครที่มีผู้ชม 1,600 ที่นั่ง หรือนิทรรศการระดับ 90 บูท

ห้องประชุม (29 ห้อง)

เป็นห้องประชุมหลายหลายขนาด ตั้งอยู่บนชั้นสองของ อาคารโถงประชุมราชพฤกษ์ มีห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ 2 ห้องชื่อว่า ลีลาวดี A และ B ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเป็นห้อง ขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้จะสามารถรองรับได้ 700 ที่นั่ง นอกจากนั้นยังมีห้องประชุมที่รองรับผู้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่ 30 – 90 ที่นั่งได้ โดยมีการตั้งชื่อห้องประชุมให้ได้บรรยากาศ ของล้านนาและดอกไม้ไทย เช่น ฝ้ายคำ กาสะลอง กระดังนา อินทนิน อังกาบ รักเร่ เฟื้องฟ้า กรันเกรา เป็นต้น

พื้นที่แสดงสินค้า อาคาร SME

SME HALL (Office) เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงสินค้าโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) อาคารแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนหลัก SME 1 เป็นส่วนการจัดแสดงสินค้ามีพื้นที่ 1980 ตร.ม. รองรับการแสดงสินค้าได้ 100 บูธ หรือจัดการประชุมหรือสัมมนาได้ถึง1,900 ที่นั่ง

SME 2 อาคารสำหรับพื้นที่สนับสนุนผู้เข้าร่วมงาน มีห้องต่างๆ ดังนี้ ห้องฝึกอบรม 4 ห้อง สำนักงานเช่า 17 ห้องห้องเจรจาธุรกิจ 20 ห้อง และพื้นที่แสดงสินค้า

ศูนย์อาหาร / ภัตตาคาร

เป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าของ อาคารโถงประชุมราชพฤกษ์ โดยที่พื้นที่ชั้นล่างเป็นศูนย์ อาหารรองรับ 600 คนในอาคารและ 600 คนนอกอาคารส่วนของภัตตาคารอยู่บริเวณชั้นสอง รองรับผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 1,000 คนโดยที่มีห้องรับประทานอาหารสำหรับแขกวีไอพี

ลานนิทรรศการกลางแจ้ง 1 -4

ลานนิทรรศการกลางแจ้ง เป็นลานนิทรรศการกลางแจ้ง มีพื้นที่อยู่รอบๆ อาคารโถงรับรอง ใช้รองรับการจัดงานเลี้ยง งานสังสรรค์ งานอีเว้น งานนิทรรศการกลางแจ้งต่างๆ โดยมีขนาดและพื้นที่ดังนี้

• ลานนิทรรศการกลางแจ้ง 1 ขนาด 1472 ตร.ม.

• ลานนิทรรศการกลางแจ้ง 2 ขนาด 2035 ตร.ม.

• ลานนิทรรศการกลางแจ้ง 2 ขนาด 2035 ตร.ม.

• ลานนิทรรศการกลางแจ้ง 2 ขนาด 2035 ตร.ม.

โถงประชุมราชพฤกษ์ 2

โถงประชุมราชพฤกษ์ 2 มีตกแต่งอย่างสวยงามด้วยรูปแบบไทยล้านนา โดยภายในมีการจำลองหอคำหลวงอันเป็นเอกลักษณ์ทางล้านนา พื้นที่ภายในหอคำหลวง และพื้นที่รอบบริเวณ รองรับ แขกระดับชาติ และงานเจรจาธุรกิจสำคัญๆ

ห้องลีลาวดี

เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารนิทรรศการ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นห้องประชุมขนาดกลางได้ สามารถรองรับได้ 700 ที่นั่ง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสัมมนาที่ทันสมัย