Homeเกี่ยวกับเชียงใหม่วัฒนธรรมประเพณีล้านนากินอ้อ พิธีกรรมตอกย้ำความมั่นใจ

กินอ้อ พิธีกรรมตอกย้ำความมั่นใจ

เสียงลำนำขับขานซอจากสาวบัวซอน จ้างซอเสียงใส และอ้ายบุญยืน จ้างซอหนุ่มขวัญใจสาวแก่แม่ม่าย

ในงานปอยหลวง งานบุญใหญ่ของหมู่บ้าน ผาม (ปะรำ) ที่ทำจากฝีมือหนุ่มสาวถูกสร้างขึ้นมาอย่างง่าย ๆ

ประดับตกแต่งด้วยกระดาษหลากสี เป็นริ้วรุ้งอันอ่อนพลิ้ว เพื่อเป็นเวทีประลองชั้นเชิงไหวพริบของจ้างซอ

หนุ่มสาว คำซอถูกกลั่นกรองออกมาจากใจด้วยปฏิภาณ เป็นถ้อยคำสำนวนดึงดูดใจ บางครั้งออดอ้อน ชวนเอ็นดูสงสาร ถ้อยคำถากถางอย่างน่าชิงชัง บางคราวเรียกเสียงหัวเราะ จนน้ำหู น้ำตาไหล หรืออาจทำให้น้ำใสจากตาหล่นแหมะได้

เรื่องราวนิทานพื้นบ้านชาวเวียงละกอนเรื่องหมาขนคำ หรือหมาทองคำ ถูกถ่ายทอดจากคณะละครซอ ของพ่อครูอินถาผู้เป็นหัวหน้าใหญ่ เป็นเรื่องราวประทับใจเหมือนมีมนตร์สะกดตรึงให้ผู้คนนั่งอยู่กับที่เพื่อรับ รู้ เรื่องราวของแม่หมาดำที่เจ้าของรังเกียจ จึงต้องไปอาศัยอยู่ในป่าที่ผาสามก้อน เกิดลูกมาเป็นผู้หญิง 2 คน ชื่อบัวแก้วและบัวตอง เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงลูกจนโตเป็นสาวสวย

วันหนึ่งเจ้าเมืองพาราณสี เสด็จประพาสป่ามาพบเข้าจึงนำทั้งสองสาวเข้าวังไปเป็นมเหสี ฝ่ายแม่หมาดำ

เมื่อลูกหายไปจึงทนทุกข์ทรมานจนเทวดาสงสารมาบอกเรื่องราวให้รับรู้ ด้วยความรักจึงเดินทางไปหาลูก เมื่อผู้เป็นพี่สาวบัวแก้วเห็นแม่หมานึกรังเกียจจึงให้ทหารไล่ทุบตีจนได้รับบาดเจ็บแสนสาหัส แม่หมาจึงไปหาผู้เป็นน้องสาว เมื่อบัวตองเห็นแม่ได้รับบาดเจ็บจึงสงสารนำมารักษาพยาบาล และอาศัยอยู่ด้วย จนกระทั่งแม่หมาแก่และตายไป ด้วยความเคารพจึงไปขอหีบจากเจ้าเมืองพาราณสี เพื่อใส่ ซากแม่หมาดำ แกล้งบอกไปว่าจะนำ หีบไปใส่เงินทอง ต่อมาหีบนั้นกลายเป็นเงินทองสิ่งมีค่ามากมาย นางบัวตองบอกแก่เจ้าเมือง ว่าตนได้เงินทองมาจากป่า เจ้าเมืองจึงให้นางไปนำเงินทองมาให้อีก เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนั้น นางจึงจนด้วยปัญญาไม่รู้จะหาเงินทอง มาจากไหน จึงเดินร้องไห้ในป่าแต่เพียงลำพัง ไปเจอผีตนหนึ่งซึ่งกำลังเป็นฝีที่หัวเข่า นางจึงวิ่งชนผีหมายให้ตนเองตาย ทำให้ฝีของผีตนนั้นแตกและหายเจ็บ ผีจึงบอกขุมทรัพย์ให้นาง นางจึงสร้างหอให้แม่ในป่า ที่เคยอยู่และทำทานไปให้แม่หมาดำ ส่วนนางบัวแก้วผู้พี่นึกอิจฉาน้องอยากมีทรัพย์สมบัติบ้าง จึงเข้าไปในป่า หมายจะไปเอาเงินทอง แต่ด้วยใจไม่บริสุทธิ์ นางไม่เคารพกราบไหว้เทวดาในป่าและไม่นึกถึงบุญคุณแม่หมา
ที่เลี้ยงดู จึงถูกผีสางในป่าฆ่าตาย

เสียงสะอื้นของผู้คนตอนแม่หมาถูกเฆี่ยนตีจากลูกสาว หรือเหตุการณ์เร้าใจในเรื่อง ผู้ถ่ายทอดอารมณ์ร่วมได้ดีคือ สาวน้อย บัวซอนผู้รับบทบัวตองน้องผู้กตัญญูนั่นเอง

บัวซอนและบุญยืนอาศัยอยู่กับพ่อครูอินถามาตั้งแต่เด็ก ด้วยเป็นเด็กกำพร้าทั้งคู่แม้จะมาจากต่างหมู่บ้าน ทั้งคู่เรียนจบแค่ชั้น ประถมสี่ ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ จึงติดสอยห้อยตามพ่อครูไปขับซอตามพื้นที่ใกล้ ๆ จากช่วยยกของ ซื้อกับข้าว ซักเสื้อผ้า ทำงานบ้านทุกอย่างให้พ่อครู จนกระทั่งเขยิบฐานะมาเป็นจ้างซอเอก ในค่ายของพ่อครูเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ด้วยการฝึกฝน เรียนรู้ จดจำและสังเกต ทั้งคู่มีความเชื่อว่าต่อไป ตนต้องมีฝีมือในการซอ ตั้งแต่เมื่ออายุย่างสิบขวบที่พ่อครูให้ทำพิธี กินอ้อ

กินอ้อ เป็นพิธีกรรมที่เกิดจากความเชื่อว่า ใครก็ตามที่ได้ผ่านพิธีกินอ้อแล้วจะทำให้ความจำดีขึ้น และเรียนหนังสือเก่ง

คำว่า อ้อ อ่องอ้อ เป็นคำที่หมายถึง สติปัญญา มันสมอง อีกความหมายหนึ่งหมายถึง ต้นไม้ที่ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้นแฉะ ลำต้น เป็นปล้องแข็ง ใบเรียวเหมือนต้นแขมหรือหญ้าคา มีดอกสีขาว เวลาบานจะเป็นปุยนุ่นแผ่กระจายสวยงาม แพร่พันธุ์และแตกกอ ได้ง่าย ตายยาก

จ้าง คือ ช่าง หมายถึง ผู้มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ เช่น จ้างซอ หมายถึงผู้มีความเชี่ยวชาญในการขับซอ ซึ่งเป็นศิลปะ พื้นบ้านอย่างหนึ่งของชาวล้านนา ในสมัยก่อนผู้ที่จะเป็นจ้างซอนอกจาก จะเสียงดีแล้วต้องเป็นคนฉลาดมีปฏิภาณไหวพริบ สามารถ ตอบโต้คารมกับจ้างซออีกฝ่ายหนึ่งได้ บุคคลที่จ้างซอ เคารพนับถือมากที่สุดคือพ่อครูหรือแม่ครู ผู้ที่อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ วิชาเกี่ยวกับซอ

ลูกศิษย์ของพ่อครูทุกคนต้องผ่านการกินอ้อ โดยพ่อครูจะนำต้นอ้อหลวงที่ขึ้นตามแม่น้ำนำมาตัดเป็นปล้องให้มีความยาว เท่ากับ 1 นิ้วมือของศิษย์ หรือประมาณ 5-6 นิ้ว เทน้ำผึ้งลงในขันหรือถ้วย จากนั้นพ่อครูจะร่ายคาถา เสกลงในน้ำผึ้ง เรียกว่ามนตร์น้ำผึ้ง กรอกน้ำผึ้งบรรจุในกระบอกอ้อ ให้ศิษย์ดื่มน้ำผึ้งจากกระบอกอ้อนั้น เมื่อดื่มน้ำผึ้งจนหมดแล้วพ่อครู จึงให้ลูกศิษย์บีบ หรือขบกระบอกอ้อจนแตกแล้วโยนทิ้งทางด้านหลังข้ามศีรษะไป

เครื่องที่ใช้ประกอบพิธีนอกจากมีน้ำผึ้งและอ้อเป็นอุปกรณ์สำคัญแล้ว ยังต้องมีดอกไม้ ธูปเทียน 8 คู่ และค่ายกครูจำนวน 36 บาท

พ่อครูอินถาบอกว่า การกินอ้อมีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน และผู้ที่เป็นจ้างซอจะต้องกินครบทั้งหมด ได้แก่

อ้อผญา กินเพื่อให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

อ้อมหาเสน่ห์ กินแล้วมีเสน่ห์ ถูกตาต้องใจผู้คนพบเห็น ทำให้มีอำนาจในตัวเอง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า

อ้ออำนาจ

อ้อจำ หรือ อ้ออาจิณจำ เมื่อกินแล้วทำให้มีความจำเป็นเลิศ ไม่หลงลืม

อ้อพูด หรือ อ้อเว้า เป็นเรื่องเกี่ยวกับวาทศิลป์ มีสำนวน คารมคมคาย พูดเก่ง พูดคล่อง ฟังแล้วชวนประทับใจ

ในวันนั้นบัวซอนและบุญยืนทำตามคำบอกของพ่อครูอย่างเคร่งครัด ดื่มน้ำผึ้งจนหมดเกลี้ยงหยดสุดท้าย พร้อมตั้งใจว่า ชีวิตนี้จะเอาดีทางการเป็นจ้างซออย่างพ่อครูให้ได้ รานั้นที่ทำพิธีก็ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่คิดว่าเมื่อตนผ่านพิธีกินอ้อแล้ว จะต้องเก่งและมีสติปัญญา จึงทุ่มเทเวลาที่มีให้กับการฝึกซ้อมจนในที่สุด นถิ่นนี้ไม่มีใครสู้จ้างซอเอก อย่างบัวซอนและบุญยืนได้เลย

นอกจากจ้างซออย่างบัวซอนและบุญยืนแล้ว ชาวบ้านยังนิยมนำลูกหลานที่เรียนหนังสือไม่เก่ง พามากินอ้อจำ และอ้อผญาจากพ่อครูเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงปี๋ใหม่เมืองในวันพญาวัน (วันที่ 15 เมษายน) หากไม่ใช่ในช่วง สงกรานต์จะทำพิธีในวัน พฤหัสบดี ซึ่งถือว่าเป็นวันครู พ่อแม่จะทำสวยดอกไม้ (กรวยดอกไม้) ธูปเทียนไปยังบ้านพ่อครู พิธีการก็จะทำเช่นเดียวกันกับการกินอ้อของจ้างซอลูกศิษย์พ่อครู

การกินอ้อเป็นการเสริมสร้างภูมิพลังทางด้านจิตใจให้มีความเชื่อมั่นในความสามารถด้านสติปัญญา และความสามารถในตนเอง มีครูผู้ให้กำลังใจอยู่กับตนเสมอ

มนุษย์มีศักยภาพในตนเองเพียงพอสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งงดงามได้มากมาย หากไม่ปิดกั้นความเชื่อมั่น ทางออกสู่ความ สำเร็จในชีวิต ดังนั้น การกินอ้อ พิธีกรรมตอกย้ำความมั่นใจ จึงอยู่คู่วิถีชีวิตผู้คนตลอดมา

อัพเดต งานทั่วไทย กิจกรรมทั่วไทย Event ทั่วไทย

REVIEW OVERVIEW

บทความยอดนิยม

อวยพรวันเกิด ภาษาเหนือ

คำอวยพรวันเกิด แบบกำเมือง ภาษาเหนือ ล้านนา สำหรับการอวยพรวันเกิดของคนเหนือ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ภาษาเหนืออยู่แล้ว ฟังไฟเราะ ใครทีเคยได้ยินมาจากปู่ย่าตายาย

ฟ้อนดาบ

กิจกรรมเชียงใหม่

THE RITUAL FESTIVAL 2026 – FIRE & SHADOW

THE RITUAL FESTIVAL 2026 - FIRE & SHADOW เทศกาล immersive experience ที่ดาราเทวี เชียงใหม่ วันที่ 24 ตุลาคม 2569 รวมกิจกรรมสุขภาวะ งานคราฟต์ เวิร์กชอป ศิลปะ อาหาร ดนตรี Sound Healing, Live DJ Set, Chef’s Table และการแสดงไฟในบรรยากาศ Fire & Shadow

สลากภัตวัดอุดมมงคล ต.แม่ข่า อ.ฝาง 2569

งานสลากภัตวัดอุดมมงคล ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จัดวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เชิญร่วมทำบุญสลากภัต เดินเที่ยวมหกรรมร้านค้า ร้านอาหาร และชมการแสดงดนตรีโสรญา มิวสิค พร้อมนักร้องและแดนเซอร์ในบรรยากาศงานวัดท้องถิ่น