<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การแสดงล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/การแสดงล้านนา/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Aug 2026 07:47:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>การแสดงล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/การแสดงล้านนา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-grammar-of-lanna-living-bodies-%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-Chiangmai.com Event News]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 07:46:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กิจกรรม เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[PKDC]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างฟ้อนล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[พิเชษฐ กลั่นชื่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อีเวนต์เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวหายยา]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=17254</guid>

					<description><![CDATA[<p>การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา จัดวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ พบกับ โครงการฟ้อนเม</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-grammar-of-lanna-living-bodies-%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="event-lead"><strong>ขอเชิญผู้สนใจร่วม การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา — ณ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่</strong></p>
<p class="event-intro">การแสดงนี้เป็นการนำเสนอศิลปะการแสดงล้านนา โดยช่างฟ้อนล้านนา 8 จังหวัด กำกับการแสดงโดยพิเชษฐ กลั่นชื่น ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะคนล่าสุด งานนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเชียงใหม่ที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังติดตามงานเชียงใหม่ในช่วงนี้</p>
<div class="event-summary">
<h2>ข้อมูลกิจกรรมโดยสรุป</h2>
<dl>
<dt><strong>ชื่องาน</strong></dt>
<dd>การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา</dd>
<dt><strong>วันจัดงาน</strong></dt>
<dd><time datetime="2026-08-22">22 สิงหาคม 2569</time></dd>
<dt><strong>เวลา</strong></dt>
<dd>ยังไม่มีการระบุเวลา</dd>
<dt><strong>สถานที่</strong></dt>
<dd>โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่</dd>
<dt><strong>ลักษณะกิจกรรม</strong></dt>
<dd>กิจกรรมทั่วไป</dd>
<dt><strong>ค่าเข้าร่วมงาน</strong></dt>
<dd>ยังไม่มีการระบุข้อมูลจากผู้จัดงาน</dd>
</dl>
</div>

<h2>กิจกรรมเชียงใหม่ การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน &#8216;Grammar of Lanna Living Bodies&#8217;</h2>
<p>โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PKDC Greater Chiang Mai และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภูมิใจนำเสนอ<br />
.<br />
การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา<br />
โดยช่างฟ้อนล้านนา 8 จังหวัด กำกับการแสดง โดยพิเชษฐ กลั่นชื่น ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะคนล่าสุด<br />
.<br />
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 14.00-15.30 น. ณ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่<br />
.<br />
ลงทะเบียนเข้าชมการแสดงได้ที่ https://forms.gle/iiQiFcNgqvtWS3on8<br />
.<br />
และร่วมการเสวนา ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา<br />
.<br />
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 10.30-12.00 น. ณ UNISERV มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
.<br />
ลงทะเบียนเข้าร่วมการเสวนาได้ที่ https://forms.gle/wYMW1g2C9WdvVKEy8<br />
.<br />
เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย<br />
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : อาจารย์อรช บุญ-หลง โทร. 0983505444 หรือ Line ID arachachaa<br />
*************************<br />
ฟ้อนแต่ละจังหวัดมี “ไวยากรณ์” ของตนเอง<br />
แม้ว่าฟ้อนเมืองจะถูกเรียกรวมว่าเป็น “ฟ้อนล้านนา” แต่การศึกษาภาคสนามแสดงให้เห็นว่า แต่ละพื้นที่มีโครงสร้างการเคลื่อนไหว หรือ “ไวยากรณ์ของร่างกาย” ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน<br />
จังหวัดหนึ่งอาจเน้นการจัดสมดุลของน้ำหนัก อีกจังหวัดเน้นการเชื่อมต่อของลมหายใจกับจังหวะดนตรี บางพื้นที่ให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ ขณะที่บางแห่งรักษาร่องรอยของศิลปะการต่อสู้ไว้ในลีลาการฟ้อน เช่น<br />
* น่าน → สมดุล น้ำหนัก<br />
* แพร่ → การจัดพื้นที่<br />
* ลำปาง → การเชื่อมแม่ท่า<br />
* เชียงใหม่ → ความละเอียดของมือ<br />
* แม่ฮ่องสอน → พลังจากการต่อสู้<br />
* เชียงราย → ความหลากหลายชาติพันธุ์<br />
ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบทางศิลปะ แต่สะท้อนภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ภาษา และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่<br />
ดังนั้น สิ่งที่เรียกว่า “ฟ้อนล้านนา” จึงไม่ใช่รูปแบบเดียว หากแต่เป็นเครือข่ายของไวยากรณ์การเคลื่อนไหวที่หลากหลาย ซึ่งร่วมกันสร้างอัตลักษณ์ของภูมิภาค<br />
การศึกษาฟ้อนจึงไม่ควรตั้งคำถามว่า “ท่าที่ถูกต้องคืออะไร” แต่ควรถามว่า<br />
“ร่างกายแต่ละชุมชนสร้างความหมายผ่านการเคลื่อนไหวอย่างไร”ฟ้อนเมืองไม่ใช่มรดกที่รอการอนุรักษ์ แต่คือระบบความรู้ที่ต้องได้รับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง<br />
*************************<br />
ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา พวกเราได้ทำงานร่วมกับศิลปินจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเรียนรู้ รวบรวม และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะการฟ้อนในบริบทของวัฒนธรรมท้องถิ่น งานที่ผ่านมามุ่งเน้นการทำความเข้าใจรากฐาน ความทรงจำ และภูมิปัญญาที่สั่งสมอยู่ในร่างกายของครูและศิลปินผู้สืบทอด<br />
.<br />
แต่การนำเสนอในเดือนสิงหาคมนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่แตกต่างออกไป<br />
.<br />
ผู้ชมจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคนในแวดวงศิลปะหรือวัฒนธรรม หากแต่เปิดกว้างสู่สาธารณะ และจะมีการประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง เพื่อให้ผู้คนจากหลากหลายพื้นเพได้เข้ามาพบกับสิ่งที่เรากำลังทำ นั่นหมายความว่า งานครั้งนี้ไม่ใช่การแสดงเพื่อบอกเล่าหรืออนุรักษ์วัฒนธรรมในความหมายเดิม หากเป็นการตั้งคำถามว่า วัฒนธรรมจะสามารถเดินทางไปสู่ผู้คนในยุคปัจจุบัน และพัฒนาต่อไปในอนาคตได้อย่างไร<br />
.<br />
นี่คือความท้าทายร่วมกันของศิลปินทั้ง 8 จังหวัด และของศิลปะการฟ้อนล้านนาโดยรวม เพราะสิ่งที่เรากำลังนำเสนอ ไม่ใช่เพียงรูปแบบของการฟ้อน แต่คือวิธีคิด ความสัมพันธ์ และคุณค่าที่ศิลปะล้านนาสามารถมอบให้กับสังคมร่วมสมัย<br />
.<br />
ผมอยากชวนทุกท่านมองการทำงานครั้งนี้ ไม่ใช่ในฐานะผู้แทนของจังหวัด หรือผู้รักษามรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ในฐานะศิลปินผู้กำลังร่วมกันสร้างอนาคตของศิลปะล้านนา<br />
.<br />
สิ่งที่ผู้ชมจะได้รับ ไม่ใช่เพียงความงดงามของการแสดง แต่คือการได้เห็นว่า ศิลปะล้านนายังมีชีวิต ยังสามารถสื่อสารกับผู้คนในปัจจุบัน และยังมีศักยภาพที่จะเติบโต เปลี่ยนแปลง และสร้างความหมายใหม่ได้<br />
.<br />
งานในเดือนสิงหาคมจึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของโครงการ หากเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ที่พวกเราทุกคนจะร่วมกันพิสูจน์ว่า วัฒนธรรมจะไม่หยุดอยู่ที่การอนุรักษ์ แต่สามารถพัฒนา สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อคุณค่าไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง<br />
.<br />
พิเชษฐ กลั่นชื่น ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2549 และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ พ.ศ.2569<br />
ผู้ร่วมดำเนินโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ<br />
.<br />
#ฟ้อนเมืองเมืองฟ้อน #ศิลปะการแสดงล้านนา #ฟ้อนเมืองแป้ #ฟ้อนเมืองน่าน #ฟ้อนเมืองพะเยา #ฟ้อนเมืองเชียงใหม่ #ฟ้อนเมืองลำพูน #ฟ้อนเมืองแม่ฮ่องสอน #ฟ้อนเมืองเชียงราย #ฟ้อนเมืองลำปาง #ศิลปินศิลปาธร #ศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEh6rr_vX_XS97yvbfELwdZfM3zqwUsogxF602om4vj8H1yidGoFt0oBY8rxkIAnMh146TP-6wJzogFEvIUxdfiDjCempPEOK2uKcXPbzUJvIB8eGOPWJ0xlKOh4QuTg1d_JrFokq1tRcoe8jZWb0EDLpX4MTSY1-FM3UeOSt69kfIDx1iKR2pMiXoOi5qCJ=s1600" alt="ขอเชิญผู้สนใจร่วม การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา — ณ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่" width="1131" height="1600" data-original-height="2048" data-original-width="1448" /></p>
<p>พบกับกิจกรรมดีๆ จากทุกมุมของเชียงใหม่ อัพเดตข่าวสารก่อนใคร <a style="color: #99cc00;" href="https://www.at-chiangmai.com/event-chiang-mai/"><strong>กิจกรรมเชียงใหม่</strong></a> ที่คุณต้องไม่พลาด ที่นี่เท่านั้น At-chiangmai.com</p>
<h2>จุดเด่นของการแสดง</h2>
<p>การแสดงนี้เป็นการนำเสนอศิลปะการแสดงล้านนา โดยช่างฟ้อนล้านนา 8 จังหวัด กำกับการแสดงโดยพิเชษฐ กลั่นชื่น ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะคนล่าสุด</p>
<h2>กิจกรรมนี้เหมาะกับใคร</h2>
<ul>
<li>ผู้ที่สนใจศิลปะการแสดงล้านนา</li>
<li>ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนา</li>
<li>ประชาชนทั่วไปที่สนใจกิจกรรมในพื้นที่</li>
<li>นักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง</li>
</ul>
<h2>ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเดินทาง</h2>
<ul>
<li>ควรเดินทางมาถึงสถานที่จัดงานก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัว</li>
<li>ควรสวมเสื้อผ้าที่สุภาพและเหมาะสมกับการแสดง</li>
</ul>
<h3>เวลาทำการของ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</h3>
<p>Google Maps ยังไม่มีข้อมูลเวลาทำการที่อ่านได้ ควรตรวจสอบกับสถานที่หรือผู้จัดกิจกรรมก่อนเดินทาง</p>
<h2>วิธีการเดินทางไปยัง โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</h2>
<p>การเดินทางไปยังโรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะได้</p>
<p>หากเดินทางโดยรถสาธารณะ สามารถใช้บริการรถเมล์หรือรถตู้ได้</p>
<p>สามารถใช้แผนที่ Google Map ที่ทาง at-chiangmai.com เตรียมไว้ให้นี้นำทางไปยัง โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เลย</p>
<p><iframe style="border: 0;" title="แผนที่โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่" src="https://www.google.com/maps?q=18.7758464,98.9915011&amp;z=16&amp;output=embed" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"><br />
</iframe></p>
<p><a class="event-map-button" href="https://maps.app.goo.gl/UtQ7QstCd71sAH3J6" target="_blank" rel="noopener">นำทางไป โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ด้วย Google Maps</a></p>
<h2>สถานที่น่าแวะเที่ยวใกล้ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่</h2>
<p>บริเวณตำบลหายยาและอำเภอเมืองเชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนวิถีชุมชน ศาสนา ธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น สามารถเลือกแวะเที่ยวก่อนหรือหลังเข้าร่วมกิจกรรมตามเวลาที่สะดวก โดยควรวางแผนเส้นทางและตรวจสอบเวลาเปิดของแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง</p>
<ol class="nearby-places nearby-places-priority">
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"><strong>วัดยางกวง</strong></a> — วัด พระธาตุ และศาสนสถาน · ตำบล หายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 0.3 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะสักการะ ทำบุญ และชมศิลปกรรมหรือบรรยากาศของชุมชน</li>
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a9%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"><strong>วัดดาวดึงษ์</strong></a> — วัด พระธาตุ และศาสนสถาน · ตำบล หายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 0.3 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะสักการะ ทำบุญ และชมศิลปกรรมหรือบรรยากาศของชุมชน</li>
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"><strong>วัดธาตุคำ</strong></a> — วัด พระธาตุ และศาสนสถาน · ตำบล หายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 0.3 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะสักการะ ทำบุญ และชมศิลปกรรมหรือบรรยากาศของชุมชน</li>
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"><strong>วัดพันเตา</strong></a> — ธรรมชาติ อุทยาน และจุดชมวิว · ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 1.4 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะสักการะ ทำบุญ และชมศิลปกรรมหรือบรรยากาศของชุมชน</li>
<li><strong>เวียงกุมกาม</strong> — ธรรมชาติ อุทยาน และจุดชมวิว · ตำบลท่าวังตาล อำเภอ สารภี เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 3.5 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะชมศิลปะ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ หรือวัฒนธรรมในพื้นที่</li>
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"><strong>วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม</strong></a> — ธรรมชาติ อุทยาน และจุดชมวิว · ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 4.2 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะสักการะ ทำบุญ และชมศิลปกรรมหรือบรรยากาศของชุมชน</li>
<li><strong>ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน 5 ธันวา</strong> — แหล่งท่องเที่ยวของชุมชน · ตำบล หายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 0.9 กม.<br />
เหมาะสำหรับทำความรู้จักวิถีชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวของพื้นที่</li>
<li><strong>ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่</strong> — แหล่งท่องเที่ยวของชุมชน · ตำบล หายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 1.3 กม.<br />
เหมาะสำหรับทำความรู้จักวิถีชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวของพื้นที่</li>
<li><strong>กาดกองเก่าอารยธรรมชุมชนล่ามช้าง</strong> — แหล่งท่องเที่ยวของชุมชน · ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 1.7 กม.<br />
เหมาะสำหรับทำความรู้จักวิถีชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวของพื้นที่</li>
<li><strong>วัดเชียงของ. เจดีย์โบราณ</strong> — แหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ · ตำบล พระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ · ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 0.7 กม.<br />
เหมาะสำหรับแวะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของท้องถิ่น</li>
</ol>
<h2>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงาน</h2>
<h3>งานจัดวันและเวลาใด</h3>
<p>22 สิงหาคม 2569</p>
<h3>สถานที่จัดงานอยู่ที่ไหน</h3>
<p>โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</p>
<h3>มีค่าเข้าชมหรือไม่</h3>
<p>ยังไม่มีการระบุข้อมูลจากผู้จัดงาน</p>
<h3>การเดินทาง</h3>
<p>สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะได้</p>
<h2>การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน &#8216;Grammar of Lanna Living Bodies&#8217;</h2>
<p>ไม่ควรพลาดการแสดงนี้ หากคุณสนใจศิลปะการแสดงล้านนา</p>
<h2>แหล่งข้อมูลกิจกรรม</h2>
<p>ข้อมูลกิจกรรมและรายละเอียดภายในบทความเรียบเรียงจากประกาศประชาสัมพันธ์ของ แหล่งประชาสัมพันธ์ต้นทาง บน Facebook ผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศต้นทางอีกครั้ง เพื่อดูข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง</p>
<ul class="event-source-links">
<li><a href="https://www.facebook.com/photo/?fbid=122116184487363944&amp;set=a.122102653131363944" target="_blank" rel="noopener">ดูประกาศกิจกรรมต้นทาง</a></li>
</ul>
<p><script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "Event",
  "name": "การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา",
  "description": "การแสดง ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา จัดวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ พบกับ โครงการฟ้อนเม",
  "eventStatus": "https://schema.org/EventScheduled",
  "eventAttendanceMode": "https://schema.org/OfflineEventAttendanceMode",
  "inLanguage": "th-TH",
  "location": {
    "@type": "Place",
    "name": "โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่",
    "address": {
      "@type": "PostalAddress",
      "streetAddress": "โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่",
      "addressLocality": "เมืองเชียงใหม่",
      "addressRegion": "เชียงใหม่",
      "addressCountry": "TH"
    },
    "geo": {
      "@type": "GeoCoordinates",
      "latitude": 18.7758464,
      "longitude": 98.9915011
    }
  },
  "startDate": "2026-08-22"
}
</script></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-grammar-of-lanna-living-bodies-%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน “Grammar of Lanna Living Bodies” ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟ้อน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 05:23:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงพื้นบ้าน ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟ้อน การแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ การแสดงล้านนา ฟ้อน หมายถึงการแสดงออกด้วยท่าทางต่าง ๆ จะโดยธรรมชาติหรือปรุงแต่งไปแล้วก็ตาม ตรงกับคำว่า “ รำ “ ในภาษาถิ่นภาคกลาง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ฟ้อน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #e66a6a;">ฟ้อน การแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ การแสดงล้านนา</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><em><strong>ฟ้อน คำว่าฟ้อน</strong></em></span> หมายถึงการแสดงออกด้วยท่าทางต่าง ๆ จะโดยธรรมชาติหรือปรุงแต่งไปแล้วก็ตาม ตรงกับคำว่า “ รำ “ ในภาษาถิ่นภาคกลาง ด้วยเหตุนี้ ภาษาถิ่นล้านนาจึงเรียกกระบวนรำชุดต่างๆ ทั้งหมดว่าฟ้อนมาตั้งแต่อดีต เช่น ฟ้อนแห่ครัวทาน ฟ้อนผี ฟ้อนม่าน ฟ้อนเงี้ยว ฯลฯ</p>

<h3>การฟ้อน</h3>
<p>การฟ้อน ของชาวล้านนาในอดีตประกอบไปด้วยลีลาท่าทางที่เลียนแบบหรือดัดแปลงแบบหรือ แปลงมาจากธรรมชาติ มักมีลักษณะเป็นศิลปะตามเผ่าพันธุ์โดยแท้จริง กล่าวคือเชื่องช้าแช่มช้อยสวยงาม ไม่มีลีลาท่ารำที่ซับซ้อนยุ่งยาก ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับใด ๆ เป็นกระบวนท่าง่าย ๆสั้น ๆมักแสดงเป็นชุด ๆมีมากมายหลายรูปแบบ และขนานนามชุดการแสดงหรือกระบวนฟ้อนนั้นๆ ตามเชื้อชาติของผู้ฟ้อน ซึ่งเรียกตามภาษาถิ่นพื้นเมืองว่า ช่างฟ้อน ( อ่าน “ จ้างฟ้อน “ ) และหมายรวมกันไปหมดทั้งชายและหญิง ดังนั้น ตนม่านหรือชาวพม่าฟ้อน ก็จะเรียกการแสดงหรือการฟ้อนชุดนั้นว่า ฟ้อนม่าน คนไตหรือคนไทใหญ่หรือหรอคนเงี้ยว หรือฟ้อนไท ( อ่าน “ ไต ” แต่ไม่เรียก ฟ้อนไทใหญ่ ”</p>
<p>ครั้นบ้านเมืองเจริญขึ้น การคมนาคมติดต่อสื่อสารสะดวกสบายมากขึ้น ประชากรมีการศึกษาแพร่หลายมากขึ้นมีการติดต่อกับสยามประเทศมากขึ้น อิทธิพลของ “ รำไทย ” . ในราชสำนักสยาม ซึ่งมีระเบียบแบบแผนที่ดีกว่า สวยงามกว่าจึ่งเริ่มเข้ามาเกี่ยวพันกับการฟ้อนพื้นเมืองล้านนาเริ่มแปร เปลี่ยนไป กระบวนฟ้อนชุดต่างๆ ที่มีอยู่เดิมและมีประดิษฐ์ขึ้นใหม่จึงเริ่มผิดแผกแตกต่างกันออกไป</p>
<p>หลังปีพุทธศักราช ๒๔๕๖ เป็นต้นมา การฟ้อนในล้านนาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เหตุเป็นเพราะพระราชชายาเจ้าดารารัศมีฯได้กราบบังคมลาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖กลับไปประทับ ณ นครเชียงใหม่ พร้อมกับเจ้าแก้วนวรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ท่านสุดท้ายแห่งมณฑลพายัพ ( พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยุบเลิกประเทศราชรวมเป็นมณฑลหนึ่งของประเทศสยาม เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๖ ) ที่ขึ้นไปรับพระราชทานยศและตำแหน่งเป็น “ เจ้าแก้วนวรัฐประพันธอินทนันทพงษ์ ดำรงพีสีนครเขตร ทศลักษณ์เกษตรอุดม บรมาราชสวามิภักดิ์ บริรักษ์ปัจฉิมานุทิศ สุจริตธรรมธาดา มหาโยนางคราชวงศาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่ ( แก้ว )”</p>
<p>ในการเสด็จฯ กลับมาครั้งนี้ พระราชชายาฯ ได้นำแบบอย่างการฟ้อนรำในราชสำนักสยามมาเผยแพร่ในเชียงใหม่พร้อมทั้งนำครู ละคร ดนตรี จากกรุงเทพฯ ขึ้นมาฝึกหัดถ่ายทอดให้กับพวกตัวละครทั้งในวังของท่านและในคุ้มเจ้าผู้ครอง นครเชียงใหม่ เป็นเหตุให้การฟ้อนรำในเชียงใหม่เกิดการแตกต่างขึ้น เป็น ๒ แบบ คือ</p>
<p>แบบที่ ๑ เป็นแบบที่มีมาแต่เดิม เรียกทางวิชาการว่า “ แบบพื้นเมืองหรือแบบดั้งเดิม “</p>
<p>แบบที่ ๒ เป็นแบบที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและประดิษฐ์ขึ้นใหม่เรียกทางวิชาการว่า “ แบบราชสำนัก “</p>
<h4>การฟ้อน แบบพื้นเมือง หรือแบบพื้นบ้าน หรือแบบดั้งเดิม</h4>
<p>มีลักษณะเชื่องช้า แช่มช้อย เรียบง่าย ไม่ค่อยพิถีพิถันในเรื่องการกรีดนิ้ว ตั้งข้อมือ ย่อเข่า ยกเท้า วางเท้า การทรงตัวรวมทั้งการยืดตัว ยุบตัวตามจังหวะเพลง</p>
<h4>การฟ้อน แบบราชสำนัก</h4>
<p>เป็นลักษณะการฟ้อน การรำใกล้เคียงกับภาคกลางหรือมีลีลา ท่ารำ ใกล้เคียงกับละคร ( นาง ) ใน ด้วยมูลเหตุเหล่านี้ ทำให้ชุดฟ้อนของเดิมเกิดความแตกต่างกันมากมาย ในความคิดรวบยอดของชนทั่วไป และเกิดกระบวนฟ้อนใหม่ๆ ขึ้นมากมายพอสมควร</p>
<p>สาเหตุที่เกิดการผิดแผกแตกต่างกันไปนั้น มีอยู่ ๒ ประการ ได้แก่</p>
<p>๑ . การแสดงแต่ละกระบวนฟ้อนมักประดิษฐ์ขึ้นมาโดย “ ผู้รู้ “ ในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ฟ้อนแห่ครัวทาน ดังนั้นช่างฟ้อนของศรัทธาวัดต่างๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นมาโดยผู้รู้คนหนึ่ง ย่อมแตกต่างกับช่างฟ้อนของศรัทธาอีกวัดหนึ่งที่มาร่วมเพราะประดิษฐ์โดยผู้ รู้อีกคนหนึ่งแต่อาจมีส่วนคล้ายกันเนื่องจากมีการถ่ายทอดให้กัน หรือเลียนแบบกัน แต่จะไม่เหมือนกันหรือตรงกันทุกอย่าง</p>
<p>๒ . เมื่อมีการรับเอาลีลาท่ารำของราชสำนักสยามเข้ามาเผยแพร่ เกี่ยวโยงกัน ทำให้การฟ้อนของช่างฟ้อนในวังพระราชชายาเจ้าดารารัศมีฯ หรือช่างฟ้อนในคุ้มเจ้าหลวงเชียงใหม่ผิดแผกแตกต่างกับลีลาท่ารำของช่างฟ้อน ที่เป็นชาวบ้านศรัทธาวัดต่างๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ลัทธิเอาอย่างจะด้วยเพื่อความถูกต้องสวยงามหรือเอาใจผู้มีอำนาจก็ตาม จึงเ ริ่มเข้าไปมีอิทธิพลในกลุ่มชนบางกลุ่ม จะเป็นเพราะความสนิทสนมทางครอบครัวส่วนตัว หรือขอร้องก็ตาม</p>
<p>เมื่อ เป็นเช่นนี้คำกล่าวหาที่ว่าศรัทธาคณะนั้นผิด ศรัทธาคณะนั้นถูกจึงเกิดขึ้น ครั้นมีการก่อตั้งวิทยาลัยนาฎศิลป์เชียงใหม่ขึ้น ทางราชการเชิญช่างฟ้อนในวังในคุ้มมาถ่ายทอดให้นักเรียนนักศึกษาและนำออกแสดง เผยแพร่ต่อสาธารณชนบ่อยครั้งขึ้นทำให้เกิดคำครหาว่า สถาบันราชการที่มีหน้าที่อนุรักษ์โดยตรงกลับเป็นผู้ทำลายเสียเอง</p>
<p>อย่าง ไรก็ตามหากเราจะศึกษาเรื่องการฟ้อนของชาวล้านนาเท่าที่มีอยู่แล้ว เราควรจะแยกกระบวนฟ้อนของชาวล้านนาออกเป็นประเภทใหญ่ๆ เสียก่อน คือ</p>
<h3>ฟ้อนพื้นเมืองหรือฟ้อนแบบดั้งเดิม</h3>
<p>การฟ้อนแบบนี้หมายถึงการฟ้อนต่าง ๆ ที่ตกทอดมาโดยไม่มีการปรับปรุง ซึ่งอาจมีอายุมากเท่ากับอายุของเมืองเชียงใหม่ หรือเกินกว่า ๕๐๐ ปี มาแล้ว แต่เราไม่อาจบอกได้ว่าเรียงร้อยด้วยท่าฟ้อนที่มีชื่อว่าอะไรบ้าง เกิดขึ้นในสมัยใด มีลีลาท่าทางอย่างไร เพราะไม่มีหลักฐานเหลือไว้ให้ศึกษาสืบค้นหารายละเอียดได้เลย แต่ก็พอจะสรุปวัตถุประสงค์ของการฟ้อนได้จากสาเหตุ ๒ ประการ คือ</p>
<p>ก . เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อและศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เริ่มจาก “ ผี “ ก่อน ได้แก่ ฟ้อนผีจากนั้นพัฒนาไปหา “ พุทธ “ ได้แก่ ฟ้อนแห่ครัวทาน ฟ้อนทานข้าวใหม่ฯ</p>
<p>• เพื่อความสนุกสนานบันเทิงในกลุ่มของตน เช่นงานปีใหม่ ( สงกรานต์ ) งานขึ้นบ้านใหม่ งานบวชลูกแก้ว ฯลฯ</p>
<p>ทั้งนี้พอจะจำแนกการฟ้อนของล้านนาออกมาได้เป็น ๗ กระบวนฟ้อน ดังนี้</p>
<p>๑ . ฟ้อนแห่ครัวทาน ( อ่าน “ แหคัวตาน ”)</p>
<p>๒ . ฟ้อนผี</p>
<p>๓ . ฟ้อนหางนกยูง</p>
<p>๔ . ฟ้อนปั่นฝ้าย</p>
<p>๕ . ฟ้อนแง้น</p>
<p>๖ . ฟ้อนเชิง ( อ่าน “ ฟ้อนเจิง ”)</p>
<p>๗ . ฟ้อนดาบ</p>
<p>๘ . ฟ้อนหอก</p>
<p>๙ . ฟ้อนกลายลาย ( อ่าน ‘&#8217; ฟ้อนก๋ายลาย )</p>
<h3>ฟ้อนที่ประดิษฐ์ในราชสำนัก</h3>
<p>การฟ้อนแบบนี้หมายถึง การฟ้อนที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงประดิษฐ์ขึ้น หรือการฟ้อนที่ผู้ใกล้ชิดกับพระราชชายาฯ ได้ประดิษฐ์ ซึ่งพบว่ามี ๙ กระบวนฟ้อน คือ ๑ . ฟ้อนเล็บ &#8211; ฟ้อนแห่ครัวทาน</p>
<p>๒ . ฟ้อนเทียน</p>
<p>๓ . ฟ้อนเงี้ยว ( แบบในวัง )</p>
<p>๔ . ฟ้อนล่องน่าน ( น้อยไชยา )</p>
<p>๕ . ฟ้อนกำเบ้อ</p>
<p>๖ . ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา</p>
<p>๗ . ฟ้อนมูเซอ</p>
<p>๘ . ฟ้อนโยคถวายไฟ</p>
<p>๙ . ฟ้อนสาวไหม</p>
<p>๑๐ . ฟ้อนเงี้ยว</p>
<p>ฟ้อนเงี้ยวหมายถึงการฟ้อนแบบไทใหญ๋ พบว่าอยู่ ๖ อย่าง คือ</p>
<p>๑ . ฟ้อนเงี้ยว</p>
<p>๒ . ฟ้อนไท ( ฟ้อนไต )</p>
<p>๓ . ฟ้อนโต</p>
<p>๔ . ฟ้อนนก หรือ ฟ้อนกิงกะหร่า</p>
<p>๕ . ก้าลาย</p>
<p>๖ . ก้าไท ( ก้าไต )</p>
<p>๔ . ฟ้อนที่ประดิษฐ์ขึ้นในระยะหลัง</p>
<p>เมื่อศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเริ่มเป็นที่สนใจของคนทั่วไปแล้ว ก็ได้มีผู้ประดิษฐ์การฟ้อนรำขึ้นอีกหมายแบบ เช่น ฟ้อนหริภุญชัย ฟ้อนที ( ฟ้อนร่ม ) ฟ้อนพัด ฟ้อนเก็บใบยาสูบ ฟ้อนยอง ฟ้อนศิลามณี ฯลฯ เป็นต้น ในจำนวนฟ้อนที่ประดิษฐ์ใหม่ซึ่งเป็นที่ยอมรับพอสมควร เช่น</p>
<p>๑ . ฟ้อนหริภุญชัย</p>
<p>๒ . ฟ้อนยอง</p>
<p>ในที่นี้จะกล่าวถึงการฟ้อนแต่ละอย่างพอให้ป็นที่รู้จักตามหัวเรื่องโดยลำดับ</p>
<div class="field field-type-text field-field-reference">
<div class="field-label">ที่มา:</div>
<div class="field-items">
<div class="field-item odd">เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</div>
</div>
</div>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ฟ้อน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟ้อนดาบ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 04:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน เหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนดาบ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนเจิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการแสดงชั้นเชิงของการต่อสู้รวมกับท่าฟ้อนที่สวยงาม </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ฟ้อนดาบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;"><a name="ddm1"></a>ฟ้อนดาบ เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการแสดงชั้นเชิงของการต่อสู้รวมกับท่าฟ้อนที่สวยงาม</span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การฟ้อนดาบ</strong></span> ถือเป็นศิลปการฟ้อนรำพื้นเมืองเชียงใหม่ที่ผสมเอาศิลปการต้องกันตัวเข้ามามีส่วนในการฟ้อนด้วย การฟ้อนดาบเป็นการรำที่ใช้ดาบเป็นเครื่องประกอบ  มีลวดลายท่วงท่าหลายชั้นเชิง โดยใช้เครื่องดนตรีกลองปู่เจ่ ฉาบและฆ้อง ซึ่งการฟ้อนดาบนั้นจะเป็นการฟ้อนที่คู่กับการ<span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/">ฟ้อนเชิง หรือ ฟ้อนเจิง</a></strong></span> เป็นการฟ้อนแสดงท่าทางการต่อสู้ด้วยมือเปล่า สองอย่างนี้มักจะใช้ผู้ชายเป็นหลัก  ปัจุบันการฟ้อนทั้งสองอย่างนี้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย การฟ้อนทั้งหมดนี้ถือเป็นการฟ้อนแบบดั่งเดิมของคนเชียงใหม่ ฟ้อนดาบจะคล้ายกับการรำกระบี่กระบองของภาคกลาง ส่วนฟ้อนเจิงหรือฟ้อนเชิง คล้ายกับการแสดงสิละทางภาคใต้</p>
<p><span lang="TH">ฟ้อนดาบนี้แสดงได้ทั้งชายและหญิง  ส่วนมากเป็นการรำในท่าต่างๆ ใช้ดาบตั้งแต่2-4-6-8 เล่ม  และอาจจะใช้ได้ถึง 12 เล่ม   นอกจากการฟ้อนดาบแล้ว  ก็อาจมีการรำหอกหรือ ง้าวอีกด้วย  ท่ารำบางท่าก็ใช้เป็นการต่อสู้กัน  ซึ่งฝ่ายต่างก็มีลีลาการฟ้อนอย่างน่าดูและหวาดเสียวเพราะส่วนมากมักใช้ดาบจริงๆ หรือไม่ก็ใช้ดาบที่ทำด้วยหวายแทน  หากพลาดพลั้งก็เจ็บตัวเหมือนกัน  การฟ้อนดาบนี้มีหลายสิบท่า  และมีเชิงดาบต่างๆ เช่น เชิงดาบเชิงแสน (เป็นของพื้นเมืองของภาคเหนือ)    เชิงดาบแสนหวี (มาจากพวกไทยใหญ่ หรือเงี้ยว)   แต่ละเชิงดาบมีการฟ้อนแตกต่างกัน (ปรากฏว่าเชิงดาบแสนหวีเป็นนักดาบที่เก่งกล้าเผ่าหนึ่งในประวัติศาสตร์)  การฟ้อนดาบมักใช้กลองสะบัดชัยตีประกอบจังหวะ ผู้แสดงสวมชุดพื้นบ้านภาคเหนือ (นุ่งกางเกงครึ่งแข้ง สวมเสื้อม่อฮ่อม มีผ้าขาวม้าคาดเอว)</span></p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ฟ้อนดาบ</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">อุปกรณ์และวิธีเล่น</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">วิธีฟ้อน</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">โอกาสหรือเวลาที่เล่น</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">คุณค่าหรือเวลาที่เล่น </a></li>
</ul>
<p></div>
<p style="text-align: center;"><iframe src="https://www.youtube.com/embed/GSI4m_iMxbw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm2"></a>อุปกรณ์และวิธีเล่น</span></h3>
<p>๑. ดาบ ๒ เล่ม ต่อคน<br />
๒. เครื่องดนตรี ได้แก่ ฆ้องโหม่ง ฉาบกลาง กลองปู่เจ่ (กลองยาวของชาวไตใหญ่)<br />
๓. ชุดเครื่องแต่งกายในการฟ้อนดาบ ได้แก่ เตี่ยวสะดอ (กางเกงขาก๊วยขาสั้น) เสื้อหม้อห้อม ผ้าคาดเอว ผ้าโพกศรีษะ<br />
๔. ผู้ฟ้อน ๑ &#8211; ๒ คน และนักดนตรีอีก ๔ &#8211; ๕ คน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm3"></a>วิธีฟ้อน</span></h3>
<p>การฟ้อนดาบ จะเริ่มต้นด้วยการตีฆ้องนำ แล้วต่อจากนั้นจะตีฉาบและกลองให้เข้าจังหวะเร้าใจเป็นทำนองเพลงปู่เจ่ ผู้แสดงเริ่มฟ้อนดาบตามหลักเกณฑ์และท่าที่ครูประสิทธิ์ประสาทให้มา ซึ่งมี ๒ ช่วงคือ<br />
ช่วงที่ ๑ ไหว้ครู โดยผู้ฟ้อนจะวางดาบลงไว้ด้านหน้าให้ไขว้กัน แล้วจึงไหว้ครู<br />
ช่วงที่ ๒ หลังจากไหว้ครูแล้ว ก็เริ่มฟ้อนท่าต่าง ๆ ซึ่งครูคำ กาไวย์ รวบรวมมี ๓๒ ท่า เช่น ท่าบิดบัวบาน เกี้ยวเกล้า ฯลฯ โดยใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรับดาบไว้ เช่น ปากคาบ หนีบรักแร้ ขาพับเข่า ฯลฯ<br />
การฟ้อนจะฟ้อนไปจนจบกระบวนท่า ทั้ง ๓๒ ท่า หรือจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ถ้าฟ้อนคู่ก็จะรำไปพร้อมกัน อาจมีหลอกล่อกันบ้าง แต่ไม่มีการฟันดาบ</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm4"></a>โอกาสหรือเวลาที่เล่น</span></h3>
<p>ใช้แสดงเมื่อถึงคราวมีงานนักขัตฤกษ์ เช่น งานประเพณีขึ้นปีใหม่ งานสงกรานต์ งานปอย พิธีรดน้ำดำหัว ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เป็นการออกกำลังกายสำหรับนักเรียนในการเรียน จึงมีการแสดงในตอนเช้าสำหรับบาง โรงเรียน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>คุณค่าหรือเวลาที่เล่น</span></h3>
<p>การใช้ดาบเป็นอาวุธเป็นวิชาต่อสู้ป้องกันตัวของชายชาวล้านนา ซึ่งจะได้รับการฝึกฝนเพื่อใช้ต่อสู้ศัตรูยามสงครามและเมื่อมีความชำนาญ ก็อาจใช้แสดงเพื่อความรื่นเริง เมื่อมีการแสดงมากขึ้น ก็มีการประยุกต์ดัดแปลงลีลาท่าทาง และการเคลื่อนไหว ประกอบเพลงและอาวุธมากขึ้น ปัจจุบันจะเน้นเรื่องการแสดงเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะในงานแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยว และพัฒนาเป็นการออกกำลังกายประกอบดาบ (ดาบไม้) ของนักเรียน ซึ่งนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นการอนุกรักษ์วัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย</p>
<div class="separator">การฟ้อนดาบมีที่มาจากศิลปะการต่อสู้ของชายชาวล้านนาแต่โบราณ โดยผู้เรียนจะต้องเรียนฟ้อนเชิงมือเปล่าให้คล่องแคล่วเสียก่อนจึงจะเรียน ฟ้อนดาบ หรือฟ้อนประกอบอาวุธอื่นๆ ต่อไป แม่ลายฟ้อนของฟ้อนดาบจะคล้ายกับแม่ลายฟ้อนของฟ้อนเชิง แม่ลายฟ้อนของแต่ละครูก็จะแตกต่างกันไป แต่พ่อครูคำ กาไวย์ และอาจารย์ธีรยุทธ ยวงศรี ได้ร่วมกันสืบค้นและเรียบเรียงแม่ลายฟ้อนไว้ให้สอดคล้องกันเพื่อง่ายต่อการ จดจำโดยอาศัยแนวจากการพรรณนาชื่อแม่ลายในการร่ายรำอาวุธจากมหาชาติฉบับสร้อยสังกรกัณฑ์มหาราช เพื่อสอนนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ดังนี้ ช่วง ที่ ๑ ไหว้ครูและขอขมาอภัย เริ่มจากวางดาบ ไขว้กัน เอาสันดาบเข้าหากันดาบทั้งสองเล่มนั้นห่างกันพอประมาณ จากนั้นหากผู้ฟ้อนเป็นผู้ชายให้เดินตีวงรอบดาบ ๑ รอบ แล้วเริ่มตบบะผาบหรือฟ้อนสาวไหมอย่างใดอย่างหนึ่ง จบแล้วจึงนั่งลงไหว้หากผู้ฟ้อนเป็นผู้หญิงให้นั่งไหว้ ๓ ครั้ง จากนั้นจับดาบ ไขว้ดาบจรดหน้าผาก แล้วเงยหน้าขึ้นก้มหน้าลง แล้วชักดาบลงไว้ข้างหลังทั้งสองข้างแล้วซุยขึ้นเป็นท่าบวกดาบโดยเริ่มจากด้านหน้าตรงก่อนแล้วหันไปทางขวาแล้วบิด ไปทางซ้าย</div>
<div class="separator"></div>
<div class="separator">จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่แม่ลายที่ได้เรียบเรียงไว้ ๓๒ ท่า ดังนี้</div>
<div class="separator">๑. บิดบัวบาน</div>
<div class="separator">๒. เกี้ยวเกล้า</div>
<div class="separator">๓. ล้วงใต้เท้ายกแหลก</div>
<div class="separator">๔. มัดแกบก้องลงวาง</div>
<div class="separator">๕. เสือลากหางเหล้นรอก</div>
<div class="separator">๖. ช้างงาตอกต๋งเต๊ก</div>
<div class="separator">๗. ก่ำแปงเป๊กดินแตก</div>
<div class="separator">๘. ฟ้าแมบบ่ตันหัน</div>
<div class="separator">๙. จ๊างงานบานเดินอาจ</div>
<div class="separator">๑๐. ป๋าต้อนหาดเหินเหียน</div>
<div class="separator">๑๐. อินทร์ตือเตียนถ่อมถ้า</div>
<div class="separator">๑๒. เกิ๋นก่ายฟ้า</div>
<div class="separator">๑๓. สวกก้นพญาอินทร์</div>
<div class="separator">๑๔. แซดซูดน้ำบินเหิน</div>
<div class="separator">๑๕. สางลานเดินเกี้ยวก่อม</div>
<div class="separator">๑๖. กิมไฮฮ่อม</div>
<div class="separator">๑๗. ถีบโฮ้ง</div>
<div class="separator">๑๘. ควงโค้งไหล่สองแขน</div>
<div class="separator">๑๙. วนแวนล้วงหนีบ</div>
<div class="separator">๒๐. ชักรีบแทงสวน</div>
<div class="separator">๒๑. มนม้วนสีไคล</div>
<div class="separator">๒๒. แทงสวนใหม่ถือสัน</div>
<div class="separator">๒๓. จ๊างตกมันหมุนวงลวงรอบ</div>
<div class="separator">๒๔. เสือคาบรอกลายแสง</div>
<div class="separator">๒๕. สินส้น</div>
<div class="separator">๒๖. สินป๋าย</div>
<div class="separator">๒๗. ลายแทง</div>
<div class="separator">๒๘. กอดแยง</div>
<div class="separator">๒๙. แทงวัน</div>
<div class="separator">๓๐. ฟันโข่</div>
<div class="separator">๓๑. บัวบานโล่</div>
<div class="separator">๓๒. ลายสาง</div>
<div class="separator"></div>
<div class="separator">เมื่อฟ้อนจบทั้ง ๓๒ ท่าแล้ว “นบน้อมขอกราบลงวาง”แล้วจบด้วยการฟ้อนดาบ “พญาเข้าเมือง”</div>
<div class="separator">และปัจจุบันนี้ ท่าฟ้อนดาบทั้ง ๓๒ ท่าที่พ่อครูคำ กาไวย์ และอาจารย์ธีรยุทธ ยวงศรี ได้เรียบเรียงไว้นี้ถือเป็นท่าฟ้อนดาบมาตรฐานที่เป็นต้นแบบให้กับผู้ที่ เริ่มต้นเรียนฟ้อนดาบอุปกรณ์ในการแสดงการฟ้อนดาบทั่วไปนิยมใช้ดาบเมืองจำนวน ๒ เล่ม โดยจะวางดาบไว้กับพื้น แล้วผู้ฟ้อนจะไหว้ครูบาอาจารย์ ฟ้อนเชิง ตบบะผาบ แล้วจึงจะมาหยิบดาบร่ายรำไปจนครบ ๓๒ ท่า แล้ววางดาบลงกับพื้นอีกครั้ง</div>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/BscMC2GsrdQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ฟ้อนดาบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลองสะบัดชัย</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 04:18:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองสะบัดชัย]]></category>
		<category><![CDATA[การตีกลองสะบัดชัย]]></category>
		<category><![CDATA[การละเล่นพื้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะการแสดงล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลองสะบัดชัย เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมักจะพบเห็นในขบวนแห่ หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผน เร้าใจ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">กลองสะบัดชัย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff9900;">กลองสะบัดชัย ศิลปการแสดงกลองสะบัดชัย การแสดงพื้นบ้านล้าน<br />
</span></h2>
<p><span style="color: #993300;"><strong>การตีกลองสะบัดชัย</strong></span> เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งมักจะพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผนเร้าใจ มีการใช้อวัยวะหรือส่วนของร่างกายที่ใช้เป็นอาวุธได้ประกอบในการตีด้วย ทำให้การตีกลองสะบัดชัย เป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้ดูชม จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน</p>
<p>นับได้ว่าศิลปะการตีกลองสะบัดชัยเป็นศิลปะที่นำชื่อเสียง ทางด้านวัฒนธรรมสู่ล้านนาไม่น้อย บทบาทของกลองสะบัดชัยตอนนี้ คืออยู่ในฐานะ &#8216;การแสดง&#8217; และก่อนที่จะมาเป็นการแสดงนั้น กลองสะบัดชัยได้พัฒนามาแล้วทั้งหน้าที่ รูปร่างลักษณะ จังหวะและการตี กลองสะบัดจะใช้ตีในโอกาสต่าง ๆ ได้แก่ เป็นสัญญาณโจมตีข้าศึกหรือบอกข่าวสารในชุมชน งานมหรสพหรืองานบุญ การประโคมฉลองชัยชนะ และเป็นการประโคมเพื่อความสนุกสนาน</p>
<p>กลองสะบัดชัยเป็นกลองที่มีประวัติยาวนาน จนขาดข้อมูลที่ชัดเจน ดังนั้นการศึกษาประวัติของกลองสะบัดชัยจึงเป็นการฟังจากเรื่องเล่าที่ผูกพันกับตำนานและแฝงคติความเชื่อเข้าไป</p>

<h3><span style="color: #ff9900;">ตำนานกลองสะบัดชัย กับการปราบยักษ์</span></h3>
<p>หากจะเล่าถึงประวัติของกลองสะบัดชัย ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือพ่อครูด้านกลองจะไม่เล่าถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงว่าใครเป็นผู้คิด มีวิวัฒนาการมาจากกลองอะไร แต่จะเล่าเป็นตำนานเก่าแก่ว่า ในอดีตบ้านเมืองที่เคยสงบสุขบนโลกมนุษย์ก็ต้องวุ่นวาย ผู้คนพากันหวาดกลัว เนื่องจากมียักษ์ตาทิพย์ออกมาปรากฏตัว และกินคน ดังที่มาณพ ยารณะ (เครือข่ายสืบสานภูมิปัญญาล้านนา : วีดิทัศน์) หรือพ่อครูพันเล่าว่า</p>
<p>“ยักษ์จะลงมากินคน ทุกวันพระลงมากินคน 1 คน เป็นยักษ์ตาทิพย์ พระอินทร์จึงร้อนใจ มนุษย์เดือดร้อนอะไรถึงได้ตีกลองให้ได้ยิน มองลงมาก็เห็นยักษ์มากินคน พระอินทร์จึงแปลงกายมาเป็นคนธรรมดาลงมา<br />
บนโลก ตอนที่ยักษ์จะมากินคน กินไปแล้วหนึ่งคน แล้วก็จะกินผู้หญิงอีกคนหนึ่ง พระอินทร์จึงท้าว่า ถ้าวันพระครั้งหน้าไม่พบผู้หญิงคนนี้ ให้เลิกกินคน ยักษ์ก็รับคำท้ามั่นใจว่านำผู้หญิงคนนี้ไปซ่อนที่ไหนก็ต้องพบ เพราะเป็นยักษ์ตาทิพย์ พระอินทร์ก็สร้างคาถา เขียนติดขอบกลองทุกใบแล้วเอาผู้หญิงไปซ่อนไว้ในกลอง ยักษ์ก็ลงมาจะมากินผู้หญิง พระอินทร์ก็แปลงกายมาเป็นคนอีก แล้วมาตีกลองเป็นคาถาธรรม ยักษ์ก็เลยไม่เห็น จึงแพ้ไป หนีไปเลย เมื่อยักษ์ไม่มาพระอินทร์ก็หมดธุระ จึงชี้ไปที่กลองแล้วบอกว่า นี่แหละ กลองชัยมงคลของพวกเจ้า แล้วก็ไปเลย&#8221;</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">รูปลักษณ์ของกลองสะบัดชัย</span></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-841" src="https://1.bp.blogspot.com/-t5HxTzm0iQU/YX4r5ixkxvI/AAAAAAAAGr8/xZqidIJiwN8fLwBkaTu1tKgJATev1XFmACLcBGAsYHQ/s0/art-culture_chiangmai-pic056.jpg" width="660" height="400" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-841" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai.jpg" alt="" width="660" height="400" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai.jpg 660w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai-100x62.jpg 100w" sizes="auto, (max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>กลองสะบัดชัย เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมักจะพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผน เร้าใจ มีการใช้อวัยวะหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ศอก เข่า ศีรษะ ประกอบในการตีด้วย ทำให้การแสดงการตีกลองสะบัดชัยเป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้ชม จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">บทบาทของกลองสะบัดชัย</span></h3>
<p>อาจกล่าวได้ว่า การตีกลองสะบัดชัย เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ได้นำชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมพื้นบ้านสู่ล้านนา และบทบาทของกลองสะบัดชัย จึงอยู่ในฐานะการแสดงในงานวัฒนธรรมต่างๆ เช่น งานขันโตก งานพิธีต้อนรับแขกเมือง และขบวนแห่ ฯลฯ<br />
แต่โอกาสในการใช้กลองสะบัดชัยแต่เดิม มาจนถึงปัจจุบันยังมีอีกหลายประการ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏในวรรณคดีต่างๆ มากมาย สรุปได้ดังนี้</p>
<p><b> 1. ใช้ตีบอกสัญญาณ </b><br />
<b><br />
การใช้กลองสะบัดชัยตีบอกสัญญาณนั้นมีหลายลักษณะ ดังนี้</b></p>
<p><b> 1.1 สัญญาณโจมตีข้าศึก</b> ในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับวัดพระงาม ผูกที่ 2 กล่าวถึงสมัยพระญามังราย ตอนขุนครามรบพระญาเบิกที่เมืองเขลางค์ ขุนครามแต่งกลให้ขุนเมืองเชริงเป็นปีกขวา ขุนเมืองฝางเป็นปีกซ้าย ยกพลเข้าโจมตี กล่าวว่า “เจ้าขุนครามแต่งกลเสิก็อันนี้ แล้วก็หื้อสัญญาริพลเคาะคล้องโย้ง (ค้อง) ตีกลองชัย ยกสกุลโยธาเข้าชูชนพระญาเบิก ยู้ขึ้นมาวันนั้นแล” กลองชัยในที่นี้ คือ กลองสะบัดชัยนั่นเอง เพราะในบริบทที่ใกล้เคียงกันนี้มีคำว่า “สะบัดชัย” ตีคู่กับค้องอยู่ด้วย กล่าวคือในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเดียวกันผูกที่ 4 สมัยพระญาสามฝั่งแกนครองเมืองเชียงใหม่ พระญาลุ่มฟ้าห้อยกพลเข้าตีเชียงแสน ชาวเมืองแต่งกลศึกโดยขุดหลุมพรางฝังหลาว แล้วตีปีกทัพล้อมไล่ทัพห้อให้ถูกกล “ยามแตรจักใกล้เที่ยงวันหร้อ (ฮ่อ) ยกพลเสิก็เข้ามาชาวเราจิ่งเคาะคล้อง (ค้อง) ตีสะบัดชัย ยกพลเสิก็กวมปีกกากุมติดไว้” และในสมัยพระญาติโลกราช ตอนหมื่นด้งนครรบชาวใต้ (สองแคว) ได้ให้พลโยธาซุ่มอยู่จนข้าศึกตายใจแล้ว กล่าวว่า “หมื่นด้งหื้อเคาะคล้องโย้ง ตีสะบัดชัย เป่าพูลุ ลาภา ปลี่หร้อยอพลเสิก็เข้า ฝูงอยู่ฅุ่มไม้ก็สว่ายแดงช้างตีจองวองยู่ข้าไพ โห่ร้องมี่นันมากนัก”<br />
<b> 1.2 สัญญาณบอกข่าวในชุมชน </b> วรรณกรรมไทเขินเรื่อง “เจ้าบุญหลง” ผูกที่ 5 ตอนชาวเมืองปัญจรนครผูกผุสรถเพื่อเสี่ยงเอาพระญาเจ้าเมือง อำมาตย์ได้สั่งให้เสนาไปป่าวประกาศ “อามาตย์แก้วพรองเมือง หื้อเสนาเนืองเอิ้นป่าว ฅอนฟาดหน้ากลองไชย เสียงดังไปผับจอด รู้รอดเสี้ยงปัญจรนคร” และผูกที่ 7 ตอนเจ้าพรหมปันจัดเตรียมทัพไปเยี่ยมอนุชาและมารดา ได้สั่งให้เสนาไปร้องป่าวให้ชาวเมืองเตรียมขบวนร่วมด้วย “เจ้าก็ร้องเสนามาสู่ แทบใกล้กู่ ตนฅำ ปลงอาชญาทำโดยรีบ ถีบคนใช้หนังสือ กลองสะบัดชัยตีป่าว กล่าวไพร่ฟ้ามามวล”</p>
<p><b>2. เป็นมหรสพ </b></p>
<p>วรรณกรรมเรื่อง อุสสบารส ผูกที่ 1 ตอนพระยากาลีพรหมทัตราชให้นำมเหสีสุราเทวีไปเที่ยวชมสวนอุทยานและในสวน อุทยานก็มีการเล่นมหรสพ “มหาชนา อันว่าคนทังหลายก็เหล้นมโหสรพหลายประการต่างๆ ลางพร่องก็ตีกลองสะบัดชัยตื่นเต้น ลางพร่องก็ตีพาทย์ค้องการะสับ ลางพร่องเยียะหลายฉบับ ฟ้อนตบตีนมือ ลางพร่องปักกะดิกเอามือตางตีน”</p>
<p>ในวรรณกรรมประเภทคร่าวซอเรื่อง หงส์หิน ที่แต่งโดยเจ้าสุริยวงศ์ ตอนมีงานสมโภชเจ้าหงส์หินได้เป็นเจ้าเมือง กล่าวถึงการเล่นมหรสพต่างๆ ซึ่งมีกลองสะบัดชัยด้วยว่า</p>
<p>“เจ็ดแบกเมี้ยน บ่ถูกตัวเขา ดาบลาเอา ท่ารบออกเหล้น<br />
กลองสะบัดชัย ลูกตุบไล่เต้น ขบวนเชิงต่อยุทธ์<br />
ชนผัดหลัง แล้ววางอาวุธ พิฆาตข้าฟันลอง”</p>
<p>และ แม้ในงานศพของกษัตริย์ หรือเจ้าเมืองก็มีกลองสะบัดชัยเป็นมหรสพ เช่น ที่ปรากฏในวรรณกรรมคร่าวซอเรื่อง “ก่ำกาดำ” ตอนงานศพพระญาพาราณสี</p>
<p>“เชิญพระศพมา ฐานาตั้งไว้ กลางข่วงกว้างเมรุไชย<br />
ฟังดูกลองค้อง พิณพาทย์เสียงใส เภรีบัดไชย สรรญเสริญเจ้า”</p>
<p><b> 3. เป็นเครื่องประโคมฉลองชัยชนะ</b></p>
<p>วรรณกรรมเรื่องอุสสาบารส ผูกที่ 12 ตอนพระขิตราชรบศึกชนะก็มีการตีกลองสะบัดชัยเฉลิมฉลอง “ส่วนว่าริพลโยธาพระขิตราชก็ตีกลองสะบัดชัยเห ล้นม่วน โห่ร้องอุกขลุกมี่นันนัก เสียงสนั่นก้องใต้ฟ้าเหนือดินมากนัก ปุนกระสันใจเมืองพานมากนัก” อีกตอนหนึ่งในผูกเดียวกันว่า “ส่วนพระขิตราช…มีไชยยุทธ์ หากได้แล้วก็ตีค้องกลองสะบัดชัยสงวนม่วนเหล้น กวัดแกว่งดาบฟ้อนไปมา”</p>
<p><b> 4. เป็นเครื่องประโคมเพื่อความสนุกสนาน</b></p>
<p>ในวรรณกรรมประเภทโคลงเรื่องอุสสาบารส มีการตีกลองสะบัดชัย ดื่มสุราในเหล่าพลโยธายามว่างจากการรบ ดังปรากฏในโคลงบทที่ 130 ว่า<br />
“พลท้าวชมชื่นเหล้น สะบัดชัย อยู่แล<br />
มัวม่วนกินสนุกใจ โห่เหล้า<br />
ทัพหลวงแห่งพระขิต ชมโชค พระเอย่<br />
กลองอุ่นเมืองท้าวก้อง ติ่งแตร”</p>
<p>บทบาทและหน้าที่ของกลองสะบัดชัยจากหลักฐานทางวรรณกรรมดังกล่าว แสดงว่าแต่เดิมนั้นเกี่ยวพันกับฝ่ายอาณาจักรกษัตริย์หรือเจ้าเมืองและกองทัพ ทั้งนั้น ต่อมาเมื่อสถาบันกษัตริย์เจ้าเมืองของ</p>
<p>ล้านนาถูกลดอำนาจจนสูญสิ้นไปในที่สุด กลองสะบัดชัยซึ่งถือได้ว่าเป็นของสูง จึงเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปอยู่กับ “ศาสนจักร” ซึ่งมีบทบาทคู่กับ “อาณาจักร” มาตลอด ศาสนสถานของพุทธศาสนาคือวัด ฉะนั้นวัดจึงน่าจะเป็นสถานที่รองรับกลองสะบัดชัยมาอีกทอดหนึ่ง และเมื่อเข้าไปอยู่ในวัดหน้าที่ใหม่ที่เพิ่มขึ้น คือตีเป็น “พุทธบูชา” จนได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า กลองปูชา (อ่าน “ก๋องปู๋จา”) เวลาตีก็บอกว่า &#8220;ตีกลองปูชา&#8221; กระนั้นก็ตามหลายแห่งยังพูดว่า ตีกลองสะบัดชัย อยู่ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้จะได้หน้าที่ใหม่แล้ว หน้าที่เดิมที่ยังคงอยู่ก็คือเป็น “สัญญาณ” เพราะวัดเป็นศูนย์รวมของชุมชน ข่าวสารต่างๆ จึงมักออกจากวัด ปัจจุบันจึงได้ยินเสียงกลองจากวัดอยู่บ้าง (เฉพาะวัดที่ยังไม่มีเครื่องเสียงตามสาย) เพื่อเป็นสัญญาณเรียกประชุมสัญญาณบอกเหตุฉุกเฉิน สัญญาณบอกวันโกน วันพระ และหน้าที่รองลงมาที่เกือบจะสูญหายแล้วคือใช้ใน “มหรสพ” ซึ่งเหลือเฉพาะในงานบุญคือ บุญสลากภัตต์ที่เรียกว่า ทานกวยสลาก (อ่าน “ตานก๋วยสะหลาก”) แม้จะพบว่ามีการปรากฏตัวในฐานะมหรสพ ในสถานที่อื่นนอกเหนือจากวัด แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ดังจะได้กล่าวเป็นลำดับไป</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ประเภทของกลองสะบัดชัย</span></h3>
<p>กลองสะบัดชัยหรือกลองชัยเป็นกลองที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นและถูกใช้คู่ กับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านนามาเป็นเวลานาน จนไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ว่ากลองสะบัดชัยแบบดั้งเดิมมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร อย่างไรก็ดีสนั่น ธรรมธิ (2537:33-34) แบ่งกลองสะบัดชัยที่พบเห็นได้ในปัจจุบันเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี</p>
<p>กล่าวโดยสรุปกลองสะบัดชัยในปัจจุบันนี้มี 3 ประเภทคือ</p>
<p>1. กลองสองหน้าขนาดใหญ่ มีลูกตุบที่มักเรียกว่า “กลองปูชา” แขวนอยู่ในหอกลองของวัดต่าง ๆ ลักษณะการตีมีจังหวะหรือทานองที่เรียกว่า “ระบ่า” ทั้งช้าและเร็ว บางระบามีฉาบและฆ้อง บางระบามีคนตีไม้แสะประกอบอย่างเดียว</p>
<p>2. กลองสองหน้า มีลูกตุบและคานหามซึ่งเป็นกลองที่จาลองแบบมาจากประเภทแรก เวลาตีผู้ตีจะถือไม้แสะข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งถือไม้ตีกลอง การตีลักษณะนี้อาจมีฉาบและฆ้องประกอบหรือไม่มีก็ได้ ปัจจุบันกลองสะบัดชัยประเภทนี้เกือบสูญหายไปแล้ว ผู้ที่ตีได้และยังมีชีวิตอยู่ (2548) เท่าที่ทราบคือ ครูมานพ (พัน) ยารณะ ซึ่งเป็นศรัทธาวัดสันป่าข่อย อาเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>3. กลองสองหน้า มีคานหาม ไม่มีลูกตุบ มีฉาบ ฆ้อง ประกอบจังหวะ และมักมีนาคไม้แกะสลักประดับซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายปัจจุบัน</p>
<p>กลองสะบัดชัยทั้ง 3 ประเภท ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูให้หวนกลับมาสู่ความนิยมอีก โดยประเภทแรกนอกจากจะมีการสอนให้ตีและมีบทบาทในวัด ก็ได้มีการนาเข้าสู่ขบวนซึ่งอาจมีการเคลื่อนย้ายโดยยกขึ้นค้างแล้วติดล้อเลื่อน ประเภทที่สองมีการเผยแพร่และกาลังเป็นที่นิยม สาหรับประเภทสุดท้ายก็ปรากฏแพร่หลายจนเกือบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของกลองล้านนา</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ชมการตีกลองสะบัดชัย</span></h3>
<h4><span style="color: #ff9900;">กลองสะบัดชัย ถวายพระพร</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/M94vIq7UFhQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #ff9900;">การตีกลองสะบัดชัย<br />
</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/dzcljRVgOis" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #ff9900;">กลองสะบัดชัยรางวัลชนะเลิศ คณะเยาวชนวัดชัยสถาน (ป่าเสร้าน้อย) ตำบลสูนปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่</span></h4>
<p>กลองสะบัดชัยรางวัลชนะเลิศ คณะเยาวชน<strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94/"><span style="color: #0000ff;">วัดชัยสถาน</span></a><span style="color: #0000ff;">(ป่าเสร้าน้อย)</span></strong> ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ (๐๕๓) ๘๘๗๒๔๙, ,๐๘๔-๖๑๐๖๐๔๑ (ฟอร์ด) ,การประกวดศิลปะการตีกลองสะบัดชัย งานสืบสานมรดกไทย เทิดเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร ณ บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ เทิดพระเกียรติเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/H9jy4eTEPnY" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ความคิดเห็นจากวิดีโอ คุณบิ๊กบี นินจา : กลองสะบัดชัย แปลเป็นไทยก็มีความหมายถึง การตีกลองเรียกขวัญกำลังใจเพื่อชัยชนะ จังหวะและท่าทางการฟ้อนในการตีกลองสะบัดชัยนี้ เมื่อก่อนเอาไว้ปลุกใจ นักรบ ก่อนออกศึก ทางเหนือ จะเก่งเรื่องการใช้ดาบ 2 มือมาก ท่าทางการตีกลองจึงมีความคล้ายคลึงกับการควงดาบ และทุกท่าการเร่งรำ นำมาจากทักษะการซ้อมรบด้วยดาบ 2 มือ เมื่อนักรบได้เห็นท่าร่ายรำ จากการตีกลองจะทำให้นักรบทบทวนกระบวนดาบกระบวนมวยเป็นครั้งสุดท้ายนั่นเอง นักรบจะได้ทั้งความบรรเทิง คนความหึกเหิม และความรู้จดจำทบทวนทักษะความรู้ในการรบที่ฝึกฝนมา พร้อมกันทั้งหมดไปในตัว คนเมื่อก่อนมักจะคิดอะไรหลักแหลมมากกว่าที่เราคิดน</p>
<h4><span style="color: #ff9900;">ประชันกลองสะบัดชัย</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/3FWPh1zT2-4" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><b>สนั่น ธรรมธิ<br />
สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</b></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
ต้นฉบับ : http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/04/12/</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">กลองสะบัดชัย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
