Homeเกี่ยวกับเชียงใหม่ภูมิปัญญา ล้านนาปั๊กกะตืนตักข้าว ภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการเคารพธรรมชาติ

ปั๊กกะตืนตักข้าว ภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการเคารพธรรมชาติ

แม่ล้อมหญิงชราวัยหกสิบกว่า กำลังอธิบายการอ่านปั๊กกะตืนตักข้าวแก่กลุ่มเด็กนักเรียนที่สนใจ โดยมีอารี เด็กหญิงหน้าตาน่ารักตั้งคำถามถามแม่หลวงอย่างสนใจ เด็ก ๆ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ ที่ไม่เคย รู้จักมาก่อนทั้งที่ตนเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งในหมู่บ้าน ยิ่งสนใจศึกษายิ่งรู้ว่าสิ่งที่คุณครูบอกในห้องเรียนช่างน้อยนิด พวกเขาเรียนรู้สังคมในเมือง บางครั้งไปไกลถึงต่างแดน นอกโลกคุณครูยังเคยสอน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ สิ่งที่มี หรือเรื่องราวใกล้ตัวในหมู่บ้านกลับไม่เข้าใจ

ปั๊กกะตืนตักข้าว ยันต์ตักข้าว ไม้ตักข้าว หรือปฏิทินตักข้าวของคนภาคเหนือ เป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งของ อย่างเดียวกัน ใช้เป็นตำราหรือปฏิทินในการตักข้าว เป็นการกำหนดวันเพื่อตักข้าวออกจากยุ้งฉาง ไม่ว่าจะตัก เพื่อนำไปตำ นำไปสี ตักเพื่อขาย ตักเพื่อแบ่งปันให้ผู้อื่น ตักเพื่อนำไปทำบุญทำทาน หรือตักไปทำพันธุ์ เป็นต้น ในปั๊กกะตืนตักข้าวจะบอกว่าวันไหนเป็นวันดีหรือเป็นวันเสียที่ไม่ควรตักข้าวออกไปใช้

ปั๊กกะตืนตักข้าว ทำมาจากไม้เนื้อแข็ง พวกไม้สัก ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้เหียง หรือไม้ตึง นำมาตัดเป็น ท่อนถากให้เกลี้ยง กว้าง 2.5 – 3 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว แบ่งตามแนวยาวเป็นสองซีกซ้ายขวา ด้วยรอยขีดลึกเป็นร่อง ตรงกลาง แนวขวางจะแบ่งเป็นช่อง ช่องละเท่ากัน 15 ช่อง รวมซ้ายขวาก็จะได้ทั้งหมด 30 ช่อง ด้านบนสุด ทำเป็นรูปโค้งเจาะรูตรงกลางเพื่อใช้เชือกร้อยสำหรับแขวนเก็บ ถัดจากรูร้อยเชือกลงมา ด้านซ้ายเจาะเป็น รูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์แทนข้างขึ้น ส่วนด้านขวาเจาะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวแทนข้างแรม นับจากด้านบนลงมา จะเป็นข้างขึ้นหรือแรมหนึ่งค่ำ สองค่ำ สามค่ำ ลงมาจนกระทั่งด้านล่างสุดจะเป็นสิบห้าค่ำ ในแต่ละช่องซ้ายขวา จะเจาะรูเป็นรูปวงกลมเล็ก ๆ บางช่อง 1 รู 2 รู 3 รู หรือมากกว่า หรือบางช่องไม่เจาะรูไว้เลย

การเจาะรูตามช่องต่าง ๆ นั้น แม่ล้อมอธิบายว่า เป็นการบอกว่าวันไหนควรตักข้าวหรือวันไหนไม่ควรตัก จำนวนจุดจะแทนจำนวนผีที่จะคอยมากินข้าวของชาวบ้าน ถ้าตักข้าววันที่มีรูในปั๊กกะตืนมากผีก็จะมีมาก เชื่อว่า ผู้เป็นเจ้าของข้าวจะเกิดความเสียหายต่าง ๆ เช่น ข้าวอาจร่วงหล่น หรือข้าวในยุ้งจะหมดเร็ว ขายข้าวไม่ได้หรือได้ ในราคาต่ำ อาจถูกคดโกง กล่าวคือ ผีที่คอยจ้องทำลายจะทำความเสียหายต่าง ๆ แก่เจ้าของข้าว ที่เรียกว่า ขึด ชาวบ้านเชื่อว่าถ้าสิ่งใดที่บรรพบุรุษ ผู้เฒ่าผู้แก่ห้ามไม่ให้ทำ แต่ไม่เชื่อผู้นั้นจะเจอสิ่งชั่วร้าย เสียหายแก่ตนเอง และทรัพย์สิน

ชาวบ้านจะแขวนปั๊กกะตืนตักข้าวไว้ที่ถุข้าวหรือหลองข้าว (ยุ้งข้าว) หรือถุข้าวม่อ (แหล่งเก็บข้าวที่นำออก มาใช้ได้อย่างสะดวก) ถุข้าว เป็นโรงเรือนสำหรับเก็บข้าวเปลือก เป็นเรือนไม้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีใต้ถุนสูง สำหรับมัดวัว ควายที่เลี้ยงไว้ใช้งาน หรือใช้เป็นที่เก็บเกวียน หลังคารูปจั่ว ด้านในโรงเรือนจะกั้น เป็นห้องมิดชิด เพื่อกันหนูเข้าไปกินข้าวเปลือก ด้านนอกจะทำเป็นชานเพื่อเป็นทางเดินโดยรอบ ใช้สำหรับเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น ไถ คราด กระบุง ตะกร้า เป็นต้น ขนาดของถุข้าวจะแตกต่างกันแล้วแต่ว่าใครจะทำนาได้ข้าวมากน้อย

ปกติช่วงเสาของถุข้าวมีระยะประมาณ 3 เมตร เพื่อให้กว้างพอที่จะแขวนแอ่วตีข้าวไว้ที่ใต้ถุนได้ด้วย

ส่วนถุข้าวม่อ อาจทำเป็นภาชนะที่เรียกว่า เสวียน เป็นภาชนะเก็บข้าวเปลือกอีกชนิดหนึ่ง ทำมาจากซีกไม้ไผ่ ขนาดกว้าง 1 – 2 นิ้ว สานเป็นลายสะลาบ ยาแนวด้วยมูลวัวควายผสมดินเหนียว เป็นรูปทรงกลม ด้านในกลวง ปูด้วยเสื่อก่อนเพราะเสวียนจะเป็นภาชนะที่ไม่มีก้น ขนาดโดยทั่วไปจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 – 2.5 เมตร สูงประมาณ 1 – 2 เมตร ใช้สำหรับใส่เจื๊อข้าว(เมล็ดพันธุ์ข้าว) หรือข้าวเปลือกที่สามารถตักนำไปใช้ได้ง่าย (ม่อ หมายถึง ง่าย)

ชาวบ้านจะเก็บข้าวไว้ในถุข้าว และถุข้าวม่อให้แยกจากกัน เพราะเวลาเกิดเหตุร้ายเช่น ไฟไหม้จะได้ เหลือข้าวไว้ที่ใดที่หนึ่ง เป็นการไม่ประมาทในการดำรงชีวิตเด็ก ๆ สงสัยว่า ทำไมคนสมัยก่อน ถึงไม่เขียน บันทึกรายละเอียดไว้เพราะอ่านง่ายกว่า ไม่ต้องมาตีความสัญลักษณ์ให้เสียเวลา แม่ล้อมไขข้อข้องใจเหล่านี้ว่า สมัยก่อนคนไม่ได้เรียนหนังสืออ่านหนังสือไม่ออก เรียกว่า คนดิบ จึงต้องทำเป็นสัญลักษณ์แทน รุ่นพ่อสอนรุ่นลูก รุ่นลูกสอนรุ่นหลานเป็นความรู้ที่ถ่ายทอดกันในครอบครัว ทุกคนปฏิบัติตาม ข้าวปลาอาหารจึงอุดมสมบูรณ์ ไม่อดอยากขาดแคลน

แม่ล้อมยังเล่าให้เด็ก ๆ ฟังว่า คนสมัยก่อนเขานับถือข้าวเป็นสิ่งมีคุณต่อชีวิตคนถ้าไม่มีข้าวคนก็อยู่ไม่ได้ คนจึงรักและทะนุถนอมข้าวไว้เหมือนพระเจ้าไม่ทิ้งขว้างโดยไม่จำเป็น บางครั้งกินข้าวเคี้ยวไปเจอหัด (กรวดที่ปนอยู่ในข้าว) ก่อนทิ้งต้องกล่าวคำขอโทษก่อน โดยกล่าวว่า”เข้าเป็นเจ้าเป็นนาย กินบ่ดายก็ลำเหียเก่า” (ข้าวเป็นเจ้านายกินเปล่า ๆ ก็ยังอร่อย) กล่าวจบจึงคายทิ้งได้

เด็กนักเรียนได้รับรู้เรื่องราวที่มีในหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตพวกเขา หลายอย่างที่พวกเขาเห็น ตัวอย่างจากผู้ใหญ่บางคนหรือพวกเขากระทำไปอย่างไม่ตั้งใจจนทำให้เกิดความ เสียหาย วันนี้ อารีและเพื่อน ตั้งใจว่าต่อไปจะไม่ทำอะไรที่ “ขึด” เพื่อพวกเขาจะได้มีชีวิตที่มีความสงบสุขอย่างรุ่นพ่อหลวงแม่หลวงที่ได้รับรู้มา

SALE!
เสื้อผ้าฝ้าย ทรงป้าย คอกลม ผู้หญิง แขนสามส่วน งานนาฬิกาทราย แต่งกระดุมกะลา ผ้าดี อยู่ทรงสวย

REVIEW OVERVIEW

บทความยอดนิยม

อวยพรวันเกิด ภาษาเหนือ

คำอวยพรวันเกิด แบบกำเมือง ภาษาเหนือ ล้านนา สำหรับการอวยพรวันเกิดของคนเหนือ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ภาษาเหนืออยู่แล้ว ฟังไฟเราะ ใครทีเคยได้ยินมาจากปู่ย่าตายาย

กิจกรรมเชียงใหม่

งานประเพณีสรงน้ำวัดวรเวทย์วิสิษฐ์(ช้างหม้อ) ประจำปี 2569 ต.บ้านแหวน อ.หางดง

งานประเพณีสรงน้ำวัดวรเวทย์วิสิษฐ์(ช้างหม้อ) ประจำปี 2569 วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ วัดวรเวทย์วิสิษฐ์(ช้างหม้อ) บ้านเดื่อ ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่