Homeประวัติศาสตร์วัดวัดพระเจ้าเม็งราย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดพระเจ้าเม็งราย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดพระเจ้าเม็งราย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 21 ถนนราชมรรคา ซอย 6 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์:053–278788 , 053-272437 , 01-9507899 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1839

วัดพระเจ้าเม็งรายแห่งนี้เดิมชื่อ วัดคานคอด คงจะเพี้ยนมาจากคำว่า ก๋าละก้อด ตามจารึกผอบเงินฝังอยู่ใต้ฐานพระประธานในวิหาร พบครั้งแรกเมื่อซ่อมแซมวิหาร พ.ศ. 2510 จารึกด้วยอักษรไทยยวน ( พื้นเมือง ) มีข้อความว่า “ ครูบาอุบาละ ไดสร้างผอบเงินแก่นนี้ ผจุไว้สารีรธาตุ พระเจ้าเงิน แก้ว คำ ทอง นาค ผจุไว้ในวัดการกฎะ ตราบเสี้ยง 5000 พระวัสสา นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ โน นิจฺจํ ” ตามอดีตพระอธิการกุย ทสฺสนีโย เจ้าอาวาสอธิบายว่า วัดพระเจ้าเม็งรายนี้ นอกจากจะเรียกว่า วัดก๋าละก้อดแล้ว ยังเรียกชื่อว่า “ วัดศรีสร้อยท้าแจ่ง ” โดยความจริงแล้วดั้งเดิมจะเรียกชื่ออะไรยังไม่ทราบ วัดกำละก้อดเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระเจ้าเม็งรายเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้เอง แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ผิดหลัก ที่ถูกควรจะเรียกว่า “ วัดพญามังรายหลวงเจ้า ” จะไม่มีใครท้วงว่าเรียกผิด อย่างไรก็ตามในวัดแห่งนี้ มีพระพุทธรูปปางลีลาห้ามญาติ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ สูงประมาณ 450 ซม. คนทั่วไปเรียกว่า “ พระเจ้าค่าคิงพญามังราย ” 5000 พระวัสสา นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ โน นิจฺจํ ” ตามอดีตพระอธิการกุย ทสฺสนีโย เจ้าอาวาสอธิบายว่า วัดพระเจ้าเม็งรายนี้ นอกจากจะเรียกว่า วัดก๋าละก้อดแล้ว ยังเรียกชื่อว่า “ วัดศรีสร้อยท้าแจ่ง ” โดยความจริงแล้วดั้งเดิมจะเรียกชื่ออะไรยังไม่ทราบ วัดกำละก้อดเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระเจ้าเม็งรายเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้เอง แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ผิดหลัก ที่ถูกควรจะเรียกว่า “ วัดพญามังรายหลวงเจ้า ” จะไม่มีใครท้วงว่าเรียกผิด

ลำดับเจ้าอาวาส:
รายนามเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบ
2. พระอธิการอุบาละ
3. พระอธิการโพธา
4. พระอธิการกันทา
5. พระอธิการอุ่น
6. พระอธิการเสาร์คำ
7. พระอธิการปินตา
8. พระอธิการสุธรรม
9. พระอธการเต่า
10.พระอธิการบุญศรี โสภโณ พ.ศ.2490-2500
11.พระอธิการกุย ทสฺสนีโย พ.ศ.2500-2526 1
2.พระมหาวีรวัฒน์ ธมฺมวฑฺโน พ.ศ.2530-… ประวัติเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน เดิมอยู่บ้านสันป่าเลียง เกิดวันที่ 3 กรกฎาคม 2502 โดยมีลำดับของการเริ่มเข้ามาอยู่ในวัดดังนี้ – อายุ 12 ปี เข้ามาเป็นเด็กวัด ณ วัดสันป่าเลียง – อายุ 13 ปี บวชเป็นสามเณร เมื่อ 12 พฤษภาคม 2515 อยู่ได้ 2 พรรษาจึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดพันอ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2517 และอยู่ที่นี่ 1 พรรษา – อายุ 16 ย้ายไปจำพรรษาที่วัดพระบาทตากผ้า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2518 อยู่ที่วัดนี้ประมาณ 4 พรรษา -อายุ 20 ย้ายไปจำพรรษาที่วัดดอนเมือง บางเขน กทม.เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2522 อยูที่วัดนี้ 5 พรรษา – อายุ 25 ย้ายกลับมาเชียงใหม่ จำพรรษา ณ วัดสวนดอกเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2527 อยู่ที่วัดนี้ 3 พรรษา – อายุ 28 เจ้าคณะตำบลก็ได้มาเชิญให้ไปเป็นเจ้าอาวาสประจำวัดพระเจ้าเม็งราย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2530 จนถึงปัจจุบัน

งานสถาปัตยกรรม
1 วิหาร
2 พระอุโบสถ
3 หอพระไตรปิฎก
4 ศาลาอเนกประสงค์
5 ศาลาบำเพ็ญกุศล
6 หอสมุด
7 เจดีย์ ทรงปราสาท
8 ซ้มประตู สร้างใหม่เลียนแบบของโบราณ

งานศิลปกรรม
1 พระเจ้าค่าคิงพญามังราย พระองค์นี้มีตำนานเล่าว่า “ ครั้งนั้นพระมหาเถรเจ้าองค์หนึ่งนามว่ากัสสปะ เป็นผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในพระธรรมวินัยมีลูกศิษย์ร่วมเดินทาง 5 รูป มาบำเพ็ญสมณธรรมอยุ่ ณ ที่แห่งหนึ่งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเมืองหริภุญชัย พญามังรายทรงทราบแล้วเสด็จไปนมัสการพระมหาเถรเจ้า ทรงไต่ถามความสุขสบาย และพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า พระมหาเถรเจ้าก็ให้อรรถาธิบาย จนเป็นที่พอพระหฤทัย และทรงเลื่อมใสในสีลาธิคุณ ปัญญาธิคุณ แห่งพระมหาเถรเจ้ายิ่งนัก พระองค์ทรงโปรดให้สร้างพระอารามขึ้นแห่งหนึ่งถวายเป็นที่อยู่พระเถระ และทรงหล่อพระพุทธปฏิมากรด้วยทองสัมฤทธิ์ 5 องค์ มีพระวรกายเท่ากับพระพุทธเจ้าที่เสด็จโปรดโลกมาแล้ว และองค์ที่จะมาโปรดภายหน้าคือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ พรพทธเจ้ากัสสปะ พระพุทะเจ้าโกนาคมนะ พระพุทธเจ้าโคตรมะ พระอริยเมตไตย และต่อมาทรงหล่อพระพทธรูปนั่ง 4 องค์ และประทับยืนอีก 1 องค์ กล่าวว่าพระพุทธรูปที่ทรงโปรดหล่อครั้งนั้น มีขนาดเท่ากับพระวรกายของพระองค์ทั้งหมดประดิษฐานไว้ ณ พระอารามที่สร้างถวายพระมหากัสสปะ เมื่อ พ.ศ. 1839 – 1840 พระองค์สร้างเวียงขึ้นอีกแห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเวียงกุมกาม คือ เวียงเชียงใหม่ ทีแรกพระองค์สร้างหอนอนอยู่ในบริเวณเวียงร้าง ช่วงระยะสร้างเวียงใหม่ เมื่อสร้างเวียงเสร็จแล้ว ทรงสร้างเจดีย์ขึ้นตางหอนอนของพระองค์พร้อมกับบริเวณโดยรอบ ยกถวายสร้างเป็นวัดตั้งนามว่า “ วัดเชียงหมั้น ” มาตราบเท่าทุกวันนี้ เมื่อสร้างเวียงเสร็จแล้ว ก็ทรงดำริที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปที่หล่อไว้นั้นมาประดิษฐานในพระอุโบสถของวัดเชียงหมั้นในเวียงใหม่ จึงให้ข้าราชการบริพารไปหามเอาพระพุทธรูปยืนองค์นี้ จากเวียงกุมกามมาตามเส้นทางถึงบริเวณวัดก๋าละก้อด ไม้คานที่ใช้หามนั้นหักคอดลง พวกราชบริพารจึงนำความไปกราบบังคมทูลพญามังรายทรงทราบ พระองค์ถือเป็นบุพพนิมิตอันดีว่า องค์พระพุทธรูปทรงมีความปรารถนาที่จะประดิษฐานอยู่ ณ ที่นั้น จึงโปรดให้สร้างพระอารามขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นั้นมาตราบเท่าทุกวันนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2019 – 2031 เป็นรัชกาลของพระเจ้าติโลกราชครอ งเชียงใหม่ล้านนาปรากฏว่า มีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยวัชรสาสน์ สูง 134 ซม. ประดิษฐานอยู่บนแท่นแก้วในวิหารแห่งนี้ มีข้อความจารึกที่ฐาน เมื่อ พ.ศ. 2012 ซึ่งเป็นระหว่างรัชกาลของพระเจ้าติโลกราช ตามข้อความจารึกไม่ปรากฏว่าสร้างหล่อขึ้น ณ ที่ใด อาจจะมีผู้นำจากที่อื่นเชิญมาประดิษฐานในวัดกำละก้อสืบมาตราบถึงกาลบัดนี้ พระพุทธรูปปางลีลาห้ามญาติ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ สูงประมาณ 450 ซม.

REVIEW OVERVIEW

Must Read

งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่) ประจำปี 2569 วันที่ 13-19 พฤษภาคม 2569 ณ วัดเดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่) ประจำปี 2569

0
งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล (เสาหลักเมืองเชียงใหม่) ประจำปี 2569 วันที่ 13-19 พฤษภาคม 2569 ณ วัดเดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

บทความยอดนิยม

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เชียงใหม่