Home Blog Page 67

นิทรรศการบันทึกภาพด้วยดวงตา ผ่านปากกาและผู่กัน

นิทรรศการบันทึกภาพด้วยดวงตา ผ่านปากกาและผู่กัน ในวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 และวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ณ อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โครงการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก ขอเชิญชวนศิลปิน สถาปนิก นักออกแบบและประชาชนที่สนใจ ร่วมชมนิทรรศการกลางแจ้ง ความยาว กว่า 100 เมตร ผลงานศิลปะ ของศิลปิน นักออกแบบ และสถาปนิก เพื่อเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของเมืองเชียงใหม่ (Heritage Arts )
ในวันอาทิตย์ที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2564
ณ อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
* ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด​-19 *
.
ลงทะเบียนได้ที่
https://docs.google.com/…/1Psf8EPJ6iKv_EYeRzrt_y2…/edit
.
สอบถามเพิ่มเติม
สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โทรศัพท์: 053 942 575
สนับสนุนโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, เทศบาลนครเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มช. : Social Research Institute, CMU Chiang Mai City of Crafts and Folk Art TCDC Chiang Mai, สีน้ำม่วนใจ๋, กลุ่มสล่าสีน้ำเชียงใหม่
#chiangmai​ #cmwhi

แผนที่อ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ตลาดเล็ก เด็กปล่อยของ Kids Flea Market

ตลาดเล็ก เด็กปล่อยของ Kids Flea Market 26 – 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 น – 20.00 น. ณ ลานกิจกรรม อาคาร B ชั้น 1 พรอมเมนาดา

✨🌈 26 – 28 กุมภาพันธ์นี้ 💕 พรอมเมนาดาจัดให้ พบกับ “ตลาดเล็ก เด็กปล่อยของ” 🎉 เปิดพื้นที่ให้น้องๆหนูๆ มาเป็นแม่ค้าน้อยวัยเยาว์ ได้ปล่อยของมือสอง สร้างรายได้ช่วงโควิด และฝึกทักษะการขายของ พร้อมกิจกรรมสนุกสนานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 🎪🤹🏻 บ้านลมหรรษา และ Balance bike 🚲
แล้วเจอกันนะคะ 🥰
.
📍 ลานกิจกรรม อาคาร B ชั้น 1
.
#Promenada #PromenadaChiangMai
#พรอมเมนาดา #พรอมเมนาดาเชียงใหม่


Back to Earth Workshop

Back to Earth Workshop 7 February 2021 9AM – 4.30PM at Three King’s Monument

One full-day workshop in a stunning Earth Home – a sustainable eco-friendly learning centre in San Sai District. You will create your own 100% natural tie-dye products from scratch – extract colours from leaves and wood! Learning how to cook traditional Thai food and dessert in a fun and friendly atmosphere using organic and locally-sourced ingredients. Visiting a national award-winning community museum.
9:00 meeting at Three Kings Monument. You wil be picked-up to go to the Earth Home (optionally you could go there directly, it is 30 mins outside the city).
9:30 arriving at the Earth Home. You will be doing your own natural tie-dye products from scratch – doing the first stage preps. Follow by Thai cooking class using organic locally-sourced ingredients.
13:00 After enjoying your yummy lunch. We will be finishing the final stage of the tie-dye process. Then visiting the award-winning community museum to see over 1000 pieces of rare artifacts, unique pieces of Thai culture from the past – refreshingly narrated by me with history game!
15:30-16:00 Returning to the Earth Home , collecting your tie-dye creations. Say good bye and heading back to the city, back to Three Kings Monument.
Cost 1,700 BAHT per person including transportation, lunch, water, and all equipments.
You must reserve your spot using the link below (no walk-in available as we need to prepare materials in advance):
https://docs.google.com/…/1FAIpQLSezgxJM4bP…/viewform…
We need at least 4 participants to run this workshop. You will be advised prior to the date. Please let us know your dietary requirements and preference for transport.
Hope to see you all at the Earth Home, it will be an awesome day!
Sue’s Chiang Mai

Map Three King’s Monument แผนที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ถนนพระปกเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยแม่โจ้

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (อังกฤษ: Maejo University; อักษรย่อ: มจ. — MJU) เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ตั้งอยู่ที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีรากฐานจาก “โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือ” จนได้รับการเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐลำดับที่ 23 ในประเทศไทย

 ประวัติ

โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม
มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการพัฒนาจาก โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือ ซึ่งได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2477[2] ตามคำบัญชาของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) รัฐมนตรีกระทรวงธรรมการในขณะนั้นเพื่อเป็นการขยายการศึกษาด้านการเกษตรไปยังส่วนภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือถือเป็นสถานศึกษาด้านการเกษตรแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค โดยตั้งอยู่บนพื้นที่จำนวน 900 ไร่เศษบริเวณพื้นที่บ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ควบคู่กับสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ มีพระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ)|พระช่วงเกษตรศิลปการเป็นอาจารย์ใหญ่คนสุดท้ายของโรงเรียน รับนักเรียนจากผู้ที่สำเร็จมัธยมปีที่ 6 หรือประกาศนียบัตรครูมูลเข้าศึกษาในหลักสูตรกำหนดเวลาเรียน 2 ปี โดยได้รับประกาศนียบัตรประโยคครูประถมกสิกรรม (ป.ป.ก.) มีนักเรียนเข้าศึกษาในปีแรกจำนวน 48 คน ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ของโรงเรียนเรียนมีความไม่พร้อมในการทำเกษตรกรรมเนื่องจากเป็นพื้นที่ดินทรายจึงต้องมีการปรับปรุงดินให้ใช้ในกการทำการเกษตรได้ อีกทั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆเช่น ห้องเรียน เรือนนอน โรงอาหารและบ้านพักครู ต้องจัดสร้างขึ้นอย่างชั่วคราวเพื่อให้ทันต่อนโยบายของกระทรวงธรรมการในการเปิดโรงเรียน ทำให้ช่วงแรกของการก่อตั้งมีความยากลำบากอย่างมาก ต่อมาได้มีการเปลี่ยนสถานะของโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือเป็น โรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรมภาคเหนือ ในปี พ.ศ. 2479 หลังเปิดการการเรียนการสอนได้เพียง 3 รุ่น ซึ่งกระทรวงธรรมการเห็นว่าหลักสูตรประโยคครูประถมกสิกรรมที่เปิดไปมีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนเพียงพอและมีสถานศึกษาที่ต้องใช้ครูเกษตรจำนวนน้อย จึงเปิดหลักสูตรมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม (มก.) ขึ้นแทนโดยรับผุ้ที่สำเร็จการศึกษาขั้นมัธยมปีที่ 4 เข้าศึกษาโดยกำหนดเวลาเรียน 4 ปี มีผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรจำนวน 4 รุ่น

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในปี พ.ศ. 2481 ไดมีการยุบรวมโรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรมในส่วนภูมิภาค ได้แก่ ภาคใต้ที่ตำบลคอหงส์ จังหวัดสงขลา ภาคกลางที่อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี และภาคอีสานที่ตำบลโนนวัด จังหวัดนครราชสีมา แต่มิได้ยุบโรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรมภาคเหนือจากการผลักดันของพระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ) หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจและหลวงอิงคศรีกสิการ ให้มีการรักษาโรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรมไว้ซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็น วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สังกัดกระทรวงเกษตราธิการ โดยรับผู้ที่สำเร็จชั้นมัธยม 8 เข้าศึกษาในหลักสูตรอนุปริญญาทางเกษตรศาสตร์ สหกรณ์และวนศาสตร์เป็นเวลา 2 ปี โดยมีพระช่วงเกษตรศิลปการเป็นผู้อำนวยการคนแรก ซึ่งต่อมาได้เป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2482 วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ย้ายที่ตั้งจากแม่โจ้ไปยังสถานีเกษตรกลาง อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร โดยในส่วนของพื้นที่แม่โจ้นั้นได้ก่อตั้งเป็น โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์ โดยรับผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 เข้าศึกษาในหลักสูตร 2 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจึงสามารถเข้าศึกษาในระดับปริญญาที่วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนได้โดยไม่ต้องส เมื่อวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปี พ.ศ. 2486 โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สถาบันอาชีวศึกษา
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ประสบปัญหาจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามดังกล่าวทำให้มีผู้สมัคเรียนจำนวนน้อยอีกทั้งยังมีการคมนาคมที่ลำบากและห่างไกลจากกรุงเทพมหานครมาก จึงมีแนวคิดที่จะยุบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ลงในปี พ.ศ. 2488 โดยได้มีการงดการรับนักศึกษาในปี พ.ศ. 2490 – 2491 เนื่องจากขาดงบประมาณและจำนวนผู้เรียนน้อย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2491 กระทรวงเกษตราธิการได้โอนกิจการของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้กับกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยเปลี่ยนสถานะเป็นสถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษาใช้ชื่อว่า โรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ และเริ่มเปิดสอนในปี พ.ศ. 2492 โดยรับจากผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 เข้าศึกษาในหลักสูตร 3 ปี เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรอาชีวชั้นสูง แผนกเกษตรกรรม และต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2499

มหาวิทยาลัย
ในปี พ.ศ. 2518 ได้มีการเปลี่ยนสถานะของวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ใหม่เป็น สถาบันเทคโนโลยีการเกษตร[3] และย้ายสังกัดจากกรมอาชีวศึกษาไปสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยแทน โดยเปิดสอนในหลักสูตรเทคโนโลยีการเกษตรบัณฑิต (ทก.บ.) ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกในระดับปริญญาตรี รวมถึงในระดับอนุปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงและประกาศนียบัตรบัณฑิต และได้เปลี่ยนชื่อสถาบันในปี พ.ศ. 2525 เป็น สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ เนื่องจากคำว่าแม่โจ้เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปมากกว่า[4]

สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ได้รับการสถานปนาเป็น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ [5] เมื่อวัน 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 เพื่อขยายขอบเขตการให้การศึกษาและเกิดความคล่องตัวทางวิชาการและการบริหารมากขึ้น โดยปัจจุบันมีการเปิดสอนในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอกโดยมีความหลากหลายในสาขาวิชานอกเหนือจากสาขาเกษตรกรรมซึ่งแม่โจ้มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทางด้านการปฏิบัติมาตั้งแต่ในช่วงของการศึกษาด้านอาชีวศึกษา รวมถึงยังมีการจัดตั้งวิทยาเขตเพื่อขยายการศึกษาไปยังส่วนภูมิภาคต่างๆ โดยวิทยาเขตแรกคือมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติตั้งอยู่ที่อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพรที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร และวิทยาเขตล่าสุดคือมหาวิทยาลัยแม่โจ้-อุตรดิตถ์ที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2539 เปลี่ยนสถานะจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ภายในการกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ โดยไม่สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560 ซึ่งประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560 และมีผลบังคับใช้ 30 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปคือให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย คือ อินทนิล[6]

อินทนิล เป็นไม้ยืนต้นที่แข็งแรง อายุยาวนาน และเจริญเติบโตได้ทุกสภาพของประเทศไทย แทน ความแข็งแกร่ง อดทน ของศิษย์แม่โจ้
ช่ออินทนิล มีลักษณะเกาะกันเป็นกลุ่มแน่น สีสด แทน ความรัก ความสามัคคี และความกลมเกลียว
อินทนิลเป็นต้นไม้ที่เจริญได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย แทน ศิษย์แม่โจ้ที่มาจากทุกหนทุกแห่ง และกระจายกันออกไปเจริญเติบโตก้าวหน้าอยู่ทั่วทุกภาค
ต้น เปลือก และใบ ของอินทนิล ใช้เป็นยาสมุนไพรได้ แทน คุณค่าของศิษย์แม่โจ ที่ได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคม

รายนามอธิการบดี

โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือ/โรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่
คนที่ รายนามอาจารย์ใหญ่/ผู้อำนวยการ วาระการดำรงตำแหน่ง
1. อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ 2477 – 2481
2. หลวงอิงคศรีกสิการ (อินทรี จันทรสถิตย์) รักษาการ ก.ค.-ต.ค.2479
3. จรัด สุนทรศิล รักษาการ 2481 – 2482
4. ศาสตราจารย์ ดร.พนม สมิตานนท์ ผู้อำนวยการ 2482 – 2484,2486-2495
5. ประเทือง ประทีปเสน 2484 – 2486
6. ไสว ชูติวัตร 2495 – 2497
สถาบันเทคโนโลยีการเกษตร
คนที่ รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
7. ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 – 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2522
21 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 – 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2526
8. พันเอก ดร.อาทร ชนเห็นชอบ รักษาการ 21 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม พ.ศ. 2522
สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
9. ศาสตราจารย์ ดร.ยรรยง สิทธิชัย 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 – 4 มิถุนายน พ.ศ. 2530
10. ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล สงวนศรี 5 มิถุนายน พ.ศ. 2530 – 30 เมษายน พ.ศ. 2532
11. รองศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ เที่ยงตรง 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 – 30 เมษายน พ.ศ. 2536
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 – 30 เมษายน พ.ศ. 2540
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
12. ศาสตราจารย์ ดร.กำพล อดุลวิทย์ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 (รักษาราชการแทน)
13. นายสราญ เพิ่มพูล 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2545
14. รองศาสตราจารย์ ดร.เทพ พงษ์พานิช 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
8 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
15. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร ยศราช 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
1 เมษายน พ.ศ. 2558[7] – 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
16. รองศาสตราจารย์ ดร.วีรพล ทองมา 1 เมษายน พ.ศ. 2562 – 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 (รักษาราชการแทน)
27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563[8] – ปัจจุบัน

การจัดอันดับมหาวิทยาลัย

การจัดอันดับโดย Webometrics

การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อยู่ในอันดับที่ 2,166 ของโลก อันดับที่ 59 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 22 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[9]

การจัดอันดับโดย UI Green Metric World University Ranking เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวที่จัดโดยมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับ 9 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 158 ของโลก[10]

การจัดอันดับโดย 4 International Colleges & Universities การจัดอันดับเว็บไซต์มหาวิทยาลัยโดยระบบ 4 International Colleges & Universities (4icu.org) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ดำเนินการจัดอันดับความนิยมเว็บไซต์ ของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศและทั่วโลกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2005 โดยรายงาน ผลปีละ 2 ครั้ง คือ เดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคม มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดอันดับความนิยมของมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยนานาชาติ บนพื้นฐานของความนิยมในการเข้าติดตามชมเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะเป็น เว็บไซต์ที่ช่วยให้นักศึกษานานาชาติได้เข้าใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยนานาชาติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การที่เว็บไซต์ที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน และมีการ Update ข้อมูลข่าวสารที่สม่าเสมอจะถูกนำมาใช้ในการ พิจารณาจัดอันดับอีกด้วย ล่าสุดเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อยู่ในอันดับที่ 2,532 ของโลก อันดับที่ 23 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย

สำนักงานมหาวิทยาลัย
สำนักงานมหาวิทยาลัย
กองกลาง
กองพัฒนานักศึกษา
กองแผนงาน
กองคลัง
กองการเจ้าหน้าที่
กองอาคารและสถานที่
กองสวัสดิการ
กองวิเทศสัมพันธ์
กองเทคโนโลยีดิจิทัล
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
กองพัฒนาคุณภาพ
กองตรวจสอบภายใน

หน่วยงานแบบวิสาหกิจ
ศูนย์กล้วยไม้และไม้ดอกประดับ
ศูนย์ภาษา
ศูนย์วิจัยพลังงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้
ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ
สถาบันบ่มเพาะวิสาหกิจ
สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์
สำนักงานบริหารทรัพย์สิน
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้
สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัย

คณะ/วิทยาลัย/สำนัก
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แบ่งการเรียนการสอน เป็น 11 คณะ 3 วิทยาลัย 2 วิทยาเขต 1 บัณฑิตวิทยาลัย 3 สำนัก ดังนี้
คณะผลิตกรรมการเกษตร
คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี
คณะวิทยาศาสตร์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบสิ่งแวดล้อม
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร
คณะพัฒนาการท่องเที่ยว
คณะเศรษฐศาสตร์
คณะบริหารธุรกิจ
คณะศิลปศาสตร์
คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
คณะสารสนเทศและการสื่อสาร
วิทยาลัยบริหารศาสตร์
วิทยาลัยพลังงานทดแทน
วิทยาลัยนานาชาติ
โครงการจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์
โครงการจัดตั้งคณะนิติศาสตร์
โครงการจัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร
บัณฑิตวิทยาลัย
สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร
สำนักงานเลขานุการ
ฝ่ายวิจัย
ฝ่ายฝึกอบรม
ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร
ฝ่ายขยายพันธุ์พืชและสัตว์
ฝ่ายพัฒนาเกษตรที่สูง
ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ
คลินิกเทคโนโลยี
สำนักหอสมุด
สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ

ศูนย์/โครงการจัดตั้ง
ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพ และสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
ศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยแม่โจ้
สถาบันบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานตรวจสอบภายใน
สถานบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร
ศูนย์วิจัยพลังงาน
สำนักงานประสานงานวิจัยเชิงบูรณาการ (สกว.แม่โจ้)
สำนักงานสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้
ศูนย์วิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัย
โครงการจัดตั้งโรงพยาบาลสัตว์แม่โจ้

วิทยาเขต
มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่-พร้าว ในพื้นที่ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 10 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 12,879 ไร่ อยู่ใน 3 จังหวัด คือ
1.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เลขที่ 63 หมู่ที่ 4 ถนนเชียงใหม่ – พร้าว ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
2.มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ เลขที่ 17 หมู่ 3 ถนนยันตรกิจโกศล ตำบลแม่ทราย อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่
3.มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร เลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
4.มหาวิทยาลัยแม่โจ้-อุตรดิตถ์ (กำลังก่อสร้าง) ตำบลผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2521 และได้เสด็จพระราชดำเนินในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เองเรื่อยมา แต่ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นประจำทุกปี ดังนั้น วันพระราชทานปริญญาบัตรของทุกปี จึงจัดให้อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตามอย่างคราวรับพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งแรก ในคราวรับพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกนั้นจัดขึ้นที่อาคารแผ่พืชน์ ซึ่งในปี 2558 เป็นครั้งที่ 37 บัณฑิตรุ่นที่ 38 ปัจจุบันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จัด ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 19 – 20 กุมภาพันธุ์ 2558

บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัย


เกรน ประชาศรัยสรเดช อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ 6 สมัย

จำนงค์ โพธิสาโร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ
เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัทเบียร์ช้าง
จุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตองคมนตรี
พระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) พระราชาคณะเจ้าคณะรองฝ่ายธรรมยุติกนิกาย อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และอดีตเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต)

เฉลิม พรหมเลิศ อดีตรองประธานวุฒิสภา

พระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้

ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย

เจ้าเดชา ณ ลำปาง เป็นผู้สืบเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าของเจ้าผู้ครองนครลำปาง

ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์
รองศาสตราจารย์ ธรรมนูญ ฤทธิมณี เป็นอดีตอธิการบดีคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
ธีร์ นันทวริศ เป็นศิลปิน ดิจิตัล อาร์ทติส และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธรี ดี แลนด์ จำกัด มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ 3D “พระผู้เป็นที่รัก”[1][2][3][4][5] และงานออกแบบดิจิตัลอาร์ทให้การประกวดนางงามจักรวาล พ.ศ. 2561 (Miss Universe 2018)[6][7]
ธัชกร ตั้งธนกรกิจ นักออกแบบ ผู้ชนะเลิศการประกวดออกแบบชุดประจำชาติ ให้ผู้เข้าประกวดจากประเทศไทย ในการประกวดนางงามจักรวาล ปีพ.ศ. 2552 (Miss Universe 2009) โดยชุด “ญ.งามท้องถิ่นสุวรรณภูมิ” ได้รับรางวัลที่ 3 จากเวทีดังกล่าว[8][9][10]

บิว กัลยาณี นักร้องลูกทุ่ง

ปลอดประสพ สุรัสวดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี
พลเอกพิชาญเมธ ม่วงมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแม่ทัพภาคที่ 3
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร
พันธุ์เลิศ บูรณศิลปิน อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มอนอินทร์ รินคำ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ 2 สมัย

ยงยุทธ สุวภาพ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่
ยุพราช บัวอินทร์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก ราษฎรอาวุโส นักวิจัย นักวิชาการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอดีตนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา และอดีตจเรทหาร

ศาสตราจารย์ วิภาต บุญศรี วังซ้าย อธิการบดีคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตร (แม่โจ้)
วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา
เจ้าวีรพงศ์ ณ ลำพูน โอรสเจ้าพงศ์ธาดา ณ ลำพูน ผู้สืบราชสกุลเจ้าผู้ครองนครลำพูน
วัชระ ตันตรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา (ศิษย์เก่า การบัญชี)

รองศาสตราจารย์ ศิริชัย หงษ์วิทยากร หนึ่งในผู้ก่อตั้งภาควิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเป็น 1 ใน 8 บุคคล ตามโครงการตามหาบุคคลในภาพถ่ายที่มีโอกาสถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7รอบ12 สิงหาคม 2559 ที่จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรม[11][12]

สมพร ยกตรี ผู้ก่อตั้งภาควิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้[13]
สมาน ชมภูเทพ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำพูน
สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย
สง่า สรรพศรี อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ศาสตราจารย์กิตติคุณ สิปปนนท์ เกตุทัต ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์

อรุณี ชำนาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา
อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ หลายกระทรวง (กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุข) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ (7 สมัย) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงใหม่
โอภาส พลศิลป อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี 3 สมัย
อุทิศ นาคสวัสดิ์ นักดนตรี นักแต่งเพลงไทย ผู้ส่งเสริมดนตรีไทย นักเขียน นักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ นักเขียนบทละคร

(ประกาศเลื่อน) YRC RUN for FRIENDSHIP 2021

งานวิ่ง YRC RUN for FRIENDSHIP 2021 วันอาทิตย์​ที่​ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ชื่องาน : YRC RUN for FRIENDSHIP 2021
จัดวันที่ : วันอาทิตย์​ที่​ 7 กุมภาพันธ์ 2564
สถานที่ : อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ระยะทาง : 4KM | 10KM | VIP
ค่าสมัคร : 450บาท/รุ่นนักเรียน 300 บาท | 450บาท | 1,500บาท
เปิดรับสมัคร : 9 -31 ธันวาคม 2563 หรือเต็มจำนวน 3,000 คน(รวมทุกประเภทการแข่งขัน)

‼️ประกาศ…‼️เนื่องจากการระบาดรอบใหม่ของไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ในขณะนี้ได้แพร่ระบาดออกไปอย่างรวดเร็ว และขยายวงกว้างมากขึ้น ทางคณะผู้จัดงาน YRC RUN for FRIENDSHIP 2021 ก็ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อประเมินสถานการณ์ และความเหมาะสมของการจัดงาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสำคัญ ..
และสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบันยังน่าเป็นห่วง มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับที่ 1/2564 เรื่องมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด โควิด – 19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ นั้น .. ทางคณะผู้จัดงานจึงมีมติให้เลื่อนการจัดการแข่งขันออกไป จนกว่าสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 จะคลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นวัน เวลาใด แอดมินจะรีบมาอัพเดทให้ทุกท่านได้ทราบโดยเร็ว
แล้วเราจะรอวันได้กลับมาพบกัน มาวิ่งด้วยกัน มาสนุกด้วยกัน .. แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความปลอดภัยของทุกๆท่านจะต้องมาเป็นอันดับแรก ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพ และขอให้ปลอดภัยจาก Covid-19 จนกว่าจะพบกัน
คณะผู้จัดงานต้องกราบขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย
#YRCrunForFriendship2021

มาแล้วจ้า…‼️.. ประเภทของการแข่งขันและรางวัล .. โดยงานครั้งนี้เราจะมีการแข่งขัน 2 ระยะคือ
1.ระยะมินิมาราธอน (Mini Marathon) 10 กม.
2.ระยะฟันรัน ((Fun Run) 4 กม.
สถานที่รอบอ่างเก็บน้ำหวยตึงเฒ่า และบริเวณห้วยตึงเฒ่าเชียงใหม่ .. บรรยากาศชิลๆ ชมแกะ คิงคอง กังหันสวยๆ ในห้วยตึงเฒ่ากันจ้า
📌เปิดรับสมัคร 9 ธันวาคม 2563 เวลา 09:09:09 น. แอดมินจะปล่อยลิงค์สมัครพร้อมกันทางหน้าเพจ YRC RUN for FRIENDSHIP เกาะหน้าจอรอสมัครกันได้เลย 100 คนแรกที่สมัครและชำระเงินรับตุ๊กตาน้องช้างไปเลย (รับในวันรับเบอร์การแข่งขัน)
***หมายเหตุ ตุ๊กตาน้องช้าง รางวัล Fast Pay สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่สมัครทางช่องทางออนไลน์ และชำระเงินพร้อมทั้งแจ้งชำระเงินให้กับทางแอดมินเรียบร้อยครบถ้วนตามกติกาเท่านั้น โดยการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
***ระยะ Fun Run รุ่นนักเรียนยุพราช(ศิษย์ปัจจุบัน) ไม่เปิดให้สมัครทาง online แต่สามารถสมัครได้ด้วยการกรอกเอกสารการสมัครที่จะจัดส่งให้ทางโรงเรียน
#YRCrunForFriendship2021

🤭อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย … ภาพหลุดเหรียญต้นแบบ YRC RUN for FRIENDSHIP 2021 .. ผลิตจากวัสดุโลหะอย่างดี จากโรงงานที่ผลิตเหรียญรางวัลในรายการวิ่งระดับโลก สวยงาม คมชัด ทรงคุณค่า น่าเก็บสะสม .. รางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่สามารถตื่นเช้ามาวิ่งพิชิตระยะทาง 4 และ 10 กม. วิ่งๆ เดินๆ เดินๆ วิ่งๆ เข้าเส้น F I N I S H เมื่อไหร่ ได้รับทุกคนจ้า … 😘
#YRCrunForFriendship2021

🎁 ของรางวัลพิเศษ FAST PAY 🎁
… เพื่อคุณผู้มีความไวเป็นเลิศ …
“น้องช้างน้อยน่ารัก” เราขอมอบให้กับผู้ที่สมัครวิ่งและชำระเงินสำเร็จ 100 ท่านแรก โดยจะสมัครในระยะใดก็ได้ในช่องทาง online นี้เท่านั้น .. และผู้สมัครจะต้องปฎิบัติตามกติกาที่กำหนดดังนี้.-
1. จะต้องกรอกลิงค์สมัครอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
2. ส่งหลักฐานยืนยันการชำระเงิน พร้อมทั้งแจ้งชื่อ- สกุล ประเภทการแข่งขันให้กับแอดมินทราบทางกล่องข้อความเพจนี้เท่านั้น
📢 เปิดลิงค์รับสมัคร วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09:09:09 น. เป็นต้นไป เกาะจอรอเลยน๊า 😘
***หมายเหตุ ตุ๊กตาน้องช้าง รางวัล Fast Pay สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่สมัครทางช่องทางออนไลน์ และชำระเงินพร้อมทั้งแจ้งชำระเงินให้กับทางแอดมินเรียบร้อยครบถ้วนตามกติกาเท่านั้น และสามารถรับน้องช้างได้ในวันรับเบอร์ติดหน้าอก .. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
ติดตามรายละเอียดงาน “YRC RUN for FRIENDSHIP 2020” ได้ที่ YRC RUN for FRIENDSHIP

📌ก่อนเปิดรับสมัครทางช่องทาง Online ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09:09:09 น. วันนี้แอดมินมีรายละเอียดมาแจ้งให้ทราบ เพื่อการเตรียมตัว และเตรียมความพร้อม .. ทั้งประเภทการแข่งขัน, การแบ่งรุ่น, รางวัลในแต่ละรุ่น อัตราค่าสมัคร และสิ่งที่จะได้รับ รวมทั้งขนาดของเสื้อ เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าจะได้กรอกลิงค์สมัครได้อย่างรวดเร็ว .. มาลุ้นรับน้องช้างรางวัล Fast Pay 100 คนแรกที่สมัคร และชำระเงินกันจ้า 😘
#YRCrunForFriendship2021

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (อักษรย่อ: ย.ว.;อังกฤษ: Yupparaj Wittayalai School) เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของภาคเหนือ และโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (อักษรย่อ: ย.ว.;อังกฤษ: Yupparaj Wittayalai School) เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของภาคเหนือ และโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นสถานศึกษาในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โรงเรียนก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2432 โดยมีชื่อแรกตั้งว่า “โรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่” และเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยศยศเป็น สมเด็จพระยุพราชในรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย” ซึ่งมีความหมายว่า “โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร)”

ประวัติโรงเรียน

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำ ภาคเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2442 ตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการ ศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก”ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง” เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า
…ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดแต่ความประพฤติชอบ และการเลี้ยงชีวิตโดยชอบเป็นที่ตั้ง ครั้นทั้งหลายจะประพฤติชอบ แลจะหาเลี้ยงชีวิตโดยชอบนั้นเล่า ก็ย่อมอาศัยการได้ศึกษาวิชา ความรู้ ในทางที่จะให้บังเกิดประโยชน์ มาแต่ย่อมเยาว์ และฝึกซ้อมสันดานให้น้อยในทางสัมมาปฏิบัติและเจริญปัญญา สามารถในกิจการต่างๆ อันเป็นเครื่องประกอบการหาเลี้ยงชีพเมื่อเติบใหญ่ จึงเชื่อว่าได้เข้าสู่ทางความเจริญ… บัดนี้การฝึกสอนในกรุงเทพฯเจริญแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สมควรจะจัดการฝึกสอนให้หัวเมืองได้เจริญขึ้นตามกัน…

สำหรับเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ของมณฑลพายัพนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชประสงค์ จะให้จัดเป็นโรงเรียนตัวอย่างและฝึกอบรมกุลบุตรกุลธิดา ให้รู้ธรรมเนียมการหนังสือ และฝึกหัดลายมือ ให้ใช้เป็นเสมียนได้ วิชาคิดเลขและวิชาช่างที่เป็นประโยชน์ และธรรมเนียมต่างๆ ที่เป็นคุณแก่แผ่นดิน ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ก็ยังมีพระราชประสงค์จะปลูกฝังคุณสมบัติ ให้นักเรียนเป็นคนขยันขันแข็ง สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ซื่อสัตย์สุจริตมีอุปนิสัยใจคอดี และเป็นพลเมืองดีในที่สุด

เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งนั้น โรงเรียนมีที่ตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของพระยานริศรราชกิจ (สาย โชติกเสถียร) ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพในขณะนั้น ลักษณะการก่อตั้งโรงเรียนเป็นไปตามแนวพระดำริ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ต้องการให้โรงเรียนหลวงตั้งอยู่ริมจวนข้าหลวง หรือในวัด ที่อยู่ไกล้จวนข้าหลวง เพื่อจะได้ช่วย เป็นธุระดูแลและให้ครูได้ตั้งใจสั่งสอนนักเรียน โรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นมีจุดประสงค์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อเป็น โรงเรียนตัวอย่าง แก่โรงเรียนอื่นๆ ในเมืองเชียงใหม่ จึงมีชื่อเป็นที่รู้จักของคนสมัยนั้นว่า โรงเรียนประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ เริ่มต้นจากการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทย และวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งการอบรมความประพฤติ ให้รู้จักรับผิดชอบ ในระยะแรกเริ่มนั้นจัดการศึกษาเป็นแบบสหศึกษา มีนักเรียนชาย หญิง พระภิกษุ สามเณร เรียนรวมกัน มีขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑล เป็นครูใหญ่คนแรก

โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ ซึ่งระยะแรกตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของข้าหลวงใหญ่ เริ่มมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายที่เรียนมาอยู่ที่โรงละคร ของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 8 เมื่อปี พ.ศ. 2444 แต่ภายหลังการศึกษาเพื่อให้เกิดความผสมผสานกลมกลืนกันในชาติ โดยใช้วิธีสอนหนังสือไทยกลางให้เหมือนกันทั่วประเทศ และเจ้าผู้ครองนครต่างๆ ในมณฑลพายัพต่างสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐบาลอย่างดี สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้น เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้สนับสนุนการตั้งโรงเรียนเพื่อสอนภาษาไทยชั้นสูง โดยได้บริจาคที่ดิน คือที่ดินตำบลสี่แยกถนนวโรรส ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีขนาดเนื้อที่ความยาว 37 วา 2 ศอก ความกว้าง 19 วา 2 ศอก และยกโรงเรือนซึ่งเป็นโรงละครเดิมจำนวน 1 หลัง ประกอบด้วยเสาไม้แก่นมีเครื่องบน และพื้นไม้จริงเพื่อให้สร้างโรงเรียนต่อไป สำหรับตัวอาคารของโรงเรียนหลังแรกนี้ ได้วางรูปแบบเป็นรูปทรงปั้นหยา มี 9 ห้อง มีขนาดความยาว 17 วา 2 ศอก ความกว้าง 6 วา มีเรือนโถงต่อจากเรือนเดิม เพื่อใช้เป็นที่นั่งเล่นหรือประโยชน์อื่นๆ รวม 4 ด้าน การก่อสร้างทำได้ถึงขั้นสร้างโครง และติดเครื่องบนแต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์การก่อสร้างโรงเรียน จึงหยุดชะงักไปชั่วคราว

ปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยาสุรสีห์ วิสิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)ขึ้นมารับราชการตำแหน่ง ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ โดยเฉพาะทางด้านการศึกษานั้น พระยาสุรสีห์วิสิษฐ์ศักดิ์พยายามดำเนินการทุกวิถีทางในอันที่จะใช้ “การศึกษาแผนใหม่” เป็นเครื่องช่วยในการปฏิรูป มณฑลพายัพ โดยเริ่มจากการสร้างโรงเรียน ท่านได้มอบหมายให้ขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑลพายัพ เป็นหัวหน้าบอกบุญเรี่ยรายเงิน จากเจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการมณฑล ได้เงินจำนวนมาก การก่อสร้างโรงเรียนที่ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ได้ก่อสร้างค้างไว ้จึงได้เริ่มดำเนินการต่อ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2448 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 ดังความปรากฏในลิลิตพายัพ ความว่า “…ครั้นรุ่งขึ้นพระองค์ทรงรัถยานขับรี่ สู่ที่ตั้งโรงเรียน อ่านเขียนหนังสือสยาม เล่าบ่นตามกำหนด หมดทั้งเลขวิทยา ราชาทอดพระเนตรเสร็จ ผันพักตร์เสด็จโดยบาท สู่อาวาสเจดีย์หลวง…” ในการเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรด พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 500 บาท สมทบการสร้างโรงเรียน และได้พระราชทานนามโรงเรียน ที่ก่อสร้างใหม่ว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งมีความหมายว่าเป็นโรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช นั่นเอง

ข้อมูลปัจจุบัน

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่และอยู่บนเนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน เปิดการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 แบบสหศึกษา ปัจจุบันเป็นศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527
รายนามผู้บริหารโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 หม่อมราชวงศ์จันทร์ มหากุล พ.ศ. 2432-2442
2 พระยาอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ พ.ศ. 2442-2446
3 นายเงิน ตุลยสัชฎ์ พ.ศ. 2447-2448
4 นายอิน นุพงศ์ไทย พ.ศ. 2449-2449
5 ขุนประยุทธนิติสาร พ.ศ. 2450-2453
6 นายโชติ ไชยภัฏ พ.ศ. 2453-2453
7 รองอำมาตย์เอกหลวงสุนทรเสข พ.ศ. 2454-2456
8 รองอำมาตย์เอกหลวงสุทธิชัยนฤเวทย์ พ.ศ. 2457-2458
9 รองอำมาตย์ตรีหลวงวุฒิศรเนติสาร พ.ศ. 2459-2461
10 รองอำมาตย์เอกหลวงอาจวิชชาสรร (ทอง ชัยปาณี) พ.ศ. 2462-2467,พ.ศ. 2469-2474
11 รองอำมาตย์โทขุนชำนิอนุสาสน์ พ.ศ. 2467-2468
12 นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา พ.ศ. 2475-2475
13 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาช พ.ศ. 2476-2478
14 นายเกยูร ผลาชีวะ พ.ศ. 2479-2487
15 นายชื่น จรินโท พ.ศ. 2488-2490
16 นายโปร่ง ส่งแสงเติม พ.ศ. 2491-2495
17 นายโสภิต ศุขเกษม พ.ศ. 2496-2510, พ.ศ. 2512-2515
18 นายสนอง มณีภาค พ.ศ. 2511-2512
19 นายสุเชฎฐ วิชชวุต พ.ศ. 2516-2520
20 นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ พ.ศ. 2520-2525
21 นายสมชาย นพเจริญกุล พ.ศ. 2525-2535
22 นายประสิทธิ์ แสนไชย พ.ศ. 2535-2537
23 นายสุรชาติ ช่วงฉ่ำ พ.ศ. 2537-2540
24 นายสาหร่าย แสงทอง พ.ศ. 2541-2544
25 นายวีรยุทธ จงสถาพรพงศ์ พ.ศ. 2544-2547
26 นายประดิษฐ์ จันทร์แสนตอ พ.ศ. 2547-2549
27 นายบรรจง พลฤทธิ์ พ.ศ. 2549-2552
28 นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ พ.ศ. 2554-2557
29 นายบุญเสริญ สุริยา พ.ศ. 2557-2562
30 นายฐิตติณัฐ ศักดิ์ธนานนท์ พ.ศ. 2562-2563
– นายธนพล กมลหัตถ์ พ.ศ. 2563-ปัจจุบัน รองผู้อำนวยการ รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการ

อาคารเรียน

หมายเลขอาคาร
ชื่ออาคาร
ห้องเรียน
1 ตึกยุพราช
  • หอเกียรติประวัติและจัดแสดงผลงานของโรงเรียน
  • หอวชิราวุธานุสรณ์ ประจำจังหวัดเชียงใหม่
2 เรือนวิเชียร
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
  • ห้องเรียนโครงการ English Program
  • ศูนย์บริการการศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
3 เรือนรัตน์
  • ศูนย์ให้คำปรึกษาเพื่อนใจวัยรุ่น ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน
  • ศูนย์สเต็มศึกษา ภาคเหนือ
  • งานธนาคารโรงเรียน
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • ห้องเรียนประจำระดับชั้น ม.3
4 เรือนเพชร
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
  • ห้องเรียนปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
  • ห้องโสตทัศนูปกรณ์
  • ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(พสวท.) ภาคเหนือ
5 เรือนวชิระ
  • สำนักงานผู้อำนวยการ
  • สำนักงานฝ่ายอำนวยการ
  • สำนักงานฝ่ายจัดการศึกษา
  • สำนักงานฝ่ายนโยบายและแผน
  • ห้องเรียนประจำระดับชั้น ม.1
6 เรือนพัชระ
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
  • ห้องปฏิบัติการงานคหกรรม
7 อาคารรัตนมณี
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
  • ห้องเรียนประจำระดับชั้น ม.5
  • ห้องแนะแนว
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์)
8 อาคารศรีมรกต
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • ห้องเรียนประจำระดับชั้น ม.2
9 อาคารนวรัตน์
  • โรงอาหาร 2
  • ห้องสมุดกลาง เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก
  • ห้องประชุมวิภาตะวณิช
  • หอประชุมใหญ่
10 อาคารเพชรรัตนราชสุดา
  • ห้องจัดแสดงผลงานของโรงเรียน
  • ห้องชมรมและกลุ่มกิจกรรม (งานนักศึกษาวิชาทหาร, งานลูกเสือ, สำนักงานสภานักเรียน และคณะสี)
  • ห้องเรียนปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์
  • ห้องเรียนประจำระดับชั้น ม.4
11 อาคารยุพราชรังสรรค์
  • โรงอาหาร 1
  • อาคารเอนกประสงค์
12 อาคารวชิรดารา
  • ห้องเรียนประจำระดับชั้น ม.5-6
อาคารยุพราช 100 ปี
  • ห้องเรียนปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และพิมพ์ดีด
  • ห้องเรียนปฏิบัติการทางหุ่นยนต์
  • ห้องเรียนปฏิบัติการทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (Video Conference)
อาคารพยาบาล 100 ปี
  • ห้องปฏิบัติการพยาบาล
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา)
อาคารประชาสัมพันธ์ 100 ปี
  • สำนักงานฝ่ายบริหารงานทั่วไป
ธรรมสถาน
  • พระวิหารวัดนางเหลียว ภายในประดิษฐานพระทศพลญาณมหามุนี และพระสมเด็จพระยุพราช
  • ห้องเรียนวิชาพระพุทธศาสนา
อาคารพลศึกษา
  • โรงยิมพลศึกษา
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา)
อาคารดนตรีไทย
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรีไทย)
โรงช้างต้น
  • ห้องศูนย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (วงโยธวาทิต)
เรือนแก้ว
  • พิพิธภัณฑ์ และศูนย์จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบภายในโรงเรียน
  • ศูนย์การเรียนรู้อาเซียนศึกษา
อาคารสมาคมผู้ปกครองและครูยุพราชวิทยาลัย (สปย.)
  • สำนักงานฝ่ายกิจการนักเรียน
 - งานระเบียบวินัย
 - งานคุณธรรมจริยธรรม
 - งานสารวัตรนักเรียน
 - งานจราจร และรักษาความปลอดภัย
  • ห้องประชุมสมาคมผู้ปกครองและครูยุพราชวิทยาลัย (สปย.)
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • ห้องครูเวรประจำวัน
  • ห้องพักครูเวรสตรี วันหยุดราชการ
แหล่งการเรียนรู้รังผึ้งสุขสันต์
  • อาคารห้องน้ำ
สวนบ้านบานเย็น
  • ศาลา 3 หลัง
  • สวนพืชพรรณไม้ต่างๆ
  • พระอนุสาวรีย์ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

เพลงประจำโรงเรียน

เพลง ยุพราช-บานเย็น (เพลงประจำสถาบัน)
เพลง ชาวบานเย็น
เพลง ใต้ร่มธงบานเย็น
เพลง ยุพราชอนุสรณ์
เพลง อย่าลืมบานเย็น
เพลง ยุพราชฯองอาจบานเย็น (เพลงพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี การพระราชทานนาม “ยุพราชวิทยาลัย”)
เพลง ยุพราชร้อยปี (เพลงพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี การพระราชทานนาม “ยุพราชวิทยาลัย”)

แผนการเรียนของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ห้องเรียนโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)
ห้องเรียน Smart YRC
ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อม
ห้องเรียนสำหรับนักเรียนหลักสูตรปกติ
ห้องเรียน international program

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ห้องเรียนสำหรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อม และนักเรียนทุนโครงการ พสวท. (ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ นักเรียนความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ นักเรียนความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษ
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ นักเรียนความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์พิเศษ (SMART YRC)
ห้องเรียนสำหรับนักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์
แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาฝรั่งเศส
แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน
แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาญี่ปุ่น
ห้องเรียนโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)

แผนการเรียนพิเศษของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล(World-Class Standard School)
โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)
โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อม
โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ
โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
โครงการSmart YRC. ส่งเสริมทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์

บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

ดูเพิ่มที่ บุคคลจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของไทย (นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย) เลขประจำตัว 19582 รุ่น “บัวเกี๋ยง” ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2548
บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ – อดีต รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาผู้แทนราษฏร (9 พฤษภาคม 2522 – 19 มีนาคม 2526)
ไกรสร ตันติพงศ์ – อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขประจำตัว 2745 รุ่น “ศรีบุญเรือง”
ปรีดา พัฒนถาบุตร – อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
เลิศ ชินวัตร – อดีตสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ – อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
กฤษดาภรณ์ เสียมภักดี – อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, เชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ประเสริฐ ณ นคร – อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติปี พ.ศ. 2531
ศาสตราจารย์ สุกิจ นิมมานเหมินท์ – เลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2481) รักษาการคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (2483) สมาชิกพฤฒสภา (2489) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (2491-2492) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย (2502) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา (2506) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2515) นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2515-2517) รองนายกรัฐมนตรี (2516-2519) และราชบัณฑิต ได้รับพระราชทานเข็มดุษฎีมาลา ศิลปวิทยา
ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย – อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่
ไพบูลย์ มุสิกโปดก – ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภาพถ่ายศิลปะ ประจำปี พ.ศ. 2547
นารากร ติยายน – ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ช่องวันเอชดี
พิมลวรรณ หุ่นทองคำ – ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (อังกฤษ: ChiangMai Rajabhat University; ชื่อย่อ: มร.ชม. – CMRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของภาคเหนือ เป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (อังกฤษ: ChiangMai Rajabhat University; ชื่อย่อ: มร.ชม. – CMRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของภาคเหนือ เป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 ในนาม “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” มีบทบาทและความรับผิดชอบในฐานะสถาบันการศึกษาและวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาวิชาการในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความต้องการของท้องถิ่น และผลิตครูบุคลากรทางการศึกษา ทำการวิจัยส่งเสริมวิทยฐานะของครู อาจารย์ และบุคลากรประจำการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และให้บริการทางวิชาการแก่สังคม

ในปี พ.ศ. 2518 “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” หรือ “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” ได้ยกฐานะขึ้นเป็น “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” ตาม “พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518″[2]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามวิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า “สถาบันราชภัฏ” แปลว่า “ผู้ที่อยู่ใกล้พระราชา” ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ เป็นตราประจำสถาบันราชภัฏ และเมื่อได้ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ”[3] ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” จึงมีชื่อเป็น “สถาบันราชภัฏเชียงใหม่”

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธยใน “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547″[4] อันมีผลให้สถาบันราชภัฏ 41 แห่งทั่วประเทศ เปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” และมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ยังความปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวราชภัฏทุกคน

ในปี พ.ศ. 2557 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีอายุครบรอบ 90 ปี
คนดีสร้างชาติไทย ราชภัฏเชียงใหม่สร้างคนดี
ประวัติ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้พัฒนามาจาก “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 โดยได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาบันมาโดยลำดับ เป็นระยะเวลารวมกว่า 90 ปี ดังรายละเอียดประวัติที่สรุปพอสังเขป ดังนี้[5]

โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ
เมื่อปี พ.ศ. 2466 มหาเสวกโท พระยาสุรบดินทร์สุรินทรภาไชย (อุปราช) อำมาตย์เอกพระยาพายัพพิริยะกิจ (สุมหเทศาภิบาล) และอำมาตย์ตรีหลวงวิสณห์ดรุณการ (ศึกษาธิการมณฑลพายัพ) ได้ร่วมกันเพื่อเตรียมการจัดตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” ขึ้น ตามแนวคิดหลักของกระทรวงธรรมการในขณะนั้น จึงได้ซื้อที่ดิน ณ บ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมด้วยเรือนไม้ 1 หลัง เพื่อเตรียมจัดตั้งโรงเรียน ต่อมาในปี พ.ศ. 2467 นายร้อยเอกเจ้าราชภาติกวงษ์ เสนาวังจังหวัดเชียงใหม่ (ยศขณะนั้น:ต่อมาได้เลื่อนเป็น นายพันตรีเจ้าราชภาติกวงษ์ นามเดิมคือ คำตัน ณ เชียงใหม่) ได้ยกที่ดินด้านทิศเหนือของบริเวณที่ซื้อไว้เดิมพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ให้แก่มณฑลพายัพ เพื่อรวมเป็นพื้นที่จัดตั้งโรงเรียน เมื่อได้สถานที่พอที่จะดำเนินการได้ กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่ง (ตามหนังสือลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2466) เห็นควรให้ “นายชื่น สิโรรส” ซึ่งดำรงตำแหน่งศึกษาธิการอำเภอแม่ริมอยู่ในขณะนั้นมาเป็นครูใหญ่

อาคารเรียนหลังแรก มีลักษณะเป็นเรือนไม้ไผ่ ในปี พ.ศ. 2467
เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2467 “นายชื่น สิโรรส” ครูใหญ่ “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” ได้เริ่มก่อสร้างอาคารเรียนและหอนอนหนึ่งหลัง ลักษณะอาคารเป็นเรือนไม้ไผ่ชั่วคราวพร้อมทั้งโรงอาหาร การปลูกสร้างได้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2467 และได้เริ่มทำการสอนเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 นักเรียนรุ่นแรกมีจำนวน 28 คน คัดเลือกมาเรียนจากจังหวัดเชียงราย 6 คน จังหวัดลำพูน 5 คน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1 คน และจังหวัดเชียงใหม่ 16 คน การคัดเลือกนักเรียนได้ยึดตามระเบียบการของโรงเรียนกสิกรรมส่วนกลาง

ในปี พ.ศ. 2468 ได้เริ่มมีหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนตามแนวของโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมอย่างแท้จริง โดยได้เปิดสอนตามหลักสูตรครูมูลกสิกรรมขึ้น ต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 ได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 3 แปลงเป็นที่สวนเก่าติดกับเนื้อที่ของโรงเรียนทางด้านทิศตะวันออก แต่ยังไม่มีตัวอาคารเรียนที่เป็นเรือนถาวรเกิดขึ้น จำนวนนักเรียนลดลงเหลือเพียง 22 คน การศึกษายังคงเน้นหนักให้ผู้เรียนปฏิบัติงานกสิกรรมอย่างจริงจังเรื่อยมา ทำให้มีผลผลิตทางการเกษตรออกจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นประจำ

โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ
ในปี พ.ศ. 2470 มณฑลพายัพได้รวมเอาการฝึกหัดครูสามัญชั้นต่ำประจำมณฑลแผนกชาย ซึ่งอยู่ที่โรงเรียนประจำมณฑล (ปัจจุบันคือ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย) มาไว้ที่ “โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ” เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในขณะนั้น โดยทางราชการได้แต่งตั้งให้ “หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ” มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และเปลี่ยนชื่อใหม่เรียกว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ” ซึ่งนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนชาย และสอนเน้นหนักด้านการเกษตร จึงทำให้คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า “โรงเรียนกสิกรรมช้างเผือก” กิจกรรมของโรงเรียนที่สำคัญคือ การจัดงานประจำปีของโรงเรียนที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นที่มาของการจัดงานฤดูหนาวประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน

“หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ” ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ “โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ” จนถึงปี พ.ศ. 2480 จึงได้เกษียณอายุราชการ สภาพการจัดการเรียนการสอนสมัยนั้นยังคงเป็นการผลิตครู ทั้งสายครูสามัญและสายครูกสิกรรมควบคู่กันไป อาคารเรียน บ้านพักครูสำเร็จขึ้นด้วยฝีมือของนักเรียนและครูช่วยกันปลูกสร้างโรงเรียนเอง และได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปทั้งมณฑลพายัพและทั่วภาคเหนือ มีนักเรียนจากจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ เข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก ทางราชการก็เริ่มเห็นความสำคัญของการฝึกหัดครูมากขึ้น โดยได้สร้างอาคารเรียนขึ้นเป็นเรือนถาวรหลังหนึ่ง แต่การปลูกสร้างยังไม่ทันได้เริ่มในสมัยของ “หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ” เมื่อ “นายสนิท ศิริเผ่า” ได้ย้ายมาเป็นครูใหญ่สืบต่อเมื่อปี พ.ศ. 2480 จึงได้เริ่มปลูกสร้างเป็นเรือนไม้สองชั้นฐานคอนกรีต หันหน้าไปทางทิศตะวันตก (ซึ่งยังใช้อยู่จนถึง พ.ศ. 2513 จึงได้รื้อและสร้างอาคาร 1 ขึ้นแทนในสถานที่เดิม หรืออาคารสำนักงานอธิการบดีในปัจจุบัน)

โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่

ศาลพระพิฆเนศวร ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเป็นที่เคารพสักการะของบุคลากร และนักศึกษาทุกคน
ในปี พ.ศ. 2490 สมัยครูใหญ่ “นายทวี โปธาฌานนท์” ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับงานผลิตครูที่ดำเนินการอยู่ โดยเรียกว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” เริ่มใช้สีดำและเหลืองเป็นสีประจำโรงเรียน ใช้สัญลักษณ์ “พระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งปัญญา” เป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน และได้หล่อรูปพระพิฆเนศวรนั่งบนแท่นไว้เป็นเครื่องสักการะแก่ครูและนักเรียน ใช้คติพจน์ประจำโรงเรียนว่า “นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา” ซึ่งแปลว่า “ไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา”

“โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” เป็นที่นิยมแก่ชาวภาคเหนืออย่างยิ่ง โดยได้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งตามสถิติในปี พ.ศ. 2493 อันเป็นปีที่ “นายทวี โปธาฌานนท์” ได้ขอย้ายไปโรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยานั้น มีนักเรียนประจำชายถึง 147 คน กล่าวกันว่ามีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ และในปีเดียวกันนี้ทางราชการได้แต่งตั้งให้ “นายประยุทธ สวัสดิสิงห์” เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนสืบต่อมา ในระหว่างนี้ได้มีการปรับปรุงด้านอาคารสถานที่หลายหลัง อาทิ หอพักชาย โรงอาหาร บ้านพักครู โรงฝึกงานด้านหัตถกรรม เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2496 “นายประยุทธ สวัสดิสิงห์” ครูใหญ่ ได้ย้ายไปรับราชการประจำกรมการฝึกหัดครู ทางราชการได้สั่งให้ “นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา” มาเป็นครูใหญ่สืบแทน ในปีการศึกษานี้ “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” ได้เริ่มจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) เป็นรุ่นแรก มีนักเรียนจากส่วนกลางคัดเลือกมาเรียน 36 คน ทั้งนี้ตามความต้องการของกรมประชาศึกษา (ปัจจุบันคือ กรมสามัญศึกษา) และยังมีนักเรียนในท้องถิ่นภาคเหนือมาเรียนอีกจำนวนหนึ่ง มีครูสอนจำนวน 6 คน นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งนับแต่ได้สถาปนาโรงเรียนนี้เป็นต้นมา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” ได้เริ่มใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) เป็นปีแรก และได้ใช้หลักสูตรนี้มาจนถึงปี พ.ศ. 2521 จึงได้งดสอนไป ในปี พ.ศ. 2499 ได้รวมแผนกฝึกหัดครูสตรีของโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเชียงใหม่ (โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ) และรวมแผนกฝึกหัดครูการเรือนของโรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์ มาจัดเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูแบบสหศึกษา แต่ยังเรียก “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” เหมือนเดิม

วิทยาลัยครูเชียงใหม่
ในปี พ.ศ. 2502 “นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา” ครูใหญ่ “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” ได้ย้ายไปรับราชการที่กรุงเทพมหานคร และ “นายศิริ ศุขกิจ” ได้ย้ายมาเป็นหัวหน้าสถานศึกษาแห่งนี้แทน โดยเรียกตำแหน่งนี้ใหม่ว่า “อาจารย์ใหญ่” ทั้งนี้เพราะได้เตรียมการยกฐานะของโรงเรียนให้เปิดถึงขั้นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ซึ่งเทียบเท่ากับประโยคครูมัธยมเดิมและอนุปริญญา ในปี พ.ศ. 2503 ได้เรียกชื่อสถานศึกษาใหม่ว่า “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” และได้เริ่มงานตามโครงการฝึกหัดครูชนบท โดยได้ส่งนักศึกษาในระดับ ป.กศ. ออกฝึกสอนในโรงเรียนประถมศึกษา 5 โรงเรียน ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการนี้ได้รับความชื่นชมจากชาวจังหวัดเชียงใหม่อย่างยิ่ง ชาวบ้านหวังอยู่เสมอว่า “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” จะส่งนักศึกษาไปฝึกสอนในโรงเรียนท้องถิ่นของตนบ้าง

ประตูทางเข้าวิทยาลัยครูเชียงใหม่
ในปี พ.ศ. 2506 “นางบุญฉวี พรหโมปกรณ์กิจ” ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ปีหนึ่ง จากนั้นปี พ.ศ. 2507 “นายศิริ ศุขกิจ” ก็ย้ายกลับมาเป็นอาจารย์ใหญ่อีกหนึ่งปี ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ ระหว่างที่รออาจารย์ใหญ่คนใหม่ ในช่วงปี พ.ศ. 2508 ทางราชการได้มอบหมายให้ “นางประชุมพร อมาตยกุล” เป็นผู้รักษาราชการแทนอาจารย์ใหญ่ และในช่วงปีการศึกษานี้ ทางราชการได้ยกระดับผู้บริหารขึ้นถึงชั้นพิเศษ และเรียกตำแหน่งผู้บริหารว่า “ผู้อำนวยการ” ผู้อำนวยการท่านแรกของ “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” คือ “นายประสิทธิ์ สุนทโรทก” ซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509

ในปี พ.ศ. 2515 “นายประสิทธิ์ สุนทโรทก” ผู้อำนวยการ ได้ย้ายเข้าไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการฝึกหัดครู ทางราชการได้แต่งตั้งให้ “นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร” เป็นผู้อำนวยการสืบต่อมา

ในปี พ.ศ. 2517 “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” ได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี โดยใช้หลักสูตรของวิทยาลัยวิชาการศึกษา 3 วิชาเอก คือ ภาษาอังกฤษ เคมี และวิทยาศาสตร์ทั่วไป โดยมุ่งหวังว่าจะให้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรประโยคครูอุดมศึกษา (ป.อ.) แต่ก็ได้เลิกไปเมื่อ พ.ศ. 2518 เมื่อมีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518” โดยที่กำหนดให้การบริหารงานของวิทยาลัยครูทุกแห่งขึ้นอยู่กับ “สภาการฝึกหัดครู” และได้กำหนดให้เรียกชื่อผู้บริหารเป็น “อธิการ” จึงนับได้ว่า “นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร” เป็น “อธิการ” คนแรกของ “วิทยาลัยครูเชียงใหม่”

ในปี พ.ศ. 2524 “นายวิเชียร เมนะเศวต” ได้เข้ารับตำแหน่งอธิการสืบต่อ จนถึงปี พ.ศ. 2528 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการฝึกหัดครู อธิการคนต่อมา คือ “รองศาสตราจารย์ ดร.มังกร ทองสุขดี” ซึ่งดำรงตำแหน่งจนถึงปี พ.ศ. 2534 “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ” จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “อธิการ” และในปี พ.ศ. 2535 ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อผู้บริหารจาก “อธิการ” เป็น “อธิการบดี” จึงนับได้ว่า “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ” เป็น “อธิการบดี” คนแรก

สถาบันราชภัฏเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามวิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า “สถาบันราชภัฏ” แปลว่า “ผู้ที่อยู่ใกล้พระราชา” แต่หลายท่านให้ความหมายเป็นนัยว่า “นักปราชญ์ของพระราชา” โดยมีตราประจำสถาบันเป็นตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ชาวราชภัฏทุกคนจึงถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันราชราชภัฏ” โดยถือเป็นวันสถาปนาของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ)

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธย ใน “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547” เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 อันมีผลให้ “สถาบันราชภัฏ” เปลี่ยนชื่อเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” และมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ยังความปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวราชภัฏทุกคน

และในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547” ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นชาวราชภัฏทั้ง 41 แห่ง จึงร่วมใจพิธีถวายราชสดุดี เฉลิมฉลองนาม “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” พร้อมกัน ในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เวลา 09.09 น. พร้อมกันทั่วประเทศ

การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ในอนาคต
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ถูกจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ดีที่สุดในประเทศไทย อันดับที่ 3 รองจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตามลำดับ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2552
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรที่ตั้งแห่งใหม่ คือ “ศูนย์แม่ริม” อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่ 7,400 ไร่ ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้มีแผนการพัฒนาที่จะเปิดคณะต่าง ๆ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์และรัฐศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นต้น เพื่อให้เทียบเท่ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ของไทย
หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มภาคเหนือ ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม

พระแท่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มภาคเหนือ ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม
หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอาคารเอนกประสงค์ขนาด 3,500 ที่นั่ง ที่มีความสมบูรณ์สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรทุกประการ เป็นห้องประชุมและประทับรับรอง หรือให้บริการหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไป โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้อย่างสมบูรณ์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามหอประชุมแห่งนี้ว่า ” ทีปังกรรัศมีโชติ ” ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 17 เดือนเมษายน พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหอประชุมทีปังกรรัศมีโชติอย่างเป็นทางการ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และหอประชุมแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตร โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญาบัตรแก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่งเป็นประจำทุกปี โดยบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏดังต่อไปนี้…

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

ชุดครุยวิทยฐานะ

ครุยวิทยฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ครุยวิทยฐานะ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ครุยวิทยฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ทำด้วยผ้าแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือเข่าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนเสื้อยาวตกข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ ขลิบด้วยเชือกเกลียวสีทอง พับปลายแถบเป็นมุมแหลม (ครุยดุษฎีบัณฑิต จำนวน 3 แถบ ครุยมหาบัณฑิต จำนวน 2 แถบ และครุยบัณฑิต จำนวน 1 แถบ) เรียงไว้ตอนกลางของแขนเสื้อทั้งสองข้าง และให้มีผ้าคล้องคอ ด้านในทำด้วยผ้าต่วนสีเหลืองทอง ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับตัวเสื้อ ด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม มีแถมผ้าต่วนสีเหลืองทองเย็บติดที่ริมทั้งสองข้าง ระหว่างผ้าต่วนสีเหลืองทองทั้งสองข้างมีแถบกะมะหยี่สีประจำสาขาวิชา สีประจำสาขาวิชามีดังต่อไปนี้…

สาขาวิชาการบัญชี : สีฟ้าเทา
สาขาวิชาการศึกษา : สีฟ้า
สาขาวิชานิติศาสตร์ : สีขาว
สาขาวิชานิเทศศาสตร์ : สีน้ำเงิน
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ : สีชมพู
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ : สีน้ำตาล
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ : สีเหลือง
สาขาวิชาศิลปศาสตร์ : สีแสด
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ : สีเขียวหัวเป็ด
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ : สีชมพูส้ม
ด้านหลังเย็บเป็นสี่เหลี่ยม มีแถบผ้าต่วนสีเหลืองทองเย็บติดด้านบนและด้านล่าง ด้านซ้ายแล้วด้านขวาพับเป็นจีบซ้อนกัน จำนวนสองทบ มีเชือกเกลียวสีทอง ผูกด้วยเงื่อนพิรอดตรงกลางแผ่นหลัง และมีพู่ห้อยสีทอง มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยผ้า และปักด้วยด้ายสีตามตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยติดบนผ้าต่วนสีเหลืองทองรูปวงรี ปิดทับรอยต่อของผ้าคล้องคอด้านหน้าและด้านหลังทั้งสองข้าง

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ตราสัญลักษณ์ครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งมหาวิทยาลัย

ตราสัญลักษณ์ครบรอบ 90 ปี การก่อตั้งมหาวิทยาลัย

พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

สีประจำมหาวิทยาลัย

เข็ม-เนคไทนักศึกษาประจำมหาวิทยาลัย

ศาลาพระพุทธรูปจตุรทิศ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย อันเป็นที่เคารพบูชาของบุคลากร และนักศึกษาทุกคน
ตราประจำมหาวิทยาลัย เป็นรูปวงรีสองวงล้อมตราพระราชลัญจกรของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ภายในวงรีด้านบนเป็นอักษรภาษาไทยเขียนว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” ด้านล่างเป็นอักษรภาษาอังกฤษเขียนว่า “CHIANG MAI RAJABHAT UNIVERSITY” ตรานี้มี 5 สี มีความหมายดังนี้…
██ สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ให้กำเนิดและพระราชทานนาม “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” อันแปลว่า “นักปราชญ์แห่งพระราชา”
██ สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
██ สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา
██ สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
██ สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ พระพุทธมหาคุณากร ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาพระพุทธจตุรทิศ
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ พระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งปัญญา
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ดอกเสี้ยวขาว บางที่เรียกว่า ชงโคดอกขาว
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ต้นหูกวาง หรือ ต้นกระโดน
สีประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ สีดำ-เหลือง
เข็ม-เนคไทนักศึกษาประจำมหาวิทยาลัย
เข็ม : เป็นเหรียญโลหะรูปตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กลัดที่เสื้อนักศึกษาหญิงตรงอกด้านซ้าย
เนคไท : เป็นผ้าสีกรมท่า มีเข็มตุ้งติ้งรูปตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ติดตรงกึ่งกลางของเนคไท ใช้ผูกในเครื่องแบบของนักศึกษาชาย

รายนามผู้บริหารและอธิการบดี
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีผู้บริหารและอธิการบดี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2467 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2556) มีรายนามดังต่อไปนี้[6]

รายนามผู้บริหารและอธิการบดี
ลำดับ
(สมัย) รูป รายนาม ตำแหน่ง สถานะสถานศึกษา วาระการดำรงตำแหน่ง
1 นายชื่น สิโรรส.jpg เจ้าชื่น สิโรรส ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ พ.ศ. 2467 – พ.ศ. 2470
2 หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ.jpg หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ พ.ศ. 2470 – พ.ศ. 2480
3 นายสนิท ศิริเผ่า.jpg นายสนิท ศิริเผ่า ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ พ.ศ. 2480 – พ.ศ. 2484
4 นายเปรม เปรมศิริ.jpg นายเปรม เปรมศิริ ครูใหญ่
(รักษาการแทน) โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ พ.ศ. 2484 – พ.ศ. 2485
5 นายทวี โปธาฌานนท์.jpg นายทวี โปธาฌานนท์ ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ
และ โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2485 – พ.ศ. 2493
6 นายประยุทธ สวัสดิสิงห์.jpg นายประยุทธ สวัสดิสิงห์ ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2493 – พ.ศ. 2496
7 นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา.jpg นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2496 – พ.ศ. 2502
8
(1) นายศิริ ศุขกิจ.jpg นายศิริ ศุขกิจ อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2502 – พ.ศ. 2506
9 นางบุญฉวี พรหโมปกรณ์กิจ.jpg นางบุญฉวี พรหโมปกรณ์กิจ อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2506 – พ.ศ. 2507
8
(2) นายศิริ ศุขกิจ.jpg นายศิริ ศุขกิจ อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 – พ.ศ. 2508
10 นางประชุมพร อมาตยกุล.jpg นางประชุมพร อมาตยกุล อาจารย์ใหญ่
(รักษาการแทน) วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2508 – พ.ศ. 2509
11 นายประสิทธิ์ สุนทโรทก.jpg นายประสิทธิ์ สุนทโรทก ผู้อำนวยการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2509 – พ.ศ. 2515
12 นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร.jpg นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร ผู้อำนวยการ
และ อธิการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2524
13 นายวิเชียร เมนะเศวต.jpg นายวิเชียร เมนะเศวต อธิการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2524 – พ.ศ. 2528
14 รศ.ดร.มังกร ทองสุขดี.jpg รศ.ดร.มังกร ทองสุขดี อธิการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 – พ.ศ. 2534
15 ผศ.ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ.jpg ผศ.ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ อธิการ
และ อธิการบดี วิทยาลัยครูเชียงใหม่
และ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2542
16 รศ.วรรณวดี ม้าลำพอง.jpg รศ.วรรณวดี ม้าลำพอง อธิการบดี สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2546
17 ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดี.jpg ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดี สถาบันราชภัฏเชียงใหม่
และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2546 – พ.ศ. 2555
18 รองศาสตราจารย์ ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย.JPG รศ.ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน
คณะและวิทยาลัย
บัณฑิตวิทยาลัย
คณะครุศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คณะวิทยาการจัดการ
คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
คณะเทคโนโลยีการเกษตร
วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน
วิทยาลัยนานาชาติ
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

บัณฑิตวิทยาลัย

คณะวิทยาการจัดการ

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คณะเทคโนโลยีการเกษตร

วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน

วิทยาลัยนานาชาติ

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
หลักสูตรการศึกษา
ระดับปริญญาตรี
ดูบทความหลักที่: การรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย § เกณฑ์การคัดเลือกและกระบวนการ TCAS
คณะครุศาสตร์
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) 5 ปี
สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
สาขาวิชาการประถมศึกษา
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
สาขาวิชาเคมี
สาขาวิชาชีววิทยา
สาขาวิชาฟิสิกส์
สาขาวิชาคณิตศาสตร์
สาขาวิชาอุตสหกรรมและเทคโนโลยีศึกษา
สาขาวิชาดนตรีศึกษา
สาขาวิชานาฏศิลป์
สาขาวิชาภาษาไทย
สาขาวิชาภาษาจีน
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
สาขาวิชาศิลปศึกษา
สาขาวิชาสังคมศึกษา
สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
(หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี จำนวน 2 หลักสูตร)

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาจิตวิทยาองค์การ
สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว
คณะวิทยาการจัดการ
หลักสูตรบัญชีบัณฑิต (บช.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาการบัญชี
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์
สาขาวิชาการตลาด
สาขาวิชาการจัดการ
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ
หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (ศ.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต (นศ.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาการโฆษณา
สาขาวิชาวารสารศาสตร์
สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน
สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์
(หลักสูตร 2 ปี ต่อเนื่อง)

หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) 2 ปี
สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์
สาขาวิชาการตลาด
สาขาวิชาการจัดการ
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
หลักสูตรบัญชีบัณฑิต (บช.บ.) 2 ปี
สาขาวิชาการบัญชี
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาฟิสิกส์
สาขาวิชาเคมี
สาขาวิชาชีววิทยา
สาขาวิชาคณิตศาสตร์
สาขาวิชาสถิติ
สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
สาขาวิชาการโปรแกรมและการรักษาความปลอดภัยบนเว็บ
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสถาปัตยกรรม
สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการก่อสร้าง
สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์
สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิก
สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ และหลักสูตรเทียบโอน 2ปี
แขนงวิชาอาหารและโภชนาการ
แขนงวิชาศิลป์ประดิษฐ์
แขนงวิชาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาภาษาไทย
สาขาวิชาภาษาเกาหลี
สาขาวิชาภาษาจีน
สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ
สาขาวิชาฝรั่งเศสธุรกิจ
สาขาวิชาดนตรี
สาขาวิชาดุริยางค์ไทย
สาขาวิชาดุริยางค์สากล
สาขาวิชานาฏศิลป์และการละคร
สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา (แขนงวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี)
สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ (แขนงวิชาออกแบบประยุกต์ศิลป์)
สาขาวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์
สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ (Geography and Geoinformatics) เว็บไซต์หลักสูตร-> https://sites.google.com/view/geocmru/
หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) 4 ปี
สาขาวิชานิติศาสตร์
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) 4 ปี
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
คณะเทคโนโลยีการเกษตร
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) 5 ปี
สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ (เกษตรกรรม)
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาเกษตรศาสตร์
สาขาวิชาสัตวศาสตร์
สาขาวิชาพืชศาสตร์
สาขาวิชาพืชไร่
สาขาวิชาพืชสวน
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
วิทยาลัยนานาชาติ
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี
สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)
สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ
สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ) 4 ปี
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจนานาชาติ (หลักสูตรนานาชาติ)
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ)
ระดับปริญญาโท และ ระดับปริญญาเอก
บัณฑิตวิทยาลัย
ระดับปริญญาโท

หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.)
แขนงวิชาการศึกษา
สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์
สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา
สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ
สาขาวิชาเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษา (หลักสูตรเดิม)
สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (อยู่ในระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร)
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (อยู่ในระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร)
สาขาวิชาการสอนภาษาจีน (กำลังพิจารณา เร็วๆ นี้)
สาขาวิชาจิตวิทยาแนะแนวเพื่อการศึกษา (กำลังพิจารณา เร็วๆ นี้)
สาขาวิชาพลานามัย (กำลังพิจารณา เร็วๆ นี้)
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)
สาขาวิชาภาษาไทย
สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อและการสื่อสาร
สาขาการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)
สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์
แขนงวิชาฟิสิกส์
แขนงวิชาชีววิทยา
แขนงวิชาเคมี
แขนงวิชาวิทย์ท้องถิ่น
สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย
สาขาวิชาการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชน
สาขาวิชาพลังงานชุมชนและสิ่งแวดล้อม
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจและการศึกษา
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รป.ม.)
สาขาวิชานโยบายสาธารณะ
หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (ส.ม.)
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บธ.ม.)
สาขาวิชาการจัดการ
สาขาวิชาการตลาด
สาขาวิชาบัญชี
หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (นศ.ม.)
สาขาวิชาสื่อและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์
(หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต จำนวน 2 หลักสูตร)

หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการการบริหาร
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
ระดับปริญญาเอก

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
สาขาวิชาภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและสาละวินศึกษา
สาขาวิชาผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
สาขาวิชาการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชน
สาขาวิชาพลังงานชุมชนและสิ่งแวดล้อม
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจและการศึกษา
หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
วิทยาเขต
ศูนย์เวียงบัว
ศูนย์แม่สา
ศูนย์แม่ริม
ศูนย์แม่ฮ่องสอน (วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน)

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
นิว นภัสสร ภูธรใจ (ดารา นักร้องชื่อดัง)
แพท วีนัส นันทะชัย (รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014)
เบสท์ ทิฏฐินันท์ อ้นปาน (เดอะวอยซ์ไทยแลนด์คนที่ 4 จากรายการThe Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง)
แบล็ค ธวัชชัย ใจคาร (มิสเตอร์โกลบอล ไทยแลนด์ 2016 และ MISTER GLOBAL 2016 1st Runner-up)
บิ๊ก กฤษฎา จันทร์ดี (เดอะสตาร์คนที่ 12 ของเมืองไทย จากรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 12)
โบว์ สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ (นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี2559)

กิจกรรมทำสไลม์หลากสี จิ้มๆ​ ยืดๆ ฟินๆ

กิจกรรมทำสไลม์หลากสี จิ้มๆ​ ยืดๆ ฟินๆ อย่าพลาด! 27-28 กุมภาพันธ์​นี้​ 📍ที่โซน​ Central Family Club ข้าง​สถานีรถไฟ​ Happy Train ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ตั้งแต่เวลา 11.00 น.​เป็นต้นไป

🎉ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต​ ช​วนคุณน้องๆ​หนูๆ​อายุ ​5-12​ ปี​ มาร่วมกิจกรรมทำสไลม์หลากสี “จิ้มๆ​ ยืดๆ ฟินๆ” พร้อมรับผลงานกลับบ้านกันได้เลย❤️😘

อย่าพลาด! 27-28 กุมภาพันธ์​นี้​
📍ที่โซน​ Central Family Club ข้าง​สถานีรถไฟ​ Happy Train ชั้น 4 ตั้งแต่เวลา 11.00 น.​เป็นต้นไป​ แล้วเจอกันนะคะ

#KiddyWorkshop
#centralplazachiangmaiairport

แผนที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เลขที่ 2 ถนนมหิดล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 999 199

Flower Market วันนี้ -24 กุมภาพันธ์ 64

🌼Flower Market🌸เอาใจคนรัก #ดอกไม้ เตรียมพบกับ ไม้ดอก ไม้ประดับ วันนี้ -24 กุมภาพันธ์ 64 ณ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

🌼Flower Market🌸เอาใจคนรัก #ดอกไม้ เตรียมพบกับ ไม้ดอก ไม้ประดับ หลากหลายสายพันธุ์เตรียมพบกับไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ กระถางดอกไม้เก๋ๆ เพลินไปกับไอเดียแต่งบ้านแต่งสวน พร้อมชมความงามของกล้วยไม้จากสมาคมกล้วยไม้เชียงใหม่ในพระบรมราชินูปถัมภ์
📅วันนี้ -24 กุมภาพันธ์ 64
📍ลานกิจกรรม ชั้น G
#centralplazachiangmaiairport

แผนที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เลขที่ 2 ถนนมหิดล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 999 199

IT & Gadget Fair 2021

IT & Gadget Fair 2021 พบกันวันศูกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จัดงาน IT & Gadget Fair 2021 พบกับสินค้าไอทีหลากหลายแบรนด์ดังที่ยกทัพมาลดราคา อาทิ IT City, Dell, MI, CSC, JIB, Jaymart, TG Fone, real me, VIVO และ K love phone พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น

แผนที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต 2 ถนนมหิดล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 999 199

“Best Guesses” Exhibition 23 January 2021

“Best Guesses” Exhibition นิทรรศการของคุณ Richard Keys เปิดแสดงที่ LIDO ART SPACE ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม- 5 กุมภาพันธ์ 2564 โดย Gallery & Cafe’ จะเปิดในเวลา 09.00-18.00 น. เปิดบริการทุกวัน

นิทรรศการของคุณ Richard Keys เปิดแสดงที่ LIDO ART SPACE
ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม- 5 กุมภาพันธ์ 2564
โดย Gallery & Cafe’ จะเปิดในเวลา 09.00-18.00 น. เปิดบริการทุกวัน
🛸ขอความร่วมมือจากถูกค้าสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่มาใช้บริการ
🛸ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนเข้าร้าน (จุดบริการที่หน้าร้าน)
🛸ขอลดที่นั่งจากที่โล่งอยู่แล้ว ให้โล่งกว่าเดิมอีก เพื่อให้มีพื้นที่ในการชมงานศิลปะมากขึ้น
ช่องทางติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Inbok🧃 Tel:088-2943886 , 093-3184980
we’re open daily
09:00 am-18:00 pm

Events in Chiang Mai

Discover all the upcoming Exhibition Events in Chiang Mai. Chiang Mai has a flourishing arts scene across multiple genres, from craft to contemporary, sketches to sculptures, surrealism to street art.

We have revised the start date due to the current health safety situation. All are welcome to join us at 17.00 on Saturday 23rd January 2021.
An exhibition of new work by Richard Keys.
The brain doesn’t hear sound or see light. What we perceive is its best guess of what’s out there in the world.”
Anil Seth https://thecitesite.com/authors/anil-seth/. (n.d.). Https://Thecitesite.Com/Authors/Anil-Seth/. Retrieved October 28, 2020, from https://thecitesite.com/authors/anil-seth/

Map Lido art space แผนที่ Lido art space

Back to School

Back to School วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 วิชเบียร์ เชียงใหม่ เวลา 17.00-24.00น.

Come teach us how to drink and party! calling all teachers and educator, Wishbeer Chiang Mai is having a back to school event with special prices on selected craft beer on taps and house wine.
Special price on selected beer on tap and house wine by the glass

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564
วิชเบียร์ เชียงใหม่
ขอเรียนเชิญ คุณครูทุกท่านมาสอนเรา How to Drink
(ไม่ใช่คุณครูก็มาสอนได้นะ อิอิ)
ราคาพิเศษสำหรับเครื่องดื่มที่ร่วมรายการจ้า
Dear Teachers,
This is just a post to say THANK YOU for your hard work and dedication and also a post to INVITE you to our Teacher’s Night, Thursday 25th February.
We would like you to teach us how to drink properly 😉
Look forward to seeing all the teachers in town.
(special price on selected items)
Sincerely,
Wishbeer Chiang Mai
PS Everyone is welcome to join our Teacher’s Night 🥰
Come visit us at Wishbeer Chiang Mai
📍 https://goo.gl/maps/5joYg6SiD113vAUo6
⏱ 11:00-14:00 and 17:00 – midnight
📞 Tel: 052 005 708
✉️ [email protected]
#Wishbeer #Wishbeerchiangmai #craftbeerlove

Location Wishbeer Chiang Mai แผนที่วิชเบียร์ เชียงใหม่ 41 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 5  ตำบลสุเทพ เทศบาลนครเชียงใหม่, จังหวัดเชียงใหม่ 50200

Clay Jewelry Workshop for beginner

Clay Jewelry Workshop for beginner เวิร์คชอปการทำเครื่องประดับจากดินโพลีเมอร์สำหรับผู้เริ่มต้น วันเสาร์ที่ 30 มกค 2564 เวลา 9.30น-12.30น.

เวิร์คชอปการทำเครื่องประดับจากดินโพลีเมอร์สำหรับผู้เริ่มต้น
เวิร์คชอปสนุกๆสำหรับคนรักคราฟท์และงานปั้นนะคะ เรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นในการทำงานและได้ชิ้นงานที่ออกแบบเองกลับบ้านด้วยค่ะ สนใจสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ในเพจเลยนะคะ
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าค่ะ

วันเสาร์ที่ 30 ม.ค 2564
เวลา 9.30น.12.30น.
ค่าใช้จ่าย 1290-/คน

Polymer Clay Workshop for beginner
Date/Time
Saturday January 30,2021
9.30 am – 12.30 pm.
Fee 1290- per person.
Please reserve a spot in advance.

แผนที่ Thaitem

(ประกาศเลื่อน) เดิน-วิ่ง การกุศล Doisaket Run 2021

งานเดิน-วิ่ง การกุศล Doisaket Run 2021 เดิน-วิ่ง การกุศล เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลดอยสะเก็ดและจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 ณ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ชื่องาน : เดิน-วิ่ง การกุศล Doisaket Run 2021
จัดวันที่ : วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564
สถานที่ : เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
ระยะทาง : 4KM | 10KM | VIP
ค่าสมัคร : 400 บาท | 400 บาท
เปิดรับสมัคร : ยังเปิดรับสมัคร

!!ประกาศ!! เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีแนวโน้มแพร่ระบาดกระจายเป็นวงกว้าง โรงพยาบาลดอยสะเก็ดจึงขอประกาศเลื่อนการจัดงานเดินวิ่ง DOISAKET RUN 2021 Run for your life. ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ทางทีมงานจะแจ้งวันเวลาในการจัดกิจกรรมให้ทราบล่วงหน้า 1 เดือน ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ โอกาสนี้

เดิน วิ่ง เพื่อการกุศล ครั้งที่1 โรงพยาบาลดอยสะเก็ด
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นการกุศล เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลดอยสะเก็ด และจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน ให้แก่ โรงพยาบาลดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

รายละเอียดงานเดิน วิ่ง การกุศล Doisaket Run 2021
แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. Fun Run 4 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) ค่าสมัคร 400 บาท
2. มินิมารธอน 10 กิโลเมตร (มีการแข่งขัน 6 รุ่น ชาย-หญิง จัดอันดับ 1-3 มอบถ้วน) ค่าสมัคร 400 บาท
3. การสมัครแบบ VIP เลือกระยะวิ่ง 4 กิโลเมตร หรือ มินิมาราธอน (จัดแข่งและอันดับรวม ไม่แยก VIP)
สำหรับบุคคลผู้พิการที่มีบัตร สามารถสมัครลงทะเบียนและชำระค่าสมัครได้ในอัตรา ครึ่งราคา (ยกเว้น VIP) ค่าสมัคร 200 บาท
ผู้สนใจเข้าร่วมงานเชิญลงทะเบียนได้ที่ Link ด้านล่าง และตรวจสอบรายชื่อและสถานะงานชำระได้ที่ Link ด้านล่าง
โอนเงินค่าสมัครเข้ามาได้ที่ Facebook
ส่งหลักฐานการโอนเงินเข้ามาได้ที่ Inbox เพจ หรือทาง line ID:duangdao2524″
Link สำหรับลงทะเบียนด้านล่าง
https://docs.google.com/…/1FAIpQLScHqjH…/viewform…
Link สำหรับตรวจสอบรายชื่อและสถานะการชำระเงินด้านล่าง
https://docs.google.com/…/1_38p4AxVdb7WByXYf4cO…/edit…

(ประกาศยกเลิกงาน) วิ่งร้อยป่า ประชารวมใจ ให้ผู้พิทักษ์

ประกาศยกเลิกงานวิ่ง วิ่งร้อยป่า ประชารวมใจ ให้ผู้พิทักษ์ Chiangmai Run For Rangers Minimarathon 2021 ณ สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ป่าในเมือง ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ชื่องาน : วิ่งร้อยป่า ประชารวมใจ ให้ผู้พิทักษ์ Chiangmai Run For Rangers Minimarathon 2021
จัดวันที่ : ยกเลิกการจัดงาน
สถานที่ : ณ สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ป่าในเมือง ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ระยะทาง :
ค่าสมัคร : -บาท
เปิดรับสมัคร : ยกเลิกงานวิ่ง

ประกาศยกเลิกงานวิ่ง เนื่องจากทางผู้จัดเห็นใจนักวิ่งที่สมัครเข้ามา และเกิดการระบาดของ COVID-19 รอบที่ 2 และทางผู้จัดเห็นใจนักวิ่ง ซึ่งเลื่อนการจัดรอบต่อไปแบบไม่มีกำหนด เกรงว่าระยะเวลาจะนานเกินไป
ทางผู้จัดจึงขอยกเลิกงานวิ่งไปก่อน และหวังว่าเราจะได้กลับมา
จัดอีกครั้งในไม่ช้า
ขอบคุณนักวิ่งทุกคนที่เข้าใจถึงความจำเป็น ของเหตุการณ์
อันเกินคาดเดานี้ และหวังว่าเราจะกลับมาพบอีกในอีกในเวลาอันใกล้นี้
ทั้งทางผู้จัดฯ ต้องกราบขออภัยนักวิ่ง ผู้สนับสนุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
“อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ นะคะ”
ด้วยความห่วงใยจากเราผู้จัด วิ่งร้อยป่า ประชารวมใจ ให้ผู้พิทักษ์
#ทางผู้จัดจะคืนเงินค่าสมัครให้นักวิ่ง ขอให้ท่านแจ้ง ชื่อ- สกุล และเลขที่บัญชีมายังข้อความแชทที่เพจ : วิ่งร้อยป่า ประชารวมใจ ให้ผู้พิทักษ์
https://www.facebook.com/runfireforest2021/?notif_id=1610951980794058&notif_t=page_invite_accept_admin&ref=notif
กราบขออภัยในความไม่สะดวกอีกครั้งค่ะ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านมีจิตเมตตาช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองให้ทุกท่านรอดพ้นจากอันตรายทุกประการด้วยเทอญ

(ประกาศเลื่อน) Khamor Half Run 2021

งานวิ่ง Khamor Half Run 2021 ณ วัดดอยขะม้อ ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน

ชื่องาน : Khamor Half Run 2021 ขะม้อ ฮาล์ฟ รัน
จัดวันที่ : เลื่อนการแข่งขัน
สถานที่ : ณ วัดดอยขะม้อ ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน
ระยะทาง : 4KM | 10.5KM | 21KM | VIP
ค่าสมัคร : 350 บาท | 350 บาท | 500 บาท | 1000 บาท
เปิดรับสมัคร :

ในนามของคณะผู้จัดฯ🙏🙏
⚡⚡เนื่องด้วย สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ข่าวการพบผู้ติดเชื้อครั้งใหม่จำนวนมากจากจังหวัดสมุทรสาคร และได้กระจายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า เราได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมาจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ข่าวที่ออกมาในแต่ละวัน ทำให้เราต้องประเมินความเสี่ยง การเข้าร่วมงานที่มีคนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก และการที่จะมีนักวิ่งต่างพื้นที่ นักวิ่งในจังหวัดกลุ่มเสี่ยงและจังหวัดที่มีกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้ามาในจังหวัดลำพูนในวันดังกล่าว (โดยเฉพาะบริเวณสถานที่จัดงานเป็นที่พำนักสงฆ์ และคับแคบ) เป็นที่น่าเสียดายที่ผ่านมาเราได้วางแผนการจัดการมาเป็นเวลาหลายเดือน และกำลังใกล้ที่จะถึงวันงานเต็มที ทีมงานเราได้เตรียมการในการจัดการแข่งขันเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมดแล้ว ทั้งการสั่งจัดทำเสื้อ เหรียญ และถ้วยรางวัล
⚡⚡เหตุนี้ คณะผู้จัดฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลื่อนการจัดงานแข่งขัน Khamor Half Run 2021 ออกไปจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) จะคลี่คลาย เราเข้าใจดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมและเป็นสถานการณ์ที่ทุกท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นในทุก ๆ พื้นที่ เราจึงตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน เพื่อส่วนรวม และเพื่อความสบายใจกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อนักวิ่งที่ได้สมัครวิ่ง จึงขอเรียนแจ้งทางเลือกเพิ่มเติมดังนี้
1. กรณีนักวิ่งที่ยังยินดีจะร่วมวิ่งกับเราในสถานที่จัดงานเดิม ซึ่งเราจะดำเนินการประกาศวัน จัดงานในทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook: Khamor Half Run 2021
2. กรณีที่กำหนดการจัดงานใหม่ ซึ่งนักวิ่งไม่ประสงค์ที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมของเรา ทางคณะผู้จัดฯ มีอีกหนึ่งทางเลือกให้ท่าน คือร่วมกิจกรรมวิ่ง แบบ Virtual Run โดยขอให้ท่านส่งผลการวิ่ง ตั้งแต่วันที่ 24 – 31 มกราคม 2564 และส่งผลให้ทาง IB ของเพจเท่านั้น คณะผู้จัดฯ ยินดีจัดส่งเสื้อ เหรียญผู้พิชิตให้กับท่าน (ฟรีทั่วประเทศไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) โดยทางคณะทำงานจะจัดส่งให้โดยเร็วที่ได้รับผลการวิ่งของท่าน (ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2564) เป็นต้นไป
💖💖ท้ายที่สุดนี้ ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพ อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ ด้วยความห่วงใย จากคณะผู้จัดงาน 🤟🤟

จะเดิน จะวิ่ง จะกลิ้งเข้าเส้นชัย เราก็รอคุณ แม้คนสุดท้าย NO CUT OFF✌✌
🚩🚩Khamor Half Run 2021 🚩🚩 24 มกราคม 2564 ฮาล์ฟลำพูนงานแรกของปี 2564 รับจำนวน 1,500 คน ปิดรับสมัคร วันที่ 20 ธันวาคม 2563 นี้แล้วนะ
ลิงค์สมัคร
https://docs.google.com/…/1mORK0qI…/edit…
ตรวจสอบรายชื่อ
https://docs.google.com/…/1dW4egBI0P8JXfzbHSxoH…/edit…
ระยะทางของเรามีทั้ง
📌1.ประเภทฟันรัน วิ่งเพื่อสุขภาพ (Walk & Fun Run 4 km.) ค่าสมัคร 35O บ า ท
📌2.ประเภทมินิมาราธอน (Mini Marathon 10 km.) ค่าสมัคร 35O บ า ท
📌3.ประเภทฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon 21.1 km.) ค่าสมัคร 5OO บ า ท
📌4.ประเภท วีไอพี (VIP) ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ เสื้อที่ระลึก และเหรียญรางวัลทุกท่าน สามารถลงแข่งขันได้ทุกระยะ ค่าสมัคร 1,OOO บ า ท
⭐️⭐️ผู้สมัครทุกท่านจะได้รับเสื้อที่ระลึก และทุกท่านที่ผ่านเส้นชัยจะได้รับ #เหรียญผู้พิชิตดอยขะม้อ⭐️⭐️
ส่งหลักฐานการโอนเงินค่าสมัครทาง IB ของเพจ Khamor Half Run 2021
🚩🚩รายละเอียดต่าง ๆ โปรดติดตามทางหน้าเพจต่อไป
1.โอนเงินเข้าบัญชี นางสาวชนัญชิดา สุวรรณมงคล ธนาคารกสิกรไทย สาขา บิ๊กซีลำพูน เลขบัญชี 044 – 8 – 16184 – 6
2.ส่งหลักฐานการโอนเงินผ่านทาง inbox ข้อความเพจKhamor Half Run 2021
3.ติดต่อสอบถาม inbox ข้อความเพจ Khamor Half Run 2021
ชอบกดไลท์❤❤ ใช่กดแชร์❤❤ กดติดตามกันด้วยนะจ๊ะ
#ขะม้อฮาล์ฟรัน2021
#KhamorHalfRun2021
#ฮาล์ฟหลักร้อยวิวหลักล้าน
#บรรยากาศหนาวฟินๆที่สันอ่างและเนินสุดท้าย