กำปั๋นปอน คืออะไร เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมล้านนาที่ยังคงสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่น ที่สามารถพบเห็นและได้ยินในหลายๆ โอกาส
กำปั๋นปอน คือวิถีพรมงคลตามวัฒนธรรมล้านนา หมายถึงการให้พร หรือ อวยพร เป็นการกล่าวบทสวดหรือถ้อยคำเพื่อให้พรแก่ผู้ที่มาร่วมทำบุญ ถวายทาน หรือแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ มักกล่าวโดยพระสงฆ์หรือผู้เฒ่าผู้แก่ (ป้ออาจารย์/แม่อาจารย์) เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล ซึ่งเกิดจากผุ้รับพร ต้องการความดี ความเป็นมงคล เมื่อมีการอวยพรหรือรับพร ทุกคนจะรู้สึกได้ทันทีว่า นั้่นเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเพราะอะไร เพราะมีคุณธรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเสมอ
ในการให้พรนั้น คือ เมตตาธรรม เป็นความเมตตาของผู้ให้พร ที่ประสงค์จะให้ผู้รับมีความสุข มีความเจริญ ได้รับสิ่งที่ดีผู้รับเองก็รู้สคกได้ในทันที ดังนั้น การให้พร และรับพร จึงเป็นสิ่งที่ดีเสมอในสังคมเราการขอพรก็เป็นเรื่องแปลก ความจริงเราทุกคนก็ทราบกันว่า ผลย่อมมาจากเหตุ เช่น ทำดีก็ย่อมได้ดี แต่ในสมัยนี้เม่อเราขอพร เราก็มักจะขอผลที่ดีงามเลย คือ ขอผลดี โดยไม่หวังจะทำเหตุที่ดีแต่อย่างใด แต่สมัยโบราณคนจำนวนมากขอพรที่จะได้ทำเหตุที่ดี คือ ขอเพื่อจะได้มีโอกาสทำความดี
กำปั๋นปอนมีไว้ทำไม?
- เพื่อความเป็นสิริมงคล: เป็นการส่งมอบความปรารถนาดีและพลังบวกให้กับผู้รับพร
- เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ: ช่วยให้ผู้ที่ทำบุญหรือทำความดีรู้สึกอิ่มเอมใจ
- เพื่อสืบสานประเพณี: เป็นเอกลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมที่แสดงถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ต่อผู้น้อย
วิธีใช้กำปั๋นปอน
- ผู้ให้พร: มักจะนั่งในท่าที่สำรวม หากเป็นพระสงฆ์จะเริ่มด้วยบทบาลีแล้วตามด้วยภาษาล้านนา หากเป็นคฤหัสถ์จะใช้ภาษาล้านนาเป็นหลัก
- ผู้รับพร: มักจะพนมมือตั้งจิตอธิษฐาน บางครั้งจะมีการ “หยาดน้ำ” (กรวดน้ำ) ลงในภาชนะเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปพร้อมกับเสียงให้พร

ประเภทของกำปั๋นปอน
1. กำปั๋นปอนทั่วไป (สำหรับรับทานหรืองานบุญเล็กน้อย) ใช้เมื่อมีการถวายของ หรือทำบุญในชีวิตประจำวัน
กำปั๋นปอนสำหรับอวยพรวันเกิด กำปั๋นปอนวันเกิด ภาษาเหนือ
ขอหื้ออายุมั่นขวัญยืน อยู่ดีกิ๋นดี บ่เจ็บบ่ไข้ หลับได้เงินหมื่นตื่นได้เงินแสนเน้อ
2. กำปั๋นปอนวันพญาวัน (สงกรานต์/ปีใหม่เมือง) ใช้สำหรับให้พรลูกหลานที่นำ “ขะวัดปูจา” (เครื่องสักการะ) มาดำหัวผู้ใหญ่
เอวัง โหนตุ ดีและ อัจจะในวันนี้ ก็หากเป๋นวันดี ดิถีอันวิเศษเหตุว่าสังขารปี๋เก่าก็ล่วงป๊นไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วพญาวันก็มาจุจอดรอดเถิงแก่บรรดาลูกหลานตังหลาย บัดนี้หมายมี…(ออกชื่อ)… เจ้าก็บ่ละเสียยังฮีต บีรีดเสียยังป๋าเวณี เจ้าตังหลาย ก็ยังได้น้อมนำมายังมะธุบุบผาลาจาดวงดอกเข้าตอกดอกไม้ลำเตียน และสุคันโธตะกะ อัมภิโรตะกะ สัปป๊ะวัตถุนานาตังหลาย มาสะมาคาระวะยังต๋นตั๋วแห่งผู้ข้า บัดนี้ผู้ข้าก็มีธัมมะเมตต๋า ปฏิคะหะ รับเอาแล้ว ว่าสันนี้แต๊ดีหลี
แม่นว่าเจ้าตังหลายได้ออกปากล้ำกำเหลือ ขึ้นตี้ต่ำ ย่ำตี้สูง ปะมาต๊ะ ด้วย ก๋ายะกั๋มมัง วจี๋กั๋มมัง มะโนกั๋มมัง สังจิตจะ อสังจิตจะก็ดี ผู้ข้าก็ขออโหสิกรรม อย่าได้เป๋นนิวรณ์ธรรมกั๋มอันแก่กล้าอัน ตัดห้ามเสียยังจั้นฟ้าและเนรปาน แม่นว่าเจ้าตังหลายจักไปจตุทิสสะ อัฐฐะทิสสะ วันตกวันออก ขอกใต้หนเหนือ ค้าขายลายล่อง ท่องบ้านแอ่วเมือง และอยู่ยังบ้านจองหอเฮือน ดั่งอั้นก็ดีขอจุ่งหื้อจุ่มเนื้อเย็นใจ๋ ภัยยะอย่ามี ตึงเมื่อหลับเมื่อตื่น เมื่อยืนเมื่อนั่งเป๋นตี้รักจ๋ำเริญใจ๋แก่หมู่คนและเตวดาตังหลาย แล้วจุ่งหื้อก้านกุ่งรุ่งเรือง ไปด้วยโภคะ ธนะ ธนัง เข้าของเงินคำ สัมปะติตังหลาย แม่นจักกิ๋นก็อย่าหื้อผลาญ แม่นจักตานก็อย่าหื้อเสี้ยง หื้อมีอายุตีฆาหมั้นยืนยาวนั้น เตี้ยงแต๊ดีหลี
สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ มาเต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ อภิวาทะนะสี ลิสสะนิจจัง วุฒฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฒฑันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง
อ่ารเพิ่มเติมได้ที่นี่ กำปั๋นปอน ปี๋ใหม่เมือง
3. กำปั๋นปอนงานมงคลสมรส (ฮ้องขวัญแต่งงาน) ใช้ในการอวยพรคู่บ่าวสาวให้ครองรักกันยาวนาน
ขอหื้อถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร หื้อรักกันเหมือนปลาปู๊ปลาฝา หื้อมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง…
4. กำปั๋นปอนอุทิศส่วนกุศล (ปอนไปหาผู้ตาย) ใช้เมื่อมีการทำบุญอุทิศไปให้บรรพบุรุษหรือผู้ที่ล่วงลับ
กำปั๋นปอนตุ๊เจ้า เมื่อโยมตานขันข้าว หื้อคนต๋าย
ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา มะณิ โชติระโส ยะถา ฯ
เอวัง โหนตุ ดีละ อัชชะในวันนี้ ก็เป็นวันดี สะหรี๋สุภะมังคะละ อันผาเสริฐ ล้ำเลิศ ยิ่งกว่าวันและยามตังหลาย บัดนี้หมายมี มูลละศรัทธา ชื่อผู้นำมาถวาย (พร้อมด้วยครอบครัว ถ้ามี) ก็ได้ขวยขวายตกแต่งแป๋งพร้อมน้อมนำมายังวัตถุไตยตาน โภชนะอาหาร หลากหลาย เพื่อมาถวายเป๋นตาน
อุทิศส่วนบุญกุศลไปหายังผู้ที่จุติต๋ายไปสู่ปรโลกปายหน้า อันมีนามกอนว่า ชื่อผู้รับทาน บัดนี้ต๋นตัวแห่งอาตะมา ก็มีธรรมะเมตตา ฮับเอาไว้แล้ว ก็ขอส่วนบุญตังหลาย เหล่านี้ไปจุจอดรอดเถิง เติงยังจิตวิญญาณของ ชื่อผู้รับทาน
หื้อได้รับร่วมฮู้อนุโมทนา หื้อได้กิ๋นได้บริโภค ได้เสพสร้าง เสวยผล ได้เอาตั๋วตน ป้นเสียตี่ยาก ได้พรากเสียจากตี่ตุ้ก หื้อได้เถิงสุข ในตีฆาก๋าละวันนี้ยามนี้ กั๋นว่าบุญกุศลไปถึงเมื่อยามเจ้า ก็ขอหื้อกลับกล๋าย เป๋นดั่งข้าวงาย กั๋นว่าไปถึงเมื่อยามขวาย ก่ขอหื้อกลับก๋ายเป็นอาภรณ์เสื้อผ้า กั๋นว่าไปถึงเมื่อยามหล้า ก็ขอหื้อกลับก๋ายเป็นขัวแก้ว สำเปาคำ ลำประเสริฐ ต่างนำเอาดวงวิญญาณของ ชื่อผู้รับทาน ไปเกิดตี้ตางดีมีพิมาน
แม้นว่าได้อยู่ตี้ดีแล้ว ก่ขอหื้อส่วนบุญกุศลเหล่านี้ จุ่งได้กลับก๋ายเป็นข้าวติ๊บน้ำติ๊บ เป็นเสื่อสาด อาสนะ ปราสาทราชมณเฑียร ขอหื้ออยู่สุขเสถียรค่ำเจ๊านั้น จุ่งจักมีเตี่ยงแต๊ดีหลี บ่เต๊าแต่นั้นมูลละศรัทธา
ผู้ได้ถวายตานนี้ ก็ขอฮื้อพ้นเสียยัง 30 เคราะห์ปายหน้า 50 เคราะห์ปายหลัง สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร สัพพะเวรอุบาทว์ พยาธิอันตรายทั้งหลายมวล คือว่า เคราะห์เมื่อหลับ เมื่อตื่น เคราะห์เมื่อจื่น เมื่อฝัน เคราะห์เมื่อวันเมื่อคืน เคราะห์เมื่อลุก เมื่อนั่ง เคราะห์เมื่อย่างเมื่อเตียว เคราะห์เมื่อเกี้ยว เมื่อกิ๋น เคราะห์เมื่อไปเมื่อมา เคราะห์เมื่อปาก เมื่อจ๋า เคราะห์เจ็บหัวมัวต๋า เคราะห์นามต๋ามใต่ เคราะห์เจ็บ เคราะห์ไหม้ เคราะห์ไข้ เคราะห์หนาว
เคราะห์หนเหนืออย่ามาใกล้ เคราะห์ตังใต้อย่ามาปก เคราะห์ตะวันตกอย่ามาปอก เคราะห์ตะวันออกอย่ามาก๋าย เคราะห์ตกเบี้ยเสียของ ทั้งหลายมวลฝูงนี้จุ่งระงับกับหายจาก กายะสันดานตนตั๋วหัวใจแห่งมูลละศรัทธาผู้ถวายตาน ไปหื้อหมดฮื้อเสี๊ยง เสมือนดั่งได้อาบน้ำบ่อแก้ว อันจื่อว่า อะโนมา ตัสสะนที นั้นจุ่งจักมี เตี่ยงแต้ดีหลี
แม้นจักไปนานาทิศ สะอะนุทิศสะคือว่าวันตก วันออก ขอกใต้และหนเหนือ หรดี อีสานอาคเนย์ดังอั้นก็ดี แม้นจักกระทำก๋านใด เช่นข้าราชก๋าน ทหารตำรวจ ค้าขายพาณิชย์ ทำไฮ่ทำสวนการเกษตร ท่องบ้าน แอ่วเตียวเมือง หรือทำอันใดอันหนึ่งก็ดี ก็จงหื้อเป็นที่ฮักมักจำเริญใจ๋แก่หมู่คนและเทวดาทั้งหลาย แม้นว่าอยู่ก็จงหื้อมีโชคมีชัย แม้นจักไปก็จงหื้อมีโชคและมีลาภ
ชนะปราบข้าศึกศัตรูอันตรายทั้งหลายทั้งมวล จงจักมีจตุรพิธพรชัยอันประเสริฐทั้ง 4 ประการ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ธนะสารสมบัติ สมดั่งก้ะถาบาลี พระพุทธเจ้าเตสนาไว้ว่า
สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ อะภิวาทะ นะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒา ปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลังฯ
เครดิต : เรื่องเล่ารัฐฉาน ล้านนา ล้านช้างและสยามประเทศ