Home Blog Page 112

วัดห้วยทราย ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดห้วยทราย ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดห้วยทราย ตำบลฮอด อำเภอฮอด ที่ตั้ง เลขที่ 3 หมู่ 3 วังลุงเก่า ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240

ประวัติ วัดห้วยทราย

สร้างเมื่อ พ.ศ 2460 เดิมชื่อ วัดห้อยทราย ชาวบ้านได้ร่วมกับพระแกละ ญาณรังสี สร้างขึ้นต่อมา พ.ศ 2507 เกิดนำ้ท่วมจากเขื่อนภูมิพล จึงย้ายวัดไปอยู่บนเนินเขา ได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา เมื่่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ 2491 เขตวิสูงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 25 เมตร

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดห้วยทราย ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดหลวงฮอด ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดหลวงฮอด บ้านหลวงฮอด ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดหลวงฮอด ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังเชียงใหม่ วัดหลวงฮอด ตั้งอยู่เลขที่ 169 บ้านหลวงฮอด หมู่ที่ 2 ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อ พ.ศ.2425 เดิใเป็นวัดร้างโบราณ สร้างสมัยพระนางจามเทวี ในปี พ.ศ. 2507 รัฐบาลสร้างเขื่อนภูมิพลที่จังหวัดตากเกิดน้ำท่วม จึงได้ย้ายวัดมาสร้างในที่ตั้งปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2527 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร

อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ประมาณ ๖๐ เมตร จดที่สวนเอกชน
ทิศใต้ ประมาณ ๙๒ เมตร จนถนนสาธารณะ
ทิศตะวันออก ประมาณ ๑๓๒ เมตร จดถนนสายฮอด-บ.วังลุง
ทิศตะวันตก ประมาณ ๘๔ เมตร จดถนนสาธารณะ

อาคารเสนาสนะประกอบด้วย วิหาร อุโบสถ เจดีย์ กุฏิสงฆ์ ศาลา หอสรงน้ำพระบรมธาตุ โรงครัว ฯลฯ

สถานที่น่านใจภายในวัดหลวงฮอด

พิพิธภัณฑ์ วัดหลวงฮอด

ดูวัดอื่น ๆ >>> วัดในตำบลฮอด

ดูวัดอื่น ๆ >>> วัดในอำเภอฮอด

แผนที่วัดหลวงฮอด ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด ที่ตั้ง เลขที่ 180 หมู่ 1 แควมะกอก ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240

ประวัติ วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว

วัดพระธาตุแก้วข้าว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ (วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว)
ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด มีสภาพเป็นวัดร้าง ในเวลาต่อมาถูกยกจากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษาเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มีสิ่งที่น่าสนใจภายในหลากหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธบาทแก้วข้าว วิหารพระเจ้าทันใจ พระธาตุวัดพระพุทธบาทแก้วข้าว อุโบสถ รวมทั้งศาลาบาตร วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตั้งอยู่ บ.แควมะกอก ม.๑ ต.ฮอด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดย รอยพระพุทธบาทแก้วข้าว วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้ายของ พระศรีศากยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ในมหาภัทรกัป ขนาดกว้าง ๒๔ นิ้ว ยาว ๖๔ นิ้ว ปรากฏในตำนานพระเจ้าเลียบโลกกัณฑ์ที่ ๙ ตรงที่กล่าวถึงพญานาคควักดวงตาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์พยากรณ์ว่า สถานที่นี้จักได้เป็นเมืองเมืองหนึ่ง ชื่อ “มหานคร” สันนิษฐานว่า คือ “เมืองพิสดารนคร” อยู่เขต อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ในปัจจุบัน กว้าง ๑๕๐ วา ยาว ๑๗๕ วา เป็นกำแพงสองชั้นคูเมืองมีน้ำล้อมรอบ

ตำนานและประวัติพระพุทธบาทแก้วข้าว วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว

(แหล่งที่มา : เอกสารหนังสือตำนานพระพุทธบาทแก้วข้าว วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว)

ในอติเตกาเลในกาละ วันเดือนปีผ่านไปแล้วก่อนจะได้นับพ.ศ. คือพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอรหันต์ตาทั้งหลายก็ได้ไปโปรดพระยาสีสู่ พระยาขุนแสนทอง ยังดอยเกิ้ง แล้วก็ได้เสด็จไปตามลำน้ำปิง พวกชาวบ้านชาวเมืองได้เห็นพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ตาเป็นบริวาร พวกชาวลัวะชาวว้าไม่เคยพบเห็นพระพุทธเจ้ามาก่อนเพราะใส่ผ้าสีดำย้อมฝาด ก็พากันเกิดศรัทธาเลื่อมใส ได้พากันเอาข้าวห่อไปใส่บาตรเป็นทานแก่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ตาเจ้าทั้งหลาย แล้วพระพุทธเจ้าก็ได้ไขผอูปแก้ว คือปากของพระพุทธเจ้า ทรงตรัสไว้ว่าให้พากันรักษาศีลทั้ง ๕ ข้อ สถานที่แห่งนั้นก็เรียกว่า ดอยอูปแก้ว จนถึงปัจจุบัน

แล้วพวกชาวลัวะทั้งหลายก็ได้ทูลบอกแก่พระพุทธเจ้าว่า การทำไร่นาไม่มีน้ำ ต่อไปบ้านเมืองแห่งนี้จึงมีชื่อว่า เมืองฮอดแห้ง จึงได้ให้พระอรหันต์ไปทำกังหันไม้ไผ่วักน้ำใส่นา ชาวบ้านเรียกว่า วงศ์หลุก จะมีมากในวันข้างหน้า จนเรียกสถานที่นั้นว่า วังหลุกหรือวังลุงปัจจุบัน แล้วบอกกับชาวลัวะทั้งหลายให้รักษาศีล ๕ ข้อไว้ ต่อไปจะไม่ได้ทุกข์ลำบาก จะมั่งมีด้วยทรัพย์สมบัติไหลมาเทมา เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ได้ถวายทานข้าวห่อ

แล้วจะได้เสด็จไปยังดอยกลอมเป็นดอยจอมปัจจุบัน พระพุทธเจ้าหิวน้ำ ก็ได้ให้พระอานนท์เอาบาตรไปตักน้ำยังวังแก้ว แม่ปิง มีพยานาคได้รักษาเฝ้าดูแลยังวังแก้วที่นั้น พยานาคก็ได้กวนน้ำให้ขุ่นไปหมดทั้งวัง พระอานนท์ก็ได้เอาฝาบาตรมาตักน้ำนั้น พยานาคก็ได้เอาหางไปปัดฝาบาตรให้หลุดจากมือพระอานนท์จมลงวัง ให้พระอานนท์ตกใจ พอมีสติพระอานนท์ก็เอามีดไปตัดเอาเครือเขาเถาวัลย์ เอามาสานเป็นตาข่ายเพื่อเวียนหาเอาฝาบาตรนั้น มีดของพระอานนท์ก็หลุดหล่อนออกจากด้าม พระอานนท์ก็เก็บมีดมาสอดใส่ด้าม เอาด้ามมีดตอกกับก้อนหินเป็นรอยลึกเข้าไปในก้อนหินนั้น กว้าง ๖ นิ้วฟุต ลึก ๖ นิ้วฟุต ได้รักษาไว้อยู่ข้างวิหารด้านใต้แห่งวัดพระพุทธบาทแก้วข้าวถึงทุกวันนี้ อันตาข่ายเครือเขาเครือเถาวัลย์พระอานนท์ก็ได้เอาทิ้งไว้บนฝั่งน้ำปิง มนุษย์ทั้งหลายมาเห็นก็ได้นำไปเรียนแบบในทางหากินเป็นแห จี๊บ จ๋ำ จำมอง มาจนถึงทุกวันนี้

อหังพระพุทธเจ้าล่วงรู้ด้วยญาณทิพย์ว่าจะได้ไปโปรดพยานาคยังวังแก้วแม่ปิง ได้เสด็จตามหาพระอานนท์ พระอรหันต์ตาก็ได้ติดตามไปด้วย พระอรหันต์ตาได้พับตีนผ้าสบงให้พระอานนท์เห็นปริศนา พระอานนท์คิดได้ว่าการทำตาข่ายจะต้องมีถุงจึงจะได้ของเข้าไปติดที่ถุงนั้น ฉะนั้นผ้าสบงจีวรของพระภิกษุสงฆ์สามเณรจึงมีรอยพับมาจนถึงทุกวันนี้ อันว่า พระพุทธเจ้าก็ทรงโปรดแก่พยานาค พยานาคก็อ่อนลงหมดแรงดิ้นรน พยานาคยอมแพ้ก็ได้นำน้ำสะอาดบริสุทธิ์มาถวายทานแก่พระพุทธเจ้าและอรหันต์ตาเจ้าทุกรูปทุกองค์ พยานาคได้เกิดศรัทธาเลื่อมใสได้ควักลูกตาทั้งสองถวายทานแก่พระพุทธเจ้าแล้วทูลลาไปยังเมืองบาดาล

ทันใดนั้นก็เกิดปาฏิหาริย์แก่นตาทิพย์เกิดแสงสว่างแจ้งเป็นแสนเท่าแก่พยานาค ได้ยกเอาก้อนหินแสงข้าว ผุดแผ่นดินขึ้นมาใหม่เท่าวาผัดมนขอให้พระพุทธเจ้าเอาเท้าหรือเรียกว่าปาตะตินข้างซ้ายเหยียบย่ำลงไปบนลูกแสงแก้วข้าวนั้น กว้าง ๒๖ นิ้วฟุต ยาว ๖๕ นิ้วฟุต ให้ไว้เป็นที่กราบไหว้แก่มนุษย์และเทวดาตลอดห้าพันวัสสาสืบไป

อหังอันว่าพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอรหันต์ตาทั้งหลายก็ได้เสด็จไปยั้งเมืองอังครัฐนคร หรืออำเภอจอมทองปัจจุบัน ล่วงกาลเวลาผ่านไปเมื่อนับพ.ศ.เกิดขึ้นที่วัดพระพุทธบาทแก้วข้าวแห่งนี้ได้พระเถระเจ้าองค์หนึ่งมีชื่อว่า พระมหาธรรมราช ตรงกับพ.ศ.๑๐๐๐ พระธรรมราช ได้มาอยู่จำศีลภาวนา เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาก ท่านมหาเถระธรรมราชได้สร้างวัตถุบูชายังสารรูปของพระพุทธเจ้าองค์เล็กไว้ห้อยคอ พระมหาเถระธรรมราชก็ได้ตั้งจิตอธิฐานให้สำเร็จคำอธิฐาน ร้อนไปถึงพระพรหมชินนะปัจจะระบนสวรรค์ พระพรหมชินนะปัจจะระได้นำก้อนแก้วมณีโชคมาถวายทานให้ท่านมหาเถระธรรมราช มีหลายสี พระมหาเถระธรรมราชก็ได้ให้ช่างมาแกะสลัก ไม่มีช่างคนไหนแกะได้คำอธิษฐานของพระมหาธรรมราช ร้อนไปถึงพยาอินตาบนสวรรค์ พระยาอินตาก็ได้มอบหมายให้เทวดาประจำวันทั้งเจ็ดปลอมเป็นชีผ้าขาวไปขออนุญาตจากพระมหาธรรมราช

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ชีผ้าขาวทั้งเจ็ดคนช่วยกันแกะสลักก้อนแก้วมณีโชคหลากหลายสีองค์ใหญ่เอาบูชาไว้กับบ้านเรือน องค์เล็กเอาห้อยคอ แกะสลักได้เจ็ดวันได้พระรูปแก้วมณีโชค ๘๔๐๐๐ องค์ พระมหาเถระก็ได้ทำพิธีสวดมนต์เทศนาธรรม พระมหาเถระและชีผ้าขาวบอกให้ชาวบ้านทำบอกไฟจุดขึ้นมาบนท้องฟ้าได้ ๑๐๘ ลูก ชีผ้าขาวพากันขึ้นนั่งบนหัวบอกไฟแล้วจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้าง ชีผ้าขาวก็หายไปในอากาศ ชาวบ้านชาวเมืองหากันแตกตื่นส่งเสียงร้องสาธุ สาธุ สาธุ เป็นโกลาหลทั่วทั้งเมือง

พระมหาเถระทำนายไว้ว่าในข้างหน้าจะได้เป็นมหานครมีนามว่า พิสดารนคร อยู่ต่อมาลุถึงพ.ศ.๑๒๐๐ ปี ก็มีเจ้าแม่จามเทวี มาสร้างเมืองใหม่นามว่า พิสดารนครตามที่พระมหาเถระได้ทำนายไว้แล้ว พระมหาเถระนำเอาพระแก้วมณีโชค ๘๔๐๐ องค์ บรรจุในไห ๕๖ ไห ขุดฝังดินลึก ๗ ศอก ให้พยานาค มีนามว่า พระยาสีเสน เป็นผู้ดูแลรักษา มาจนถึงสมัยสมเด็จโต พรหมรังสี ได้ออกเดินธุดงค์มาถึงวัดพระพุทธบาทแก้วข้าว หลวงปู่สมเด็จโต พรหมรังสี เอาแก้วมณีโชคไปห้าไห และได้เก็บไว้บนเพดานอุโบสถวัดระฆัง

อยู่ต่อมาปลายปีพ.ศ.๑๒๐๐ มีข้าศีกพม่ายกทัพทหารมาล้อมรอบเมืองพิสดารนคร ช่วยกันขุดรอยพระพุทธบาทเพื่อยกไปเมืองตองอู พม่า เจ้าแม่จามเทวีรู้ข่าวก็นำอาอาหารจากนครหริภุญชัยมาสู้รบขับไล่ สนามรบคือ แพะดินแดง หรือหมู่บ้านแพะดินแดงปัจจุบัน จนได้ชัยชนะ เจ้าแม่จามเทวีได้นำทหารมาบูรณะซ่อมแซมยังรอยพระพุทธบาท และสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายได้คืนดังเดิม แล้วก็ได้สร้างเจดีย์สูง พระเจ้าโท้ เป็นอนุสรณ์สถานประกาศชัยชนะในครั้งนั้น

อยู่ต่อมาจนถึงพ.ศ.๒๔๕๒ มีเจ้าแม่ดารารัศมี ครองราชย์นครเชียงใหม่ มาถวายดอกไม้เงินดอกไม้ทองยังรอยพระพุทธบาทแก้วข้าว ตรงกับวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๔๕๒ เวลาเที่ยงถึง ๑๖.๐๐ น. แล้วเสด็จไปยังบ้านพักรับรองท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า

ต่อมาพ.ศ.๒๔๖๗ ครูบาศรีวิชัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ศรัทธาทั้งหลายมาบูรณะสร้างวิหารใหญ่ครอบรอยพระพุทธบาทแก้วข้าวตามที่ได้เห็นมาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาพ.ศ.๒๔๖๘ ครูบาขาวปี๋ (ครูบาอภิชัยขาวปี) พร้อมด้วยลูกศิษย์ศรัทธาผู้ใจบุญทั้งหลาย ได้ช่วยกันปรับปรุงพื้นที่ในเขตพุทธาวาสให้ราบเบียงมาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาพ.ศ.๒๕๓๘ ก็มีครูบาทอง สิริมงฺคโล เจ้าคณะอำเภอฮอด พร้อมด้วยคณะสงฆ์ศรัทธาช่วยกันบูรณะเปลี่ยนดินขอหลังคาวิหาร ช่อฟ้าใบระกา ไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าสู่วัดพระบาทแก้วข้าว มาถึงพ.ศ.๒๕๔๖ ครูบาทอง สิริมงฺคโล ให้แม่ชีศรีบุตร สุปินตา พร้อมคณะได้เข้ามาพัฒนาฝึกสอนกรรมฐาน ยุบหนอ พองหนอ ในแนวสติปฐาน ๔ มีกาย เวทนา จิต ธรรม เป็นบ่อเกิดปัญญาสว่างขจัดยังกองทุกข์ให้สิ้นสุดไป มีพระอธิการอินถา เดชวโร เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

จุดธูป เทียน ถวายดอกบัว ลูกแก้วจักรพรรดิ ปิดทอง เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และขอโมทนาบุญกับผู้สร้าง ผู้บูรณะ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในบุญกุศล ณ สถานที่แห่งนี้ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต และตั้งจิตอธิษฐานเพื่อให้ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาสืบต่อไปจน ๕๐๐๐ ปี

ประเพณีสรงน้ำพระพุทธบาทแก้วข้าว วันเพ็ญเดือน ๖ เหนือ (ก.พ.-มี.ค.)

คำไหว้ปาต๊ะ (รอยพระพุทธบาท)

(ขึ้นต้น นะโม 3 จบ)

โยนาคะ ปุเลพุทธ ปาต๊ะวะรัง

อะหังวันทามิ สัพพะตา

คำไหว้พระเจ้าทันใจ

(นะโม ๓ หน แล้วว่า ๓ จบ) ตะมะหัง ขิปปะจิตตะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ ตะมะหัง
ขิปปะจิตตะ พุทธัง เมสิ ระสา อะภิปูชะยามิ
ขิปปะจิตตะ พุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวะตุเม
ขิปปะจิตตะ พุทธานุภาเวนะ สะทา มะหาลาโภ ภาวะตุเม
ขิปปะจิตตะ พุทธานุภาเวนะ สะทา มะหา ยะโส ภาวะตุเม

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดพระธาตุเจดีย์น้อย ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดพระธาตุเจดีย์น้อย ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ที่ตั้ง : หมู่ 1 บ้านแควมะกอก ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50240

วัดพระธาตุเจดีย์น้อย บ้านแควมะกอก ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2544 ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.

ประวัติวัดพระธาตุเจดีย์น้อย ตามคำบอกเล่า ผู้เฒ่า ผู้แก่ว่า…พระนางจามเทวี เป็นผู้สร้าง เจดีย์น้อย ซึ่งเป็นองค์เล็กแล้ว

ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2473 ครูบาเจ้าศรีวิไชย ได้มาสร้างเจดีย์องค์ใหญ่ครอบเจดีย์น้อยองค์เดิม แล้วต่อมาเมื่อ เดือนยี่เหนือขึ้น 6 ค่ำ วันที่ 13 พ.ศ. 2542 ได้มี พระอาจารย์ อธิการ อานันท์ อานนฺโท เจ้าอาวาส วัดดอนจั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะศิษย์ได้บูรณะ พระธาตุเจดีย์น้อยและสร้าง ศาลาทรงศีล และ ศาลาทรงธรรม และพัฒนารอบบริเวณเจดีย์น้อย เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา อาจาริยะบูชา เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์น้อย

พระอธิการวิรัตน์ ธรรมทินโณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์น้อย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์น้อย และยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ประวัติด้านการศึกษาของพระอธิการวิรัตน์ ธรรมทินโณ พระอธิการวิรัตน์ ธรรมทินโณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์น้อย จบการศึกษาศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6)

ลำดับเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจดีย์น้อย

พระอธิการวิรัตน์ ธรรมทินโณ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 ถึงปี พ.ศ.2560

แผนที่วัดพระธาตุเจดีย์น้อย ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดใกล้เคียงวัดพระธาตุเจดีย์น้อย ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดอินทาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดคัมภีราราม(แควมะกอก) ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดดอยพระบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดพระธาตุดอยอูปแก้วจามเทวี ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดคัมภีราราม ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดคัมภีราราม (แควมะกอก) วัดแควมะกอก หมู่ 1 แควมะกอก ฮอด – วังลุง ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดคัมภีราราม (แควมะกอก) วัดแควมะกอก หมู่ 1 แควมะกอก ฮอด – วังลุง ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240 วัดราษฎร์ มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2482

วัดคัมภีราราม (วัดแควมะกอก) – WAT KHAMPHI RARAM (WAT KHAE MAKOK) ถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1012 ตำบล ฮอด อำเภอ ฮอด จังหวัด เชียงใหม่ 50240

ดูวัดอื่น ๆ >>> วัดตำบลฮอด อำเภอฮอด

ดูวัดอื่น ๆ >>> วัดในอำเภอฮอด

แผนที่วัดคัมภีราราม (วัดแควมะกอก) ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


[iggetimage type=”locations” tag=”187400061591972″ limit=”10″]

วัดอินทาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดอินทาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดอินทาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด วัดอินทาราม (หางดง) ที่ตั้ง เลขที่ 34 หมู่ 5 แม่ทัง ฮอด – วังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240 วัดราษฎร์ มหานิกาย เนื้อที่ 14 ไร่ 10 ตารางวา

วัดอินทาราม(หางดง)

เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง พ.ศ. 2523 ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด พ.ศ. 2482 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2522 วัดพัฒนาดีเด่น พ.ศ. 2542 พระมหาวงศกร ติกฺขญาโณ เจ้าอาวาสวัดอินทาราม
การศึกษามีโรงเรียน พระปริยัติธรรม แผนกธรรมเปิดสอน พ.ศ.2495 แผนกบาลี เปิดสอน พ.ศ.2518 และการศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดอินทาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดหางดง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดหางดง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดหางดง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้ง เลขที่ 99 หมู่ 3 หางดง ฮอด – วังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240

ประวัติ วัดหางดง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

สร้างเมื่อ พ.ศ.2481 ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิง มีพระอธิการจอมคำ ชยวงโศ พระตอง พระอภิวงค์ พระกุณา ร่วมกับ พ่อถวาย พ่อเกิดวงศ์ พ่อหนานแสง พ่อใจ๋ อินต๊ะ พ่อคำหล้า การบูรณ์ พ่อโป้ พ่อคำ ำ่อจอม พ่อต๋า พ่อบุญมา พ่อจันทร์ ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้น ต่อมา พ.ศ.2507 ได้อพยพมาสร้างวัดขึ้ยใหม่ ในที่ๆ ทางราชการจัดให้เพราะสถานที่เดิมนั้นถูกน้ำจากเขื่อนภูมิพลท่วม ได้รับพระราขทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ประกาศรับรองสภาพวัดวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2551

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดหางดง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดศิลานิมิตร ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดศิลานิมิตร(วัดกองหิน) ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ที่ตั้ง : วัดศิลานิมิตร เลขที่ 151 หมู่ 6 บ้านกองหิน ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 50240

วัดศิลานิมิตร บ้านกองหิน ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2483 ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2538

ประวัติวัดศิลานิมิตร

เดิมวัดนี้ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนบ้านกองหินเพราะสมัยนั้นพระภิกษุเป็นครูสอนนักเรียนโรงเรียนประชาบาล

ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างที่พักสงฆ์บริเวณใกล้กับโรงเรียน เมื่อ พ.ศ.2483 โดยมีพระอิ่นแก้ว แก้วเทพ เป้นเจ้าอาวาสรูปแรก
ต่อมาได้เกิดอัคคีภัยขึ้นกับกุฎิสงฆ์ประกอบกับที่ตั้งวัดอยู่ห่างไกลแหล่งน้ำชาวบ้านจึงมีมติย้ายมาสร้างที่ใหม่ คือพื้นที่ในปัจจุบัน พื้นที่ส่วนหนึ่งคือพื้นที่เปล่า
และบางส่วนเป็นพื้นที่ทำสวนของชาวบ้าน โดยมีพ่อคำจันทร์ แม่ก๋ม อุดโนได้ถวายที่ทำสวนมาเป็นพื้นที่สร้างวัด

เริ่มสร้างวัดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2489 เป็นวันเริ่มลงมือสร้างวัด ชาวบ้านทั่วไปเรียกชื่อ วัดกองหิน ตามชื่อหมู่บ้าน
ต่อมาได้มีการตั้งชื่อวัดใหม่ว่า วัดศิลานิมิตร ตั้งโดยพระครูคัมภีรธรรม
เจ้าคระอำเภอฮอด วัดชัยพระเกียรติ อ.เมืองเชียงใหม่

วัดศิลานิมิตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2538
มีเขตวิสุงคามสีมา กว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร

เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิตร

พระครูประยุตขันติคุณ ขนฺติพโล มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นเอก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิตร และยังดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะตำบล (จต.)  ประวัติด้านการศึกษาของพระครูประยุตขันติคุณ ขนฺติพโล จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถานบันการศึกษามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่

อดีตเจ้าอาวาสวัดศิลานิมิตร

พระทอง โกวิโท ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 ถึงปี พ.ศ.2491
พระวิชาญ วุฒิธมฺโม ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 ถึงปี พ.ศ.2493
พระอินแก้ว อาภาโส ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2495 ถึงปี พ.ศ.2496
พระจันทร์แก้ว สุวโจ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2496 ถึงปี พ.ศ.2498
พระอธิการคำปัน สุมโน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 ถึงปี พ.ศ.2511
พระคำจันทร์ กุสฺสจิตโต ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 ถึงปี พ.ศ.2513
พระอธิการบุญธรรม พรหฺมปญฺโญ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 ถึงปี พ.ศ.2530
พระครูประยุตขันติคุณ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 ถึงปี พ.ศ.2555

แผนที่วัดศิลานิมิตร ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดใกล้เคียงวัดศิลานิมิตร ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดวังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดหางดง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดปัญญาวุธาราม(สันกู่) (วัดสั้นกู่) ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดเด่นสารภี ตำบลหางดง อำเภอฮอด

 

วัดวังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดวังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดรัตนวราราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดรัตนวราราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดรัตนวราราม หมู่ 2 ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
วัดราษฎร์ มหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด เมื่อ พ.ศ. 2505 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2534
พระอธิการอินถา อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดรัตนวราราม

แผนที่วัดรัตนวราราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดแม่ลอง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดแม่ลอง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดแม่ลอง ตำบลหางดง อำเภอฮอด ที่ตั้ง หมู่ที่ ๑ ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240

ประวัติ วัดแม่ลอง

วัดแม่ลอง เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑ ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดแม่ลอง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดมัคคาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดมัคคาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดมัคคาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด ที่ตั้ง เลขที่ 55 หมู่ที่ ๑ ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240

ประวัติ วัดมัคคาราม

วัดมัคคาคราม(บ้านแม่ลอง) เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในอำเภอ ฮอด ปัจจุบัน กำลังสร้างวิหารหลังใหม่แทนหลังเก่า ที่ชำรุดทรุดโทรม ในขณะที่ทำการก่อสร้างวิหารยังไม่ทันแล้วเสร็จ ทางวัด ได้เกิดอัคคีภัย ไฟไหม้กุฏิสงฆ์ ซึ่งเป็นไม้สัก เสียหายทั้งหลัง ทางวัดจึงต้องสร้างกุฏิใหม่ วัดมัคคาคราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2481 โดยมีพระอธิการต๋าร่วมกับนายคำต๋า กิตติคุณ นายมูล จีนาวงศ์ นายอ้าย จันตาบุญ นายปัน มูลฟู นายชอน มูลฟู นายไหว บรรเทา นายดวง บรรเทา นายศีน บรรเทา พร้อมใจกันสร้างวัด ได้รับพระราชทานวิงสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2522 เขตวิสุงคามสีมา ดว้าง 26 เมตร ยาว 40 เมตร

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดมัคคาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


วัดปัญญาวุธาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดปัญญาวุธาราม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดบ้านโป่ง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดบ้านโป่ง ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดท่าข้าม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดท่าข้าม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดโค้งงาม ตำบลหางดง อำเภอฮอด

วัดโค้งงาม ตำบลหางดง อำเภอฮอด