Homeประวัติศาสตร์วัดวัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ 61 ถนนลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2000

วัดพันตองเดิมชื่อวัดพระงาม ไม่ปรากฎปีที่สร้าง ทราบเพียงว่าได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา พ.ศ.2000 สร้างในสมัยราชวงค์มังราย ครั้นพม่ามาตีเมืองเชียงใหม่ วัดจึงกลายเป็นวัดร้างไปจนถึงสมัยพระเจ้ากาวิละโอรสเจ้าทิพย์ช้างผู้ครองนครลำปางได้ขับไล่พม่าออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ และได้ต้อนผู้คนาอยู่ในที่ต่างๆ เช่น ชาวโยนกนคร (เชียงแสน) มาอยู่เมืองเชียงใหม่ ชาวบ้านฮ่อมมาอยู่บริเวณประตูท่าแพ ชื่อวัดพันตองนี้คงเพื้ยนมาจาก “พันทอง” ตามน้ำหนักของทองพันชั่ง ซึ่งเป็นน้ำหนักของพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านฮ่อมนำมาจากเชียงแสน

ประวัติวัดพันตอง(ทองพันชั่ง)
เมื่อพญากาวิละวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเขลางค์ ได้รับพระบรมราชโองการสถาปนาให้ดำรงตำแหน่ง พระเจ้ากาวิละวงศ์ฯ เจ้าผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๕๖ นั้น ครั้นพระองค์ยกทัพมาถึงตำบลป่าซาง ก็ได้หยุดพักทัพไว้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้เพราะพระองค์ดำริว่า เวียงพิงค์นครเชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ แต่มีพลเมืองน้อยไม่พอที่จะใช้คุ้มครองรักษาพ้นจากอริราชศัตรูที่จะมารุกรานได้ ก่อนที่จะยกทัพเข้ามาประทับในเวียงพิงค์เชียงใหม่นั้น พญากาวิละวงศ์ได้ให้ขึ้นไปถวายต้อนเอาชนชาติไทยทางเหนือ เช่น ไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยยอง ไทยเขิน แห่งแคว้นสิบสองปันนา และไทยเมืองแห่งเวียงเชียงแสน ฯลฯ ให้เอาชนชาติไทยเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานบ้านช่องอยู่ทั่วไปในบริเวณเวียงพิงค์เชียงใหม่ เช่น พวกไทยใหญ่ ไทยลื้อ อยู่ตำบลช้างเผือก ไทยเขินอยู่ตำบลหายยา ไทยยองอยู่ตำบลสันกำแพง และไทยเมืองจากเวียงเชียงแสนให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลช้างคลาน และให้พวกชาวมอญที่ติดตามมาจากนครเขลางค์ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลช้างคลาน ตำบลช้างม่อย การกระทำเช่นนี้เรียกว่า “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง”
ประชาชนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเวียงพิงค์เชียงใหม่ดังกล่าวมานี้ ต่างก็นำเอาวัฒนธรรมประเพณีของตนมาใช้ด้วย เช่น วัดวาอารามและอาหารการกิน เป็นต้น อาหารพวกไทยใหญ่มีจิ้นส้มเงี้ยวและหนังพอง พวกไทยเขินมีเครื่องเขิน เครื่องเงิน พวกไทยยองมีการปลูกฝ้าย ทอผ้า พวกมอญมีขนมเส้น (ขนมจีน) ส่วนพวกไทยเมืองที่มาจากเมืองเชียงแสนนั้น ส่วนมากเป็นศิลปินถนัดในการทำช่อดอกไม้และการแกสลักต่างๆ มีวัฒนธรรมเผ่าหลายอย่าง บางอย่างยังมีชื่อเรียกมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น แกงฮังเลเงี้ยว, สื้อ-ผ้าฝ้ายเมือง (เสื้อผ้าหม้อห้อม) อู้คำเมือง (พูดภาษาไทยเมือง) วัดทรายมูลเมือง วัดของชาวไทยเมือง เป็นต้น
สำหรับชาวไทยเมืองที่อพยพมาจากเวียงเชียงแสนนั้น ได้มาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่บ้านฮ่อม หมู่ที่ ๑ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับวัดอีก ๔ วัด คือ วัดพันตอง วัดช้างฆ้อง วัดเมืองเลนและวัดร้อยข้อ (ลอยเคราะห์)
ชื่อวัดพันตองนี้คงเพี้ยนมาจากคำว่า “พันทอง” ตามน้ำหนักของทองพันชั่ง ซึ่งเป็นน้ำหนักของพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านฮ่อมนำมาจากเชียงแสน

ลำดับเจ้าอาวาส:
พระครูสถาพรเขมกิจ ฉายา ฐิตญาโณ เดิมชื่อ เกษม ทิศลังกา อายุ 49 พรรณา 29 วุฒิ นธ.เอก วุฒิสายสามัญ กศม. ปริญญาโท ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพันตอง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง เลขานุการรองเจ้าคุณจังหวัดเชียงใหม่ และเลขานุการศูนย์พระปิยัตินิเทศก์จังหวัดเชียงใหม่ สมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอาราหลวงชั้นโท (ผจล.ชท.) ลำดับเจ้าอาวาสวัดพันตอง 1 พระอธิการสุนทรพจนกิจ ฉายา สุนฺทโร เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2470-พ.ศ. 2480 2 พระโพธิรังษี ฉายา พุทฺธิญาโณ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2498-พ.ศ. 2545
3. พระราชเขมากร ฉายา ขนฺติโก เป็นผู้รักษาการแทน พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2546
4. พระมหาสมเพชร ฉายา ธมฺมโชโต เป็นผู้รักษาการแทน พ.ศ. 2547-พ.ศ. 2549
5. พระสมุห์ชำนิ ฉายา อริญฺชโย เป็นผู้รักษาการแทน พ.ศ. 2549-พ.ศ. 2551
6. พระครูสถาพรเขมกิจ ฉายา ฐิตญาโณ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2552-ปัจจุบัน

งานสถาปัตยกรรม
1 พระเจดีย์ เจดีย์สร้างเมื่อใดไม่ทราบ แต่รู้ว่าบูรณะซ่อมแซมทาสีใหม่ เมื่อ พ.ศ.2507 และพ.ศ.2550 บูรณะรอบๆเจดีย์และใส่แก้วบนยอดเจดีย์ แบบล้านนาไทย ประดับด้วยดอกรอบๆฐานและข้างเจดีย์
2 พระอุโบสถ สร้างเมื่อใดไม่ทราบ รู้แต่ว่าซ่อมบูรณะเมื่อ พ.ศ.2509 แบบล้านนาไทย ลวดลายงดงามมาก เป็นอุโบสถหลังเล็กและมีความสำคัญมาก มีลักษณะแบบพื้นเมืองเดิมทั้งหมดโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย
3 พระวิหาร ไม่ทราบประวัติชัดเจน แต่ทราบว่ามีการบูรณะ พ.ศ.2596 ติดอยู่ที่หน้าบันและฐานชุกชีวิหาร ส่วนช่อฟ้าซ่อมแซมหลายครั้งแล้วเพราะเป็นไม้ถูกแดดถูกฝนไปตามอายุกาล วิหารหลังนี้น่าจะเป็นศิลปะสมัยเชียงแสน แบบล้านนา หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ อันเป็นแบบอย่างแผนผังวัดมาตรฐานของล้านนาทั่วไป สัณนิษฐานว่าวิหารหลังนี้คงเป็นวิหารที่สร้างแทนวิหารหลังเดิม ด้านหน้าเป็นมุขโถง และด้านข้างๆเป็นผังทึบ มีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นประธาน หลังคาด้านหน้า 2 ซด และมีการซ้อนชั้นของผืนหลังคา 3 ตับ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดปลา
4 ประตูเทพรักษา สร้างในสมัย หรือ พ.ศ.ใดไม่ทราบ แต่มีความงดงามมาก แบบล้านนาผสมไทยภาคกลาง มีการนำเอาถ้วยมาประดับด้วย

งานศิลปกรรม
1 พระพุทธรูปพระประธาน สร้างในสมัยราชวงค์มังราย จากเรื่องเล่า พระพุทธรูปองค์จริงเป็นทองสำริด ผสมด้วยทองคำเฉาพาะน้ำหนักทองคำหนักพันชั่ง อดีตผู้บริหารวัดนำประดิษฐานไว้ในสถูป พระประธานสร้างด้วยปูนปางมารวิชัย หรือ ปางชนะมาร ศิลปะเชียงแสน หนาตักกว้าง 5 ฟุต สูง 5 ฟุต มีลักษณะสวยงามได้แก่ มีพระเนตรเปิดนิดๆ พระโอษฐ์แย้มน้อยๆ พระพักตร์อิ่มเอิบ ด้วยเหตุนี้องค์พระปฏิมาอันเป็นองค์พระประธานจึงได้นามว่าวัดพระงามพันตอง
2 ธรรมาสน์แบบล้านนา สร้างในสมัยและใครเป็นผู้สร้างไม่ทราบ แต่มีความสวยงามมากไม่มีที่ไหนเหมือน ศิลปะสมัยเชียงแสน ทำด้วยไม้สักลวดลายล้านนาไทย

อาคาร
1 พระอุโบสถ 2509-00-00 สร้างสมัยรัตนโกสินทร์
2 พระวิหาร 2496-00-00 สร้างสมัยรัตนโกสินทร์
3 พระสถูป/เจดีย์ 2507-00-00 สร้างสมัยรัตนโกสินทร์
4 อาคารเอนกประสงค์ 2495-00-00 สร้างสมัยรัตนโกสินทร์
5 โรงเรียนพระปริยัติธรรม 2503-00-00
6 ศาลาบาตร/วิหารคด/ศาลาลาย 2512-00-00
7 ศาลาวัฒนคุณ หรือ ศาลาแดง 2495-00-00 สร้างโดยหลวงนิเทศทาวันการ ซ่อมแซมเมื่อ 26 มกราคม 2555 โดยผศ.คำนึง วัฒนคุณ พร้อมลูกหลาน

 

REVIEW OVERVIEW

บทความยอดนิยม

อวยพรวันเกิด ภาษาเหนือ

คำอวยพรวันเกิด แบบกำเมือง ภาษาเหนือ ล้านนา สำหรับการอวยพรวันเกิดของคนเหนือ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ภาษาเหนืออยู่แล้ว ฟังไฟเราะ ใครทีเคยได้ยินมาจากปู่ย่าตายาย

กิจกรรมเชียงใหม่

อัศจรรย์ 60 วันแห่งสีสันธรรมชาติ สวนสวรรค์พรรณกล้วยไม้และผีเสื้อ

อัศจรรย์ 60 วันแห่งสีสันธรรมชาติ สวนสวรรค์พรรณกล้วยไม้และผีเสื้อ วันที่ 1 มิถุนายน - 31 กรกฏาคม 2569 ณ โรงเรือนป่าดิบชื้น และโรงเรือนกล้วยไม้และเฟิน (กลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ) #สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่