Homeประวัติศาสตร์วัดวัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด

วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด ที่ตั้ง เลขที่ 180 หมู่ 1 แควมะกอก ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50240

ประวัติ วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว

วัดพระธาตุแก้วข้าว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ (วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว)
ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด มีสภาพเป็นวัดร้าง ในเวลาต่อมาถูกยกจากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษาเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มีสิ่งที่น่าสนใจภายในหลากหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธบาทแก้วข้าว วิหารพระเจ้าทันใจ พระธาตุวัดพระพุทธบาทแก้วข้าว อุโบสถ รวมทั้งศาลาบาตร วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตั้งอยู่ บ.แควมะกอก ม.๑ ต.ฮอด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดย รอยพระพุทธบาทแก้วข้าว วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้ายของ พระศรีศากยมุนีโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๔ (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ในมหาภัทรกัป ขนาดกว้าง ๒๔ นิ้ว ยาว ๖๔ นิ้ว ปรากฏในตำนานพระเจ้าเลียบโลกกัณฑ์ที่ ๙ ตรงที่กล่าวถึงพญานาคควักดวงตาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์พยากรณ์ว่า สถานที่นี้จักได้เป็นเมืองเมืองหนึ่ง ชื่อ “มหานคร” สันนิษฐานว่า คือ “เมืองพิสดารนคร” อยู่เขต อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ในปัจจุบัน กว้าง ๑๕๐ วา ยาว ๑๗๕ วา เป็นกำแพงสองชั้นคูเมืองมีน้ำล้อมรอบ

ตำนานและประวัติพระพุทธบาทแก้วข้าว วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว

(แหล่งที่มา : เอกสารหนังสือตำนานพระพุทธบาทแก้วข้าว วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว)

ในอติเตกาเลในกาละ วันเดือนปีผ่านไปแล้วก่อนจะได้นับพ.ศ. คือพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอรหันต์ตาทั้งหลายก็ได้ไปโปรดพระยาสีสู่ พระยาขุนแสนทอง ยังดอยเกิ้ง แล้วก็ได้เสด็จไปตามลำน้ำปิง พวกชาวบ้านชาวเมืองได้เห็นพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ตาเป็นบริวาร พวกชาวลัวะชาวว้าไม่เคยพบเห็นพระพุทธเจ้ามาก่อนเพราะใส่ผ้าสีดำย้อมฝาด ก็พากันเกิดศรัทธาเลื่อมใส ได้พากันเอาข้าวห่อไปใส่บาตรเป็นทานแก่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ตาเจ้าทั้งหลาย แล้วพระพุทธเจ้าก็ได้ไขผอูปแก้ว คือปากของพระพุทธเจ้า ทรงตรัสไว้ว่าให้พากันรักษาศีลทั้ง ๕ ข้อ สถานที่แห่งนั้นก็เรียกว่า ดอยอูปแก้ว จนถึงปัจจุบัน

แล้วพวกชาวลัวะทั้งหลายก็ได้ทูลบอกแก่พระพุทธเจ้าว่า การทำไร่นาไม่มีน้ำ ต่อไปบ้านเมืองแห่งนี้จึงมีชื่อว่า เมืองฮอดแห้ง จึงได้ให้พระอรหันต์ไปทำกังหันไม้ไผ่วักน้ำใส่นา ชาวบ้านเรียกว่า วงศ์หลุก จะมีมากในวันข้างหน้า จนเรียกสถานที่นั้นว่า วังหลุกหรือวังลุงปัจจุบัน แล้วบอกกับชาวลัวะทั้งหลายให้รักษาศีล ๕ ข้อไว้ ต่อไปจะไม่ได้ทุกข์ลำบาก จะมั่งมีด้วยทรัพย์สมบัติไหลมาเทมา เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ได้ถวายทานข้าวห่อ

แล้วจะได้เสด็จไปยังดอยกลอมเป็นดอยจอมปัจจุบัน พระพุทธเจ้าหิวน้ำ ก็ได้ให้พระอานนท์เอาบาตรไปตักน้ำยังวังแก้ว แม่ปิง มีพยานาคได้รักษาเฝ้าดูแลยังวังแก้วที่นั้น พยานาคก็ได้กวนน้ำให้ขุ่นไปหมดทั้งวัง พระอานนท์ก็ได้เอาฝาบาตรมาตักน้ำนั้น พยานาคก็ได้เอาหางไปปัดฝาบาตรให้หลุดจากมือพระอานนท์จมลงวัง ให้พระอานนท์ตกใจ พอมีสติพระอานนท์ก็เอามีดไปตัดเอาเครือเขาเถาวัลย์ เอามาสานเป็นตาข่ายเพื่อเวียนหาเอาฝาบาตรนั้น มีดของพระอานนท์ก็หลุดหล่อนออกจากด้าม พระอานนท์ก็เก็บมีดมาสอดใส่ด้าม เอาด้ามมีดตอกกับก้อนหินเป็นรอยลึกเข้าไปในก้อนหินนั้น กว้าง ๖ นิ้วฟุต ลึก ๖ นิ้วฟุต ได้รักษาไว้อยู่ข้างวิหารด้านใต้แห่งวัดพระพุทธบาทแก้วข้าวถึงทุกวันนี้ อันตาข่ายเครือเขาเครือเถาวัลย์พระอานนท์ก็ได้เอาทิ้งไว้บนฝั่งน้ำปิง มนุษย์ทั้งหลายมาเห็นก็ได้นำไปเรียนแบบในทางหากินเป็นแห จี๊บ จ๋ำ จำมอง มาจนถึงทุกวันนี้

อหังพระพุทธเจ้าล่วงรู้ด้วยญาณทิพย์ว่าจะได้ไปโปรดพยานาคยังวังแก้วแม่ปิง ได้เสด็จตามหาพระอานนท์ พระอรหันต์ตาก็ได้ติดตามไปด้วย พระอรหันต์ตาได้พับตีนผ้าสบงให้พระอานนท์เห็นปริศนา พระอานนท์คิดได้ว่าการทำตาข่ายจะต้องมีถุงจึงจะได้ของเข้าไปติดที่ถุงนั้น ฉะนั้นผ้าสบงจีวรของพระภิกษุสงฆ์สามเณรจึงมีรอยพับมาจนถึงทุกวันนี้ อันว่า พระพุทธเจ้าก็ทรงโปรดแก่พยานาค พยานาคก็อ่อนลงหมดแรงดิ้นรน พยานาคยอมแพ้ก็ได้นำน้ำสะอาดบริสุทธิ์มาถวายทานแก่พระพุทธเจ้าและอรหันต์ตาเจ้าทุกรูปทุกองค์ พยานาคได้เกิดศรัทธาเลื่อมใสได้ควักลูกตาทั้งสองถวายทานแก่พระพุทธเจ้าแล้วทูลลาไปยังเมืองบาดาล

ทันใดนั้นก็เกิดปาฏิหาริย์แก่นตาทิพย์เกิดแสงสว่างแจ้งเป็นแสนเท่าแก่พยานาค ได้ยกเอาก้อนหินแสงข้าว ผุดแผ่นดินขึ้นมาใหม่เท่าวาผัดมนขอให้พระพุทธเจ้าเอาเท้าหรือเรียกว่าปาตะตินข้างซ้ายเหยียบย่ำลงไปบนลูกแสงแก้วข้าวนั้น กว้าง ๒๖ นิ้วฟุต ยาว ๖๕ นิ้วฟุต ให้ไว้เป็นที่กราบไหว้แก่มนุษย์และเทวดาตลอดห้าพันวัสสาสืบไป

อหังอันว่าพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอรหันต์ตาทั้งหลายก็ได้เสด็จไปยั้งเมืองอังครัฐนคร หรืออำเภอจอมทองปัจจุบัน ล่วงกาลเวลาผ่านไปเมื่อนับพ.ศ.เกิดขึ้นที่วัดพระพุทธบาทแก้วข้าวแห่งนี้ได้พระเถระเจ้าองค์หนึ่งมีชื่อว่า พระมหาธรรมราช ตรงกับพ.ศ.๑๐๐๐ พระธรรมราช ได้มาอยู่จำศีลภาวนา เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาก ท่านมหาเถระธรรมราชได้สร้างวัตถุบูชายังสารรูปของพระพุทธเจ้าองค์เล็กไว้ห้อยคอ พระมหาเถระธรรมราชก็ได้ตั้งจิตอธิฐานให้สำเร็จคำอธิฐาน ร้อนไปถึงพระพรหมชินนะปัจจะระบนสวรรค์ พระพรหมชินนะปัจจะระได้นำก้อนแก้วมณีโชคมาถวายทานให้ท่านมหาเถระธรรมราช มีหลายสี พระมหาเถระธรรมราชก็ได้ให้ช่างมาแกะสลัก ไม่มีช่างคนไหนแกะได้คำอธิษฐานของพระมหาธรรมราช ร้อนไปถึงพยาอินตาบนสวรรค์ พระยาอินตาก็ได้มอบหมายให้เทวดาประจำวันทั้งเจ็ดปลอมเป็นชีผ้าขาวไปขออนุญาตจากพระมหาธรรมราช

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ชีผ้าขาวทั้งเจ็ดคนช่วยกันแกะสลักก้อนแก้วมณีโชคหลากหลายสีองค์ใหญ่เอาบูชาไว้กับบ้านเรือน องค์เล็กเอาห้อยคอ แกะสลักได้เจ็ดวันได้พระรูปแก้วมณีโชค ๘๔๐๐๐ องค์ พระมหาเถระก็ได้ทำพิธีสวดมนต์เทศนาธรรม พระมหาเถระและชีผ้าขาวบอกให้ชาวบ้านทำบอกไฟจุดขึ้นมาบนท้องฟ้าได้ ๑๐๘ ลูก ชีผ้าขาวพากันขึ้นนั่งบนหัวบอกไฟแล้วจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้าง ชีผ้าขาวก็หายไปในอากาศ ชาวบ้านชาวเมืองหากันแตกตื่นส่งเสียงร้องสาธุ สาธุ สาธุ เป็นโกลาหลทั่วทั้งเมือง

พระมหาเถระทำนายไว้ว่าในข้างหน้าจะได้เป็นมหานครมีนามว่า พิสดารนคร อยู่ต่อมาลุถึงพ.ศ.๑๒๐๐ ปี ก็มีเจ้าแม่จามเทวี มาสร้างเมืองใหม่นามว่า พิสดารนครตามที่พระมหาเถระได้ทำนายไว้แล้ว พระมหาเถระนำเอาพระแก้วมณีโชค ๘๔๐๐ องค์ บรรจุในไห ๕๖ ไห ขุดฝังดินลึก ๗ ศอก ให้พยานาค มีนามว่า พระยาสีเสน เป็นผู้ดูแลรักษา มาจนถึงสมัยสมเด็จโต พรหมรังสี ได้ออกเดินธุดงค์มาถึงวัดพระพุทธบาทแก้วข้าว หลวงปู่สมเด็จโต พรหมรังสี เอาแก้วมณีโชคไปห้าไห และได้เก็บไว้บนเพดานอุโบสถวัดระฆัง

อยู่ต่อมาปลายปีพ.ศ.๑๒๐๐ มีข้าศีกพม่ายกทัพทหารมาล้อมรอบเมืองพิสดารนคร ช่วยกันขุดรอยพระพุทธบาทเพื่อยกไปเมืองตองอู พม่า เจ้าแม่จามเทวีรู้ข่าวก็นำอาอาหารจากนครหริภุญชัยมาสู้รบขับไล่ สนามรบคือ แพะดินแดง หรือหมู่บ้านแพะดินแดงปัจจุบัน จนได้ชัยชนะ เจ้าแม่จามเทวีได้นำทหารมาบูรณะซ่อมแซมยังรอยพระพุทธบาท และสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายได้คืนดังเดิม แล้วก็ได้สร้างเจดีย์สูง พระเจ้าโท้ เป็นอนุสรณ์สถานประกาศชัยชนะในครั้งนั้น

อยู่ต่อมาจนถึงพ.ศ.๒๔๕๒ มีเจ้าแม่ดารารัศมี ครองราชย์นครเชียงใหม่ มาถวายดอกไม้เงินดอกไม้ทองยังรอยพระพุทธบาทแก้วข้าว ตรงกับวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๔๕๒ เวลาเที่ยงถึง ๑๖.๐๐ น. แล้วเสด็จไปยังบ้านพักรับรองท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า

ต่อมาพ.ศ.๒๔๖๗ ครูบาศรีวิชัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ศรัทธาทั้งหลายมาบูรณะสร้างวิหารใหญ่ครอบรอยพระพุทธบาทแก้วข้าวตามที่ได้เห็นมาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาพ.ศ.๒๔๖๘ ครูบาขาวปี๋ (ครูบาอภิชัยขาวปี) พร้อมด้วยลูกศิษย์ศรัทธาผู้ใจบุญทั้งหลาย ได้ช่วยกันปรับปรุงพื้นที่ในเขตพุทธาวาสให้ราบเบียงมาจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาพ.ศ.๒๕๓๘ ก็มีครูบาทอง สิริมงฺคโล เจ้าคณะอำเภอฮอด พร้อมด้วยคณะสงฆ์ศรัทธาช่วยกันบูรณะเปลี่ยนดินขอหลังคาวิหาร ช่อฟ้าใบระกา ไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าสู่วัดพระบาทแก้วข้าว มาถึงพ.ศ.๒๕๔๖ ครูบาทอง สิริมงฺคโล ให้แม่ชีศรีบุตร สุปินตา พร้อมคณะได้เข้ามาพัฒนาฝึกสอนกรรมฐาน ยุบหนอ พองหนอ ในแนวสติปฐาน ๔ มีกาย เวทนา จิต ธรรม เป็นบ่อเกิดปัญญาสว่างขจัดยังกองทุกข์ให้สิ้นสุดไป มีพระอธิการอินถา เดชวโร เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

จุดธูป เทียน ถวายดอกบัว ลูกแก้วจักรพรรดิ ปิดทอง เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และขอโมทนาบุญกับผู้สร้าง ผู้บูรณะ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในบุญกุศล ณ สถานที่แห่งนี้ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต และตั้งจิตอธิษฐานเพื่อให้ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาสืบต่อไปจน ๕๐๐๐ ปี

ประเพณีสรงน้ำพระพุทธบาทแก้วข้าว วันเพ็ญเดือน ๖ เหนือ (ก.พ.-มี.ค.)

คำไหว้ปาต๊ะ (รอยพระพุทธบาท)

(ขึ้นต้น นะโม 3 จบ)

โยนาคะ ปุเลพุทธ ปาต๊ะวะรัง

อะหังวันทามิ สัพพะตา

คำไหว้พระเจ้าทันใจ

(นะโม ๓ หน แล้วว่า ๓ จบ) ตะมะหัง ขิปปะจิตตะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ ตะมะหัง
ขิปปะจิตตะ พุทธัง เมสิ ระสา อะภิปูชะยามิ
ขิปปะจิตตะ พุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวะตุเม
ขิปปะจิตตะ พุทธานุภาเวนะ สะทา มะหาลาโภ ภาวะตุเม
ขิปปะจิตตะ พุทธานุภาเวนะ สะทา มะหา ยะโส ภาวะตุเม

เรียบเรียงโดย at-chiangmai.com

แผนที่ วัดพระพุทธบาทแก้วข้าว ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่


REVIEW OVERVIEW

บทความยอดนิยม

อวยพรวันเกิด ภาษาเหนือ

คำอวยพรวันเกิด แบบกำเมือง ภาษาเหนือ ล้านนา สำหรับการอวยพรวันเกิดของคนเหนือ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ภาษาเหนืออยู่แล้ว ฟังไฟเราะ ใครทีเคยได้ยินมาจากปู่ย่าตายาย

กิจกรรมเชียงใหม่

งานประเพณีสรงน้ำพระพุทธสิริมงคลศรีศากยะมุนี ประจำปี 2569 วัดสิริมงคล ต.สบเตี้ยะ อ.จอมทอง

ขอเชิญผู้สนใจร่วม งานประเพณีสรงน้ำพระพุทธสิริมงคลศรีศากยะมุนี (พระเจ้าเก้วติ้ว) ประจำปี 2569 สืบชะตาหลวงและร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศลสบทุนก่อสร้างเสนาสนะ ที่วัดสิริมงคล บ้านแม่เตี๊ยะใต้ ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่