<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แป๋งบ้าน Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/แป๋งบ้าน/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:08:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>แป๋งบ้าน Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/แป๋งบ้าน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ประเพณีการปลูกเฮือน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Feb 2017 07:58:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัฒนธรรมประเพณีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[แป๋งบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[แป๋งเฮือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเพณีวัฒนธรรมการปลูกเรือนนั้น ในแต่ละสังคมย่อมมีวิธีการที่แตกต่างและคล้ายคลึงกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสังคมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อม</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ประเพณีการปลูกเฮือน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเพณีวัฒนธรรมการปลูกเรือนนั้น ในแต่ละสังคมย่อมมีวิธีการที่แตกต่างและคล้ายคลึงกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสังคมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อม ประเพณีการปลูกเรือนล้วนแฝงไว้ด้วยคติความเชื่อของสังคมนั้นๆซึ่งเป็นตัวกำหนดพื้นฐานของการปลูกสร้างบ้านเรือน เพื่อให้บังเกิดความอยู่เย็นเป็นสุขแก่ผู้อาศัยในเรือนนั้นๆ การปกหอยอเฮือน เป็นคำพูดในภาษาล้านนา หมายถึงประเพณีการปลูกเรือนล้านนา</p>
<p>ขั้นตอนการปลูกเรือน</p>
<p>เมื่อได้ทำการจัดหาเตรียมเครื่องเรือนที่เรียกกันว่า “การครัวไม้” โดยทำการท่าวร่างทดลองปลูกดูก่อน แล้วจึงรื้อลงมาจัดผูกแยกเป็นกองๆ เพื่อรอการปลูก ต่อมาเจ้าของเรือนจะต้องไปหาปู่อาจารย์ให้ท่านช่วยดูฤกษ์ดูวันในการที่จะปกเรือน เมื่อได้วันกำหนดที่แน่นอนแล้ว เจ้าของเรือนจะออกไปขอแรงจากเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องให้มาช่วยปกเรือน เพราะชาวบ้านสมัยก่อนเป็นช่างปลูกเรือนเหมือนกันเกือบทุกคนโดยขอไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน ส่วนฝ่ายหญิงจะไปบอกญาติพี่น้องของฝ่ายตนให้ช่วยทำอาหารเลี้ยงคนที่มาช่วยงาน ก่อนที่จะทำการปกเรือน เจ้าของเรือนจะต้องสำรวจดูพื้นที่ๆจะปลูกเรือนก่อนว่าตรงไหนจะดีมากน้อยประการใด โดยมีขั้นตอนต่างๆได้แก่<br />
การดูความสูงต่ำของพื้นที่</p>
<p>ศรีเลา เกษพรหม (๒๕๓๙, หน้า ๑๐๒-๑๐๖) อธิบายการดูความสูงต่ำของพื้นที่ โดยให้ดูพื้นดินที่มีความสูง และลาดเทไปยังทิศต่างๆดังนี้</p>
<p>พื้นดินสูงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ต่ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถือว่า ดี<br />
พื้นดินต่ำทางเหนือ สูงทางทิศใต้ ถือว่า ดี<br />
ถ้าพื้นดินสูงทุกด้าน เรียกพื้นที่นั้นว่า สุชาตา ถือว่าดีมาก<br />
พื้นดินสูงทางทิศใต้ต่ำทางทิศเหนือ ดีมาก<br />
พื้นดินสูงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ต่ำทางทิศตะวันตก ถือว่าดี</p>
<p>การดูจากการเสี่ยงทาย</p>
<p>ดูการเสี่ยงทายว่าที่ดินตรงไหนจะดีหรือไม่ดี โดยทำควัก หรือกระทงใบตอง ๓ อัน อันแรกใส่ข้าวเหนียวสุก อันที่ ๒ใส่ข้าวเหนียวที่ทาหรือคลุกด้วยปูนแดงให้มีสีแดง เรียกว่า ข้าวแดง อันสุดท้ายข้าวเหนียวสุกทาหรือคลุกด้วยหมิ่นหม้อให้มีสีดำเรียกว่า ข้าวดำ แล้วนำไปวางไว้ในบริเวณที่จะปลูกเรือน จากนั้นให้อธิษฐานขอให้มีสิ่งแสดงบอกเหตุดีหรือไม่ดีตามความปรารถนา หรือกล่าวคำโวหารที่ปรารถนา ทิ้งไว้สักครึ่งหรือ ๑ วันแล้วจึงไปดูควักใบตองทั้ง ๓ ว่ามีสัตว์มากินหรือตอมหรือไม่ หากเป็นข้าวที่เป็นสีขาวไม่ได้คลุกด้วยสิ่งใด ถือว่าเป็นที่ปลูกเรือนได้ดีมาก ถ้าสัตว์หรือแมลงมากิน ข้าวแดงดีปานกลาง ถ้ากินข้าวสีดำถือว่าไม่ดี</p>
<p>อีกวิธีหนึ่ง เอาใบฝาแป้งมา ๘ ใบ ใบ ๑ ห่อดิน ใบ ๑ ห่อเปลือกไม้ ใบ ๑ ห่อผมยุ่ง เมื่อพร้อมก็นำขันข้าวตอกดอกไม้พร้อมสิ่งต่างๆไปสู่งบริเวณที่จะปลูกเรือน แล้วตั้งอธิษฐานดังนี้ “โอกาสะ พรหมเทวดา รุกขเทวดา ติณณปัพพเทวดา อากาสเทวดา บัดนี้ผู้ข้า พ่อแม่ ลูก ผัวเมีย มีประมาณเท่านี้ จักมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี้ ยังจักเพิงใจเทวดาทังหลายอั้นชา คันยังจักอยู่วุฒิเจริญใจแก่ตูข้าทังหลายดังอั้น ก็ขอหื้อหยุบได้ห่อที่ดี คันตูทังหลายยังจักอยู่บ่วุฒิเจริญใจดังอั้น ก็ขออย่าได้หยุบเอาห่อที่บ่ดีนั้นเทอะ “ ว่าแล้วจึงกล่าวคาถาว่า “นมามิ สิรสา นาถัง สัสสธรรมคนุตตมัง อิทัมปินิตโต ทิพพจักขุงวปัสสติ” แล้วจึงจับเอาห่อสิ่งนั้นขึ้นมา ๑ ห่อ เปิดดู ถ้าได้ห่อดอกไม้ ห่อข้าวเปลือก ห่อหิน ห่อดิน ดีมากควรอยู่ที่นั้น ถ้าจับได้ห่อเปลือกไม้ ห่อผมยุ่ง ห่อปีกไก่ และห่อถ่านไฟ ไม่ดีไม่ควรอยู่</p>
<p>อีกวิธีหนึ่ง ถ้าจะปลูกเรือนที่ใด ให้ถางหญ้าตรงกลางบริเวณนั้นกว้างประมาณ ๑ ศอก แล้วเอาไม้แหลมเป็นหลักยาว ๑ ฝ่ามือ นำไปตอกไว้ที่ตรงนั้นให้โผล่พ้นดินประมาณนิ้วหัวแม่มือ เอาเม็ดข้าวเปลือกมาเรียงกับดิน เอาหัวเข้าหาหลักนั้นจนรอบ เอาหม้อใหม่มาครอบไว้ แล้วกลบปากหม้อให้มิดชิดไม่ให้แมลงเข้าไปข้างในได้ แล้วเอาควักวางแม่ธรณี อธิษฐานต่อเทวดาและธรณีที่นั้นว่า “คันผู้ข้าทังหลายจักแปลงบ้านเรือนอยู่ที่นี้ ยังจักอยู่ดีมีสุขดังอั้นก็ขอหื้อข้าวเปลือกที่หลักนี้อย่าได้ฟุ้งไปทางใดเทอะ คันผู้ข้าทังหลายจักอยู่ไม่สบายก็ขอหื้อเม็ดข้าวเปลือกกระเด็นแตกฟุ้งไป จิ่มเทอะ” เมื่อถึงอีกวันก็ให้ไปเปิดหม้อดู ถ้าเม็ดข้าวกระเด็นฟุ้งไป ที่ตรงนั้นไม่ดีอย่าได้อยู่ ถ้าเม็ดข้าวขึ้นอยู่บนปลายหลักก็ยังดีอยู่ ถ้าเม็ดข้าวไม่แตกกระจายให้อยู่ที่นั้น ดีมาก</p>
<p>การหามื้อจันวันดี และโศลกทำบ้าน</p>
<p>เมื่อได้บริเวณที่จะปลูกเรือนแล้วก็ให้ไปหาพระสงฆ์ หรืออาจารย์วัดให้ช่วยดูเดือน ดูวัน ดูยามที่จะลงมือปลูกเรือน เรียกว่าการหาหื้อจันวันดี โดยอ้างจากบางตำราเริ่มจากเดือนก่อน (๒) เช่น<br />
เดือนที่ดีและไม่ดีในการปลูกเรือนใหม่</p>
<p>เดือนเจียง<br />
จักผิดเถียงกัน ไม่ดี<br />
เดือนยี่<br />
จักสมฤทธี มีข้าวของ ดี<br />
เดือน ๓<br />
จักเสียข้าวของ ไม่ดี<br />
เดือน ๔<br />
จักได้ลาภ และมีข้าวของ ดี<br />
เดือน ๕<br />
จักเป็นพยาธิ และไฟจักไหม้ ไม่ดี<br />
เดือน ๖<br />
จักได้ลาภ มีข้าวของ อยู่ดีมีสุข ดี<br />
เดือน ๗<br />
จักได้รับความทุกข์มากนัก และจักพลันตาย ไม่ดี<br />
เดือน ๘<br />
จักเสียข้าวของ หรือเป็นพยาธิ ไม่ดี แต่บางตำราว่าจักมีข้าวของดี<br />
เดือน ๙<br />
จักมีลาภ และอยู่ดีมีสุข ดี<br />
เดือน ๑๐<br />
จักเป็นพยาธิตาย และจักฉิบฉายไม่ดี<br />
เดือน ๑๑<br />
จักเป็นโทษ และผิดเถียงกัน ไม่ดี บางตำราว่าจักสมฤทธี ดี<br />
เดือน ๑๒<br />
จักเป็นดีมีสุขมากนัก</p>
<p>วันเสียประจำเดือน</p>
<p>เดือนเจียง เดือน ๕ เดือน ๙<br />
วันอาทิตย์ และวันจันทร์ เสีย<br />
เดือนยี่ เดือน ๖ เดือน ๑๐<br />
วันอังคารเสีย<br />
เดือน ๓ เดือน ๗ เดือน ๑๑<br />
วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ เสีย<br />
เดือน ๔ เดือน ๘ เดือน ๑๒<br />
วันพุธ และวันศุกร์เสีย</p>
<p>ยามดีไม่ดี</p>
<p>วันอาทิตย์<br />
ยามรุ่งเช้า หินะ ไม่ดี<br />
ยามกองงาย อุทธังราชา ดี<br />
ยามแตรจักใกล้เที่ยงลาภสะกัง ดี<br />
ยามเที่ยง หินะ ไม่ดี<br />
ยามกองแลง หินะ ไม่ดี<br />
ยามแตรจักใกล้ค่ำ อุทธังราชา ดี<br />
ยามค่ำแท้ ก็ดี<br />
วันจันทร์<br />
ยามเช้า หินะ ไม่ดี<br />
ยางกลองงาย หินะ ไม่ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง หินะ ไม่ดี<br />
ยามเที่ยง อุทธังราชา ดี<br />
ยามช้าย(เวลาบ่าย) หินะ ไม่ดี<br />
ยามใกล้ค่ำ หินะ ไม่ดี<br />
ยามค่ำแท้ หินะ ไม่ดี<br />
วันอังคาร<br />
ยามเช้า อุทธังราชา ดี<br />
ยามกลองงาย ลาภสะกัง ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง หินะ ไม่ดี<br />
ยามเที่ยง หินะ ไม่ดี<br />
ยามกองแลง อุทธังราชา ดี<br />
ยามใกล้ค่ำ ลาภสะกังดี ค่ำแท้หินะ ไม่ดี<br />
วันพุธ<br />
ยามเช้า หินะ ไม่ดี<br />
ยามกลองงาย อุทธังราชา ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง หินะไม่ดี<br />
ยามเที่ยง อุทธังราชา ดี<br />
ยามช้าย (เวลาบ่าย) ลาภสะกัง ดี<br />
ยามค่ำ หินะ ไม่ดี<br />
วันพฤหัสบดี<br />
ยามเช้า หินะ ไม่ดี<br />
ยามกลองงาย หินะ ไม่ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง อุทธังราชา ดี<br />
ยามเที่ยง ลาภสะกัง ดี<br />
ยามแตรค่ำ อุทธังราชาดี<br />
ยามค่ำแท้ ก็ดี<br />
วันศุกร์<br />
ยามเช้า หินะ ไม่ดี<br />
ยามกองงาย อุทธังราชา ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง ลาภสะกัง ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง หินะ ไม่ดี<br />
ยามช้าย(เวลาบ่าย) ดี<br />
ยามใกล้ค่ำ อุทธังราชา ดี<br />
ยามค่ำแท้ ดี<br />
วันเสาร์<br />
ยามเช้า อุทธังราชา ดี<br />
ยามกลองงาย อุทธังราชา ดี<br />
ยามใกล้เที่ยง หินะ ไม่ดี<br />
ยามเที่ยง หินะไม่ดี<br />
ยามช้าย (เวลาบ่าย) อุทธังราชา ดี<br />
ยามเย็น ลาภสะกัง ดี<br />
ยามใกล้ค่ำ หินะ ไม่ดี<br />
ยามค่ำแท้ ก็ไม่ดี</p>
<p>มณี พยอมยงค์ (๒๕๓๙, หน้า ๑๗๑) อธิบายการทำบ้านให้ถูกต้องตามโศลก หรือฮีตของการสร้างบ้านแปงเฮือน เป็นความเชื่อของคนล้านนาที่เชื่อว่าต้องปลูกเรือนให้ถูกต้องตามโฉลก จึงจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยให้เจ้าของบ้านที่เป็นชายเอาไม้มาวัดให้พอดีกับวาของตน แล้วนับแต่รั้วบ้านด้านใดด้านหนึ่งเป็นวาที่หนึ่ง ไปตรงจุดที่จะสร้างบ้าน โดยนับว่าที่หนึ่งเป็นน้ำบ่อแก้วแล้วไล่ตามลำดับต่อไปนี้</p>
<p>น้ำบ่อแก้วกินเย็น (ดี)<br />
ผีเข็ญอยู่กะล่าง (ไม่ดี)<br />
เอาตูบห่างแปงผามควาย (ไม่ดี)<br />
หยิบถงลายใส่เงินย่อย (ดี)<br />
ปั้นเข้าอ่อยผี (ไม่ดี)<br />
เอาลูกเศรษฐีเป็นเพื่อน (ดี)<br />
ไม้ยังเถื่อนเป็นมงคง (ดี)</p>
<p>ที่นิยมกันมากคือ “หยิบถงลายใส่เงินย่อย” ถือว่าเป็นการเก็บเล็กผสมน้อย เริ่มต้นการลงเสาแรกที่นั่น หากยังต้องการเนื้อที่กว้าง การนับโศลกก็นับวนมาที่น้ำบ่อแก้วกินเย็นอีกครั้งหนึ่ง การทำตามโศลกเวลาสร้างบ้านแปงเฮือน นอกจากจะเกิดความมั่นใจแก่เจ้าของเรือนยังสร้างความอุ่นใจและเชื่อว่าจะมีความสุขสวัสดี และมีความเจริญแก่ชีวิตและครอบครัว</p>
<p>การบูชาเทวดาที่รักษาพื้นที่ที่จะปลูกเรือน</p>
<p>ก่อนวันปกเรือน ๑ วัน คนเฒ่าคนแก่ที่เป็นหญิงจะช่วยกันดาครัวขึ้นท้าวทั้ง ๔ จัดทำเป็นสะตวงหรือกระทงจำนวน ๖ กระทง ส่วนคนแก่ชายจะจัดตั้งค้างท้าวทั้ง ๔ บางแห่งก็จะทำสะตวงหยวกกล้วยกว้างประมาณ ๑ คืบ จำนวน ๕ สะตวง ใส่เครื่องครัวบูชา มีข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน แกงส้ม แกงหวาน กล้วย อ้อย ข้าว น้ำ โภชนาอาหาร หมากพลู ยา อย่างละ ๔ ช่อขาว ๔ เรียกว่า “สะตวงเครื่อง ๔” พิธีกรรมข้างต้น (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๘๖ และ ๑๐๗) บางตำราก็เรียกว่า การทำพิธี “เสดาะเสนียด” (ขึด หรือปัดรังควานเสาที่จะทำพิธี “ปก” โดยให้อ่านคาถาแล้วใช้มีดหรือขวาน ถากไม้ตรงตีนเสาออกพอเป็นพิธี และเอาเศษไม้ที่ถากมาไปใส่ในสะตวงแล้วเอาสะตวงทั้ง ๔ อันไปวางไว้ตามทิศสี่มุมบ้าน ส่วนสะตวงอีกอันหนึ่งที่อยู่ตรงกลางนั้นให้เอาไปลอยน้ำเสีย เป็นเสร็จพิธี (มณี พยอมยงค์, ๒๕๓๐, หน้า ๑๗๕-๑๗๖)<br />
พิธีขึ้นท้าวทั้งสี่</p>
<p>พอตกเย็นอาจารย์วัดหรือปู่อาจารย์จะเป็นผู้มากล่าวคำโอกาสขึ้นท้าวทั้ง๔ และบอกเจ้าที่เจ้าทางบอกแม่พระธรณีให้ช่วยคุ้มครองไม่ให้เกิดเรื่องร้ายแรง โดยยกสะตวงอันหนึ่งตั้งไว้ตรงกลางที่ดินนั้นเพื่อกล่าวบูชาขออนุญาตจากเจ้าที่ ส่วนสะตวงอีก ๔ ยกไปตั้งไว้ยังทิศทั้ง ๔ แล้วกล่าวคำอาราธนาบูชาว่า “ มหาลยันติ ลหายันติ ลหาลตันติว หูลู หูลู สวาหาย” ๗ จบแล้วยกสะตวงออกไปให้พ้นเขตที่ดินตามทิศนั้นๆ (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๑๐๗)</p>
<p>บางตำรากล่าวว่าการทำพิธีเซ่นสรวงเจ้าที่หรือพญานาค เนื่องจากในสมัยโบราณชาวเหนือมีความเชื่อว่า พญานาคเป็นสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์เป็นเจ้าแผ่นดิน และแผ่นฟ้า สามารถอำนวยความสุขสวัสดี หรือภัยพิบัติแก่มวลมนุษย์ได้ โดยให้วัดจากมุมทั้งสี่ของบริเวณที่จะปลูกเรือนให้ได้จุดศูนย์กลางแล้วให้ขุดหลุมลึก ๑ คืบ กว้าง ๑ คืบ ให้เอาข้าวปั้น กล้วยหน่วย และอาหารคาวหวาน อย่างละเล็กละน้อยใส่เข้าไปในหลุมนั้น</p>
<p>แล้วอาจารย์จะอ่านคำโองการว่า “โอม นะโม นาคะราชา มหานาคะราชา สวาหุง นาคะราชา อิมัสสสะมิง นะกะเล สุวัณณะรัชชะตัง วา มะณี วา อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ ภุญชันตุ สวาหุง” ว่าครบ ๓ จบ แล้วก็อัญเชิญให้พญานาคมารับสิ่งของสังเวยนั้น แล้วกลบดินถมหลุมเป็นเสร็จพิธีเลี้ยงเจ้าที่เจ้าดิน หรือพญานาค (มณี พยอมยงค์, ๒๕๓๐, หน้า ๑๗๕)<br />
พิธีเซ่นสรวงเจ้าที่</p>
<p>การบูชาพญานาค บางท้องถิ่นเมื่อจะปกเสาเรือน ต้องมีการจัดเครื่องบูชาพญานาค โดยทำสะตวงหยวกกล้วย กว้าง ยาว เท่ากับศอกของเจ้าของเรือน ใส่ด้วยข้าว น้ำ โภชนาอาหาร พร้าว ตาล กล้วย อ้อย หมาก พลู ข้าวตอก ดอกไม้ ช่อ ๖ ตัว จองแหลง (คือเทียนขี้ผึ้งขนาดเล็กติดกับตอกไม้ไผ่) ๖ อัน ดอกไม้ขาว ๖ ดอก ผ้าขาว ผ้าแดง ยาวเท่ากับศอกของเจ้าของเรือน ๒ ผืน แล้วขุดหลุมใกล้กับหลุมเสามงคล กว้าง ๑ ศอก ลึก ๑ ศอกของเจ้าเรือน วางสะตวงใกล้กับปากหลุม และกล่าวคำโอกาสดังนี้</p>
<p>“โภนโต ดูรานาคราชาตนเป็นเจ้าเป็นใหญ่ตนประเสริฐ อันเป็นใหญ่กว่านาคทั้งหลาย มากกว่าแสนโกฏิ อันอยู่รักษาแผ่นดินหนาได้สองแสนสี่หมื่นโยชนะ และรักษาเมืองคำแห่งอินทราชเจ้ากล้ำลุ่ม บัดนี้หมายมีเจ้าเรือนผู้มีชื่อว่า&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;จิ่งจักมาสร้างแปลงยังเคหาหอเรือนอันใหม่ ก็จิ่งจักรำเพิงเถิงบุญคุณแห่งเจ้ากู ก็จิ่งได้ตกแต่งยังเครื่องบริกรรมปูชานมัสการ มีข้าวปลาโภชนาอาหาร แกงส้ม แกงหวาน พร้าวตาล กล้วยอ้อย จองแหลงและเยื่องและ ๖ มีผ้าขาว ๒ ผืน ก็เพื่อว่าจักมาขอเอายังโชคชัย ลาภะสักการะ กับด้วยเจ้ากูว่าอั้นสันนี้แท้ดีหลี ขอเจ้ากูจุ่งจักมารับเอายังเครื่องขียาปูชานมัสการทังหลายมวลฝูงนี้ แล้วขอเจ้ากูจุ่งจักนำมายัง โชคชัย ลาภะสักการะ ยศ บริวาร ศรีโภคะ ธนะ มะหิงสา สิตา นารานิบิ สัพพะสิทธิ วิฏฏรุจจิติ” ว่า ๓ ครั้งแล้วเอาผ้าขาว ๒ ผืน รองตีนเสามงคลผืน ๑ และรองตีนเสานางผืน ๑ จากนั้นเอาสะตวงไปให้พ้นเขตบ้าน แล้วจึงทำการปกเสามงคลและเสานาง รวมทั้งเสาอื่นๆ ต่อไป (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๑๑๑)</p>
<p>การตั้งขัน</p>
<p>การ “ตั้งขัน” เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวล้านนา ซึ่งเป็นการแสดงความคารวะแก่ผู้ที่จะทำพิธีให้ (๑) ในกรณีที่ไม่ได้ตั้งขันครูตอนที่ครัวไม้ สล่าหรือช่างก่อสร้างก็จะตั้งขันในตอนนี้ ขันตั้งประกอบด้วยสวยหมาก ๑๒ สวยพลู ๑๒ สวยดอก ๑๒ ข้าวเปลือกหมื่นข้าวสารพัน หมาก ๑ หัว พลู ๑มัด ผ้าขาวรำ ผ้าแดงรำ เหล้า ๑ ขวด เงินอีกจำนวนหนึ่งใส่ในภาชนะ เช่น โอง หรือกาละมัง โดยให้สล่าเค้า หรือหัวหน้าในการปลูกเรือนหลังนั้นเป็นผู้ถือขันตั้ง หรือถ้าไม่มีก็ให้ปู่อาจารย์เป็นผู้ถือให้ เมื่อกล่าวโองการแล้ว ก็เอาใส่สาแหรกแขวนไว้ที่ตูบหรือเรือนพักของเจ้าของ เมื่อได้ตั้งขันแล้วเชื่อว่าการปลูกเรือนจะราบรื่นไม่มีอุปสรรคสิ่งใด (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๑๐๗)</p>
<p>การวางผังเรือน</p>
<p>ก่อนวันปกเรือน สล่าผู้เป็นหัวหน้าจะพาลูกมือวางผังของเรือนก่อน ในอดีตจะขึงเชือกดูระยะความกว้างยาวของตัวเรือน ว่าจะปลูกบริเวณใดที่จะเป็นมงคล เชือกที่นำมาใช้ต้องไม่เป็นเชือกที่ต้องห้าม ทั้งสีและชนิดของเชือกเป็นสิ่งสำคัญ เช่น เชือกสีดำไม่ดี เชือกสีเขียวดีจะมีทรัพย์สิน เชือกที่เป็นด้ายสีแดงไม่ดีไฟจักไหม้ เชือกด้ายสีขาว หรือเชือกจากเปลือกไม้ไม่ดี เชือกเครือเขาไม่ดีจักฉิบหาย เมื่อวัดได้ที่แล้วนำขื่อ และแปมาวางพาดกันตามรูที่เจาะไว้ในบริเวณที่จะปลูกเรือน โดยหันทิศทางให้ถูกต้องตามที่เจ้าของเรือนต้องการ แล้วเอาไม้หลักตอกลงดินเพื่อหมายไว้เป็นจุดที่จะขุดหลุมเสาตรงหลักที่หมายนั้นให้ครบทุกต้น (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๑๐๘-๑๐๙)</p>
<p>การขุดหลุมเสา</p>
<p>การขุดหลุมเสาไม่ควรขุดในวันอาทิตย์ เพราะวันอาทิตย์เกตุตกดิน ห้ามขุดดิน แต่หากวันปกเรือนวันรุ่งขึ้นคือวันอาทิตย์ พึงขุดดินในวันเสาร์ล่วงหน้า ในการขุดหลุมนั้นสล่าหัวหน้า หรือสล่าเค้าจะมาช่วยวัดระดับความลึกตื้นของหลุมโดยใช้วิธี “ไม้ปกลุก” เมื่อขุดให้ความลึกเท่ากับไม้ปกลุกแล้ว เมื่อปกเสาระดับปลายเสาจะสูงต่ำเท่ากัน นอกจากนี้จะต้องขุดมูลดินขึ้นกองไว้ที่ปากหลุมให้ตรงตามทิศมงคล และรู้ว่าเดือนใดพญานาคนอนหันหัวไปทางไหน (๒) ในกรณีที่วันปกไม่ตรงกับวันอาทิตย์ก็สามารถขุดหลุมเสาในเช้าวันอาทิตย์ก่อนที่จะปกเสาได้ ตำราเรื่องการขุดหลุมเสา ต้องพิจารณาเรื่องการหันทิศทางของหัวพญานาค ดังนี้</p>
<p>เดือน ๖,๗,๘ พญานาคนอนตะแคงไปทางใต้หันหัวไปทางทิศตะวันตกให้ขุดหลุมเสาเรือนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก่อน เอามูลดินกองไว้ทางทิศตะวันออกของปากหลุม วางเสาเอาปลายไปทางทิศตะวันตก เวลาปกให้ปกจากทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก จักมีข้าวของเงินทอง<br />
เดือน ๙,๑๐,๑๑ พญานาคนอนตะแคงไปทางเหนือ หันหัวไปทางทิศตะวันออก ขุดหลุมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือก่อน เอามูลดินขึ้นกองไว้ทางทิศตะวันตกของปากหลุม วางเสาเอาปลายไปทางทิศตะวันออก เวลาปกเสาปกจากทางทิศตะวันออกไปทางตะวันตก<br />
เดือน ๑๒, เจียง,ยี่ พญานาคนอนตะแคงไปทางทิศตะวันตกหันหัวไปทางเหนือ ขุดหลุมเสาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือก่อน เอามูลดินขึ้นกองไว้ทางทิศใต้ของปากหลุม วางเสาเอาปลายไปทางเหนือเวลาปกเสาเรือนปกจากทางเหนือไปทางใต้<br />
เดือน ๓,๔,๕ พญานาคนอนตะแคงไปทางทิศตะวันออกหันหัวไปทางใต้ ขุดหลุมเสาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ก่อน เอามูลดินขึ้นกองไว้ทางทิศเหนือ วางเสาเอาปลายไปทางทิศใต้ เมื่อปกเสาปกจากทางใต้ไปทางเหนือ เจ้าเรือนอยู่สุขสบาย</p>
<p>การขุดหลุมเสาให้ขุดทางท้องนาคก่อน แล้วขุดวนไปทางหางนาค อ้อมไปทางหลังนาค ไปจนสุดท้ายที่หัวของนาค ลักษณะของหลุมแต่ละทิศจะไม่เหมือนกัน ทางทิศตะวันออกให้ขุดหลุม ๔ เหลี่ยม ทางทิศใต้ขุดหลุมเป็น ๓ เหลี่ยม ทางทิศตะวันตกขุดเป็นรูปเดือนบ้าง ครึ่งวงกลมบ้าง ทางทิศเหนือขุดรูปวงกลม</p>
<p>วันปกเรือน<br />
ชาวบ้านช่วยกันปกเรือน</p>
<p>วันรุ่งขึ้นชาวบ้านที่ได้รับการบอกกล่าวจากเจ้าของเรือน หรือได้ทราบว่าบ้านมีบ้านที่จะปกเรือนก็จะมีน้ำใจมาช่วยปกเรือนด้วย มีทั้งคนอายุประมาณ ๓๕ ปีขึ้นไป จนถึงคนสะหมังเคิ้ม คืออายุ ๔๐-๕๐ ปี บางคนก็กว่า ๖๐ ปีไปแล้วจะมาช่วยกันโดยแบ่งงานตามความถนัดและตามเครื่องมือที่ตนเองมี</p>
<p>ในการปกเรือนจะเอาขื่อแปวางซ้อนกันในจุดที่จะปลูกเรือน โดยวางขื่อยาวไปตามทิศตะวันออกและตะวันตก วางแปยาวไปตามทิศเหนือใต้ หากวางแปไปตามทิศตะวันออกและตะวันตกจะถือว่า “แปลงเรือนขวางโลก” เรือนล้านนาในอดีตจะหันหน้าเรือนไป ๒ ทิศเท่านั้นคือ ทิศเหนือและทิศใต้ (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๘๗)</p>
<p>ในการปกเสาเรือนนั้นจะต้องปกเสามงคลหรือเสาเอกก่อน แล้วจึงปกเสานาง และเสาอื่นๆตามมา เมื่อชาวบ้านมาแล้วถ้ายังไม่ได้ขุดหลุมเสา ก็จะลงมือขุดเสามงคลกับเสานางก่อน เพราะจะต้องมีพิธีกรรมเกี่ยวเสาทั้งสองต้นนี้ ปู่อาจารย์จะเป็นผู้ผูกเสามงคลให้ ชาวบ้านจะช่วยกันหามเสามงคลและเสานางไปที่หลุม หันปลายเสาไปตามทิศมงคล เอาโคนเสาใกล้ปากหลุม ที่ปลายเสาจะมีไม้ง่ามค้ำเป็นรูปกากบาทสูงประมาณ ๑ ศอกเพื่อวางรับเสาไห้ห่างจากพื้น มีเครื่องบูชาประกอบด้วย มะพร้าวอ่อน ๑ ทะลาย กล้วย ๑ เครือ ต้นกล้วย ต้นอ้อย และเสื้อของเจ้าบ้านผู้ชายมาผูกกับเสามงคล แล้วเอายอดใบไม้ที่เป็นพญาแก่ไม้ทั้งหลายประจำวันนั้นๆมาผูกกับเสามงคลด้วย (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๑๐๙-๑๑๐)<br />
พิธีแก้เสนียดจัญไร เครื่องบูชาและใบไม้มงคล<br />
ใบไม้มงคลประจำวัน</p>
<p>ใบไม้มงคลประจำวันต่างๆมีดังต่อไปนี้</p>
<p>วันอาทิตย์<br />
ใบไผ่บง หรือไผ่ซาง เป็นพญา<br />
วันจันทร์<br />
ใบเดื่อเกลี้ยง<br />
วันอังคาร<br />
ใบไม้กุ่ม<br />
วันพุธ<br />
ใบไม้แงะ<br />
วันพฤหัสบดี<br />
ใบไม้ม่วง<br />
วันศุกร์<br />
ใบทัน (พุทรา)<br />
วันเสาร์<br />
ใบฝาแป้ง</p>
<p>เมื่อผูกเสามงคลแล้ว สำหรับเสานางก็ผูกด้วยเครื่องอย่างกับเสามงคล แต่ใช้เสื้อเจ้าบ้านผู้หญิงผูกกับเสาและนำใบไม้มงคลประจำวันมารองไว้ก้นหลุมเสามงคล เสานางและรองเสาทุกต้น</p>
<p>วันอาทิตย์<br />
ใบไม้ไล่ รองหลุมเสา<br />
วันจันทร์<br />
ใบหมากพิน (มะตูม)<br />
วันอังคาร<br />
ใบกุ่ม<br />
วันพุธ<br />
ใบเปล้า<br />
วันพฤหัสบดี<br />
ใยมะม่วงคำ<br />
วันศุกร์<br />
ใบงิ้ว<br />
วันเสาร์<br />
ใบแคขาว</p>
<p>เสามงคล และเสานาง<br />
เสามงคลและเสานาง</p>
<p>เสามงคล และเสานาง เป็นเสาที่มีความสำคัญ จะต้องเลือกเสาจากไม้แก่นที่มีความแข็งแรงทนทานกว่าไม้อื่นๆ เพื่อนำมาเกลา หรือสำนวนชาวล้านนาว่า “ซ้อมเสา” จนสวยงามเรียบร้อยดี การจัดไม้เสาให้เป็นเสามงคลนั้น เพื่อที่จะให้เสานั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นมงคลสำหรับเรือนจริงๆ</p>
<p>นอกจากนี้จะต้องป้องกันมิให้เสาตกมัน จึงต้องมีพิธีตัดและเกลาเสา รวมทั้งพิธีแก้เสนียดจัญไร (ขึด) ตามที่กล่าวข้างต้นนั้นด้วย เสามงคลนั้นเปรียบเสมือนพ่อ ส่วนเสานางนั้นเปรียบเสมือนแม่ ในพิธีการฝังเสามงคล หรือเสานางในสมัยก่อนจะต้องหาชาวบ้านที่มีชื่อมงคล เช่น แก้ว คำ เงิน ทอง มั่น แก่น มาเป็นคนช่วยหามเสา และยกเสาลงหลุม เพื่อจะได้เกิดความเป็นสิริมงคล รวมทั้งรองใบไม้มงคลก้นหลุมตามตำรา เสาทั้งสองต้นนี้ ต้องฝังให้ตรงแนวกัน คือเสามงคลฝังทางด้านหัวนอน หรือเสาที่ ๒ นับจากเสาด้านหัวนอนในห้องนอน เสานางอยู่ทางด้านปลายตีนตรงกันข้าม (มณี พยอมยงค์, ๒๕๓๐, หน้า ๑๗๗)</p>
<p>ก่อนที่จะมีการยกเสามงคล จะต้องมีการทำขวัญเสามงคลเสียก่อน โดยปู่อาจารย์จะเรียกขวัญเป็นทำนอง และมีสิ่งของบูชา ประกอบด้วย มะพร้าว ๑ ทะลาย กล้วย ๑ เครือ ต้นกุ๊ก ต้นกล้วย ต้นอ้อย ห่อหมาก ห่อพลู ด้ายดิบขาว ๑๐๘ เส้น โดยนำเอาของทั้งหมดมัดติดเสา เมื่อเตรียมเรียบร้อยแล้วก็จะหามเสามายังที่จะฝัง แล้วปู่อาจารย์จะเรียกขวัญ และนำสิ่งของบูชามัดติดเสาพร้อมเอาน้ำขมิ้น ส้มป่อย พรมเสาและเจ้าของเรือนทุกๆคน<br />
พิธีปกเสามงคล</p>
<p>สำหรับการฝังเสามงคลและเสานาง จะต้องฝังเสามงคลก่อน และตามด้วยเสานาง แล้วจึงฝังเสาอื่นๆตามมา เสาทุกเสาจะมีแผงยันต์ปิดไว้ที่ปลายเสา แผงยันต์มักจะทำด้วยผ้าขาว ผ้าแดง สังกะสีหรือแผ่นเงิน ตามแต่ฐานะของเจ้าของ เพื่อป้องกันเสนียดจัญไรที่จะเกิดขึ้น เมื่อฝังเสาเสร็จแล้วจะผูกด้านสายสิญจน์ไว้โดยรอบ รอไว้ ๓-๗ วันหลังจากทำพิธีแล้วจึงเอาออกได้ (มณี พยอมยงค์, ๒๕๓๐, หน้า ๑๗๕)</p>
<p>การเลี้ยงอาหารกลางวัน</p>
<p>ในระหว่างที่กำลังปกเรือนอยู่นั้น ถ้าได้เวลาอาหารกลางวัน ประมาณ ๑๒.๓๐ น.พวกผู้หญิงที่มาช่วยกันทำกับข้าว ก็จะทำการแต่งดาขันโตกตั้งอาหารไว้ แล้วจึงเรียกให้คนที่ปลูกบ้านให้ทานข้าวกลางวัน อาหารที่นิยมเลี้ยงกัน ถ้าเจ้าของเรือนเป็นผู้มีเงินมักจะเลี้ยงลาบและแกงอ่อม ซึ่งถือว่าเป็นอาหารชั้นหนึ่งของคนล้านนา โดยทั่วไปก็จะแกงฟักใส่ไก่ แกงวุ้นเส้น แกงหยวกกล้วยใส่ไก่ เมื่อทานอาหารเสร็จก็จะเลี้ยงหมากเมี่ยงบุหรี่ และพักผ่อนตามอัธยาศัยมักจะเรียกกันว่า “ยายเม็ดข้าว” พักสักครึ่งชั่วโมงก็จะพากันสร้างบ้านเรือนต่อไป (ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๓๙, หน้า ๘๙)</p>
<p>คนโบราณล้านนายึดถือเสามงคล และเสานางกันมาก ถือเป็นประเพณีประจำท้องถิ่น และมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่อำนวยความสุขความเจริญมาสู่ครอบครัว เจ้าบ้านจะต้องดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ บางแห่งจะมี “หิ้ง” ติดไว้ทางหัวนอน และมีดอกไม้ธูปเทียนบูชา หากเสามงคลของบ้านนี้ผุพัง หรือเจ้าของรื้อบ้านไปแล้วจะต้องเก็บเสานี้ไว้ต่างหาก จะเอาไปทำอย่างอื่นอีกไม่ได้ จะต้องปล่อยให้ผุพังไปเอง (มณี พยอมยงค์, ๒๕๓๙, หน้า ๑๗๕)</p>
<p>รายการอ้างอิง</p>
<p>มณี พยอมยงค์. (๒๕๓๐). ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย.<br />
เชียงใหม่: ส.ทรัพย์การพิมพ์.<br />
ศรีเลา เกษพรหม. (๒๕๔๔). ประเพณีชีวิต คนเมือง.<br />
เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.</p>
<p>ข้อมูล/รวบรวมและเรียบเรียง/ภาพประกอบ<br />
ประสงค์ แสงงาม ผู้รู้ด้านประเพณีล้านนาประตำโครงการ<br />
และคณะทำงานโครงการห้องสมุดที่มีชีวิต (Living Library) เพื่อพัฒนาสังคมการเรียนรู้<br />
ส่วนกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลภาคเหนือ<br />
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ที่มา : library.cmu.ac.th</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ประเพณีการปลูกเฮือน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
