<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เรื่องม่ะเก่า Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/เรื่องม่ะเก่า/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Dec 2021 06:43:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>เรื่องม่ะเก่า Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/เรื่องม่ะเก่า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นิทานล้านนา เรื่อง กะตำป๋าค่ำตุ๊ (ศรีธนญชัยรังแกพระ)</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8a-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2017 09:08:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานม่ะเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิตพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องม่ะเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9b</guid>

					<description><![CDATA[<p>นานมาแล้ว มีนางแก้วผู้หนึ่งเป็นคนใจบุญ ชอบทำบุญทำทานเสมอ ตลอดพรรษานางไปทำบุญอยู่ที่วัดหนึ่งมิเคยขาด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8a-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/">นิทานล้านนา เรื่อง กะตำป๋าค่ำตุ๊ (ศรีธนญชัยรังแกพระ)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นานมาแล้ว มีนางแก้วผู้หนึ่งเป็นคนใจบุญ ชอบทำบุญทำทานเสมอ ตลอดพรรษานางไปทำบุญอยู่ที่วัดหนึ่งมิเคยขาด วันหนึ่ง ใจนางคิดอยากจะไปทำบุญอีกวัดหนึ่งที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับที่นางอยู่ เมื่อนางเตรียมข้าวปลาอาหารพร้อมแล้วที่จะไปตักบาตร เผอิญวันนั้นฝนเกิดตกหนักน้ำท่วมนางก็ไม่อาจจะข้ามไปได้ มีพระรูปหนึ่งพายเรือผ่านไป นางขอโดยสารข้ามฟากไปกับพระ พระรูปนั้นรีบร้อนไม่ยอมหยุดฟังคำพูดของนางเลย พายเรือมาชาติใดก็ขอให้มีลูกชาย ให้ได้อยู่ร่วมกับพระรูปนั้นและใช้กรรมเวรนี้ให้จงได้ พลางนางก็โยนของที่เตรียมจะไปทำบุญตักบาตรลงไปในน้ำ</p>
<p>ต่อมานางก็มีลูกเป็นชายคนหนึ่ง</p>
<p>พออายุได้ ๑๑ – ๑๒ ขวบ นางก็ส่งไปอยู่วัดตั้งชื่อลูกว่า ‘&#8217; ไอ้กะตำป๋า &#8221; ( ศรีธนญชัย ) และได้ไปอยู่กับพระรูปที่ไม่ให้นางโดยสารเรือไปด้วยในวันที่นางจะไปทำบุญตัก บาตรวัดฝั่งตรงข้ามบ้านของนาง คำอธิษฐานของนางก็เป็นความจริง เพราะศรีธนญชัยลูกของนางก็ได้มาใช้กรรมเวรเหมือนดังคำอธิษฐานที่นางได้ตั้ง ไว้ วันหนึ่งพระสั่งให้เอาผ้าไปซัก ศรีธนญชัยซักเสร็จแล้วก็เอาไปตากไว้ที่กองทราย มีหมาตัวหนึ่งผ่านมา ศรีธนญชัยนึกในใจว่าจะต้องแกล้งพระรูปนี้สักหน่อย จึงไปหาน้ำตาลอ้อยกับงาดำมาผสมกันแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เอาไปวางไว้บนผ้าพระที่ตากไว้ พระมาเห็นเข้านึกว่าเป็นขี้หมาก็เอ็ดศรีธนญชัยว่า ‘&#8217; แกนี่มันทำไมถึงโง่นัก ซักผ้าตากไว้ก็ไม่เฝ้า ปล่อยให้หมามาขี้รดเสียแล้ว แกกินขี้หมานี้เข้าไปเสียนะ ถ้าแกไม่กินข้าจะเขกหัวแกเดี๋ยวนี้</p>
<p>แหละ &#8221;ศรีธนญชัยก็แก้ตัวว่า‘&#8217; กระผมมั่วแต่ไปทำงาน เลยไม่ได้อยู่เฝ้าผ้า &#8221; ฝ่ายพรดะก็บังคับให้ศรีธนชัยกินให้ได้ ศรีธนญชัยก็หยิบขึ้นมากินหน้าตาเฉย พระสงสัยก็ถามว่า ‘&#8217; แกกินอย่างอร่อยเชียวนะ ‘&#8217; ศรีธนญชัยตอบว่า ‘&#8217; ขอรับกระผม ขี้หมาตัวนี้อร่อยมาก &#8221; พระขอลองชิมดู ก็เลยสั่งศรีธนญชัยว่า พรุ่งนี้ถ้าหมาตัวนี้ผ่านมาให้จับไว้นะ บีบเอาขี้หมาออกมาให้หมด</p>
<p>วันรุ่งขึ้นอหมาผ่านมา ศรีธนญชัยก็ล่อหมาไปเอาประตูหนีบตัวมันไว้ จนหมาขี้ไหลออกมาก็เรียกพระให้มากินขี้หมา ตอนนี้ก็ได้แก้แค้นให้แม่ไปได้ตอนหนึ่งแล้ว</p>
<p>ต่อมาอีกวันหนึ่ง พระมีธุระเข้าไปในเมืองก็สั่งศรีธนญชัยว่า ‘&#8217; ใครมาเรียกอย่าเปิดประตูนะให้บอกว่า พระท่านไม่ให้เปิด &#8221; ตกดึกคืนนั้นพระกลับมาจากธุระ ก็ตะโกนเรียกให้ศรีธนญชัยเปิดประตูให้ ‘&#8217; ไอ้ศรีธนญชัยข้ากลับมาแล้ว เปิดประตูที &#8221; ศรีธนญชัยตะโกนตอบว่า ‘&#8217; หลวงพี่สั่งไม่ให้เปิด &#8221; ‘&#8217; ก็ข้ากลับมาแล้ว ข้าเอง เปิดประตูเร็ว ๆ เข้า ‘&#8217; ช่างเถอะ หลวงพี่สั่งไม่ให้เปิด ตกลงพระนั้นก็ไม่ได้เข้าห้อง ต้องนอนตัวงอก่ออยู่นอกกุฏินั่นเองจนกระทั่งสว่าง</p>
<p>หลายปีต่อมา ศรีธนญชัยอายุมากขึ้น ร่ำเรียนอะไรก็ไม่สำเร็จ ดีแต่แกล้งพระ วันหนึ่งก้ไปหาพระแล้วบอกว่าตนจะไปค้าขายเกลือ พระก็ขอไปด้วย เพราะอยากจะไปเห็นบ้านเมืองอื่นบ้าง พระมีม้าอยู่ตัวหนึ่ง ศรีธนญชัยมันรู้ว่าพระจะขี่ม้าไป พอดีตอนนั้นเป็นฤดูที่ต้นหมามุ่ยออกดอกมันก็ไปเก็บเอามาเคาะใส่อานม้าไป ศรีธนญชัยก็หาบเกลือเดินตามไป พระก็คันก้นเกาไปตลอดทางเพราะโดนหมามุ่ย เมื่อขี่ม้ามาทันศรีธนญชัยแล้ว ก็ชวนให้ศรีธนญชัยแลกม้าขี่ พรดะอาสาหาบเกลือให้ ฝ่ายศรีธนญชัยเมื่อได้ม้าขี่แล้วก็รีบขี่ม้าไปอย่างเร็ว ส่วนพระหาบเกลือมาหนักมาก ตามศรีธนญชัยไม่ทัน ก็เลยคิดได้ว่าจำเป็นที่จะต้องหาบเกลือไปซ่อนก็กลัวคนเห็น เลยตกลงใจซ่อนไว้ในน้ำ พระก็เอากาบเกลือทิ้งลงไปในน้ำตรงที่ลึกจนมองไม่เห็น แล้วก็ออกเดินทางตามศรีธนญชัยไปจนทัน ฝ่ายศรัธนญัยไม่เห็นหาบเกลือก็ถามว่า ‘&#8217; พระเอาหาบเกลือไปไว้ที่ไหนเสียล่ะ ‘&#8217; ‘&#8217; เราเอาไปซ่อนไว้ในน้ำเสียแล้ว ‘&#8217; ศรีธนญชัยก็ชวนพระให้กลับไปงมหาแล้วพูดว่า ‘&#8217; ปลาคงจะเอาไปกินเสียแล้วถ้างมได้ปลาดุกขึ้นมาก็ตบหูปลาดุก เงี่ยงปลาดุกก็ตำมือพระ จนทะลุออกมาอีกข้าง พระก็ร้องด้วยความเจ็บปวด และบอกว่าข้าเจ็บมือไปไหนไม่ได้แล้ว เอ็งต้องหามข้าไปนะ ศรีธนญชัยตอบว่า &#8221; พระ เราก็มากันสองคนเท่านั้น จะหามกันไปได้อย่างไรล่ะ<br />
&#8221; ศรีธนญชัยก็ปิ่นขึ้นไปบนเขาแล้วก็กลิ้งก้อนกินลงมาทางที่พระนั่งอยู่พร้อม ทั้งตะโกนว่า ‘&#8217; ไม่เสือก็หมี ไม่หนีก็ตายเน้อ &#8221; พระกลัวกินจะตกมาทับก็เลยวิ่ง มาจนถึงวัดก็จัดการเอาปลาดุกตัวที่งมได้นั้นมาปิ้ง สั่งศรีธนญชัยว่าให้เก็บไว้ให้ตนกินบ้าง ศรัธนญชัยกลับกินเสียจนหมด ทิ้งแต่ก้างไว้ให้กิน แล้วไปหาแมลงวันตัวหนึ่งมาขังไว้ในกล่องข้าว พอพระสั่งให้ศรีธนญชัยให้เอาข้าวมาให้ พอเปิดกล่องก็มีแมลงวันบินออกมา ศรีธนญชัยก็บอกว่า ‘&#8217; หมดแล้วแมลงวันกินหมดแล้ว เหลือแต่ก้าง เรามาหลอกฆ่าแมลงวันไหมล่ะหลวงพี่ ‘&#8217; แล้วศรีธนญชัยก็สานตะแกรงมาให้พระแล้วบอกว่า ‘&#8217; ถ้าแมลงวันเกาะผมให้หลวงพี่เอาตะแกรงนี่ตบนะ หากแมลงวันเกาะหลวงพี่ผมจะตีเอาบ้าง &#8221; เมื่อต่างสัญญากันแล้ว พอแมลงวันเกาะศรีธนญชัยพระก็เอาตะแกรงตบเจ็บสักเล็กน้อย แต่พอแมลงวันหนีบินมาเกาะที่ศรีษะพระ พระก็บอกศรีธนญชัยว่า ‘&#8217; เอาเลย ตีเลย ‘&#8217; ศรีธนญชัยก็เอาค้อนตีไปบนหน้าผากพระ จนพระถึงแก่ความตาย เป็นอันว่าการใช้หนี้กรรมการทำเวรกันก็จบเรื่องศรีธนญชัยเบียดเบียนพระเพียง เท่านี้</p>
<p><b>ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้</b></p>
<p>จากเนื้อเรื่อง เป็นเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟังให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และแฝงด้วยแนวคิดเป็นบทสอนใจให้กับผู้ที่ได้รับฟัง</p>
<p><b>คติ</b></p>
<p>‘&#8217; คนที่มีปัญญาย่อมสามารถเอาตัวรอดได้เสมอ &#8221;</p>
<p>‘&#8217; รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง &#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8a-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0/">นิทานล้านนา เรื่อง กะตำป๋าค่ำตุ๊ (ศรีธนญชัยรังแกพระ)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทานล้านนา เรื่อง &#8220;ไอ้เซี่ยงเมี่ยงค่ำพญา&#8221; (ศรีธนญชัยรังแกพญา)</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2017 08:53:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานม่ะเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิตพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องม่ะเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b9%80</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันหนึ่งเจ้าเมืองเดินทางไปตามบ้านน้อยเมืองใหญ่ ก็ได้ไปพบไอ้ศรีธนญชัย ไม่รู้จักว่าเป็นไอ้ศรีธนญชัย ไอ้ศรีธนญชัยก็ทักเจ้าเมืองว่า ‘' สาธุ ท่านเจ้าเมืองจะไปไหน ‘'</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2/">นิทานล้านนา เรื่อง &#8220;ไอ้เซี่ยงเมี่ยงค่ำพญา&#8221; (ศรีธนญชัยรังแกพญา)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันหนึ่งเจ้าเมืองเดินทางไปตามบ้านน้อยเมืองใหญ่ ก็ได้ไปพบไอ้ศรีธนญชัย ไม่รู้จักว่าเป็นไอ้ศรีธนญชัย ไอ้ศรีธนญชัยก็ทักเจ้าเมืองว่า ‘&#8217; สาธุ ท่านเจ้าเมืองจะไปไหน ‘&#8217; เจ้าเมืองตอบว่า ‘&#8217; จะไปเที่ยว ‘&#8217; ไอ้ศรีธนญชัยก็ว่า ‘&#8217; เจ้าเมืองนี่ข้าหลอกได้แน่นอน &#8221; ‘&#8217; เด็กน้อยอย่างเจ้านะหรือ จะมาหลอกเราได้ ‘&#8217; เจ้าเมืองตอบ ‘&#8217; จะหลอกข้าอย่างไรล่ะ ‘&#8217; ‘&#8217; ไม่ยากหรอก ถ้าจะหลอกละก็ &#8221; ‘&#8217; ก็ไหนลองหลอกกูดูทีซิ &#8221; ‘&#8217; โอ งั้นหรือ งั้นก็ลงมานี่ก่อนซิ เจ้าเมืองลงมาเสียก่อนแล้วข้าจะหลอก &#8221; ทันใดนั้น เจ้าเมืองก็ลงไป ไอ้ศรีธนญชัยก็ว่า ‘&#8217; นี่ไงล่ะ เจ้าเมืองก็ลงมาตามที่ข้าหลอก &#8221; ตอนนี้ ก็นับได้ว่าไอ้ศรีธนญชัยหลอกเจ้าเมืองได้</p>
<p>ต่อมาอีกหลายวัน เจ้าเมืองก็พบไอ้ศรีธนญชัยอีก มันก็บอกว่า ‘&#8217; ขอเชิญเจ้าเมืองเข้ามานี่อีกทีเถอะ ข้ามีอะไรจะหลอกอีก &#8221; เจ้าจะหลอกข้าได้อย่างไรล่ะ ‘&#8217; ‘&#8217; มาเถอะน่า ขอให้เจ้าเมืองกระโดดลงไปในหนองน้ำนั้นก่อน แล้วข้าจะหลอก &#8221; เจ้าเมืองก็รีบกระโดดลงไปในหนองน้ำ ‘&#8217; นั่นไง ดูซิเจ้าเมืองก็ตกลงไปในหนองน้ำที่ข้าหลอกจนได้ ‘&#8217; ก็เป็นอันว่าเจ้าเมืองแพ้ศรีธนญชัยอีกครั้งหนึ่ง เจ้าเมืองก็โกรธมากคิดจะฆ่าไอ้ศรีธนญชัยเสีย ถ้าขืนปล่อยให้อยู่ต่อไปมันก็จะหลอกเราอยู่เรื่อยไป</p>
<p>ต่อมาไอ้ศรีธนญชัยก็ไปพบเจ้าเมืองเข้าอีก มันพูดว่า ‘&#8217; คนอย่างเจ้าเมืองนี่ถ้าไปเที่ยวบ้านข้าไม่ฟ้อนรำละก็ต้องเข็ดแน่ ๆ &#8221; ‘&#8217; โธ่ ไอ้ศรีธนญชัย คนอย่างกูนี่น่ะหรือจะไปฟ้อนรำทำไมที่บ้านมึง &#8221;&#8221; ไม่เชื่อก็ขอเชิญไปทีเถอะน่า ‘&#8217; บ้านไอ้ศรีธนญชัยอยู่คนละฝั่งคลอง มีไม้พาดข้ามสะพานเท่าลำแขนเท่านั้น เมื่อเจ้าเมืองเดินข้ามสะพานไม้นี้ก็เดินเอี้ยวไปเอี้ยวมา มือไม้ก็กางออกไป ไอ้ศรีธนญชัยก็ว่า &#8221; นี่ไงล่ะเจ้าเมืองท่านฟ้อนรำหรือไม่ล่ะ ‘&#8217; ก็เป็นอันว่าเจ้าเมืองถูกไอ้ศรีธนญชัยหลอกเอาอีกครั้งหนึ่ง ไอ้ศรีธนญชัยก็บอกว่า ‘&#8217; ถ้าหากเข้าไปอีกหน่อยนะจะถึงประตูบ้านข้า ถ้าหากเจ้าเมืองไม่ไหว้เข้าไปละก็ข้าว่าเข็ดแน่ ๆ เลย ‘&#8217; เจ้าเมืองก็ว่า ‘&#8217; คนอย่างกูนี่นะหรือจะไปไหว้มึง ‘&#8217; เอาเถอะน่า ลองดูก็แล้วกัน บ้านไอ้ศรีธนญชัยนั้นอยู่ในป่าหญ้าคา หาทางเข้าไปลำบากแทบมองไม่เห็นทาง เพราะต้นหญ้าคาขึ้นทึบไปหมด ก็ต้องใช้มือแหวกหญ้าเข้าไปเรื่อย ๆ ศรีธนญชัยเห็นดังนั้นก็ร้องว่า ‘&#8217; นี่ไงล่ะเจ้าเมืองไหว้หรือไม่ไหว้ล่ะ &#8221; เจ้าเมืองก็ต้องแพ้ศรีธนญชัยอีกครั้งหนึ่ง ศรีธนญชัยก็พูดต่อไปอีกว่า &#8221; หากเจ้าเมืองเข้าไปในบ้านข้าแล้วไม่ทำความเคารพเสียก่อนก็เห็นจะต้องเข็ดแน่ ๆ ‘&#8217; ไอ้ศรีธนญชัยเอ๊ย คนอย่างกูนะหรือจะทำความเคารพบ้านมึง ‘&#8217;</p>
<p>‘&#8217; เอาเถอะน่า &#8221; พอไปถึงบ้านของศรีธนญชัยแล้วประตูบ้านเตี้ยมากเพราะเป็นกระท่อมเล็ก ๆ เจ้าเมืองไปถึงก็ต้องก้มหัวลอดเข้าไป ศรีธนญชัยได้ทีเลยพูดว่า ‘&#8217; นั่นไงล่ะท่านเจ้าเมืองกำลังทำความเคารพบ้านข้าแล้ว &#8221; ในที่สุดเจ้าเมืองก็พูดขึ้นว่า ‘&#8217; ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปถ้าแผ่นดินนี้ไม่กลับข้างล่างมาเป็นข้างบนละก็ ไอ้ศรีธนญชัยมึงอย่าได้ย่างเหยียบเข้ามาบ้านเมืองกูอีกนะ มึงจงออกจากบ้านเมืองกูไปเสีย &#8221;</p>
<p>ศรีธนญชัยก็หนีออกจากบ้านเมืองไป พอย่างเข้าเดือนเก้า เดือนสิบ ชาวบ้านเขาก็ทำไร่ไถนาดินที่ไถนามันกลับข้างล่างเป็นข้างบน ศรีธนญชัยก็กลับเข้าบ้านเข้าเมืองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเจ้าเมืองเห็นก็พูดว่า ‘&#8217; ไอ้ศรีธนญชัย กลับมาอีกแล้วหรือ ไหนกูบอกมึงว่าอย่างไรมึงจำไม่ได้หรือ มึงต้องตายแน่วันนี้ กูบอกมึงว่าถ้าแผ่นดินไม่กลับข้างล่างเป็นข้างบน ห้ามไม่ให้มึงกลับเข้ามาในบ้านเมืองของกูไม่ใช่หรือ ‘&#8217; ศรีธนญชัยก็ตอบว่า ‘&#8217; ขอเชิญเจ้าเมืองออกไปดูตามทุ่งนาบ้างซิ แล้วจะเห็นว่าแผ่นดินครั้งหนึ่ง เลยสั่งว่า ‘&#8217; พรุ่งนี้ให้มึงไปสานตะกร้าใบเล็กที่สุดมาให้ใบ ศรีธนญชัยก็กลับไปสานตะกร้าใบเล็กที่สุดคลุมหัวเต่าเข้าไปสู่เจ้าเมือง ‘&#8217; ไหนล่ะตะกร้าใบเล็กที่กูสั่งให้มึงสาน ‘&#8217; ศรีธนญัชยก็แก้ห่อให้ดูก็เห็นตะกร้าใบเล็กที่สุดครอบอยู่บนหัวเต่า เจ้าเมืองเห็นดังนั้นก็หาวิธีใหม่ โดยสั่งให้ศรีธนญชัยสานตะกร้าใบใหญ่ที่สุด ศรีธนญชัยก็สานตะกร้าใบใหญ่จนเข้าประตูเมืองไม่ได้ จึงเข้าไปบอกเจ้าเมืองว่า สานตะกร้าเสร็จแล้วและเอาเข้าประตูเมืองไม่ได้ ตลอดทางก็คิดหาทางแก้แค้นไอ้ศรีธนญชัยให้ได้เลยท้าพนันศรีธนญชัยว่า ถ้าใครถ่ายอุจจาระได้โดยไม่ถ่ายปัสสาวะ คนนั้นรอดตาย ตอนนั้นศรีธนญชัยได้ถ่ายปัสสาวะมาก่อนแล้ว จึงชนะเจ้าเมืองอีก ศรีธนญชัยจึงเอาค้อนทุบศรีษะเจ้าเมืองเสีย ในที่สุดเจ้าเมืองก็ต้องมาตายเพราะศรีธนญชัยจนได้</p>
<p><b>ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้ :</b> จากเนื้อเรื่อง เป็นเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟังให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินและแฝงด้วยแนวคิด เป็นบทสอนใจให้กับผู้ที่ได้รับฟัง</p>
<p><b>คติ :</b> ‘&#8217; คนที่มีสติปัญญาย่อมเอาตัวรอดได้เสมอ ‘&#8217;</p>
<p>( เล่าโดย นายหลาน วงศ์ไชย ร้านศิริชัย หมู่ ๗ ตำบลสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ )</p>
<p>เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2/">นิทานล้านนา เรื่อง &#8220;ไอ้เซี่ยงเมี่ยงค่ำพญา&#8221; (ศรีธนญชัยรังแกพญา)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทานล้านนา เรื่อง ใครโง่กว่าใคร</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2017 08:38:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานม่ะเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิตพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องม่ะเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า หมายปีมาแล้ว มีชายผู้หนึ่งชื่อ คง ทิดคงนี้เคยบวชเป็นพระภิกษุหลายพรรษา ต่อมาได้สึกและแต่งงานอยู่กินกับภรรยาจนมีบุตรคนหนึ่ง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/">นิทานล้านนา เรื่อง ใครโง่กว่าใคร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า หมายปีมาแล้ว มีชายผู้หนึ่งชื่อ คง ทิดคงนี้เคยบวชเป็นพระภิกษุหลายพรรษา ต่อมาได้สึกและแต่งงานอยู่กินกับภรรยาจนมีบุตรคนหนึ่ง</p>
<p>ทิดคงและครอบครัวมีอาชีพในทางทำนา แกมีนาส่วนตัวอยู่แปลงหนึ่ง แกทำนาด้วยตนเองทุก ๆ ปี นานี้อยู่ห่างจากบ้านของแกราว ๆ ๔ &#8211; ๕ กิโลเมตร</p>
<p>เวลาเช้าทิดคงจะออกไปไถนาพร้อมกับควาย ครั้นตอนสายและกลางวันลูกสาวจะเป็นผู้นำอาหารไปส่งให้เสมอ วันหนึ่งตอนบ่าย ภรรยาไปตลาดซื้อปลามาตัวหนึ่ง เอาไปแกงส้มอร่อยมากนางคิดถึงสามี จึงขอร้องให้ลูกสาวช่วยนำอาหารมื้อนี้ไปส่งให้ด้วย ลูกสาวรับของออกเดินจากบ้านไป ขณะที่เดินทางฝ่าแดดที่กำลังร้อนจัด ประกอบกับวันนั้นบุตรสาวต้องทำงานที่บ้านแต่เช้าจนบ่ายเมื่อฝ่าแดดมารู้สึก เหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก นางจึงหยุดพักวางหม้อข้าวหม้อแกงลง นั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้คิดว่าพอหายเหนื่อยแล้วตนจึงค่อยเดินทางต่อไป พอดีมีลมโชยมา นางเลื่อนตัวเอนกายพิงกับต้นไม้ม่อยหลับไป ขณะที่หลับนางฝันว่า มีบุตรเศรษฐีมาชอบพอและสู่ขอนางกับพ่อแม่ ได้อยู่กินกันอย่างเป็นสุข จนกระทั่งมีครรภ์ ต่อจากนั้นไม่นานนักนางก็คลอดบุตรออกมาเป็นชาย อ้วนท้วนน่ารักต่อมาเด็กคนนั้นได้ล้มป่วยลงโดยกะทันหันถึงแก่ความตาย นางร้องไห้ด้วยความเสียใจ ขณะที่ละเมอไข่วคว้าอยู่นั้น มือไปปัดเอาหม้อแกงหกเรื่อราดหมด เลยไม่มีอาหารไปสู่บิดา</p>
<p>เมื่อนางตื่นขึ้นจึงร้องไห้กลับบ้าน เล่าเรื่องราวต่าง ๆที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง แม่ได้ยินดังนั้นพลอยร้องไห้เสียใจด้วยพร้อมกับรำพันว่า ‘&#8217; โธ่เอ๋ยหลานรัก เกิดมาไม่ทันไรมาด่วนตายเสียได้ ยายไม่ทันได้กอดได้อุ้ม อือ ๆ ๆ ‘&#8217;</p>
<p>พอดีขณะนั้นสามีหิวข้าวรีบเดินกลับบ้าน เมื่อมาถึงพบคนทั้งสองกำลังร้องไห้ด้วยความเสียใจจึงไต่ถามเรื่องราวเมีย พอเห็นสามีมา รีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับบอกว่า</p>
<p>‘&#8217; ตาเอ๋ยตา หลานเกิดมาไม่ทันไรก็ตายเสียก่อน โธ่ไม่น่าเลยช่างบุญน้อยจริง ๆ น่าจะคอยให้ตายายอุ้มบ้างก็ไม่ได้ ทิดคงสงสัย ไต่ถามลูกสาวก็ทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงพูดออกมาว่า</p>
<p>‘&#8217; มันฝันนี่หว่า มันจริงเมื่อไร เอ็งทำไมจึงโง่เขลาเช่นนี้ ‘&#8217; เมื่อเห็นว่าภรรยาและลูกสาวของตนโง่เขลายิ่งนัก แกจึงตัดสินใจขายควาย รวบรวมเงินทองติดตัวออกเดินทางลงเรือไปยังเมืองอื่น ๆ ขณะที่พายเรือไปตามแม่น้ำนั้น เขาพบชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่จึงแวะเข้าไปถามว่า</p>
<p>‘&#8217; ท่านร้องไห้ทำไม ‘&#8217;</p>
<p>( เล่าโดย สมชัย ธนัญชัย โรงเรียนวัดดอนจั๋น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ . )</p>
<p>ชายผู้นั้นบอกว่า ‘&#8217; ข้าพเจ้าเอามือออกจากไหเกลือไม่ได้ ‘&#8217;</p>
<p>ทิดคงมองเห็นชายนั้นล้วงมือลงไปในไหเกลือและกำเกลือจนเต็มกำมือปากไหนั้นแคบ เขาจึงเอามือออกไม่ได้ ทิดคงหัวเราะ บอกให้เขาปล่อยเกลือเสีย มือก็จะออกได้</p>
<p>ชายผู้นั้นทำตาม จึงเอามือออกไปและกล่าวคำขอบใจ พร้อมกับมอบเป็ดให้เป็นรางวัลตอบแทนหนึ่งตัว ทิดคงพายเรือต่อไป เขาพบคนหมู่หนึ่งกำลังเอาเชือกผูกหัวเสาอยู่ข้างฝ่าย ต่างฉุดดึงกันไปคนละทาง</p>
<p>ทิดคงรู้สึกสงสัยแวะเรือเขาไป ร้องถามว่า ‘&#8217; พวกท่านทำอะไรนั่น ‘&#8217; เสามันสั้นไป เราพยายามจะดึงมันให้ยาวอีกสักหน่อย ‘&#8217;</p>
<p>ทิดคงบอกว่า ‘&#8217; ท่านเอ๋ย เสาดึงมันไม่ยืดออกได้หรอก ท่านต้องการจะให้เสายาวขึ้น ก็หาเสามาต่อเข้าซิ ‘&#8217; พวกนั้นปฏิบัติตามและดีใจมากที่เสายาวออกมาตามที่ต้องการ แต่ละคนได้ชมเชยต่าง ๆนานาว่า ‘&#8217; ท่านช่างมีปัญญาแท้ ๆ ‘&#8217; แล้วต่างก็หาไก่มามอบให้เป็นรางวัล</p>
<p>ทิดคงพายเรือต่อไปจนกระทั่งพบคนอีกกลุ่มหนึ่ง เขาสร้างตึกก่ออิฐถือปูน เนื่องจากไม่มีหน้าต่าง ดังนั้นภายในห้องจึงมืด พวกนั้นต่างช่วยกันเอาตะกร้า กระบุง หีบ และถังต่าง ๆ ออกวางกลางแดด</p>
<p>พอสักครู่ก็ยกเข้าไปเทในห้องเพื่อให้ห้องสว่างขึ้น แม้ว่าเขาจะขนสักเท่าไรห้องนั้นก็ไม่สว่างขึ้น ทิดคงรู้สึกแปลกใจ จึงร้องถามออกไปว่า ‘&#8217; ท่านทำอะไร ขนกันไม่รู้จักหมดจักสิ้น ‘&#8217;</p>
<p>พวกนั้นบอกว่า ‘&#8217; พวกเราขนแดดไปเทในห้องเพื่อให้มันสว่างขึ้น ‘&#8217; ทิดคงหัวเราะ พร้อมกับบอกว่า ‘&#8217; สหายเอ๋ย ท่านอยากให้ห้องสว่าง ก็เจาะกำแพงหน้าต่างซิ ‘&#8217;</p>
<p>พอพูดจบ ทิดคงก็ขึ้นจากเรือไปช่วยทำหน้าต่างให้ ตึกที่มืดกลับสว่างขึ้นทันที พวกนั้นพากันไชโยโห่ร้องด้วยความยินดี และกล่าวคำชมเชยว่า ‘&#8217; ท่านช่างมีปัญญาจริง ๆ ‘&#8217;</p>
<p>ทุกๆคนต่างรวบรวมรางวัลมอบให้เป็นที่ระลึก ทิดคงเริ่มรู้สึกว่าที่ตนคิดว่าภรรยาและบุตรของตนโง่นั้น พวกที่ตนมาพบนี้ยิ่งโง่กว่าเสียอีก ทางที่ดีควรกลับไปคืนดีกับลูกเมียเสียดีกว่า หากลูกเมียผิดพลาดไป ตนยังพอจะแนะนำสั่งสอนให้เป็นคนดีได้ ทิดคงจึงกลับยังบ้านอยู่กันกับภรรยาและบุตรอย่างเป็นสุขต่อไป</p>
<p>ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้</p>
<p>นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อันคนโง่นั้นมีอยู่ทั่วไป อย่าคิดว่ามีแต่คนในครอบครัวเราเท่านั้นทางแก้ปัญญามิใช่จะหนีปัญหา พึงใช้ปัญญาแก้ไข เช่น อบรม สั่งสอน ชี้แนะแนวทางให้</p>
<p>คติ ‘&#8217; เหนือฟ้ายังมีฟ้า ‘&#8217;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/">นิทานล้านนา เรื่อง ใครโง่กว่าใคร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทานล้านนา เรื่อง เซี่ยงเมี่ยงแบ่งช้าง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2017 08:26:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานม่ะเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิตพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องม่ะเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรดาบุคคลที่เฉลียวฉลาดและสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยคล่องแคล่วว่องไวใน วรรณคดีของไทยแล้ว ทุกคนต้องยกให้เซี่ยงเมี่ยง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/">นิทานล้านนา เรื่อง เซี่ยงเมี่ยงแบ่งช้าง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บรรดาบุคคลที่เฉลียวฉลาดและสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยคล่องแคล่วว่องไวใน วรรณคดีของไทยแล้ว ทุกคนต้องยกให้เซี่ยงเมี่ยง บางคนถึงเติมสร้อยให้ว่า เซี่ยงเมี่ยงเจ้าปัญญา</p>
<p>มีช้างพังเชือกหนึ่งของเจ้าผู้ครองประเทศข้างเคียง หลงทางพลัดเข้าในสวนของเซี่ยงเมี่ยง เซี่ยงเมี่ยงสั่งให้ข้าทาสของตนจับช้างนั้นไว้ เขานำเอาช้างพังตัวนั้นไปรับจ้างชักลากฟืน ตลอดจนบรรทุกของต่าง ๆ</p>
<p>ข่าวการได้ช้างของเซี่ยงเมี่ยงทราบไปถึงพระกรรณของเจ้าผู้ครองนคร พระองค์ให้เสนามาเรียกเซี่ยงเมี่ยงไป เมื่อพบก็ตรัสถามทันทีว่า</p>
<p>‘&#8217; เออ เจ้าเซี่ยงเมี่ยง ข้าทราบว่าเจ้าจับช้างได้ใช่ไหม &#8221;</p>
<p>เซี่ยงเมี่ยงกราบทูลว่า ‘&#8217; เป็นความจริงพระพุทธเจ้าข้า &#8221;</p>
<p>เจ้าผู้ครองนครตรัสว่า ‘&#8217; ดังนั้นก็แล้ว ทรัพย์สินใด ๆ ที่พลัดเข้ามาในเขตขัณฑสีมาของข้าทรัพย์นั้นควรเป็นของข้าครึ่งหนึ่งเสมอ ‘&#8217;</p>
<p>เซี่ยงเมี่ยงกราบทูลว่า ‘&#8217; เป็นความจริงพระพุทธเจ้าข้า หากพระองค์มีพระประสงค์ข้าพระพุทธเจ้าขอแบ่งให้พระองค์ครึ่งหนึ่ง</p>
<p>( เล่าโดย สมบุญ ศรีชลธาร ตลาดพานิชเจริญ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ .)</p>
<p>เจ้าผู้ครองนครสรวลออกมาด้วยความพอพระทัย</p>
<p>‘&#8217; เออ …. เจ้านี่รู้หลักกฏหมายและขนบธรรมเนียมของบ้านเมืองดีนี่ เจ้าจะแบ่งส่วนไหนให้เราล่ะ &#8221; เจ้าผู้ครองนครถาม</p>
<p>เซี่ยง เมี่ยงนิ่งคิดสักครู่ก็กราบทูลว่า ‘&#8217; ข้าพระพุทธเจ้าเป็นข้าแผ่นดินของพกระองค์ ดังนั้นข้าพระพุทธเจ้าจึงเปรียบเหมือนช้างเท้าหลัง พระองค์เป็นช้างเท้าหน้า ดังนั้น ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบครึ่งส่วนหน้าให้พระองค์ ส่วนครึ่งหลังเป็นของข้าพระพุทธเจ้าเองพระพุทธเจ้าข้า &#8221;</p>
<p>เจ้าผู้ครองนครตบพระหัตถ์ด้วยความพอพระทัย ‘&#8217; ดีแล้ว ๆ เจ้าพูดถูกต้อง เจ้าคอยดูแลช้างให้ดีก็แล้วกัน &#8221; เซี่ยงเมี่ยงก้มลงกราบรับบัญชาแล้วบังคมลากลับบ้าน</p>
<p>นับแต่วันนั้นมาเซี่ยงเมี่ยงยิ่งใช้งานหนักขึ้น อาหารต่าง ๆ ที่ช้างกินนั้นเขาให้ช้างกินดีที่สุดส่วนค่าอาหารนั้นให้ไปคิดเอาที่เจ้าผู้ ครองนคร เวลารับจ้างได้เงินทองมา เขาก็เก็บรายได้ทั้งหมดที่ใช้ช้างทำงานตอนกลางวันเป็นของตนเสียผู้เดียว</p>
<p>พอเย็นลงก็ปล่อยช้างให้เข้าไร่เข้าสวนกินกล้วยกินต้นหมาก ต้นมะพร้าวของชาวบ้าน ชาวบ้านจับเรียกค่าไถ่ เซี่ยงเมี่ยงก็ให้ไปเบิกเอาจากท้องพระคลัง เพราะส่วนหน้าของช้างเป็นผู้นำ ดังนั้นเจ้าผู้ครองนครจึงต้องเป็นผู้รับชดใช้ ส่วนของตนอยู่ข้างหลังต้องเดินตามเท้าหน้าไปจึงไม่ได้รับผิดชอบ</p>
<p>ต่อมาช้างนั้นได้คลอดลูก เซี่ยงเมี่ยงก็รับค่าจ้างทั้งหมดเพราะถือส่วนที่ออกแรงที่สุดคือส่วนข้างหลัง</p>
<p>เจ้าผู้ครองนครทราบเรื่องราวเห็นว่า ถ้าพระองค์ยังทรงขืนรับส่วนแบ่งเช่นนี้คงขาดทุนเรื่อยไป ดังนั้น พระองค์จึงตรัสบอกเซี่ยงเมี่ยงว่า</p>
<p>‘&#8217; อ้ายเซี่ยงเมี่ยงเอ๋ย ช้างที่เจ้าแบ่งส่วนข้างหน้าให้ข้านั้นข้าขอคืนให้เจ้า ข้าไม่ขอรับเอาอีกต่อไปแล้ว ขอยกให้เจ้าทั้งหมด &#8221;</p>
<p>เซี่ยงเมี่ยงก้มลงกราบ กล่าวคำขอบพระทัยที่พระองค์ทรงพระกรุณาเช่นนั้น</p>
<p>ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้</p>
<p>นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การใดจะได้จะเสียพึงพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ควรด่วนตัดสินใจอะไรง่าย ๆ เพราะมักจะนำความเสียหายมาสู่ตนได้</p>
<p>เซี่ยงเมี่ยงเป็นคนฉลาดแกมโกง คนเยี่ยงนี้จะทำให้คนเดือดร้อนตลอดมา</p>
<p>คติ</p>
<p>‘&#8217; อย่าใจเร็วด่วนได้ &#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/">นิทานล้านนา เรื่อง เซี่ยงเมี่ยงแบ่งช้าง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทานล้านนา เรื่อง ปู่ปันแน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2017 08:01:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานม่ะเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิตพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องม่ะเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในรัชสมัยที่นครพิงค์ยังมีเจ้าผู้ครองนครอยู่ ทุก ๆ สามปี เจ้าผู้ครองนครจะต้องส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองไปเป็นบรรณาการทางกรุงเทพฯ เป็นประจำ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99/">นิทานล้านนา เรื่อง ปู่ปันแน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในรัชสมัยที่นครพิงค์ยังมีเจ้าผู้ครองนครอยู่ ทุก ๆ สามปี เจ้าผู้ครองนครจะต้องส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองไปเป็นบรรณาการให้ทางกรุงเทพฯ เป็นประจำ กาลครั้งนั้นอำนาจในการปกครองดูแลบังคับปัญชาประชาชนพลเมืองเป็นของเจ้าผู้ ครองนครแต่ผู้เดียว จึงเรียกท่านว่าพ่อเจ้าชีวิต</p>
<p>เมื่อใครกระทำผิด เช่น ลักพริก ลักมะเขือและผัก หากถูกจับได้จะถูกประหารชีวิตทันทีพ่อเจ้าท่านว่ามันเป็นคนเกียจคร้าน มีนิสัยเป็นผู้ร้ายจริง ๆ เขาปลูกเขาฝังทำไมไม่ปลูกฝังอย่างเขาบ้างกรณีลักช้าง ม้า วัว ควาย หากถูกจับได้ ท่านให้ปล่อยมันไป เพราะมันอยากใคร่ได้ อยากใคร่มี ( เล่าโดย รื่น โทเมฆ สำนักงานยาสูบ จังหวัดเชียงใหม่ )</p>
<p>ในคุ้มหลวงอันเป็นที่ประทับของพ่อเจ้าชีวิต จะมีข้าราชบริพาร นางสนมกำนัลและเขนคือ ตำรวจหลวงเฝ้ารักษาอยู่ นอกจากนั้นยังมีศิลปินผู้มีชื่อในทางเป่าปี่อีกคนหนึ่ง ซึ่งคนทั่ว ๆ ไป เรียกกันว่า ‘&#8217; ปู่ปันแน &#8221; ในกระบวนเป่าปี่ด้วยกันแล้วทั่วทั้งนครพิงค์หาตัวจับแกไม่ได้</p>
<p>ไม่ว่าเพลงนั้นจะยากและยาวเท่าไร หากปู่ปันได้เป่าแล้ว แกจะเป่าได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งเสียงปี่จะแจ้วเจื้อยติดต่อกันไม่ขาดเสียง เพราะแกสามารถระบายลมได้ เคยมีการแข่งขันเป่าปี่กันหลายครั้ง ปรากฏว่าปู่ปันชนะทุก ๆ คราว</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ พ่อเจ้าชีวิตจึงโปรดเกล้า ฯ ให้ปู่ปันเป็นข้าราชสำนัก เนื่องจากการเป็นศิลปินเอกทำให้ปู่ปันชอบทำอะไรตามใจชอบ พอว่างงานก็ดื่มสุรา ยิ่งดื่มก็ยิ่งเพลิน เวลาเมาแกจะเอะอะชกต่อยทะเลาะวิวาทกับชาวบ้าน ชาวบ้านเกรงกลัวอำนาจพ่อเจ้าจึงไม่อยากเอาเรื่อง</p>
<p>การที่ปู่ปันปฏิบัติเช่นนี้บ่อย ๆ ก็เลยเป็นนิสัย ดังนั้น เวลาปู่ปันเมาครั้งไรมักจะก่อเรื่องก่อราวขึ้นเสมอ ชาวบ้านบางคนทนไม่ได้ก็นำความกราบทูลกล่าวโทษต่อพ่อเจ้าชีวิต พ่อเจ้าลงโทษตักเตือนว่ากล่าวหลายครั้งหลายหน ครั้นจะลงโทษรุนแรงลงไปก็สงสาร</p>
<p>การที่พ่อเจ้าปฏิบัติเช่นนี้ยิ่งทำให้ปู่ปันได้ใจและผยองตัวคิดว่าตนนั้นเป็น บุคคลสำคัญ แม้แต่พ่อเจ้าก็ไม่กล้าลงโทษหนัก จนกระทั่งวันหนึ่ง ปู่ปันเมาเหล้าเอะอะอาละวาดบริเวณบ้านหนองคำท้าทายชาวบ้าน ชาวบ้านพอเห็นปู่ปันเมาต่างพากันหลบเข้าบ้านเสีย ปิดประตูเงียบ</p>
<p>ปู่ปันเห็นชาวบ้านเข้าบ้านรู้สึกไม่พอใจ จึงเดินเปะปะไปจนกระทั่งพบกองอิฐข้างถนน ปู่ปันดีใจตรงเข้าหากองอิฐนั้น คว้าเอาก้อนอิฐมาขว้างไปยังหลังคาบ้านบริเวณใกล้เคียง ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านเสียหายมากมาย เมื่อปู่ปันขว้างจนพอใจ ก็กลับคุ้มหลวงเหมือนไม่มีเหตุอะไร</p>
<p>ครั้นรุ่งเช้า ชาวบ้านได้รับความเสียหาย นำเอาความนี้ไปร้องเรียนต่อพ่อเจ้าชีวิต พ่อเจ้าชีวิตออกไปตรวจเหตุการณ์ที่เกิดเหตุทันที และเห็นว่าปู่ปันทำครั้งนี้เป็นความผิดอันใหญ่ จึงสั่งให้นำเอาตัวปู่ปันไปจองจำไว้ในคุก</p>
<p>พอดีขณะนั้นทางแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ช่วยกันจับกะเหรี่ยงผู้หนึ่ง ชื่อว่า พะสะกอ ในข้อหาว่าปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย พ่อเจ้าชีวิตสั่งให้นำตัวไปประหารชีวิต การที่จะนำเอาใครไปประหารชีวิตจะต้องนำเอาผู้นั้นตระเวนรอบ ๆ เมืองครบสามวันก่อน และป่าวประกาศมิให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง</p>
<p>ผู้ถูกประหารจะถูกจองจำครบ ๕ ประการ คือ เท้าใส่ตรวน เท้าติดขื่อไม้ โซ่ล่ามคอ คาใส่คอทับโซ่ และมือทั้งสองสอดเข้าไปในคาไปตอดไปติดกับขื่อที่ทำด้วยไม้ เขนนำพะสะกอแห่ไปรอบเมือง จนกระทั่งวันที่สาม อันเป็นวันสุดท้าย</p>
<p>ขบวนนำนักโทษประหารผ่านคุ้มหลวงอันเป็นที่ประทับของพ่อเจ้าชีวิต พ่อเจ้าชีวิตเห็นผู้คนมากมายรู้สึกสงสัย จึงถามข้าราชบริพารว่า ‘&#8217; ชาวเมืองเขาดูอะไรกันนั่น ‘&#8217; ข้าราชบริพารกราบทูลว่า &#8221; เขานำตัวกะเหรี่ยงชื่อ พะสะกอ ไปประหารชีวิตพะย่ะค่ะ ‘&#8217;</p>
<p>เจ้าหลวงระลึกถึงปู่ปันแนได้ว่า มันประพฤติผิดโทษร้ายแรงสมควรที่จะลงโทษไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างต่อ ไป พ่อเจ้าจึงบอกให้เขนว่า ‘&#8217; เอ่อ บอกเปิ้นรอกำ ขอฝากปู่ปันแนไปคน</p>
<p>เต๊อะ &#8221;( เออ บอกให้เขารอประเดี๋ยว ขอฝากตาปันไปคน )</p>
<p>ขบวนประหารได้นำผู้ต้องโทษทั้งสองไปประหารยังตำบลท่าวังตาล เมื่อประหารเสร็จแล้วก็นำความมากราบทูลให้ทรงทราบทุกประการ เรื่องราวของปู่ปันแนศิลปินเป่าปี่ก็อวสานลงด้วยอาญาของพ่อเจ้าชีวิต แม้ว่าพระองค์จะเสียดายสักเท่าไรก็ตาม แต่เมื่อผิดกฎหมายแล้วก็ต้องปฏิบัติไปอย่างเที่ยงธรรม</p>
<p><b>พ่อเจ้าชีวิต</b> หมายถึง ผู้มีอำนาจเด็ดขาด สามารถสั่งประหารชีวิตได้ทันที<br />
<b><br />
คุ้มหลวง</b> หมายถึง วังที่เจ้าผู้ครองนครประทับ</p>
<p><b>แน</b> คือ ปี่พื้นเมือง</p>
<p><b>พ่อเจ้า</b> หมายถึง ผู้ครองนคร</p>
<p>ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้</p>
<p>นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อันสันดานคนพาลนั้น เมื่อรู้ว่ามีคนคอยปกป้องแล้วย่อมได้ใจ และจะพาลหนักขึ้น</p>
<p>การเป็นใหญ่จะต้องปฏิบัติอะไรให้เสมอหน้ากัน อย่าเลือกปฏิบัติให้เสียความเป็นธรรม<br />
<b><br />
คติ</b><br />
‘&#8217; ได้ดีแล้วอย่าลืมตัวเหมือนกิ้งก่าได้ทอง &#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99/">นิทานล้านนา เรื่อง ปู่ปันแน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
