<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อำเภอแม่แจ่ม Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/อำเภอแม่แจ่ม/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Dec 2021 11:16:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>อำเภอแม่แจ่ม Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/อำเภอแม่แจ่ม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อำเภอแม่แจ่ม</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 17:00:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อำเภอ เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กินแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พักแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่แจ่ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1</guid>

					<description><![CDATA[<p>"เที่ยวบ่อน้ำแร่ ล่องแพน้ำแจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ"</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/">อำเภอแม่แจ่ม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>แม่แจ่ม</b> (คำเมือง: <span lang="nod" xml:lang="nod"><a class="image" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Lanna-Mae_Chaem.png"><img decoding="async" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/0a/Lanna-Mae_Chaem.png/55px-Lanna-Mae_Chaem.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/0a/Lanna-Mae_Chaem.png/83px-Lanna-Mae_Chaem.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/0a/Lanna-Mae_Chaem.png/110px-Lanna-Mae_Chaem.png 2x" alt="Lanna-Mae Chaem.png" width="55" height="22" data-file-width="267" data-file-height="109" /></a></span>) เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่</p>
<h2 style="text-align: left;"><strong>คำขวัญ</strong></h2>
<h3 style="text-align: center;"><em><strong>&#8220;เที่ยวบ่อน้ำแร่ ล่องแพน้ำแจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ&#8221;</strong></em></h3>
<h2>ที่มาของชื่ออำเภอ</h2>
<p>อำเภอแม่แจ่มหรือ &#8220;เมืองแจ๋ม&#8221; นั้นแต่เดิมเรียกกันว่า &#8220;เมืองแจม&#8221; มีเรื่องเล่าครั้งโบราณกาลว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระมหากัจจายนะได้จาริกผ่านมาทางยอดดอยอ่างกา (ดอยอินทนนท์) เช้าวันหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ มีย่าลัวะเฒ่า (หญิงชราชาวลัวะ) คนหนึ่งนำปลาปิ้งเพียงครึ่งตัวมาใส่บาตรถวาย พระบรมศาสดาทอดพระเนตรด้วยความเมตตาและความสงสัย จึงตรัสถามย่าลัวะว่า &#8220;แล้วปลาอีกครึ่งตัวล่ะอยู่ไหน&#8221; ย่าลัวะทูลตอบว่า &#8220;เก็บไว้ให้หลาน&#8221; พระองค์จึงทรงรำพึงว่า &#8220;บ้านนี้เมืองนี้มันแจมแต๊นอ&#8221; (= เมืองนี้ช่างอดอยากจริงหนอ) ซึ่งต่อมาดินแดนนี้จึงได้ชื่อว่า &#8220;เมืองแจม&#8221; คำว่า &#8220;แจม&#8221; เป็นภาษาลัวะแปลว่า มีน้อย ไม่พอเพียง หรือขาดแคลน ต่อมาเมื่อกลุ่มคนไท-ยวน (ไต) มาอยู่ จึงเรียกชื่อตามสำเนียงไท-ยวนว่า &#8220;เมืองแจ๋ม&#8221; และเพี้ยนเป็นเมืองแจ่มหรือ &#8220;แม่แจ่ม&#8221; อันเป็นนามมงคล หมายถึงให้เมืองนี้เป็นเมืองแห่งความแจ่มใส ลบความหมายของคำว่า &#8220;แจม&#8221;</p>
<h3>ตำนานเมืองที่เกี่ยวข้องกับสิงห์</h3>
<p>มีตำนานเล่าสืบกันมาว่า มีสิงห์สองตัวเป็นพี่น้องกันหากินอยู่ในป่าใหญ่ เกิดแย่งชิงอำนาจการปกครองและพื้นที่ทำกินกันเองจนเกิดข้อพิพาทกันอยู่เนือง ๆ จนพระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ได้พบเห็น จึงได้กำหนดแบ่งเขตหากินโดยใช้ลำห้วยแห่งหนึ่งเป็นเขตแสดง ลำห้วยนั้นชื่อ &#8220;ห้วยช่างเคิ่ง&#8221; (ชึ่งหมายถึงแบ่งครึ่งกัน) ครั้นพระปัจเจกเจ้าเสด็จไปที่ดอยสะกาน (ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านกองกานกับบ้านต่อเรือ) มีราษฎรนำอาหารไปถวาย แต่เนื่องจากว่าราษฎรเหล่านั้นยากจน ข้าวปลาที่นำมาถวายมีน้อยขาดแคลน จึงได้ขนานเมืองนี้ว่า &#8220;เมืองแจม&#8221; ซึ่งแปลว่าเมืองที่มีความอดอยากขาดแคลน และเรียกลำน้ำใหญ่ว่า &#8220;น้ำแม่แจม&#8221; ต่อมาชาวบ้านขานชื่อเมืองนี้เพี้ยนไปเป็น &#8220;เมืองแจ่ม&#8221; จนกระทั่งทุกวันนี้</p>
<h2>ประวัติ</h2>
<p>อำเภอแม่แจ่มเป็นดินแดนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ มีหมู่บ้านอยู่ตามที่ราบและกระจัดกระจายอยู่ตามหุบเขาใหญ่น้อยที่ล้อมรอบเรียงรายอยู่ มองจากที่สูงลงมาจะเหมือนแอ่งกระทะ มีลำน้ำไหลผ่าน ท่ามกลางมวลพฤกษชาตินานาพันธุ์ที่ปรากฏอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิ ดินแดนแห่งนี้เดิมเป็นที่อาศัยของชนชาติลัวะ (ละว้า) ซึ่งครอบครองดินแดนแถบนี้ตลอดจนถึงบางส่วนของอาณาจักรล้านนาในอดีต ชนเผ่าลัวะมีความเจริญไม่แพ้พวกขอม-มอญ ซึ่งเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้ร่วมกัน เพียงแต่แยกการปกครองออกเป็นหมู่เหล่า เป็นอิสระไม่ขึ้นตรงต่อพวกใด ชนใดมีความเข้มแข็งก็ตั้งตัวเป็นเจ้าเมืองขึ้นปกครองกันเอง มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และได้สร้างวัฒนธรรมของตนจนรุ่งเรือง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องปั้นดินเผา อาจจะเป็นเพราะในอดีตเมืองแจ๋มเป็นเส้นทางการค้าขายระหว่าง พม่า ไทย จีน และอินเดียก็เป็นได้ เพราะสินค้าของทุกประเทศตกทอดมาสู่รุ่นลูกหลานซึ่งได้รับจากบรรพบุรุษที่อยู่ในสมัยนั้นด้วย ต่อมาเมื่อมีกลุ่มคนไท-ยวน (ไต) เข้ามามากเข้า อำนาจของลัวะจึงหมดไป แต่ลัวะเริ่มเรืองอำนาจขึ้นมาใหม่อีกครั้งในยุคสมัยของพญามังรายซึ่งถือว่าเป็นเชื้อสายลัวะเหมือนกัน</p>
<p>ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น คิชฌกูฏ ในวิหารของวัดยางหลวง พระเจ้าตนหลวง วัดกองกาน พระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ศิลปะตระกูลช่างเชียงแสนและตระกูลช่างสุโขทัยซึ่งมีอายุเกิน 500 ปีขึ้นไป ดังนั้น เมืองแจ๋มก็น่าจะตั้งมาไม่ต่ำว่า 500 ปี ราว ๆ ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1800) สิงหนวัติกุมารได้พากลุ่มคนไท-ยวนอพยพมาจากยูนนานทางตอนใต้ของจีน ยึดอำนาจจากลัวะในสมัยปู่จ้าวลาวจก (ลวจักราช) บรรพบุรุษของพญามังราย แล้วสร้างเมืองใหม่ในพื้นที่ที่มีชนพื้นเมืองลัวะอาศัยอยู่ก่อน แต่อาศัยการวางตนเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมสูงกว่าลัวะ ต่อมาเมื่อกลุ่มคนไทเสื่อมอำนาจลง ปู่จ้าวลาวจกจึงสถาปนาตนเองเป็นปฐมกษัตริย์ กลุ่มคนไทจึงกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งตามประวัติของเมืองแจ๋มที่กล่าวไว้ว่าเริ่มมีคนไทเข้ามา ก็คงจะในสมัยของสิงหนวัติกุมารนั่นเอง เพราะประวัติของเมืองแจ๋มก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิงห์อยู่เหมือนกัน แล้วถ้าเราลองมานับปีกันแล้ว ปีนี้ พ.ศ. 2545-1800 จะได้ประมาณ 745 ปี ซึ่งก็ใกล้เคียงกับอายุของหลักฐานที่อยู่ตามวัดต่าง ๆ เช่น คิชฌกูฏ</p>
<p>ต่อมามีคนไทยพื้นที่ราบทั้งจากอำเภอจอมทองและอำเภอสันป่าตองเข้ามาหากินและตั้งถิ่นฐานอยู่ตามที่ราบลุ่มน้ำแม่แจ่ม และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2451 ตั้งชื่อว่า <b>อำเภอเมืองแจ่ม</b> และเปลี่ยนชื่อเป็น <b>อำเภอช่างเคิ่ง</b> ในปี พ.ศ. 2460(ปัจจุบันช่างเคิ่งเป็นชื่อตำบลหนึ่งในอำเภอแม่แจ่ม) ตั้งที่ว่าการอำเภอที่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลท่าผา มีนายชื่นดำรงตำแหน่งนายอำเภอ แต่ขณะนั้นราษฎรอดอยากขาดแคลนและไม่นิยมการปกครองที่มีการเก็บภาษีอากร ในที่สุดจึงมีราษฎรกลุ่มหนึ่งเข้าปล้นที่ว่าการอำเภอและทำร้ายนายอำเภอจนเสียชีวิต ทางราชการจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอาศัยที่วัดช่างเคิ่งเพื่อความปลอดภัย มีนายสนิทเป็นนายอำเภอจนกระทั่งปี พ.ศ. 2481 ทางราชการได้ลดฐานะลงเป็นกิ่งอำเภอ และตั้งชื่อว่า <b>กิ่งอำเภอแม่แจ่ม</b> ขึ้นกับอำเภอจอมทอง และเมื่อปี พ.ศ. 2499 ได้รับการยกฐานะเป็น <b>อำเภอแม่แจ่ม</b> และ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2552 ได้มีการแบ่งพื้นที่ของตำบลแจ่มหลวง ตำบลบ้านจันทร์ และ ตำบลแม่แดด ออกไปจัดตั้ง <a title="อำเภอกัลยาณิวัฒนา" href="/อำเภอกัลยาณิวัฒนา">อำเภอกัลยาณิวัฒนา</a> จึงทำให้อำเภอแม่แจ่ม มี 7 ตำบล จนถึงปัจจุบัน</p>
<h2>ที่ตั้งและอาณาเขต</h2>
<p>อำเภอแม่แจ่มตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้</p>
<ul>
<li><b>ทิศเหนือ</b> ติดต่อกับ<a href="/อำเภอกัลยาณิวัฒนา">อำเภอกัลยาณิวัฒนา</a></li>
<li><b>ทิศตะวันออก</b> ติดต่อกับ<a href="/อำเภอสะเมิง">อำเภอสะเมิง</a> <a href="/อำเภอแม่วาง">อำเภอแม่วาง</a> และ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อำเภอจอมทอง</a></li>
<li><b>ทิศใต้</b> ติดต่อกับ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อำเภอจอมทอง</a> <a href="/อำเภอฮอด">อำเภอฮอด</a> และอำเภอแม่สะเรียง (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)</li>
<li><b>ทิศตะวันตก</b> ติดต่อกับอำเภอแม่ลาน้อย อำเภอขุนยวม และอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)</li>
</ul>
<h2>การแบ่งเขตการปกครอง</h2>
<h3>การปกครองส่วนภูมิภาค</h3>
<p>อำเภอแม่แจ่มแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 104 หมู่บ้าน ได้แก่</p>
<table class="wikitable sortable jquery-tablesorter">
<thead>
<tr>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ลำดับที่</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อักษรไทย</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อักษรโรมัน</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">จำนวนหมู่บ้าน</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ประชากรทั้งหมด<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_5-0" class="reference"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1#cite_note-population-5">[5]</a></sup></th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก" colspan="2">ประชากรแยกตามส่วนท้องถิ่น<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_5-1" class="reference"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1#cite_note-population-5">[5]</a></sup></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>1.</td>
<td>ช่างเคิ่ง</td>
<td>Chang Khoeng</td>
<td>19</td>
<td>10,789</td>
<td>2,691<br />
8,098</td>
<td><small>(ทต. แม่แจ่ม)<br />
(อบต. ช่างเคิ่ง)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>2.</td>
<td>ท่าผา</td>
<td>Tha Pha</td>
<td>10</td>
<td>4,924</td>
<td>4,924</td>
<td><small>(ทต. ท่าผา)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>3.</td>
<td>บ้านทับ</td>
<td>Ban Thap</td>
<td>13</td>
<td>6,389</td>
<td>6,389</td>
<td><small>(อบต. บ้านทับ)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>4.</td>
<td>แม่ศึก</td>
<td>Mae Suek</td>
<td>17</td>
<td>12,598</td>
<td>12,598</td>
<td><small>(อบต. แม่ศึก)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>5.</td>
<td>แม่นาจร</td>
<td>Mae Na Chon</td>
<td>19</td>
<td>10,954</td>
<td>10,954</td>
<td><small>(อบต. แม่นาจร)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>6.</td>
<td>ปางหินฝน</td>
<td>Pang Hin Fon</td>
<td>14</td>
<td>7,192</td>
<td>7,192</td>
<td><small>(อบต. ปางหินฝน)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>7.</td>
<td>กองแขก</td>
<td>Khong Khaek</td>
<td>12</td>
<td>6,669</td>
<td>6,669</td>
<td><small>(อบต. กองแขก)</small></td>
</tr>
</tbody>
<tfoot>
<tr>
<th colspan="3">รวม</th>
<th>104</th>
<th>59,515</th>
<th colspan="2">7,615 (เทศบาล)<br />
51,900 (อบต.)</th>
</tr>
</tfoot>
</table>
<h3>สถานที่ท่องเที่ยวแม่แจ่ม</h3>
<ul>
<li>วัดกองกาน</li>
</ul>
<p>อยู่ห่างจากวัดพุทธเอ้นประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญของชาวแม่แจ่ม เนื่องจากภายในวิหารมีพระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแม่แจ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวแม่แจ่มจะไปสรงน้ำองค์พระกันทุกปี พระเจ้าตนหลวงนี้ เป็นแบบล้านนา และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอแม่แจ่ม ตัววิหารเป็นไม้ และหลังคามุงแป้นเกล็ดแบบโบราณ</p>
<ul>
<li>วัดกองแขก</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่ม ประมาณ 7 กิโลเมตร บนถนนสายฮอด-เม่แจ่ม ชุมชนบ้านกองแขกนับเป็นชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของแม่แจ่มซึ่งเป็นที่รวม ของกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น ชาวแม่พริกจังหวัดลำปาง ชาวเชียงแสน จากเชียงราย ชาวน่าน เชียงคำ เป็นต้น เมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น การก่อสร้างวัด และศาสนสถานก็เกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะวิหารวัดกองแขกที่เก่าแก่ไม่น้อยกว่าร้อยปี เป็นฝีมือช่างชาวลำปางที่อพยพ มาอยู่ด้วยกัน และที่สำคัญคือภาพจิตรกรรมฝาผนังคอสองของวิหารนั้น มีความแปลกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวแม่แจ่มก็ว่าได้ เพราะภาพแต่ละภาพนั้นจิตรกรได้ใส่อารมณ์ตวัดปลายภู่กันอย่างเฉียบคมยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปพุทธประวัติ รูปเทวดาฟ้อนรำ และรูปชาดกต่างๆ</p>
<ul>
<li>วัดป่าแดด</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ วาดโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติ และชาดกต่างๆ วิหารหลังนี้สร้างขึ้น พร้อมกับการสร้างวัด เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. 2400</p>
<ul>
<li>วัดพุทธเอ้น</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ตามประวัติกล่าวว่า วัดพุทธเอ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว มีโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วคือ “โบสถ์น้ำ” ลักษณะคือสร้างในสระสี่เหลี่ยมโดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง บริเวณรอบโบสถ์จนถึงกำแพง เรียกว่า “อุทกสีมา” มีความหมายเหมือนกับ “ขันทสีมา” ของโบสถ์บนบก โบสถ์น้ำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้ว คติการบวชในโบสถ์กลางน้ำนั้นถือว่าเป็นการบวชพระภิกษุสงฆ์ที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุด ได้รับอิทธิพลมาจากฝ่ายลังกา ปัจจุบันการบวชกลางน้ำนี้ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว บริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลไทยใหญ่ ปัจจุบันหลงเหลือเพียงภาพเดียว เหนือประตูทางเข้าด้านหลัง</p>
<ul>
<li>วัดยางหลวง</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา เส้นทางเดียวกับวัดป่าแดด ไม่ไกลกันมาก ชาวกะเหรี่ยง หรือ “ยาง” เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 24 สิ่งที่น่าสนใจ คือ กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธานในวิหาร คนโบราณถือว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกูฏเป็นแบบพุกามจากพม่า ผสมกับล้านนาสกุลช่างเชียงแสน</p>
<ul>
<li>สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง</li>
</ul>
<p>พืชพันธุ์ที่นำมาวิจัยที่นี่ต่างมีฤดูกาลติดดอก และพักตัวผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าวันหยุดพักผ่อนจะเป็นช่วงเดือนไหน เมื่อมาที่นี่เป็นไม่เสียเที่ยว เพราะถึงจะพลาดชมความงามของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวก็จะได้ชิมสตรอเบอรี่ปลอดสารพิษสดจากไร่แทน หรือ ถ้ามาไม่ทันช่วงท้อติดผล ก็จะได้เห็นความงามของดอกสาลี่สีขาว และไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมกับนั่งจิบชาทอดอารมณ์ ชมวิวบนยอดดอย ยิ่งบนดอยสูงอย่างที่แม่จอนหลวงนี้มีการปรับแต่งพื้นที่แบบขั้นบันได ช่วยขยายมุมมองทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างยิ่งขึ้น</p>
<ul>
<li>สวนป่าแม่แจ่ม</li>
</ul>
<p>เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 มีเนื้อที่ประมาณ 6,932 ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่องแพ, ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และทางสวนป่าได้จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือน อย่างครบครัน มีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน นอกจากนี้ทางสวนป่าแม่แจ่มยังสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ กับนักเรียน หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้ และยังสามารถจัดประชุม หรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย</p>
<ul>
<li>หมู่บ้านทอผ้าซิ่นตีนจก</li>
</ul>
<p>อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่มไปประมาณ 3 กิโลเมตร ตำบลท่าผา เป็นตำบลที่ชาวบ้านนิยมทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก ซึ่งทำกันถึง 150 ครอบครัว และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้าน ขณะนี้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองชนิดนี้ กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง เพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมามีเอกลักษ์เฉพาะราคาย่อมเยา เหมาะที่จะซื้อไว้เป็นที่ระลึก</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/">อำเภอแม่แจ่ม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
