<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดตำบลสุเทพ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลสุเทพ/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Jun 2023 01:36:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>วัดตำบลสุเทพ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลสุเทพ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 May 2017 16:28:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาเจ้าศรีวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่</span></h2>

<p><b>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร</b> (คำเมือง: <span lang="nod" xml:lang="nod"><img decoding="async" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/3d/LN-Wat_Phra_That_Doi_Suthep.png/180px-LN-Wat_Phra_That_Doi_Suthep.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/3d/LN-Wat_Phra_That_Doi_Suthep.png/270px-LN-Wat_Phra_That_Doi_Suthep.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/3d/LN-Wat_Phra_That_Doi_Suthep.png/360px-LN-Wat_Phra_That_Doi_Suthep.png 2x" alt="LN-Wat Phra That Doi Suthep.png" width="180" height="26" data-file-width="841" data-file-height="122" /></span>) พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดของ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">จังหวัดเชียงใหม่</a> ก่อสร้างตามแบบศิลปะล้านนา มีเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น ลานเจดีย์เป็นจุดชมทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ ทางขึ้นเป็นบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือพระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ)</p>
<h3> ประวัติวัดดอยสุเทพ</h3>
<p>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 สร้างมาแล้ว [age year=&#8221;1929&#8243;] ปี ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปี มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ มันก็ร้องสามครั้ง พร้อมกับทำประทักษิณสามรอบ แล้วล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามพุทธศาสนิกชนที่ไปนมัสการสวมรองเท้าใน บริเวณพระธาตุ และมิให้สตรีเข้าไปบริเวณนั้น ในปี พ.ศ. 2081 สมัยพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์องค์ที่ 12 ได้โปรดฯให้เสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 6 วา สูง 11 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ และต่อมาเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสได้ทรงให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2100 พระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูนได้สร้างบันไดนาคหลวงทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้ประชาชนขึ้นไปสักการะได้สะดวกขึ้น และกระทั่งถึงสมัย<span style="color: #ff9900;"><strong><a style="color: #ff9900;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ครูบาศรีวิชัย</a></strong></span> ท่านได้สร้างถนนขึ้นไป โดยถนนที่สร้างนี้มีความยาวถึง 11.53 กิโลเมตร<br />
การประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน</p>
<p>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ได้รับการประกาศเป็นโบราณสถานสำหรับชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 0ง วันที่ 8 มีนาคม 2478 พร้อมกับวัดอีกหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่</p>
<h3>วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร</h3>
<p style="text-align: left;">พระธาตุประจำปีเกิดปีมะแม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ของนครเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1927 มีบันไดนาคทอดยาวขึ้นไปสู่วัด 306 ขั้นภายใน วัดเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ ทรงมอญ ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าบรรจุอยู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพมีชื่อ เต็มว่า “วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นปูชนียสถานที่ แสดงออกถึงศิลปกรรมล้านนาไทยที่สำคัญ คู่เมืองเชียงใหม่ รอบองค์พระบรมธาตุ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการ ได้แก่</p>
<p style="text-align: left;">1. ฉัตร 4 มุม ทำด้วยทองเหลือง สร้างโดยพระเจ้ากาวิละ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2348 มีความ หมายว่า ฉัตรเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ซึ่งแสดงให้ถึงความสงบร่มเย็นที่ได้รับอิทธิพล มาจาก พระพุทธ ศาสนาที่แผ่ไปในทั้ง 4 ทิศ</p>
<p style="text-align: left;">2. สัตติบัญชร หรือ รั้วหอก ที่อยู่รอบพระธาตุ ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์<br />
เมื่อภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แย่งพระบรมสารีริกธาตุของเมืองต่างๆ เพื่อนำไปไว้บูชาประจำเมือง โทณพราหมณ์จึงทำหน้าที่แบ่ง โดยให้ทหารถือหอกรอบล้อมพระบรมสารีริกธาตุไว้ เพื่อป้องกันการแย่งชิง จึงเป็นที่มาของรั้วหอกรอบพระบรมธาตุ</p>
<p style="text-align: left;">3. หอยอ ลักษณะเหมือนวิหารขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 ด้าน ของพระบรมธาตุ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มีความหมายถึงการบูชาหรือสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า (ยอคุณ)</p>
<p style="text-align: left;">4. หอท้าวโลกบาล ซึ่งเป็นหอยอดแหลมขนาดเล็ก ประจำอยู่ 4 มุมของพระบรมธาตุ หมายถึง ที่ประดิษฐาน<br />
ของท้าวโลกบาลทั้ง 4 ซึ่งเป็นเทพที่ปกปักรักษาสิ่งสำคัญต่างๆ 4 ทิศ ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ ได้แก่<br />
&#8211; ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณ มียักษ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทิศเหนือ<br />
&#8211; ท้าวธตรัฐ มีพวกคนธรรพ์เป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาทิศตะวันออก<br />
&#8211; ท้าววิรูฬปักข์ มีฝูงนาคเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศตะวันตก<br />
&#8211; ท้าววิรุฬหก มีอสูรเป็นบริวาร ทำหน้าที่รักษาด้านทิศใต้</p>
<p style="text-align: left;">5. ไหดอกบัว หรือ ปูรณะฆะฏะ (ปูรณะ แปลว่า เต็ม,สมบูรณ์, ฆฏะ แปลว่า หม้อ) แปลว่า หม้อที่แสดงถึงความ สมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนาในล้านนาไทย นอกจากนี้พระธาตุดอยสุเทพยัง เป็น จุดชมวิว ที่สามารถมองเมืองเชียงใหม่ได้เกือบทั้งเมืองโดยเฉพาะในยาม ค่ำคืนที่จะมองเห็นแสงไฟนับ หมื่นดวง ท่ามกลางความมืดของกาลเวลา เป็นภาพที่สวยงามน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง และและก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยว ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่กับทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ในเบื้องล่างเพื่อเก็บภาพไว้เป็น ความทรงจำอันน่าประทับใจไม่ว่า จะเป็นช่วงเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืน ที่นี่ก็สร้างความอิ่มใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนเป็นอย่างมาก</p>
<h4 style="text-align: left;">ประเพณีเดินขึ้นนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ</h4>
<p style="text-align: left;">กำหนดงาน<br />
วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6พระครูบาศรีวิชัยได้เปรียบการเดินทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ไว้ว่า เป็นเสมือนการเดินทาง ไปสู่การตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเปรียบเทียบ วัดพระธาตุดอยสุเทพ คือวัดอรหันตาลักษณะการเดินทาง จะเดินด้วยเท้า ถือประทีปธูปเทียนเป็นริ้วขบวน ประกอบด้วย พระสงฆ์เดิน นำหน้าสวดมนต์ และประชาชนเดิน ตามหลัง โดยเริ่มขบวนณ วัดศรีโสดา หรือบริเวณ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย แล้วเดินทางขึ้นไปนมัสการ วัดพระธาตุดอยสุเทพ หลังจากนั้นก็ บำเพ็ญศีล วิปัสสนา ทำบุญตักบาตร ในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วจึงเดินทางกลับ จึงถือว่าได้อานิสงส์แรงหรือ ได้ทำบุญมากนั่นเอง<br />
การเดินทางเข้าชมพระธาตุดอยสุเทพมี 2 ทาง คือ<br />
&#8211; บันใดนาค เป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของวัดพระธาตุดอยสุเทพ มีความงดงามทางด้านศิลปะที่ทรงคุณค่า และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวผู้มานมัสการพระบรมธาตุ มักจะต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่ด้าน ของ บันใดนาคซึ่งมีทัศนียภาพงดงามและมีเสน่ห์เมื่อมองขึ้นไปตามขั้นใด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนครั้งแรกมัก จะเดินขึ้น-ลง ลงบันใดนาคเสมอสามารถเดินทางขึ้น-ลง ได้ตลอดทั้งวัน แต่จะมีการตั้งด่านตรวจของอุทยานฯ ตั้งแต่เวลา 20.00 &#8211; 06.00 น.<br />
&#8211; รถรางไฟฟัาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 &#8211; 18.00 น. ในราคาขึ้น-ลง คนละ 20 บาท(สำหรับคนไทย) และ 50<br />
บาท (สำหรับชาวต่างชาติ) หากเดินทางไปหลังเวลา 18.00 น. ต้องขึ้นทางบันไดเท่านั้นพระธาตุเท่านั้น ข้อมูล เพิ่มเติม http://www.doisuthep.com</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d4363.627774017977!2d98.91840131751128!3d18.803529358107326!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0xa218873844929242!2z4Lin4Lix4LiU4Lie4Lij4Liw4LiY4Liy4LiV4Li44LiU4Lit4Lii4Liq4Li44LmA4LiX4LieIOC4rS7guYDguKHguLfguK3guIcg4LiILuC5gOC4iuC4teC4ouC4h-C5g-C4q-C4oeC5iA!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1495643628886" width="300" height="600" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sth!2sth!4v1495643680614!6m8!1m7!1sFBTehxdvWg5mOsd6Grx9iA!2m2!1d18.80440069111946!2d98.91988301803082!3f7.148745156175551!4f-4.6532329483321035!5f0.7820865974627469" width="300" height="600" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดป่าแดงมหาวิหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดป่าแดงมหาวิหารหรือรัตตนวนราม สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1974 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์:0-5327-8670 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1974</p>
<p>วัดป่าแดงมหาวิหารหรือรัตตนวนราม สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1974 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย ต่อมาพระมหาญาณคัมภีร์และคณะกลับจากการศึกษาพระพุทธศาสนาจากประเทศศรีลังกา พร้อมกับอัญเชิญพระไตรปิฎกและพระพุทธรูป โดยนำต้นโพธิ์ลังกามาปลูกในวัดนี้ด้วย ปี พ.ศ.1990 พระเจ้าติโลกราชได้ผนวชชั่วคราวที่วัดป่าแดง โดยมีพระมหามงคลเถรเป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอตุลสกัตยาธกรณเป็นกรรมวาจาจารย์ สิ้นราชวงศ์เม็งราย เชียงใหม่อยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ทำให้วัดป่าแดงมหาวิหารถูกทอดทิ้งจนชำรุดทรุดโทรม ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นและมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษามาจนถึงทุกวัน</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
พระครูธรรมธรธีรพงษ์ สิรินธโร</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 พระเจดีย์ (ในหมู่บ้าน) สร้างขึ้นเมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 20 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้แล้ว ในพระเจดีย์นี้เป็นที่บรรจุพระอัฐของพระเจ้าสามฝั่งแกนและพระราชเทวี พระเจ้าติโลกราชได้โปรดให้สร้างตรงที่ที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระเจ้าสามแกนและพระราชเทวีผู้ซึ่งเป็นพระบิดาและพระราชมารดาของพระองค์ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ.1995<br />
2 วิหารล้านนา วิหารล้านนาสร้างเมื่อ พ.ศ.2361 เป็นศิลปกรรมร่วมสมัย เป็น 1 ในจำนวน 10 หลังที่คงเหลืออยู่ ประตูสวยงามมาก มีพระประธานนามว่า “พระพุทธวิชิตชัยอดิสัยป่าแดงมิ่งมงคล” เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนจำลองมาจากพระเจ้าเก้าตื้อ วัดสวนดอก เชียงใหม่ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ประทานนามอันเป็นมงคล และมีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของล้านนาอีก 1 องค์ นามว่า “พระพุทธมณีศรีอุดม” ประดิษฐานในซุ้มโขง<br />
3 หอธรรม หอธรรมสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด เคยเป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับวัดป่าแดงมหาวิหาร ที่พระมหาญาณคัมภีร์และคณะนำมาจากประเทศศรีลังกา ครั้นเมื่อปี พ.ศ.2463 –2481 ครูบาศรีวิชัยมอบเงิน 100 รูปีแก่พระอธิการอิ่นแก้ว อรินโท (ครูบาอ่อง) อดีตเจ้าอาวาส เพื่อเป็นทุนบูรณะซ่อมแซม<br />
4 เจดีย์ เจดีย์ที่ติดกับหอธรรม ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าภายในบรรจุอัฐิอดีตเจ้าอาวาสไว้ ซึ่งก็ได้รับการซ่อมแซม ส่วนกำแพงแก้วได้รับการอนุรักษ์ไว้ก่อนที่จะผุพังไปตามกาลเวลา<br />
5 ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2543 องค์การบริหารส่วนตำบลสุเทพได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 500,000 บาทในการสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ และปรับภูมิทัศน์เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.212231695288!2d98.94754371536037!3d18.788692887253436!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a73873ffb49%3A0x896590961f9dc0af!2sWat+Pa+Daeng!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491829603235" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491829684653!6m8!1m7!1sQggTQWJqGmmyGUyKJMKzfg!2m2!1d18.78851251633871!2d98.9505749717141!3f244.7168558236789!4f4.785945419354491!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>[iggetimage type=&#8221;locations&#8221; tag=&#8221;3388436&#8243; limit=&#8221;5&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดป่าแดงมหาวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดผาลาด ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดผาลาด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดผาลาด สกทาคามี ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดผาลาดเดิมสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากือนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสี่ยงทายหาสถานที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ตามตำนานสร้างพระธาตุดอยสุเทพ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดผาลาด ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>วัดผาลาด สกทาคามี ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 101 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200</h2>
<p>วัดผาลาดเดิมสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากือนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสี่ยงทายหาสถานที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ตามตำนานสร้างพระธาตุดอยสุเทพ ช้างที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนั้น ได้เดินทางมุ่งตรงไปทางดอยอ้อยช้าง ทิศตะวันตกของเมือง พระเจ้ากือนาพร้อมทั้งพญาลิไทยจากเมืองสุโขทัย และเหล่าเสนาอำมาตย์ ก็แห่ฆ้อง กลอง ตามหลังช้างไป เมื่อไปถึงยอดดอยแห่งหนึ่งช้างก็หยุดและย่อเข่าลง พระเจ้ากือนาพร้อมทั้งบริวารต่างเห็นพ้องกันว่าควรประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ณ ที่นั้น ขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น ช้างก็ลุกขึ้นเดิน และหยุดย่อเข่าลงอีก (ภาษาเหนือเรียกอาการของช้างว่า ยอบลง ) ทำกิริยาอย่างนี้ 3 ครั้ง แล้วเดินต่อไปถึงผาลาดหรือห้วยผีบ้า (เรียกตามชื่อพระมหาเถรจันทร์ฯ อ่านรายละเอียดในประวัติวัดอุโมงค์ ) ข้างธารน้ำตกมีที่ราบเป็นบริเวณกว้าง จึงหยุดพักอยู่ชั่วระยะหนึ่งแล้วเดินทางต่อไปจนกระทั่งถึงดอยอ้อยช้าง และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ญ สถานที่นั้น คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพในปัจจุบัน</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระสวัสดิ์<br />
2.พระพรหมศักดิ์ เดชะธัมโม<br />
3.พระซันเตอ<br />
4.พระมหาสง่า ธีรสังวโร (เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน)</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 วิหาร สร้างขึ้นในสมัยครูบาศรีวิชัยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ โดยเลี่ยงจากฐานวิหารเดิมมาทางทิศใต้ เพื่อไม่ให้ฐานซ้อนที่กัน โดยมีสล่า (ช่าง)เป็นชาวพม่า ซึ่งล้วนเป็นลูกศิษย์ของครูบาเทิ้ม วัดแสนฝาง และครูบาสิทธิ วัดท่าสะต๋อย ( ดูจากหลักฐานชื่อที่ติดอยู่ที่เสาวิหาร ) ด้านหน้าบันวิหารแกะสลักเป็นรูปนกยูงสัญลักษณ์ของพม่า ส่วนด้านหลังแกะเป็นรูปกระต่าย อันเป็นปีเกิดของครูบาเทิ้ม ปัจจุบันป้านลม ช่อฟ้าหักลงมาเกือบหมด หลังคาก็ผุพังชำรุดหลายแห่ง เมื่อฝนตกจะเกิดการรั่วซึมเกือบทั้งหลัง<br />
2 เจดีย์ เป็นศิลปะสมัยครูบาศรีวิชัยเช่นเดียวกัน แต่สร้างโดยช่างชาวพม่า กลุ่มเดียวกับที่สร้างวิหารงานจึงออกมาเป็นศิลปะแบบพม่า สันนิษฐานว่ารูปทรงน่าจะคล้ายกันกับ วัดมหาวัน ถนนท่าแพร เชียงใหม่ แต่สภาพปัจจุบันถูกขุดเจาะเอาของไปตั้งแต่สมัยสงครามโลก และสมัยหลังสงคราม จนเป็นเหตุให้ยอดเจดีย์พังลงมา องค์เจดีย์เป็นรูใหญ่<br />
3 บ่อน้ำ บ้างบอกว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ จากการสังเกตทำให้ทราบว่ามีการสร้างทับขึ้นหลายครั้ง จึงสันนิษฐานว่า ครั้งที่หนึ่งสร้างขึ้นโดยชาวสุโขทัยที่ติดตามงานบุญอัญเชิญพระธาตุร่วมกับพระเจ้ากือนา เพื่อเอาน้ำไว้กิน อาบ เป็นวิธีการกรองน้ำอย่างหนึ่งของคนโบราณ จะได้ไม่ต้องใช้น้ำจากลำห้วยโดยตรง ครั้งที่สองน่าจะเป็นสมัยที่พม่าครองเมืองเชียงใหม่ (ดูจากอิฐที่ปากบ่อน้ำ) และครั้งที่สามสมัยครูบาศรีวิชัย การสร้างมณฑปครอบบ่อน้ำนี้เป็นประเพณีที่นิยมทำกันในถิ่นชาวไทยใหญ่ และทางภาคเหนือของพม่า<br />
4 พระพุทธรูปหน้าผา เดิมเป็นหอพระพุทธรูปที่สวยงามมาก คุณบุญเสริมถ่ายภาพไว้ เป็นวิหารสี่เหลี่ยมตามแนวผา ศิลปะร่วมสมัย มีผู้เล่าว่าสมัยก่อนพระที่อยู่ตรงหน้าผาเป็นพระแบบเชียงแสน และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์องค์หนึ่งเรียกว่าพระไล่กา (เหตุที่ใช้ชื่อเช่นนี้เพราะว่า คนโบราณลงอาคมไว้เพื่อไม่ให้กา ที่เชื่อกันว่าเป็นสัตย์แจ้งเหตุร้าย และนิสัยไม่ดีไม่สามารถบินผ่านวัดขึ้นไปได้ เพราะพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว จึงได้ชื่อว่าพระไล่กา แม้ผู้คนที่ขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ หากนำอาหารติดตัวมา หากเป็นเนื้อไม่ว่าสุกหรือดิบจะไม่สามารถเอาผ่านวัดนี้ไปได้ มักจะมีอาการปวดหัว ปวดท้อง ) ภายหลังมีชาวไทยใหญ่หลบภัยสงครามมาอยู่ที่ถ้ำผาลาดนี้ จึงพากันสร้างพระพุทธรูปไว้สักการะ และป้องกันภัย<br />
5 วิหารพระเจ้ากือนา ปัจจุบันเห็นเพียงแต่แนวอิฐ อยู่ข้างลำธาร ตรงฐานพระประธาน ได้สร้างศาลาครอบเอาไว้ แต่ยังมองเห็นแนวแท่นพระอยู่<br />
6 วิหารวัดสามยอบ ปัจจุบันเห็นแต่เพียงเนินดินสูงจาพื้นประมาณ 1 เมตร กว้างประมาณ 20 คูณ40 เมตร มีอิฐกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ด้านหน้าของวิหารมีร่องรอยของสระน้ำอยู่ ในสมัยโบราณน่าจะมีทางน้ำไหลผ่านมาเข้าที่สระนั้น ซึ่งหากสามารถนำน้ำลงมา ณ ที่นั้นได้จะช่วยให้บริเวณของสามยอบ ม่อนภาวนา กลับชุ่มชื้น ต้นไม้ใบหญ้าจะสดชื่นขึ้นอีกมากมาย</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d8983.11160429252!2d98.93367621820448!3d18.80113128371752!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a1a20f4a0eb%3A0x5def9b5b34bb6888!2sWat+Sakithaka+(Pha+Lat)!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491828702941" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491828691458!6m8!1m7!1sfeeRO42-cRBxsCKkU3B4Bg!2m2!1d18.80113128371752!2d98.93367621820448!3f124.50239643848694!4f-2.3761041065341573!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94&#8243; limit=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;locations&#8221; tag=&#8221;1306582016054465&#8243; limit=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดผาลาด ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดฝายหิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดฝายหิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดฝายหินเป็นวัดโบราณ เคยเป็นที่สถิตของพระอภัยสารทะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่รูปแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ และปฐมสังฆราชาแห่งล้านนาไทย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดฝายหิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดฝายหิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2206</p>
<p>วัดฝายหินเป็นวัดโบราณ เคยเป็นที่สถิตของพระอภัยสารทะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่รูปแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ และปฐมสังฆราชาแห่งล้านนาไทย มีพื้นที่ มีพื้นที่ติดต่อกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านทิศตะวันตก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับวัดฝายหินเข้าอยู่ในความอุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นมาและได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมในการพัฒนาวัดฝายหินมาโดยตลอด นอกจากนี้ วัดฝายหิน ยังเป็นศาสนาสถาน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ใช้ในการประกอบพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. ครูบามารวิชัย (อดีต &#8211; พ.ศ. 2398)<br />
2. พระอภัยสารทะ (2399- 2457)<br />
3. พระปลัดคำซาว อินทนนฺโท (2458- 2493)<br />
4. พระอธิการศรีมูล ญาณวโร (2494- 2509)<br />
5. ครูบาแดง (2510- 2519)<br />
6. พระศรีธรรมบัณฑิต (2520- 2530)<br />
7. พระอธิการสิงห์แก้ว (2530- 2532)<br />
8. พระมหาทองรัตน์ รตนวณฺโณ (2532- 2535)<br />
9. พระครูใบฏีกาสุรัตน์ ฐานิสฺสโร (2535- 2538)<br />
10. พระมหา ดร. ไสว เทวปุญฺโญ ปธ.4, PhD. (PHILOSOPHY) (2539- ปัจจุบัน)</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 รูปปั้นครูบามารวิชัย รูปปั้นของครูบามารวิชัย ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาแก่ผู้ที่มาวัด ทุกวันที่ 21 เมษายนของทุกปี จะมีการจัดให้สรงน้ำรูปปั้น ด้วยความเชื่อว่าเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต และในวันสงกรานต์ก็จะนำรูปปั้นของครูบามารวิชัยเข้าขบวนสรงน้ำ<br />
2 เจดีย์บรรจุอัฐิพระอภัยสารทะ สังฆปาโมกข์(ครูบาฝายหิน) ปฐมสังฆราชของล้านนาไทย เป็นพระมหาเถระผู้ทรงความรู้ในภาษาบาลี เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกและการปฏิบัติทั้งในฝ่ายสมถกัมมัฎฐาน เป็นเจ้าอาวาสวัดฝายหินองค์ที่ 2 เคยดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.0035578597067!2d98.94446911536048!3d18.797994787248008!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a6cd2dfe3d9%3A0x8354ee6ed73d615e!2sWat+Fai+Hin!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491827384287" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491827413168!6m8!1m7!1sd9xnroMuQ9MORHrQzUN5Tg!2m2!1d18.79693260084961!2d98.94670447598395!3f350.8733937117571!4f-4.246634510885656!5f1.6389752865088396" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>[iggetimage type=&#8221;locations&#8221; tag=&#8221;1682962958478432&#8243; limits=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99&#8243; limits=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดฝายหิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดร่ำเปิง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดร่ำเปิง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดร่ำเปิง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์วงศ์มังราย ครองเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 12 จ.ศ.804 มีพระราชโอรสอันประสูติจากพระมเหสีเพียงพระองค์เดียว คือ ท้าวศรีบุญเรือง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดร่ำเปิง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>วัดร่ำเปิง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 1 ถนนคันคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์:053-287-620, 053-810-197 โทรสาร: 053-810-197 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2035</h2>
<p>พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์วงศ์มังราย ครองเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 12 จ.ศ.804 มีพระราชโอรสอันประสูติจากพระมเหสีเพียงพระองค์เดียว คือ ท้าวศรีบุญเรือง เมื่อท้าวศรีบุญเรืองพระชนม์ได้ 20 พรรษา มีคนเพ็ดทูลพระเจ้าติโลกราชว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการจะคิดก่อกบฏ ทำให้ทรงคลางแคลงพระทัยจึงโปรดให้ไปครองเมืองเชียงแสนและเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านในขณะนั้น ณ เมืองเชียงรายนี้เอง ได้เป็นที่ประสูติของพระเจ้ายอดเชียงราย และโดยเหตุที่ประสูติบนยอดเขาสูงในเชียงราย(ยอดดอกบัว) ท้าวศรีบุญเรืองจึงประทานนามพระโอรสว่า”ยอดเชียงราย” ต่อมา พระเจ้าติโลกราชถูกเพ็ดทูลจากนางหอมุข พระสนมเอกว่า ท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการก่อกบฏอีก จึงมีกระแสรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระราชโอรสเสีย และหลังจากนั้นทรงโปรดให้ราชนัดดา คือ พระเจ้ายอดเชียงราย ครองเมืองชียงรายสืบต่อมา ครั้นถึงพ.ศ.2030 พระเจ้าติโลกราชเสด็จสวรรคต ราษฎรได้พร้อมใจกันอัญเชิญพระเจ้ายอดเชียงรายขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่จัดการบ้านเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทรงดำเนินการสอบสวนหาผู้ที่เป็นต้นเหตุยุแหย่ให้ท้าวศรีบุญเรือง พระราชบิดาต้องสิ้นพระชนม์ จนทำให้พระราชมารดาของพระองค์ทรงตรอมพระทัย ถึงกับเสียสติ พระองค์ทรงกำหนดโทษให้ประหารชีวิตแก่ผู้ที่เป็นต้นเหตุ แต่โดยที่พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ภายหลังที่ได้สั่งให้สำเร็จโทษผู้กระทำผิดไปแล้ว ทรงเกรงจะเป็นเวรกรรม จึงทรงดำริที่จะหาทางผ่อนคลายมิให้เป็นบาปกรรมต่อกันสืบไป ครั้งนั้นมีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาจากต่างเมือง ได้ปักกลดอยู่ที่เชิงดอยคำ ตำบลสุเทพ ที่ตั้งของวัดร่ำเปิงในปัจจุบันนี้ ได้ทูลพระเจ้ายอดเชียงรายว่าว่า ณ ต้นมะเดื่อไม่ห่างจากที่ท่านปักกลดอยู่เท่าใดนัก ได้มีรัศมีพวยพุ่งขึ้นมาในยามราตรี สงสัยว่าจะมีพระธาตุประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง พระเจ้ายอดเชียงรายจึงทรงช้างพระที่นั่ง อธิษฐานเสี่ยงทายว่า ถ้ามีพระบรมธาตุฝังอยู่จริงและพระองค์จะได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบต่อไปแล้ว ก็ขอให้ช้างพระที่นั่งไปหยุด ณ ที่ที่มีพระบรมธาตุฝังอยู่ ทรงอธิษฐานแล้วก็ทรงช้างเสด็จไป ช้างนั้นก็ได้พาพระองค์มาหยุดอยู่ใต้ต้นมะเดื่อ พระองค์จึงให้ขุดรอบๆต้นมะเดื่อนั้น ก็ทรงพบพระบรมธาตุพระเขี้ยวแก้วบรรจุอยุ่ในผอบดินแบบเชียงแสน พระองค์จึงทำพิธีสมโภชและอธิษฐานขอให้เห็นอภินิหารของพระบรมสารีริกธาตุนั้น จากนั้นจึงบรรจุลงในผอบทอง แล้วนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น พระองค์ได้จารึกประวัติการสร้างวัดนี้ลงในศิลาจารึกซึ่งเรียกว่า”ศิลาฝักขาม”(ตัวหนังสือฝักขาม) ดังมีใจความว่า “สองพันสามสิบห้าปีจุลศักราช ได้แปดร้อยห้าสิบสี่ตัวในปีเต๋าใจ๋(เหนือ) เดือนวิสาขะไทยว่าเดือนเจ็ดออก(ขึ้น) สามค่ำวันศุกร์ไทย ได้ฤกษ์อันถ้วนสอง ได้โยคขื่ออายูสมะ ยามกลองงาย แล้สองลูกนาที” ซึ่งแปลเป็นภาษาปัจจุบันว่า”วันศุกร์ขึ้นสามค่ำ เดือนเจ็ด ปีชวด พุทธศักราชสองพันสามสิบห้าปี เวลา 08.20 น. ได้ฤกษ์ภรณี (ดาวงอนไถ) ได้โยคมหาอุจจ์” คือการก่อสร้างวัดได้ส่วนกันทั้งทางฝ่ายพุทธจักรและอาณาจักร โดยพระองค์ได้ทรงมีพระราชบัญชาให้พระมเหสีชื่อ พระนางอะตะปาเทวี เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระครูพิพัฒน์คณาภิบาล (ทอง สิริมงคโล) พ.ศ.2538(รักษาการเจ้าอาวาสวัดร่ำเปิง) พ.ศ.2531 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดร่ำเปิง<br />
2. พระปลัดสุพันธ์อาจิณณสีโล หรือพระครูธรรมธรสุพันธ์ อาจิณณสีโล พ.ศ.2539 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดร่ำเปิง</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 1. พระบรมธาตุเจดีย์ ในพงศาวดารโยนก และชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่าพระยอดเชียงรายโปรดให้สร้างวัดตโปทาราม ในปี พ.ศ.2035(ในชินกาลมาลีปกรณ์ ว่าวัดตโปทาราม คือวัดป่าตาลมหาวิหาร) พร้อมสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่ขุดพบได้ใต้ต้นมะเดื่อ ในบริเวณวัด ลักษณะรูปแบบศิลปกรรมของเจดีย์เป็นทรงกลม ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานแปดเหลี่ยม 1 ชั้น ฐานกลม 1 ชั้น แล้วขึ้นมาเป็นชั้นบัวหงายคั่นด้วยลูกแก้วก่อนถึงชั้นกลมอีก 3 ชั้น แต่ละชั้นจะมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปโดยรอบจำนวน 8 องค์ ส่วนยอดเป็นองค์ระฆัง ส่วนที่ควรจะเป็นปล้องไฉน ทำเป็นดอกบัวตูม เจดีย์สูงประมาณ 23 เมตร กว้าง 12.20&#215;12.40 เมตร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานวัดร่ำเปิง ตามประกาศของกรมศิลปากร ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 ประกาศ ณ วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2523<br />
2 2. พระพุทธรูปหลวงพ่อตโป เป็นพระประธานในพระวิหาร สร้างสมัยพระเจ้ายอดเชียงราย พ.ศ. 2035 เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมริด ฝีมือช่างล้านนา และสุโขทัย ปางพิชิตมาร หน้าตักกว้าง 59 เซนติเมตร สูง 82 เซนติเมตร ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พระวิหารเดิมเกิดชำรุดทรุดโทรมจนใช้การไม่ได้ คณะสงฆ์จังหวัดได้ประชุมตกลงกันให้อัญเชิญพระประธาน ไปประดิษฐานไว้ ณ ด้านหลังพระวิหารวัดพระสิงห์ และทำการก่อสร้างขึ้นใหม่เมื่อพ.ศ.2515 ท่านพระครูพิพัฒน์คณาภิบาล(ทอง สิริมงคโล) รักษาการเจ้าอาวาส ขณะนั้นได้อาราธนาหลวงพ่อตโป จากวัดพระสิงห์กลับสู่พระวิหารร่ำเปิง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2518<br />
3 3. พระพุทธรูปหลวงพ่อศรีอโยธยา เป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ มีอายุประมาณ 700-800 ปี หล่อด้วยศิลา ขนาดหน้าตกกว้าง 30 นิ้ว สูง47 นิ้ว โดยจ.ส.ต. ประยุทธ ไตรเพียร และคณะได้นำมาถวายไว้เป็นสมบัติของวัดร่ำเปิง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2518</p>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.5191467996324!2d98.94671071536015!3d18.775003687261382!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3099c0372025%3A0xdf5440ca7bbbb60e!2sWat+Ram+Poeng+(Tapotaram)!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491827029494" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491827061288!6m8!1m7!1suGfSi2eQkJlo8sWmPsLcSw!2m2!1d18.77454460563278!2d98.94915133016889!3f278.83088292426544!4f-4.624285748300252!5f0.7820865974627469" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>[iggetimage type=&#8221;locations&#8221; tag=&#8221;1026297240&#8243; limits=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%87&#8243; limits=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดร่ำเปิง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดใหม่ห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดใหม่ห้วยทราย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดใหม่ห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หมู่บ้านห้วยทราย(ใหม่) เป็นชุมชนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในเขตความรับผิดชอบของตำบล สุเทพ ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แถบนี้จะเป็นชุมชนเล็กๆที่มีอาณาเขตติดกับป่าเสื่อมโทรม</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดใหม่ห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดใหม่ห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ถนนถนนเลียบคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200</p>
<p>หมู่บ้านห้วยทราย(ใหม่) เป็นชุมชนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในเขตความรับผิดชอบของตำบล สุเทพ ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แถบนี้จะเป็นชุมชนเล็กๆที่มีอาณาเขตติดกับป่าเสื่อมโทรม ในระยะเริ่มแรกผู้คนที่อยู่อาศัยบางส่วนจะเป็นคนในพื้นที่ดั้งเดิม แต่เนื่องจากระยะทางระหว่างหมู่บ้านห้วยทรายกับตัวเมืองอยู่ห่างกันไม่มากนัก การเดินทางสะดวกจึงมีผู้คนจากถิ่นอื่นเริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ป่าที่เสื่อมสภาพแล้ว และขยายจำนวนสมาชิกของหมู่บ้านเพิ่มออกไป กลายเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สถานที่ตั้งของวัดใหม่ห้วยทราย แต่เดิมจึงมีสภาพเป็นเนินหลังเต่าที่มีป่าไม้ปกคลุมอยู่บ้าง ต่อมานายอ้าย เปียวะชา ได้มาจับจองเป็นเจ้าของ และได้มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายดี วรรณชัยสม ในเวลาต่อมา ดังได้กล่าวแต่ต้นแล้วว่า วัดเป็นสิ่งผูกพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวพุทธ ดังนั้นเมื่อชุมชนเริ่มใหญ่ขึ้น การจะประกอบศาสนากิจ และความต้องการสถานที่ซึ่งจะเป็นเสมือนการแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้คนในชุมชนซึ่งมาจากที่ต่างๆกัน ตลอดถึง ความต้องการหลักที่มั่นคงในการอยู่ร่วมกันโดยมีวัด และพระเป็นเครื่องเชื่อมโยง นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในพระพุทธศาสนาของคนในท้องถิ่น โดยการนำของนายแดง มูลนันตา ผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น จึงได้ร่วมกันกับชาวบ้านในชุมชนขณะนั้น ซึ่งมีอยู่ประมาณ100 ครอบครัว พิจารณาถึงความจำเป็นในการที่จะมีสถานที่สำหรับประกอบกิจทางศาสนาและมีความเห็นพ้องต้องกันในการที่จะสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้าน และได้รับบริจาคที่ดินแปลงดังกล่าวจากนาย ดี วรรณสม เพื่อสร้างวัดไว้เป็น ศาสนสมบัติต่อไป หลังจากนั้น ผู้คนในหมู่บ้านจึงได้ช่วยกันแผ้วถาง และระดมกำลังกาย กำลังสมองและกำลังทรัพย์จากความศรัทธาของผู้คนในหมู่บ้านและพุทธศาสนิกชนในละแวกใกล้เคียง ร่วมกันสร้างจนสำเร็จขึ้นได้ เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2512 ตรงกับเดือน 4 เหนือ แรม 8 ค่ำ วันศุกร์ จุลศักราชได้ 1331 และต่อมา ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2538</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
พระอธิการบุญเป็ง ปิยะธรรมโม</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.7994734660315!2d98.94041721535996!3d18.762491987268465!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da30bf1fd09a15%3A0xa71418cb388f9fd8!2sWat+Mai+Huai+Sai!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491838621201" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491838706119!6m8!1m7!1szV0X7HS3x5NnbkEt6-eRsA!2m2!1d18.76233638616873!2d98.94324433777263!3f293.5136910058752!4f-0.9649545269036537!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดใหม่ห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม)]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตามประวัติศาสตร์บอกไว้ว่าเมื่อพระเจ้ามังรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ตกลงพระทัยที่จะสร้างเมืองใหม่ที่ป่าเลาคา ( ต้นเลาและต้นหญ้าคา ) ระหว่างแม่น้ำปิงกับดอยสุเทพแล้ว</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่   135 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1840 </p>
<p>ตามประวัติศาสตร์บอกไว้ว่าเมื่อพระเจ้ามังรายมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ตกลงพระทัยที่จะสร้างเมืองใหม่ที่ป่าเลาคา ( ต้นเลาและต้นหญ้าคา ) ระหว่างแม่น้ำปิงกับดอยสุเทพแล้ว ได้ทรงแต่งราชบุรุษถือพระราชสาส์นไปทูลเชิญพระสหายร่วมน้ำสาบานทั้งสองคือ พระเจ้ารามคำแหงมหาราช เจ้าผู้ครองนครสุโขทัย และพระเจ้างำเมือง เจ้าผู้ครองนครพะเยา มาปรึกษาการสร้างเมืองที่ เวียงเหล็ก ( ที่ตั้งวัดเชียงมั่นในปัจจุบัน ) หลังจากที่สามกษัตริย์ได้ตกลงกันว่า ควรสร้างราชธานีไม่ กว้าง 800 วา ยาว 1000 วา เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวจากจากตะวันออกไปสู่ตะวันตก ทั้งสามกษัตริย์พร้อมใจกันตั้งนามเมืองใหม่ว่า “เมืองนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ ” หลังจากสร้างราชธานีเรียบร้อยแล้ว พระเจ้ามังรายมหาราชได้ทรงสร้างวัดสร้างวัดสำคัญฝ่ายคามวาสี ( วัดสำหรับภิกษุที่ชอบอยู่ในเมือง เพื่อเรียนพุทธวจนะ ) ประจำเมืองทั้งสี่ทิศพร้อมทั้งวัดภายในพระราชวังด้วย และทรงสร้างวัดฝ่ายอรัญญวาสี ( วัดสำหรับภิกษุที่เรียนพุทธวจนะแล้ว ออกไปหาความสงบในป่า บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ) บริเวณชานพระนครขึ้นหลายวัด เช่น วัดเก้าถ้าน เป็นต้น พระเจ้ามังรายมหาราช ทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนาและพระภิกษุสามเณรทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญญวาสีด้วยปัจจัยสี่ ให้มีกำลังใจศึกษาและปฏิบัติธรรมวินัยตามความสามารถแห่งตนอย่างดียิ่งทั้งสองฝ่าย กาลต่อมาพระองค์ได้ทรงทราบว่า พระเจ้ารามคำแหงมหาราชพระสหายผู้ครองกรุงสุโขทัย ได้ส่งคนไปนิมนต์พระสงฆ์จากเมืองลังกา ที่มาอยู่เมืองนครศรีธรรมราช มาสั่งสอนพระพุทธศาสนา ทั้งฝ่ายปริยัติและฝ่ายปฏิบัติแก่ชาวเมืองสุโขทัยปรากฏเกียรติคุณว่า พระสงฆ์ลังกาแตกฉานพระไตรปิฎกเคร่งครัดในพระธรรมวินัยยิ่งกว่าพระไทยที่มีอยู่เดิม เกิดศรัทธาเลื่อมใส ประสงค์จะได้พระลังกามาเป็นหลักพระพุทธศาสนาในเมืองเชียงใหม่บ้าง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปขอพระสงฆ์ลังกา จากพระเจ้ารามคำแหงมหาราชมา 5 รูป เมื่อได้พระลังกา 5 รูป อันมีพระมหากัสสปะเถระ เป็นหัวหน้ามาสมพระประสงค์แล้ว เกิดลังเลพระทัยไม่ทราบว่าจะนำพระลังกานี้ไปอยู่วัดไหนดี จะนำไปอยู่กับพระไทยเดิมทั้งฝ่ายคามวาสีและ อรัญญวาสีก็เกรงว่าพระลังกาจะไม่สบายใจ เพราะระเบียบประเพณีในการประพฤติปฏิบัติอาจจะไม่เหมือนกัน ในที่สุดได้ตกลงพระทัยสร้างวัดฝ่ายอรัญญวาสีเฉพาะพระลังกาขึ้นวัดหนึ่งต่างหากที่บริเวณป่าไผ่ 11 กอ ( สถานที่ซึ่งเรียกว่าวัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรมทุกวันนี้ ) การสร้างวัดไผ่ 11 กอครั้งนั้น พระองค์ประสงค์จะสร้างเป็นอนุสรณ์ในการนำพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์มาประดิษฐานในลานนาไทยเป็นครั้งแรก จึงขอพระมหากัสสปะเถระเป็นผู้วางแผนผังวัดให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย และประเพณีอันดีงามของชาวพุทธจริง ๆ เมื่อพระมหากัสสปะวางแผนวัดออกเป็นสัดส่วนโดยจัดเป็นเขตพุทธาวาส ( สถานที่เกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า เช่น พระเจดีย์ พระอุโบสถ ) และสังฆวาส ( สถานที่เกี่ยวกับพระสงฆ์ เช่น ศาลาแสดงธรรม กุฏิพระโรงฉัน ) เรียบร้อยแล้วพระเจ้ามังรายมหาราชได้เป็นผู้อำนวยการสร้างวัดใหม่ตามแผนผังนั้น โดยยึดเอาแบบอย่างการสร้างวัดของเมืองลังกาเป็นแบบฉบับ แม้พระเจดีย์ใหญ่อันเป็นหลักชัยของวัด ก็ทรงสร้างทรวดทรงแบพระเจดีย์ในเมืองลังกาทั้งหมด สร้างวัดเสร็จเรียบร้อยและทำการฉลองแล้ว ทรงขนานนามว่า “วัดเวฬุกัฏฐาราม” ( วัดไผ่ 11 กอ ) ต่อมาพระพุทธศาสนาในเชียงใหม่ก็เสื่อมลงเรื่อย ๆ เนื่องจากการรบพุ่งชิงราชบัลลังค์ระหว่างเชื่อพระวงศ์และเริ่มมีการฟื้นฟูในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชโดยพระองค์ทรงบูรณะวัดเวฬุกัฏฐาราม ซึ่งพระเจ้ามังรายทรงสร้างไว้ การบูรณะครั้งนี้ทรงทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งการพอกปูนซ่อมแซมใหม่ทับของเก่า ได้ทรงรักษาทรวดทรงเดอมไว้ทั้งหมด ส่วนรูปภาพสีน้ำที่เขียนไว้ในอุโมงค์ใต้ฐานพระเจดีย์ นั้นคงจะเขียนในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชเป็นแน่ เพราะศิลปะเหมือนกับรูปภาพสีน้ำอุโมค์ด้านเหนือพระเจดีย์ที่พระเจ้ากือนาทรงสร้างใหม่ เมื่อทรงบูรณะพระเจดีย์ใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้วพระองค์ได้ทรงสร้างอุโมงค์ใหญ่ ถัดฐานพระเจดีย์ด้านเหนือขึ้นหนึ่งอุโมงค์ อุโมงค์ที่ทรงสร้างนี้ใหญ่และสวยงามมากมีทางเดินเข้าออกได้ 4 ช่อง แต่ละช่องเดินติดต่อกันได้ทั่วถึงข้างฝาผนังด้านในอุโมงค์เจาะช่องสำหรับตามประทีปให้เกิดแสงสว่างไว้เป็นระยะ สะดวกแก่พระเดินจงกรม และภาวนาอยู่ข้างใน เพตานอุโมงค์เขียนภาพต่าง ๆ ด้วยสีน้ำมันทั้งสองช่อง ฝีมือการเขียนน่าจะเป็นช่างจีนผสมช่างไทย เมื่อสร้างอุโมงค์เสร็จและทำการฉลองแล้วได้ทรงขนานนามวัดใหม่ว่า “วัดอุโมงค์ ” ชื่อวัดอุโมงค์จึงปรากฏตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เหตุที่พระเจ้ากือนาธรรมิกราช ทรงสร้างอุโมงค์ใหญ่โตสวยงาม ละเอียดประณีตเป็นพิเศษ เกิดมาจากพระองค์ทรงศรัทธาในมหาเถระชาวลานนา ผู้แตกฉานพระไตรปิฎก มีปฏิภาณโต้ตอบปัญหาอยู่เป็นเยี่ยมรูปหนึ่ง พระมหาเถระรูปนั้นมีชื่อว่าพระมหาเถรจันทร์ หลังจากพระเจ้ากือนาธรรมิกราชสวรรคตปี พ. ศ. 1931 แล้วพระราชโอรส ( พระเจ้าแสนเมืองมา พ. ศ . 1931 -1954 ) ผู้มั่นคงในพระพุทธศาสนาเหมือนพระราชบิดา ได้ทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนาและภิกษุสามเณรด้วยปัจจัยสี่ให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เรื่อยๆ ครั้งถึงพระเจ้าสามฝั่งแกน ( พ.ศ. 1954 -1985 ) การศาสนาก็เริ่มทรุดลงอีกเพราะกษัตริย์พระองค์นี้มัวเมาในวิชาไสยศาสตร์ทรงเจ้าเข้าผี ถึงสมัย พระเจ้าติโลกราช ( พ. ศ . 1985 – 2030 ) รัชกาลที่ 12 พุทธศาสนาในลานนาไทยได้กลับเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ถึงกับได้ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ให้จัดทำสังคายนาครั้งที่ 8 ขึ้นที่วัดเจ็ดยอด เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตแล้ว พระพุทธศาสนาก็เสื่อมลงเรื่อย ๆ เพราะบ้านเมืองต้องทำศึกสงครามกับเมืองอื่นอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่นั้นมาวัดอุโมงค์เถรจันทร์ก็ถูกทอดทิ้งให้เป็นวัดร้างอยู่กลางป่าลึก โดยไม่มีใครเอาใจใส่ วัดอุโมงค์จะถูกทอดทิ้งมาตั้งแต่ครั้งใดสืบได้ไม่ชัด ส่วนการขุดค้นทำลายพระเจดีย์เอาของมีค่าไปนั้น สันนิษฐานว่าคงเกิดขึ้นเมื่อ 80 -90 ปีมานี้เอง ( ราว พ .ศ.2450 ) ขณะที่ชาวพุทธนิคมมาเริ่มถางที่นั้น บริเวณวัดอุโมงค์มีป่าปกคลุมหนาแน่นมาก เมื่อจัดการแผ้วถางพอปลูกที่อยู่ได้แล้ว ก็ได้ปลูกกุฏิเล็กๆ 3 หลัง ให้พระสงฆ์พักจำพรรษา 3 รูป เมื่อต้นฤดูร้อน พ. ศ. 2490 ต่อจากนั้นมาก็ยึดเอาสถานที่นี้เป็นที่อยู่ประจำการทำงาน หลังจากจัดสวนพุทธธรรมให้เป็นที่อยู่ของภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา แล้ว วัดอุโมงค์ก็เข้ารวมอยู่ในสวนพุทธธรรม </p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระศรีธรรมนิเทศน์ พ. ศ . 2512 – 2520<br />
2. พระครูสุคันธศีล พ. ศ . 2520 – ปัจจุบัน </p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 		สร้างในสมัยพระเจ้ามังรายแต่ของเดิมมีขนาดย่อมกว่านี้ ที่ใหญ่ขึ้นยังไม่เก่ามากนัก และมองเห็นลวดลายสวยงามชัดเจน เป็นเพราะพระเจ้ากือนาธรรมิกราชรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์มังรายทรงบูรณะขึ้นใหม่ด้วยการพอกปูนทับของเก่าพร้อมกับสร้างอุโมงค์ให้พระมหาเถรจันทร์อยู่ระหว่าง พ. ศ . 1910 -1930 โดยพระอุโมงค์นี้มีทางเดินเข้าออกได้ 4 ช่อง แต่ละช่องเดินติดต่อกันได้ทั่วถึงข้างฝาผนังด้านในอุโมงค์เจาะช่องสำหรับตามประทีปให้เกิดแสงสว่างไว้เป็นระยะ เพดานอุโมงค์เขียนภาพต่าง ๆด้วยสีน้ำมันไว้ตลอดทั้ง 2 ช่อง ฝีมือที่เขียนดูจะเป็นช่างจีนผสมช่างไทย ต่อมาเมื่อวัดอุโมงค์ถูกทอดทิ้ง คนแก่บางคนในหมู่บ้านอุโมงค์ ตีนดอยที่มีชีวิตอยู่เล่าว่า ในปีที่ผู้ร้ายช่วยกันเจาะทำลายพระเจดีย์ได้สำเร็จจนพบกรุบรรจุทรัพย์สมบัติ ในฐานเจดีย์อันทำด้วยแผ่นหินอย่างแข็งแรงมั่นคงนั้น เขาได้ขนเอาพระพุทธรูปทอง เงิน นาก และทองรูปพรรณอื่น ๆ ไป เช่น เชี่ยนหมากทองคำ ขันทอง เขารื้อขนออกมาทรัพย์สมบัติมารจนถึงขนาดยกกันไป ตั้งเตาหลอมกันบนเขา ทำกันอยู่เป็นแรมเดือน บางคนก็นำไปซุกซ่อน ฝังดินไว้ จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็ยังมีพวกรถยนต์ขนดินขุดพบ เครื่องทองพระธาตุผังดินอยู่เอาไปแบ่งกัน เล่าว่าในสมัยขุดพระธาตุคนที่กลัวบาปมากถึงกับไม่กล้ารับซื้อทองกัน เพราะเกรงว่าจะเป็นทองที่ผู้ร้ายเอาไปจากวัดอุโมงค์ เมื่อพิจารณาตามคำเล่าลือต่อ ๆ กันมาดูก็น่าจะเป็นความจริงอยู่มาก ด้วยเหตุผลหลายประการเช่นในยุครัชสมัยของพระเจ้ากือนา เป็นสมัยที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง มากเป็นสมัยที่พระมหากษัตริย์เป็นผู้เลื่อมใสศรัทธาแก่กล้าทรงเป็นผู้นำของราษฎรในด้านการบุญการกุศล ทรงอุทิศเวลาเงินทองทุ่มเทในการก่อสร้างถาวรวัตถุ วัดวาในพระศาสนาและพากันเชื่อแน่อย่างมั่นคงในเรื่องการฝังทรัพย์ไว้ในพระศาสนาว่าเป็นมหากุศลอันสูงสุด เจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังกลม มีอิทธิพลจากศิลปะพม่าแบบพุกาม ต่อมาได้มีการบูรณะในสมัยพระเมืองแก้ว การบูรณะครั้งหลังสุดเป็นการปรับปรุงยอด ให้เป็นแบบศิลปะพม่ายุคหลัง ใต้องค์เจดีย์มีกรุ และภาพจิตรกรรมฝาผนังประดับเท่าที่ปรากฏเหลืออยู่ เป็นภาพดอกไม้ใบไม้ และสัตว์ ซึ่งน่าจะมีอิทธิพลผสมกันระหว่างศิลปะพม่า แบบพุกาม และจีน สันนิษฐานว่าเป็นภาพเขียนประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 วัดอุโมงค์ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2478และกำหนดขอบเขต เมื่อปี พ.ศ. 2523 	</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.3322751376563!2d98.94900481536028!3d18.78333978725649!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a706f40689d%3A0xedef9aa39d595059!2sWat+Umong!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491837494100" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491837597857!6m8!1m7!1sG9ftHlYK5pU7P7zHFSfUMw!2m2!1d18.78378054269242!2d98.95370578946279!3f204.26300954745503!4f-11.098249098278757!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
