<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดตำบลฟ้าฮ่าม Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลฟ้าฮ่าม/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:05:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>วัดตำบลฟ้าฮ่าม Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลฟ้าฮ่าม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดขะจาว]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดขะจาวถูกสร้างขึ้นปีพุทธศักราช 2369 โดยนายยศ ผู้ซึ่งบริจาคที่ดินให้สร้างวัดและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2491</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ 148 ถนนฟ้าฮ่ามสามัคคี ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2369</p>
<p>วัดขะจาวถูกสร้างขึ้นปีพุทธศักราช 2369 โดยนายยศ ผู้ซึ่งบริจาคที่ดินให้สร้างวัดและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2491 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ส่วนผู้สร้างไม่ปรากฏอยู่ในหลักฐานทราบแต่ว่าเดิมเป็นที่ดินของ นายยศบริจาคให้กับวัดขะจาว เดิมสถานที่ตั้งวัดเป็นป่าชาวบ้านเรียกว่า ป่าขะจาวเป็นต้นไม้ยืนต้นชื่อว่าต้นขะจาว ต่อมาตั้งวัดก็เลยเรียกชื่อวัดตามชื่อต้นไม้ ชื่อว่า วัดขะจาวมาจนกระทั้งทุกวันนี้ เหตุที่วัดขะจาวถูกตั้งชื่อว่า “ขะจาว” สืบเนื่องมาจากในสมัยก่อนบริเวณรอบวัดมีต้นขะจาวจำนวนมากอยู่ภายในบริเวณวัดและรอบๆวัด จึงทำให้วัดนี้ถูกตั้งชื่อว่า “วัดขะจาว” แต่ในปัจจุบันต้นขะจาวถูกตัดทำลายไป จึงเหลือแค่เพียง 3 ต้นเท่านั้นซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัด ขะจาว 1 ต้น อยู่บริเวณหลังวัดขะจาว 1 ต้น และอยู่บริเวณหน้าตลาดขะจาวอีก 1 ต้นเท่านั้น ตลาด ขะจาวได้นี้อยู่ตรงกันข้ามกับทางเข้าของวัดขะจาวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ท่านเจ้าอาวาสเล็งเห็นความสำคัญของพันธุ์ไม้ที่เก่าแก่อย่างต้นขะจาวมากยิ่งขึ้น ท่านไม่อยากให้ต้น ขะจาวต้องสูญพันธุ์ไปเพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของหมู่บ้านขะจาว และนอกจากนี้ เปลือกของต้นขะจาวนั้นสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อนแก่สุนัขได้อีกด้วย ดังนั้น ท่านจึงได้ให้ชาวบ้านร่วมใจกันช่วยกันเพาะต้นกล้าของต้นขะจาว และขยายพันธุ์ต้นขะจาวเอาไว้ เพื่อให้รุ่นลูกหลานได้ตระหนักถึงคุณประโยชน์จากพันธุ์ไม้ชนิดนี้นานเท่านาน</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระอธิการดวงดี<br />
2. พระตา<br />
3. พระอธิการอินพร วิถี<br />
4. พระอธิการบุญทา<br />
5. พระอธิการทองคำ วิสูทฺธสีโล<br />
6. พระอธิการสนอง จันทสาโร<br />
7. พระพงษ์ศักดิ์ ปั๋นแก้ว<br />
8. พระโสภิณ<br />
9. พระปฐม<br />
10. พระครูยศ กลฺยาโณ<br />
11. พระบุญมี สุทะจิตโต 1<br />
2. พระทองสุข รัตนมโน 1<br />
3. พระมหาปัญญา เตชวโร 1<br />
4. พระศักดิ์ดา สิริคุตฺโต 1<br />
5. พระอธิการเหล ชยวํงโส 1<br />
6. พระสมบูรณ์ ชวนปัญโญ 1<br />
7. พระเศกศักดิ์ ธมฺมโชโต (ปัจจุบัน รักษาการเจ้าอาวาส) 1<br />
8. พระอธิการสุรพล ชยธมฺโม (เจ้าอาวาสปัจจุบัน)</p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 พระวิหาร วิหารวัดขะจาวสร้างใน พ.ศ. 2369 ส่วนผู้สร้างไม่ปรากฏอยู่ในหลักฐานมีพระอธิการดวงดี ไม่ทราบฉายาวัน-เดือน-ปี เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 1 ในสมัยนั้นต่อมาในปีเดือน พ.ศ. ไม่ทราบ ได้มีพระอธิการอินพร เจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ได้บูรณะขึ้นต่อมาในปี พ.ศ. 2522 – 2532 ได้มีพระครูยศ กลายาโณ เจ้าอาวาสรูปที่ 10 ได้ เข้ามาบูรณะวิหารหลังนี้ต่อ จนถึงทุกวันนี้ เป็นศิลปะแบบไทยล้านนาภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูป ๓ องค์ และได้มีการวาดภาพพุทธประวัติและมหาเวสสันดรชาดกบนฝาผนัง เพื่อให้สาธุชนรุ่นหลังได้เข้ามา กราบไหว้สักการะบูชาและศึกษาเรียนรู้ต่อไป<br />
2 พระเจดีย์ พระเจดีย์เป็นศิลปะแบบล้านนามีมาแต่สมัยโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2396 พร้อมกันกับ การสร้างวัดขะจาวในสมัยนั้นและได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน องค์พระเจดีย์ เพื่อให้ศรัทธาสาธุชน ได้ร่วมสักการะบูชา ในวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา สืบต่อไป<br />
3 พระอุโบสถ เจ้าอาวาสรูปที่ 1 พระอธิการดวงดี ได้ก่อสร้างไว้ในสมัยนั้น ต่อมาอุโบสถได้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาและต่อมาได้มีเจ้าอาวาสรูปที่ 13 พระอธิการทองสุข รตมนโน ได้บูรณะขึ้นมาใหม่ ใน พ.ศ. 2533 และได้มาสำเร็จ เสร็จสิ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 โดยเจ้าอาวาสรูปที่ 14 พระอธิการเหล่ ชยวงโส ต่อมาพระปลัดสุรพล ชยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดขะจาว ได้ดูแลพระอุโบสถ พ.ศ. 2545 มาจนถึงปัจจุบัน อุโบสถเป็นศิลปะแบบไทยล้านนา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2491 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.629394613291!2d99.00750531536066!3d18.814662487238397!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da2534f2e5b943%3A0x85cb02cddbfe80ab!2z4LmC4Lij4LiH4LmA4Lij4Li14Lii4LiZIOC4p-C4seC4lOC4guC4sOC4iOC4suC4pw!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491235202373" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491235463463!6m8!1m7!1s6KaA7vjYxsSl9r9GrxpryA!2m2!1d18.81466803458622!2d99.00384369108338!3f257.8610425626809!4f8.55346038841411!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดท่ากระดาษ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดท่ากระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดท่าพลูเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดท่ากระดาษ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากประวัติความเป็นมา วัดท่ากระดาษสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง แต่เดิมชื่อว่า ?วัดท่าพลูเหลือง? ต่อมาเปลี่ยนเป็น ?วัดท่ากระดาษ?</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดท่ากระดาษ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดท่ากระดาษ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ 38 ถนนฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์:053-247-393 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1934 </p>
<p>ประวัติความเป็นมาของวัดท่ากระดาษซึ่งกล่าวไว้ในตำนานเล่าสืบกันมาว่า เมื่อพระเจ้ากือนาธรรมิกราช กษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1943 (จุลศักราช 762 ปีชวด โทศก) บรรดาขุนนาง ข้าราชการและไพร่บ้านพลเมือง ได้อัญเชิญพ่อท้าวแสนเมืองมา ผู้เป็นพระราชโอรสขึ้นเสวยราชย์สืบต่อมา ก่อนที่จะมีพิธีราชาภิเษกขึ้นนั้น เจ้าท้ามหาพรหมผู้เป็นพระเจ้าอาว์ซึ่งครองเมืองเชียงราย คิดการกบฏยกกองทัพจากเมืองเชียงรายมาแย่งชิงราชสมบัติจากพระองค์ แต่ถูกกองทัพเชียงใหม่ภายใต้การนำของขุนพลแสนผานองโจมตีจนพ่ายและหนีไปอาศัยอยู่ที่เมืองวชิรปราการ (กำแพงเพชร) ต่อมาเจ้าท้าวมหาพรหม เกิดเรื่องกินใจกับเจ้าเมืองกำแพงเพชร จึงได้อพยพกลับมาเชียงใหม่ และขอพระราชทานอภัยโทษ พระเจ้าแสนเมืองมาก็โปรดพระราชทานอภัย แล้วให้ไปครองเมืองเชียงรายตามเดิม ในการกลับจากกำแพงเพชรครั้งนั้น เจ้าท้าวมหาพรหมอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาถวายพระเจ้าแสนเมืองมาด้วย พระพุทธสิหิงค์นั้น ตำนานสิงหนปฏิมา และชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวว่า สร้างที่เมืองอนุราชสิงหน ประเทศศรีลังกา และพ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้แต่งราชทูตไปขอ พระเจ้าแสนเมืองมานำพระพุทธสิหิงค์องค์นี้ไปประดิษฐาน ณ วัดเชียงพระ (วัดพระสิงห์) ต่อมาเจ้าท้าวมหาพรหม ได้ยืมพระพุทธสิหิงค์ไปเป็นแม่พิมพ์หล่อจำลอง ณ เมืองเชียงราย เมื่อจำลองสำเร็จแล้ว ได้อัญเชิญลงเรือกลับเชียงใหม่ทางลำน้ำ และมาขึ้นท่าที่สบฝางกุสะนคร (เมืองฝาง)แล้วอัญเชิญประดิษฐาน บนหลังช้างเดินทางต่อมาถึงเชียงดาว จากนั้น อัญเชิญลงเรือพายมาตามลำน้ำแม่ระมิงค์ (แม่น้ำปิง) มาถึงเชียงใหม่ ที่ท่าน้ำเหนือท่าเจดีย์งาม (หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ปัจจุบัน) ต่อมาท่าน้ำที่นำพระพุทธสิหิงค์ขึ้น ได้ชื่อว่า ท่าวังสิงห์คำ ขณะที่นำพระพุทธสิหิงค์มาถึงนั้นได้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นคือ ท้องฟ้าที่สว่างไสวกลับมืดครึ้มลงทันทีทันใด และแสงรัศมีจากองค์พระพุทะสิหิงค์พวยพุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลำแสงสีทองอร่ามตา มีความยาวประมาณสองพันวา ซึ่งต่อมาพระเจ้าแสนเมืองมาโปรดให้สร้างวัดขึ้น ณ ตำบลที่แสงรัศมีอันงดงามอร่ามตาของพระพุทธสิหิงค์ทอดไปถึง และตั้งชื่อวัดนั้นว่า วัดฟ้าฮ่าม (ฮ่าม แปลว่า อร่าม) ตำนานกล่าวต่อไปว่า เมื่อรัศมีอันอร่ามตาของพระพุทธสิหิงค์สิ้นสุดลง ณ วัดฟ้าฮ่าม ประกายของรัศมีซึ่งทอดลงบริเวณ วัดท่าพลู (วัดท่าปู) และ บ้านท่าพลู (บ้านท่าปู) ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นสีเหลืองอ่อนโดยทั่ว กระทั่งใบพลูที่ชาวบ้านปลูกกันไว้ทุกครัวเรือนก็กลับกลายสีไปด้วยคือ จากสีเขียวเป็นสีเหลืองเรื่อเรืองคล้ายพลูคำ (ใบพลูทอง) อย่างน่าอัศจรรย์ แต่นั้นมาชาวบ้านจึงเรียยกว่าวัดท่าพลู เป็น วัดท่าพลูเหลือง กาลต่อมากระแสน้ำปิงได้เปลี่ยนทางเดิน ทำให้สายน้ำไหลมาเซาะฝั่งทลายลง กระทั่งใกล้เขตวัดท่าพลูเหลือง ทุกขณะ ชาวบ้านเห็นว่าจะเกิดความเสียหายและเป็นอันตราย จึงพร้อมใจกันย้ายวัดไปตั้งทางทิศตะวันออก ห่างจากที่เดิมปราณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันสถานที่ตั้งเดิมของวัดท่าพลูเหลือง เป็นสวนลำไย โดยยังคงเหลือซากอิฐ และแนวกำแพงวัด ให้เห็นอยู่เป็นบางส่วน หลังจากย้ายวัดไปตั้งอยู่ที่ใหม่แล้ว ชาวบ้านยังคงใช้ประโยชน์ของท่าน้ำแห่งนั้นร่วมกัน พ่อค้าเรือแพหลายเผ่าพันธุ์ที่ล่องแพมาจะจอดแพเพื่อขนถ่ายสินค้าเป็นประจำ ต่อมามีการผลิตกระดาษสาในบริเวณ ท่าพลูเหลือง ชาวบ้านจึงเรียก ท่าพลูเหลือง เป็นท่ากระดาษ ทั้งนี้คงจะหมายถึงบริเวณว่าบริเวณนั้นมีการทำกระดาษสานั่นเอง วัดท่าพลูเหลือง จึงได้รับการขนานนามว่า วัดท่ากระดาษ ตามไปด้วย </p>
<p>จากประวัติความเป็นมา วัดท่ากระดาษสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง แต่เดิมชื่อว่า ?วัดท่าพลูเหลือง? ต่อมาเปลี่ยนเป็น ?วัดท่ากระดาษ? ตามอาชีพการทำกระดาษสาของชาวบ้านในละแวกนี้ แต่ทว่าในปัจจุบันไม่มีผู้ประกอบอาชีพทำกระดาษสาในชุมชนบริเวณนี้แล้ว</p>
<p>ในส่วนสิ่งที่น่าสนใจในวัด อย่างแรก คือพระวิหารสถาปัตยกรรมล้านนา เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หน้าบันแบ่งออกเป็นช่องตามลักษณะโครงสร้างม้าต่างไหม คล้ายกับฝาประกนของบ้านภาคกลาง แต่ละช่องประดับด้วยลายปูนปั้นรูปดอกบัวบนเกลียวคลื่น แต่งด้วยกระจกสี และมีสองช่องที่เป็นรูปงู ส่วนที่บันไดตรงราวด้านหน้า เป็นมกรคายนาคสามเศียร และราวบันไดด้านข้างพระวิหารเป็นรูปเสือมีหางเป็นพญานาค</p>
<p>ทั้งนี้ ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย (พระเจ้าทันใจ) ซึ่งได้ทราบจากท่านเจ้าอาวาสท่านปัจจุบันว่า พระพูทธรูปเป็นพระคู่วัด ซึ่งได้ปิดทองทับอีกชั้น ตอนสร้างวิหารหลังใหม่ โดยใบหน้าของพระพุทธรูป ได้มาจากเค้าโครงใบหน้าสาวงามในตำบล เพราะมีความเชื่อว่า ?พระงาม คนก็งามด้วย? ส่วนบริเวณฝาผนังเป็นงานจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างไทลื้อที่หาชมได้ยาก เป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยภาพจิตกรรมฝาผนังนั้น ได้นำเรื่องราว นิทานชาดก ?เรื่อง เจ้าบุญหลง? มาถ่ายทอดเป็นภาพวาด<br />
วรรรกรรมชาดกเรื่อง เจ้าบุญหลง มีความแพร่หลายในหมุ่ของชาวล้านนาไทลื้อ ไทเขิน ในฐานะธรรมเทศนาที่วัดต่างๆ ใช้เทศนาเพื่อสั่งสอนคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ชาวบ้านมาแต่โบราณกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาจารย์อนาโตล โรเจอร์เป็ลติเยร์ ผู้เชี่ยวชาญวรรณกรรมไทเขินได้ปริวรรตธรรมชาดก เจ้าบุญหลง จากฉบับ ไทเขินมาเป็นภาษาไทย ฝรั่งเศส อักฤษ และถวายเป็นธรรมทางให้แก่วัดต่างๆ<br />
เรื่องย่อ ?เจ้าบุญหลง?</p>
<p>เจ้าบุญหลงเป็นโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าพรหมทัต กับพระนางประทุมมา กษัตริย์แห่งเมืองพาราณสี ส่วนโอรสองค์โตชื่อเจ้าพรหมปั้น เมื่อโตเป็นหนุ่ม เจ้าชายทั้งสององค์ชอบออกไปล่าสัตว์เป็นประจำ จึงเป็นเหตุให้ถูกขับไล่ออกจากบ้านเมืองในที่สุด เจ้าพรหมปั้นกับเจ้าบุญหลงได้พากันเดินทางมาถึงเมืองผาหง และพลัดพรากจากกันไป อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าบุญหลงได้กินเนื้อนกยูงทอง ทำให้เวลาพูดจามีเงินทองไหลออกมาจากปากด้วย เมื่อเศรษฐีผู้หนึ่งเห็นเช่นนั้นจึงจับตัวเจ้าบุญหลงขังไว้ และในเวลาต่อมาจึงยกลูกสาวให้เป็นคู่ครอง เจ้าบุญหลงจึงได้อาศัยอยู่ในเมืองผาหงแห่งนั้น</p>
<p>ฝ่ายเจ้าพรหมปั้นได้เดินทางมาอาศัยอยู่ในเมืองปํญจล ครั้นเมื่อพระยาเจ้าเมืองสวรรคตจึงได้ขึ้นครองราชย์สืบแทน อยู่มาวันหนึ่งเจ้าพรหมปั้นมีความคิดถึงเจ้าบุญหลงผู้เป็นอนุชา จึงส่งทหารออกติดตามหา จนกระทั่งมาถึงเมืองผาหง เมื่อทราบว่าเจ้าบุญหลงได้แต่งงานกับลูกสาวเศรษฐี เจ้าพรหมปั้นจึงรับตัวเจ้าบุญหลงมาอยู่ในเมืองปัญจล ส่วนทางเมืองพาราณสี เมื่อพระเจ้าพรมทัตผู้เป็นบิดาสิ้นพระชนม์แล้ว พระนางประทุมมาผู้เป็นมารดาจึงได้อัญเชิญให้เจ้าบุญหลงและชายา กลับไปครองราชย์สมบัติสืบต่อมา</p>
<p>(ขอขอบคุณข้อมูลจากพระครูปลัดอานนท์ อาทิตตฺธมฺโม ท่านเจ้าอาวาสวัดท่ากระดาษ และ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระแก้ว อินฺทปญฺโญ<br />
2. พระบุญตัน รังษี<br />
3. พระบุญปั๋น รังษี<br />
4. พระคำมูล<br />
5. พระศรีนวล<br />
6. พระคำปัน รังษี<br />
7. พระคำปัน อินทะชัย<br />
8. พระอธิการบุญเตือน ฐิตสีโล<br />
9. พระบุญศรี อภินนฺโท<br />
10. พระหน่อแก้ว อภิปฺโญ<br />
11. พระวัน ฐิติปฺโญ 1<br />
2. พระบุญเชิด ฐิติฉนฺโท 1<br />
3.พระอธิการบุญชื่น ชิตจิตฺโต 1<br />
4. พระพงษ์ศักดิ์ ปั๋นแก้ว 1<br />
5. พระสวัสดิ์ สุขวฑฺฒโน 1<br />
6. พระวิชิต วิชิตฺตญาโณ 1<br />
7. พระอธิการอานนท์ อาทิตฺตธมฺโม (พ.ศ 2529-ปัจจุบัน) </p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.5597850371723!2d99.00182891536068!3d18.817761787236535!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3ad06b27fbab%3A0xf15843cbc072af4a!2sWat+Tha+Kradat!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491231871971" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491232066168!6m8!1m7!1sYmL_u-GJmCdAvYZb8jpCeQ!2m2!1d18.81787167983661!2d99.00442894362669!3f250.0722619973638!4f11.512407649357826!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดท่ากระดาษ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนเจริญราษฎร์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อท้าวสองแสนนา หรือพระเจ้ากือนาธรรมิกราช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังรายซึ่งครองราชย์ในนพบุรีศรีนครพิงค์ (เชียงใหม่)</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดฟ้าฮ่าม 1 ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100</strong><br />
วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 1943 ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดฟ้าฮ่าม</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดฟ้าฮ่าม</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดฟ้าฮ่าม</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดฟ้าฮ่าม</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดฟ้าฮ่าม</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดฟ้าฮ่าม</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดฟ้าฮ่าม</strong></span></p>
<p>เมื่อ<strong>ท้าวสองแสนนา หรือพระเจ้ากือนาธรรมิกราช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย</strong>ซึ่งครองราชย์ในนพบุรีศรีนครพิงค์ (เชียงใหม่) พระองค์เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1943 (จุลศักราช 762 ปีชวด โทศก)</p>
<p>แล้ว บรรดาขุนนางข้าราชการไพร่ฟ้าพลเมือง ก็ได้อัญเชิญ “พระเจ้าแสนเมืองมา” หรือพระเจ้าลักขบุราคม พระราชโอรสขึ้นเสวยราชสมบัติสืบสันติวงศ์ต่อมา เป็นกษัตริย์องค์ที่ 9 เมื่อพระชนมายุได้ 15 พรรษาในเวลานั้น ก่อนที่จะทำพิธีราชาภิเษกขึ้นเถลิงราชสมบัติ พระเจ้าพรหมพระมาตุลาของพระองค์ซึ่งพระราชบิดาของพระองค์โปรดให้ไปครองเมืองเชียงราย คิดการกบฏยกกองทัพเมืองเชียงรายมาแย่งชิงเอาราชสมบัติ แต่ถูกกองทัพนพบุรีศรีนครพิงค์ ภายใต้การนำของขุนพลแสนนานองโจมตีกองทัพเชียงรายจนถึงกับพ่ายกลับไป</p>
<p>จึงขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าอินทราชา กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกตีพ่ายกลับอีก พระเจ้าพรหมไปอาศัยเจ้าเมืองวชิรปราการ คือเมืองกำแพงเพชร แต่อยู่ได้ไม่นานนัก พระเจ้าพรหมเกิดมีเรื่องกินใจกับเจ้าเมืองกำแพงเพชร จึงอพยพมายังเมืองใหม่เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ พระเจ้าแสนเมืองมาก็โปรดพระราชทานอภัยและโปรดให้ไปครองเมืองเชียงรายตามเดิม</p>
<p>ในการกลับจากเมืองกำแพงเพชรครั้งนั้น พระเจ้าพรหมได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงค์) องค์สำคัญคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 700 ตามตำนานเล่าว่า <span style="color: #ffcc00;"><strong>“สิงหลปติมา”</strong></span> และชินกาลมาลัปกรณ์ สร้างขึ้นที่ประเทศลังกา นับว่าเมือง “อนุราชสิงหล” ประเทศเดียวกัน ครั้งเมื่อพ่อขุนรามคำแหงได้แต่งราชทูตไปขอมาจากประเทศศรีลังกามาจากเมืองกำแพงเพชร ประมาณ พ.ศ. 1933 (พงศาวดารโยนก) อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเชียงรายใน พ.ศ. 1934 แล้วต่อมาได้นำมาถวายพระเจ้าแสนเมืองมาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ โดยอัญเชิญมาจากเชียงรายทางลำน้ำกก ใช้เรือเป็นพาหนะและขึ้นมาที่สบฝางกุสะนคร (เมืองฝางในปัจจุบัน) จากนั้นอัญเชิญขึ้นหลังช้างจากสะนครไปลงเรือที่เชียงดาว แล้วอัญเชิญลงเรือล่องมาตามลำน้ำระมิง (แม่น้ำปิง) พอมาถึงเชียงใหม่แล้วอัญเชิญขึ้นที่วังสิงห์คำเหนือท่าเจดีย์งามประมาณ 50 วา แต่เกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ขององค์พระพุทธสิหิงค์ ปรากฎว่าท้องฟ้าสว่างก็มืดลงและมีรัศมีจากองค์พระพุทธสิงหิงค์พุ่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลำแสงสีทองดั่งรุ้งกินน้ำ ยาวประมาณ 2,000 วา แสงนั้นไปสิ้นสุดลง ณ ที่แห่งหนึ่ง ท้องฟ้าที่นั้นก็สว่าง ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก</p>
<p>พระเจ้าแสนเมืองมาจึงโปรดเกล้าให้สร้างอารามขึ้น ณ ที่ลำแสงไปสิ้นสุดนั้นว่าวัด “อารามฟ้าฮ่าม” ซึ่งเป็นนามเดิมของวัดฟ้าฮ่ามในปัจจุบัน ซึ่งหมายถึง <span style="color: #ffcc00;"><strong>“ฟ้าสว่าง-อร่ามเรืองรอง”</strong></span> สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 1943 ได้ใช้เป็นที่บำเพ็ญธรรมของพระภิกษุสามเณรสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p><strong>งานสถาปัตยกรรม</strong></p>
<p>1 วิหาร วิหารวัดฟ้าฮ่าม สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏชัดเจน สร้างแบบศิลปะไทยลานนา มีการแกะสลักลายไม้หน้าวิหาร ปิดทองและประดับกระจกสี ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปั้นศิลปะลานนา ต่อมาได้ชำรุดทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ได้รับการฐูรณะครั้งหลังสุดในสมัยของพระครูลิงหวิชัย (หลวงปู่ครูบาสิงห์) และได้มีการวาดภาพพุทธประวัติและพระเจ้าสิบชาติบนฝาผนังภายในวิหาร</p>
<p>2 เจดีย์ เป็นศิลปะแบบลานนามีมาแต่สมัยโบราณ สันนิษฐานว่ามีมาแต่สมัยสร้างวัด ภายในเจดีย์ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน ต่อมาเกิดชำรุดทรุดโทรม เมื่อ พ.ศ. 2516 พระครูสิงหวิชัยพร้อมด้วยคณะศรัทธาจึงได้สร้างเจดีย์ครอบองค์เดิม โดยได้เพิ่มซุ้มทั้งสี่ด้านและนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ในซุ้มทั้งสี่ ในสมัยของพระปลัดปัญญา ปญญาธโร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้มีการประดับฉัตรรอบองค์เจดีย์ทั้งสี่ด้าน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา</p>
<p>3 อุโบสถ อุโบสถ เป็นศิลปะแบบไทยลานนา ได้สร้างแทนอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุดไป ได้ริเริ่มสร้างในสมัยของพระครูสิงหวิชัย แต่ไม่ทันได้เสร็จเรียบร้อย ท่านก็ได้มรณภาพเสียก่อน ท่านพระปลัดปัญญา ปญญาธโร พร้อมด้วยคณะศรัทธาจึงได้ทำการก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อย ภายในอุโบสถได้ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลอง ซึ่งทำการหล่อและทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดฟ้าฮ่าม เมื่อ พ.ศ. 2540 มีนามว่า “พระสิงหนิมิตพิชิตภัย” ได้ใช้เป็นสถานที่ทำศาสนกิจของสงฆ์ ภายในวัดและคณะสงฆ์ตำบลฟ้าฮ่ามเรื่อยมา</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดฟ้าฮ่าม</strong></span><br />
พระปลัดปัญญา (เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-ปัจจุบัน)</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดฟ้าฮ่าม</strong></span><br />
ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. ท่านครูสิทธิ (มรณภาพที่วัดฟ้าฮ่าม)<br />
2. พระอาจารย์ด้วง (ลาสิกขา)<br />
3. พระอาจารย์ศรีมูล (ลาสิกขา)<br />
4. พระครูบาหลวงโหล้ (สุยะ) (มรณภาพที่วัดฟ้าฮ่าม)<br />
5. พระอาจารย์สุรินทร์ (ปุ๊ก จ่าปะคัง) (ลาสิกขา)<br />
6. พระครูสิงหวิชัย (เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2472-2538)<br />
7. พระปลัดปัญญา (เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-ปัจจุบัน)</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.8621345801575!2d99.00304171536058!3d18.804296387244456!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3ac9d10c5143%3A0x749354448533af9a!2sWat+Fa+Ham!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491229393184" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491229424952!6m8!1m7!1sgcRy5ItoGxXY_qJkb3eLKw!2m2!1d18.80416845092943!2d99.0056394010661!3f285.69448113361443!4f11.317177400809896!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"><span style="display: inline-block; width: 0px; overflow: hidden; line-height: 0;" data-mce-type="bookmark" class="mce_SELRES_start">﻿</span></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดป่าแพ่ง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b8-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเชตุพน ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดขะจาว ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดลังกา]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดลังกาเป็นวัดโบราณ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะปรากฏหลักฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา แห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ราว พ.ศ. 1947</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ 141 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1947 </p>
<p>วัดลังกาเป็นวัดโบราณ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะปรากฏหลักฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา แห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ราว พ.ศ. 1947 (ประมาณ 600 ปี จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2547) หลังจากที่พระเจ้ากือนาธรรมิกราช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย ซึ่งครองราชย์อยู่ ณ นครเชียงใหม่ ราชธานีของล้านนาไทย เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ.1943 แล้ว ขุนนางข้าราชการต่างก็อัญเชิญพ่อท้าวแสนเมืองมาราชโอรสขึ้นเสวยราชสมบัติสืบสันติวงศ์ต่อมา ซึ่งทำให้เป็นที่ขัดเคืองพระทัยของเจ้าท้าวมหาพรหม (พระอนุชาของพระเจ้ากือนา) ซึ่งครองเชียงรายนั้นเป็นอันมาก โดยเห็นว่าพระองค์ควรได้ครองเมืองเชียงใหม่เพราะว่ามีศักดิ์เป็นพระอนุชาของพระยากือนาธรรมิกราช และเมืองเชียงใหม่สำคัญกว่าเมืองเชียงราย เป็นการเสียพระเกียรติ จึงกรีธาทัพจากเชียงรายขึ้นมาตีเอาเมืองเชียงใหม่ แต่ถูกกองทัพของขุนพลแสนผานอง อำมาตย์ซึ่งเป็นแม่ทัพตั้งแต่สมัยพระยากือนาธรรมิกราชตีแตกพ่าย ทำให้ท้าวมหาพรหมต้องไปขอความช่วยเหลือจากสมเด็จพระบรมราชาที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ภายหลังได้เกิดความขัดแย้งกัน เจ้าท้าวมหาพรหมจึงยกพลกลับมายังนครเชียงใหม่ ทูลขอพระราชทานอภัยโทษจากพระเจ้าแสนเมืองมาและได้นำพระพุทธสิหิงค์จากเมืองกำแพงเพชรมาถวายด้วย ซึ่งพระเจ้าแสนเมืองมาพระราชทานอภัยโทษให้และโปรดให้ไปครองเมืองเชียงรายตามเดิมเจ้าท้าวมหาพรหมได้สำนึกในการกระทำบาปที่คิดแย่งชิงราชสมบัติของพระนัดดา ทำให้เสียไพร่พลเป็นอันมาก จึงคิดจะประกอบกรณียกิจการกุศลเพื่อเป็นการไถ่บาป ในช่วงสมัยพระยาแสนเมืองมานั้น มีพระภิกษุจากอาณาจักรล้านนาได้เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา และก็ได้เดินทางมาเผยแผ่ศาสนาที่ล้านนาด้วย ท้าวมหาพรหมจึงได้ให้บริวารไปนิมนต์พระภิกษุไทยอาหมรูปนั้น และให้นำกล้ามะพร้าวลูกใหญ่ลูกหนึ่ง (มะพร้าวหัวคน) วัดผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 24 นิ้ว เพื่อจะปลูกไว้เตือนว่า “คนที่มีวาสนาน้อยจะคิดการใหญ่โตย่อมจะไม่สำเร็จโดยง่าย อุปมาเช่นเดียวกับมะพร้าวหัวคน ซึ่งลูกข้างนอกดูใหญ่โต แต่ลูกข้างในนั้นเล็กนิดเดียว” เมื่อภิกษุไทยอาหมนั้นเดินทางมาถึง อำเภอสารภี พระภิกษุรูปนั้นจึงถามคนเดินทางว่า “ที่นี่ใกล้จะถึงวังสิงคำแล้วหรือยัง” คนนั้นชี้มือแล้วบอกว่า “อีกไม่ไกลนัก” พระภิกษุไทยอาหมและผู้ติดตามก็สังก๋า (คำเมืองนั้น สังก๋า หมายถึง สงสัย ที่นั่นก็เลยได้ชื่อ “สังก๋า”) ต่อมาได้จึงเดินทางต่อไปพบหญิงม่ายคนหนึ่งก็ถามหญิงคนนั้นว่า “สังก๋า” เป็นอย่างไรก็ได้คำอธิบายจากหญิงคนนั้นว่า วังสิงห์คำ มี 2 แห่ง แห่งหนึ่งอยู่ในท้องที่ อำเภอสารภี ฝั่งปิงตะวันตก และอีกแห่งหนึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง ตรงข้ามวัดฟ้าฮ่าม ฝั่งปิงตะวันตก จึงพากันข้ามน้ำเดินมาใกล้แม่ข่าเกิดสงสัยอีกทีหนึ่ง จึงได้ชื่อว่า “วัดสังก๋า” (วัดนี้ร้างไปแล้ว) ต่อจากนั้นได้ลงเรือข้ามฟากกลับมายังฝั่งทิศตะวันออกตรงข้ามวัดชัยมงคล มีคนแก่คนหนึ่ง (ผู้ชายนุ่งขางห่มขาว) ชี้บอกทางให้ จึงพากันมาใกล้ที่ที่จะฝังบาตรลังกา บังเอิญบาตรลังกานั้นหลุดมือตกแตกเป็นสองซีก พระภิกษุไทยอาหมรูปนั้นจึงนำซีกหนึ่งฝังไว้ พร้อมกับปลูกมะพร้าวและสร้างวัดขึ้น ณ ที่ฝังบาตรนั้น ต่อมาจึงเรียกที่ตรงนั้นว่า “วัดลังกา” ส่วนบาตรอีกซีกที่แตกนั้น ตอนขากลับได้นำติดมือไปพร้อมกับฝาบาตรด้วย ต่อมาฝาบาตรได้หลุดมือตกแตก ณ ที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นเลยได้ชื่อว่า “ฝาแตก” ต่อจากนั้น ก็ได้นำเอาฝาบาตรที่แตกไว้บนเขาแห่งหนึ่ง ด้านทิศตะวันออกของวัดลังกา เยื้องกับฝาแตก (หรือผาแตก) อำเภอดอยสะเก็ด และเรียกเขานั้นว่า “ดอยลังกา” นับตั้งแต่นั้นมา ในคราวที่พระภิกษุไทยอาหมรูปนั้นได้สร้างวัดลังกาขึ้น ตรงกับ พ.ศ.1947 เพื่อเฉลิมฉลองศรัทธาของท้าวมหาพรหม เพื่อไถ่บาปที่คิดจะแย่งราชสมบัติและถวายเป็นอนุสรณ์แด่พระเจ้าแสนเมืองมา พระนัดดาของพระองค์ พร้อมกับรำลึกถึงคุณงามความดีของพระภิกษุไทยอาหมที่สร้างวัดขึ้นมา จากเรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฏในตำนาน และจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ชื่อ วัดลังกา สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัดที่สร้างไว้สำหรับเป็นที่พำนักของพระสงค์ชาวลังกาที่มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเมืองเชียงใหม่ หรือเป็นวัดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะสงฆ์นิกายสิงหล หรือลังกาวงศ์ </p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. ครูบาคำปัน มรณภาพที่วัดลังกา<br />
2. พระอธิการทนันชัย (อาจารย์ดำ) ลาสิกขา<br />
3. พระอธิการแก้ว ลาสิกขา<br />
4. พระอธิการอินถา อินฺทสาโร (กาวิล) ลาสิกขา<br />
5. พระอธิการดวงฤทธิ์ ฐิตธธมฺโม ลาสิกขา<br />
6. พระอธิการวิชัย ชัยวรรณ ลาสิกขา<br />
7. พระอธิการบุญมี สิทธิ ลาสิกขา<br />
8. พระอธิการอินไหล โม่งจันทร์ ลาสิกขา<br />
9. พระครูสมพงษ์ สุจิตฺโต มรณภาพที่วัดสุรินทราษฎร์ อ.แม่ริม<br />
10. พระอธิการธรรมรงค์ คุณศิลป์ ลาสิกขา<br />
11. พระอธิการสิงห์ทอง สุขวฑฺฒโน ลาสิกขา 1<br />
2. พระอธิการทองสุข สุทฺธจิตฺโต ลาสิกขา 1<br />
3. พระครูบุญยวง ภทฺทธมฺโม มรณภาพที่วัดดอนมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 1<br />
4. พระครูวิสิทธ์สารคุณ (บุญมี กนฺตสาโร) พ.ศ.2533 &#8211; ปัจจุบัน </p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 	อุโบสถ 	สร้างใหม่โดยมีรูปทรงแบบล้านนาประยุกต์ ก่ออิฐถือปูนขนาดกว้าง 15 เมตร ยาว 16.50 เมตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2480<br />
2 	วิหาร 	บูรณะใหม่เสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2527 รูปทรงแบบล้านนาประยุกต์ ไม่มีปาแลระหว่างชั้นหลังคา หน้าบันทาสีฟ้า ประดับด้วยปูนปั้นลวดลายก้านขด โก่งตัวเป็นรูปรวงผึ้งทั้ง 3 ช่อง ประตูวิหารเป็นซุ้มโค้ง มี 3 ประตู เสาวิหารทำด้วยไม้ประดับลวดลายปิดทองร่วนชาด มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ราวบันไดเป็นรูปมกรคายพญานาคอ้าปาก<br />
3 	เจดีย์ 	เป็นเจดีย์แบบล้านนา ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมสูง ชั้นมาลัยเถาแปดเหลี่ยม องค์ระฆังกลม บัลลังก์สี่เหลี่ยมย่อมุม ส่วนยอดสุดเป็นฉัตร ตั้งแต่ชั้นมาลัยเถา 2 ชั้น จนถึงปลียอดปิดทองจังโก มีรั้วล้อมทั้ง 4 ด้าน มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ตรงกลางรั้วด้านทิศใต้<br />
4 	หอระฆัง 	มีลักษณะแปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ สร้างเป็นตึกสี่เหลี่ยม 4 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นห้องสมุดประชาชนวัดลังกา ชั้นที่ 2 เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลาน ชั้นที่ 3 เป็นหอระฆัง และชั้นบนสุด เป็นเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็ก</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.698418305134!2d99.00400711536064!3d18.811588787240236!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aceebe79f13%3A0x7b12044e153308b9!2sWat+Langka!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491210977764" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491211019040!6m8!1m7!1sk9QSzLDAkG6haZGixFtcXw!2m2!1d18.8115223295374!2d99.00561624941707!3f96.12978428664084!4f0.051932593117399506!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลังกา ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลฟ้าฮ่าม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดสันทรายต้นกอก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดสันทราย ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ เดิมชื่อ วัดสลีปิงชัยแก้วกว้าง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัดสันทรายต้นกอก เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านและเป็นเอกลักษณ์ของวัด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100</p>
<p>เดิมชื่อ วัดสลีปิงชัยแก้วกว้าง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัดสันทรายต้นกอก เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านและเป็นเอกลักษณ์ของวัด ชมความงามของพระวิหาร พระอุโบสถ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา พระพุทธรูปเก่าแก่ศิลปะล้านนา ผสมผสานแบบพม่า อีกทั้งเป็นแหล่งสืบสานวัฒนธรรมล้านนาให้กับอนุชนรุ่นหลัง</p>
<p>ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ต. ฟ้าฮ่าม อ. เมือง จ. เชียงใหม่ ๕๐๐๐๐<br />
ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อดวงดีสลีปิงชัยศักดิ์สิทธิ์ วัดสันทรายต้นกอก จากตำนานและคำบอกเล่าสืบๆ กันมา หลวงพ่อดวงดีสลีปิงชัย เป็นพุทธรูปปูนปั้นก่ออิฐถือปูนศิลปะล้านนาผสมไทเขิน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก ๕๐ นิ้ว สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ ก่อนที่แผ่นดินล้านนาจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ หรือประมาณ พุทธศักราช ๒๑๐๕เดิมวัดชื่อว่า ?วัดสลีปิงชัยแก้วกว้าง? เมื่อมีการก่อสร้างวัดได้ไม่นานล้านนาก็ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ซึ่งก่อนที่จะตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านั้น อยู่ในช่วงปลายของราชวงศ์มังราย หลังจากนั้นปี ๒๑๐๑ มังทราเจ้าฟ้าหงสา (พระเจ้าบุเรงนอง) กษัตริย์แห่งอาณาจักรหงสาวดี(พม่า) ได้เข้ายึดครองล้านนากับพระเจ้าแม่กุ เป็นปฐมกษัตริย์ปกครองล้านนาภายใต้การปกครองของหงสาวดี เป็นต้นมา จนล่วงเลยมาผ่านระยะเวลา ๒๐๐ กว่าปี เมื่อปี พุทธศักราช ๒๓๑๗ ? ฟื้นม่าน? ตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๑๗-๒๓๒๕ ซึ่งอยู่ในระหว่างการปกครองสมัยกรุงธนบุรี ในขณะปี พุทธศักราช ๒๓๒๕ ได้มีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขึ้นครองราชย์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งพระเจ้ากาวิละดำรงตำแหน่งสำคัญในเมืองเชียงใหม่และลำปาง เพื่อร่วมกันสร้างปึกแผ่นแก่ล้านนา พระเจ้ากาวิละจึงทำหน้าที่สร้างบ้านแปลงเมืองเชียงใหม่ โดยทำสงครามขับไล่พม่าได้สำเร็จ เมื่อพระเจ้ากาวิละได้ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่โดยการ ?เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง? หรือรวบรวมพลเมืองเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองเชียงใหม่โดยกวาดต้อนชาวเมืองที่หลบหนีเข้าป่าและกวาดต้อนผู้คนจากสิบสองปันนาและรัฐฉานมาเชียงใหม่ ในขณะนั้นเองชาวสิบสองปันนา( ชาวเขิน) ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในหมู่บ้านเมืองลังและได้พากันอพยพข้ามแม่น้ำปิงมาทางทิศตะวันออกเห็นเจดีย์เก่าและพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนงดงามยิ่งนักแต่ชำรุดทรุดโทรมและพากันตั้งหมู่บ้านรอบๆบริเวณวัดและได้อาราธนาครูบาแดง มาเป็นเจ้าอาวาสเพื่อบูรณปฎิสังขรณ์วัดวาอาราม และพระพุทธรูปให้สวยสดงดงามตามเดิม ได้ทำการเฉลิมฉลองกันและขนานพระนามพระพุทธรูปว่า ?หลวงพ่อพระเจ้าดวงดีสลีปิงชัย? โดยอาศัยความเชื่อที่ว่า ชาวบ้านทั้งหลายได้อพยพกลับมาเมืองเชียงใหม่ได้ร่วมกันบูรณปฎิสังขรณ์องค์พระจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ถือเป็นมงคลดี ดวงดีและโชคดีที่ชาวบ้านได้กลับมาเมืองเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ชาวบ้านจึงเรียกขานชื่อหลวงพ่อดวงดีมาช้านานด้วยความเคารพเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้า ข้าราชการ ตลอดถึงนักเสี่ยงโชค ต่างมากราบขอพรหลวงพ่อให้สำเร็จตามความปรารถนา</p>
<p>(ขอขอบคุณข้อมูลจาก พระปลัดเฉลิมพล สิริวฑฺฒโน)</p>
<p style="text-align: center;">
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d5340.696992184197!2d98.99861823571007!3d18.822957779458893!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0x1ae665a138b2923e!2sWat+San+Sai+Ton+Kok!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491210199910" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491210235900!6m8!1m7!1svDNsj4bFq3jmEskL3qUIaw!2m2!1d18.824777378546!2d98.99919234657517!3f286.37178006420675!4f-0.4572801035618568!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
