<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดตำบลช้างเผือก Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลช้างเผือก/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:06:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>วัดตำบลช้างเผือก Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลช้างเผือก/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดโพธารามมหาวิหาร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเจ็ดยอด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดโพธารามมหาวิหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดเจ็ดยอด หรือวัดเจดีย์เจ็ดยอดเป็นชื่อวัดที่คนทั่วไปในภายหลังกำหนดเรียกขึ้นตามลักษณะเครื่องยอดส่วนบนหลังคา ซึ่งก่อสร้างเป็นสถูปเจดีย์จำนวนเจ็ดองค์เจ็ดยอดด้วยกันเป็นที่หมาย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดโพธารามมหาวิหาร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดโพธารามมหาวิหาร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ถนน- ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1998</p>
<p>วัดเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>วัดเจ็ดยอด ( พระอารามหลวง ) เป็นวัดที่มีความสำคัญและเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีโบราณสถานโบราณวัตถุที่ล้ำค่า จนเรียกได้ว่า มีครบทุกประการ คือมีสถานะธรรม สถานะวัตถุ สถานะบุคคล สถานะพิธี ที่บรรพชนได้กระทำและปลูกสร้างไว้ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ชาวพุทธรู้จักดี เพราะเป็นวัดที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งรายสถาปนาขึ้น และวัดนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เมื่อ ๕๐๐ กว่าปีล่วงมาแล้ว โบราณสถานต่างๆในวัดนี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาเยี่ยมชมอยู่ตลอดไปอย่างมิลืมเลือน</p>
<p>วัดเจ็ดยอดเป็นวัดที่ได้ชื่อว่ามีเจดีย์รูปทรงแปลกที่สุดคือมียอดตั้งแต่บนเรือนธาตุสี่เหลี่ยมถึงเจ็ดยอด เหมือนมหาโพธิ์เจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย จัดเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย</p>
<p>ประวัติ<br />
วัดเจ็ดยอด หรือวัดเจดีย์เจ็ดยอดเป็นชื่อวัดที่คนทั่วไปในภายหลังกำหนดเรียกขึ้นตามลักษณะเครื่องยอดส่วนบนหลังคา ซึ่งก่อสร้างเป็นสถูปเจดีย์จำนวนเจ็ดองค์เจ็ดยอดด้วยกันเป็นที่หมาย แต่ชื่อของวัดที่มีมาแต่เดิมเมื่อคราวสร้างวัดชื่อ “วัดโพธารามมหาวิหาร” วัดเจ็ดยอด หรือวัดโพธารามมหาวิหาร เป็นวัดโบราณและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์วัดหนึ่งของอาณาจักรล้านนาไทย กล่าวคือ เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าติโลกราช รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์มังราย ทรงโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1998 โปรดให้หมื่นด้านพร้าคต หรือสีหโคตรเสนาบดีเป็นนายช่างทำการก่อสร้างศาสนาสถานและเสนาสนะขึ้น เป็นพระอารามโปรดฯให้นิมนต์พระมหาเถระชื่อ พระอุตตมปัญญา มาสถิตเป็นอธิบดีสงฆ์องค์แรกในพระอารามนี้ ครั้นนั้นสมัยพระเจ้าสมเด็จติโลกราชได้ทรงสดับพระธรรมเทศนาจากสำนักพระภิกษุสีหล(ศรีลังกา) เรื่องอานิสงส์ปลูกต้นโพธิ์ พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ใคร่จะปลูกต้นโพธิ์ จึงโปรดฯให้แบ่งหน่อมหาโพธิ์ต้นเดิมที่พระภิกษุสีหลนำมาจากศรีลังกาเอามาปลูกขึ้นไว้ในอารามป่าแดงหลวงเชิงดอยสุเทพ เอามาปลูกขึ้นไว้ในวัดนี้ เพราะเหตุที่ปลูกมหาโพธิ์ในอารามนี้จึงได้รับการขนานนามว่า “วัดมหาโพธาราม หรือวัดโพธารามมหาวิหาร” วัดเจ็ดยอด หรือวัดโพธารามมหาวิหาร มีความสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เมื่อปี พ.ศ. 2020 สมเด็จพระเจ้าติโลกราช โปรดฯให้จัดการประชุมพระเถระนุเถระทั่วหัวเมืองในอาณาจักรล้านนาไทยแล้ว ทรงคัดเลือกได้พระธรรมหินมหาเถระ เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ผู้จัดเจนในพระบาลีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพระเจ้าติโลกราชทรงรับเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ทำสังคายนาพระไตรปิฎก ณ วัดเจ็ดยอด (โพธารามมหาวิหาร) ใช้เวลา 1 ปีจึงสำเร็จเรียบร้อย การทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 8 ของโลก และเป็นครั้งแรกที่ได้กระทำขึ้นในพระราชอาณาจักรไทย นับเนื่องจากที่ได้ทำมาแล้วในประเทศอินเดีย และศรีลังการวม 7 ครั้ง สมเด็จพระเจ้าติโลกราช เสวยสิริราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่ได้ 45 พรรษา เสด็จสู่สวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2030 พระชนม์มายุได้ 71 พรรษา เมื่อสวรรคตใน พ.ศ. 2030 พระยอดเชียงราย พระราชนัดดาได้สืบราชสมบัติแทน ได้โปรดฯให้สร้างจิตกาธาน(เชิงตะกอน)ขึ้นในวัดนี้เพื่อเป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระอัยกาธิราช แล้วโปรดฯให้สร้างสถูปใหญ่บรรจุพระอัฐิและพระอังคารธาตุของสมเด็จพระเจ้าติโลกราชไว้ในพระอารามแห่งนี้ด้วย วัดเจ็ดยอด เคยเป็นสถานที่สถิตของอดีตพระมหาเถระผู้เป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงของล้านนาไทยอีกหลายท่าน แม้คัมภีร์ปัญญาชาดก(ชาดก 50 เรื่อง) คัมภีร์ชินกาลมาปกรณ์ คัมภีร์จามเทวีวงศ์ เป็นต้น ก็ได้แต่งขึ้นในพระอารามนี้ วัดเจ็ดยอดนี้ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2478 และได้ทำการบูรณะใน พ.ศ. 2517-2520</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
พระราชเขมากร</p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 ซุ้มประตูโขงทางเข้าวัด ก่อด้วยอิฐถือปูน ช่องประตูตอนบนโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม ตัวซุ้มขนาบช่องประตูทำอย่างเสาย่อมุมทั้งสอง ศิลปกรรมของซุ้มประตูโขงที่น่าสนใจและดูชม คือ ลวดลายปูนปั้นประดับตกแต่งกรอบวงโค้งและหางซุ้มที่เป็นส่วนประกอบซุ้มประตูสองข้าง<br />
2 มหาวิหาร เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญยิ่งในวัดนี้ สมเด็จพระเจ้าติโลกราช โปรดฯให้ใช้เป็นสถานที่ประชุมพระมหาเถระทั่วราชอาณาจักรล้านนาไทย ในการทำสังคายนาพระไตรปิฎกนับเป็นอัฐมะสังคายนาครั้งที่ 8 ของโลก มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2020 ลักษณะเป็นวิหารทรงสี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลง ขนาดกว้าง 17 เมตร ยาว 30 เมตร มีมุขยื่นออกไปทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก โดยทำเป็นช่องทางโค้งสู่ด้านในวิหาร ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผนังด้านนอกโดยรอบวิหารประดับปูนปั้นรูปเทพชุมนุม บนหลังคาวิหารเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูง 5 องค์ องค์ใหญ่สุดเป็นประธานอยู่ตรงกลาง และองค์เล็กเป็นบริวารอยู่ที่มุมทั้ง 4 คล้ายกับมหาวิหารที่พุทธคยา ที่มุขด้านหน้าเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมทางด้านทิศตะวันออกยังมีเจดีย์ทรงระฆังกลมแบบลังกาอีก 2 องค์ รวมแล้วมีเจดีย์เป็นยอดอยู่ทั้งสิ้น 7 องค์ มหาวิหารเจ็ดยอดนี้ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วและระเบียงคตก่อด้วยอิฐ ตัวกำแพงแก้วกว้าง 1.8 เมตร ล้อมรอบพื้นที่ภายในขนาดกว้าง 52.35 เมตร ยาว 82.45 เมตร มีประตูทั้ง 4 ทิศ ด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้า-ออกหลัก ต่อมาถูกต่อเติมและสร้างมหาวิหารให้ยาวออกไปอีกทางด้านหน้าทิศตะวันออกทับวิหาร ก่ออิฐขนาดกว้าง 16 เมตร ยาว 30 เมตร เพื่อเชื่อมต่อกับทางเดินที่มาจากซุ้มประตูโขง (ปัจจุบันฐานวิหารเดิมบางส่วนอยู่ใต้ฐานวิหารหลังใหม่) และขยายปีกด้านข้างวิหารตรงส่วนที่ต่อเติมเพิ่มกับด้านหน้ามหาวิหารเจ็ดยอดออกไปทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ ข้างละ 7.9 เมตร มีบันไดขึ้น-ลงตามทิศ มีฐานเสาไม้กลมก่อหุ้มด้วยศิลาแลงจำนวน 40 ต้น โดยปีกด้านทิศเหนือใต้มีข้างละ 8 ต้น และอีก 24 ต้น อยู่บนตัวอาคารด้านบน วิหารอิฐส่วนหน้านี้มีขนาดกว้าง 16 เมตร ยาว 30 เมตร เป็นวิหารโถงโล่ง มีเสารองรับโครงหลังคาซึ่งมุงด้วยกระเบื้องดินเผา แบ่งออกเป็นห้อง ทางด้านกว้าง 7 ห้อง และห้องทางด้านยาว 6 ห้อง ยกพื้นต่างระดับ มีบันไดขึ้น-ลงอยู่ทางทิศเหนือ และทิศใต้ วิหารส่วนด้านหน้าวิหารเจ็ดยอดนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประกอบพิธีประชุมทำสังคายนาพระไตรปิฎกเมื่อปี พ.ศ. 2020<br />
3 พระอุโบสถ พระอุโบสถหลังแรกของวัดเจ็ดยอด พระเมืองแก้ว พระราชาธิบดีลำดับที่ 12 แห่งราชวงศ์มังราย ทรงเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าติโลกราช โปรดฯให้สร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพพระเจ้ายอดชียงราย พระราชบิดาของพระองค์ในวัดนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2045 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาล พระอุโบสถหลังนี้ทรงอุสภลักษณ์ กว้าง 32 ศอก กับ 1 คืบ ส่วนยาว 78 ศอก กับ 1 คืบ ที่ตั้งปาสาณนิมิตของพระอุโบสถกว้าง 41 ศอก ยาว 116 ศอก<br />
4 พระสถูปเจดีย์อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าติโลกราช พระยอดเชียง พระราชาธิบดีลำดับที่ 11 แห่งราชวงศ์มังราย เป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าติโลกราช โปรดฯให้สถาปนาขึ้นเป็นพระราชอนุสาวรีย์ที่ประดิษฐานพระอัฐิพระราชอัยกา คือ พระเจ้าสิริธรรมจักรพรรดิติลภ หรือสมเด็จพระเจ้าติโลกราช เมื่อพุทธศักราช 2031<br />
5 ปฐมโพธิบัลลังก์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าทรงประทับนั่งขัดสมาธิ ณ ควงไม้ศรีโพธิ์ด้านทิศตะวันออก ทรงตั้งวิริยาธิษฐานปฏิญาณพระองค์ว่า “ตราบใดที่ยังไม่บรรลุพระอนุตตระสัมมาสัมโพธิญาณเพียงใด ก็จะไม่ลุกขึ้นเพียงนั้น แม้มังสะและโลหิตจะเหือดแห้งสูญเสียไป จะคงเหลืออยู่แต่หนังเส้นเอ็นก็ตามที” ปัจจุบันคือมหาวิหารเจ็ดยอด ก่อด้วยศิลาแลง กว้าง 17 เมตร ยาว 30 เมตร และสูง 18.65 เมตร มีบันไดทางขึ้น-ลงอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ด้านหลังเป็นมุขประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย มีบันไดและทางเดินไปสู่ประตูที่กำแพงแก้วด้านทิศตะวันตก ภายในมหาวิหารทำเป็นช่องทางเดินโค้งสู่ห้องด้านในที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ผนังวิหารด้านนอกโดยรอบประดับประติมากรรมปูนปั้นขึ้นรูปเทพชุมนุมในท่าพนมมือนั่งขัดสมาธิ และท่ายืนพนมมือ บนหลังคามหาวิหารมีเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม 5 องค์ และเจดีย์ระฆังทรงกลม 2 องค์ คนทั่วไปจึงนิยมเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดเจ็ดยอด” โพธิบัลลังก์นี้มีพระพุทธรูปประจำ คือ พระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับนั่งขัดสมาธิเพชร<br />
6 อนิมิสเจดีย์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับยืนทอดพระเนตรปฐมโพธิ์บัลลังก์ที่พระองค์ได้ตรัสรู้ ณ ที่นั้นเป็นเวลา 7 วัน<br />
7 รัตนฆรเจดีย์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎก เป็นเวลา 7 วัน ภายหลังที่ตรัสรู้ภายในเรือนแก้วที่เทวดานิรมิตถวาย รัตนฆรเจดีย์ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโพธิบัลลังก์ ในสัปดาห์ที่ 4 เทวดาได้เนรมิตเรือนแก้วขึ้นในทิศพายัพของโพธิบัลลังก์ เพื่อให้พระพุทธองค์ประทับนั่งพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกตลอด 7 วัน ปัจจุบันเป็นเจดีย์ทรงปราสาท บนฐานประทักษิณขนาดกว้าง 10.5 เมตร ยาว 10.7 เมตร ตั้งอยู่บนกำแพงแก้ว สันนิษฐานว่า เดิมอาจเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็ก หรือใช้พระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์ ต่อมาได้สร้างเจดีย์ก่ออิฐให้ใหญ่ขึ้นซึ่งปรากฏหลักฐานว่าบันไดทางขึ้นทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์องค์นี้สร้างทับอยู่บนกำแพงแก้ว พระพุทธรูปประจำที่รัตนฆรเจดีย์ ได้แก่ พระพุทธรูปยืนรำพึงยกพระหัตถ์ขวาและพระหัตถ์ซ้ายวางซ้อนกันที่ทรวงอกเพื่อพิจารณาธรรม<br />
8 มุจจลินทเจดีย์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุขผลสมาบัติใต้ต้นจิก สระมุจจลินท์ ภายหลังตรัสรู้แล้ว เป็นเวลา 7 วัน<br />
9 รัตนจงกลมเจดีย์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จพุทธดำเนินจงกลม หลังจากได้แสดงกตัญญูธรรมโดยการเพ่งต้นโพธิ์ เป็นเวลา 7 วัน จากนั้นก็เสด็จออกจงกลมระหว่างที่ประทับอยู่ ณ โพธิบัลลังก์ รวม 7 วัน จากการขุดแต่งทางโบราณคดีปี พ.ศ. 2545 พบแนวก่ออิฐมีลักษณะที่เป็นทางเดินอยู่ 2 แห่ง ทางด้านทิศเหนือของโพธิบัลลังก์ แห่งแรกเป็นทางเดินปูอิฐรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 1.4 เมตร ยาว 8.2 เมตร แห่งที่สองเป็นทางเดินรูปหกเหลี่ยม กว้าง 7.5 เมตร ยาว 25.5 เมตร ยกขอบผนังทางเดินสูง 1.2 เมตรจากพื้น ก่ออิฐติดกำแพงแก้วออกมาทั้ง 2 ข้าง หันด้านหน้าซึ่งเป็นระเบียงมีบันไดนาคไปที่โพธิบัลลังก์ พระพุทธรูปประจำที่รัตนจงกลมได้แก่ พระพุทธรูปยืนทำท่าเดินจงกลม โดยยกพระบาทขวาหย่อนพระหัตถ์ทั้งสองแนบขาทั้งสองข้าง<br />
10 อชปาลนิโครธเจดีย์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งขัดสมาธิ ณ บัลลังก์ภายใต้ร่มอชปาลนิโครธ(ไม้ไทร) อันเป็นที่อาศัยของคนเมืองแพะ และเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมาร<br />
11 ราชาตนเจดีย์ คือสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขสมาบัติ ณ ภายใต้ร่มไม้ราชายนพฤกษ์ ทรงยื่นพระหัตถ์ขวารับผลสมอจากพระอินทร์ เป็นเวลา 7 วัน ราชายตนะอยู่ทางทิศใต้ของโพธิบัลลังก์ เมื่อพระพุทธองค์เสวยวิมุตติสุขสมาบัติใต้ร่มไม้มุจลินท์(ไม้จิก) ครบ 7 วันแล้ว พระองค์ทรงเสด็จย้ายไปประทับนั่งใต้ต้นราชายตนะพฤกษ์(ไม้เกด) ซึ่งอยู่ทางทิศทักษิณของต้นมหาโพธิ์ ในเวลาเช้า พระอินทร์ได้นำผลสมอเข้าไปถวายพระองค์ พระองค์ทรงเสวยวิมุตติสุข ณ ที่นี่ถึง 7 วัน จากการขุดแต่งทางโบราณคดีปีพ.ศ. 2545 นอกกำแพงแก้วมหาวิหารเจ็ดยอดทางทิศใต้ พบแนวอาคารก่อสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 8.7 เมตร ถึงประมาณ 50 เซนติเมตร ไม่พบกระเบื้องมุงหลังคาและเครื่องบนหลังคา ฐานอาคารนี้ควรเป็นฐานของเจดีย์และเนื่องจากถูกไถทำลายจึงไม่พบลักษณะสถาปัตยกรรมด้านบน พระพุทธรูปประจำที่ราชายตนะเจดีย์ ได้แก่ พระพุทธรูปประทับนั่งยืนพระหัตถ์รับผลสมอ<br />
12 หอไตร คือสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์พระไตรปิฎกในวัดเจ็ดยอด(โพธารามมหาวิหาร) เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าติโลกราช ทรงคัดเลือกพระมหาเถระ ผู้เจนจัดในพระบาลีมาชำระอักษรพระไตรปิฎก ซึ่งเรียกว่าอัฐมสังคายนา ครั้งที่ 8 ของโลก ทรงอบรมสมโภช หอไตรแห่งนี้เป็นการใหญ่ เพื่อใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับที่ชำระแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.7711584590543!2d98.9696889151732!3d18.808349065217783!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a603f33f959%3A0x3dfa48bd78887e51!2sWat+Ched+Yot!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490690375331" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490690432381!6m8!1m7!1sra5Dd1eLuo8tLBmAmS3ueA!2m2!1d18.80778024591632!2d98.97179948346474!3f9.218946137153248!4f-3.7299560454161735!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดโพธารามมหาวิหาร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดข่วงสิงห์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดข่วงสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดสิงหราราม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดข่วงสิงห์ สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่ในประวัติศาสตร์ลานนา ได้กล่าวถึงวัดสิงหราราม ว่าวัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ นอกเมือง ในสมัยพระเมืองแก้ว เป็นกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดข่วงสิงห์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดข่วงสิงห์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ 15 ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2347</p>
<p>วัดข่วงสิงห์ สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่ในประวัติศาสตร์ลานนา ได้กล่าวถึงวัดสิงหราราม ว่าวัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ นอกเมือง ในสมัยพระเมืองแก้ว เป็นกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ คาดว่าเป็นวัดข่วงสิงห์ในอดีตก็ได้ ต่อมาในสมัย จุลศักราช 1163 พ.ศ. 2344 ปีระกา ตรีศก 1 เดือน 4 เหนือ ขึ้น 12 ค่ำ พ่อเจ้ากาวิละเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้โปรดให้สร้าง สิงห์ขึ้นไว้คู่หนึ่ง ณ ที่อันเป็นบริเวณโล่งเตียนกว้างขวาง อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองเชียงใหม่ ตัวหนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก อีกตัวหันไปทางทิศเหนือ มีกำแพงและสระน้ำล้อมรอบ เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงได้ทำพิธีอันเชิญเทพยดาอารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มาสิงสถิตอยู่ ณ ที่นี้ เพื่อให้เป็นสีหนาทแก่บ้านเมือง คราวใดเมื่อจะยกทัพไปต่อสู้ กับข้าศึกที่มารุกราน หรือเพื่อแผ่อานุภาพออกไป ก็ได้ยกกองทัพมาหยุดอยู่ ณ ที่บริเวณนี้เพื่อกระทำการอันเป็นมงคลต่าง ๆ แก่กองทัพเป็นประจำ และได้ทรงสร้างบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ขึ้น ให้สถานที่แห่งนี้ชื่อว่า “ ข่วงสิงห์ชัยมงคล ” ประมาณปี พ.ศ. 2344 ให้เป็นที่เผยแพร่พระศาสนา และปฏิบัติธรรมของประชาชนในละแวกนั้น ต่อมาในสมัยพ่อเจ้าอินทวิชยานนท์ ได้มาทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ให้ดีขึ้น ตั้งแต่สมัยนั้นเป็นต้นมา วัดข่วงสิงห์ชัยมงคล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานมงคลนามของหมู่บ้านข่วงสิงห์ จึงเหลือชื่อเพียง วัดข่วงสิงห์ เข้าใจว่าจะสะดวกในการเรียกดีกว่าชื่อเดิม เวลาในการบูรณปฏิสังขรณ์นั้น ประมาณ พ.ศ. 2417 ในปี พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสนครเชียงใหม่ และได้เสด็จพระราชดำเนินมายังหมู่บ้านแห่งนี้ เพื่อรับน้อมถวายช้างเผือก ที่ทางจังหวัดได้จัดขึ้นทูลเกล้าถวาย ในครั้งนั้นด้วย นับเป็นมงคลแก่ประชาชน และหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง วัดข่วงสิงห์ เดิมชื่อวัดข่วงสิงห์ชัยมงคล สร้างขึ้นโดยพระเจ้ากาวิละ ผู้ครองนครเมืองเชียงใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 7.5 เมตร ยาว 17 เมตร</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
ท่านพระครูพิศิษฏิ์พิพิธการ ชาติภูมิ พระครูพิศิษฏ์พิพิธการ มีนามเดิมว่า บุญปั๋น ใจพรม เกิดวันที่ 26 มกราคม 2481 ณ บ้านดอยหล่อ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นบุตรของคุณพ่อแก้ว คุณแม่เขียว ใจพรม มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 7 คนคือ 1. นางคำมูล<br />
2. นางกองแก้ว<br />
3. นางปิมปา ใจพรม<br />
4. นายอุ่นเรือน ใจพรม<br />
5. นางสาวเทียมตา ใจพรม<br />
6. พระครูพิศิษฏ์พิพิธการ (บุญปั๋น ใจพรม)<br />
7. นายปรีชา ใจพรม การบรรพชา บรรพชาเมื่ออายุได้ 16 ปี วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 ณ วัดดอยหล่อ ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระครูสุนทรคัมภีรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาแล้ว ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก และยังเชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาษาพื้นเมืองอย่างดีเยี่ยมอีกด้วย การอุปสมบท อุปสมบทเมื่ออายุได้ 21 ปี วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2500 ณ วัดดอยหล่อ ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระครูสุนทรคัมภีรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการดำ ญาณวุฒโฑเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการดวงทิพย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาต่อทางบาลีจนจบชั้นมูลต้น แต่ไม่ได้ศึกษาต่อเพราะขณะนั้นทางวัดข่วงสิงห์ เจ้าอาวาสได้มรณภาพลง จึงได้รับอาราธนานิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแห่งนี้</p>
<p>สถาปัตยกรรม<br />
1 อุโบสถ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนเป็นหอไตร ภายในมี ภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปมหาชาติ 13 กัณฑ์<br />
2 ศาลาการเปรียญ<br />
3 กุฏิสงฆ์เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้<br />
4 ศาลาอเนกประสงฆ์ เป็นอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน<br />
5 หอระฆังวัดข่วงสิงห์<br />
6 ศาลาอเนกประสงค์อานนทวิลาศสามัคคีนุสรณ์<br />
7 เจดีย์ทรงปราสาท</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3175.7877510882367!2d98.98038902238035!3d18.812881537903085!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aeef105c965%3A0x50feeef385b675fa!2sWat+Khuang+Sing!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490979942185" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490980243074!6m8!1m7!1sCKUz3HrRff3lIpjM1OT0mg!2m2!1d18.81271164914277!2d98.98223545235322!3f103.89073364975945!4f-11.922512236337624!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดข่วงสิงห์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเจ็ดยอด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดโพธารามมหาวิหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดเจ็ดยอด ( พระอารามหลวง ) เป็นวัดที่มีความสำคัญและเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่  มีโบราณสถานโบราณวัตถุที่ล้ำค่า  จนเรียกได้ว่า มีครบทุกประการ คือมีสถานะธรรม  สถานะวัตถุ สถานะบุคคล สถานะพิธี</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>วัดเจ็ดยอด ( พระอารามหลวง ) เป็นวัดที่มีความสำคัญและเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีโบราณสถานโบราณวัตถุที่ล้ำค่า จนเรียกได้ว่า มีครบทุกประการ คือมีสถานะธรรม สถานะวัตถุ สถานะบุคคล สถานะพิธี ที่บรรพชนได้กระทำและปลูกสร้างไว้ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ชาวพุทธรู้จักดี เพราะเป็นวัดที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งรายสถาปนาขึ้น และวัดนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เมื่อ ๕๐๐ กว่าปีล่วงมาแล้ว โบราณสถานต่างๆในวัดนี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาเยี่ยมชมอยู่ตลอดไปอย่างมิลืมเลือน</p>
<p>วัดเจ็ดยอดเป็นวัดที่ได้ชื่อว่ามีเจดีย์รูปทรงแปลกที่สุดคือมียอดตั้งแต่บนเรือนธาตุสี่เหลี่ยมถึงเจ็ดยอด เหมือนมหาโพธิ์เจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย จัดเป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย</p>
<p>ประวัติ</p>
<p>ผู้สถาปนาวัดเจ็ดยอด พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งราชวงศ์เม็งราย (อาณาจักรล้านนา) เป็นองค์สถาปนาวัดเจ็ดยอดขึ้นในปี พุทธศักราช ๑๙๙๘ (ค.ศ.๑๔๕๕) ณ บริเวณที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้ ทรงโปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต เป็นนายช่างทำการก่อสร้างอารามขึ้น ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมของชาวพุทธที่เคารพนับถือต้นโพธิ์ เพราะต้นโพธิ์เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์ เมื่อครั้งตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ชาวพุทธจึงถือว่าการเคารพกราบไหว้ต้นโพธิ์เป็นการถวายความเคารพแก่พระพุทธองค์เช่นกัน ดังนั้นต้นมหาโพธิ์จึงถูกนำมาปลูกไว้ในบริเวณวัดทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้เองพระเจ้าติโลกราชจึงให้ข้าราชบริพารไปตัดเอากิ่งตอนต้นโพธิ์จากวัดป่าแดงหลวง ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ที่นำมาจากศรีลังกามาปลูกไว้ในวัดนี้และตั้งชื่อวัดนี้ว่าวัด“โพธารามมหาวิหาร” ซึ่งมีความหมายว่าวัดต้นมหาโพธิ์ และไปนิมนต์ พระอุตตมะปัญญามหาเถระมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดนี้<br />
เจดีย์เจ็ดยอด<br />
เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เชื่อว่าถ่ายแบบมาจากมหาโพธิ์เจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดียสร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้จัดการประชุมพระเถรานุเถระทั่วทุกหัวเมืองในอาณาจักรล้านนาแล้วทรงคัดเลือกได้พระธรรมทิณ เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ผู้ทรงอบรมรู้ภาษาบาลีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระองค์ทรงเป็นพระธานฝ่ายคฤหัสถ์ ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งใหญ่เป็นลำดับที่ ๘ โดยทำมาแล้วทั้งในอินเดียและศรีลังกา นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย</p>
<p>พระสถูปเจดีย์พระเจ้าติโลกราช<br />
เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. ๒๐๓๐ พระยอดเชียงรายราชนัดดาได้สืบราชสมบัติแทน โปรดให้สร้างจิตกาธาน (เชิงตะกอน) ขึ้นในวัดนี้เพื่อเป็นสถานที่ฌาปนสถานถวายพระเพลิงพระศพของพระดัยกาธิราชแล้วโปรดให้สร้างพระสถูปใหญ่เพื่อบรรจุพระอัฐิและพระอังคารธาตุของพระเข้าติโลกราชไว้ภายในบริเวณวัดสถูปนี้ก่ออิฐถือปูน ทรงมณฑปสี่เหลี่ยมย่อมุมมีซุ้มคูหาเป็นจตุรมุข หลังคาทรงบัวกลม ส่วนเครื่องยอดต่อขึ้นไปก่อเป็นสถูปทรงระฆังกลม ซุ้มคูหาด้านทิศตะวันออกฝังเข้าไปในตัวมณฑป ประดิษฐานพระพุทธปฎิมากรปูนปั้นมารวิชัยหนึ่งองค์</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.7711584590543!2d98.9696889151732!3d18.808349065217783!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a603f33f959%3A0x3dfa48bd78887e51!2sWat+Ched+Yot!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490690375331" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490690432381!6m8!1m7!1sra5Dd1eLuo8tLBmAmS3ueA!2m2!1d18.80778024591632!2d98.97179948346474!3f9.218946137153248!4f-3.7299560454161735!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านช่างเคี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดช่างเคี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากการศึกษาประวัติที่มีชื่อว่า "ช่าง" นำหน้า เช่น วัดช่างกระดาษ อำเภอสันป่าตอง วัดช่างคำ (ช่างทอง) อำเภอหางดงและวัดช่างเคิ่ง (เครื่องประดับ) อำเภอสารภี สันนิษฐานว่าคงเป็นวัดในกลุ่มที่ราชวงศ์กาวิละมาฟื้นฟูบ้านเมือง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <strong>วัดช่างเคี่ยน ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านช่างเคี่ยน ถนนห้วยแก้ว ซอยช้างเผือก หมู่ที่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 5 ไร่ 49 ตารางวา โฉนดเลขที่ 29330</strong></p>
<p>อาณาเขตติดต่อ<br />
ทิศเหนือ จรดลำน้ำห้วยช่าง ความยาวประมาณ 3 เส้น &#8211; 16 ศอก<br />
ทิศใต้ จรดถนนสาธารณะ ความยาวประมาณ 2 เส้น 10 วา 6 ศอก<br />
ทิศตะวันออก จรดที่ดินเอกชน ความยาวประมาณ 1 เส้น 10 วา 6 ศอก<br />
ทิศตะวันตก จรดถนนสาธารณะ ความยาวประมาณ 1 เส้น 10 วา 11 ศอก<br />
มีที่ธรณีสงศ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน โฉนดเลขที่ 29330</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ประวัติความเป็นมาวัดช่างเคี่ยน</strong></span><br />
จากการศึกษาประวัติที่มีชื่อว่า &#8220;ช่าง&#8221; นำหน้า เช่น วัดช่างกระดาษ อำเภอสันป่าตอง วัดช่างคำ (ช่างทอง) อำเภอหางดง และวัดช่างเคิ่ง (เครื่องประดับ) อำเภอสารภี สันนิษฐานว่าคงเป็นวัดในกลุ่มที่ราชวงศ์กาวิละมาฟื้นฟูบ้านเมือง ภายหลังจากที่ขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่ได้สำเร็จในปี พ.ศ.2347</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากการออกสำรวจพื้นที่เพื่อสืบสาวหาช่างเคี่ยนในบริเวณ หมู่บ้านช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก ข้อมูลสัมภาษณ์ชุดหนึ่งซึ่งได้มาจาก พ่ออุ้ยมอย อินต๊ะชาญ อายุ 92 ปี มีใจความว่าในชั่วชีวิตของท่านประมาณ 85 ปีที่ผ่านมา เท่าที่จำความได้ท่านยังไม่เคยเห็นว่ามีช่างเคี่ยนหรือช่างกลึง ในหมู่บ้านนี้เลย ประกอบกับในตำนานพระธาตุดอยสุเทพเรียกท้องที่ละแวกนี้ว่า &#8220;ช้างเคียน&#8221; คำว่าช่างเคี่ยนจึงอาจมาจากคำนี้ได้เช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ พ่ออุ้ยมอยยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติวัดของหมู่บ้านช่างเคี่ยนว่า เดิมสถานที่ตั้งวัดในปัจจุบันเป็นปางช้างของเจ้าหลวงเชียงใหม่ โดยช้างในปางช้างแห่งนี้มีหน้าที่ขนของจำพวกวัสดุก่อสร้างขึ้นไปบูรณะพระธาตุดอยสุเทพ ต่อมาในปี พ.ศ. 2477 ครูบาศรีวิชัยจึงได้สร้างถนนตามแนวทางของช้างที่เดินขนของขึ้นไปนั่นเอง</p>
<p>อนึ่ง การเดินทางขึ้นดอยสุเทพด้วยเท้าในสมัยก่อนหรือแม้แต่ในปัจจุบัน ผู้คนมีวัตถุประสงค์ที่จะขึ้นไปนมัสการ และสรงน้ำพระธาตุในวันประเพณีเดือน 8 เหนือ (วิสาขบูชา) โดยจะเดินขึ้นตามแนวถนนสุเทพ ผ่านสถานีเกษตรภาคเหนือและวัดผาลาด จากนั้น ก็มุ่งไปสู่พระเจดีย์ดอยสุเทพได้ แต่ถ้าเป็นการใช้ช้างขนของ ช้างไม่สามารถจะเดินขึ้นทางตรงเหมือนคนเราได้</p>
<p>วัดช่างเคี่ยนเดิมนั้น ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของลำห้วยช่างเคี่ยน และในเวลาต่อมาคงชำรุดทรุดดทรม จึงมีการย้ายวัดมาตั้ง ณ บริเวณปางช้าง ของเจ้าหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน นอกจากนี้มีการจัดตั้งโรงเรียนวัดช่างเคี่ยนขึ้นเมื่อ พ.ศ.2481</p>
<p>นอกจากนี้พ่ออุ้ยมอยให้ข้อมูลว่าบริเวณ หมู่บ้านนี้เดิมเป็นป่าทึบ จัดว่าเป็นหมู่บ้านชานเมือง มีจำนวนครัวเรือนไม่มากประมาณ 50-60 ครัวเรือน แต่ละครัวเรือนมีอาชีพทำนาซึ่งเป็นผืนเล็ก ๆ อาศัยน้ำฝนเพราะตั้งอยู่ตรงเชิงเขาสุเทพ อนึ่งการบุกเบิกที่ดินทำนาก็ลงมือกันเอง โดยผู้ปกครองหมู่บ้านชื่อแสนสังฆะจะเป็นผู้อนุญาตให้ผู้บุกเบิก ที่นาทำกินไปก่อนเป็นเวลา 3 ปี แล้วจึงจะวัดเขตนาเพื่อขึ้นบัญชีว่าเป็นของใคร จากนั้นจึงจะเก็บภาษีที่นาในภายหลัง อนึ่ง ที่นาของหมู่บ้านช่างเคี่ยน ซึ่งเป็นบริเวณหมู่บ้านอิงดอยในปัจจุบันนี้ มีเขตติดต่อกับหมู่บ้านเจ็ดยอดและหมู่บ้านข่วงสิงห์</p>
<p>วัดช่างเคี่ยน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2055 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระอธิการอินถา ถาวโร รูปที่ 2 พระอธิการก้อนแก้ว คนธวํโส รูปที่ 3 พระครูธรรมอรุณ อรุโณ ตั้งแต่ พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ.2525 แผนกบาลี เปิดสอน พ.ศ. 2528 และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอน พ.ศ. 2525</p>
<p>สิ่งก่อสร้างภายในวัด<br />
อุโบสถ สถาปัตยกรรมล้านนาเป็นปูนทั้งหลัง ครึ่งบนเป็นไม้ หลังคาด้านหน้ามี 2 ชั้น ยื่นคลุมมุขหน้า มีบันไดขึ้นลงด้านข้าง<br />
ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด<br />
ศาลาการเปรียญ เป็นตึก 2 ชั้น<br />
กุฏิสงฆ์ 3 หลัง<br />
วิหาร เป็นแบบสถาปัตยกรรมล้านนา หลังคาซ็อนกัน 3 ชั้น หน้าบันพื้นเป็นปูสีฟ้า ประดับลวดลายก้านขด ตรงกลางประดับ<br />
ด้วยปูนปั้นรูปพระนารายณ์ หัวเสาเป็นกลีบบัวซ้อนกัน 2 ชั้น โก่งคิ้วมีรวงผึ้งประดับด้วยปูนปั้นเส้นกนก หางหงษ์ประดับด้วยนาคลำยองประดับกระจกสี<br />
ไม่มีราวบันไดนาค<br />
ศาลาอเนกประสงค์<br />
ศาลาบำเพ็ญกุศล<br />
ศาลาบาตร<br />
เจดีย์ ทรงเหลี่ยมย่อมุมสิบสอง 2 ชั้น ชั้นมาลัยเถาแปดเหลี่ยม 7 ชั้น ก่ออิฐถือปูนองค์ระฆัง ทรงกลมประดบด้วยแก้วสี และปิดทองจังโก<br />
บัลลังก์สี่เหลี่ยม มีฐานบัวรองรับ ปล้องไฉน และปลียอด บนสุดประดับด้วยฉัตร<br />
หอระฆัง ตั้งอยู่บนหลังคาของอาคาร บนสุดเป็นเจดีย์จำลองย่อมุมมีซุ้มมุขยื่นอกมา 4 ด้าน ประดับด้วยกาแลรองรับเจดีย์ทรงเหลี่ยม ซึ่งสร้าง<br />
ด้วยอิฐก่อปูน ปล้องไฉนปิดทอง</p>
<p>สภาพแวดล้อมปัจจุบันของวัดช่างเคี่ยน<br />
1. อุโบสถมีสภาพทรุดโทรม<br />
2. องค์เจดีย์ ส่วนฐานมีรอยร้าว และมีสภาพทรุดโทรม</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>เจ้าอาวาสวัดช่างเคี่ยน</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาสวัดช่างเคี่ยน</strong></span></p>
<h3><span style="color: #3366ff;">แผนที่วัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</span></h3>
<p style="text-align: left;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d15107.172877810593!2d98.9606615!3d18.8073664!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0xd0e4c57be41e1a42!2z4Lin4Lix4LiU4LiK4LmI4Liy4LiH4LmA4LiE4Li14LmI4Lii4LiZ!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490689160083" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490689218186!6m8!1m7!1ssMgTYpvmsHRJrc-GZ3Aw3Q!2m2!1d18.80770250628379!2d98.96021391330635!3f37.31185741816925!4f-3.200290301424886!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;">วัดใกล้เคียงวัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p>วัดศรีโสดาพระอารามหลวง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>วัดโชติกุนสุวรรณาราม (วัดหมูบุ่น) ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>วัดประทานพร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอมเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดแม่หยวก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดแม่หยวก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดแม่หยวก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่ วัดตั้งอยู่บนเนินที่สูงกว่าพื้นดินโดยรอบ เป็นวัดที่เก่าแก่ แต่บูรณะมาแล้วหลายยุคสมัย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดแม่หยวก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดแม่หยวก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่<br />
ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">จังหวัดเชียงใหม่</a> วัดตั้งอยู่บนเนินที่สูงกว่าพื้นดินโดยรอบ เป็นวัดที่เก่าแก่ แต่บูรณะมาแล้วหลายยุคสมัย เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมของหมู่บ้าน</p>
<p><strong>การเดินทาง</strong><br />
จากในเมือง จากสี่แยกข่วงสิงห์ ใช้เส้นทางที่จะไปอ.แม่ริม อ.แม่แตง รวมทั้งไปปาย ก็ใช้เส้นทางนี้ ก็คือคือถนนโชตนา แล้วเดินทางตรงไปทางทิศเหนือ เป็นถนนที่ใช้เดินทางไปทางทิศเหนือของจังหวัดเชียงใหม่<br />
เมื่อถึงศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ (หลังใหม่นะ ไม่ใช่หลังเก่าที่อยู่ในเมือง เดี๋ยวจะไม่ถึงวัดแม่หยวก) ก็ข้ามมาฝั่งตรงข้าม ทางเข้าวัดจะอยู่ตรงข้าม เยื้อง ศาลากลางมาทางทิศใต้<br />
รถโดยสาร นั่งรถแม่ริมตรงคิวรถที่อนุสาวรีย์ช้างเผือก(หรือรถแม่แตงก็ได้) นั่งตรงมาทางทิศเหนือ ลงศาลากลาง แล้วข้ามมาฝั่งตรงข้าม เดินเข้าซอยโชตนา 26 ไปประมาณ 500 เมตร ก็จะเห็นวัดตั้งอยู่บนเนิน</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.100817263592!2d98.97488831536093!3d18.838184587224834!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3b05a85e391f%3A0x8a338bce3656af66!2sWat+Mae+Yuak!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490685807050" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490685982927!6m8!1m7!1s4bl8jLvUZJoz0P210vxLHg!2m2!1d18.83836676639534!2d98.97633797545507!3f116.43539519143188!4f-5.46026520471645!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดแม่หยวก ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เลขที่ 13 หมู่ 5 บ้านสันติธรรม หัสดิเสวี ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50300</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เลขที่ 13 หมู่ 5 บ้านสันติธรรม หัสดิเสวี ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปษณีย์ 50300</p>
<p>ประวัติความเป็นมา<br />
พระครูสันติวรญาณ (สิม พุทฺธาจาโร )ได้ธุดงค์ไปในหลายจังหวัด อาทิ เช่น วัดป่าสระคงคา อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักสงฆ์หมู่บ้านแม่ดอย ( ต่อมาได้พัฒนาเป็นวัด ชื่อว่า วัดป่าอาจารย์มั่น ) อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ( ณ ที่นี้หลวงปู่ได้พบ หลวงปู่มั่นฯ และได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากหลวงปู่มั่น จนการปฏิบัติธรรม ของหลวงปู่ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ) เมื่อแยกจากหลวงปู่มั่นแล้ว</p>
<p>หลวงปู่ได้เดินธุดงค์ ไปทางอำเภอสันกำแพง เข้าพักที่ วัดโรงธรรม นานถึงห้าปี ตั้งแต่ปี พ . ศ . ๒๔๘๓ ถึงปี พ . ศ . ๒๔๘๗ ซึ่งขณะนั้น ยังเป็นสำนักชั่วคราว ที่วัดโรงธรรมสามัคคีนี้ เคยเป็นสถานที่ที่ครูอาจารย์หลายท่านเคยใช้พักจำพรรษา อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต , หลวงปู่ชอบ ฐานสโม , หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ , พระอาจารย์กู่ ธมฺมทินฺโน และหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม เป็นต้น</p>
<p>หลังจากนั้นย้ายไปจำพรรษาที่ ถ้ำผาผัวะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองอยู่ในสภาพหลังสงคราม โลกครั้งที่ ๒ ในระหว่างนั้น หลวงปู่ได้รับรู้ความคับจิตคับใจของบรรดาชาวบ้านทั้งหลาย หลวงปู่ได้ปลุกปลอบใจของชาวบ้านที่กำลังสิ้นหวังให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้น ด้วยการหยั่งพระ สัทธรรมลงสู่จิตของพวกเขา</p>
<p>ในระหว่างออกพรรษา หลวงปู่สิม ได้จาริกธุดงค์ไปบำเพ็ญเพียร ณ สถานที่วิเวกหลายแห่งในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ศิษย์อาวุโสชาวเชียงใหม่ท่านหนึ่งคือ เจ้าชื่น สิโรรส ( วัย ๙๖ ปี ) โดยในปี พ . ศ . ๒๔๘๘ เจ้าชื่น สิโรรส ได้อพยพครอบครัวหลบภัยสงครามไปอยู่ที่ถ้ำผาผัวะ ขณะที่หลวงปู่ธุดงค์ ไปจำพรรษาที่ถ้ำผาผัวะนี้ ท่านเปรียบเสมือนที่พึ่งอันสูงสุดที่มีความหมายมาก สำหรับคนที่อยู่ในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด</p>
<p>เนื่องจากสงคราม ปลายปี พ . ศ . ๒๔๙๘ เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาใกล้จะยุติ เจ้าชื่น สิโรรส ซึ่งอพยพจากถ้ำผาผัวะ กลับคืน ตัวเมืองเชียงใหม่ ได้กราบอาราธนาหลวงปู่ให้ย้ายเข้ามาพักจำพรรษา ที่ตึกของแม่เลี้ยงดอกจันทร์ กีรติปาล ( คิวริเปอร์ ) ตึกของแม่เลี้ยงดอกจันทร์ กีรติปาล (คิวริเปอล) อยู่ติดกับถนนสุเทพ ตรงกันข้ามกับถนนไปสนามบิน เมืองเชียงใหม่ (ปัจจุบันคือที่ตั้งของ ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ )ยังเป็นตึกที่ว่างไม่มีใครอยู่ นอกจากคนที่อยู่เผ้าคอยดูแลรักษาเนื่องจากแม่เลี้ยงดอกจันทร์และลูกหลานได้อพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ที่อื่นและ ณ ที่นี้เองที่หลวงปู่สิมพบกับลูกศิษย์ คนแรกที่อุปสมบทที่เชียงใหม่คือ พระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต ซึ่งต่อมาก็ได้เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัด &#8221; สันติธรรม &#8221; ซึ่งได้ทำการก่อสร้างขึ้นในภายหลัง ปี พ . ศ . ๒๔๙๐ เมื่อสงครามสงบโดยสิ้นเชิง มีข่าวว่า เจ้าของบ้านคือ แม่เลี้ยง ดอกจันทร์ และลูกหลานที่อพยพหลบภัยสงครามไปจะกลับคืน ถิ่นฐานเดิม หลวงปู่จึงปรารภเรื่องการสร้างวัด คำปรารภในครั้งนั้น เป็นแรงบันดาลใจ ให้คุณแม่นิ่มนวล สุภาวงศ์ เกิดศรัทธาขึ้นมาอย่างแรงกล้า ที่จะสร้างวัดถวายหลวงปู่ ด้วยพลังศรัทธานั้นเอง &#8221; วัดสันติธรรม &#8221; จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยอาศัยกำลังศรัทธาของศานุศิษย์ ท่านพระครูสันติวรญาณ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) พร้อมกับ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภและหลวงปู่หลอด ปโมทิโต มีสามเณรทองอินทร์ พร้อมด้วยอุบาสกซึ่งเป็นโยมบิดาของหลวงปู่เหรียญด้วย ได้ไปพักอาศัยอยู่ ณ ตึกดังกล่าวนี้ ขณะนั้นพระสงฆ์ที่มีความรู้ ความสามารถในการแสดงธรรมโดยปฏิภาณโวหารมีน้อย การแสดงธรรมของหลวงปู่สิม จึงได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ผู้ที่ได้สดับพระธรรมเทศนาจากหลวงปู่แล้ว มักนำไปกล่าวสรรเสริญและชวนคนอื่นไปฟังอีก</p>
<p>ก่อนที่หลวงปู่สิมและคณะจะจาริกไปในที่ต่างๆ หลวงปู่พำนักอยู่ที่วัดโรงธรรมฯ อำเภอสันกำแพง ขณะนั้นยังเป็นสำนักชั่วคราว มีศาลาฟังธรรมตั้งอยู่ในสวน จึงเรียกว่าวัดโรงธรรม โยม แสง ชินวิตร เป็นผุ้มีปสาทศรัทธา ในรสพระธรรมเทศนาของท่านอาจารย์ คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ (นางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง) เป็นผู้หนึ่งที่ถูกชักชวนให้ไปฟังเทศน์แต่ไม่ยอมไป คุณนิ่มนวลเล่าความรู้สึกให้ฟังว่า สาเหตุที่ไม่ยอมไปฟังเทศน์ เพราะไม่คุ้นเคยต่อขนบธรรมเนียม มีความกระดากใจ เห็นคนไปวัดจะต้องถือพานดอกไม้ไปด้วย จะทำตามเขาก็ทำได้ไม่สนิท กลัวจะไปทำผิดๆ ถูกๆ เพราะไม่เคยทำมาก่อน ตั้งแต่เด็กมาก็เคยไปแต่โรงเรียน แม้จะเคยไปวัด ก็ไม่ได้สังเกตว่าเขาทำอะไรบ้าง เรื่องทำนองนี้ คงจะมีคนอื่นๆอีกมาก ที่มีความรู้สึกเหมือนๆกัน</p>
<p>คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ เล่าให้ฟังต่อไปว่า เมื่อแม่แสง ชินวัตร พรรณนาถึงรสพระธรรมเทศนาของหลวงปู่สิมว่า เทศน์ได้ไพเราะฟังเข้าใจง่าย นึกอยากจะไปฟัง แต่ยังไม่เชื่อโดยสนิทใน เท่าที่เคยฟังพระเทศน์มาไม่เคยรู้เรื่อง เพื่อความมั่นใจ จึงจ้างให้ น้อยหมู ลูกจ้างของเตี่ยให้ไปฟังแทน ต่อมาเจ๊หมา และพ่อน้อยเงิน พรหมโย ก็ไปฟังและนำมาเล่าว่า หลวงปู่เทศน์ดี จึงนึกอยากไปฟังบ้าง</p>
<p>ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๙ หลวงปู่สิมและคณะได้มาจำพรรษาอยู่ที่ตึกแม่เลี้ยงดอกจันทร์ บ้านหลิ่งห้า อำเภอเมือง เชียงใหม่ แม่แสง ชินวัตร ได้มาชวนให้ไปฟังเทศน์อีก จึงตกลงไปฟัง จำไม่ได้ว่าหลวงปู่สิม เทศน์เรื่องอะไร จำได้แต่เพียงว่าท่านเทศน์ดี รู้สึกจับใจ ตั้งแต่วันนั้นมา จึงได้ไปฟังเทศน์บ่อยๆ</p>
<p>พระนพีสีพิศาลคุณ (พระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติธรรม ก็ได้ทำการอุปสมบทในสมัยนั้น อุปสมบทที่วัดเจดีย์หลวง โดยมีเจ้าแม่กาบคำ ณ เชียงใหม่ เป็นผู้อุปการะในการอุปสมบท เป็นศิษย์องค์แรกของท่านอาจารย์ ที่ได้รับการอุปสมบทในระยะที่มาจำพรรษาอยู่ในเมือง</p>
<p>หลวงปู่สิม อยู่จำพรรษาที่ตึกของแม่เลี้ยงดอกจันทร์ได้ ๒ พรรษา คือปี พ.ศ. ๒๔๘๙ – ๒๔๙๐ แม่เลี้ยงดอกจันทร์และลูกหลานจะต้องการใช้บ้าน คือจะกลับมาอยู่ หลวงปู่และคณะศิษย์จึงจำเป็นจะต้องหาที่อยู่ใหม่ วันหนึ่ง หลวงปู่สิมปรารภในระหว่างเทศน์ว่า “ นกมันยังทำรังอยู่ได้ คณะศรัทธาจะสร้างวัดอยู่สักวัดหนึ่งไม่ได้หรือ ?”</p>
<p>คุณนิ่มนวล บอกว่า เมื่อได้ฟังคำพูดของหลวงปู่สิม ประโยคนั้นแล้ว ทำให้คิด กลับมาบ้านแล้วก็ยังเก็บมาคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งเพิ่มแรงศรัทธา อยากจะได้ที่สร้างวัด รุ่งขึ้นรับประทานอาหารเช้าแล้ว บังเอิญ มีผู้นำเงินค่าแหวนมาให้จำนวน ๑,๐๐๐ บาท จึงตกลงใจว่าจะบริจาคเงินจำนวนนี้เป็นค่าที่ดินสร้างวัด</p>
<p>ขณะนั้น คิดอยากจะพบกับพ่อน้อยเงิน พรหมโย และบังเอิญพ่อน้อยเงินก็มาหา จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อน้อยเงินฟัง พ่อน้อยเงินเห็นดีเห็นชอบด้วยทุกอย่าง พร้อมรับอาสาว่า จะพยายามหาที่ให้ได้ เจ๊หมา เมื่อทราบเรืองการหาที่ดินจะสร้างวัด ก็ได้แสดงความจำนงบริจาคทรัพย์ร่วมอีก ๑,๐๐๐ บาท ในวันต่อมา พ่อน้อยเงิน และนายฮั้งยิ้น (สามีเจ๊หมา) จึงพากันไปหาซื้อที่ดิน ชั่วเวลาไม่กี่วันก็ไปได้ที่ดินของ คุณพระอาสาสงคราม คุณพระท่านทราบว่าอยากจะได้ที่ดินสร้างวัดท่านก็ยินดีขายให้ในราคาถูก</p>
<p>เนื้อที่ที่ตกลงซื้อขายกันครั้งแรกเป็นที่ ๕ ไร่ คิดราคาไร่ละ ๙๐๐ บาท ต่อมาได้ขอซื้อเพิ่มเติมอีก ๓ ไร่ ๓ งาน คิดเป็นราคาทั้งหมด ๗,๕๖๘ บาท รายนามผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินมีดังนี้</p>
<p>(๑) นางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง บริจาค ๑,๙๗๐ บาท</p>
<p>(๒) นายฮั้งยิ้น แม่หมา และบุตรธิดา บริจาค ๑,๙๗๐ บาท</p>
<p>(๓) นางสาวทองหล่อ ขาวประไพ บริจาค ๑,๐๐๐ บาท</p>
<p>(๔) เจ้าผัวผัด ณ เชียงใหม่ บริจาค ๑,๐๐๐ บาท</p>
<p>บริจาคครั้งที่ ๒ มีดังนี้</p>
<p>(๑) นายฮั้งยิ้น แม่หมา บริจาค ๓๒๘ บาท</p>
<p>(๒) นางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง บริจาค ๑,๐๐๐ บาท</p>
<p>(๓) แม่บุญทอง ตุงคมณี บริจาค ๒๐๐ บาท</p>
<p>(๔) แม่แก้วลูน สุวรรณยืน บริจาค ๑๐๐ บาท</p>
<p>คุณพระอาสาสงคราม นอกจากท่านจะยินดีขายที่ดินให้แล้ว ท่านยังให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์ ท่านบริจาคทรัพย์สร้างกุฏิ บ่อน้ำ และส้วม ตลอดจนตั้งแต่การแผ้วถาง และทำการก่อสร้าง คุณพระท่านช่วยดูแลเอาใจอย่างใกล้ชิด</p>
<p>ผู้มีส่วนริเริ่ม และร่วมมือร่วมใจในการแผ้วถางและก่อสร้าง คือ คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ , พ่อน้อยเงิน พรหมใย, นายฮั้นยิ้น นางหมา และลูก ผู้ที่เป็นช่างออกแบบสร้างกุฏิ และคอยดูแลเอาใจใส่ คือนายเล่งไฮ้ ท่านผู้ใจบุญบริจาคทรัพย์ช่วยเป็นค่าแรงงาน คือ</p>
<p>• แม่แสง ชินวัตร บริจาค ๑,๐๐๐ บาท</p>
<p>• โยมชื่น สิโรรส บริจาค ๕๕๐ บาท</p>
<p>ในการแผ้วถางดำเนินการครั้งแรก สังเกตเห็นได้ว่า เนื้อที่บริเวณที่จะสร้างกุฏิ มีอิฐ มีกระเบื้อง มีแนวกำแพง และมีเนินโบสถ์หรือวิหาร พอจะหยั่งสันนิษฐานได้ว่า ที่แห่งนั้นเคยเป็นวัดมาก่อน แต่ไม่อาจสืบประวัติได้ว่าเป็นวัดอะไร</p>
<p>เมื่อทำการก่อสร้างกุฏิ พอเป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณรได้แล้ว คณะศรัทธาจึงได้อาราธนา หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร (ขณะนั้นท่านพักอยู่วัดโรงธรรมสามัคคี อำเภอสันกำแพง) และพระภิกษุสงฆ์สามเณรที่เป็นศิษย์ของท่านมาอยู่ ได้ทำพิธีเปิดป้ายเป็นการชั่วคราวขึ้น เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ให้ชื่อว่า “ วัดสันติธรรม นครเชียงใหม่ ”</p>
<p>ในวันเปิดป้าย ผู้ใหญ่ได้อาราธนา และเชิญให้มาร่วมงาน คือ ฝ่ายสงฆ์มี (๑) ท่านพระครูพิศาลขันติคุณ (เจ้าคุณเทพสารเวที) วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ฝ่ายฆราวาสมี (๑) พลตรีหลวงกัมปนาทแสนยากร ข้าหลวงภาค (๒) ขุนไตรกิตติยานุกูล ข้าหลวงประจำจังหวัดเชียงใหม่ (๓) ข้าหลวงยุติธรรม (๔) นายจรัส มหาวัจน์ ศึกษาภาค (๕) ร.ต.อ. สุจินต์ หิรัญรักษ์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (๖) นายวิชาญ บรรณโสภิษฐ์ (๗) นายเฉลิม ยูปานนท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>มีพุทธศาสนิกชน ไปร่วมงานประมาณ ๒๐๐ คน พรรษาแรกนี้ มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาคือ พระภิกษุ ๑๑ รูป สามเณร ๙ รูป</p>
<p>พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ทำหนังสือยื่นขอสร้างวัดต่อทางการ โดยนางสาวนิ่มคิ้ม แซ่เฮ้ง (นิ่มนวล สุภาวงศ์) เป็นตัวแทน ลงนามในหนังสือ ขณะนั้นทางการคณะสงฆ์ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. คณะสงฆ์หลายอย่าง โดยเฉพาะ พ.ร.บ. อันว่าด้วยการสร้างวัด</p>
<p>ขณะนั้นเป็นเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ ในการปฏิบัติงานของคณะสงฆ์ การยื่นหนังสือขอสร้างวัด จึงพบกับปัญหาหลายแง่หลายกระทง กว่าจะได้รับอนุญาตให้สร้างวัดได้ ต้องใช้เวลาถึง ๓ ปี คือ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดได้ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ใช้นามว่า วัดสันติธรรม ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก คือ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร (พระครูสันติวรญาณ,พระญาณสิทธาจารย์)</p>
<p>พ.ศ. ๒๔๙๕ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ในฐานะเจ้าอาวาสได้พิจารณาเห็นว่าการดำเนินการสร้างวัดก็ได้ลุล่วงผ่านพ้นมาโดยลำดับ เสนาสนะที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณรก็มีพอสมควร ศาลาโรงธรรมก็มีพอได้อาศัย แต่วัดยังขาดพระอุโบสถ ที่สำหรับทำสังฆกรรมของสงฆ์ นับว่าขาดถาวรวัตถุอันเป็นหลักของวัด จึงดำริที่จะสร้างพระอุโบสถ แต่ก็หนักใจเรื่องทุนทรัพย์ที่จะนำมาใช้จ่ายดำเนินการก่อสร้าง ถึงจะหนักใจอย่างไร ก็ต้องเริ่มดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องจำเป็น ในขั้นต้น หลวงปู่ ได้เริ่มดำเนินการปักเขตที่สร้างพระอุโบสถ โดยอาศัยแนวซากอุโบสถเก่า ซึ่งยังปรากฏให้เห็นเนินดินอยู่ ทั้งนี้โดยมีความประสงค์ว่า เมื่อปักเขตตั้งเป็นรูปร่างไว้แล้ว ผู้มีปาสารทะศรัทธาได้รู้เห็นก็จะได้บริจาคทรัพย์ช่วยกันก่อสร้าง วิธีหาทุนทรัพย์ดำเนินการก่อสร้าง หลวงปู่ ใช้วิธีค่อยคิดค่อยทำไปตามกำลังทรัพย์ เมื่อมีผู้บริจาคทรัพย์ถวายก็ทำการก่อสร้าง เมื่อหมดทุนทรัพย์ก็หยุดไว้ก่อน ไม่เคยออกใบฎีกาบอกบุญเรี่ยไร ไม่เคยทำตระกรุดผ้ายันต์ ไม่เคยสร้างพรทำเครื่องรางของขลัง</p>
<p>การก่อสร้างพระอุโบสถได้ดำเนินมาโดยลำดับ จนถึง พ.ศ.๒๕๐๐ จึงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ส่วนกว้าง ๔๐ เมตร ส่วนยาว ๘๐ เมตร</p>
<p>การก่อสร้างพระอุโบสถได้หยุดชะงักลงในระหว่างปี พ.ศ.๒๕๐๕ – ๒๕๐๖ สาเหตุเนื่องจากท่านเจ้าคุณ พระสุทธิธรรมรังษีฯ (ท่านพ่อลี) วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ได้ถึงแก่มรณภาพลง วัดอโศการามจึงขาดพระเถระผู้ใหญ่ที่จะให้การอบรมสั่งสอนทายก – ทายิกาในทางภาวนากัมมัฏฐาน ทายกทายิกาจึงพากันนิมนต์หลวงปู่สิมไปช่วยอบรมสั่งสอน หลวงปู่เลยอยู่จำพรรษาที่นั้น</p>
<p>แม้ว่าหลวงปู่สิมจะไปอยู่จำพรรษาที่วัดอโศการาม ไม่ได้อยู่ก่อสร้างโบสถ์วัดสันติธรรม แต่เรื่องโบสถ์วัดสันติธรรมก็ตามหลวงปู่ไปด้วย ทายกทายิกาวัดอโศการามเมื่อได้ทราบว่า หลวงปู่มีงานสร้างโบสถ์ที่เชียงใหม่ ต่างก็บอกกล่าวเล่าเรื่องบอกบุญเรี่ยไรช่วยกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนสร้างพระอุโบสถ เป็นจำนวนทั้งหมดประมาณสามแสนบาท นับเป็นปัจจัยที่ได้มาเพราะแรงศรัทธาเขามีต่อหลวงปู่สิม หรือจะกล่าวว่า เป็นผลงานที่เกิดจากรสพระธรรมเทศนาที่ท่านอาจารย์อบรมสั่งสอนพวกญาติโยมก็ได้ ผู้ที่เป็นกำลังช่วยเหลือในการชักชวยการบริจาคทรัพย์ ที่ควรกล่าวชื่อเพื่อแสดงมุทิตาจิต คือ โยมกิมหงษ์</p>
<p>เนื่องจากหลวงปู่สิม ต้องรับภาระในการอบรมสั่งสอนทายกทายิกา ที่วัดอโศการาม ต้องไปมาระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่บ่อยๆ ทำให้ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่สะดวกที่จะปฏิบัติงานทั้งสองฝ่าย ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ หลวงปู่สิม จึงมีหนังสือให้ พระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต ซึ่งเป็นศิษย์ของท่าน ให้มาอยู่จำพรรษาที่วัดสันติธรรม เพื่อดูแลควบคุมการก่อสร้างแทน ขณะนั้นพระมหาทองอินทร์ อยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำผาจลุย จังหวัดเชียงราย</p>
<p>ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ หลวงปู่สิมเป็นโรคไตอย่างแรง ต้องหยุดพักรักษาตัว ไม่ทำการอบรมสั่งสอนและได้ทำหนังสือขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดสันติธรรม ออกไปพักรักษาตัวอยู่ที่วัดสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร บ้านเกิดของท่าน ทางการคณะสงฆ์จึงแต่งตั้ง พระมหาทองอินทร์ กุสลจิตฺโต ให้รักษาการเจ้าอาวาสแทนในปีนั้น และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสในปี พ.ศ. ๒๕๑๐</p>
<p>ในปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระมหาทองอินทร์ ได้รับช่วงการดำเนินการก่อสร้างต่อ ผู้มีจิตศรัทธาได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหาทุน ที่จะเว้นกล่าวอนุโมทนาเสียไม่ได้ คือ คุณสุนทร จันทรวงษ์, คุณกระดิ่ง โอวาทสาร, คุณพงศักดิ์ ฐิตะปุระ, และคุณชูศักดิ์ กุศลวงษ์ ท่านที่ออกนามมานี้นอกจากขวนขวายชักชวนญาติมิตรผู้ใจบุญให้ช่วยบริจาคทรัพย์สมทบทุนแล้ว ยังได้สละทรัพย์ส่วนตัวเป็นค่าพิมพ์หนังสือ “ เที่ยวกรรมฐาน ” ของท่านอาจารย์บุญนาค แจกจ่ายแก่สาธุชน เป็นบรรณาการแก่ผู้บริจาคเงิน เพื่อสมทบทุนสร้างพระอุโบสถอีกโสตหนึ่งด้วย</p>
<p>อนึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๑๓ ได้อาศัยกำลังความคิด กำลังทรัพย์และกำลังคน จากนายช่างสมเกียรติ ทรงเกียรติกุล เป็นอย่างมาก จึงขอจารึกชื่อไว้ ณ ที่นี้ด้วย</p>
<p>เป็นอันสรุปได้ว่า การก่อสร้างพระอุโบสถ วัดสันติธรรม ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๙๕ ได้สำเร็จบริบูรณ์ลงในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ รวมเป็นเวลา ๑๘ ปี สำเร็จด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังใจของหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร พร้อมทั้งแรงสนับสนุนของคณะศิษย์และศรัทธาวัดสันติธรรม</p>
<p>โดยเฉพาะอุบาสิกาผู้มีแรงศรัทธาอันแก่กล้า ได้ทำการยืนหยัดต่อสู้ด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดเป็นต้นมา จนกระทั่งสร้างอุโบสถสำเร็จ โดยมิได้ปลีกตนเองออกห่างแม้แต่ระยะใดระยะหนึ่งได้มีส่วนรับรู้ร่วมงานมาโดยสม่ำเสมออุบาสิกาผู้นี้คือ คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์ จึงของอนุโมทนาสาธุการ จารึกชื่อนี้ไว้กับประวัติวัดสันติธรรมนี้ ชั่วกัลปาวสาน</p>
<p>พระอุโบสถวัดสันติธรรมหลังนี้ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สูงจากพื้นดิน ๓๐ เมตร สิ้นทุนทรัพย์ในการก่อสร้างทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน ๗๘๒,๙๑๐.๑๐ บาท (เจ็ดแสนแปดหมื่นสองพันเก้าร้อยสิบบาทสิบสตางค์)</p>
<p>อันเป็นก้าวแรกของการก่อตั้งวัดสันติธรรม นับจากนั้นเป็นต้นมาต่อเนื่องยาวนานถึง ณ ปัจจุบันนี้<br />
&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d15107.846245266452!2d98.9789835!3d18.7998663!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0x6e7107b42d5e67df!2sWat+Santitham!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490642355296" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490642426422!6m8!1m7!1swn7ov584WK7a87IDLvyP2g!2m2!1d18.79952024525876!2d98.97989006293449!3f293.07999320294226!4f-13.042203960686223!5f0.4716710556833914" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
