<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วัดตำบลช้างคลาน Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลช้างคลาน/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:06:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>วัดตำบลช้างคลาน Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/วัดตำบลช้างคลาน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2020 16:31:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[พระโพธิรังสีมารชีสะ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดป่ากล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดศรีดอนไชย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในเอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=8122</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดศรีดอนไชย เลขที่ 181 ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 เดิมวัดศรีดอนไชย ชื่อว่าวัดป่ากล้วยเป็นวัดร้าง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <strong>วัดศรีดอนไชย เลขที่ 181 ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100</strong></p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></span><br />
ประวัติวัดศรีดอนไชยตั้งอยู่ในพื้นที่เขตกำแพงเวียงชั้นนอก ถนนช้างคลานซึ่ง จากการสัมภาษณ์ของผู้รอบรู้ ท่านได้กล่าวว่า ประวัติวัดศรีดอนไชยนั้นไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัด แต่มีคำบอกเล่าลือกันมาว่า เดิมวัดศรีดอนไชย ชื่อว่าวัดป่ากล้วยเป็นวัดร้าง ซึ่งในระยะต่อมาพระโพธิรังสีมารชีสะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ในสมัยนั้นได้รวบรวมผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนา บูรณะปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูวัดศรีดอนไชยขึ้นมาซึ่งในสมัยนั้นเป็นที่ทราบกันว่า ท่านได้เป็นเจ้าอาวาส วัดศรีดอนไชย และหลังจากนั้นท่านได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ที่วัดพระสิงห์วรวิหาร ต่อจากนั้นมา เหตุการณ์และประวัติไม่ปรากฎที่แน่ชัดซึ่งมีพระปลัดอินตุ๋ยมาเป็น เจ้าอาวาส ต่อจากนั้นมาจนกระทั่งถึงพระครูวิสุทธิสังฆการ เป็นเจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน ต่อมาท่านยังกล่าวว่า วัดศรีดอนไชย ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของครูบาศรีวิชัยในสมัยที่ท่านถูกอธิกรณ์มาจากลำพูน โดยท่านครูบาศรีวิชัย ท่านได้มาพำนักอยู่ ณ วัดศรีดอนไชย เป็นเวลา 3 เดือน จึงเดินทางไปกรุงเทพมหานคร</p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาส:</strong></span><br />
1. พระโพธิรังสีมารชีสะ อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่<br />
2. พระปลัดอินตุ๋ย<br />
3. พระครูวิสุทธิสังฆการ เจ้าอาวาสปัจจุบัน / เจ้าคณะตำบลช้างคลาน</p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ข้อมูลลักษณะสถาปัตยกรรม</strong></span><br />
พระสิงค์หนึ่ง ซึ่งมีตำนานบอกเล่าต่อกันมาว่าในสมัยก่อน เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ที่บูรณปฏิสังขรณ์ ฟื้นฟูวัดศรีดอนไชยขึ้นมาได้นำพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรมาจากสมัยที่คุ้นพบ และเปิดหน้าดินของเวียงกุมกาม โดยท่านนำขึ้นมาทางแม่น้ำปิง และขึ้นฝั่งตรงวัดชัยมงคล ซึ่งมีความเชื่อว่า พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรนั้นเป็นพระพุทธรูปที่พระยามังราย ใช้ปูนปั้นเป็นพระพุทธรูปหนึ่งในห้าที่พระยามังรายทรงปั้นเอง มีอายุประมาณ 700 ปี</p>
<p>พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ซึ่งมีตำนานบอกเล่าต่อกันมาว่าในสมัยก่อน เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ที่บูรณปฏิสังขรณ์ ฟื้นฟูวัดศรีดอนไชยขึ้นมาได้นำพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรมาจากสมัยที่คุ้นพบ และเปิดหน้าดินของเวียงกุมกาม โดยท่านนำขึ้นมาทางแม่น้ำปิง และขึ้นฝั่งตรงวัดชัยมงคล ซึ่งมีความเชื่อว่า พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรนั้นเป็นพระพุทธรูปที่พระยามังราย ใช้ปูนปั้นเป็นพระพุทธรูปหนึ่งในห้าที่พระยามังรายทรงปั้นเอง มีอายุประมาณ 700 ปี</p>
<p>องค์พระธาตุเจดีย์ มีลักษณะของการสร้างเป็นแบบศิลปะแบบพม่า</p>
<p>วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</p>
<h3><span style="color: #ffcc00;">แผนที่วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่<br />
</span></h3>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d2829.834723856121!2d98.9990652545588!3d18.7813831703594!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa79677186f%3A0x6b2474772b769a3b!2z4Lin4Lix4LiU4Lio4Lij4Li14LiU4Lit4LiZ4LmE4LiK4Lii!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1615480389361!5m2!1sth!2sth" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1615480468575!6m8!1m7!1saNyaX12i9fz4SMzk_ujN-g!2m2!1d18.78178580492301!2d99.00102624623683!3f248.91590972746016!4f2.8030315081734187!5f0.4000000000000002" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #ffcc00;">วัดที่อยู่ใกล้วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%95-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jul 2019 04:07:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=9333</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <strong>วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</strong></p>
<p>วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ประวัติวัดมหาวัน</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>เจ้าอาวาสวัดมหาวัน</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ลำดับเจ้าอาวาสวัดมหาวัน</strong></span></p>
<h3><span style="color: #3366ff;">แผนที่วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<h4><span style="color: #800000;">วัดใกล้เคียงวัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดมะเล่อ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุปาพอก]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุปาเพ็ง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดชัยมงคล แต่เดิมเป็นวัดมอญมีชื่อว่า วัดมะเล่อ หรือ มะเลิ่ง ซึ่งมีความหมายว่า รุ่งแจ้ง หรือ รุ่งอรุณ ในภายหลังได้มีการเรียกชื่อกันใหม่ว่า วัดอุปาเพ็ง หรือ วัดอุปาพอก</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดชัยมงคล แต่เดิมเป็นวัดมอญมีชื่อว่า วัดมะเล่อ หรือ มะเลิ่ง ซึ่งมีความหมายว่า รุ่งแจ้ง หรือ รุ่งอรุณ ในภายหลังได้มีการเรียกชื่อกันใหม่ว่า วัดอุปาเพ็ง หรือ วัดอุปาพอก</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</strong><br />
วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย &#8220;พระเจ้าติโลกราช&#8221; กษัตริย์เชียงใหม่ เดิมเป็นวัดมอญ (เม็ง) ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดชัยมงคล</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดชัยมงคล</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดชัยมงคล</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดชัยมงคล</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดชัยมงคล</strong></span><br />
จากเอกสารประวัติวัดสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย &#8220;พระเจ้าติโลกราช&#8221; กษัตริย์เชียงใหม่ เดิมเป็นวัดมอญ (เม็ง) ชื่อวัดมะเล่อ หรือ มะเลิ่ง (แปลว่า รุ่งแจ้ง หรือ รุ่งอรุณ) ช่วงที่พม่าปกครองเชียงใหม่วัดแห่งนี้ถูกเรียกว่า วัดอุปาเพ็ง หรือ วัดอุปานอก เพราะถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดบุพพาราม (วัดอุปาใน) ถนนท่าแพ ต่อมาพระราชชายาดารารัศมีได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดชัยมงคล (ริมปิง)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-OZ63aW8mkPU/XUnDMAgMrtI/AAAAAAAADuM/fI-m6B7IigUNoZrqCQ9nNsqN9CHbwObdgCLcBGAs/s1600/Wat-Chaimongkol-04.jpg" border="0" data-original-width="906" data-original-height="1134" /></p>
<p>เดิมเนื้อที่ของวัดชัยมงคลเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยยาวไปในแนวเหนือใต้ พื้นที่ติดแม่น้ำปิงไม่มีพื้นที่ติดถนนเจริญประเทศ ส่วนกงสุลฝรั่งเศสที่อยู่ติดกันก็ไม่มีพื้นที่ติดแม่น้ำปิง สมัยที่ครูบาดวงแก้ว คันธิยะ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเห็นว่าต่อไปคนจะมาทำบุญจะหาทางเข้าวัดลำบาก ครูบาดวงแก้วจึงเจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อขอแลกที่ดิน ด้านทิศเหนือแลกกับทิศตะวันตกเพื่อให้ที่ดินของวัดและกงสุลเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า ซึ่งจะทำให้พื้นที่วัดติดถนนเจริญประเทศ และพื้นที่ของกงสุลฝรั่งเศสติดแม่น้ำปิง รัฐบาลฝรั่งเศสได้ตกลงตามข้อเสนอ ครูบาดวงแก้วจึงได้ดำเนินการย้ายเจดีย์หลังเก่าซึ่งติดกับรั้วของกงสุลฝรั่งเศส มาสร้างใหม่เป็นทรงมอญในที่ดินใหม่</p>
<p>อุโบสถหลังเดิมของวัดตั้งอยู่ในลำน้ำริมปิงติดกับกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พอถึงฤดูน้ำหลากมีซุงไหลมาชนโบสถ์เสียทำให้สังฆกรรมไม่ได้ ในปี พ.ศ.๒๔๗๘ &#8220;ครูบาดวงแก้ว&#8221; จึงขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และปลูกสีมาฝังลูกนิมิตเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๙ จึงทำให้อุโบสถซ้อนวิหารเป็นหลังเดียวกันในปัจจุบันนี้</p>
<p>ภายในวัดมีพระพุทธชัยมงคล รูปปางมารวิชัยก่ออิฐหรือลงรักปิดทอง เป็นพระประธานภายในวิหาร ซึ่งจำลองแบบมาจากฝาผนังหลังด้านพระประธาน มีธรรมมาสน์ไม้สักแกะสลักรูปนาค ๗ เศียร สร้างในปี พ.ศ.๒๔๗๖ มีพระพุทธรูปไม้สักปางเปิดโลกมีอายุประมาณ ๕๐๐ ปีซึ่งได้มาจากวัดกิตติ</p>
<p>ในอดีตเล่ากันว่า ขบวนเรือหางแมงป่องที่จะเดินทางไปซื้อขายสินค้าที่กรุงเทพฯ มักจะแวะมาขอพรที่วัดนี้ก่อนล่องเรือไปค้าขายเสมอ เพราะถือกันว่าจะมีชัย มีโชคลาภ และมีความปลอดภัยกลับมาตามชื่อวัด</p>
<p>ปัจจุบันวัดชัยมงคลเป็นวัดที่ผู้คนมาร่วมทำบุญกุศลมากเป็นอันดับต้นๆของวัดในเมืองเชียงใหม่ ส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากการปรับปรุงทัศนียภาพภายในวัดที่สงบ สวยงาม ร่มรื่น เหมาะแก่การเข้ามาร่วมทำบุญสร้างกุศล นอกจากนี้ยังมีสิ่งจูงใจอื่นๆ อีกหลายประการที่ทำให้ผู้คนเดินทางมาทำบุญที่วัดชัยมงคลอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-U9WqjYhsJ1c/XUm-L-zLAEI/AAAAAAAADto/_CRiMy4TKsM1kl9aV9nboH3TejdMQ0SZgCLcBGAs/s1600/Wat-Chaimongkol-02.jpg" border="0" data-original-width="1108" data-original-height="1478" /></p>
<p>พระครูสุจิตรัตนาทร เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล เล่าเกี่ยวกับการพัฒนาวัดชัยมงคลว่าเดิมเป็นชาวอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บวชอยู่วัดท่าตอน ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๗ มาจำพรรษาที่วัดชัยมงคลเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.๒๕๔๓ ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล</p>
<p>&#8220;จากวัดท่าตอนอาตมามาจำพรรษาที่วัดสำเภา ต่อมาเจ้าอาวาสวัดสำเภาบอกว่าอยากมาอยู่วัดชัยมงคลมั้ย พระมีน้อย อาตมาก็ตกลงมาอยู่ ช่วงที่อาตมามาจำพรรษาวัดชัยมงคลนั้น เจ้าอาวาสคือ อาจารย์สวาท ต่อมาสึก เจ้าอาวาสต่อมาชื่อ อาจารย์ประหยัด ต่อมาสึกเช่นกัน</p>
<p>&#8220;หลังจากรับตำแหน่งเจ้าอาวาสก็ได้พัฒนาวัดหลายอย่าง สิ่งแรกคือ การต้อนรับศรัทธาที่เข้ามาทำบุญที่วัด อาตมาได้ความรู้จากหลวงพ่อวัดท่าตอน(พระราชปริยัติเมธี เจ้าอาวาสวัดท่าตอน อำเภอแม่อาย)ที่อาตมาบวชอยู่ด้วย ได้แนวทางการปฏิบัติด้านกิจสงฆ์และด้านการพัฒนาวัด สิ่งแรก คือ ต้องดึงศรัทธาให้เข้ามาทำบุญ เดิมมีศรัทธาอยู่แล้วเข้าวัดมาทำบุญต้องได้บุญกลับไป<br />
&#8220;ต้องไม่ปฏิเสธ ทางวัดทำได้ทุกอย่างเพราะศรัทธาทำมาหากินมีทุกข์ เข้าวัดเพื่อให้คลายทุกข์ เราเป็นพระต้องช่วยเหลือ ต้องจัดพระเวรประจำในพระวิหารอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะให้ศีลให้พร วัสดุอุปกรณ์ต้องเตรียมไว้เช่น พาน อุปกรณ์กรวดน้ำ กระดาษ ปากกา ซอง มีไว้บริการผู้ที่มาทำบุญ จะมาถวายอาหารส่งให้ญาติพี่น้องที่เสียชีวิต จะมาถวายสังฆทาน ให้ประพรมน้ำมนต์หรือจะมาให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เราปฏิเสธไม่ได้ จะจัดให้หมด และที่สำคัญคือ ต้องไม่เรียกร้องเงินทำบุญ จะถวายเข้าวัดเท่าไหร่ก็ได้ หากเห็นว่าถวายมากไปก็ต้องสอบถามว่าโยมทำบุญเยอะ ลำบากใจหรือเปล่า ทำน้อยลงก็ได้นะ หลักการนี้บอกพระเณรในวัดทุกองค์ทุกรูปให้ปฏิบัติเหมือนกัน</p>
<p><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-de-1M7F-GIY/XUnAlTLjsjI/AAAAAAAADt0/wsufiCWgB24Ei4LobMT70JvEyEPCRvfBACLcBGAs/s1600/Wat-Chaimongkol-03.jpg" border="0" data-original-width="1478" data-original-height="1108" /></p>
<p>&#8220;ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ อาตมาเองเป็นเจ้าอาวาสต้องรอพบศรัทธาที่มาทำบุญ ต้องไม่พบยาก เคยได้ยินมาก่อนว่าบางวัดพบเจ้าอาวาสยาก อาตมาปรับเปลี่ยนตัวเองให้พบง่าย หากไม่ติดกิจนิมนต์ก็อยู่วัด คอยให้ศีลให้พรผู้เข้าวัดทำบุญให้คลายทุกข์</p>
<p>ด้านการพัฒนาวัด พระครูสุจิตรัตนาทร กล่าวถึงการพัฒนาวัดชัยมงคลว่า<br />
&#8220;อาตมาจำหลักการทำงาน หลักการพัฒนาวัดมาจากหลวงพ่อวัดท่าตอน ซึ่งท่านพัฒนาทั้งวัดจนสวยงามและพัฒนาคน คือ ส่งพระเณรเรียนหนังสือจนมีความรู้สูง จำได้ว่าสิ่งแรกที่ทำ คือ ปูพรมในวิหาร เคยมีคนบ่นว่าไปวัดแล้วไม่รู้จะไปนั่งที่ไหน ในวิหารก็ไม่น่านั่ง เพราะสกปรก อาตมาจึงสั่งพรมมาปูในวิหารให้คนมาทำบุญได้นั่งสบาย บางคนมานั่งสมาธิก็มีทุกวัน ขับรถเข้ามาในวัดบอกว่าทำงานแล้วเครียด ขอนั่งสมาธิในวิหาร ในวิหารอาตมาเปิดธรรมะให้ฟังด้วย</p>
<p>&#8220;นอกจากนี้ก็พัฒนาห้องน้ำให้สะอาด เป็นสิ่งสำคัญเพราะศรัทธามาทำบุญหากห้องน้ำไม่สะอาดก็เสียชื่อและเสียความรู้สึก หลังจากนั้นปรับภูมิทัศน์ทั่วไปทั้งพื้นดินในบริเวณวัดและจัดสวนหย่อม ต่อมาได้ปรับปรุงวิหารให้สวยงามยิ่งขึ้น</p>
<p>&#8220;หากเข้าวัดชัยมงคลสามารถเข้าวิหารกราบพระประธาน นั่งสมาธิ หรือกราบขอพรจากเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิม เจ้าอาวาสองค์ก่อนทำไว้แล้ว แต่ด้านหน้าทำเต็นท์ไม่ถาวร คราวหนึ่งคุณประสงค์ ร้านนพรัตน์การยางมากราบเจ้าแม่กวนอิม อยากปรับปรุงให้ อาตมาเขียนแบบไว้แล้วมอบให้ดู เขาเกิดศรัทธาจัดทำหลังคาและปรับปรุงพื้นจนสวยงามดังปัจจุบัน ใช้งบประมาณ ๗ แสนบาท นอกจากนั้นได้สร้างกุฏิสงฆ์ ๒ ชั้น ค่าก่อสร้าง ๕ ล้านบาทเศษ ส่วนหนึ่งที่ร่วมทำบุญ คือ แม่ประพิณ ลิ้มจรูญ เจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ เข้ามาที่วัดเห็นกำลังสร้างกุฏิสงฆ์ก็มาร่วมทำบุญด้วย ๒ ล้านบาทเศษ นอกจากนี้ก็มีศรัทธาอื่นๆ ช่วยจนการก่อสร้างสำเร็จ</p>
<p>&#8220;นอกจากนี้เข้าวัดชัยมงคลก็สามารถมากราบขอพรจากเสด็จพ่อ ร.๕ ที่สร้างไว้ประดิษฐานอยู่ในบริเวณวัด หรือจะปล่อยปลาที่ท่าน้ำก็ได้บุญกุศลแรง&#8221;</p>
<p>พระครูสุจิตรัตนาทร เล่าว่าระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๓ ถึงปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้พัฒนาวัดชัยมงคลใช้เงินแล้วประมาณ ๔๖ ล้านบาท ปัจจุบันมีพระ ๖ รูป เณร ๙ องค์ ส่วนที่สำคัญที่เรียนรู้มาจากเจ้าอาวาสวัดท่าตอน คือ การทำกิจสงฆ์ให้ครบบริบูรณ์ โดยเฉพาะการทำวัตรเช้าวัตรเย็น รวมทั้งการส่งให้พระเณรได้เรียนหนังสือเพิ่มความรู้เพื่อมุ่งให้พัฒนาสืบสานศาสนาในอนาคตกาลต่อไป</p>
<p>ผ่านย่านถนนเจริญประเทศ ลองแวะเข้าวัดชัยมงคล จะพบว่าเป็นสถานที่หนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการสะสมบุญกุศลตามหลักแห่งพระพุทธศาสนาของเรา</p>
<p>ถัดจากวัดชัยมงคลไปทางทิศใต้ มีบ้านหลังหนึ่ง มีชื่อว่า บ้านทับพญา เจ้าของบ้านร่วมกันสร้างตำนานรักแท้ของสาวงามเชื้อสายเจ้าเมืองลำพูนกับหนุ่มสังคมชาวกรุงเทพฯ</p>
<p>เป็นตำนานรักแท้เพื่อทิ้งเรื่องราวในอดีตหลายต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวชาวเหนือถูกหนุ่มกรุงเทพฯ หลอกลวงให้หลงรักและทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดีคราวเมื่อสมหวัง</p>
<p>ย้อนไปเมื่อ ๕๗ ปี ปลายปี พ.ศ.๒๔๙๗ บริเวณสถานีรถไฟเมืองลำพูน ชาวจังหวัดลำพูนต่างตื่นเต้นดีใจที่ได้มาต้อนรับและชมความงามของสาวงามแห่งเมืองลำพูนที่เดินทางกลับสู่เมืองลำพูนพร้อมตำแหน่งรองนางสาวไทยจากกรุงเทพฯ ผู้นั้นคือ คุณนวลสวาท ลังการ์พินธุ์</p>
<p>เป็นประวัติศาสตร์ที่สวยงามคราวหนึ่งของจังหวัดลำพูน.</p>
<p>พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.จร.เชียงใหม่</p>
<p>(ข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งได้ที่ anunernhard@hotmail.com)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/--8nhclgSh_g/XUm7wAe-TWI/AAAAAAAADtc/7JwxLpeROYgDUTIahsnJpTX1STeaRqVzwCLcBGAs/s1600/Wat-Chaimongkol-01.jpg" alt="วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดชัยมงคล" width="1108" height="1478" border="0" data-original-width="1108" data-original-height="1478" /></p>
<p>ที่มา<br />
หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์เชียงใหม่<br />
ลิงค์บทความ<br />
http://www.thainews70.com/news/news-culture-arnu/view.php?topic=293</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล</strong></span></p>
<p><strong>พระครูสุจิตรัตนาทร สุจิตโต</strong> ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น <strong>เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล </strong><strong>ประวัติด้านการศึกษาของพระครูสุจิตรัตนาทร สุจิตโต </strong>พระครูสุจิตรัตนาทร สุจิตโต เจ้าอาวาสวัดชัยมงคลจบการศึกษาศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6)</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล</strong></span><br />
อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล มีดังนี้ คือ</p>
<p>๑.ครูบาดวงแก้ว คันธิยะ มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑</p>
<p>๒.พระกมล(แก้ว) โกวิโท</p>
<p>๓.พระครูสิทธิวรคุณ(จันแก้ว)</p>
<p>๔.พระอนันต์(บุญมา) สุวรรณฑัต</p>
<p>๕.พระอธิการคำมูล ปัญญาวโร</p>
<p>๖.พระอธิการคำปัน กตปุญโญ</p>
<p>๗.พระอธิการบุญศรี ปภัสสโร</p>
<p>๘.พระอธิการอินจันทร์ ขันติพโล</p>
<p>๙.พระสมุห์ ปภังกโร</p>
<p>๑๐.พระสวาท ฐิตธัมโม</p>
<p>๑๑.พระอธิการประหยัด พรหมปัญโญ</p>
<p>๑๒.พระครูสุจิตรัตนาทร พ.ศ.๒๕๔๓-ปัจจุบัน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.390660243871!2d99.00248081536024!3d18.780735687258026!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa9d2c4aa0d%3A0xa880a5930c22dc03!2sWat+Chai+Mongkhon!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490686680867" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490686710659!6m8!1m7!1sRIwx0GzebrY1cchNnjzxAA!2m2!1d18.78037156161391!2d99.00403978478477!3f47.078547633056466!4f0.4412183877907694!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%95-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดชัยมงคล ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดช่างฆ้อง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดศรีพูนโต]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ1900วัดช่างฆ้องในปัจจุบันเป็นวัดที่ชาวบ้านช่างฆ้อง ที่อพยพมาจากเชียงแสนในราวต้นรัตนโกสินทร์ได้สร้างขึ้น </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ ถนนลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1900</p>
<p>สร้างเมื่อ พ.ศ1900วัดช่างฆ้องในปัจจุบันเป็นวัดที่ชาวบ้านช่างฆ้อง ที่อพยพมาจากเชียงแสนในราวต้นรัตนโกสินทร์ได้สร้างขึ้น มีเรื่องเล่าว่าในสมัยโบราณบริเวณวัดนี้ชื่อศรีพูนโตแต่เมื่อพวกทำช่างฆ้องได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในละแวกนี้และได้สร้างวัดขึ้นใหม่ จึงได้นามวัดตามอาชีพของชาวบ้านแถบนี้ ว่า วัดช่างฆ้อง ชาวบ้านช่างฆ้องมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่พญามังรายปฐมกษัตริย์ราชวงศ์มังรายผู้ก่อตั้งนครเชียงใหม่ ครั้งหนึ่งเสด็จไปพม่าและได้ช่างศิลป์จากพม่าเป็นจำนวนมากโปรดให้พวกช่างฆ้องไปไว้ที่เชียงแสนและตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั้นเป็นเวลานานถึง 400ปี มาในสมัยพระเจ้ากาวิละเมื่อขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่ได้แล้ว พม่าไปตั้งมั่นอยู่ที่เชียงแสน พระเจ้ากาวิละยกทัพไปตีเชียงแสนครั้งที่2 จึงตีเมืองได้แล้วอพยพชาวเชียงแสนมาเป็นพลเมืองเชียงใหม่พวกช่างฆ้องมาอยู่นอกเมืองทางทิศตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ และได้สร้างวัดช่างฆ้องขึ้นบริเวณกำแพงดินในเนื้อที่กว้างขวางมาก แต่ต่อมามีการสร้างถนนตัดผ่านวัด และมีผู้สร้างบ้านเรือนในบริเวณวัด เป็นผลให้เจดีย์และอุโบสถถูกแยกออกเป็นส่วนนอกบริเวณวัดถูกปล่อยทิ้งไว้รกร้างทรุดโทรมลง ทั้งที่เป็นโบราณสถานในสมัยแรกสร้างวัด ปัจจุบันเจดีย์และอุโบสถที่อยู่นอกวัดได้รับการสนับสนุนดูแล พัฒนาทัศนียภาพและภูมิทัศน์ โดยโรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง</p>
<p>วัดช่างฆ้องแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1900 ในสมัยพระเจ้ากาวิละ โดยชาวบ้านช่างฆ้องที่อพยพมาจากเชียงแสน ราวต้นรัตนโกสินทร์เป็นผู้สร้างขึ้น ทั้งนี้ มีเรื่องเล่าว่าแต่เดิมในสมัยโบราณวัดนี้เรียกกันว่า &#8220;วัดศรีพูนโต&#8221; แต่เมื่อพวกช่างทำฆ้องได้พากันอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ จึงได้มีการสร้างวัดขึ้นใหม่ และตั้งชื่อวัดตามอาชีพของชาวบ้านแถบนี้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม วัดนี้ตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาระยะหนึ่ง จนกระทั่งได้รับการบูรณะในสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2391 โดยภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายน่าชม</p>
<p>· หอไตรโบราณ อายุกว่าร้อยปี ซึ่งเป็นหอไตรแห่งเดียวของเชียงใหม่ที่มีลักษณะเป็นตึกสองชั้น ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นและไม้ฉลุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะโดยผสมผสานระหว่างไทย จีน และพม่า</p>
<p>· พระวิหาร เป็นทรงล้านนา หน้าบันประดับรูปช้างสามเศียร เทวดา และลวดลายพรรณพฤกษา ผนังมีจิตรกรรมเรื่องพระเจ้าสิบชาติ และพุทธประวัติ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย</p>
<p>· กำแพงดิน เป็นกำแพงเมืองชั้นนอกของเมืองเชียงใหม่ มีจุดเริ่มที่แจ่งศรีภูมิ คือ มุมกำแพงเมืองชั้นใน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เลื้อยยาวลงมาทางใต้แล้วอ้อมวกขึ้นไปบรรจบกับมุมกำแพงเมืองชั้นใน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่เรียกว่า แจ่งกู่เฮือง คาดว่า กำแพงนี้สร้างขึ้นพร้อมกับกำแพงเมืองชั้นในตั้ งแต่ครั้งสร้างเวียง เมื่อ 700 ปีที่แล้ว</p>
<p>· เจดีย์องค์เก่า เป็นเจดีย์ทรงปราสาทที่สร้างพร้อมกับการสร้างวัดปัจจุบันโดยตั้งอยู่ภายนอกบริเวณวัด ส่วนเจดีย์องค์ที่อยู่ภายในวัดนั้นเป็นเจดีย์ทรงกลมแบบพื้นเมืองล้านนา ฐานล่างเป็นฐานเขียงเรียบ ถัดขึ้นไปเป็นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมมาลัยเถาเป็นเหลี่ยม องค์ระฆังกลมส่วนยอดมีฉัตร มุมทั้งสี่ของเจดีย์มีสิงห์ปูนปั้นแบบพม่า</p>
<p>กำแพงดิน เป็นกำแพงเมือง ชั้นนอก ของเมืองเชียงใหม่ มีจุดเริ่ม ที่แจ่งศรีภูมิ คือ มุมกำแพงเมืองชั้นใน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เลื้อยยาวลงมาทางใต้ แล้วอ้อม วกขึ้นไป บรรจบกับ มุมกำแพงเมืองชั้นใน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่เรียกว่า แจ่งกู่เฮืองคาดว่า กำแพงนี้ สร้างขึ้นพร้อมๆ กับ กำแพงเมืองชั้นใน แต่ครั้งสร้างเวียง เมื่อ 700 ปีที่แล้ว<br />
นั่นเป็นความสำคัญ ในฐานะโบราณสถาน ซึ่งแทบไม่เหลือซาก ให้เห็นในปัจจุบัน ในความรับรู้ ของคนที่เดินผ่านไป ผ่านมากำแพงดิน ไม่ได้สลักสำคัญ อะไรนอกจากเป็นแนวเนินดินรกร้าง ที่คนยากไร้ บุกรุก เจาะเข้าไปจับจองที่มีความน่าสนใจ<br />
อาณาเขตของวัด ถูกแบ่งแยกด้วยชุมชน ที่มาใช้พื้นที่ของวัด และกลายเป็นร้านค้าที่ไม่สามารถถอดถอนได้ จึงทำให้บริเวณวัดเก่า ซึ่งมีพระอุโบสถเก่า และเจดีย์ ถูกกั้นด้วย ชุมชน และถนน และอยู่ในความดูแลของ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง<br />
อุโบสถและ สถานที่สวยมาก แต่กลายเป็นเหมือน สวนสาธารณะไปแล้ว<br />
วิหารทรงพื้นเมืองประยุกต์ หน้าบัน ทำลวดลายเป็นรูป ช้างสามเศียรตรงกลาง มีลายเทวดาและลายพรรณพฤกษา ปิดทอง จากการซ่อมแซมบูรณะบริเวณป้านลมส่วนบนจะทำขอบด้วยปูนทับบริเวณกรอบของ ป้านลม คันทวย ทำเป็นลายอ่อนโค้งแบบ<br />
ศิลปะภาคกลาง ภายในวิหารมีจิตรกรรมฝีมือช่างพื้นบ้านเขียนเรื่องพระเจ้าสิบชาติ</p>
<p>เจดีย์องค์เก่าเป็นเจดีย์ทรงปราสาทที่สร้างพร้อมกับ การสร้างวัด ปัจจุบันอยู่ภายนอกบริเวณวัดเจดีย์องค์ที่อยู่ภายในวัด เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบ พื้นเมืองล้านนา ฐานล่างเป็นฐานเขียงเรียบถัดขึ้นไปเป็นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มาลัยเถาเป็นเหลี่ยม องค์ระฆังกลมส่วนยอดมีฉัตร มุมทั้งสี่ของเจดีย์มีสิงห์ปูนปั้นแบบพม่า<br />
ภายในวัดมีหอไตร ซึ่งเป็นตึกสองชั้นตกแต่งด้วยลายปูนปั้นและไม้ฉลุ เป็นศิลปะผสมระหว่างจีนและพม่าด้านนอกอาคาร มีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องพระเจ้าสิบชาติ ฝีมือช่างพื้นบ้าน ซึ่งยังคงสมบูรณ์อยู่หอไตร เป็นหอไตรที่มีลักษณะพิเศษ มีการประดับตกแต่งลวดลาย ที่ลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะจีนกับศิลปะพม่า ที่งดงามมากแห่งหนึ่ง</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
พระปลัดดุสิต ชินปุตโต เดิมชื่อ ดุสิต ดงรัก เกิดวันที่ 7สิงหาคม 2516 บรรพชา 3มิถุนายน 2529 อุปสมบท 26กรกฎาคม 2536 2542เป็นสมุหฐานาของพระนิกรมมุนี 2544เป็นพระปลัดฐานาของพระนิกรมมุนี 2544เป็นเจ้าอาวาสวัดช่าฆ้อง 2547เป็นเลขานุการ ตำบลช้างคลาน นท.เอก ปริญญาตรี</p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 เจดีย์องค์เก่าเป็นเจดีย์ทรงปราสาท เป็นเจดีย์ทรงปราสาท ที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดปัจจุบันอยู่นอกบริเวณวัดฝั่งโรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง<br />
2 เจดีย์องค์ที่อยู่ภายในบริเวณวัด เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบพื้นเมือง ฐานสี่เหลี่ยมเก็จองค์ระฆังกลม ที่ฐานมีปูนปั้นรูปสิงห์อยู่ทั้งสี่ทิศ<br />
3 วิหารทรงพื้นเมือง วิหารทรงพื้นเมือง หลังคาซ้อนชั้นหลายชั้น หน้าบันทำลวดลายเป็นรูปช้างสามเศียรตรงกลางมีลวดลายเทวดาและลายพรรณพฤกษาประกอบ จากการซ่อมแซมบูรณะบริเวณป้านลมส่วนบนจะทำขอบด้วยปูนทับบริเวณกรอบของป้านลม ภายในวิหารมีจิตรกรรมฝีมือช่างพื้นบ้านเขียนเรื่องพระเจ้าสิบชาติหรือเรียกว่าทศชาติ<br />
4 อุโบสถ เป็นพระอุโบสถเก่าที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดปัจจุบันไม่ได้ใช้งานและอยู่นอกบริเวณวัดฝั่งโรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิงเป็นอุโบสถที่มีคุณค่าแห่งหนึ่ง<br />
5 หอไตร หอไตรมีลักษณะพิเศษมีการประดับตกแต่งลวดลายที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะจีนกันศิลปะพม่าที่งดงามแห่งหนึ่ง มีการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.2959253978097!2d98.99591931536027!3d18.784960887255597!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa6927b4447%3A0x3d1ccbc5166c981d!2sWat+Chang+Khong!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490728985757" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490729064189!6m8!1m7!1spHCPjp_GZQYh8AkBiW8kLw!2m2!1d18.7848563172716!2d98.99850473867275!3f285.4856967214378!4f-4.6904840469548645!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบุพพาราม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุปปา]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเม็ง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดบุพพาราม หรือ วัดเม็ง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดอุปปา ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๓ ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๔ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</strong><br />
วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดสุคันธวารี</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดสุคันธวารี</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดสุคันธวารี</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดสุคันธวารี</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดสุคันธวารี</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดสุคันธวารี</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดบุพพาราม</strong></span></p>
<p>วัดบุพพาราม ตั้งอยู่ ๑๔๓ ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้ปรากฏชื่อในชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า ในปี พ.ศ. ๒๐๔๐ พระเมืองแก้วโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้น ณ พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงใหม่ วัดบุพพารามขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และกำหนดขอบเขตวัด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒</p>
<p>ตำนานพระเจ้าเลียบโลก กล่าวว่า&#8230;พระพุทธเจ้าเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทรงประทับนั่งแล้วทรงพยากรณ์ว่า “ในฐานะที่นี้ต่อไปในภายภาคหน้า คนทั้งหลายจะมาสร้างอารามขึ้น เป็นอารามใหญ่จะได้ชื่อว่า “บุพพาราม” ตามนิมิตที่อยู่ในทิศตะวันออก พระอรหันต์ พระเจ้าอโศกราชก็ทูลขอพระเกศาธาตุหนึ่งองค์ประดิษฐานไว้ที่นั้น เลยได้ชื่อว่า “วัดบุพพาราม” จนตราบทุกวันนี้ (อยู่ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่)</p>
<p>วัดบุพพาราม มีเนื้อที่ของวัดในปัจจุบัน คือ ๔ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา ทิศเหนือติดกับถนนท่าแพ มีความยาว ๒ เส้น ๑๓ วา ทิศใต้ติดกับบ้านมีความยาว ๒ เส้น ๔ วา ทิศตะวันตกติดกับถนนท่าแพ ซอย ๒ ร่มโพธิ์ มีความยาว ๒ เส้น ๑๙ วา เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดบุพพาราม คือ พระเทพวิสุทธิคุณ (เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่)<br />
วัดบุพพาราม เดิมเป็นพระราชอุทยานของพระเจ้าติโลกราชกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ หลังจากพระองค์สวรรคตแล้ว พระเจ้ายอดเชียงรายพระราชโอรสขึ้นครองราชย์สืบต่อมา และได้เคยเสด็จมาประทับ ณ พระราชอุทยานแห่งนี้ กาลต่อมาได้มอบราชสมบัติให้พระราชโอรสคือพระเจ้าดิลก ปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว เมื่อมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา เดือน ๔ จุลศักราช ๘๕๔ หรือพ.ศ. ๒๐๓๗ ขึ้นครองราชย์ เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย องค์ที่ ๑๓ ถัดจากนั้นอีกเพียง ๑ ปี พระองค์ก็ทรงรับสั่งให้สร้างวัดบุพพารามขึ้น ตรงกับวันอังคาร แรม ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง จุลศักราช ๘๕๕ พ.ศ. ๒๐๓๘ นับจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็มีอายุได้ ๕๑๔ ปี</p>
<p><strong>วัดบุพพาราม</strong> หรือ วัดเม็ง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดอุปปา ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๓ ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๔ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา</p>
<p>วัดบุพพารามสร้างขึ้นในสมัยพระญาเมืองแก้ว กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ ๑๒ ราชวงศ์มังราย ( ครองราชย์ระหว่างปี พ . ศ . ๒๐๓๙ – ๒๐๖๘ ) ในตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ ได้กล่าวถึงการสร้างบุพพารามว่า พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช ( ราชนัดดาของพระเจ้าติโลกราช คือพระญาเมืองแก้ว ) หลังจากที่ได้ราชาภิเษกแล้วในปีที่ ๒ ทรงโปรดให้สร้างอารามขึ้นอารามหนึ่งในหมู่บ้านที่พระราชอัยกา ครั้งเป็นยุพราชและพระบิดาของพระองค์เคยประทับมาก่อนเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง จุลศักราช ๘๕๘ โดยพระองค์ตั้งชื่ออารามนั้นว่า บุพพาราม แปลว่าอารามตะวันออก ทั้งนี้ โดยถือเอานิมิตว่าได้ตั้งอยู่ทางทิศบูรพาแห่งนพีสีราชธานี ซึ่งเป็นตำแหน่ง “ มูลเมือง ” ตามคัมภีร์มหาทักษา</p>
<p>ต่อมาในปีที่ ๓ ของการครองราชย์ ( ปีมะเมีย ) พระญาเมืองแก้วทรงโปรดให้สร้างปราสาทขึ้นองค์หนึ่ง ท่ามกลางมหาวิหารในอารามแห่งนั้น เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเงินพอย่างเข้าปีที่ ๔ แห่งการครองราชย์ พระญาเมืองแก้วทรงฉลองพระไตรปิฎกฉบับลงทองขมุศิลปะแบบล้านนา พร้อมกับหอมณเฑียรธรรมซึ่งโปรดให้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังและประดับตกแต่งอย่างประณีตสวยงามเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระไตรปิฎกนอกจากนี้ยังมีการฉลองกุมารารามซึ่งพระนางสิริยสวดีราชเทวีพระราชชนนีของพระองค์ ได้สร้างไว้ที่พระราชมณเฑียรอันเป็นสถานที่ประสูติของพระญาเมืองแก้วในครั้งเดียวกันนั้นเอง</p>
<p>ในปีจุลศักราช ๘๖๖ ( พ . ศ . ๒๐๔๗ ) ปีฉลู เดือน ๘ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๑ ค่ำ พระญาเมืองแก้วทรงรับสั่งให้ทำการหล่อมหาพุทธรูปไว้ ณ วัดบุพพาราม ๑ องค์ ต่อมา ในปีขาลเดือน ๕ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๘ ค่ำ มีการหล่อพระมหาพุทธรูปด้วยทองแดงล้วน น้ำหนัก ๑ โกฏิ ซึ่งมีสนธิ ๘ แห่ง หรือข้อต่อ ๘ แห่ง ใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น ๕ ปี คือ สำเร็จในปี จ . ศ . ๘๗๑ เดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ วันพุธ โดยมีการฉลองอย่างใหญ่โตและได้รับการประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ ปัจจุบันนี้ คือ พระประธานในวิหารของวัดบุพพาราม จากนั้น วัดบุพพารามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ . ศ . ๒๐๗๐</p>
<p>สำหรับอาณาเขตของวัดตามตำนานไม่ได้กล่าวไว้ว่ามีเนื้อที่เท่าใด จากการค้นคว้าข้อมูลของพระพุทธิญาณเจ้าอาวาสวัดบุพพารามในปัจจุบัน ( พ . ศ . ๒๕๓๙ ) ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์ของผู้เฒ่าผู้แก่ ได้ใจความว่าวัดอุปารามหรือบุพพารามมีเนื้อที่กว้างขวางมาก ทิศตะวันออกจดคลองแม่ข่าทิศตะวัดตกจดวัดมหาวัด อย่างไรก็ดี ปัจจุบันวัดบุพพารามหรือบุพพรามมีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา ทิศเหนือติดกับถนนท่าแพ มีเนื้อที่ ๒ เส้น ๑๓ วา ทิศใต้ติดบ้านของเอกชน มีเนื้อที่ ๒ เส้น ๔ วา ทิศตะวันตกติดกับถนนท่าแพ ซอย ๒ ร่มโพธิ์ มีเนื้อที่ ๒ เส้น ๑๙ วา</p>
<p>ความสำคัญของวัดบุพพาราม คือ เคยเป็นที่สถิตของพระมหาสังฆราชปุสสเทวะ และนอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งมีประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุในวันเพ็ญเดือน ๖ เหนือ ( เดือน ๔ ภาคกลาง ) ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ประจำทุกปี</p>
<p><strong>ปูชนียสถานที่สำคัญของวัดบุพพาราม</strong> ได้แก่</p>
<p>๑ . พระวิหารหลังเล็ก ซึ่งเป็นวิหารเครื่องไม้ศิลปะแบบล้านนา เจ้าหลวงช้างเผือกธรรมลังกาโปรดให้สร้างเมื่อ พ . ศ . ๒๓๖๒ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไชยลาภประสิทธิโชค ( พระประธาน ) ซึ่งก่อด้วยอิฐถือปูน หน้าตักกว้าง ๗ ศอก สูง ๙ ศอก เดิมวิหารหลังนี้มีอยู่ ๓ มุขด้วยกัน คือ มุขหน้าหันไปทางทิศเหนือ มุขหลังหันไปทางทิศใต้ และมุขข้างหันไปทางทิศตะวันออก สำหรับวิหารหลังปัจจุบัน เป็นศิลปกรรมแบบล้านนา ด้านในประดิษฐานพระประธาน ๒ องค์ องค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ ก่อด้วยอิฐและปูน หน้าตักกว้าง ๗ ศอก สูง ๙ ศอก ได้รับการประดิษฐาน ณ วิหารหลังนี้มาโดยตลอดพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง หันหน้าไปทางทิศใต้ ( หันหลังให้กับองค์แรก ) ภายหลังเมื่อวิหารหลังเล็กได้รับการดัดแปลงแก้ไขในสมัยครูบาหลานหรือ ครูบาอินต๊ะพระพุทธรูปองค์นี้จึงได้รับการเคลื่อนย้ายไปประดิษฐานบนวิหารหลังใหญ่ ต่อมาเจ้าแม่ทิพผสม ณ เชียงใหม่ ได้ทำการบูรณะวิหารหลังเล็ก เมื่อประมาณปี พ . ศ . ๒๔๔๕ ปีขาล ปัจจุบันวิหารหลังเล็กนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วล่าสุด พระพุทธิญาณ เจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดองค์ปัจจุบันได้ทำการบูรณะซ่อมแซมในรูปเดิมและเสริมในบางส่วน คือ ปั้นมอม ( สัตว์หิมพานต์ ) ๒ ตัว ไว้ที่บันได รวมทั้งบานประตูใหญ่ของวิหารซึ่งปั้นปูนเป็นเทพพนม</p>
<p>๒ . พระวิหารหลังใหญ่ เป็นวิหารศิลปกรรมล้านนาซึ่งได้รับการประดับตกแต่งลวดลายปูนปั้นแบบพม่า เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาปฏิมากร ศิลปกรรมล้านนาซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วนมีน้ำหนัก ๑ โกฏิ และสนธิ ( ต่อ ) ๘ แห่ง และมีพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนขนาบซ้ายขวาอีก ๒ รูป โดยหล่อด้วยทองสำริดทั้งคู่ภายในวิหารมีภาพเขียนพุทธประวัติและพระมหาเวสสันดรชาดก ซี่งเขียนด้วยสีฝุ่น ประวัติของวิหารหลังใหญ่เท่าที่ทราบ คือ พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์หรือเจ้าชีวิตอ้าว เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เป็นผู้บูรณะโดยเปลี่ยนเสาเดิม คือ ท่านได้รื้อหอเย็นในคุ้มหลวง แล้วนำเสาเหล่านั้นมาทำเป็นเสาพระวิหาร ต่อมาในสมัยของครูบาหลาน ( อินต๊ะ ) พร้อมด้วยญาติโยมได้ทำการบูรณะพระวิหารขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น พระครูอุดมกิตติมงคลเจ้าอาวาสได้พยายามปรับปรุงเรื่อยมาไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนบานประตูใหญ่ &#8211; เล็กและแกะสลักให้สวยงามแบบศิลปะล้านนา</p>
<p>๓ . พระอุโบสถ ตามที่สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ได้ความว่าเมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา คฤหปตานี “ คุณแม่วันดี สุริยา ” เป็นผู้ปฏิสังขรณ์ โดยทำซุ้มโขงให้เป็นศิลปะล้านนาผสมมอญ อนึ่ง พระอุโบสถหลังนี้มีขนาดเล็กและไม่มีใบเสมาเป็นเครื่องหมายเหมือนอุโบสถที่สร้างขึ้นในปัจจุบันแต่จะใช้ก้อนหินหรือเสาหินทรายแดงเป็นนิมิตในการผูกลูกนิมิตเพื่อแสดงเขตของพัทธสีมาซึ่งมีความกว้าง ๕ เมตร และยาว ๒๐ เมตร ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสิงห์หนึ่งศิลปะเชียงแสนซึ่งเป็นพระประธานและพระพุทธรูปปูนปั้นก่อด้วยอิฐอีก 2 องค์ ซึ่งเป็นของโบราณ</p>
<p>๔. พระเจดีย์ ศิลปะล้านนา เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามตำนานขององค์พระเจดีย์กล่าวว่า พระญาเมืองแก้วสร้างพระเจดีย์ขึ้นใน ปี จ.ศ.๘๗๒ ปีมะแม โดยมีความกว้างประมาณ ๑๒ ศอก สูงประมาณ ๓๐ ศอก ปิดด้วยทองทั้งองค์ ในครั้งนั้น คณะสงฆ์ และเหล่าศรัทธาต่างเปลื้องอาภรณ์เครื่องประดับเป็นเครื่องบูชาเพื่อเป็นบุญกุศลและเป็นการถวายทานแด่พระพุทธศาสนา การก่อสร้างใช้เวลารวม ๓ เดือนจึงสำเร็จ โดยขณะที่การก่อสร้างดำเนินอยู่นั้นมีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นหลายประการ</p>
<p>อนึ่ง การบูรณะองค์พระเจดีย์โดยหลวงโยนวิจิตร(หม่อนตะก่า อุปโยคิน) คือ ท่านได้สละทรัพย์สินส่วนตัวเสริมสร้างองค์เจดีย์ทั้งองค์ในปี จ.ศ.๑๒๖๐ (พ.ศ.๒๔๔๑) โดยเปลี่ยนรูปทรงเจดีย์ใหม่ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน ขยายฐานให้กว้าง ๓๘ ศอก ความสูง ๔๕ ศอก มีฉัตรขนาดเล็กจำนวน ๔ ฉัตร รวมทั้งมีต้นดอกไม้เงิน-ดอกไม้ทอง อย่างละ ๔ ต้น และมีฉัตรขนาดใหญ่ตรงยอดสูดขององค์เจดีย์ ๑ ฉัตร พิธียกฉัตรมีขึ้นในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ปลายปี พ.ศ.๒๔๔๑</p>
<p>ต่อมา ในปี พ.ศ.๒๔๙๙ พระพุทธิญาณ (เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน) ได้ย้ายมาจากวัดเชตวันและได้ทำการบูรณะองค์พระเจดีย์อีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มลงมือบูรณะในวันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู จ.ศ.๑๓๒๓ ตรงกับวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๔ สำเร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๕ ตรงกับเดือน ๕ ขึ้น ๑๐ ค่ำ วันพฤหัสบดี รวมเวลาที่ทำการบูรณะ ๔ เดือนกับอีก ๖วัน</p>
<p>๕. บ่อน้ำทิพย์ เดิมเป็นบ่อน้ำในพระราชอุทยานของพระเจ้าติโลกราช มีมาก่อนการสร้างวัดบุพพาราม (จ.ศ.๘๕๔) เมื่อพระเจ้าติลกปนัดดาธิราช (พระเมืองแก้ว) ได้ทรงสร้างพระอารามขึ้นในพระราชอุทยาน ได้ใช้น้ำในบ่อนี้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สรงพระบรมสารีริกธาตุ ปัจจุบันทางราชการใช้น้ำในบ่อนี้ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อหนี่ง ในจำนวนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักร เพื่อใช้ในพิธีสำคัญ ๆ เช่น ในพระราชพิธีพุทธาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวาระครบ ๕ รอบ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ หรือเมื่อครั่งเจ้าอินทวโรรส เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ราชวงศ์มังรายได้อาราธนาพระบรมธาตุเจ้าศรีจอมทองมายังวัดบุพพารามเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำทำการสักการะในวันเพ็ญเดือน ๔ ใต้ เดือน ๖ เหนือ และในปัจจุบัน ประเพณีการสรงน้ำพระบรมธาตุวัดบุพพารามยังดำเนินอยู่เป็นประจำทุกปี</p>
<p>๖. หอมณเฑียรธรรม เป็นมณฑปปราสาทจัตุรมุขทรงล้านนา ๒ ชั้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓ สำเร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระราชทานนามว่า “ พระพุทธบุพพาภิมงคล ภปร. ” และพระพุทธนเรศร์สักชัยไพรีพินาศ แกะด้วยไม้สักทั้งองค์ สำหรับชั้นล่างจัดเป็นห้องสมุดศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนาเพื่อรวบรวมวัตถุโบราณของพื้นเมืองต่าง ๆ</p>
<p>๗. วิหารพระเจ้าทันใจ ไม่ปรากฏวันเดือนปีที่สร้างอย่างแน่ชัด แต่จากการสอบถามผู้สูงอายุได้ความว่าพ่อน้อยสุข สุขเกษม พร้อมด้วยลูกหลานเป็นศรัทธาถวายพร้อมพระเจ้าทันใจ โดยใช้เวลาสร้างเพียงวันเดียวและทำการฉลองสมโภชพร้อมทั้งเจริญพระพุทธมนต์ อายุการก่อสร้างประมาณ ๑๔๐-๑๕๐ ปี นับว่าเป็นของเก่าแก่คู่กับวัดอีกอย่างหนึ่งภายในวิหารพระเจ้าทันใจ เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจและพระประจำวันเกิด</p>
<p>๘. วิหารครูบาศรีวิชัย ภายในประดิษฐานรูปปั้นของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา</p>
<p>กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้วัดบุพพารามเป็นโบราณสถานตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๒</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดสุคันธวารี</strong></span></p>
<p><strong>พระเทพวิสุทธิคุณ คนฺธวโร </strong>มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น <strong>พระราชาคณะ ชั้นเทพ </strong>ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น <strong>เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม</strong> และยังดำรงตำแหน่งเป็น<strong>ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด </strong><strong>ประวัติด้านการศึกษาของพระเทพวิสุทธิคุณ คนฺธวโร </strong>พระเทพวิสุทธิคุณ คนฺธวโร เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาตรี</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดสุคันธวารี</strong></span></p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.228431220693!2d98.99614601536038!3d18.787970587253866!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa4460f79ed%3A0xb1acec8c7b2218f8!2sWat+Buppharam!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490640604941" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490640724361!6m8!1m7!1sNdWYT6L3jPgipxs32Y_xlg!2m2!1d18.78832213230876!2d98.99835488897855!3f172.05949061417087!4f0.6323607310108343!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพันตอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดพันตองเดิมชื่อวัดพระงาม ไม่ปรากฎปีที่สร้าง ทราบเพียงว่าได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา พ.ศ.2000 สร้างในสมัยราชวงค์มังราย ครั้นพม่ามาตีเมืองเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ 61 ถนนลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2000 </p>
<p>วัดพันตองเดิมชื่อวัดพระงาม ไม่ปรากฎปีที่สร้าง ทราบเพียงว่าได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมา พ.ศ.2000 สร้างในสมัยราชวงค์มังราย ครั้นพม่ามาตีเมืองเชียงใหม่ วัดจึงกลายเป็นวัดร้างไปจนถึงสมัยพระเจ้ากาวิละโอรสเจ้าทิพย์ช้างผู้ครองนครลำปางได้ขับไล่พม่าออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ และได้ต้อนผู้คนาอยู่ในที่ต่างๆ เช่น ชาวโยนกนคร (เชียงแสน) มาอยู่เมืองเชียงใหม่ ชาวบ้านฮ่อมมาอยู่บริเวณประตูท่าแพ ชื่อวัดพันตองนี้คงเพื้ยนมาจาก &#8220;พันทอง&#8221; ตามน้ำหนักของทองพันชั่ง ซึ่งเป็นน้ำหนักของพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านฮ่อมนำมาจากเชียงแสน</p>
<p>ประวัติวัดพันตอง(ทองพันชั่ง)<br />
เมื่อพญากาวิละวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเขลางค์ ได้รับพระบรมราชโองการสถาปนาให้ดำรงตำแหน่ง พระเจ้ากาวิละวงศ์ฯ เจ้าผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๕๖ นั้น ครั้นพระองค์ยกทัพมาถึงตำบลป่าซาง ก็ได้หยุดพักทัพไว้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้เพราะพระองค์ดำริว่า เวียงพิงค์นครเชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ แต่มีพลเมืองน้อยไม่พอที่จะใช้คุ้มครองรักษาพ้นจากอริราชศัตรูที่จะมารุกรานได้ ก่อนที่จะยกทัพเข้ามาประทับในเวียงพิงค์เชียงใหม่นั้น พญากาวิละวงศ์ได้ให้ขึ้นไปถวายต้อนเอาชนชาติไทยทางเหนือ เช่น ไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยยอง ไทยเขิน แห่งแคว้นสิบสองปันนา และไทยเมืองแห่งเวียงเชียงแสน ฯลฯ ให้เอาชนชาติไทยเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานบ้านช่องอยู่ทั่วไปในบริเวณเวียงพิงค์เชียงใหม่ เช่น พวกไทยใหญ่ ไทยลื้อ อยู่ตำบลช้างเผือก ไทยเขินอยู่ตำบลหายยา ไทยยองอยู่ตำบลสันกำแพง และไทยเมืองจากเวียงเชียงแสนให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลช้างคลาน และให้พวกชาวมอญที่ติดตามมาจากนครเขลางค์ตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลช้างคลาน ตำบลช้างม่อย การกระทำเช่นนี้เรียกว่า “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง”<br />
ประชาชนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเวียงพิงค์เชียงใหม่ดังกล่าวมานี้ ต่างก็นำเอาวัฒนธรรมประเพณีของตนมาใช้ด้วย เช่น วัดวาอารามและอาหารการกิน เป็นต้น อาหารพวกไทยใหญ่มีจิ้นส้มเงี้ยวและหนังพอง พวกไทยเขินมีเครื่องเขิน เครื่องเงิน พวกไทยยองมีการปลูกฝ้าย ทอผ้า พวกมอญมีขนมเส้น (ขนมจีน) ส่วนพวกไทยเมืองที่มาจากเมืองเชียงแสนนั้น ส่วนมากเป็นศิลปินถนัดในการทำช่อดอกไม้และการแกสลักต่างๆ มีวัฒนธรรมเผ่าหลายอย่าง บางอย่างยังมีชื่อเรียกมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น แกงฮังเลเงี้ยว, สื้อ-ผ้าฝ้ายเมือง (เสื้อผ้าหม้อห้อม) อู้คำเมือง (พูดภาษาไทยเมือง) วัดทรายมูลเมือง วัดของชาวไทยเมือง เป็นต้น<br />
สำหรับชาวไทยเมืองที่อพยพมาจากเวียงเชียงแสนนั้น ได้มาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่บ้านฮ่อม หมู่ที่ ๑ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับวัดอีก ๔ วัด คือ วัดพันตอง วัดช้างฆ้อง วัดเมืองเลนและวัดร้อยข้อ (ลอยเคราะห์)<br />
ชื่อวัดพันตองนี้คงเพี้ยนมาจากคำว่า &#8220;พันทอง&#8221; ตามน้ำหนักของทองพันชั่ง ซึ่งเป็นน้ำหนักของพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านฮ่อมนำมาจากเชียงแสน</p>
<p>ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
พระครูสถาพรเขมกิจ ฉายา ฐิตญาโณ เดิมชื่อ เกษม ทิศลังกา อายุ 49 พรรณา 29 วุฒิ นธ.เอก วุฒิสายสามัญ กศม. ปริญญาโท ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพันตอง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง เลขานุการรองเจ้าคุณจังหวัดเชียงใหม่ และเลขานุการศูนย์พระปิยัตินิเทศก์จังหวัดเชียงใหม่ สมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอาราหลวงชั้นโท (ผจล.ชท.) ลำดับเจ้าอาวาสวัดพันตอง 1 พระอธิการสุนทรพจนกิจ ฉายา สุนฺทโร เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2470-พ.ศ. 2480 2 พระโพธิรังษี ฉายา พุทฺธิญาโณ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2498-พ.ศ. 2545<br />
3. พระราชเขมากร ฉายา ขนฺติโก เป็นผู้รักษาการแทน พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2546<br />
4. พระมหาสมเพชร ฉายา ธมฺมโชโต เป็นผู้รักษาการแทน พ.ศ. 2547-พ.ศ. 2549<br />
5. พระสมุห์ชำนิ ฉายา อริญฺชโย เป็นผู้รักษาการแทน พ.ศ. 2549-พ.ศ. 2551<br />
6. พระครูสถาพรเขมกิจ ฉายา ฐิตญาโณ เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. 2552-ปัจจุบัน </p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 	พระเจดีย์ 	เจดีย์สร้างเมื่อใดไม่ทราบ แต่รู้ว่าบูรณะซ่อมแซมทาสีใหม่ เมื่อ พ.ศ.2507 และพ.ศ.2550 บูรณะรอบๆเจดีย์และใส่แก้วบนยอดเจดีย์ 	แบบล้านนาไทย ประดับด้วยดอกรอบๆฐานและข้างเจดีย์<br />
2 	พระอุโบสถ 	สร้างเมื่อใดไม่ทราบ รู้แต่ว่าซ่อมบูรณะเมื่อ พ.ศ.2509 	แบบล้านนาไทย ลวดลายงดงามมาก เป็นอุโบสถหลังเล็กและมีความสำคัญมาก มีลักษณะแบบพื้นเมืองเดิมทั้งหมดโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย<br />
3 	พระวิหาร 	ไม่ทราบประวัติชัดเจน แต่ทราบว่ามีการบูรณะ พ.ศ.2596 ติดอยู่ที่หน้าบันและฐานชุกชีวิหาร ส่วนช่อฟ้าซ่อมแซมหลายครั้งแล้วเพราะเป็นไม้ถูกแดดถูกฝนไปตามอายุกาล 	วิหารหลังนี้น่าจะเป็นศิลปะสมัยเชียงแสน แบบล้านนา หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ อันเป็นแบบอย่างแผนผังวัดมาตรฐานของล้านนาทั่วไป สัณนิษฐานว่าวิหารหลังนี้คงเป็นวิหารที่สร้างแทนวิหารหลังเดิม ด้านหน้าเป็นมุขโถง และด้านข้างๆเป็นผังทึบ มีฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นประธาน หลังคาด้านหน้า 2 ซด และมีการซ้อนชั้นของผืนหลังคา 3 ตับ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดปลา<br />
4 	ประตูเทพรักษา 	สร้างในสมัย หรือ พ.ศ.ใดไม่ทราบ แต่มีความงดงามมาก 	แบบล้านนาผสมไทยภาคกลาง มีการนำเอาถ้วยมาประดับด้วย</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 	พระพุทธรูปพระประธาน 	สร้างในสมัยราชวงค์มังราย จากเรื่องเล่า พระพุทธรูปองค์จริงเป็นทองสำริด ผสมด้วยทองคำเฉาพาะน้ำหนักทองคำหนักพันชั่ง อดีตผู้บริหารวัดนำประดิษฐานไว้ในสถูป 	พระประธานสร้างด้วยปูนปางมารวิชัย หรือ ปางชนะมาร ศิลปะเชียงแสน หนาตักกว้าง 5 ฟุต สูง 5 ฟุต มีลักษณะสวยงามได้แก่ มีพระเนตรเปิดนิดๆ พระโอษฐ์แย้มน้อยๆ พระพักตร์อิ่มเอิบ ด้วยเหตุนี้องค์พระปฏิมาอันเป็นองค์พระประธานจึงได้นามว่าวัดพระงามพันตอง<br />
2 	ธรรมาสน์แบบล้านนา 	สร้างในสมัยและใครเป็นผู้สร้างไม่ทราบ แต่มีความสวยงามมากไม่มีที่ไหนเหมือน 	ศิลปะสมัยเชียงแสน ทำด้วยไม้สักลวดลายล้านนาไทย</p>
<p>อาคาร<br />
1 	พระอุโบสถ 	2509-00-00 	สร้างสมัยรัตนโกสินทร์<br />
2 	พระวิหาร 	2496-00-00 	สร้างสมัยรัตนโกสินทร์<br />
3 	พระสถูป/เจดีย์ 	2507-00-00 	สร้างสมัยรัตนโกสินทร์<br />
4 	อาคารเอนกประสงค์ 	2495-00-00 	สร้างสมัยรัตนโกสินทร์<br />
5 	โรงเรียนพระปริยัติธรรม 	2503-00-00<br />
6 	ศาลาบาตร/วิหารคด/ศาลาลาย 	2512-00-00<br />
7 	ศาลาวัฒนคุณ หรือ ศาลาแดง 	2495-00-00 	สร้างโดยหลวงนิเทศทาวันการ ซ่อมแซมเมื่อ 26 มกราคม 2555 โดยผศ.คำนึง วัฒนคุณ พร้อมลูกหลาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.305251364306!2d98.99399461536026!3d18.784544987255757!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa133700cc3%3A0xa389f14112a8928b!2sWat+Phan+Tong!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490728231338" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490728331444!6m8!1m7!1sGlhaN--jdzgiA99Og_Xx2w!2m2!1d18.7844476163931!2d98.99575276004725!3f38.813093523035725!4f-1.7967866422180236!5f0.7920183194512587" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพันตอง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดลอยเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดลอยเคราะห์ เดิมชื่อว่า วัดร้อยข้อ (วัดฮ้อยข้อ) สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ากือนากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่ง ราชวงศ์มังราย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ 65 ถนนลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100</p>
<p>วัดลอยเคราะห์ ตั้งอยู่เลขที่ ๖๕ ถนนลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย พื้นที่ตั้ง วัดมีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๑๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๔๒๕ วัดลอยเคราะห์ เดิมชื่อว่า วัดร้อยข้อ (วัดฮ้อยข้อ) สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ากือนากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่ง ราชวงศ์มังราย วัดนี้จึงมีอายุราว ๕๐๐ ปี แต่เมื่อสมัยปลายราชวงศ์มังรายพม่าตีล้านนาได้และเข้ามาปกครองซึ่งไม่ปรากฏว่ามีผู้บูรณะปฏิสังขรณ์อีก วัดนี้จึงทรุดโทรมลงตามลำดับ จนกระทั่งถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ขุนนางเชียงใหม่เบื่อหน่ายการปกครองของพม่า จึงได้เข้าร่วมกับกองทัพธนบุรีสู้รบกับพม่า แต่ไม่สามารถขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่ได้ เชียงใหม่ต้องรับศึกพม่าต่อมาอีก ดังนั้นสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงปล่อยให้เชียงใหม่เป็นเมืองร้าง วัดร้อยข้อ จึงกลายเป็นวัดร้างเช่นเดียวกับทุกวัดในเมืองเชียงใหม่ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ได้โปรดให้พระยากาวิละเข้ามาปกครองล้านนา ๕๗ หัวเมืองและตั้งเชียงใหม่ขึ้นมาใหม่ภายหลังจากที่ร้างไปถึง ๒๐ ปี พระองค์ทรงบูรณะซ่อมแซมเมืองให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และเฉิลมนามเมืองใหม่ว่า “ รัตนติงษาอภินวบุรีศรีเชียงใหม่ ” ต่อมาพระเจ้าเชียงใหม่ยกทัพไปตีนครเชียงแสน ซึ่งขณะนั้นพม่ายึดครองอยู่แล้วกวาดต้อนผู้คนชาวเชียงแสนมาไว้ที่เชียงใหม่เพื่อเพิ่มพลเมืองเชียงใหม่ให้มากขึ้น และโปรดให้ชาวเชียงแสนตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ เวียงชั้นนอกด้านขวาของประตูท่าแพ ทางทิศตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ ชาวบ้านฮ่อม ซึ่งต่อมาได้สร้างวัดร้อยข้อที่รกร้างขึ้นใหม่ แล้วเอาชื่อวัดจากเมืองเชียงแสนมาตั้งชื่อ วัดร้อยข้อ ว่า “ วัดลอยเคราะห์ ” วัดนี้มีพัทธสีมาเป็นเอกเทศได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๐๔๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๖ เมตร<br />
ชื่อเจ้าอาวาส: ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระครูอธิการหลวง<br />
2. พระครูปัญโญภาสนพคุณ (บุญมี ปัญโญ)<br />
3. พระอธิการสุพจน์ กิตติสาโร (ลาสิกขา)<br />
4. พระครูสุวิมลธรรมรักษ์ 2525-ปัจจุบัน</p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 พระสถูป/พระเจดีย์ (พระธาตุ) พระเจดีย์วัดลอยเคราะห์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2408<br />
2 พระอุโบสถ สร้างเมื่อปี พศ. 2409 และทำการปรับปรุงเมื่อปี พ.ศ.2553 ทรงล้านนา<br />
3 พระวิหาร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2551 ทรงล้านนา</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 พระพุทธรูปพระประธาน อายุประมาณร้อยปี ปางสะดุ้งมารเนื้อปูนลงรักปิดทอง<br />
2 พระพุทธรูปทันใจ อายุประมาณ 60 ปี เนื้อปูนปั้น<br />
3 ธรรมมาสน์ อายุประมาณ 60 ปี ได้มีการซ่อมแซมตามลำดับมา ทรงปราสาทลงรักปิดทองลายรดน้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.3041705579953!2d98.99459926536022!3d18.784593187255762!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa6cfb8dfb5%3A0x19bdc1b34a84f7d8!2sWat+Loi+Khro!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490724648892" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490724680900!6m8!1m7!1sWhdcPma5zaG7KtaoGBGnWA!2m2!1d18.78424435172805!2d98.99688318299422!3f11.939245922585513!4f0.384602606161323!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลอยเคราะห์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำยบช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดปูคำ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดศรีสร้อยทรายมูล]]></category>
		<category><![CDATA[วัดหัวฝาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดหัวฝายเป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณชาญเมือง ตามหนังสืออ้างอิงวัดหัวฝายสร้างเมื่อ พ.ศ. 2130 เดิมชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล เนื่องจากทางวัดไม่ได้มีการบันทึกประวัติการสร้างวัดไว้</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดหัวฝาย 154 ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100</strong><br />
วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2130 ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2526</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดหัวฝาย</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดหัวฝาย</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดหัวฝาย</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดหัวฝาย</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดหัวฝาย</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดหัวฝาย</strong></span></p>
<p>วัดหัวฝายเป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณชาญเมือง ตามหนังสืออ้างอิงวัดหัวฝายสร้างเมื่อ พ.ศ. 2130 เดิมชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล เนื่องจากทางวัดไม่ได้มีการบันทึกประวัติการสร้างวัดไว้ อาศัยคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ถ่ายทอดกันมา คาดว่าวัดนี้ชาวบ้านน่าจะร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในหมู่บ้าน เพราะในอดีตที่ตั้งของวัด ในปัจจุบันอยู่นอกกำแพงเมืองเชียงใหม่และอยู่กลางทุ่งนา คงไม่ใช่วัดที่สร้างขึ้นโดย กษัตริย์หรือข้าราชการ ขุนนาง น่าจะเป็นวัดที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมามากกว่า</p>
<p>วัดศรีสร้อยทรายมูล หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “วัดปูคำ” เพราะว่าสถานที่ตั้งของวัดอยู่บริเวณทุ่งนา มีปูมาอาศัยในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเมื่อครั้งที่ยอดพระธาตุของวัดพังลงมา มีชาวบ้านเห็น ปูเงิน ปูคำ มาอาศัยอยู่บริเวณพระธาตุ เพื่อรักษาองค์พระธาตุ จึงเรียกกันว่า “วัดปูคำ” หรือบ้างก็เรียกว่า “วัดน้ำปู” เพราะวัดตั้งอยู่กลางทุ่งนามีปูมาก ชาวบ้านเมื่อว่างเว้นจากการทำนาก็มักจะจับปูไปทำน้ำปูกิน จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดน้ำปู“ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ”วัดหัวฝาย” เพราะบริเวณใกล้วัดเป็นฝ่ายกั้นน้ำ (บริเวณศูนย์-ประชาสัมพันธ์ เขต3, โรงพยาบาลแม่และเด็กในปัจจุบัน) โดยชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวจะไปเอาน้ำที่ฝายนี้มาใช้ในการอุปโภค-บริโภค และที่สำคัญคือชาวบ้านใช้น้ำจากฝายใน การทำการเกษตร ต่อมาเนื้อที่บริเวณข้างฝายดังกล่าวเป็นที่ดินดอนออกมา ชาวบ้านจึงเข้ามาตั้งที่ อยู่อาศัย และทำมาหากินในบริเวณนี้มากขึ้นเรื่อยๆจากทุ่งนาก็กลายเป็นหมู่บ้าน วัดหัวฝายจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นศูนย์รวมใจของคนในบริเวณนี้เรื่อยมา วัดหัวฝายได้รับพระราชทาน วิสุงคสีมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 เขตวิสุงคสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร</p>
<p>ข้อมูลสถาปัตยกรรม</p>
<p>1 พระธาตุเจดีย์ เดิมเจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงล้านนา เนื่องจากเวลาผ่านไป สภาพของเจดีย์ก็ทรุดโทรมและพังลงมา คณะศรัทธา ชาวบ้านจึงร่วมกับทางวัดบูรณะเจดีย์องค์ดังกล่าวขึ้นมาใหม่แต่ทางวัดไม่ได้มีการบันทึกไว้ว่าทำการบูรณะในปี พ.ศ.ใด โดยองค์เจดีย์องค์ใหม่นี้ประดับด้วยกระจกแก้วทั้งองค์<br />
2 พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถศิลปะล้านนาใช้ในการประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น การอุปสมบถ เป็นต้น<br />
3 พระวิหารทรงล้านนา ทางวัดไม่ได้บันทึกประวัติความเป็นมาไว้ ภายในวิหารมีสิ่งที่น่าสนใจคือ ธรรมมาสหลวง ที่ใช้ในการเทศน์มหาชาติ และแท่นแก้วพระสารูปเจ้าองค์ดำ<br />
4 ธรรมมาสหลวง ใช้ในการเทศน์มหาชาติ ในเดือน 4 เป็ง ธรรมมาสหลวงนี้มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ได้ขอมาจากเจ้านายฝ่ายเหนือ บางท่านก็ว่าเป็นที่บรรจุโกศพระศพชองพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ลอยน้ำมาติดอยู่บริเวณฝายหน้าวัด บ้างก็ว่าเป็นของตระกูลมหาพรหม ประวัติของธรรมมาสหลวงดังกล่าวจึงไม่แน่นอนนัก เนื่องจากไม่มีการบันทึกไว้ เป็นเพียงคำบอกเล่า ทางวัดได้นำธรรมมาสดังกล่าวมาไว้ นิหารเพื่อใช้ในการเทศน์มหาชาติ โดยลวดลายของธรรมมาสหลวง คล้ายศิลปะคล้ายของพม่า ตอนที่ทางวัดทำการบูรณะวิหารได้นำธรรมมาสดังกล่าวไปไว้หลังพระธาตุ ทำให้ส่วนยอดแตกหักเสียหาย ปัจจุบันธรรมมาสดังกล่าวยังสามารถใช้งานได้อยู่<br />
5 แท่นแก้ว พระสารูปเจ้าองค์ดำ เป็นหินแก้วใส สีดำ แกะสลักเป็นพระสารูปเจ้าโดยสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 แล้วเสร็จในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2544สร่างโดยศรัทธา ชาวบ้านวัดหัวฝาย ชาวบ้านบอกว่าหินดังกล่าวได้มาจากประเทศพม่า โดยพระสหายของ ท่านพระครู ชลธารพิทักษ์ ส่งมาให้หลังจากที่ท่าพระครูได้มรณภาพแล้ว ซึ่งพระทั้งสองเคนสัญญากันกันไว้ตั้งแต่ท่านพระครูยังมีชีวิตอยู่ ศรัทธา ชาวบ้าน จึงร่วมกับทางวัด นำหินดังกล่าวมาแกะสลักและประดิษฐานไว้บนวิหาร เพื่อเป็นที่เคารพสักการะต่อไป<br />
6 พระพุทธรูปเก่าแก่ประจำวัดหัวฝาย วัดหัวฝายมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ทั้งหมด 4 องค์ คือ พระพุทธสิงห์หนึ่ง จำนวน 3 องค์ (แต่สูญหายไป 2 องค์) พระพุทธรูปหินอ่อนศิลปะเชียงแสน 1 องค์<br />
7 ศาลาอเนกประสงค์ วัดหัวฝายมีศาลาอเนกประสงค์ 2 หลัง คือหลังเก่าใช้เป็นที่สำหรับจัดงานศพ และเป็นที่เก็บข้าวของเครื่องใช้ของทางวัด ส่วนหลังใหม่เพิ่งสร้างขึ้นมาได้ไม่นานนัก ใช้เป็นสถานที่จัดงานต่างๆตามแต่วัดจะเห็นสมควร</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย</strong></span></p>
<p><strong>พระครูสมุห์ พุทธกร ทินฺนญาโณ </strong>มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น <strong>ฐานานุกรมใน พระราชสุตาภรณ์</strong> ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น <strong>เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย</strong> <strong>ประวัติด้านการศึกษาของพระครูสมุห์ พุทธกร ทินฺนญาโณ</strong> พระครูสมุห์ พุทธกร ทินฺนญาโณ เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาโท</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดหัวฝาย</strong></span><br />
1. พระดี คนะวังโส พ.ศ. 2476 – 2478<br />
2. พระตา รตนรัฐวตโณ พ.ศ. 2478 – 2489<br />
3. พระยาน เขมงกโล พ.ศ. 2489 – 2504<br />
4. พระครูชลธารพิทักษ์ คำปัน มหาวัณโณ พ.ศ. 2504 – 2538<br />
5. พระปลัดมนตรี อภิวัณโณ พ.ศ. 2538 – 2540<br />
6. พระไปฏิกา เอกรัตน์ ประภัสโร พ.ศ. 2540 – 2541<br />
7. พระอธิการสุกิจ คนสีโล พ.ศ. 2541 – 2547<br />
8. พระประดิษฐ์ ทินฺนญาโณ รักษาการแทนเจ้าอาวาส ปัจจุบัน**</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.5514687097616!2d98.99145361536014!3d18.773561487262107!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da300c66e12e91%3A0xce8ab14d9591c93d!2sWat+Hua+Fai!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490720138655" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490720460883!6m8!1m7!1sowLetTAoB7fdSfIp5YhEtA!2m2!1d18.77344824271222!2d98.9940397971422!3f297.74309680265435!4f-1.4380549451812783!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดธาตุคำ </a><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดยางกวง </a><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"> ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดนันทาราม</a><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/"> ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดศรีปิงเมือง ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหัวฝาย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%95-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตักบาตรเที่ยงคืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลช้างคลาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุปคุต]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุปคุตไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอุปม่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เป็งปุ๊ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%95-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดอุปคุต เป็นชื่อใหม่ เดิมชื่อ อุปคุตไทย โดยการรวมวัดสองวัด คือวัดอุปม่านและวัดอุปคุตไทย เข้าเป็นวัดเดียวกัน เรียกร่วมว่า วัดอุปคุต อุปคุตเป็นชื่อสาวกของพระพุทธเจ้าที่ทรงด้วยฤทธิ์ มีอำนาจในการปราบมาร</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%95-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดอุปคุต ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</strong><br />
วัดอุปคุต ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดอุปคุต</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดอุปคุต</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดอุปคุต</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดอุปคุต</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดอุปคุต</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดอุปคุต</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดอุปคุต</strong></span></p>
<p>วัดอุปคุต เป็นชื่อใหม่ เดิมชื่อ อุปคุตไทย โดยการรวมวัดสองวัด คือวัดอุปม่านและวัดอุปคุตไทย เข้าเป็นวัดเดียวกัน เรียกร่วมว่า วัดอุปคุต อุปคุตเป็นชื่อสาวกของพระพุทธเจ้าที่ทรงด้วยฤทธิ์ มีอำนาจในการปราบมาร เมื่ออุปคุตม่าน หรือพม่ายกเลิก จึงทำให้ที่ดินวัดว่างเปล่าลง ทางวัดจึงให้พุทธสมาคม เช่า ดำเนินงานต่างๆ จึงทำให้เกิดพุทธสถานขึ้นแทนวัดอุปคุตม่าน(พม่า) โดยมีกำแพงกั้นระหว่างวัดอุปคุตกับพุทธสถาน แต่ใช้โฉนดเดียวกัน คือโฉนดเลขที่ 2490 รวมที่ดินวัดอุปคุตและพุทธสถาน จำนวน 8 ไร่ 53 ตารางวา</p>
<p>พระพุทธรูปรูปแบบสุโขทัย สร้างด้วยปูน อายุประมาณ 150 ปี เป็นพระประธานอยู่ในวิหาร หน้าตักกว้าง 20นิ้ว สูง 72 นิ้ว</p>
<p>พระปางห้ามญาติ เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง อายุ 200 ปี เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มีความสูง 72 นิ้ว</p>
<p>พระประธานในกุฏิ เป็นพระพุทะรูปแบบล้านนา สร้างมาประมาณ 150 ปี กว่าง 40 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว</p>
<p><strong>พระอุปคุตเป็นพระประจำวัด</strong> พระบัวเข็มหรือพระอุปคุต เป็นพระบูชาที่นิยมกันมากในกลุ่มชนชาวพม่า มอญและคนไทยทางภาคเหนือ พระบัวเข็มเริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทย เมื่อครั้งที่พระมอญ นำพระบัวเข็มมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะที่ยังทรงผนวชอยู่</p>
<p>พระบัวเข็มหรือพระอุปคุตนับเป็นพระอรหันต์พุทธสาวกหลังพุทธกาลถึง 200 กว่าปี มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ กล่าวคือ ตอนสมัยยังไม่บวช ช่วยพ่อแม่ค้าขายในตลาด เมืองมถุรา อินเดีย ปรากฏว่าประสบความสำเร็จดีมาก มีลูกค้าอุดหนุนมากมาย ต่อมาบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา มีความตั้งใจเจริญวิปัสสนากรรมฐานโดยลำดับ จนกระทั่งบรรลุพระอรหันต์ผล สำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นพระอาจารย์สั่งสอนกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน มีลูกศิษย์ถึง 18,000 รูป ว่ากันว่าท่านชอบจำพรรษาที่ใต้สมุทร (สะดือทะเล)</p>
<p>ชื่อเสียงของท่านทราบไปถึงพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์จึงเสด็จไปอาราธนาท่าน ให้มาคุ้มครองความเรียบร้อยในงานพิธีฉลองพระสถูปเจดีย์ 84,000 องค์ ระหว่างนั้นมีพญามารมาก่อกวนในงานพิธี พญามารตนดังกล่าว คือ พระยาวัสวดี คู่อริเก่าของพระพุทธเจ้า เมื่อคราวจะตรัสรู้ พญามารตนนี้จะมาแย่งชิงรัตนบัลลังก์ จนพุทธองค์ต้องตรัสเรียกนางวสุนธรา พระแม่ธรณีเป็นพยาน โดยบีบมวยผมน้ำกรวด (ที่พระพุทธเจ้าทำทุกครั้งที่ทรงบำเพ็ญกุศล) ไหลออกมาเป็นทะเลหลวง ท่วมทับเสนามารทั้งหลายให้จมวอดวาย กระแสน้ำได้ซัดช้างคีรีเมขล์ ให้ถอยร่นไปติดขอบจักรวาล พญามารตกตะลึงเป็นอัศจรรย์ จึงประนมหัตถ์ถวายนมัสการ ยอมปราชัยพ่ายแพ้บารมีของพระพุทธเจ้า</p>
<p>พญามารมาก่อกวนทำลายพีธีครั้งนี้ เข้าใจว่าเมื่อไม่มีพระพุทธเจ้า (เพราะเสด็จปรินิพพานไปแล้ว 218 ปี) คงไม่มีใครขวางได้ ปรากฏว่าถูกพระอุปคุตเนรมิตสุนัขเน่ามีกลิ่นเหม็นคลุ้งเต็มไปด้วยหมู่หนอนยัวเยียน่าขยะแขยง ไปผูกติดไว้ที่คอพญามาร ซึ่งแก้อย่างไรก็ไม่ออก ต้องเหาะไปหาเทพยดา พระอินทร์ ท้าวจตุโลกบาลมหาราช ตลอดพระพรหม ก็ไม่อาจแก้พันธนาการนี้ได้ ในที่สุดพญามารจำใจกลับมาหาพระอุปคุต เข้าไปกราบแทบเท้าพระอุปคุตกล่าวรับสารภาพผิด แต่ก่อนจะแก้เอาสุนัขเน่าออกได้ พระอุปคุตเห็นว่าควรจะมัดพญามารไว้ก่อนโดยมัดติดไว้กับภูเขาจนกว่าพิธีของพระเจ้าอโศกมหาราชจะเสร็จสิ้น</p>
<p>เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้พญามารถึงกับรำพึงว่า “ตัวเรานี้ผจญกับพระพุทธเจ้ามานักต่อนัก ไม่เคยมีเลยว่าพระพุทธเจ้าจะทำกับเราอย่างนี้ พระอุปคุตเป็นเพียงพุทธสาวกทำกับเราถึงขนาดนี้” พระอุปคุตจึงกล่าวว่า ‘ดูก่อนพญามาร อาตมากับท่านเป็นคู่ทรมานกัน เพราะเหตุนี้จึงไม่มีกรุณา การกระทำแก่ท่านครั้งนี้เพื่อจะยังให้ม่านมีจิตปรารถนาพุทธภูมิ และพระพุทธเจ้ายังได้ตรัสพยากรณ์ไว้ว่า พระอุปคุตเถระจะได้ทรมานพระยาวัสวดีมาร ให้ละพยศหมดความอหังการ สิ้นความร้ายกาจในอนาคตกาล พญามารนั้นปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในภายหน้า ขอท่านจงตั้งใจละจิตบาปเสีย อย่าได้กระทำบาปกรรมต่อไปอีกเลย”</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ คนทางเหนือและอีสาน ตลอดจนชาวมอญและพม่า ต่างนิยมสร้างรูปพระอุปคุตบูชากันอย่างสนิทใจ คติคนโบราณนั้นจนถึงปัจจุบัน หากมีงานหรือพิธีสำคัญๆต้องกราบอาราธนาท่านพระอุปคุตออกมาตั้งบูชาขอพรไม่ให้มีอุปสรรคเกิดขึ้น หรือชีวิตท่านผู้มีใด มีอุปสรรคก็ต้องบูชาสักการะพระอุปคุตขอพรจากท่าน ย่อมบังเกิดความราบรื่นในการดำเนินชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นพระประจำเมืองเชียงใหม่ที่มีประชาชนเคารพนับถือมาก เป็นพระที่สร้างด้วยทองสำริดปิดทอง มีความกว้าง 27 นิ้ว ความสูง 34 นิ้ว ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหาร</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">กิจกรรมสำคัญ</span></h3>
<p>ตักบาตรเที่ยงคืน ในวันเป็งปุ๊ด</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดอุปคุต</strong></span></p>
<p>รูปที่ 1 ไม่ปรากฏหลักฐาน<br />
รูปที่ 2 ไม่ปรากฏหลักฐาน<br />
รูปที่ 3 ไม่ปรากฏหลักฐาน<br />
รูปที่ 4 พระอธิการสิงห์แก้ว คุณ̣นา พ.ศ.2469 ถึงพ.ศ.2473<br />
รูปที่ 5 พระอธิการสิงห์แก้ว คุณ̣นา พ.ศ.2474 ถึงพ.ศ.2475<br />
รูปที่ 6 พระอธิการอ้าย พ.ศ.2476 ถึงพ.ศ.2478<br />
รูปที่ 7 พระอธิการแก่น ปญ̣โญ พ.ศ.2479 ถึงพ.ศ.2503<br />
รูปที่ 8 พระครูบุญมี ฐิตสาโร พ.ศ.2504 ถึงพ.ศ.2527<br />
รูปที่ 9 พระสมจิต(รักษาการแทน) พ.ศ.2527 ถึงพ.ศ.2528<br />
รูปที่ 10 พระสมนึก(รักษาการแทน) พ.ศ.2528 ถึงพ.ศ.2529<br />
รูปที่ 11 พระอธิการจันทร์ทิพย์ อินฺทวํโส พ.ศ.2529 ถึงพ.ศ. 2530<br />
รูปที่ 12 พระครูสังฆภารวิสุทธิ์ (สิริมงฺคโล) พ.ศ.2530 ถึงพ.ศ.2541<br />
รูปที่ 13 พระอธิการประพันธ์ สุทฺธจิตฺโต พ.ศ.2541 ถึง ปัจจุบัน</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดอุปคุต</strong></span></p>
<p><strong>พระครูพัทธนาธิมุต สุทธิจิตโต </strong>มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น <strong>พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นโท </strong>ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น <strong>เจ้าอาวาสวัดอุปคุต</strong> และยังดำรงตำแหน่งเป็น<strong>เจ้าคณะตำบล (จต.) </strong><strong>ประวัติด้านการศึกษาของพระครูพัทธนาธิมุต สุทธิจิตโต </strong>พระครูพัทธนาธิมุต สุทธิจิตโต เจ้าอาวาสวัดอุปคุต จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาโท</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.2375724849585!2d98.9991643153604!3d18.78756298725405!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3aa5f3227691%3A0xf702299663410ac0!2z4Lin4Lix4LiU4Lit4Li44Lib4LiE4Li44LiVICjguYTguJfguKIp!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490718157999" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490718207263!6m8!1m7!1sckgxx0PPJ9heuo3DceJI4Q!2m2!1d18.78780819174022!2d99.00152663748491!3f219.93175918350758!4f1.7058471482391155!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%95-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
