<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ล้านนา/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Apr 2026 16:11:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ล้านนา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แคปชั่นฝุ่น pm 2.5 กำเมือง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-Chiangmai.com Event News]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 16:08:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แคปชั่น ภาษาเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กำเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นควัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หน้ากาก]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[แคปชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้ป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=16528</guid>

					<description><![CDATA[<p>แคปชั่นฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ แคปชั่นอากาศเสีย แคปชั่นฝุ่นควัน ภาษากำเมือง เอาไว้โพสต์ผ่อนคลาย </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">แคปชั่นฝุ่น pm 2.5 กำเมือง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong>แคปชั่นฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ แคปชั่นอากาศเสีย แคปชั่นฝุ่นควัน ภาษากำเมือง</strong></h2>
<p>เจียงใหม่บ้านเฮา บะใจ้มีดีแค่ขุนเขาและวัฒนธรรม แต่วันนี้เฮาต้องยอมฮับว่าอากาศบะดี ฝุ่น PM 2.5 ลอยคลุ้งไปทั่วเมือง ลมหายใจ๋แต่ละเตื้อมีค่าแต้ๆ คนเมืองต้องปรับโหมดชีวิต๋ ใส่หน้ากากเป็นไอเท็มคู่กาย เปิดเครื่องฟอกอากาศเป็นเพื่อนคู่ห้อง และหมั่นเช็กค่าฝุ่นก่อนก้าวออกจากบ้าน โพสต์แคปชั่นเตือนใจ๋แบบเท่ห์ๆ กำเมืองนิด อังกฤษหน่อย เพื่อบอกว่าเฮาฮู้ทันสถานการณ์ อากาศเป็นมลพิษบะได้ทำให้เฮาหยุดเท่ แต่ทำให้เฮาเท่แบบมีสติ๋ ฝุ่นเยอะบะใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ปอดใกล้ใจ๋ ยิ่งฮู้ ยิ่งต้องป้องกัน ยิ่งแชร์ ยิ่งช่วยกั๋นดูแลคนรอบข้าง นี่แหละสไตล์คนเจียงใหม่ เท่ห์แบบห่วงใย สุขภาพต้องมาก่อนเสมอ</p>

<h3>แคปชั่นฝุ่น pm 2.5 กำเมืองแบบเท่ห์ๆ</h3>
<p>เน้นความสู้ชีวิต ความนิ่ง และบรรยากาศเมืองในหมอกควันแบบคูลๆ</p>
<table data-path-to-node="4">
<thead>
<tr>
<td><strong>ลำดับ</strong></td>
<td><strong>กำเมือง</strong></td>
<td><strong>แปลไทย</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,1,0,0">1</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,1,1,0">อยู่กลางหมอกควัน บ่าจ้ายปาฏิหาริย์ แต่มันคือสู้ชีวิต</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,1,2,0">อยู่กลางหมอกควัน ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือการสู้ชีวิต</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,2,0,0">2</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,2,1,0">ฝุ่นกุ้มดอย ใจ๋ข้าเจ้ายังดอยอยู่ตึงวัน</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,2,2,0">ฝุ่นคลุมดอย แต่ใจของข้าพเจ้ายังสู้ (ดอย) อยู่ทุกวัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,3,0,0">3</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,3,1,0">อากาศจางๆ กับทางตี่มองบ่าหัน</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,3,2,0">อากาศจางๆ กับทางที่มองไม่เห็น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,4,0,0">4</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,4,1,0">เมืองในหมอก&#8230;หมอกควันล้วนๆ บ่ามีฝนผสม</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,4,2,0">เมืองในหมอก&#8230;หมอกควันล้วนๆ ไม่มีฝนผสม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,5,0,0">5</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,5,1,0">ปอดข้าเจ้า แข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้า</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,5,2,0">ปอดของฉัน แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,6,0,0">6</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,6,1,0">ยืนงงในดงควัน สุขุมนุ่มลึกเหมือนในหนัง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,6,2,0">ยืนงงในดงควัน สุขุมนุ่มลึกเหมือนในหนัง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,7,0,0">7</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,7,1,0">โลกมันเบลอ เพราะอากาศจาง หรือใจ๋วางบ่าลง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,7,2,0">โลกมันเบลอ เพราะอากาศจาง หรือใจวางไม่ลง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,8,0,0">8</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,8,1,0">ศิลปะแห่งการสูดดม&#8230;มลพิษตึงนั้น</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,8,2,0">ศิลปะแห่งการสูดดม&#8230;มลพิษทั้งนั้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,9,0,0">9</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,9,1,0">อยู่กับฝุ่นให้เป็น เหมือนคนตี่เห็นความจริง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,9,2,0">อยู่กับฝุ่นให้เป็น เหมือนคนที่เห็นความจริง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,10,0,0">10</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,10,1,0">ท้องฟ้าสีเทา ความเหงาสีจาง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,10,2,0">ท้องฟ้าสีเทา ความเหงาสีจาง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,11,0,0">11</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,11,1,0">ชีวิตตึงบ่าเหงา เพราะมีหมอกควันเป็นตี้ปรึกษา</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,11,2,0">ชีวิตไม่เคยเหงา เพราะมีหมอกควันเป็นที่ปรึกษา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,12,0,0">12</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,12,1,0">หันดอยลางๆ แต่ใจ๋ยังสว่างไสว</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,12,2,0">เห็นดอยลางๆ แต่ใจยังสว่างไสว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,13,0,0">13</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,13,1,0">อากาศเป็นพิษ แต่จิตวิญญาณยังแข็งแรง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,13,2,0">อากาศเป็นพิษ แต่จิตวิญญาณยังแข็งแรง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,14,0,0">14</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,14,1,0">นักสู้ในม่านหมอก</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,14,2,0">นักสู้ในม่านหมอก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,15,0,0">15</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,15,1,0">บ่ต้องมีฟิลเตอร์ เพราะอากาศจัดหื้อแล้ว</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,15,2,0">ไม่ต้องมีฟิลเตอร์ เพราะอากาศจัดให้แล้ว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,16,0,0">16</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,16,1,0">เจียงใหม่เมืองงาม ในยามตี่ควันกุ้ม</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,16,2,0">เชียงใหม่เมืองงาม ในยามที่ควันคลุม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,17,0,0">17</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,17,1,0">ทนแดด ทนฝุ่น ทนเก่งกว่านี้บ่ามีละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,17,2,0">ทนแดด ทนฝุ่น ทนเก่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,18,0,0">18</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,18,1,0">อากาศบ่าดี แต่หน้าตาเฮาดี&#8230;จบเนาะ</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,18,2,0">อากาศไม่ดี แต่หน้าตาเราดี&#8230;จบนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,19,0,0">19</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,19,1,0">มองไปตางหน้า เห็นแต่กำแพงสีเทา</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,19,2,0">มองไปข้างหน้า เห็นแต่กำแพงสีเทา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,20,0,0">20</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,20,1,0">ชีวิตล้ำเส้น&#8230;เส้นค่าฝุ่นตี่เกินมาตรฐาน</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,20,2,0">ชีวิตล้ำเส้น&#8230;เส้นค่าฝุ่นที่เกินมาตรฐาน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,21,0,0">21</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,21,1,0">หายใจ๋เบาๆ ประหยัดปอด</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,21,2,0">หายใจเบาๆ ประหยัดปอด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,22,0,0">22</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,22,1,0">ในวันที่ฟ้ามัว ใจ๋เฮาก็ต้องนิ่ง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,22,2,0">ในวันที่ฟ้ามัว ใจเราก็ต้องนิ่ง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,23,0,0">23</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,23,1,0">ฝุ่นคือบททดสอบ ปอดคือเครื่องกรอง</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,23,2,0">ฝุ่นคือบททดสอบ ปอดคือเครื่องกรอง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,24,0,0">24</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,24,1,0">ยืนเท่ๆ ท่ามกลาง PM 2.5</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,24,2,0">ยืนเท่ๆ ท่ามกลาง PM 2.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,25,0,0">25</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,25,1,0">ความจริงตี่มองบ่าหัน คืออากาศตี่หายใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,25,2,0">ความจริงที่มองไม่เห็น คืออากาศที่หายใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,26,0,0">26</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,26,1,0">บ่ากลัวฝุ่น กลัวบ่ามีตังค์ซื้อแมสก์</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,26,2,0">ไม่กลัวฝุ่น กลัวไม่มีเงินซื้อแมสก์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,27,0,0">27</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,27,1,0">เท่แบบสู้ชีวิต สูดอากาศพิษแบบตึงๆ</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,27,2,0">เท่แบบสู้ชีวิต สูดอากาศพิษแบบตึงๆ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,28,0,0">28</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,28,1,0">ธรรมชาติสร้างสรรค์ หรือคนเฮาทำลาย</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,28,2,0">ธรรมชาติสร้างสรรค์ หรือคนเราทำลาย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,29,0,0">29</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,29,1,0">หมอกหนาบ่าเท่าความฮักตี่มีหื้อเธอ</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,29,2,0">หมอกหนาไม่เท่าความรักที่มีให้เธอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="4,30,0,0">30</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,30,1,0">อยู่รอดมาได้ตึงวันนี้ ก็นับว่าสุดยอดละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="4,30,2,0">อยู่รอดมาได้ถึงวันนี้ ก็นับว่าสุดยอดแล้ว</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-16530 size-full" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1.jpg" alt="แคปชั่นอากาศเป็นพิษ ฝุ่นควัน pm 2.5 กำเมืองแบบกวนๆ" width="1200" height="727" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1.jpg 1200w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-1024x620.jpg 1024w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-768x465.jpg 768w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-693x420.jpg 693w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-696x422.jpg 696w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-1068x647.jpg 1068w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2026/04/Caption-atchiangmai-PM25-1-100x62.jpg 100w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>วันนี้ตี้เจียงใหม่ บะได้อยากลึกลับ แต่ฝุ่น PM 2.5 ทำหื้อผ่ออะหยังบะค่อยชัด อากาศบะดีจนอยากถามตัวเก่า ว่าหายใจ๋หรือสูบควัน อากาศเป็นมลพิษจนแว่นต๋ายังงง ฝุ่นเยอะจนถ้าผ่อหน้ากั๋นบะเห็น บะใจ้บะฮัก แต่ PM 2.5 บังต๋าไว้ต่างหาก ใส่หน้ากากแล้วส่องกระจก ยังฮู้สึกว่าหล่อขึ้นแบบงงๆ โพสต์แคปชั่นกวนๆ หื้อเพื่อนยิ้ม ทั้งตี้ความจริงคือเฮาต้องระวังตั๋วจะของขนาด ฝุ่นบะได้กวนแค่จมูก แต่มากวนชีวิตประจำวันของคนเมืองอย่างจัง กวนแบบมีสาระ กวนแบบเตือนใจ๋</p>
<h3>แคปชั่นอากาศเป็นพิษ ฝุ่นควัน pm 2.5 กำเมืองแบบกวนๆ</h3>
<p>จิกกัดสภาพอากาศและตัวเองแบบแสบๆ คันๆ</p>
<table data-path-to-node="8">
<thead>
<tr>
<td><strong>ลำดับ</strong></td>
<td><strong>กำเมือง</strong></td>
<td><strong>แปลไทย</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,1,0,0">1</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,1,1,0">นึกว่าลอนดอนตี่ไหนได้&#8230;เจียงใหม่พะนะ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,1,2,0">นึกว่าลอนดอนที่ไหนได้&#8230;เชียงใหม่จ้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,2,0,0">2</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,2,1,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ บ่าต้องซื้อแป้งละเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,2,2,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องซื้อแป้งแล้วนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,3,0,0">3</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,3,1,0">สูงสุดคืนสู่สามัญ&#8230;สูดฝุ่นคืนสู่ปอด</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,3,2,0">สูงสุดคืนสู่สามัญ&#8230;สูดฝุ่นคืนสู่ปอด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,4,0,0">4</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,4,1,0">อากาศดีขนาด&#8230;ดีตี่บ่าตาย</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,4,2,0">อากาศดีมาก&#8230;ดีที่ไม่ตาย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,5,0,0">5</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,5,1,0">PM 2.5 ตึงเยอะ แต่บ่าเลอะเทอะเต้าตั๋ว</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,5,2,0">PM 2.5 น่ะเยอะ แต่ไม่เลอะเทอะเท่าเธอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,6,0,0">6</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,6,1,0">ไอจนปอดสั่น ยิ่งกว่าเต้นรถแห่</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,6,2,0">ไอจนปอดสั่น ยิ่งกว่าเต้นรถแห่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,7,0,0">7</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,7,1,0">สูดหายใจ๋กำหนึ่ง เหมือนกินถ่านไฟไปก้อนหนึ่ง</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,7,2,0">สูดหายใจครั้งหนึ่ง เหมือนกินถ่านไฟไปก้อนหนึ่ง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,8,0,0">8</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,8,1,0">หันดอยสุเทพก่อ? ข้าเจ้าบ่าหันหยังซักอย่าง</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,8,2,0">เห็นดอยสุเทพไหม? ฉันไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,9,0,0">9</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,9,1,0">อากาศแบบนี้ ขอนอนในตู้เย็นได้ก่อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,9,2,0">อากาศแบบนี้ ขอนอนในตู้เย็นได้ไหม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,10,0,0">10</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,10,1,0">ดังข้าเจ้า บ่าจ้ายรูจมูกละเน้อ มันคือเครื่องดูดฝุ่น</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,10,2,0">จมูกฉัน ไม่ใช่รูจมูกแล้วนะ มันคือเครื่องดูดฝุ่น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,11,0,0">11</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,11,1,0">อยากเป๋นแอร์ฟอร์ซวัน จะได้บินหนีฝุ่น</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,11,2,0">อยากเป็นแอร์ฟอร์ซวัน จะได้บินหนีฝุ่น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,12,0,0">12</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,12,1,0">ใส่แมสก์จนสิวขึ้น ฝุ่นบ่าตายแต่สิวเต็มหน้า</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,12,2,0">ใส่แมสก์จนสิวขึ้น ฝุ่นไม่ตายแต่สิวเต็มหน้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,13,0,0">13</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,13,1,0">ไผตี่บอกว่าอากาศดี&#8230;วอกขนาด!</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,13,2,0">ใครที่บอกว่าอากาศดี&#8230;โกหกมาก!</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,14,0,0">14</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,14,1,0">ไอจนป้อเฒ่าสะดุ้ง</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,14,2,0">ไอจนคุณปู่สะดุ้ง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,15,0,0">15</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,15,1,0">จะไปสูดลมหายใจ๋แฮง เด่วฝุ่นตกใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,15,2,0">อย่าสูดลมหายใจแรง เดี๋ยวฝุ่นตกใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,16,0,0">16</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,16,1,0">หมอกควันหนาๆ นึกว่าอยู่ในนรก&#8230;อ๋อ อากาศบ้านเฮาเอง</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,16,2,0">หมอกควันหนาๆ นึกว่าอยู่ในนรก&#8230;อ๋อ อากาศบ้านเราเอง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,17,0,0">17</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,17,1,0">เช้ามาล้างหน้า พรุ่งนี้เช้าล้างปอด</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,17,2,0">เช้ามาล้างหน้า พรุ่งนี้เช้าล้างปอด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,18,0,0">18</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,18,1,0">อยากได้เครื่องฟอกอากาศ ตี่ฟอกใจ๋คนขี้จุ๊ได้ตวย</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,18,2,0">อยากได้เครื่องฟอกอากาศ ที่ฟอกใจคนโกหกได้ด้วย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,19,0,0">19</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,19,1,0">ฝุ่น PM 2.5 ก่อทำหยังเฮาบ่าได้&#8230;เพราะปอดเฮาพังไปละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,19,2,0">ฝุ่น PM 2.5 ก็ทำอะไรเราไม่ได้&#8230;เพราะปอดเราพังไปแล้ว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,20,0,0">20</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,20,1,0">จะไปซื้อหวยเน้อ ซื้อเครื่องฟอกอากาศก่อน</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,20,2,0">อย่าไปซื้อหวยนะ ซื้อเครื่องฟอกอากาศก่อน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,21,0,0">21</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,21,1,0">อากาศมัวหมอง เหมือนรองพื้นผิดเบอร์</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,21,2,0">อากาศมัวหมอง เหมือนรองพื้นผิดเบอร์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,22,0,0">22</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,22,1,0">อยู่บ้านเหงาๆ มาสูดควันไฟบ้านเฮาก่อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,22,2,0">อยู่บ้านเหงาๆ มาสูดควันไฟบ้านเราไหม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,23,0,0">23</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,23,1,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ ต้มมาม่าบ่าต้องใส่เครื่องปรุงละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,23,2,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ ต้มมาม่าไม่ต้องใส่เครื่องปรุงแล้ว (นึกว่ามีพริกป่น)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,24,0,0">24</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,24,1,0">จมูกมีกรอง แต่ใจ๋บ่ามีใครจองเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,24,2,0">จมูกมีที่กรอง แต่ใจไม่มีใครจองนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,25,0,0">25</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,25,1,0">อากาศเป็นพิษ ชีวิตเป็นส้วม</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,25,2,0">อากาศเป็นพิษ ชีวิตเป็นส้วม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,26,0,0">26</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,26,1,0">ฝุ่นบ่าล้ำหน้า&#8230;แต่น้ำหน้าเฮามันบ่ารอด</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,26,2,0">ฝุ่นไม่เท่าไหร่&#8230;แต่น้ำหน้าเรามันไม่รอด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,27,0,0">27</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,27,1,0">ไฮโซสูดออกซิเจน ไฮโซตีนดอยสูด PM</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,27,2,0">ไฮโซสูดออกซิเจน ไฮโซตีนดอยสูด PM</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,28,0,0">28</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,28,1,0">สูดควันเข้าไปจนจะเป็นมังกรพ่นไฟละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,28,2,0">สูดควันเข้าไปจนจะเป็นมังกรพ่นไฟแล้ว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,29,0,0">29</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,29,1,0">ขอบคุณฝุ่นตี่ทำหื้อเฮาหัน&#8230;ว่าเฮาสู้ชีวิตขนาดไหน</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,29,2,0">ขอบคุณฝุ่นที่ทำให้เราเห็น&#8230;ว่าเราสู้ชีวิตแค่ไหน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="8,30,0,0">30</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,30,1,0">อากาศดีสไตล์บ้านเฮา&#8230;ดีตี่บ่าสำลักควันตาย</span></td>
<td><span data-path-to-node="8,30,2,0">อากาศดีสไตล์บ้านเรา&#8230;ดีที่ไม่สำลักควันตาย</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>อากาศวันนี้ดีบ่ฮู้ ฮู้แต่ว่าฝุ่น PM 2.5 เยอะจนปอดอยากลาพักร้อน อากาศบะดีแบบนี้ จะออกไปจ๊อกกิ้งก็กลัวปอดจ๊อกหนี อากาศเป็นมลพิษจนอยากย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในเครื่องฟอกอากาศ ฝุ่นเยอะจนหน้ากากกลายเป็นแฟชั่นอันดับหนึ่งของคนเจียงใหม่ เช็กค่าฝุ่นบ่อยกว่าการเช็กเฟซ โพสต์แคปชั่นฮาๆ หื้อหัวเราะทั้งตี้ข้างนอกเหมือนฉากหนังวันสิ้นโลก ฟ้าบะใส แต่ใจ๋เฮาขอใสไว้ก่อน หัวเราะสู้ PM 2.5 ไปนำกั๋น</p>
<h3>แคปชั่นมลภาวะ ฝุ่น pm 2.5 กำเมืองแบบฮาๆ</h3>
<p>เน้นความขำขัน ประชดประชันความเลวร้ายของอากาศให้ดูตลก</p>
<table data-path-to-node="12">
<thead>
<tr>
<td><strong>ลำดับ</strong></td>
<td><strong>กำเมือง</strong></td>
<td><strong>แปลไทย</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,1,0,0">1</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,1,1,0">ขี่รถเครื่องฝ่าฝุ่น นึกว่าแสดงหนังไซไฟ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,1,2,0">ขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าฝุ่น นึกว่าแสดงหนังไซไฟ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,2,0,0">2</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,2,1,0">ไอจนพุงกระเพื่อม บ่าต้องไปฟิตเนสละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,2,2,0">ไอจนพุงกระเพื่อม ไม่ต้องไปฟิตเนสแล้ว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,3,0,0">3</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,3,1,0">ฝุ่นติดเต็มขนตัง นึกว่าปัดมาสคาร่าสีเทา</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,3,2,0">ฝุ่นติดเต็มขนตา นึกว่าปัดมาสคาร่าสีเทา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,4,0,0">4</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,4,1,0">แข่งกั๋นไอ ไผไอดังกว่าชนะ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,4,2,0">แข่งกันไอ ใครไอดังกว่าชนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,5,0,0">5</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,5,1,0">ปอดข้าเจ้าบ่าจ้ายปอดธรรมดา มันคือ &#8220;ถุงดักฝุ่น&#8221;</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,5,2,0">ปอดของฉันไม่ใช่ปอดธรรมดา มันคือ &#8220;ถุงดักฝุ่น&#8221;</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,6,0,0">6</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,6,1,0">อยากบินได้เหมือนนก จะได้ไปนอนบนก้อนเมฆ (ตี่บ่ามีควัน)</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,6,2,0">อยากบินได้เหมือนนก จะได้ไปนอนบนก้อนเมฆ (ที่ไม่มีควัน)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,7,0,0">7</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,7,1,0">สั่งกาแฟบ่าต้องใส่ผงโกโก้เน้อ ฝุ่นลงไปผสมละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,7,2,0">สั่งกาแฟไม่ต้องใส่ผงโกโก้นะ ฝุ่นลงไปผสมแล้ว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,8,0,0">8</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,8,1,0">หายใจ๋ตึงที มีขี้มูกสีดำ&#8230;อาร์ตขนาด!</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,8,2,0">หายใจแต่ละที มีขี้มูกสีดำ&#8230;อาร์ตมาก!</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,9,0,0">9</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,9,1,0">อยู่เมืองไทยใจต้องนิ่ง&#8230;ปอดต้องแข็ง</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,9,2,0">อยู่เมืองไทยใจต้องนิ่ง&#8230;ปอดต้องแข็ง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,10,0,0">10</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,10,1,0">ตื่นมาต๋าปรือ บ่าจ้ายง่วงเน้อ ฝุ่นเข้าต๋า!</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,10,2,0">ตื่นมาตาปรือ ไม่ใช่ง่วงนะ ฝุ่นเข้าตา!</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,11,0,0">11</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,11,1,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ กวาดบ้านตึงวันจนแขนล้า</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,11,2,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ กวาดบ้านทุกวันจนแขนล้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,12,0,0">12</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,12,1,0">นึกว่าเมืองลับแล ตี่ไหนได้เมืองฝุ่นแล</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,12,2,0">นึกว่าเมืองลับแล ที่ไหนได้เมืองฝุ่นแล</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,13,0,0">13</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,13,1,0">แค่กระพริบตา ฝุ่นก็เข้าตาเป็นกิโล</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,13,2,0">แค่กระพริบตา ฝุ่นก็เข้าตาเป็นกิโล</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,14,0,0">14</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,14,1,0">ไอจนหมาตกใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,14,2,0">ไอจนหมาตกใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,15,0,0">15</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,15,1,0">หน้ากากอนามัยคือเครื่องประดับใหม่ปีนี้</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,15,2,0">หน้ากากอนามัยคือเครื่องประดับใหม่ปีนี้</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,16,0,0">16</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,16,1,0">อากาศแบบนี้ เหมาะแก่การจำศีลในถ้ำ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,16,2,0">อากาศแบบนี้ เหมาะแก่การจำศีลในถ้ำ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,17,0,0">17</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,17,1,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ นึกว่าหิมะตก&#8230;หิมะสีดำ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,17,2,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ นึกว่าหิมะตก&#8230;หิมะสีดำ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,18,0,0">18</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,18,1,0">สูดอากาศบริสุทธิ์ 5% ฝุ่น 95%</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,18,2,0">สูดอากาศบริสุทธิ์ 5% ฝุ่น 95%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,19,0,0">19</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,19,1,0">จะไปหายใจ๋แฮง เดี๋ยวฝุ่นแหว่เข้าคอ</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,19,2,0">อย่าหายใจแรง เดี๋ยวฝุ่นพรวดเข้าคอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,20,0,0">20</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,20,1,0">ตึงวันนี้มีแต่คนไอ บ่าเห็นมีคนฮัก</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,20,2,0">ทุกวันนี้มีแต่คนไอ ไม่เห็นมีคนรัก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,21,0,0">21</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,21,1,0">เครื่องฟอกอากาศทำงานจนร้องขอชีวิต</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,21,2,0">เครื่องฟอกอากาศทำงานจนร้องขอชีวิต</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,22,0,0">22</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,22,1,0">ฝุ่น PM 2.5 มันกระจอก ถ้าเทียบกับความโสดเฮา</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,22,2,0">ฝุ่น PM 2.5 มันกระจอก ถ้าเทียบกับความโสดเรา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,23,0,0">23</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,23,1,0">จะไปเปิดกระจกรถเน้อ เดี๋ยวควันเข้าไปเป็นพยาน</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,23,2,0">อย่าเปิดกระจกรถนะ เดี๋ยวควันเข้าไปเป็นพยาน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,24,0,0">24</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,24,1,0">ปอดบ่ารอด แต่พุงรอดเน้อ (เพราะกินเยอะ)</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,24,2,0">ปอดไม่รอด แต่พุงรอดนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,25,0,0">25</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,25,1,0">ไอจนเสียงเปลี่ยน นึกว่าเป๋นเป็ด</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,25,2,0">ไอจนเสียงเปลี่ยน นึกว่าเป็นเป็ด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,26,0,0">26</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,26,1,0">ฝุ่นเข้าจมูกนึกว่าเส้นปลาเส้น</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,26,2,0">ฝุ่นเข้าจมูกนึกว่าเส้นปลาเส้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,27,0,0">27</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,27,1,0">แสบดังขนาด อยากเปลี่ยนไปหายใจ๋ทางหู</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,27,2,0">แสบจมูกมาก อยากเปลี่ยนไปหายใจทางหู</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,28,0,0">28</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,28,1,0">สภาพอากาศวันนี้: นึ่งควัน</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,28,2,0">สภาพอากาศวันนี้: นึ่งควัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,29,0,0">29</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,29,1,0">ไอจนคนข้างๆ นึกว่าเป๋นวัณโรค</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,29,2,0">ไอจนคนข้างๆ นึกว่าเป็นวัณโรค</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="12,30,0,0">30</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,30,1,0">อากาศมันร้าย แย่งซีนความสวยเฮาหมด</span></td>
<td><span data-path-to-node="12,30,2,0">อากาศมันร้าย แย่งซีนความสวยเราหมด</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถึงอากาศบะดี แต่เฮายังดูแลกั๋นได้เน้อ ฝุ่น PM 2.5 ลอยอยู่รอบตั๋ว อากาศเป็นมลพิษจนต้องพกหน้ากากเหมือนพกความห่วงใย ฝุ่นเยอะแต่ใจ๋บะหม่น โพสต์แคปชั่นน่ารักๆ เตือนเพื่อนหื้อเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ดื่มน้ำหลายๆ พักผ่อนหื้อพอ แม้ฟ้าจะบะสดใส แต่รอยยิ้มของเฮายังสดใสได้เสมอ อยู่บ้านมากขึ้นก็ได้ใช้เวลาเตื้อกั๋นครอบครัวมากขึ้นตวย</p>
<h3>แคปชั่นอากาศดี ยังมีอยู่ไหม แคปชั่นกำเมืองแบบน่ารักๆ</h3>
<p>แคปชั่นอ้อนๆ ห่วงใย และเปรียบเทียบเรื่องฝุ่นกับความรักแบบใสๆ</p>
<table data-path-to-node="16">
<thead>
<tr>
<td><strong>ลำดับ</strong></td>
<td><strong>กำเมือง</strong></td>
<td><strong>แปลไทย</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,1,0,0">1</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,1,1,0">ฝุ่นมันเข้าตา แต่ตั๋วเข้าในใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,1,2,0">ฝุ่นมันเข้าตา แต่เธอเข้ามาในใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,2,0,0">2</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,2,1,0">ใส่แมสก์กันฝุ่น แต่ใส่ใจ๋กั๋นพ่องเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,2,2,0">ใส่แมสก์กันฝุ่น แต่ใส่ใจกันบ้างนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,3,0,0">3</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,3,1,0">อากาศบ่าดี ดูแลปอดตั๋วเก่าดีๆ เน้อเจ้า</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,3,2,0">อากาศไม่ดี ดูแลปอดตัวเองดีๆ นะคะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,4,0,0">4</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,4,1,0">ฝุ่น PM 2.5 ทำร้ายปอด แต่คำว่า &#8220;บ่าฮัก&#8221; ทำร้ายใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,4,2,0">ฝุ่น PM 2.5 ทำร้ายปอด แต่คำว่า &#8220;ไม่รัก&#8221; ทำร้ายใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,5,0,0">5</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,5,1,0">อยากเป๋นเครื่องฟอกอากาศ จะได้ฟอกใจ๋หื้อตั๋ว</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,5,2,0">อยากเป็นเครื่องฟอกอากาศ จะได้ฟอกใจให้เธอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,6,0,0">6</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,6,1,0">ท้องฟ้าสีเทา แต่ความฮักข้าเจ้ายังสุกใส</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,6,2,0">ท้องฟ้าสีเทา แต่ความรักของฉันยังสุกใส</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,7,0,0">7</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,7,1,0">หายใจ๋ลำบากเพราะฝุ่น หรือหายใจ๋บ่าสะดวกเพราะตั๋วน่าฮักเกิน</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,7,2,0">หายใจลำบากเพราะฝุ่น หรือหายใจไม่สะดวกเพราะเธอน่ารักเกิน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,8,0,0">8</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,8,1,0">จะไปลืมใส่แมสก์เน้อ ข้าเจ้าเป๋นห่วง</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,8,2,0">อย่าลืมใส่แมสก์นะ ฉันเป็นห่วง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,9,0,0">9</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,9,1,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ มาหลบในใจ๋เฮาก่อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,9,2,0">ฝุ่นเยอะขนาดนี้ มาหลบในใจเราไหม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,10,0,0">10</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,10,1,0">อากาศมัวๆ แต่ตั๋วน่ะสว่างจ้าในใจ๋เฮา</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,10,2,0">อากาศมัวๆ แต่เธอน่ะสว่างจ้าในใจเรา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,11,0,0">11</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,11,1,0">ฮักกันในวันฝุ่นกุ้ม</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,11,2,0">รักกันในวันฝุ่นคลุม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,12,0,0">12</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,12,1,0">แม้ฟ้าจะมัว แต่ความฮักเฮายังชัดเจน</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,12,2,0">แม้ฟ้าจะมัว แต่ความรักเรายังชัดเจน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,13,0,0">13</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,13,1,0">ดูแลสุขภาพตวยเน้อ กึ้ดเติงหาจ๊าดนัก</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,13,2,0">ดูแลสุขภาพด้วยนะ คิดถึงมากจริงๆ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,14,0,0">14</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,14,1,0">ฝุ่นทำหื้อไอ แต่ตั๋วทำหื้อ I love you</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,14,2,0">ฝุ่นทำให้ไอ แต่เธอทำให้ I love you</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,15,0,0">15</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,15,1,0">กึ้ดเติงหาอากาศดีๆ กับตั๋วตี่น่าฮัก</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,15,2,0">คิดถึงอากาศดีๆ กับเธอที่น่ารัก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,16,0,0">16</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,16,1,0">ใส่แมสก์มันอึดอัด มาใส่ใจ๋กันดีกว่า</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,16,2,0">ใส่แมสก์มันอึดอัด มาใส่ใจกันดีกว่า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,17,0,0">17</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,17,1,0">ฝุ่นกระจาย แต่ใจ๋ยังอยู่ตี่ตั๋วเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,17,2,0">ฝุ่นกระจาย แต่ใจยังอยู่ที่เธอเลยนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,18,0,0">18</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,18,1,0">อยากพัดฝุ่นออกไป หื้อเหลือแต่หัวใจ๋สีชมพู</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,18,2,0">อยากพัดฝุ่นออกไป ให้เหลือแต่หัวใจสีชมพู</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,19,0,0">19</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,19,1,0">จะฝุ่นหรือควัน ก่อบ่าสำคัญเต้ามีตั๋ว</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,19,2,0">จะฝุ่นหรือควัน ก็ไม่สำคัญเท่ามีเธอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,20,0,0">20</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,20,1,0">อากาศบ่าดี จะไปลืมตวยหา ตึงฝุ่นตึงตั๋ว</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,20,2,0">อากาศไม่ดี อย่าลืมดูแลนะ ทั้งฝุ่นทั้งตัวเธอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,21,0,0">21</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,21,1,0">ส่งยิ้มหื้อฝุ่น เผื่อฝุ่นจะใจ๋อ่อนหนีไป</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,21,2,0">ส่งยิ้มให้ฝุ่น เผื่อฝุ่นจะใจอ่อนหนีไป</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,22,0,0">22</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,22,1,0">เป็นห่วงเน้อเจ้า คนดีของข้าเจ้า</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,22,2,0">เป็นห่วงนะจ๊ะ คนดีของฉัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,23,0,0">23</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,23,1,0">ฟ้ามัวบ่าเป๋นหยัง ขอใจ๋เฮาสดใสก็พอ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,23,2,0">ฟ้ามัวไม่เป็นไร ขอใจเราสดใสก็พอ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,24,0,0">24</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,24,1,0">ฝุ่นจางลงเมื่อไหร่ ไปแอ่วดอยกั๋นเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,24,2,0">ฝุ่นจางลงเมื่อไหร่ ไปเที่ยวทางดอยกันนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,25,0,0">25</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,25,1,0">ตัวเล็กสู้ฝุ่น ปอดน้อยๆ เป็นห่วงนะ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,25,2,0">ตัวเล็กสู้ฝุ่น ปอดน้อยๆ เป็นห่วงนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,26,0,0">26</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,26,1,0">อากาศบ่าใส แต่ใจ๋ข้าเจ้าใสเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,26,2,0">อากาศไม่ใส แต่ใจฉันใส (บริสุทธิ์) นะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,27,0,0">27</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,27,1,0">กอดกันท่ามกลางหมอกควัน&#8230;โรแมนติกแบบสำลัก</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,27,2,0">กอดกันท่ามกลางหมอกควัน&#8230;โรแมนติกแบบสำลัก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,28,0,0">28</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,28,1,0">ฝุ่นทำหื้อแสบต๋า ตั๋วทำหื้อต๋าค้าง (เพราะสวย)</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,28,2,0">ฝุ่นทำให้แสบตา เธอทำให้ตาค้าง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,29,0,0">29</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,29,1,0">ใส่หน้ากากกันฝุ่น แต่อย่าใส่หน้ากากเข้าหากันเน้อ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,29,2,0">ใส่หน้ากากกันฝุ่น แต่อย่าใส่หน้ากากเข้าหากันนะ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="16,30,0,0">30</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,30,1,0">รักษาปอดไว้หายใจ๋ฮักเฮานานๆ</span></td>
<td><span data-path-to-node="16,30,2,0">รักษาปอดไว้หายใจรักเรานานๆ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<h3>แคปชั่น PM2.5 แบบเด็ดๆ โดนๆ คำคมคมคาย ความจริงที่กระแทกใจเกี่ยวกับสภาพอากาศ</h3>
<p>อากาศบะดีต้องยอมฮับ แต่สุขภาพบะยอมแพ้ ฝุ่น PM 2.5 เยอะจนต้องลุกขึ้นมาจริงจังกับการป้องกันตั๋ว อากาศเป็นมลพิษบะใจ้เรื่องไกลตั๋ว แต่คือเรื่องใกล้ปอดทุกวัน ฝุ่นเยอะจนต้องเปลี่ยนพฤติกรรม โพสต์แคปชั่นเด็ดๆ ย้ำหื้อฮู้ว่าใส่หน้ากากบะใจ้น่าอาย แต่จำเป็นขนาด PM 2.5 บะเห็นด้วยต๋า แต่ผลกระทบเห็นชัดเจน ดูแลวันนี้ เพื่อวันหน้าตี้หายใจ๋สบายกว่าเดิม</p>
<table data-path-to-node="20">
<thead>
<tr>
<td><strong>ลำดับ</strong></td>
<td><strong>กำเมือง</strong></td>
<td><strong>แปลไทย</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,1,0,0">1</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,1,1,0">ควันไฟมันแสบตา แต่คำจ๋าตั๋วมันแสบใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,1,2,0">ควันไฟมันแสบตา แต่คำพูดเธอคิวมันแสบใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,2,0,0">2</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,2,1,0">อากาศเป็นพิษ ยังบ่าต้อกำสัญญาตี่ขี้จุ๊</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,2,2,0">อากาศเป็นพิษ ยังไม่เท่าคำสัญญาที่โกหก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,3,0,0">3</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,3,1,0">ฝุ่นจางได้ แต่ใจ๋คนดำมืดจางยาก</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,3,2,0">ฝุ่นจางได้ แต่ใจคนดำมืดจางยาก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,4,0,0">4</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,4,1,0">สูงสุดของยอดดอย คือจุดตี่มองบ่าหันอะหยังเลย</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,4,2,0">สูงสุดของยอดดอย คือจุดที่มองไม่เห็นอะไรเลย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,5,0,0">5</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,5,1,0">ปอดคนบ่าจ้ายเครื่องกรองมลพิษของไผ</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,5,2,0">ปอดคนไม่ใช่เครื่องกรองมลพิษของใคร</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,6,0,0">6</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,6,1,0">อย่ารอหื้ออากาศดี ถึงจะบอกฮักกัน</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,6,2,0">อย่ารอให้อากาศดี ถึงจะบอกรักกัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,7,0,0">7</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,7,1,0">ฝุ่นควันจางหาย แต่รอยแผลในใจ๋ยังอยู่</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,7,2,0">ฝุ่นควันจางหาย แต่รอยแผลในใจยังอยู่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,8,0,0">8</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,8,1,0">โลกกำลังป่วย หรือเฮาตี่กำลังต๋าย</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,8,2,0">โลกกำลังป่วย หรือเราที่กำลังตาย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,9,0,0">9</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,9,1,0">อากาศตี่หายใจ๋ ยังไว้ใจ๋บ่าได้เลย</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,9,2,0">อากาศที่หายใจ ยังไว้ใจไม่ได้เลย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,10,0,0">10</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,10,1,0">ควันจากการเผา ทำลายเงาของเมืองงาม</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,10,2,0">ควันจากการเผา ทำลายเงาของเมืองงาม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,11,0,0">11</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,11,1,0">ฝุ่นทำหื้อเบลอ แต่ตั๋วทำหื้อเจ็บ</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,11,2,0">ฝุ่นทำให้เบลอ แต่เธอทำให้เจ็บ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,12,0,0">12</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,12,1,0">จะไปรอหื้อฟ้าสว่าง ถ้าใจ๋ยังมืดมน</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,12,2,0">อย่ารอให้ฟ้าสว่าง ถ้าใจยังมืดมน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,13,0,0">13</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,13,1,0">ลมหายใจ๋มีจำกัด อย่าสูดแต่ของบ่าดี</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,13,2,0">ลมหายใจมีจำกัด อย่าสูดแต่ของไม่ดี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,14,0,0">14</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,14,1,0">อากาศสีเทา กับความฮักเก่าตี่บ่าลืม</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,14,2,0">อากาศสีเทา กับความรักเก่าที่ไม่ลืม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,15,0,0">15</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,15,1,0">ปอดพังซ่อมได้ ใจ๋พังซ่อมยาก</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,15,2,0">ปอดพังซ่อมได้ ใจพังซ่อมยาก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,16,0,0">16</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,16,1,0">ความจริงตี่ขมขื่น คืออากาศตี่เฮาดื่มกิน</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,16,2,0">ความจริงที่ขมขื่น คืออากาศที่เราดื่มกิน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,17,0,0">17</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,17,1,0">ฝุ่นเยอะก่อแค่ล้างจมูก ใจ๋สกปรกต้องล้างด้วยอะหยัง</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,17,2,0">ฝุ่นเยอะก็แค่ล้างจมูก ใจสกปรกต้องล้างด้วยอะไร</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,18,0,0">18</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,18,1,0">อากาศแบบนี้ บ่งบอกถึงความละเลย</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,18,2,0">อากาศแบบนี้ บ่งบอกถึงความละเลย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,19,0,0">19</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,19,1,0">จะไปยอมแพ้ฝุ่น แต่จะไปยอมใจ๋หื้อคนบ่าดี</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,19,2,0">อย่าไปยอมแพ้ฝุ่น แต่อย่ายอมใจให้คนไม่ดี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,20,0,0">20</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,20,1,0">หายใจ๋ทิ้งไปวันๆ ดีกว่าสูดควันเข้าปอด</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,20,2,0">หายใจทิ้งไปวันๆ ดีกว่าสูดควันเข้าปอด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,21,0,0">21</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,21,1,0">ท้องฟ้าบ่าเคยวอกเฮา มีแต่คนตึงนั้นตี่วอกกัน</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,21,2,0">ท้องฟ้าไม่เคยหลอกเรา มีแต่คนทั้งนั้นที่หลอกกัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,22,0,0">22</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,22,1,0">อยู่กับความจริงให้เป็น แม้ความจริงจะเต็มไปด้วยฝุ่น</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,22,2,0">อยู่กับความจริงให้เป็น แม้ความจริงจะเต็มไปด้วยฝุ่น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,23,0,0">23</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,23,1,0">อากาศพิษยังแพ้ใจ๋พิษ</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,23,2,0">อากาศพิษยังแพ้ใจพิษ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,24,0,0">24</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,24,1,0">ฝุ่นกุ้มเมือง เหมือนความทุกข์กุ้มใจ๋</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,24,2,0">ฝุ่นคลุมเมือง เหมือนความทุกข์คลุมใจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,25,0,0">25</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,25,1,0">อย่าปล่อยหื้อควันไฟ บังสายต๋าแห่งความถูกต้อง</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,25,2,0">อย่าปล่อยให้ควันไฟ บังสายตาแห่งความถูกต้อง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,26,0,0">26</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,26,1,0">เมืองงามในม่านหมอก&#8230;ตี่แฝงไปด้วยความต๋าย</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,26,2,0">เมืองงามในม่านหมอก&#8230;ที่แฝงไปด้วยความตาย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,27,0,0">27</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,27,1,0">สู้กับฝุ่นมาหลายปี เมื่อไหร่จะชนะซักที</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,27,2,0">สู้กับฝุ่นมาหลายปี เมื่อไหร่จะชนะสักที</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,28,0,0">28</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,28,1,0">ความฮักตี่สดใส แพ้ให้อากาศตี่มัวหมอง</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,28,2,0">ความรักที่สดใส แพ้ให้อากาศที่มัวหมอง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,29,0,0">29</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,29,1,0">หันแก่ตั๋วเผาป่า เท่ากับฆ่าคนตึงเมือง</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,29,2,0">เห็นแก่ตัวเผาป่า เท่ากับฆ่าคนทั้งเมือง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span data-path-to-node="20,30,0,0">30</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,30,1,0">อากาศบริสุทธิ์ กลายเป๋นของหรูหราไปละ</span></td>
<td><span data-path-to-node="20,30,2,0">อากาศบริสุทธิ์ กลายเป็นของหรูหราไปแล้ว</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางวันบะได้เหนื่อยเพราะงาน แต่เหนื่อยเพราะอากาศบะดี ฝุ่น PM 2.5 ทำหื้อลมหายใจ๋มีความหมายกว่าเก่า อากาศเป็นมลพิษจนต้องคิดก่อนก้าวออกบ้าน ฝุ่นเยอะจนฮู้สึกว่าฟ้าใสกลายเป็นของหายาก โพสต์แคปชั่นโดนๆ บอกความฮู้สึกของคนเจียงใหม่ตี้ต้องอยู่กับ PM 2.5 ทุกปี แม้มองบะเห็นฝุ่น แต่เฮาสัมผัสผลของมันได้ทุกวัน และยิ่งทำหื้อเฮาเห็นคุณค่าของอากาศดีๆ มากขึ้นเตื้อแล้วเตื้อเล่า</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm-2-5-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">แคปชั่นฝุ่น pm 2.5 กำเมือง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Indian Film &#038; Cultural Evening Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/indian-film-cultural-evening-friendship-%e2%80%a2-adventure-%e2%80%a2-discovering-the-true-meaning-of-life/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-Chiangmai.com Event News]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 16:57:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กิจกรรม เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[AI Art]]></category>
		<category><![CDATA[Bollywood]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่วงวัฒนธรรม มช]]></category>
		<category><![CDATA[งานฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพกายและใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=16448</guid>

					<description><![CDATA[<p>Indian Film &#038; Cultural Evening Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 – 21.30 น. ณ ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/indian-film-cultural-evening-friendship-%e2%80%a2-adventure-%e2%80%a2-discovering-the-true-meaning-of-life/">Indian Film &#038; Cultural Evening Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #52b0b4;"><strong>Indian Film &amp; Cultural Evening Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 – 21.30 น. ณ ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong></span></h2>
<p>กิจกรรม เชียงใหม่ 🌿 Wellness &amp; Wonders – A Journey from the Hills to India การเชื่อมโยงจิตวิญญาณล้านนาสู่มนต์เสน่ห์แห่งภารตะผ่านภาพยนตร์และวิถีชีวิต</p>
<h3><strong>Indian Film &amp; Cultural Evening Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life</strong></h3>
<h4>วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 – 21.30 น.</h4>
<h4>ณ ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</h4>

<h4>Wellness &amp; Wonders: เมื่อมนต์เสน่ห์ล้านนา โคจรมาพบความมหัศจรรย์แห่งภารตะ</h4>
<p>จากขุนเขาแห่งเชียงใหม่ สู่หัวใจแห่งอินเดีย&#8230; การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนที่ &#8220;จิตวิญญาณล้านนา&#8221; และ &#8220;มนต์ขลังแห่งภารตะ&#8221; หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในงาน Indian Film &amp; Cultural Evening พื้นที่แห่งมิตรภาพ การผจญภัย และการค้นหาความหมายที่แท้จริงของชีวิต</p>
<p>การเชื่อมโยงสองวัฒนธรรม (Lanna &#8211; Bharat Connection)</p>
<p>รู้หรือไม่ว่า&#8230; ล้านนาและอินเดียมีความผูกพันกันผ่านสายธารวัฒนธรรมมานับพันปี ไม่ว่าจะเป็นรากศัพท์ภาษา บาลี-สันสกฤต หรือปรัชญาการใช้ชีวิตที่เน้นความสมดุล งานนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดแสดง แต่คือการ &#8220;กลับมาพบกัน&#8221; ของพี่น้องทางวัฒนธรรม โดยความร่วมมือของสถานกงสุลอินเดียประจำเชียงใหม่, ศูนย์อินเดียศึกษา มช. และวิสาหกิจเพื่อสังคมเชียงใหม่เป็นอยู่ดี</p>
<p>🌿 Wellness &amp; Wonders – A Journey from the Hills to India<br />
การเชื่อมโยงจิตวิญญาณล้านนาสู่มนต์เสน่ห์แห่งภารตะผ่านภาพยนตร์และวิถีชีวิต<br />
🎬 Indian Film &amp; Cultural Evening<br />
Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life<br />
ขอเชิญทุกท่านร่วมค่ำคืนพิเศษของ ภาพยนตร์ วัฒนธรรม สุขภาพ และนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงเสน่ห์ของ ล้านนาและภารตะ (อินเดีย) ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและประสบการณ์แบบ Multi-Sensory<br />
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ #สถานกงสุลอินเดียประจำเชียงใหม่, #ศูนย์อินเดียศึกษา #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ #วิสาหกิจเพื่อสังคมเชียงใหม่เป็นอยู่ดี**<br />
ร่วมสนับสนุนโดยเครือข่าย Wellness Hills 1269+ และ BWell International Ecosystem<br />
📍 สถานที่: ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
📅 วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569<br />
🕐 เวลา 13.00 – 21.30 น.<br />
🎬 ฉายภาพยนตร์อินเดีย Zindagi Na Milegi Dobara<br />
✨ เข้าร่วมงานฟรี<br />
# 🌏 Highlights ภายในงาน<br />
ก่อนการฉายภาพยนตร์ ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกิจกรรมหลากหลายผ่าน 7 โซนประสบการณ์<br />
🍵 Fusion Taste – Lanna India Bar : Masala Chai จากน้ำผึ้งป่าเชียงใหม่ พร้อม Lanna-India Tapas<br />
🧘 Soulful Wellness – Sound &amp; Spirit : Sound Bath และสมาธิสั้น ๆ พร้อมเสียงดนตรีคลาสสิก<br />
🎨 Creative Heritage – Henna &amp; Crafts : ศิลปะเพ้นท์เฮนน่า และเวิร์กช็อปถุงหอมเครื่องเทศอินเดีย<br />
📸 Digital Engagement – AI Bollywood Experience : ถ่ายภาพในชุดภารตะ พร้อมใช้ AI แปลงลุคเป็น Bollywood Star<br />
👨‍👩‍👧 BWell Family Corner : กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัวจากโรงเรียนนานาชาติ<br />
🛺 Innovation Showcase – e-Tuk Tuk Café : รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าสไตล์อินเดีย-ล้านนา เป็นแลนด์มาร์คถ่ายภาพ<br />
🎲 Indian Traditional Games : Rumal Chor (มอญซ่อนผ้า) และ Stapoo (ตั้งแต)<br />
🎬 กำหนดการ<br />
13.00 – 18.00 น. : Wellness &amp; Wonders Market บูธอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมครอบครัว<br />
14.00 – 18.20 น. : Interactive Photo Voting ชุดวัฒนธรรมภารตะ &amp; AI Fusion<br />
18.20 – 18.30 น. : พิธีเปิดและกล่าวต้อนรับ<br />
18.30 – 21.30 น. : ฉายภาพยนตร์ Zindagi Na Milegi Dobara<br />
📸 Photo Contest : The Magic of Bharat Dress &amp; Spirit of Lanna<br />
ร่วมประกวดภาพถ่ายในชุดวัฒนธรรมภารตะ เช่น Saree, Lehenga Choli, Kurta, Sherwani และอื่น ๆ หรือสร้างสรรค์ผ่าน AI Art<br />
📅 ส่งผลงาน: 21 – 27 มีนาคม 2569<br />
🏆 รอบชิงชนะเลิศ: 28 มีนาคม ณ งาน<br />
🎁 รางวัลใหญ่ : พักผ่อนสุดพิเศษที่ Insda Wellness Resort<br />
• ห้องพัก Premier Deluxe สำหรับ 2 ท่าน<br />
• อาหารเช้าและดินเนอร์ฟิวชัน<br />
• Ayurveda Spa Experience จาก Origan Spa Signature Treatment &#8220;Shirodhara Ayurvedic Therapy&#8221; เพื่อการผ่อนคลายอย่างล้ำลึก<br />
✨ “เพื่อสร้างประสบการณ์ เรียนรู้ และเชื่อมโยงวัฒนธรรมของมนุษยชาติร่วมกัน”<br />
&#8212;&#8211;<br />
&#8212;<br />
ชมภาพยนตร์อินเดียระดับตำนาน &#8220;Zindagi Na Milegi Dobara&#8221;<br />
ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องการเดินทางของเพื่อน 3 คน ที่ค้นพบความหมายของชีวิต มิตรภาพ และการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่<br />
นำแสดงโดย<br />
1. Hrithik Roshan<br />
2. Farhan Akhtar<br />
3. Abhay Deol<br />
4. Katrina Kaif<br />
✨ จุดเด่นของภาพยนตร์<br />
• เรื่องราวมิตรภาพและการค้นหาความหมายของชีวิต<br />
• ภาพสวยงามจากการเดินทางในประเทศสเปน<br />
• เพลงประกอบ Bollywood ที่โด่งดังทั่วโลก<br />
&#8212;&#8211;<br />
🌿 Wellness &amp; Wonders – A Journey from the Hills to India<br />
Connecting the Spirit of Lanna with the Magic of Bharat through Cinema &amp; Lifestyle<br />
🎬 Indian Film &amp; Cultural Evening<br />
Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life<br />
Join us for a special evening celebrating Indian cinema, culture, wellness, and innovation, connecting the heritage of Lanna and Bharat (India) through a vibrant cultural exchange experience.<br />
This event is organized by<br />
the Consulate of India in Chiang Mai,<br />
the Indian Studies Center, Chiang Mai University,<br />
and Chiang Mai Wellbeing Social Enterprise.<br />
Supported by Wellness Hills 1269+ and BWell International Ecosystem.<br />
📍 Location: CMU Cultural Square<br />
📅 Date: 28 March 2026<br />
🕐 Time: 1:00 PM – 9:30 PM<br />
🎬 Featured Film Screening : Zindagi Na Milegi Dobara<br />
✨ Free Entry – Everyone Welcome<br />
** Event Highlights **<br />
Before the movie screening, visitors will enjoy a Multi-Sensory Cultural Experience across several themed zones.<br />
🍵 Fusion Taste – Lanna India Bar : Masala Chai with Chiang Mai wild honey and Lanna-India tapas.<br />
🧘 Soulful Wellness – Sound &amp; Spirit : A relaxing Sound Bath session with Tibetan singing bowls and Sitar music.<br />
🎨 Creative Heritage – Henna &amp; Crafts : Henna art and Indian spice craft workshops.<br />
📸 Digital Engagement – AI Bollywood Experience : Dress in traditional Bharat attire and transform your photo into a Bollywood Star using AI.<br />
👨‍👩‍👧 BWell Family Corner : Family-friendly activities for children and international school communities.<br />
🛺 Innovation Showcase – e-Tuk Tuk Café : An electric tuk-tuk decorated in Lanna-Indian style as a creative photo landmark.<br />
🎲 Indian Traditional Games : Rumal Chor and Stapoo<br />
** Event Schedule **<br />
1:00 – 6:00 PM : Wellness &amp; Wonders Cultural Market<br />
2:00 – 6:20 PM : Interactive Photo Voting (Bharat Dress &amp; AI Fusion)<br />
6:20 – 6:30 PM : Opening Ceremony<br />
6:30 – 9:30 PM : Film Screening &#8220;Zindagi Na Milegi Dobara&#8221;<br />
** Photo Contest **<br />
The Magic of Bharat Dress &amp; Spirit of Lanna<br />
Celebrate creativity through traditional Bharat attire such as<br />
Saree, Lehenga Choli, Kurta, Sherwani, Dhoti and more.<br />
📅 Submission Period: 21 – 27 March 2026<br />
🏆 Grand Final: 28 March (Live at the Event)<br />
🎁 Grand Prize Luxury Wellness Experience at Insda Wellness Resort<br />
• 1 Night Premier Deluxe Stay for 2<br />
• Fusion Dinner &amp; Breakfast<br />
• Ayurvedic Spa Experience at Origan Spa Signature Treatment : &#8220;Shirodhara Therapy&#8221; for deep relaxation and holistic wellness.<br />
✨“Creating experiences that connect cultures and celebrate humanity together.”<br />
&#8212;&#8211;<br />
🎬✨ Indian Film &amp; Cultural Evening in Chiang Mai<br />
Film Screening : Zindagi Na Milegi Dobara<br />
A celebrated Bollywood film about friendship, adventure, and discovering the true meaning of life.<br />
Starring<br />
1. Hrithik Roshan<br />
2. Farhan Akhtar<br />
3. Abhay Deol<br />
4. Katrina Kaif<br />
✨ Highlights<br />
• Inspiring story about friendship and life<br />
• Beautiful travel scenes filmed in Spain<br />
• Famous Bollywood soundtrack loved worldwide<br />
#WellnessAndWonders #IndianFilmNight #BollywoodNight #BharatInChiangMai #BWellBharatNight #ChiangMaiEvents<br />
#IndianCulture #ChiangMaiWellbeing #CMUIndianStudiesCenter<br />
#WellnessHills1269</p>
<p><a href="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEjYn7gxXmO3hwxRjfR8Gt3quHT8m4z9vGlufgnOYTE6YBPSxUxFBLIeExFQmXl5P3LrtmX01h9SAr3_OZLNIR-4ic92El3_PEQ9ht5rXDDNRq-gpbXV3tWt6RXPgrWjP7PSHe4FHGr9XmVJKstO1Hb13SAjzKJen9q9EblkdqshBaNib_xIiaQVzvKiK4EC"><img decoding="async" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEjYn7gxXmO3hwxRjfR8Gt3quHT8m4z9vGlufgnOYTE6YBPSxUxFBLIeExFQmXl5P3LrtmX01h9SAr3_OZLNIR-4ic92El3_PEQ9ht5rXDDNRq-gpbXV3tWt6RXPgrWjP7PSHe4FHGr9XmVJKstO1Hb13SAjzKJen9q9EblkdqshBaNib_xIiaQVzvKiK4EC=s16000" data-original-height="1080" data-original-width="1920" /></a></p>
<p>พบกับกิจกรรม <a href="https://www.at-chiangmai.com/event-chiang-mai/">งานเทศกาลเชียงใหม่</a> งานกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ข่าวสารอัพเดตไวที่สุดพร้อมข้อมูลข่าวสารเชียงใหม่ ล้านนา อื่น ๆ อีกมากมาย ที่นี่ At-chiangmai.com ข่าวสารงานกิจกรรมเชียงใหม่ ต้องเราเท่านั้น</p>
<h4>7 โซนประสบการณ์: ปลุกสัมผัสทั้งห้า (Multi-Sensory Journey)</h4>
<p>เตรียมตัวพบกับไฮไลท์ที่จะทำให้คุณลืมภาพงานวัฒนธรรมแบบเดิมๆ:</p>
<ol>
<li>Fusion Taste – Lanna India Bar: ลิ้มรส Masala Chai ที่ปรุงด้วยน้ำผึ้งป่าแท้จากดอยเชียงใหม่ ผสมผสานเครื่องเทศรสร้อนแรงเข้ากับความหวานละมุนแบบเหนือๆ พร้อมทานคู่กับ Lanna-India Tapas เมนูฟิวชันที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียว</li>
<li>Soulful Wellness – Sound &amp; Spirit: บำบัดจิตใจด้วย Sound Bath จากขันธิเบต (Tibetan Singing Bowls) เคล้าเสียง Sitar (เครื่องสายอินเดียที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว) นำคุณเข้าสู่สภาวะสมาธิที่ลุ่มลึก</li>
<li>Creative Heritage – Henna &amp; Crafts: เรียนรู้ศิลปะ Mehendi (การเพ้นท์เฮนน่า) ซึ่งชาวอินเดียนิยมใช้ในงานมงคลเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี และเวิร์กช็อปถุงหอมเครื่องเทศ</li>
<li>Digital Engagement – AI Bollywood: ก้าวข้ามขีดจำกัดของยุคสมัยด้วยการลองสวมชุด Saree หรือ Sherwani แล้วใช้เทคโนโลยี AI แปลงโฉมคุณให้กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์บอลลีวูดในพริบตา</li>
<li>Innovation Showcase – e-Tuk Tuk Café: พบกับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าสไตล์อินเดีย-ล้านนา นวัตกรรมรักษ์โลกที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ความยั่งยืนของทั้งสองเมือง</li>
<li>BWell Family Corner: มุมสร้างสรรค์สำหรับเจ้าตัวเล็กจากโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ</li>
<li>Indian Traditional Games: ย้อนวัยไปกับการละเล่น Rumal Chor (คล้ายมอญซ่อนผ้า) และ Stapoo (การเล่นตั้งเต) สนุกสนานได้ทั้งครอบครัว</li>
</ol>
<p><strong>🎬 Cinema Under the Stars: &#8220;Zindagi Na Milegi Dobara&#8221;</strong><br />
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยภาพยนตร์ระดับตำนานที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก &#8220;Zindagi Na Milegi Dobara&#8221; (ชีวิตนี้มีเพียงครั้งเดียว) เรื่องราวของเพื่อนสนิท 3 คนกับการเดินทางพิสูจน์มิตรภาพในสเปน</p>
<p>Did you know? ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่โด่งดังในด้านความสนุก แต่ยังได้รับคำชมว่าเป็น &#8220;ภาพยนตร์บำบัดจิตใจ&#8221; ที่ช่วยให้ผู้คนกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวและใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า (YOLO &#8211; You Only Live Once)</p>
<p><strong>🏆 Photo Contest: อวดโฉมความงามแห่งภารตะ</strong><br />
แต่งกายในชุดวัฒนธรรมอินเดียที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น Saree (ผ้าซารี), Lehenga Choli (กระโปรงยาว), หรือ Kurta (เสื้อตัวยาว) หรือจะสร้างสรรค์ผ่าน AI Art เพื่อชิงรางวัลสุดหรู:</p>
<p>พักผ่อนที่ Insda Wellness Resort: ห้อง Premier Deluxe สำหรับ 2 ท่าน</p>
<p>Ayurveda Spa: สัมผัสศาสตร์การบำบัดแบบ Shirodhara (การหยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก) เพื่อผ่อนคลายระบบประสาทและคลายความเครียดอย่างล้ำลึก</p>
<p>📍 ปักหมุดรอไว้เลย!</p>
<ul>
<li>สถานที่: ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</li>
<li>วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569</li>
<li>เวลา: 13.00 – 21.30 น.</li>
<li><strong>เข้าชมฟรีตลอดงาน!</strong></li>
</ul>
<p>แล้วมาค้นพบ &#8220;สิ่งมหัศจรรย์&#8221; ในตัวคุณไปพร้อมกับเรา&#8230; เพราะชีวิตนี้มีเพียงครั้งเดียว</p>
<h2>สถานที่จัดกิจกรรม : ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</h2>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.01650994863!2d98.94747197583307!3d18.797417560657863!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3bf397128a59%3A0x1927f13c7734781!2z4LiC4LmI4Lin4LiH4Lin4Lix4LiS4LiZ4LiY4Lij4Lij4LihIOC4oeC4q-C4suC4p-C4tOC4l-C4ouC4suC4peC4seC4ouC5gOC4iuC4teC4ouC4h-C5g-C4q-C4oeC5iA!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1773939025630!5m2!1sth!2sth" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"><span data-mce-type="bookmark" style="display: inline-block; width: 0px; overflow: hidden; line-height: 0;" class="mce_SELRES_start">﻿</span></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/indian-film-cultural-evening-friendship-%e2%80%a2-adventure-%e2%80%a2-discovering-the-true-meaning-of-life/">Indian Film &#038; Cultural Evening Friendship • Adventure • Discovering the True Meaning of Life</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฉายภาพอดีตเรื่องราวของเหล็กในดินแดนล้านนา 28​ สิงหาคม​ 2563</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-28%e2%80%8b-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e2%80%8b-2563/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2020 05:28:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร งานกิจกรรม เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ฉายภาพอดีต ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ​ เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ลี้ ถึง ลอง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เหล็กในดินแดนล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานดีๆ​ โดย​ สำนัก​ศิลปากร​ที่​ 7​เชียงใหม่​ ฉายภาพอดีตเรื่องราวของเหล็กในดินแดนล้านนา 28​ สิงหาคม​ 2563</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-28%e2%80%8b-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e2%80%8b-2563/">ฉายภาพอดีตเรื่องราวของเหล็กในดินแดนล้านนา 28​ สิงหาคม​ 2563</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">งานดีๆ​ โดย​ สำนัก​ศิลปากร​ที่​ 7​เชียงใหม่​ ฉายภาพอดีตเรื่องราวของเหล็กในดินแดนล้านนา 28​ สิงหาคม​ 2563</span></h2>
<p>&#8212; 28​ สิงหาคม​ 2563​&#8211;<br />
..&#8221;ฉายภาพอดีตเรื่องราวของเหล็กในดินแดนล้านนา&#8221;..</p>
<h3>Archaeometallurgy workshop 2020</h3>
<p><strong>จาก ลี้ ถึง ลอง</strong></p>
<p>การค้นพบทางโบราณโลหะวิทยาเรื่องเหล็กในดินแดนล้านนา<br />
&#8212; ณ.​ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ​ เชียงใหม่<br />
&#8212; ฟรี​ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ</p>
<p>&#8212; ลงทะเบียน​เข้าร่วมงาน​ <a href="https://bit.ly/326klKc" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;-U&quot;}" data-lynx-mode="async" data-lynx-uri="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fforms.gle%2Fr5in6oDWsMxBE39b8%3Ffbclid%3DIwAR2JfpgZNOui5iZaMQIDzuXNKDlfF_sqPbmTy6-ZtzkqyZ17JYYlS_NMKI4&amp;h=AT3vdYNowSxbmEwiXgpf7oLWJ6vRMy7zev9N43qKGYI1vG2Gu81xJ-rZVRXgT30ITz9rk32lUB-y9v8IuVaC8AWhNS2W1uxlPDipj31Yup0JPL4jLqFhLtvz11zqYQCsWKsc3Ij-9aAMWJAivmpagkmBMgFGvA0dUsbgz4F94pcc8Guia_-qnldjQ31Drc3Tlj3SLunoPo0x0Dv3rYqHRyyYgjden-rhpUR0_ymMNjFGWWuXNMAeUvaS87mNSGk6GI8lpkTNx2PcXTv3H1eD8pq4bDqip2tHXBD_MO1OKWiR84fd6lvSGByc7-jN8rGnh1bMciSt0NWnF2OIJxGCSOhXF9MvNmBUXEZD86FjSfBYBbb52SWAb5QxoJ-ePMvQwBQF1oyXVdFDy6ed8i3TTnhB0XVHMqVJzGDbZx9rismBdlVTrUjTJT-lYU5sdDyPHUYGJ23lUAL5mzgFDM2hDwR3YaqtGzbi5vZCT0VT2IRcb9lPhShmskfRhkXjrkWmu0JfWGY2rhAcqwrUPDa__A_6J06WZ8Wd6I5Qn-5d5k-2lrMuKuc_QvtslkfUpszSx9swMOTx_5wa0MWmdL6FWZFfsIiLFaOA1kIaveqrsVbQJM3KFwzFrQ4HS97E66nYn-3MVm4D">https://forms.gle/r5in6oDWsMxBE39b8</a></p>
<p><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-H6htgc4t_WI/Xzy28kBzqhI/AAAAAAAAEys/A_kt9kOzk0Egr78XQCklsI-jH0Fx3Jv3wCLcBGAsYHQ/d/117872858_2772002686384328_5644790229300175428_o.jpg" border="0" data-original-height="960" data-original-width="678" /></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2-28%e2%80%8b-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e2%80%8b-2563/">ฉายภาพอดีตเรื่องราวของเหล็กในดินแดนล้านนา 28​ สิงหาคม​ 2563</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กวาวเครือ ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jul 2018 02:58:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภูมิปัญญา ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>กวาวเครือ ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา พรรณไม้เถาขนาดใหญ่ มีใบและดอกคล้ายต้นทองกวาว ต้นมีหัวอยู่ในดิน มี 3 ชนิด คือ กวาวดำ กวาวแดง และกวาวขาว ใช้ทำเป็นสมุนไพรได้</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">กวาวเครือ ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">กวาวเครือ ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</span></h2>
<p>พรรณไม้เถาขนาดใหญ่ มีใบและดอกคล้ายต้นทองกวาว ต้นมีหัวอยู่ในดิน มี 3 ชนิด คือ กวาวดำ กวาวแดง และกวาวขาว ใช้ทำเป็นสมุนไพรได้ โดยนำหัวกวาวเครือมาซอยตากแห้งแล้วบดตำให้ละเอียด ผลมน้ำกระสาย เช่น น้ำผึ้ง นมวัว นมแพะ เป็นต้น แล้วปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานเวลาเช้าและเย็น</p>
<p>คนล้านนาโบราณเชื่อว่ากวาวเครือเป็นยาบำรุงร่างกายอย่างดี แม้ผู้ที่เสื่อมสมรรถนะทางเพศก็จะฟื้นตัวกลับคืนมาเหมือนเมื่อสมัยครั้งยังหนุ่ม ๆ แม้ผู้หญิงที่มีอายุเกิน 50 ปีไปแล้ว ถ้าได้ทานหัวกวาวเครือ จะกลับมีประจำเดือนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ร่างกายที่หย่อนยานก็จะกลับมาเต่งตึงดังเดิม</p>
<p><a href="http://www.finearts.go.th/chiangmailibrary/parameters/search/2016-08-30-02-38-22/book/679-2018-05-04-09-23-53/5-2017-01-31-04-42-15.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">หนังสือความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</a><br />
ชื่อเรื่อง :ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา<br />
ผู้แต่ง : ชยันต์ วรรธนะภูติ<br />
ปีที่พิมพ์ : 2540<br />
สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่<br />
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มิ่งเมือง</p>
<p>ความเชื่อพื้นบ้านล้านนาเล่มนี้เป็นงานวิจัยของโครงการคติชนวิทยาศูนย์วิจัยล้านนาคดี สถาบันวิจัยสังคม ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคติความเชื่อพื้นบ้านของชาวล้านนาในเรื่องต่างๆ โดยได้สัมภาษณ์ผู้อาวุโส และผู้รู้ในท้องถิ่นในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทางคณะผู้จัดทำได้พยายามรวมคติความเชื่อพื้นบ้านล้านนาที่ส่วนใหญ่นิยมยึดถือและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งระบบความเชื่อดังกล่าวนี้ ในบางเรื่องก็ไม่สามารถหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายได้ว่า ทำไมคนถึงได้เชื่อแบบนั้น คติความเชื่อของคนสมัยก่อนล้วนแล้วมีที่มาที่ไปบางครั้งเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่เป็นเหตุเป็นผลเลยก็ได้</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">กวาวเครือ ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กล้วยแฝด ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jul 2018 02:51:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภูมิปัญญา ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a</guid>

					<description><![CDATA[<p>กล้วยแฝด ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา กล้วยแฝด คือ กล้วยที่มีลูกเชื่อมติดกัน 2 ลูก คนในล้านนาจะห้ามไม่ให้หญิงมีครรภ์รับประทานกล้วยแฝด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">กล้วยแฝด ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กล้วยแฝด ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา<br />
กล้วยแฝด คือ กล้วยที่มีลูกเชื่อมติดกัน 2 ลูก คนในล้านนาจะห้ามไม่ให้หญิงมีครรภ์รับประทานกล้วยแฝด หรือแม้แต่ผลไม้อื่นที่มีลูกเชื่อมติดกัน โดยเชื่อว่าถ้ารับประทานกล้วยแฝดหรือผลไม้แฝดแล้ว<br />
ลูกที่คลอดออกมาจะเป็นลูกแฝดเหมือนผลไม้นั้นๆ ซึ่งไม่เป็นที่ปราถนาของคนในสมัยโบราณ เพราะการคลอดในสมัยก่อนนั้น มีความยากลำบากอาจเป็นอันตรายทั้งแม่และลูกได้</p>
<p>Credit : หนังสือความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">กล้วยแฝด ความเชื่อพื้นบ้านล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประวัติศาสตร์ล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Feb 2017 03:02:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาณาจักรล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ดินแดนล้านนาได้พัฒนาการจากแว่นแคว้น – นครรัฐมาสู่รัฐแบบอาณาจักร มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง รัฐแบบอาณาจักรสถาปนาอำนาจโดยรวบรวมแว่นแคว้น</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ประวัติศาสตร์ล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ล้านนาสมัยรัฐอาณาจักร (ราชวงศ์มังราย พ.ศ. 1804 – 2101)</p>
<p>ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ดินแดนล้านนาได้พัฒนาการจากแว่นแคว้น – นครรัฐมาสู่รัฐแบบอาณาจักร มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง รัฐแบบอาณาจักรสถาปนาอำนาจโดยรวบรวมแว่นแคว้น – นครรัฐมาไว้ด้วยกัน อาณาจักรล้านนาเริ่มก่อรูปโดยการรวมแคว้นโยนและแคว้นหริภุญชัย หลังจากนั้นก็ขยายอาณาจักรไปสู่ดินแดนใกล้เคียง ได้แก่ เมืองเชียงตุง เมืองนายในเขตรัฐฉาน และขยายสู่เมืองเขลางคนคร เมืองพะเยา ในยุคที่อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรืองสามารถขยายอำนาจไปสู่เมืองแพร่และ เมืองน่านตลอดจนรัฐฉานและสิบสองพันนา</p>
<p>ในพุทธศตวรรษที่ 19 เกิดปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาคนี้ คือการสลายตัวของรัฐโบราณที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน ดังเช่น กัมพูชา ทวารวดี หริภุญชัย และพุกาม การเสื่อมสลายของรัฐโบราณเปิดโอกาสให้เกิดการสถาปนาอาณาจักรใหม่ของชนชาติ ไทยที่ผู้นำ ใช้ภาษาและวัฒนธรรมไทย อาณาจักรใหม่ที่เกิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 19 ที่สำคัญคือ ล้านนา สุโขทัย และอยุธยา อาณาจักรทั้งสามมีความเชื่อในพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทนิกายลังกาวงศ์เช่นเดียว กัน ความเชื่อดังกล่าวสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการแข่งสร้างบุญบารมีของกษัตริย์ จึงนำไปสู่การทำสงครามระหว่างอาณาจักร รัฐสุโขทัยสลายลงก่อน โดยถูกผนวกกับอยุธยา หลังจากนั้นสงครามระหว่างอยุธยาและล้านนามีอย่างต่อเนื่อง สงครามครั้งสำคัญอยู่ในสมัยของพระเจ้าติโลกราชและพระบรมไตรโลกนาถ</p>
<p>ประวัติศาสตร์ล้านนาใน สมัยรัฐอาณาจักรแบ่งตามพัฒนาการเป็น 3 สมัย คือสมัยสร้างอาณาจักร สมัยอาณาจักรเจริญรุ่งเรือง สมัยเสื่อมและการล่มสลาย</p>
<p>1. สมัยสร้างอาณาจักร (พ.ศ. 1939 – 1989) การก่อตั้งอาณาจักรล้านนา เป็นผลจากการรวมแคว้นหริภุญชัยกับแคว้นโยน แล้วสถาปนาเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางอาณาจักรพระญามังรายปฐมกษัตริย์เริ่ม ขยายอำนาจตั้งแต่ พ.ศ. 1804 ซึ่งเป็นปีแรกที่เสวยราชย์ในเมืองเงินยาง ปีแรกที่พระญามังรายครองเมืองเงินยางนั้น ปรากฏว่าเมืองต่าง ๆ ในเขตลุ่มแม่น้ำกกแตกแยกกัน มีการแย่งชิงพลเมืองและรุกรานกันอยู่เสมอ สร้างความเดือดร้อนแก่คนทั่วไป พระญามังรายจึงรวบรวมหัวเมืองน้อยมาไว้ในพระราชอำนาจ โดยอ้างถึงสิทธิธรรมที่พระองค์สืบเชื้อสายโดยตรงจากปู่เจ้าลาวจง และพระองค์ได้รับน้ำมุรธาภิเษกและได้เครื่องราชาภิเษกเป็นต้นว่า ดาบไชย หอก และมีดสรีกัญไชย สิ่งเหล่านี้เป็นของปู่เจ้าลาวจง ซึ่งตกทอดมายังกษัตริย์ราชวงศ์ลาวทุกพระองค์ พระญามังรายอ้างว่าเจ้าเมืองอื่น ๆ นั้นสืบสายญาติพี่น้องกับราชวงศ์ลาวที่ห่างออกไป ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสผ่านพิธีมุรธาภิเษกและได้เครื่องราชาภิเษกเหมือน พระองค์</p>
<p>วิธีการที่พระญามังราย รวบรวมหัวเมืองมีหลายวิธี เช่น ยกทัพไปตี ในกรณีที่เจ้าเมืองนั้นไม่ยอมสวามิภักดิ์ ได้แก่ เมืองมอบ เมืองไล่ เมืองเชียงคำ เมืองเหล่านี้เมื่อตีได้ จะให้ลูกขุนปกครอง ส่วนเมืองที่ยอมสวามิภักดิ์ พระญามังรายคงให้เจ้าเมืองปกครองต่อไป นอกจากนั้นยังใช้วิธีเป็นพันธมิตรกับพระญางำเมือง ซึ่งพระญางำเมืองได้มอบที่ให้จำนวนหนึ่ง มี 500 หลังคาเรือน เป็นต้น</p>
<p>หลังจากรวบรวมหัวเมือง ใกล้เคียงเมืองเงินยางได้แล้ว พระญามังรายก็ย้ายศูนย์กลางลงมาทางใต้ โดยสร้างเมืองเชียงรายใน พ.ศ. 1805 และสร้างเมืองฝาง พ.ศ. 1816 จากนั้นพระญามังรายได้รวบรวมเมืองต่าง ๆ บริเวณต้นแม่น้ำกก แม่น้ำอิง และริมแม่น้ำโขง พระญามังรายสามารถรวบรวมเมืองต่าง ๆ (ซึ่งต่อมาคือเขตตอนบนของอาณาจักรล้านนา) สำเร็จประมาณ พ.ศ. 1830 ซึ่งเป็นปีที่พระญามังราย พระญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง ทำสัญญามิตรภาพต่อกัน ผลของสัญญามี 2 ประการ ประการแรกคงมีส่วนทำให้พระญามังรายมั่นใจว่าการขยายอำนาจลงสู่แม่น้ำปิง เพื่อผนวกแคล้นหริภุญชัยจะไม่ได้รับการจัดขวางจากพระญางำเมืองและพ่อขุนราม คำแหง ประการที่สอง สามกษัตริย์ร่วมมือกันป้องกันภัยอันตรายจากมองโกลซึ่งกำลังขยายอำนาจลงมาใน ภูมิภาคนี้</p>
<p>เมื่อพระญามังรายรวบรวม เมืองต่าง ๆ ในเขตทางตอนบนแถบลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน โดยยึดครองแคว้นหริภุญชัยได้ในราว พ.ศ. 1835 พระญามังรายประทับที่หริภุญชัยเพียง 2 ปี ก็พบว่าไม่เหมาะที่จะเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร พระญามังรายจึงทรงย้ายมาสร้างเวียงกุมกาม ความเหมาะสมของนครเชียงใหม่ คือตัวเมืองตั้งอยู่ระหว่างที่ราบลุ่มน้ำปิงและดอยสุเทพ พื้นที่ลาดเทจากดอยสุเทพสู่น้ำปิง ทำให้สายน้ำจากดอยสุเทพไหลมาหล่อเลี้ยงเมืองเชียงใหม่ตลอดเวลา เมืองเชียงใหม่จึงมีน้ำอุดมสมบูรณ์</p>
<p>การก่อตั้งเมือง เชียงใหม่หรือนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ใน พ.ศ. 1839 มีเป้าหมายเพื่อให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสืบเนื่อง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอาณาจักรล้านนา ทั้งทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้จึงให้ความสำคัญต่อเมืองเชียงใหม่เป็นพิเศษ นับตั้งแต่พยายามเลือกทำเลที่ตั้ง การวางผังเมือง และการสร้างสิทธิธรรม การสร้างเมืองเชียงใหม่ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูง เพราะเชียงใหม่ได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางดินแดนล้านนาตลอดมา ครั้นฟื้นฟูบ้านเมืองได้ในสมัยราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน พระเจ้ากาวิละซึ่งตั้งมั่นอยู่ที่เวียงป่าซาง 14 ปี ก็ยังเลือกเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางล้านนา เชียงใหม่จึงเป็นศูนย์กลางความเจริญในภาคเหนือสืบมาถึงปัจจุบัน การสร้างเมืองเชียงใหม่ พระญามังรายเชิญพระญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหงมาร่วมกันพิจาณาทำเลที่ตั้ง พระญาทั้งสองก็เห็นด้วยและช่วยดูแลการสร้างเมืองเชียงใหม่ ด้วยเหตุที่พ่อขุนรามคำแหงมาร่วมสร้างเมืองเชียงใหม่ ทำให้ผังเมืองเชียงใหม่ได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย เมื่อแรกสร้างกำแพงเมืองมีขนาดกว้าง 900 วา ยาว 1,000 วา และขุดคูน้ำกว้าง 9 วา กำแพงเมืองเชียงใหม่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลสมัย ปัจจุบันเปลี่ยนรูปสี่เหลี่ยมยาวด้านละ 1,600 เมตร</p>
<p>ในสมัยอาณาจักรเป็นช่วง สร้างความเข้มแข็งอยู่ในสมัยราชวงศ์มังรายตอนต้น มีกษัตริย์ปกครอง 5 พระองค์ ได้แก่ พระญามังราย พระญาไชยสงคราม พระญาแสนพู พระญาคำฟู และพระญาผายู การสร้างความเข้มแข็งในช่วงต้นนี้สรุปได้ 3 ประการ</p>
<p>ประการแรก การขยายอาณาเขตและสร้างความมั่นคงในอาณาจักร ในสมัยพระญามังรายได้ผนวกเขลางคนครเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร เนื่องจากเขลางคนครมีความสัมพันธ์กับเมืองหริภุญชัยในฐานะบ้านพี่เมืองน้อง เมื่อยึดครองหริภุญชัยสำเร็จก็จำเป็นต้องรุกคืบต่อไปยังเขลางคนคร หลังจากนั้นความคิดขยายอาณาเขตไปยังทางด้านตะวันออกสู่เมืองพะเยาซึ่งเกิด ขึ้นในสมัยพระญามังรายแล้ว แต่ติดขัดที่เป็นพระสหายกับพระญางำเมือง เมืองพะเยาและเชียงใหม่มีความสัมพันธ์ฐานะเครือญาติในวงศ์ลวจังกราช เมืองพะเยาซึ่งเป็นรัฐเล็ก ต่อมาจึงถูกยึดครองสำเร็จในสมัยพระญาคำฟู (พ.ศ. 1877 – 1879) การยึดครองพะเยาได้เป็นผลดีต่ออาณาจักรล้านนาเพราะนอกจากเมืองเชียงรายจะ ปลอดภัยจากพะเยาแล้ว เมืองพะเยายังเป็นฐานกาลังขยายไปสู่เมืองแพร่และเมืองน่านต่อไป ความคิดขยายอำนาจสู่เมืองแพร่มีในสมัยพระญาคำฟูแต่ไม่ประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่าการรวมหัวเมืองล้านนาตะวันออก ซึ่งเป็นรัฐในหุบเขาไม่ใช่จะกระทำได้โดยง่าย เพราะกว่าจะรวมเมืองแพร่และเมืองน่านสำเร็จก็อยู่ในช่วงอาณาจักรล้านนามี ความเจริญสูงสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราช</p>
<p>การสร้างความมั่นคงในเขต ทางตอนบนของอาณาจักรเด่นชัดในสมัยราชวงศ์มังรายตอนต้น ดังปรากฏว่าเมือสิ้นสมัยพระญามังราย พระญาไชยสงครามครองราชย์ต่อมา ได้เสด็จไปประทับที่เมืองเชียงราย ส่วนเมืองเชียงใหม่ให้โอรสครองเมืองลักษณะเช่นนี้มีสืบมาในสมัยพระญาแสนพู และพระญาคำฟู โดยสมัยพระญาแสนพูสร้างเมืองเชียงแสนในบริเวณเมืองเงินยาง การสร้างเมืองเชียงแสนก็เพื่อป้องกันศึกทางด้านเหนือ เพราะเมืองเชียงแสนตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ใช้แม่น้ำโขงเป็นคูเมืองธรรมชาติ มีตัวเมืองกว้าง 700 วา ยาว 1,500 วา มีป้อมปราการ 8 แห่ง ที่ตั้งเมืองเชียงแสนคุมเส้นทางการคมนาคมเพราะเป็นช่องทางไปสู่เมืองต่าง ๆ เช่น เมืองเชียงตุง เมืองเชียงรุ่ง เมืองนาย เมืองยอง เมืองเชียงแสนจึงเป็นศูนย์กลางของเมืองตอนบน หลังจากสร้างเมืองเชียงแสนแล้ว พระญาแสนพูประทับที่เชียงแสนสืบต่อมาถึงสมัยพระญาคำฟู สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้นเมื่อผนวกพะเยาเข้ากับอาณาจักรล้านนาในสมัยพระญา คำฟู ส่วนเมืองเชียงตุงพระญาผายูสถาปนาอำนาจอันมั่นคง โดยส่งเจ้าราชบุตรเจ็ดพันตูไปปกครองและพระญาผายูสร้างความผูกพันโดยอภิเษก กับธิดาเจ้าเมืองเชียงของ การสร้างความมั่นคงเขตตอนบนมีเสถียรภาพพอสมควร ในสมัยพระญาผายูจึงย้ายมาประทับที่เชียงใหม่ ให้เมืองเชียงราย เชียงแสนเป็นเมืองสำคัญทางตอนบน</p>
<p>ประการที่สอง การปกครองมีโครงสร้างแบ่งเป็น 3 เขต</p>
<p>1. บริเวณเมืองราชธานี ประกอบด้วยเมืองเชียงใหม่และลำพูน เนื่องจากทั้งสองเมืองตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบเดียวกันและอยู่ใกล้กัน กษัตริย์จึงปกครองโดยตรง</p>
<p>2. บริเวณเมืองข้าหลวง อยู่ถัดจากเมืองราชธานีออกไป กษัตริย์จะแต่งตั้งข้าหลวงไปปกครอง เจ้าเมืองซึ่งเป็นข้าหลวงนี้ส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ก็มีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อย เมืองสำคัญจะปกครองโดยเจ้าเชื้อพระวงศ์ ที่ใกล้ชิด เช่น เมืองเชียงราย กษัตริย์มักส่งโอรสหรือพระอนุชาไปปกครองเมืองอุปราช เจ้าเมืองมีอำนาจสูงสุดในการจัดการภายในเมืองของตน เช่น การแต่งตั้งขุนนางตำแหน่งต่าง ๆ การจัดตั้งพันนา การค้าภายในเมือง การควบคุมกำลังไพร่ ความสัมพันธ์ระหว่างข้าหลวงและกษัตริย์เป็นเพียงความสัมพันธ์ส่วนบุคคล เมื่อเปลี่ยนรัชกาล ความสัมพันธ์ก็อาจเปลี่ยนไปด้วย</p>
<p>3. บริเวณเมืองประเทศราช เป็นเขตเจ้าต่างชาติต่างภาษา ปกครองตนเองตามประเพณีท้องถิ่น เมืองประเทศราชเป็นรัฐตามชายขอบล้านนา เช่น เมืองเชียงตุง เมืองนาย เมืองยอง เนื่องจากประเทศราชอยู่ห่างไกลจึงผูกพันกับเมืองราชธานีน้อยกว่าเมืองข้า หลวง ครั้นมีโอกาสเมืองประเทศราชมักแยกตนเป็นอิสระหรือไปขึ้นกับรัฐใหญ่อื่น ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองราชธานีกับเมืองประเทศราชเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ อาจอาศัยระบบเครือญาติหรือการเกื้อกูลกัน</p>
<p>ภายใต้การปกครองที่อาศัยความสัมพันธ์ทางเครือญาติของรัฐ โบราณ เจ้าเมืองมักเป็นเชื้อพระวงศ์ที่กษัตริย์ส่งไปปกครองเมืองต่าง ๆ ลักษณะเช่นนี้คลี่คลายมาจากธรรมเนียมการสร้างบ้านแปลงเมือง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงแรกเมื่อรัฐขยายตัวการปกครองแบบนี้เป็นการรวมตัวอย่าง หลวม ๆ ของเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอาณาจักรล้านนา เพราะลักษณะทางกายภาพอาณาจักรล้านนาเป็นรัฐในหุบเขา เมืองต่าง ๆ จะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามหุบเขาซึ่งกระจายตัว ดังนั้นรัฐล้านนาจำเป็นต้องสร้างเสถียรภาพตลอดมา โดยให้เมืองต่าง ๆ ที่กระจายตัวตามหุบเขายอมรับอำนาจศูนย์กลาง ความพยายามจะปรับการปกครองรัฐในหุบเขาจากการใช้ระบบข้าหลวงหรือระบบเครือ ญาติ ซึ่งพึ่งพาความสัมพันธ์ส่วนบุคคลไปสู่ระบบข้าราชการที่เป็นสถาบันไม่ประสบ ความสำเร็จในล้านนา ปัญหาโครงสร้างรัฐแบบหลวม ๆ นี้เป็นข้อจำกัดอย่างอย่างหนึ่งที่นำไปสู่ความเสื่อมของอาณาจักรล้านนา</p>
<p>ประการที่สาม การรับวัฒนธรรมความเจริญ จากหริภุญชัย แคว้นหริภุญชัยมีความเจริญรุ่งเรืองในเขตที่ราบลุ่มน้ำปิงมาช้านาน เมื่อพระญามังรายยึดครองหริภุญชัยสำเร็จ ได้นำความเจริญต่าง ๆ มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาต่อไป เชื่อกันว่าอิทธิพลจากหริภุญชัยมีหลายอย่าง เช่น กฎหมายล้านนาอย่างมังรายศาสตร์คงรับความคิดมาจากกฎหมายธรรมศาสตร์ของมอญหริ ภุญชัย อย่างไรก็ตามหลังจากรับมาแล้ว รัฐล้านนาได้พัฒนาต่อไปมากเป็นลักษณะเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะตัวอักษรธรรมล้านนา หรือตัวเมืองมีต้นแบบมาจากอักษรมอญโบราณ ส่วนด้านศิลปวัฒนธรรมหริภุญชัยพบว่าได้รับรูปแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงสี่ เหลี่ยม และเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งมักสร้างในสมัยราชวงศ์มังรายตอนต้น เช่น เจดีย์กู่คำ เวียงกุมกามรับอิทธิพลจากกู่กุด</p>
<p>อิทธิพลที่ชัดเจนมาก คือพระพุทธศาสนาของหริภุญชัย เพราะพระพุทธศาสนานิกายเดิมรับจากหริภุญชัยมีบทบาทในล้านนาสูง นับตั้งแต่พระญามังรายยึดครองหริภุญชัย ได้รับพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทหริภุญชัย จนถึงสมัยพระญากือนามีความคิดจะสถาปนานิกายรามัญวงศ์ โดยอาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยเข้ามาเผย แพร่พุทธศาสนาในล้านนา และในสมัยพระญาสามฝั่งแกนได้เกิดนิกายสิงหล หรือลังกาวงศ์ใหม่มาจากลักกาอีกระลอกหนึ่ง พระพุทธศาสนาในล้านนาจึงมี 3 นิกายด้วยกัน อย่างไรก็ตามนิกายเดิมหรือนิกายพื้นเมืองที่ปริมาณพระภิกษุมากกว่านิกายอื่น พระพุทธศาสนาแนวหริภุญชัยมีบทบาทในล้านนาอย่างน้อยจนถึงสิ้นราชวงศ์มังราย</p>
<p>2. สมัยอาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง (พ.ศ. 1898 – 2068) ความ เจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนาพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัดในราวกลางราชวงศ์ มังราย นับตั้งแต่สมัยพระญากือนา (พ.ศ. 1898 – 1928) เป็นต้นมา และเจริญสูงสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราชและพระญาแก้วหรือพระเมืองแก้ว ซึ่งเป็นช่วงยุคทอง หลังจากนั้นอาณาจักรล้านนาก็เสื่อมลง</p>
<p>ตั้งแต่สมัยพระญากือนา กิจการในพุทธศาสนาได้รับการสนับสนุนมาก เห็นได้จากการรับนิกายรามัญจากสุโขทัยเข้ามาเผยแผ่ในล้านนา ทรงสร้างวัดสวนดอกให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาของเมืองทางตนบน จึงมีพระสงฆ์ชาวล้านนาได้ให้ความสนใจศึกษาพระพุทธศาสนามากขึ้นตามลำดับ ซึ่งนำไปสู่การศึกษาที่ลึกซึ้ง โดยในสมัยพระญาสามฝั่งแกนมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งไปศึกษาพระพุทธศาสนาในลังกา แล้วกลับมาตั้งนิกายสิงหลหรือลังกาวงศ์ใหม่ มีศูนย์กลางที่วัดป่าแดงในเมืองเชียงใหม่ พระสงฆ์กลุ่มนี้ได้ไปเผยแพร่ศาสนายังเมืองต่าง ๆ ภายในอาณาจักรล้านนา ตลอดจนขยายไปถึงเชียงตุง เชียงรุ่ง สิบสองพันนา</p>
<p>พระสงฆ์ในนิกายรามัญและนิกายสิงหลขัดแย้ง กันในการตีความพระธรรมวินัยหลายอย่าง แต่ก็เป็นแรงผลักดันนำไปสู่การศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะพระสงฆ์ในนิกายสิงหลเน้นการศึกษาภาษาบาลี ทำให้ศึกษาพระธรรมได้ลึกซึ้ง ดังนั้นหลังจากการสถาปนานิกายใหม่แล้ว พระพุทธศาสนาในล้านนาเจริญเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าติโลกราชถึงสมัยพระญาแก้ว ดังปรากฏการสร้างวัดวาอารามทั่วไปในล้านนาและผลจากภิกษุล้านนามีความรู้ความ สามารถสูง จึงเกิดการทำสังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2020 สิ่งที่สำคัญในระยะนี้ คือการเขียนคัมภีร์ต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา คัมภีร์จากล้านนาได้แพร่หลายไปสู่ดินแดนใกล้เคียง เช่น ล้านช้าง พม่า อยุธยา งานเขียนประวัติศาสตร์นิพนธ์ในล้านนาประเภทตำนาน แพร่หลายตามท้องถิ่นต่าง ๆ โดยอาศัยสำนึกประวัติศาสตร์ที่เป็นจารีตเดิม ประกอบกับได้รับอิทธิพลจากงานเขียนจากสำนักลังกาที่พระสงฆ์นำเข้ามา งานเขียนประวัติศาสตร์สกุลตำนานในยุคนี้มีมากมาย เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ พื้นเมืองน่าน ตำนานพระธาตุลำปางหลวง ตำนานมูลสาสนา จามเทวีวงศ์ และชินกาลมีปกรณ์ เป็นต้น</p>
<p>ผลงานวรรณกรรมพุทธศาสนาของพระสงฆ์ล้านนา ที่สำคัญได้แก่ พระโพธิรังสี แต่งจามเทวีวงศ์ และสิหิงคนิทาน รัตนปัญญาเถระ แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นงานเขียนที่มีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนา พระสิริมังคลาจารย์ แต่งวรรณกรรมหลายเรื่อง เช่น เวสสันดรทีปนี จักรวาลทีปนี สังขยาปกาสกฎีการ และมังคลัตถทีปนี พระพุทธเจ้าและพระพุทธพุกาม แต่งตำนางมูลสาสนา</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีปัญญาสชาดก (ชากด 50 เรื่อง) ซึ่งไม่ปรากฏนามผู้แต่ง เข้าใจว่าในสมัยพระญาแก้ว ปัญญาสชาดกเป็นงานวรรณกรรมพุทธศาสนาที่แต่งทำนองเลียนแบบชาดกในพระไตรปิฎก แต่มีเนื้อเรื่องไม่เหมือนกัน เพราะเป็นชาดกนอกไตรปิฎก ปัญญาสชาดกเป็นต้นกำเนิดของวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น สมุททโฆสชาดก (นำมาแต่งเป็นสมุทรโฆษคำฉันท์) สุธนชาดำ (นำมาแต่งเป็นบทละครเรื่องมโนราห์) ปัญญาสชาดกแพร่หลายมากไปถึงพม่า มีการแปลเป็นภาษาพม่าในสมัยพระเจ้าโพธพระยา เมื่อ พ.ศ. 2224 พ ม่าเรียกปัญญา สชาดกว่า ซิมแม่ปัณณาสชาดก (เชียงใหม่ปัณณาสชาดก)</p>
<p>ในช่วงสมัยรุ่งเรืองนี้พระพุทธศาสนาเจริญ ยิ่งดังปรากฏการสร้างวัดแพร่หลายทั่วไปในดินแดนล้านนา ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้สร้างวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน และตามเมืองมีวัดหนาแน่ดังพบว่า เขตเมืองเชียงใหม่มีวัดนับร้อยแห่ง ปริมาณวัดที่มากมายในยุครุ่งเรืองนั้นมีร่องรอยปรากฏเป็นวัดร้างมากมายใน ปัจจุบัน ความเจริญในพุทธศาสนายังได้สร้างถาวรวัตถุในพุทธศาสนา ซึ่งมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมล้านน้า วัดสำคัญ ได้แก่ วัดเจ็ดยอด วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดบุพพาราม เป็นต้น การสร้างวัดมากมายนอกจากแสดงความเจริญในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังสะท้อนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของล้านนาในยุครุ่งเรืองด้วย</p>
<p>ในยุคเศรษฐกิจรุ่งเรือง ล้านนามีความมั่งคั่งด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีพัฒนาการร่วมไปกับความเจริญรุ่งเรืองโดยรวมของรัฐ เพราะพบว่านับตั้งแต่สมัยพระญากือนาเป็นต้นมา การค้าระหว่างรัฐมีเครือข่ายก้าวขวางไปไกล ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้ สะท้อนการค้าว่ามีหมู่พ่อค้าเมืองเชียงใหม่ไปค้าขายถึงเมืองพุกาม ในยุคนั้นเมืองเชียงใหม่มีฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเมืองนั้นคุมเส้นทางการค้า คือ เมืองต่าง ๆ ที่อยู่ตอนบนขึ้นไป เช่น รัฐฉาน สิบสองพันนา เชียงแสนจะนำสินค้าผ่านสู่เมืองเชียงใหม่แล้วจึงผ่านไปเมื่ออื่น ๆ ที่อยู่ทางใต้และทางตะวันตก ดังนั้น จึงพบหลักฐานกล่าวถึงพ่อค้าจากทุกทิศมาค้าขายที่เชียงใหม่มีทั้งเงี้ยว ม่าน เม็ง ไทย ฮ่อ กุลา เมืองเชียงใหม่คงมีผลประโยชน์จากการเก็บภาษีสินค้าสูงทีเดียว สินค้าออกเชียงใหม่สู่ตลาดนานาชาติคือของป่า เมืองเชียงใหม่ทำหน้าที่รวบรวมสินค้าของป่าจากเมืองต่าง ๆ ทางตนบนแล้วส่งไปขายยังเมืองท่าทางตอนล่างในดินแดนกรุงศรีอยุธยาและหัวเมือง มอญ กษัตริย์มีบทบาทในการค้าของป่า โดยอาศัยการเก็บส่วยจากไพร่และให้เจ้าเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรส่งส่วนให้ราชธานี ด้วยพระราชอำนาจจึงออกกฎหมายบังคับให้ทุกคนในอาณาจักรนำส่วยสินค้าของป่ามา ถวาย รูปแบบการค้าของป่า คือกษัตริย์จะส่งข้าหลวงกำลับดูแลสินค้าชนิดต่าง ๆ เพราะพบตำแหน่งแสนน้ำผึ้ง ข้าหลวงดูแลการค้าส่วยน้ำผึ้ง และมีพ่อค้าจากอยุธยาเดินทางเข้าซื้อสินค้าในเมืองฮอด</p>
<p>ในยุคที่อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง รัฐมีความเจริญทางการค้ามากและสภาพเศรษฐกิจดี จึงมีกองกำลังเข้มแข็งดังพบว่า ในยุคนี้อาณาจักรล้านนามีอำนาจสูงได้แผ่อิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง เช่น เมืองเชียงตุง เมืองเชียงรุ่ง เมืองยอง เมืองนาย เมืองน่าน และยังขยายอำนาจลงสู่ชายขอบรัฐอยุธยา ดังทำสงครามติดต่อกันหลายปีระหว่างพระเจ้าติโลกราชและพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งในครั้งนั้นทัพล้านนาสามารถยึดครองเมืองศรีสัชนาลัยได้</p>
<p>3. สมัยเสื่อและอาณาจักรล้านนาล่มสลาย (พ.ศ. 2068 – 2101) ความ เสื่อของอาณาจักรล้านนาเกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยราชวงศ์มังราย นับตั้งแต่พระญาเกศเชษฐาราชขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2068 จนกระทั่งตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าใน พ.ศ. 2101 ข่วงเวลา 33 ปี ในช่วงเวลานั้นมีระยะหนึ่งที่ว่างเว้นไม่มีกษัตริย์ปกครองถึง 4 ปี (พ.ศ. 2091 – 2094) เพราะขุนนางขัดแย้งกันตกลงกันไม่ได้ว่าจะให้ใครเป็นกษัตริย์ กษัตริย์สมัยเสื่อจะครองเมืองระยะสั้น ๆ การสิ้นรัชสมัยของกษัตริย์เกิดจากขุนนางจัดการปลงพระชนม์ หรือขุนนางปลดกษัตริย์ หรือกษัตริย์สละราชสมบัติ</p>
<p>ประการแรก การขยายอาณาเขตและสร้างความมั่นคงในอาณาจักร ในสมัยพระญามังรายได้ผนวกเขลางคนครเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร เนื่องจากเขลางคนครมีความสัมพันธ์กับเมืองหริภุญชัยในฐานะบ้านพี่เมืองน้อง เมื่อยึดครองหริภุญชัยสำเร็จก็จำเป็นต้องรุกคืบต่อไปยังเขลางคนคร หลังจากนั้นความคิดขยายอาณาเขตไปยังทางด้านตะวันออกสู่เมืองพะเยาซึ่งเกิด ขึ้นในสมัยพระญามังรายแล้ว แต่ติดขัดที่เป็นพระสหายกับพระญางำเมือง เมืองพะเยาและเชียงใหม่มีความสัมพันธ์ฐานะเครือญาติในวงศ์ลวจังกราช เมืองพะเยาซึ่งเป็นรัฐเล็ก ต่อมาจึงถูกยึดครองสำเร็จในสมัยพระญาคำฟู (พ.ศ. 1877 – 1879) การยึดครองพะเยาได้เป็นผลดีต่ออาณาจักรล้านนาเพราะนอกจากเมืองเชียงรายจะ ปลอดภัยจากพะเยาแล้ว เมืองพะเยายังเป็นฐานกาลังขยายไปสู่เมืองแพร่และเมืองน่านต่อไป ความคิดขยายอำนาจสู่เมืองแพร่มีในสมัยพระญาคำฟูแต่ไม่ประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่าการรวมหัวเมืองล้านนาตะวันออก ซึ่งเป็นรัฐในหุบเขาไม่ใช่จะกระทำได้โดยง่าย เพราะกว่าจะรวมเมืองแพร่และเมืองน่านสำเร็จก็อยู่ในช่วงอาณาจักรล้านนามี ความเจริญสูงสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราช</p>
<p>การสร้างความมั่นคงในเขต ทางตอนบนของอาณาจักรเด่นชัดในสมัยราชวงศ์มังรายตอนต้น ดังปรากฏว่าเมือสิ้นสมัยพระญามังราย พระญาไชยสงครามครองราชย์ต่อมา ได้เสด็จไปประทับที่เมืองเชียงราย ส่วนเมืองเชียงใหม่ให้โอรสครองเมืองลักษณะเช่นนี้มีสืบมาในสมัยพระญาแสนพู และพระญาคำฟู โดยสมัยพระญาแสนพูสร้างเมืองเชียงแสนในบริเวณเมืองเงินยาง การสร้างเมืองเชียงแสนก็เพื่อป้องกันศึกทางด้านเหนือ เพราะเมืองเชียงแสนตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ใช้แม่น้ำโขงเป็นคูเมืองธรรมชาติ มีตัวเมืองกว้าง 700 วา ยาว 1,500 วา มีป้อมปราการ 8 แห่ง ที่ตั้งเมืองเชียงแสนคุมเส้นทางการคมนาคมเพราะเป็นช่องทางไปสู่เมืองต่าง ๆ เช่น เมืองเชียงตุง เมืองเชียงรุ่ง เมืองนาย เมืองยอง เมืองเชียงแสนจึงเป็นศูนย์กลางของเมืองตอนบน หลังจากสร้างเมืองเชียงแสนแล้ว พระญาแสนพูประทับที่เชียงแสนสืบต่อมาถึงสมัยพระญาคำฟู สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้นเมื่อผนวกพะเยาเข้ากับอาณาจักรล้านนาในสมัยพระญา คำฟู ส่วนเมืองเชียงตุงพระญาผายูสถาปนาอำนาจอันมั่นคง โดยส่งเจ้าราชบุตรเจ็ดพันตูไปปกครองและพระญาผายูสร้างความผูกพันโดยอภิเษก กับธิดาเจ้าเมืองเชียงของ การสร้างความมั่นคงเขตตอนบนมีเสถียรภาพพอสมควร ในสมัยพระญาผายูจึงย้ายมาประทับที่เชียงใหม่ ให้เมืองเชียงราย เชียงแสนเป็นเมืองสำคัญทางตอนบน</p>
<p>ประการที่สอง การปกครองมีโครงสร้างแบ่งเป็น 3 เขต</p>
<p>1. บริเวณเมืองราชธานี ประกอบด้วยเมืองเชียงใหม่และลำพูน เนื่องจากทั้งสองเมืองตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบเดียวกันและอยู่ใกล้กัน กษัตริย์จึงปกครองโดยตรง</p>
<p>2. บริเวณเมืองข้าหลวง อยู่ถัดจากเมืองราชธานีออกไป กษัตริย์จะแต่งตั้งข้าหลวงไปปกครอง เจ้าเมืองซึ่งเป็นข้าหลวงนี้ส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ก็มีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อย เมืองสำคัญจะปกครองโดยเจ้าเชื้อพระวงศ์ ที่ใกล้ชิด เช่น เมืองเชียงราย กษัตริย์มักส่งโอรสหรือพระอนุชาไปปกครองเมืองอุปราช เจ้าเมืองมีอำนาจสูงสุดในการจัดการภายในเมืองของตน เช่น การแต่งตั้งขุนนางตำแหน่งต่าง ๆ การจัดตั้งพันนา การค้าภายในเมือง การควบคุมกำลังไพร่ ความสัมพันธ์ระหว่างข้าหลวงและกษัตริย์เป็นเพียงความสัมพันธ์ส่วนบุคคล เมื่อเปลี่ยนรัชกาล ความสัมพันธ์ก็อาจเปลี่ยนไปด้วย</p>
<p>3. บริเวณเมืองประเทศราช เป็นเขตเจ้าต่างชาติต่างภาษา ปกครองตนเองตามประเพณีท้องถิ่น เมืองประเทศราชเป็นรัฐตามชายขอบล้านนา เช่น เมืองเชียงตุง เมืองนาย เมืองยอง เนื่องจากประเทศราชอยู่ห่างไกลจึงผูกพันกับเมืองราชธานีน้อยกว่าเมืองข้า หลวง ครั้นมีโอกาสเมืองประเทศราชมักแยกตนเป็นอิสระหรือไปขึ้นกับรัฐใหญ่อื่น ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองราชธานีกับเมืองประเทศราชเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ อาจอาศัยระบบเครือญาติหรือการเกื้อกูลกัน</p>
<p>ภายใต้การปกครองที่อาศัยความสัมพันธ์ทางเครือญาติของรัฐ โบราณ เจ้าเมืองมักเป็นเชื้อพระวงศ์ที่กษัตริย์ส่งไปปกครองเมืองต่าง ๆ ลักษณะเช่นนี้คลี่คลายมาจากธรรมเนียมการสร้างบ้านแปลงเมือง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงแรกเมื่อรัฐขยายตัวการปกครองแบบนี้เป็นการรวมตัวอย่าง หลวม ๆ ของเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอาณาจักรล้านนา เพราะลักษณะทางกายภาพอาณาจักรล้านนาเป็นรัฐในหุบเขา เมืองต่าง ๆ จะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามหุบเขาซึ่งกระจายตัว ดังนั้นรัฐล้านนาจำเป็นต้องสร้างเสถียรภาพตลอดมา โดยให้เมืองต่าง ๆ ที่กระจายตัวตามหุบเขายอมรับอำนาจศูนย์กลาง ความพยายามจะปรับการปกครองรัฐในหุบเขาจากการใช้ระบบข้าหลวงหรือระบบเครือ ญาติ ซึ่งพึ่งพาความสัมพันธ์ส่วนบุคคลไปสู่ระบบข้าราชการที่เป็นสถาบันไม่ประสบ ความสำเร็จในล้านนา ปัญหาโครงสร้างรัฐแบบหลวม ๆ นี้เป็นข้อจำกัดอย่างอย่างหนึ่งที่นำไปสู่ความเสื่อมของอาณาจักรล้านนา</p>
<p>ประการที่สาม การรับวัฒนธรรมความเจริญ จากหริภุญชัย แคว้นหริภุญชัยมีความเจริญรุ่งเรืองในเขตที่ราบลุ่มน้ำปิงมาช้านาน เมื่อพระญามังรายยึดครองหริภุญชัยสำเร็จ ได้นำความเจริญต่าง ๆ มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาต่อไป เชื่อกันว่าอิทธิพลจากหริภุญชัยมีหลายอย่าง เช่น กฎหมายล้านนาอย่างมังรายศาสตร์คงรับความคิดมาจากกฎหมายธรรมศาสตร์ของมอญหริ ภุญชัย อย่างไรก็ตามหลังจากรับมาแล้ว รัฐล้านนาได้พัฒนาต่อไปมากเป็นลักษณะเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะตัวอักษรธรรมล้านนา หรือตัวเมืองมีต้นแบบมาจากอักษรมอญโบราณ ส่วนด้านศิลปวัฒนธรรมหริภุญชัยพบว่าได้รับรูปแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงสี่ เหลี่ยม และเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งมักสร้างในสมัยราชวงศ์มังรายตอนต้น เช่น เจดีย์กู่คำ เวียงกุมกามรับอิทธิพลจากกู่กุด</p>
<p>อิทธิพลที่ชัดเจนมาก คือพระพุทธศาสนาของหริภุญชัย เพราะพระพุทธศาสนานิกายเดิมรับจากหริภุญชัยมีบทบาทในล้านนาสูง นับตั้งแต่พระญามังรายยึดครองหริภุญชัย ได้รับพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทหริภุญชัย จนถึงสมัยพระญากือนามีความคิดจะสถาปนานิกายรามัญวงศ์ โดยอาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยเข้ามาเผย แพร่พุทธศาสนาในล้านนา และในสมัยพระญาสามฝั่งแกนได้เกิดนิกายสิงหล หรือลังกาวงศ์ใหม่มาจากลักกาอีกระลอกหนึ่ง พระพุทธศาสนาในล้านนาจึงมี 3 นิกายด้วยกัน อย่างไรก็ตามนิกายเดิมหรือนิกายพื้นเมืองที่ปริมาณพระภิกษุมากกว่านิกายอื่น พระพุทธศาสนาแนวหริภุญชัยมีบทบาทในล้านนาอย่างน้อยจนถึงสิ้นราชวงศ์มังราย</p>
<p>2. สมัยอาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง (พ.ศ. 1898 – 2068) ความ เจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนาพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัดในราวกลางราชวงศ์ มังราย นับตั้งแต่สมัยพระญากือนา (พ.ศ. 1898 – 1928) เป็นต้นมา และเจริญสูงสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราชและพระญาแก้วหรือพระเมืองแก้ว ซึ่งเป็นช่วงยุคทอง หลังจากนั้นอาณาจักรล้านนาก็เสื่อมลง</p>
<p>ตั้งแต่สมัยพระญากือนา กิจการในพุทธศาสนาได้รับการสนับสนุนมาก เห็นได้จากการรับนิกายรามัญจากสุโขทัยเข้ามาเผยแผ่ในล้านนา ทรงสร้างวัดสวนดอกให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาของเมืองทางตนบน จึงมีพระสงฆ์ชาวล้านนาได้ให้ความสนใจศึกษาพระพุทธศาสนามากขึ้นตามลำดับ ซึ่งนำไปสู่การศึกษาที่ลึกซึ้ง โดยในสมัยพระญาสามฝั่งแกนมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งไปศึกษาพระพุทธศาสนาในลังกา แล้วกลับมาตั้งนิกายสิงหลหรือลังกาวงศ์ใหม่ มีศูนย์กลางที่วัดป่าแดงในเมืองเชียงใหม่ พระสงฆ์กลุ่มนี้ได้ไปเผยแพร่ศาสนายังเมืองต่าง ๆ ภายในอาณาจักรล้านนา ตลอดจนขยายไปถึงเชียงตุง เชียงรุ่ง สิบสองพันนา</p>
<p>พระสงฆ์ในนิกายรามัญและนิกายสิงหลขัดแย้ง กันในการตีความพระธรรมวินัยหลายอย่าง แต่ก็เป็นแรงผลักดันนำไปสู่การศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะพระสงฆ์ในนิกายสิงหลเน้นการศึกษาภาษาบาลี ทำให้ศึกษาพระธรรมได้ลึกซึ้ง ดังนั้นหลังจากการสถาปนานิกายใหม่แล้ว พระพุทธศาสนาในล้านนาเจริญเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าติโลกราชถึงสมัยพระญาแก้ว ดังปรากฏการสร้างวัดวาอารามทั่วไปในล้านนาและผลจากภิกษุล้านนามีความรู้ความ สามารถสูง จึงเกิดการทำสังคายนาพระไตรปิฎกที่วัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2020 สิ่งที่สำคัญในระยะนี้ คือการเขียนคัมภีร์ต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา คัมภีร์จากล้านนาได้แพร่หลายไปสู่ดินแดนใกล้เคียง เช่น ล้านช้าง พม่า อยุธยา งานเขียนประวัติศาสตร์นิพนธ์ในล้านนาประเภทตำนาน แพร่หลายตามท้องถิ่นต่าง ๆ โดยอาศัยสำนึกประวัติศาสตร์ที่เป็นจารีตเดิม ประกอบกับได้รับอิทธิพลจากงานเขียนจากสำนักลังกาที่พระสงฆ์นำเข้ามา งานเขียนประวัติศาสตร์สกุลตำนานในยุคนี้มีมากมาย เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ พื้นเมืองน่าน ตำนานพระธาตุลำปางหลวง ตำนานมูลสาสนา จามเทวีวงศ์ และชินกาลมีปกรณ์ เป็นต้น</p>
<p>ผลงานวรรณกรรมพุทธศาสนาของพระสงฆ์ล้านนา ที่สำคัญได้แก่ พระโพธิรังสี แต่งจามเทวีวงศ์ และสิหิงคนิทาน รัตนปัญญาเถระ แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นงานเขียนที่มีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนา พระสิริมังคลาจารย์ แต่งวรรณกรรมหลายเรื่อง เช่น เวสสันดรทีปนี จักรวาลทีปนี สังขยาปกาสกฎีการ และมังคลัตถทีปนี พระพุทธเจ้าและพระพุทธพุกาม แต่งตำนางมูลสาสนา</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีปัญญาสชาดก (ชากด 50 เรื่อง) ซึ่งไม่ปรากฏนามผู้แต่ง เข้าใจว่าในสมัยพระญาแก้ว ปัญญาสชาดกเป็นงานวรรณกรรมพุทธศาสนาที่แต่งทำนองเลียนแบบชาดกในพระไตรปิฎก แต่มีเนื้อเรื่องไม่เหมือนกัน เพราะเป็นชาดกนอกไตรปิฎก ปัญญาสชาดกเป็นต้นกำเนิดของวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น สมุททโฆสชาดก (นำมาแต่งเป็นสมุทรโฆษคำฉันท์) สุธนชาดำ (นำมาแต่งเป็นบทละครเรื่องมโนราห์) ปัญญาสชาดกแพร่หลายมากไปถึงพม่า มีการแปลเป็นภาษาพม่าในสมัยพระเจ้าโพธพระยา เมื่อ พ.ศ. 2224 พ ม่าเรียกปัญญา สชาดกว่า ซิมแม่ปัณณาสชาดก (เชียงใหม่ปัณณาสชาดก)</p>
<p>ในช่วงสมัยรุ่งเรืองนี้พระพุทธศาสนาเจริญ ยิ่งดังปรากฏการสร้างวัดแพร่หลายทั่วไปในดินแดนล้านนา ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้สร้างวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน และตามเมืองมีวัดหนาแน่ดังพบว่า เขตเมืองเชียงใหม่มีวัดนับร้อยแห่ง ปริมาณวัดที่มากมายในยุครุ่งเรืองนั้นมีร่องรอยปรากฏเป็นวัดร้างมากมายใน ปัจจุบัน ความเจริญในพุทธศาสนายังได้สร้างถาวรวัตถุในพุทธศาสนา ซึ่งมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมล้านน้า วัดสำคัญ ได้แก่ วัดเจ็ดยอด วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดบุพพาราม เป็นต้น การสร้างวัดมากมายนอกจากแสดงความเจริญในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังสะท้อนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของล้านนาในยุครุ่งเรืองด้วย</p>
<p>ในยุคเศรษฐกิจรุ่งเรือง ล้านนามีความมั่งคั่งด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีพัฒนาการร่วมไปกับความเจริญรุ่งเรืองโดยรวมของรัฐ เพราะพบว่านับตั้งแต่สมัยพระญากือนาเป็นต้นมา การค้าระหว่างรัฐมีเครือข่ายก้าวขวางไปไกล ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้ สะท้อนการค้าว่ามีหมู่พ่อค้าเมืองเชียงใหม่ไปค้าขายถึงเมืองพุกาม ในยุคนั้นเมืองเชียงใหม่มีฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเมืองนั้นคุมเส้นทางการค้า คือ เมืองต่าง ๆ ที่อยู่ตอนบนขึ้นไป เช่น รัฐฉาน สิบสองพันนา เชียงแสนจะนำสินค้าผ่านสู่เมืองเชียงใหม่แล้วจึงผ่านไปเมื่ออื่น ๆ ที่อยู่ทางใต้และทางตะวันตก ดังนั้น จึงพบหลักฐานกล่าวถึงพ่อค้าจากทุกทิศมาค้าขายที่เชียงใหม่มีทั้งเงี้ยว ม่าน เม็ง ไทย ฮ่อ กุลา เมืองเชียงใหม่คงมีผลประโยชน์จากการเก็บภาษีสินค้าสูงทีเดียว สินค้าออกเชียงใหม่สู่ตลาดนานาชาติคือของป่า เมืองเชียงใหม่ทำหน้าที่รวบรวมสินค้าของป่าจากเมืองต่าง ๆ ทางตนบนแล้วส่งไปขายยังเมืองท่าทางตอนล่างในดินแดนกรุงศรีอยุธยาและหัวเมือง มอญ กษัตริย์มีบทบาทในการค้าของป่า โดยอาศัยการเก็บส่วยจากไพร่และให้เจ้าเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรส่งส่วนให้ราชธานี ด้วยพระราชอำนาจจึงออกกฎหมายบังคับให้ทุกคนในอาณาจักรนำส่วยสินค้าของป่ามา ถวาย รูปแบบการค้าของป่า คือกษัตริย์จะส่งข้าหลวงกำลับดูแลสินค้าชนิดต่าง ๆ เพราะพบตำแหน่งแสนน้ำผึ้ง ข้าหลวงดูแลการค้าส่วยน้ำผึ้ง และมีพ่อค้าจากอยุธยาเดินทางเข้าซื้อสินค้าในเมืองฮอด</p>
<p>ในยุคที่อาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง รัฐมีความเจริญทางการค้ามากและสภาพเศรษฐกิจดี จึงมีกองกำลังเข้มแข็งดังพบว่า ในยุคนี้อาณาจักรล้านนามีอำนาจสูงได้แผ่อิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง เช่น เมืองเชียงตุง เมืองเชียงรุ่ง เมืองยอง เมืองนาย เมืองน่าน และยังขยายอำนาจลงสู่ชายขอบรัฐอยุธยา ดังทำสงครามติดต่อกันหลายปีระหว่างพระเจ้าติโลกราชและพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งในครั้งนั้นทัพล้านนาสามารถยึดครองเมืองศรีสัชนาลัยได้</p>
<p>3. สมัยเสื่อและอาณาจักรล้านนาล่มสลาย (พ.ศ. 2068 – 2101) ความ เสื่อของอาณาจักรล้านนาเกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยราชวงศ์มังราย นับตั้งแต่พระญาเกศเชษฐาราชขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2068 จนกระทั่งตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าใน พ.ศ. 2101 ข่วงเวลา 33 ปี ในช่วงเวลานั้นมีระยะหนึ่งที่ว่างเว้นไม่มีกษัตริย์ปกครองถึง 4 ปี (พ.ศ. 2091 – 2094) เพราะขุนนางขัดแย้งกันตกลงกันไม่ได้ว่าจะให้ใครเป็นกษัตริย์ กษัตริย์สมัยเสื่อจะครองเมืองระยะสั้น ๆ การสิ้นรัชสมัยของกษัตริย์เกิดจากขุนนางจัดการปลงพระชนม์ หรือขุนนางปลดกษัตริย์ หรือกษัตริย์สละราชสมบัติ</p>
<p>ปัจจัยความเสื่อมสลาย เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐในหุบเขา ที่ทำให้เมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรมีโอกาสแยกตัวเป็นอิสระ เมืองราชธานีจึงพยายามสร้างเสถียรภาพให้ศูนย์กลางมีความเข้มแข็งตลอดมา โดยกษัตริย์อาศัยการสร้างสายสัมพันธ์กับเจ้าเมืองต่าง ๆ ในระบบเครือญาติ ซึ่งระบบนี้ใช้ได้ในระยะแรก ในที่สุดเมื่อรัฐขยายขึ้นจำเป็นต้องสร้างระบบราชการที่มีประสิทธิภาพแทนที่ ระบบเครือญาติ อาณาจักรล้านนาสถาปนาระบบราชการไม่ได้ รัฐจึงอ่อนแอและเสื่อมสลายลง ในช่วงนี้สถาบันกษัตริย์อ่อนแอลง ขุนนางมีอำนาจเพิ่มพูน นอกจากนั้นขุนนางยังขัดแย้งกัน โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือขุนนางเมืองราชธานีและขุนนางหัวเมือง แย่งชิงความเป็นใหญ่ ต่างสนับสนุนคนของตนเป็นกษัตริย์ ปัญหาการเมืองภายในล้านนาที่แตกแยกอ่อนแอมีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะช่วงนั้นเศรษฐกิจตกต่ำมาก ความเสื่อภายในล้านนาเป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญ และมีปัจจัยภายนอกคือการขยายอำนาจของราชวงศ์ตองอูเป็นตัวเร่งให้อาณาจักร ล้านนาล่มสลายลง ในพ.ศ. 2101</p>
<p>ที่มา:<br />
เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ มหาวิทยาลัยแม่โจ้</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ประวัติศาสตร์ล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จังหวัดเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Feb 2017 08:22:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กลางอาณาจักรล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เจียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณ มี "คำเมือง" เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านประเพณีวัฒนธรรม</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">จังหวัดเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เชียงใหม่  เป็นจังหวัดหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีประชากร 1,735,762 คน มากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ในจำนวนนี้เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชานเมือง 960,906 คน โดยจังหวัดเชียงใหม่ทิศเหนือติดต่อกับรัฐฉานของเมียนมา</p>
<p>จังหวัดเชียงใหม่แบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ โดยมีอำเภอเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด เมื่อ พ.ศ. 2552 มีการจัดตั้งอำเภอกัลยาณิวัฒนาเป็นอำเภอลำดับที่ 26 ของจังหวัด และลำดับที่ 878 ของประเทศ ซึ่งเป็นอำเภอล่าสุดของไทย</p>
<p>จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณ มี &#8220;คำเมือง&#8221; เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านประเพณีวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเริ่มวางตัวเป็นนครสร้างสรรค์ และกำลังพิจารณาสมัครเข้าเป็นนครสร้างสรรค์ และเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก</p>
<p>เมืองเชียงใหม่ มีชื่อปรากฏในตำนานว่า &#8220;นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่&#8221; (คำเมือง: Lanna-Nopphaburi Si Nakhon Phing Chiang Mai.png)[4]) สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 1839 โดยพญามังราย และมีอายุครบ 720 ปี ในปี พ.ศ. 2559</p>
<p>ในอดีตเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรนครรัฐอิสระ ชื่อว่า อาณาจักรล้านนา ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 1839-2101) กระทั่งในปี พ.ศ. 2101 เชียงใหม่ได้เสียเมืองให้แก่พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า และได้อยู่ภายใต้การปกครองของพม่ามานานกว่าสองร้อยปี จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงได้มีการทำสงครามเพื่อขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่และเชียงแสนได้สำเร็จ โดยการนำของเจ้ากาวิละและพระยาจ่าบ้าน และเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองรัตตนติงสาอภินวปุรี</p>
<p>หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้ากาวิละขึ้นเป็นพระบรมราชาธิบดี ปกครองนครเชียงใหม่และเป็นประมุขแห่งราชวงศ์ทิพย์จักร (ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน) และต่อมา เจ้านายซึ่งเป็นเชื้อสายของพระเจ้ากาวิละ ก็ได้ปกครองเมืองเชียงใหม่และหัวเมืองต่างๆ สืบต่อมา</p>
<p>ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองประเทศราช โดยมีการจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า &#8220;มณฑลพายัพ&#8221; ต่อมาเชียงใหม่ได้มีการปรับปรุงการปกครองและยกฐานะขึ้นเป็น &#8220;จังหวัด&#8221; ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน<br />
..เมืองเชียงใหม่นี้เหมือนหนึ่งเปนเพชรซึ่งประดับมงกุฎของเมืองไทย ถ้ามงกุฎปราศจากเพชรประดับก็จะไม่ผ่องใสงดงามได้&#8230;— จุฬาลงกรณ์ ป.ร.</p>
<p>ภูมิศาสตร์</p>
<p>ที่ตั้ง จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ละติจูด 16 องศาเหนือ ลองติจูด 99 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 310 เมตร ส่วนกว้างจากทิศตะวันตกจรดทิศตะวันออกประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 428 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร 696 กิโลเมตร</p>
<p>อาณาเขตติดต่อ</p>
<ul>
<li><i>ทิศเหนือ</i> โดยมีดอยผีปันน้ำของดอยคำ ดอยปกกลา ดอยหลักแต่ง ดอยถ้ำป่อง ดอยถ้วย ดอยผาวอก และดอยอ่างขางอันเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาแดนลาว เป็นเส้นกั้นอาณาเขต</li>
<li><i>ทิศใต้</i> ติดต่อกับอำเภอสามเงา อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก) มีร่องน้ำแม่ตื่นและดอยผีปันน้ำ ดอยเรี่ยม ดอยหลวงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต</li>
<li><i>ทิศตะวันออก</i> ติดต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า (จังหวัดเชียงราย) อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง (จังหวัดลำปาง) อำเภอบ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่องอำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน) ส่วนที่ติดจังหวัดเชียงรายและลำปางมีร่องน้ำลึกของแม่น้ำกก สันปันน้ำดอยซาง ดอยหลุมข้าว ดอยแม่วัวน้อย ดอยวังผา และดอยแม่โตเป็นเส้นกั้นอาณาเขต ส่วนที่ติดจังหวัดลำพูนมีดอยขุนห้วยหละ ดอยช้างสูง และร่องน้ำแม่ปิงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต</li>
<li><i>ทิศตะวันตก</i> ติดต่อกับอำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) มีดอยผีปันน้ำ ดอยกิ่วแดง ดอยแปรเมือง ดอยแม่ยะ ดอยอังเกตุ ดอยแม่สุรินทร์ ดอยขุนยวม ดอยหลวง และร่องแม่ริด แม่ออย และดอยผีปันน้ำดอยขุนแม่ตื่นเป็นเส้นกั้นอาณาเขต</li>
</ul>
<p>จังหวัดเชียงใหม่มีชายแดนติดต่อกับ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง อำเภอไชยปราการ รวมระยะทางทั้งสิ้น 227 กิโลเมตร พื้นที่เขตแดนส่วนใหญ่เป็นป่าเขา จึงไม่สามารถปักหลักเขตแดนได้ชัดเจน และเกิดปัญหาเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ</p>
<p>ภูมิประเทศ<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 12,566,911 ไร่ มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ ดอยอินทนนท์ สูงประมาณ 2,565 เมตร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นที่มีความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยผ้าห่มปก (อำเภอฝาง) สูง 2,285 เมตร ดอยหลวงเชียงดาว (อำเภอเชียงดาว) สูง 2,170 เมตร ดอยสุเทพ (อำเภอเมืองเชียงใหม่) สูง 1,601 เมตร สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ</p>
<p>พื้นที่ภูเขา คิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 ของจังหวัด ประกอบด้วยทิวเขาอินทนนท์ (หรือถนนธงชัยตะวันออก) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด พาดยาวจากทิศเหนือจรดใต้ ตามแนวรอยต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน และทิวเขาขุนตาน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด พาดผ่านในทิศเหนือ-ใต้ พื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่วนบางพื้นที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวเขาชาติพันธุ์ต่าง ๆ<br />
พื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง ลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร</p>
<p>ภูมิอากาศ<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส โดยมีค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,100-1,200 มิลลิเมตร สภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งภูมิอากาศออกได้เป็น 3 ฤดู</p>
<p>ทรัพยากรป่าไม้<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีป่าไม้หลายประเภท ประกอบด้วย ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าเต็งรังผสมป่าสนเขา และป่าแดง เป็นต้น พื้นที่ป่าไม้ ประกอบด้วย ป่าธรรมชาติ สวนป่า และป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 12,222,395 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 69.93 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด[7] แบ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 25 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 14 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง วนอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง และจังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นจังหวัดที่ถือได้ว่ามีพื้นที่เขตเมืองใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติมากที่สุดในประเทศอีกด้วย อุทยานแห่งชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่</p>
<ul>
<li>อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์</li>
<li>อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย</li>
<li>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง</li>
<li>อุทยานแห่งชาติออบหลวง</li>
<li>อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง</li>
<li>อุทยานแห่งชาติศรีลานนา</li>
<li>อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา</li>
</ul>
<div>
<ul>
<li>อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้</li>
<li>อุทยานแห่งชาติผาแดง</li>
<li>อุทยานแห่งชาติแม่โถ</li>
<li>อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง</li>
<li>อุทยานแห่งชาติออบขาน</li>
<li>อุทยานแห่งชาติแม่วาง</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้เกิดขึ้นเป็นประจำ สาเหตุสำคัญเช่น การลักลอบตัดไม้ การบุกรุกเพื่อทำการเกษร และไฟป่า</p>
<p>ทรัพยากรน้ำ</p>
<p>จังหวัดเชียงใหม่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำปิง และมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง และยังแบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำดังนี้</p>
<ul>
<li><i>ลุ่มน้ำปิงตอนบน</i> เป็นลุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดในภาคเหนือตอนบน มีพื้นที่ 25,355.9 ตร.กม. สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันสูง วางตัวแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เสี่ยงต่อแผ่นดินถล่มและการชะล้างพังทลายของดินสูง ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบสะวันนา คือ มีฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่างชัดเจน<sup class="noprint Template-Fact">[<i><span title="เนื้อหาของประโยคหรือวลีนี้ต้องการแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ">ต้องการอ้างอิง</span></i>]</sup> และยังมีลุ่มน้ำย่อยอีก 14 ลุ่มน้ำย่อย แม่น้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำปิง แม่แตง แม่กวง แม่งัด แม่แจ่ม แม่ขาน และแม่ตื่น</li>
<li><i>ลุ่มน้ำกก</i> มีแม่น้ำกกเป็นแม่น้ำสายหลัก ไหลผ่านเมืองกก เข้าเขตประเทศไทยที่ช่องน้ำกก อำเภอแม่อาย แล้วไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงราย ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ 2,773 ตร.กม.<sup class="noprint Template-Fact">[<i><span title="เนื้อหาของประโยคหรือวลีนี้ต้องการแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ">ต้องการอ้างอิง</span></i>]</sup></li>
<li><i>ลุ่มน้ำฝาง</i> มีแม่น้ำฝางเป็นแม่น้ำสายหลัก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากดอยขุนห้วยฝางและดอยหัวโท ทางตอนใต้ของอำเภอไชยปราการ ไหลลงสู่แม่น้ำกก มีความยาวลำน้ำประมาณ 70 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,948.5 ตร.กม. ในอำเภอไชยปราการ ฝาง และแม่อาย</li>
</ul>
<p>ธรณีวิทยา<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรณี โดยมีการผลิตแร่ที่สำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ ถ่านหิน เฟลด์สปาร์ (แร่ฟันม้า) แมงกานีส ชีไลต์ ดีบุก ดินขาว ฟลูออไรด์ และแร่หินอุตสาหกรรม และจังหวัดเชียงใหม่ยังมีแหล่งทรัพยากรธรณีที่สำคัญ เช่น แหล่งปิโตรเลียม อำเภอฝาง สภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ บ่อน้ำพุร้อน อำเภอสันกำแพงและอำเภอฝาง โป่งเดือด อำเภอแม่แตง บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ อำเภอแม่ริม เป็นต้น</p>
<p>จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีรอยเลื่อนมีพลัง 2 แห่งที่พาดผ่านจังหวัด ได้แก่ &#8220;รอยเลื่อนแม่จัน&#8221; ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด พาดผ่านอำเภอฝางและอำเภอแม่อายในทิศตะวันออก-ตะวันตก และ &#8220;รอยเลื่อนแม่ทา&#8221; พาดผ่านพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดในทิศเหนือ-ใต้ ผ่านอำเภอพร้าว ดอยสะเก็ด แม่ออน เชียงดาว แม่แตง แม่ริม สันทราย เมืองเชียงใหม่ สารภี หางดง สันป่าตอง และแม่วาง นอกจากนี้พื้นที่ส่วนอื่นของจังหวัดก็มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นเช่นกัน โดยแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางในเขตจังหวัดเชียงใหม่ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ขนาด 5.1 มีจุดเหนือศูนย์กลางในอำเภอแม่ริม ทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยในบริเวณอำเภอแม่ริมและอำเภอใกล้เคียง</p>
<p>การเมืองการปกครอง<br />
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด</p>
<ul>
<li><b>อักษรย่อ:</b> ชม</li>
<li><b>ตราประจำจังหวัด :</b> รูปช้างเผือกในเรือนแก้ว หมายถึงความสำคัญ 2 ประการของจังหวัด ช้างเผือกคือช้างที่เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่นำมาถวายแด่สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) และได้ขึ้นระวางเป็นช้างเผือกเอกในรัชกาล ส่วนเรือนแก้วคือดินแดนที่พุทธศาสนารุ่งเรืองสูงสุด</li>
<li><b>ต้นไม้ประจำจังหวัด :</b> ต้นทองกวาว (<span lang="la" xml:lang="la"><i>Butea monosperma</i></span>)</li>
<li><b>ดอกไม้ประจำจังหวัด :</b> ดอกทองกวาว</li>
<li><b>สัตว์น้ำประจำจังหวัด :</b> ปลากาหรือปลาเพี้ย (<span lang="la" xml:lang="la"><i>Labeo chrysophekadion</i></span>)</li>
</ul>
<p>หน่วยการปกครอง<br />
การปกครองส่วนภูมิภาค</p>
<p>นับตั้งแต่ พ.ศ. 2476 ถึงปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่มีการตั้งอำเภอขึ้นใหม่ ดังนี้</p>
<ul>
<li>อำเภอหางดง โดยแยกจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2490</li>
<li>อำเภอแม่แจ่ม โดยแยกจากอำเภอจอมทอง ในวันที่ 5 มิถุนายน 2499</li>
<li>อำเภออมก๋อย โดยแยกจากอำเภอฮอด ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2501</li>
<li>อำเภอสะเมิง โดยแยกจากอำเภอแม่ริม ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2501</li>
<li>อำเภอแม่อาย โดยโดยแยกจากอำเภอฝาง ในวันที่ 28 มิถุนายน 2516</li>
<li>อำเภอดอยเต่า โดยแยกจากอำเภอฮอด ในวันที่ 25 มีนาคม 2522</li>
<li>อำเภอเวียงแหง โดยแยกจากอำเภอเชียงดาว ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2536</li>
<li>อำเภอไชยปราการ โดยแยกจากอำเภอฝาง ในวันที่ 3 มิถุนายน 2537</li>
<li>อำเภอแม่วาง โดยแยกจากอำเภอสันป่าตอง ในวันที่8 สิงหาคม 2538</li>
<li>อำเภอดอยหล่อ โดยแยกจากอำเภอจอมทอง ในวันที่ 24 สิงหาคม 2550</li>
<li>อำเภอแม่ออน โดยแยกจากอำเภอสันกำแพง ในวันที่ 24 สิงหาคม 2550</li>
<li>อำเภอกัลยาณิวัฒนา โดยแยกจากอำเภอแม่แจ่ม ในวันที่ 25 ธันวาคม 2552</li>
</ul>
<p>ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 204 ตำบล 2,066 หมู่บ้าน ซึ่งอำเภอทั้ง 25 อำเภอมีดังนี้</p>
<table class="wikitable sortable jquery-tablesorter">
<thead>
<tr>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">หมายเลข</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อำเภอ</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ประชากร<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_2-1" class="reference">[2]</sup></th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">พื้นที่<br />
(ตร.กม.)</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ความหนาแน่น<br />
(คน/ตร.กม.)</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก"><abbr title="การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์">±%</abbr><br />
<small>เทียบกับ พ.ศ. 2558</small><sup id="cite_ref-25" class="reference">[25]</sup></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr align="right">
<td>1</td>
<td align="left">อำเภอเมืองเชียงใหม่</td>
<td>234,837</td>
<td>152.36</td>
<td>1,541</td>
<td>-0.3</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>2</td>
<td align="left">อำเภอจอมทอง</td>
<td>66,811</td>
<td>712.30</td>
<td>94</td>
<td>+0.1</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>3</td>
<td align="left">อำเภอแม่แจ่ม</td>
<td>59,515</td>
<td>2,686.57</td>
<td>22</td>
<td>+0.6</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>4</td>
<td align="left">อำเภอเชียงดาว</td>
<td>91,829</td>
<td>1,882.08</td>
<td>49</td>
<td>+0.4</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>5</td>
<td align="left">อำเภอดอยสะเก็ด</td>
<td>72,064</td>
<td>671.28</td>
<td>107</td>
<td>+1.0</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>6</td>
<td align="left">อำเภอแม่แตง</td>
<td>75,699</td>
<td>1,362.78</td>
<td>56</td>
<td>-0.3</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>7</td>
<td align="left">อำเภอแม่ริม</td>
<td>91,558</td>
<td>443.63</td>
<td>206</td>
<td>+0.9</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>8</td>
<td align="left">อำเภอสะเมิง</td>
<td>23,642</td>
<td>898.02</td>
<td>26</td>
<td>+0.3</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>9</td>
<td align="left">อำเภอฝาง</td>
<td>118,075</td>
<td>888.16</td>
<td>133</td>
<td>+0.4</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>10</td>
<td align="left">อำเภอแม่อาย</td>
<td>77,778</td>
<td>736.70</td>
<td>106</td>
<td>+0.3</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>11</td>
<td align="left">อำเภอพร้าว</td>
<td>49,258</td>
<td>1,148.19</td>
<td>43</td>
<td>-0.5</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>12</td>
<td align="left">อำเภอสันป่าตอง</td>
<td>75,290</td>
<td>178.19</td>
<td>423</td>
<td>-0.1</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>13</td>
<td align="left">อำเภอสันกำแพง</td>
<td>84,327</td>
<td>197.83</td>
<td>426</td>
<td>+1.7</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>14</td>
<td align="left">อำเภอสันทราย</td>
<td>131,414</td>
<td>285.02</td>
<td>461</td>
<td>+0.9</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>15</td>
<td align="left">อำเภอหางดง</td>
<td>86,435</td>
<td>277.14</td>
<td>312</td>
<td>+1.5</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>16</td>
<td align="left">อำเภอฮอด</td>
<td>43,803</td>
<td>1,430.38</td>
<td>31</td>
<td>-0.0</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>17</td>
<td align="left">อำเภอดอยเต่า</td>
<td>27,393</td>
<td>803.92</td>
<td>34</td>
<td>-0.2</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>18</td>
<td align="left">อำเภออมก๋อย</td>
<td>62,317</td>
<td>2,093.83</td>
<td>30</td>
<td>+0.7</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>19</td>
<td align="left">อำเภอสารภี</td>
<td>82,247</td>
<td>97.46</td>
<td>844</td>
<td>+1.3</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>20</td>
<td align="left">อำเภอเวียงแหง</td>
<td>44,563</td>
<td>672.17</td>
<td>66</td>
<td>+0.6</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>21</td>
<td align="left">อำเภอไชยปราการ</td>
<td>45,962</td>
<td>510.85</td>
<td>90</td>
<td>+0.0</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>22</td>
<td align="left">อำเภอแม่วาง</td>
<td>31,625</td>
<td>601.22</td>
<td>53</td>
<td>-0.2</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>23</td>
<td align="left">อำเภอแม่ออน</td>
<td>21,296</td>
<td>442.26</td>
<td>48</td>
<td>+0.0</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>24</td>
<td align="left">อำเภอดอยหล่อ</td>
<td>25,931</td>
<td>260.13</td>
<td>100</td>
<td>-0.4</td>
</tr>
<tr align="right">
<td>25</td>
<td align="left">อำเภอกัลยาณิวัฒนา</td>
<td>12,093</td>
<td>674.58</td>
<td>18</td>
<td>+1.0</td>
</tr>
<tr class="sortbottom" align="right" bgcolor="#DDDDDD">
<td colspan="2" align="center"><b>รวม</b></td>
<td><b>1,735,762</b></td>
<td><b>20,107.05</b></td>
<td><b>86</b></td>
<td>+0.4</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การปกครองส่วนท้องถิ่น</p>
<p>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีจำนวน 210 แห่ง ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่) 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง (เทศบาลนครเชียงใหม่) เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 116 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 89 แห่ง รายชื่อเทศบาลทั้งหมดมีดังนี้</p>
<p>อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>เทศบาลนครเชียงใหม่<br />
เทศบาลเมืองแม่เหียะ<br />
เทศบาลตำบลช้างเผือก<br />
เทศบาลตำบลท่าศาลา<br />
เทศบาลตำบลป่าแดด<br />
เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม<br />
เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ<br />
เทศบาลตำบลสุเทพ<br />
เทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง<br />
เทศบาลตำบลหนองหอย<br />
อำเภอจอมทอง</p>
<p>เทศบาลตำบลจอมทอง<br />
เทศบาลตำบลดอยแก้ว<br />
เทศบาลตำบลบ้านแปะ<br />
เทศบาลตำบลบ้านหลวง<br />
เทศบาลตำบลข่วงเปา<br />
เทศบาลตำบลสบเตี๊ยะ<br />
เทศบาลตำบลแม่สอย<br />
อำเภอแม่แจ่ม</p>
<p>เทศบาลตำบลท่าผา<br />
เทศบาลตำบลแม่แจ่ม<br />
อำเภอเชียงดาว</p>
<p>เทศบาลตำบลเชียงดาว<br />
เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง<br />
เทศบาลตำบลพระธาตุปู่ก่ำ<br />
เทศบาลตำบลปิงโค้ง<br />
เทศบาลตำบลเมืองงาย<br />
เทศบาลตำบลเมืองนะ<br />
อำเภอดอยสะเก็ด</p>
<p>เทศบาลตำบลดอยสะเก็ด<br />
เทศบาลตำบลสง่าบ้าน<br />
เทศบาลตำบลเชิงดอย<br />
เทศบาลตำบลลวงเหนือ<br />
เทศบาลตำบลสันปูเลย<br />
เทศบาลตำบลแม่โป่ง<br />
เทศบาลตำบลป่าเมี่ยง<br />
เทศบาลตำบลแม่คือ<br />
เทศบาลตำบลแม่ฮ้อยเงิน<br />
เทศบาลตำบลตลาดขวัญ<br />
เทศบาลตำบลตลาดใหญ่<br />
เทศบาลตำบลป่าป้อง<br />
เทศบาลตำบลสำราญราษฎร์<br />
อำเภอแม่แตง</p>
<p>เทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา<br />
เทศบาลตำบลแม่หอพระ<br />
เทศบาลตำบลสันมหาพน<br />
เทศบาลตำบลอินทขิล<br />
เทศบาลตำบลแม่แตง<br />
อำเภอแม่ริม</p>
<p>เทศบาลตำบลแม่ริม<br />
เทศบาลตำบลขี้เหล็ก<br />
เทศบาลตำบลริมเหนือ<br />
เทศบาลตำบลสันโป่ง<br />
เทศบาลตำบลแม่แรม<br />
เทศบาลตำบลเหมืองแก้ว<br />
อำเภอสะเมิง</p>
<p>เทศบาลตำบลสะเมิงใต้<br />
อำเภอฝาง</p>
<p>เทศบาลตำบลบ้านแม่ข่า<br />
เทศบาลตำบลเวียงฝาง<br />
เทศบาลตำบลสันทราย<br />
เทศบาลตำบลแม่ข่า<br />
อำเภอแม่อาย</p>
<p>เทศบาลตำบลแม่อาย<br />
อำเภอพร้าว</p>
<p>เทศบาลตำบลน้ำแพร่<br />
เทศบาลตำบลบ้านโป่ง<br />
เทศบาลตำบลป่าตุ้ม<br />
เทศบาลตำบลป่าไหน่<br />
เทศบาลตำบลแม่ปั๋ง<br />
เทศบาลตำบลเวียงพร้าว<br />
อำเภอสันป่าตอง</p>
<p>เทศบาลตำบลทุ่งต้อม<br />
เทศบาลตำบลบ้านกลาง<br />
เทศบาลตำบลสันป่าตอง<br />
เทศบาลตำบลยุหว่า<br />
เทศบาลตำบลบ้านแม<br />
เทศบาลตำบลทุ่งสะโตก<br />
อำเภอสันกำแพง</p>
<p>เทศบาลเมืองต้นเปา<br />
เทศบาลตำบลบวกค้าง<br />
เทศบาลตำบลแม่ปูคา<br />
เทศบาลตำบลสันกำแพง<br />
เทศบาลตำบลออนใต้<br />
เทศบาลตำบลสันกลาง<br />
เทศบาลตำบลห้วยทราย<br />
อำเภอฮอด</p>
<p>เทศบาลตำบลท่าข้าม<br />
เทศบาลตำบลบ่อหลวง<br />
เทศบาลตำบลบ้านตาล<br />
อำเภอสันทราย</p>
<p>เทศบาลเมืองแม่โจ้<br />
เทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัว<br />
เทศบาลตำบลป่าไผ่<br />
เทศบาลตำบลเมืองเล็น<br />
เทศบาลตำบลแม่แฝก<br />
เทศบาลตำบลสันทรายหลวง<br />
เทศบาลตำบลสันนาเม็ง<br />
เทศบาลตำบลสันป่าเปา<br />
เทศบาลตำบลสันพระเนตร<br />
เทศบาลตำบลหนองจ๊อม<br />
เทศบาลตำบลหนองหาร<br />
เทศบาลตำบลหนองแหย่ง<br />
อำเภอหางดง</p>
<p>เทศบาลตำบลบ้านแหวน<br />
เทศบาลตำบลสันผักหวาน<br />
เทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา<br />
เทศบาลตำบลหางดง<br />
เทศบาลตำบลหารแก้ว<br />
เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา<br />
เทศบาลตำบลแม่ท่าช้าง<br />
เทศบาลตำบลหนองแก๋ว<br />
เทศบาลตำบลบ้านปง<br />
เทศบาลตำบลหนองควาย<br />
อำเภอดอยเต่า</p>
<p>เทศบาลตำบลท่าเดื่อ-มืดกา<br />
อำเภออมก๋อย</p>
<p>เทศบาลตำบลอมก๋อย<br />
อำเภอสารภี</p>
<p>เทศบาลตำบลขัวมุง<br />
เทศบาลตำบลชมภู<br />
เทศบาลตำบลไชยสถาน<br />
เทศบาลตำบลดอนแก้ว<br />
เทศบาลตำบลท่ากว้าง<br />
เทศบาลตำบลท่าวังตาล<br />
เทศบาลตำบลยางเนิ้ง<br />
เทศบาลตำบลสันทรายมหาวงศ์<br />
เทศบาลตำบลสารภี<br />
เทศบาลตำบลหนองผึ้ง<br />
เทศบาลตำบลหนองแฝก<br />
เทศบาลตำบลป่าบง<br />
อำเภอเวียงแหง</p>
<p>เทศบาลตำบลแสนไห<br />
อำเภอไชยปราการ</p>
<p>เทศบาลตำบลไชยปราการ<br />
เทศบาลตำบลหนองบัว<br />
อำเภอแม่วาง</p>
<p>เทศบาลตำบลแม่วาง</p>
<p>ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</p>
<table class="toccolours">
<tbody>
<tr>
<td colspan="3" align="center"><b>รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</b></td>
</tr>
<tr>
<th align="center"><b>ลำดับ</b></th>
<th align="center"><b>รายนาม</b></th>
<th align="center"><b>ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง</b></th>
</tr>
<tr>
<td align="center">1</td>
<td align="center">พระยาอุดมพงษ์เพ็ญสวัสดิ์</td>
<td align="center">พ.ศ. 2444</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2</td>
<td align="center">พระยายอดเมืองขวาง</td>
<td align="center">ไม่ทราบข้อมูล</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3</td>
<td align="center">พระยามหินทรบดี</td>
<td align="center">ไม่ทราบข้อมูล</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4</td>
<td align="center">พระยาวรวิไชยวุฒิกร (เลื่อม สนธิรัตน)</td>
<td align="center">ไม่ทราบข้อมูล</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">5</td>
<td align="center">พระยาเพ็ชร์พิสัยศรีสวัสดิ์ (แมน วสันตสิงห์)</td>
<td align="center">พ.ศ. 2461 &#8211; พ.ศ. 2471</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">6</td>
<td align="center">พระยาอนุบาลพายัพกิจ (ปุ่น อาสนจินดา)</td>
<td align="center">พ.ศ. 2471 &#8211; พ.ศ. 2481</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">7</td>
<td align="center">พระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง)</td>
<td align="center">พ.ศ. 2481 &#8211; พ.ศ. 2484</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">8</td>
<td align="center">พระชาติตระการ (หม่อมราชวงศ์จิตร์ คะเนจร)</td>
<td align="center">พ.ศ. 2484 &#8211; พ.ศ. 2485</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">9</td>
<td align="center">ขุนประสงค์สุขการี (สมบุญ ลาภเจริญ)</td>
<td align="center">พ.ศ. 2485 &#8211; พ.ศ. 2488</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">10</td>
<td align="center">นายทวี แรงขำ</td>
<td align="center">18 มิถุนายน พ.ศ. 2488 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2489</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">11</td>
<td align="center">ขุนไตรกิตยานุกูล (อัมพร ไตรกิตยานุกูล)</td>
<td align="center">22 ตุลาคม พ.ศ. 2489 &#8211; 30 มกราคม พ.ศ. 2494</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">12</td>
<td align="center">นายอุดม บุญยประสพ</td>
<td align="center">30 มกราคม พ.ศ. 2494 &#8211; 30 มิถุนายน พ.ศ. 2495</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">13</td>
<td align="center">นายประเสริฐ กาญจนดุล</td>
<td align="center">1 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 &#8211; 12 มิถุนายน พ.ศ. 2501</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">14</td>
<td align="center">พ.ต.อ.เนื่อง รายะนาค</td>
<td align="center">16 มิถุนายน พ.ศ. 2501 &#8211; 28 สิงหาคม พ.ศ. 2502</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">15</td>
<td align="center">นายสุทัศน์ สิริสวย</td>
<td align="center">31 สิงหาคม พ.ศ. 2502 &#8211; 30 มิถุนายน พ.ศ. 2503</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">16</td>
<td align="center">พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม</td>
<td align="center">1 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2514</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">17</td>
<td align="center">นายวิสิษฐ์ ไชยพร</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2514 &#8211; 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2515</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">18</td>
<td align="center">นายอาษา เมฆสวรรค์</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2515 &#8211; 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">19</td>
<td align="center">นายชลอ ธรรมศิริ</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 &#8211; 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2520</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">20</td>
<td align="center">นายประเทือง สินธิพงษ์</td>
<td align="center">22 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 &#8211; 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2523</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">21</td>
<td align="center">นายชัยยา พูนศิริวงศ์</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2523 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2530</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">22</td>
<td align="center">นายไพรัตน์ เดชะรินทร์</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2530 &#8211; 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2534</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">23</td>
<td align="center">นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์</td>
<td align="center">16 มิถุนายน พ.ศ. 2534 &#8211; 18 ตุลาคม พ.ศ. 2536</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">24</td>
<td align="center">นายวีระชัย แนวบุญเนียร</td>
<td align="center">18 ตุลาคม พ.ศ. 2536 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2539</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">25</td>
<td align="center">นายพลากร สุวรรณรัฐ</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2539 &#8211; 11 มกราคม พ.ศ. 2541</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">26</td>
<td align="center">นายประวิทย์ สีห์โสภณ</td>
<td align="center">12 มกราคม พ.ศ. 2541 &#8211; 22 เมษายน พ.ศ. 2544</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">27</td>
<td align="center">นายโกสินทร์ เกษทอง</td>
<td align="center">23 เมษายน พ.ศ. 2544 &#8211; 9 ตุลาคม พ.ศ. 2545</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">28</td>
<td align="center">นายพิสิษฐ เกตุผาสุข</td>
<td align="center">28 ตุลาคม พ.ศ. 2545 &#8211; 4 มิถุนายน พ.ศ. 2546</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">29</td>
<td align="center">นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์</td>
<td align="center">5 มิถุนายน พ.ศ. 2546 &#8211; 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">30</td>
<td align="center">นายวิชัย ศรีขวัญ</td>
<td align="center">13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2550</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">31</td>
<td align="center">นายวิบูลย์ สงวนพงศ์</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 &#8211; 13 มีนาคม พ.ศ. 2552</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">32</td>
<td align="center">ดร.อมรพันธุ์ นิมานันท์</td>
<td align="center">16 มีนาคม พ.ศ. 2552 -30 กันยายน พ.ศ. 2553</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">33</td>
<td align="center">หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2555</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">34</td>
<td align="center">นายธานินทร์ สุภาแสน</td>
<td align="center">8 ตุลาคม พ.ศ. 2555 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2556</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">35</td>
<td align="center">นายวิเชียร พุฒิวิญญู</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 &#8211; 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">36</td>
<td align="center">นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์</td>
<td align="center">2 มิถุนายน พ.ศ. 2557 &#8211; 30 กันยายน พ.ศ. 2558</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">37</td>
<td align="center">นายปวิณ ชำนิประศาสน์</td>
<td align="center">1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 &#8211; ปัจจุบัน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การเลือกตั้ง<br />
จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 10 เขต มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 10 คน ส่วนวุฒิสภา มีการเลือกตั้งสมาชิกได้ 1 คน ปัจจุบันคือ ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร</p>
<p>การต่างประเทศ<br />
จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของสถานกงสุลดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา</li>
<li>สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น</li>
<li>สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน</li>
<li>สถานกงสุลใหญ่อินเดีย</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สหราชอาณาจักร</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เยอรมนี</li>
</ul>
<ul>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฝรั่งเศส</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ออสเตรเลีย</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ออสเตรีย</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์แคนาดา</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์อิตาลี</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เปรู</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์บังกลาเทศ</li>
</ul>
<ul>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดน</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์กรีซ</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เกาหลีใต้</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟิลิปปินส์</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เนเธอร์แลนด์</li>
<li>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวิสเซอร์แลนด์</li>
</ul>
<pre><span class="mw-headline">เมืองพี่น้อง
จังหวัดเชียงใหม่มีความสัมพันธ์ในฐานะเมืองพี่น้องกับเมืองดังต่อไปนี้
</span></pre>
<ul>
<li><span class="flagicon"><img decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/23px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/35px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/45px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 2x" alt="ประเทศจีน" width="23" height="15" data-file-width="900" data-file-height="600" /></span> เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (พ.ศ. 2543)</li>
<li><span class="flagicon"><img loading="lazy" decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9f/Flag_of_Indonesia.svg/23px-Flag_of_Indonesia.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9f/Flag_of_Indonesia.svg/35px-Flag_of_Indonesia.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9f/Flag_of_Indonesia.svg/45px-Flag_of_Indonesia.svg.png 2x" alt="อินโดนีเซีย" width="23" height="15" data-file-width="450" data-file-height="300" /></span> ยกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย (พ.ศ. 2550)</li>
<li><span class="flagicon"><img decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/23px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/35px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/45px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 2x" alt="ประเทศจีน" width="23" height="15" data-file-width="900" data-file-height="600" /></span> ชิงเต่า ประเทศจีน (พ.ศ. 2551)</li>
<li><span class="flagicon"><img decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/23px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/35px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/45px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 2x" alt="ประเทศจีน" width="23" height="15" data-file-width="900" data-file-height="600" /></span> ฉงชิ่ง ประเทศจีน (พ.ศ. 2551)</li>
<li><span class="flagicon"><img decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/23px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/35px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/45px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 2x" alt="ประเทศจีน" width="23" height="15" data-file-width="900" data-file-height="600" /></span> ฮาร์บิน ประเทศจีน (พ.ศ. 2551)</li>
<li><span class="flagicon"><img decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/23px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/35px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg/45px-Flag_of_the_People%27s_Republic_of_China.svg.png 2x" alt="ประเทศจีน" width="23" height="15" data-file-width="900" data-file-height="600" /></span> คุนหมิง ประเทศจีน (พ.ศ. 2552)</li>
<li><span class="flagicon"><img loading="lazy" decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/b/b4/Flag_of_Turkey.svg/23px-Flag_of_Turkey.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/b/b4/Flag_of_Turkey.svg/35px-Flag_of_Turkey.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/b/b4/Flag_of_Turkey.svg/45px-Flag_of_Turkey.svg.png 2x" alt="ตุรกี" width="23" height="15" data-file-width="1200" data-file-height="800" /></span> บูร์ซา ประเทศตุรกี (พ.ศ. 2556)</li>
<li><span class="flagicon"><img loading="lazy" decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9e/Flag_of_Japan.svg/23px-Flag_of_Japan.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9e/Flag_of_Japan.svg/35px-Flag_of_Japan.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9e/Flag_of_Japan.svg/45px-Flag_of_Japan.svg.png 2x" alt="ญี่ปุ่น" width="23" height="15" data-file-width="900" data-file-height="600" /></span> ซัปโปะโระ ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2556)</li>
<li><span class="flagicon"><img loading="lazy" decoding="async" class="thumbborder" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/8/8c/Flag_of_Myanmar.svg/23px-Flag_of_Myanmar.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/8/8c/Flag_of_Myanmar.svg/35px-Flag_of_Myanmar.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/8/8c/Flag_of_Myanmar.svg/45px-Flag_of_Myanmar.svg.png 2x" alt="ประเทศพม่า" width="23" height="15" data-file-width="1800" data-file-height="1200" /></span> เชียงตุง ประเทศพม่า (พ.ศ. 2556)</li>
</ul>
<p>ประชากร<br />
ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่มีประชากรทั้งสิ้น 1,735,762 คน (พ.ศ. 2559) แยกเป็นชาย 843,088 คน หญิง 892,674 คน[2] ความหนาแน่นเฉลี่ย 86 คน/ตร.กม. ในจำนวนดังกล่าวประกอบด้วยประชากรชนกลุ่มน้อย 64,532 คน[7] กระจายตามอำเภอใน 25 อำเภอ อำเภอที่มีประชากรชนกลุ่มน้อยมากที่สุด ได้แก่ อำเภอฝาง รองลงมา ได้แก่ อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่อาย และอำเภอเวียงแหง[27] ประชากรส่วนใหญ่เป็น &#8220;ชาวไทยวน&#8221; หรือ &#8220;คนเมือง&#8221; ที่เหลือเป็น ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทเขิน และไทยสยาม</p>
<p>เศรษฐกิจ<br />
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) พ.ศ. 2555 มีมูลค่า 163,828 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคเกษตร (รวมถึงการล่าสัตว์และการป่าไม้) 28,014 ล้านบาท (17.1%) และนอกภาคเกษตร 135,813 ล้านบาท (82.9%) สาขาการผลิตนอกภาคเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าและบริการทางธุรกิจ (14.4%) การขายส่งขายปลีก (12.1%) การศึกษา (11%) ตัวกลางทางการเงิน (11%) การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ (7.9%) การก่อสร้าง (7.2%) อุตสาหกรรม (6.9%) และสาขาอื่น ๆ (14.9%) จังหวัดเชียงใหม่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 11.7[7]</p>
<p>มีรายได้ประชากรต่อหัวเฉลี่ย 89,542 บาท/คน/ปี อยู่ที่อันดับ 2 ของภาคเหนือรองจากจังหวัดลำพูน[7] สำหรับรายได้ประชากรในเขตชนบท เฉลี่ยนั้น อยู่ที่ 59,092.45 บาท/คน/ปี อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุด คือ อำเภออมก๋อย 29,198.01 บาท/คน/ปี และอำเภอที่มีรายได้สูงสุด คือ อำเภอฝาง 110,592.77 บาท/คน/ปี[27]</p>
<p>ใน พ.ศ. 2556 จังหวัดเชียงใหม่มีกำลังแรงงาน 976,115 คน (60.45% ของประชากร) มีอัตราว่างงานเฉลี่ย 1.24% ซึ่งมีจำนวนราว 12,000 คน จังหวัดเชียงใหม่มีแรงงานต่างด้าว 67,113 คน โดยเกือบทั้งหมดเป็นชาวพม่า (66,995 คน) แรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพในภาคการก่อสร้างมากที่สุด 27,993 คน รองลงมาอยู่ในภาคเกษตรและปศุสัตว์ 16,342 คน</p>
<p>ภาคเกษตรกรรม<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่การเกษตร 1,835,425 ไร่ (14.61% ของพื้นที่จังหวัด) ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว 716,454 ไร่ และพืชสวน 459,254 ไร่ พื้นที่การเกษตรนี้อยู่ในเขตชลประทาน 642,979 ไร่ (35% ของพื้นที่การเกษตร) มีครัวเรือนการเกษตร 134,426 ครัวเรือน</p>
<p>พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ข้าว ลำไย ลิ้นจี่ กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และส้มเขียวหวาน</p>
<p>ภาคอุตสาหกรรม<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีโรงงาน 1,395 แห่ง เงินลงทุน 32,180 ล้านบาท แรงงาน 43,306 คน อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร เกษตร ขนส่ง อโลหะ และเครื่องดื่ม ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พ.ศ. 2554 มี 34 โครงการ ประเทศที่มีการลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สิงคโปร์ มาเลเซีย เดนมาร์ก ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์</p>
<p>การท่องเที่ยว</p>
<p>ในการสำรวจ World Best Award-Top 10 Cities จากผู้อ่าน Travel and Leisure นิตยสารท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 ผลปรากฏว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 2 ของโลก รองแต่เพียงกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งใน พ.ศ. 2552 จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 5 ของโลก โดยพิจารณาจากสถานที่ ทัศนียภาพ ความสวยงามและร่มรื่น ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี อาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้ง ความเป็นมิตรของผู้คน ความคุ้มค่า ของเงิน เป็นต้น[29]</p>
<p>ใน พ.ศ. 2555 จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวราว 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ราว 9 แสนคน อยู่ในอันดับที่ 4 ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดชลบุรี เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2,192,322 คน (33.4%) สร้างรายได้รวม 53,507 ล้านบาท</p>
<p>วัฒนธรรม<br />
ศาสนา<br />
ประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 91.8 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 5.6 ศาสนาอิสลามร้อยละ 1.17 ศาสนาฮินดูและสิกข์ร้อยละ 0.02 และอื่น ๆ ร้อยละ 1.41</p>
<p>ประเพณี<br />
เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คนเชียงใหม่ได้สั่งสมวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li><b>ปีใหม่เมือง (สงกรานต์)</b> จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ำพระ วันที่ 14 เข้าวัดก่อเจดีย์ทราย และวันที่ 15 เมษายน ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ำตลอดช่วงเทศกาล</li>
<li><b>ประเพณียี่เป็ง</b> จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ราวเดือนพฤศจิกายน มีการตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ด้วยโคมชนิดต่างๆ มีการปล่อยโคมลอย มีการลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ</li>
<li><b>ประเพณีเข้าอินทขิล</b> จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นการบูชาเสาหลักเมืองโดยการนำดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันดอก</li>
<li><b>เทศกาลร่มบ่อสร้าง</b> จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี ที่ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มีการแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ ประเพณีพื้นบ้าน</li>
<li><b>มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ</b> จัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด มีขบวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ</li>
<li><b>งานไม้แกะสลักบ้านถวาย</b> จัดขึ้นในเดือนมกราคม ที่หมู่บ้านถวาย อำเภอหางดง มีการจำหน่ายและสาธิตการแกะสลักไม้ และหัตถกรรมพื้นบ้าน</li>
<li><b>ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์</b> จัดขึ้นในเดือนเมษายน ในวันที่ 15 เป็นต้นไป ของทุกปี ที่บริเวณตัวเมืองจอมทอง มีขบวนรถจากชุมชน ห้างร้าน กลุ่มต่างๆ กว่า 40 ขบวน แห่ไปตามเมืองจอมทอง อำเภอจอมทอง จนถึง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี ตามตำนานเกิดขึ้นที่อำเภอเภอจอมทอง ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งเดียวในโลก ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ กลายเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ำสะหลีของชาวล้านนา จนได้รับความนิยมไปทั่วภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมอย่างมาก</li>
</ul>
<p>โครงสร้างพื้นฐาน<br />
การศึกษา<br />
จังหวัดเชียงใหม่รับรองระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา มีจำนวนสถานศึกษาทั้งสิ้น 1,146 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน 893 แห่ง ตามมาด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน 140 แห่ง และมีสถาบันอุดมศึกษา 12 แห่ง มีครู/อาจารย์ 21,155 คน และนักเรียน นิสิต นักศึกษา 440,706 คน ซึ่งอัตราส่วนครู/อาจารย์ ต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็น 1:21 นักเรียนในสังกัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา 138,288 คน รองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 75,804 คน[27]</p>
<p>สถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</li>
<li>มหาวิทยาลัยแม่โจ้</li>
<li>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา</li>
<li>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</li>
<li>มหาวิทยาลัยพายัพ</li>
<li>มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่</li>
<li>มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ยังมีวิทยาเขตของสถาบันอุดมศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัด ได้แก่</p>
<ul>
<li>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพ (จอมทอง)</li>
<li>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย วิทยาเขตจอมทอง</li>
<li>มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติเชียงใหม่</li>
<li>มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่</li>
<li>มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา</li>
<li>สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่</li>
<li>วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่</li>
</ul>
<p>สาธารณสุข<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีโรงพยาบาลแผนปัจจุบัน 48 แห่ง 6,045 เตียง[27] มีบุคลากรแพทย์ 1,065 คน (สัดส่วนต่อประชากรเป็น 1: 1,540) พยาบาล 4,812 คน (1: 341) และทันตแพทย์ 359 คน (1: 13,445)</p>
<p>อัตราการเกิด 10.98 ต่อ 1,000 คน อัตราการตาย 8.16 ต่อ 1,000 คน และอัตราการเพิ่มตามธรรมชาติ 2.52 ต่อ 1,000 คน[27]</p>
<p>โรงพยาบาลของรัฐที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลสวนปรุง</p>
<p>การขนส่ง<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีระบบขนส่งที่หลากหลายทั้งทางบก ทางรถไฟ และทางอากาศ โดยเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศและภูมิภาค เป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มีระบบรางเข้าถึงและมีสถานีรถไฟกลาง 1 แห่งคือ สถานีรถไฟเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่มีสถานีรถโดยสารประจำทาง 3 แห่ง สำหรับการขนส่งผู้โดยสารไปยังอำเภอต่าง ๆ และจังหวัดใกล้เคียง</p>
<p>สาธารณูปโภคอื่น ๆ</p>
<ul>
<li><b>ไฟฟ้า</b> การไฟฟ้าของจังหวัดอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขตเหนือ รับซื้อกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ แหล่งผลิตแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีสถานีควบคุมการจ่ายไฟฟ้า 5 สถานี จำนวนการไฟฟ้า 32 แห่ง ในปี 2553 จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 567,201 ราย ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในจังหวัด 2,264.45 ล้านหน่วย สามารถให้บริการไฟฟ้าได้ครอบคลุม 25 อำเภอ สำหรับหมู่บ้าน ที่ไม่สามารถขยายเขตระบบจำหน่ายได้เนื่องจากสาเหตุหลายประการ ได้แก่ เป็นหมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งต้นน้ำลำธาร ลุ่มน้ำ เขตป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งหลายแห่งมีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์</li>
</ul>
<ul>
<li><b>ประปา</b> การประปาในจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ การประปาเชียงใหม่ การประปาฮอด การประปาสันกำแพง การประปาฝาง การประปาแม่ริม การประปาแม่แตง มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 54.83 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณการใช้น้ำ 25.33 ล้านลูกบาศก์เมตร มีจำนวนผู้ใช้น้ำ 112,685 ราย โดยในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีผู้ใช้น้ำประปามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 69.04 ของจำนวนผู้ใช้ประปาทั้งหมดของจังหวัด</li>
</ul>
<ul>
<li><b>โทรศัพท์</b> จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนเลขหมายโทรศัพท์ 305,434 เลขหมาย เป็นเลขหมายที่มีผู้เช่า 186,294 เลขหมาย มีชุมสายโทรศัพท์ 247 แห่ง</li>
</ul>
<ul>
<li><b>ไปรษณีย์</b> มีสำนักงานไปรษณีย์ จำนวน 37 แห่ง มีจำนวนผู้ใช้บริการ 2,467,286 ราย</li>
</ul>
<p>กีฬา<br />
จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติหลายครั้ง ได้แก่ เอเชียนเกมส์ 1998 และซีเกมส์ 1995 ฟุตบอลเอเชียเยาวชน 1998 และกีฬาในประเทศ ได้แก่ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ 3 ครั้ง การแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดในปี พ.ศ. 2552[30] และล่าสุดคือ กีฬายุวชนอาเซียน</p>
<p>เชียงใหม่มีสโมสรฟุตบอลอาชีพ คือ สโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ ในเดือนตุลาคม 2549 ได้มีแถลงการเปิดบริษัทที่จะสนับสนุนฟุตบอลอาชีพ ในชื่อ &#8220;บริษัท พัฒนาธุกิจกีฬา เชียงใหม่</p>
<p>สถานที่ท่องเที่ยว<br />
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ</p>
<table>
<tbody>
<tr valign="top">
<td>
<ul>
<li>อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง</li>
<li>อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่</li>
<li>ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง</li>
<li>เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว</li>
<li>สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม</li>
<li>ดอยฟ้าห่มปก อำเภอแม่อาย</li>
<li>ออบหลวง อำเภอฮอด</li>
</ul>
</td>
<td>
<ul>
<li>ปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง</li>
<li>น้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอสันกำแพง</li>
<li>น้ำพุร้อนฝาง อำเภอฝาง</li>
<li>ทะเลสาบดอยเต่า อำเภอดอยเต่า</li>
<li>ดอยม่อนจอง อำเภออมก๋อย</li>
<li>ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป<br />
อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<ul>
<li>พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์</li>
<li>สวนสัตว์เชียงใหม่</li>
<li>เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี</li>
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/">อุทยานหลวงราชพฤกษ์</a></li>
<li>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่</li>
<li>ถนนคนเดิน &#8211; ที่สำคัญมีสองแห่งคือ
<ul>
<li>ถนนราชดำเนิน ช่วงระหว่างประตูท่าแพ ถึงวัดพระสิงห์</li>
<li>ถนนวัวลาย ช่วงระหว่างประตูเชียงใหม่ ถึงประตูหายยา</li>
</ul>
</li>
<li>ถนนนิมมานเหมินท์</li>
<li>เชียงใหม่ไนท์บาซาร์</li>
</ul>
<p>อำเภออื่น</p>
<ul>
<li>หมู่บ้านผลิตร่ม บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง</li>
<li>ชุมชนหัตถกรรมแกะสลัก บ้านถวาย อำเภอหางดง</li>
<li>เวียงกุมกาม อำเภอสารภี</li>
<li>เวียงท่ากาน อำเภอสันป่าตอง</li>
<li>พระธาตุดอยนก อำเภอสะเมิง</li>
</ul>
</div>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">จังหวัดเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
