<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ราชภัฏ เชียงใหม่ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%8F-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ราชภัฏ-เชียงใหม่/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Dec 2021 03:08:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ราชภัฏ เชียงใหม่ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ราชภัฏ-เชียงใหม่/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2021 15:22:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สถานศึกษา เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ChiangMai Rajabhat University]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ราชภัฏ เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ราชการ เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=7647</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (อังกฤษ: ChiangMai Rajabhat University; ชื่อย่อ: มร.ชม. - CMRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #d1d138;"><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (อังกฤษ: ChiangMai Rajabhat University; ชื่อย่อ: มร.ชม. &#8211; CMRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของภาคเหนือ เป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย</strong></span></h2>
<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (อังกฤษ: ChiangMai Rajabhat University; ชื่อย่อ: มร.ชม. &#8211; CMRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของภาคเหนือ เป็นวิทยาลัยครูแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาค และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 ในนาม &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ&#8221; มีบทบาทและความรับผิดชอบในฐานะสถาบันการศึกษาและวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาวิชาการในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความต้องการของท้องถิ่น และผลิตครูบุคลากรทางการศึกษา ทำการวิจัยส่งเสริมวิทยฐานะของครู อาจารย์ และบุคลากรประจำการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และให้บริการทางวิชาการแก่สังคม</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2518 &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ&#8221; หรือ &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; ได้ยกฐานะขึ้นเป็น &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221; ตาม &#8220;พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518&#8243;[2]</p>
<p>ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามวิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า &#8220;สถาบันราชภัฏ&#8221; แปลว่า &#8220;ผู้ที่อยู่ใกล้พระราชา&#8221; ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ เป็นตราประจำสถาบันราชภัฏ และเมื่อได้ประกาศใช้ &#8220;พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ&#8221;[3] ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221; จึงมีชื่อเป็น &#8220;สถาบันราชภัฏเชียงใหม่&#8221;</p>
<p>เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธยใน &#8220;พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547&#8243;[4] อันมีผลให้สถาบันราชภัฏ 41 แห่งทั่วประเทศ เปลี่ยนชื่อเป็น &#8220;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&#8221; และมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ยังความปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวราชภัฏทุกคน</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2557 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีอายุครบรอบ 90 ปี<br />
<strong>คนดีสร้างชาติไทย ราชภัฏเชียงใหม่สร้างคนดี</strong><br />
ประวัติ<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้พัฒนามาจาก &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ&#8221; ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 โดยได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาบันมาโดยลำดับ เป็นระยะเวลารวมกว่า 90 ปี ดังรายละเอียดประวัติที่สรุปพอสังเขป ดังนี้[5]</p>
<p>โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ<br />
เมื่อปี พ.ศ. 2466 มหาเสวกโท พระยาสุรบดินทร์สุรินทรภาไชย (อุปราช) อำมาตย์เอกพระยาพายัพพิริยะกิจ (สุมหเทศาภิบาล) และอำมาตย์ตรีหลวงวิสณห์ดรุณการ (ศึกษาธิการมณฑลพายัพ) ได้ร่วมกันเพื่อเตรียมการจัดตั้ง &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ&#8221; ขึ้น ตามแนวคิดหลักของกระทรวงธรรมการในขณะนั้น จึงได้ซื้อที่ดิน ณ บ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมด้วยเรือนไม้ 1 หลัง เพื่อเตรียมจัดตั้งโรงเรียน ต่อมาในปี พ.ศ. 2467 นายร้อยเอกเจ้าราชภาติกวงษ์ เสนาวังจังหวัดเชียงใหม่ (ยศขณะนั้น:ต่อมาได้เลื่อนเป็น นายพันตรีเจ้าราชภาติกวงษ์ นามเดิมคือ คำตัน ณ เชียงใหม่) ได้ยกที่ดินด้านทิศเหนือของบริเวณที่ซื้อไว้เดิมพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ให้แก่มณฑลพายัพ เพื่อรวมเป็นพื้นที่จัดตั้งโรงเรียน เมื่อได้สถานที่พอที่จะดำเนินการได้ กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่ง (ตามหนังสือลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2466) เห็นควรให้ &#8220;นายชื่น สิโรรส&#8221; ซึ่งดำรงตำแหน่งศึกษาธิการอำเภอแม่ริมอยู่ในขณะนั้นมาเป็นครูใหญ่</p>
<p>อาคารเรียนหลังแรก มีลักษณะเป็นเรือนไม้ไผ่ ในปี พ.ศ. 2467<br />
เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2467 &#8220;นายชื่น สิโรรส&#8221; ครูใหญ่ &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ&#8221; ได้เริ่มก่อสร้างอาคารเรียนและหอนอนหนึ่งหลัง ลักษณะอาคารเป็นเรือนไม้ไผ่ชั่วคราวพร้อมทั้งโรงอาหาร การปลูกสร้างได้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2467 และได้เริ่มทำการสอนเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2467 นักเรียนรุ่นแรกมีจำนวน 28 คน คัดเลือกมาเรียนจากจังหวัดเชียงราย 6 คน จังหวัดลำพูน 5 คน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1 คน และจังหวัดเชียงใหม่ 16 คน การคัดเลือกนักเรียนได้ยึดตามระเบียบการของโรงเรียนกสิกรรมส่วนกลาง</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2468 ได้เริ่มมีหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนตามแนวของโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมอย่างแท้จริง โดยได้เปิดสอนตามหลักสูตรครูมูลกสิกรรมขึ้น ต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 ได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 3 แปลงเป็นที่สวนเก่าติดกับเนื้อที่ของโรงเรียนทางด้านทิศตะวันออก แต่ยังไม่มีตัวอาคารเรียนที่เป็นเรือนถาวรเกิดขึ้น จำนวนนักเรียนลดลงเหลือเพียง 22 คน การศึกษายังคงเน้นหนักให้ผู้เรียนปฏิบัติงานกสิกรรมอย่างจริงจังเรื่อยมา ทำให้มีผลผลิตทางการเกษตรออกจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นประจำ</p>
<p>โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ<br />
ในปี พ.ศ. 2470 มณฑลพายัพได้รวมเอาการฝึกหัดครูสามัญชั้นต่ำประจำมณฑลแผนกชาย ซึ่งอยู่ที่โรงเรียนประจำมณฑล (ปัจจุบันคือ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย) มาไว้ที่ &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ&#8221; เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในขณะนั้น โดยทางราชการได้แต่งตั้งให้ &#8220;หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ&#8221; มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และเปลี่ยนชื่อใหม่เรียกว่า &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ&#8221; ซึ่งนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนชาย และสอนเน้นหนักด้านการเกษตร จึงทำให้คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า &#8220;โรงเรียนกสิกรรมช้างเผือก&#8221; กิจกรรมของโรงเรียนที่สำคัญคือ การจัดงานประจำปีของโรงเรียนที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นที่มาของการจัดงานฤดูหนาวประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน</p>
<p>&#8220;หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ&#8221; ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ&#8221; จนถึงปี พ.ศ. 2480 จึงได้เกษียณอายุราชการ สภาพการจัดการเรียนการสอนสมัยนั้นยังคงเป็นการผลิตครู ทั้งสายครูสามัญและสายครูกสิกรรมควบคู่กันไป อาคารเรียน บ้านพักครูสำเร็จขึ้นด้วยฝีมือของนักเรียนและครูช่วยกันปลูกสร้างโรงเรียนเอง และได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปทั้งมณฑลพายัพและทั่วภาคเหนือ มีนักเรียนจากจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ เข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก ทางราชการก็เริ่มเห็นความสำคัญของการฝึกหัดครูมากขึ้น โดยได้สร้างอาคารเรียนขึ้นเป็นเรือนถาวรหลังหนึ่ง แต่การปลูกสร้างยังไม่ทันได้เริ่มในสมัยของ &#8220;หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ&#8221; เมื่อ &#8220;นายสนิท ศิริเผ่า&#8221; ได้ย้ายมาเป็นครูใหญ่สืบต่อเมื่อปี พ.ศ. 2480 จึงได้เริ่มปลูกสร้างเป็นเรือนไม้สองชั้นฐานคอนกรีต หันหน้าไปทางทิศตะวันตก (ซึ่งยังใช้อยู่จนถึง พ.ศ. 2513 จึงได้รื้อและสร้างอาคาร 1 ขึ้นแทนในสถานที่เดิม หรืออาคารสำนักงานอธิการบดีในปัจจุบัน)</p>
<p>โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่</p>
<p>ศาลพระพิฆเนศวร ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเป็นที่เคารพสักการะของบุคลากร และนักศึกษาทุกคน<br />
ในปี พ.ศ. 2490 สมัยครูใหญ่ &#8220;นายทวี โปธาฌานนท์&#8221; ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับงานผลิตครูที่ดำเนินการอยู่ โดยเรียกว่า &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; เริ่มใช้สีดำและเหลืองเป็นสีประจำโรงเรียน ใช้สัญลักษณ์ &#8220;พระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งปัญญา&#8221; เป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน และได้หล่อรูปพระพิฆเนศวรนั่งบนแท่นไว้เป็นเครื่องสักการะแก่ครูและนักเรียน ใช้คติพจน์ประจำโรงเรียนว่า &#8220;นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา&#8221; ซึ่งแปลว่า &#8220;ไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา&#8221;</p>
<p>&#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; เป็นที่นิยมแก่ชาวภาคเหนืออย่างยิ่ง โดยได้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งตามสถิติในปี พ.ศ. 2493 อันเป็นปีที่ &#8220;นายทวี โปธาฌานนท์&#8221; ได้ขอย้ายไปโรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยานั้น มีนักเรียนประจำชายถึง 147 คน กล่าวกันว่ามีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ และในปีเดียวกันนี้ทางราชการได้แต่งตั้งให้ &#8220;นายประยุทธ สวัสดิสิงห์&#8221; เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนสืบต่อมา ในระหว่างนี้ได้มีการปรับปรุงด้านอาคารสถานที่หลายหลัง อาทิ หอพักชาย โรงอาหาร บ้านพักครู โรงฝึกงานด้านหัตถกรรม เป็นต้น</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2496 &#8220;นายประยุทธ สวัสดิสิงห์&#8221; ครูใหญ่ ได้ย้ายไปรับราชการประจำกรมการฝึกหัดครู ทางราชการได้สั่งให้ &#8220;นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา&#8221; มาเป็นครูใหญ่สืบแทน ในปีการศึกษานี้ &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; ได้เริ่มจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) เป็นรุ่นแรก มีนักเรียนจากส่วนกลางคัดเลือกมาเรียน 36 คน ทั้งนี้ตามความต้องการของกรมประชาศึกษา (ปัจจุบันคือ กรมสามัญศึกษา) และยังมีนักเรียนในท้องถิ่นภาคเหนือมาเรียนอีกจำนวนหนึ่ง มีครูสอนจำนวน 6 คน นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งนับแต่ได้สถาปนาโรงเรียนนี้เป็นต้นมา</p>
<p>ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; ได้เริ่มใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) เป็นปีแรก และได้ใช้หลักสูตรนี้มาจนถึงปี พ.ศ. 2521 จึงได้งดสอนไป ในปี พ.ศ. 2499 ได้รวมแผนกฝึกหัดครูสตรีของโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเชียงใหม่ (โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ) และรวมแผนกฝึกหัดครูการเรือนของโรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์ มาจัดเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูแบบสหศึกษา แต่ยังเรียก &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; เหมือนเดิม</p>
<p>วิทยาลัยครูเชียงใหม่<br />
ในปี พ.ศ. 2502 &#8220;นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา&#8221; ครูใหญ่ &#8220;โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่&#8221; ได้ย้ายไปรับราชการที่กรุงเทพมหานคร และ &#8220;นายศิริ ศุขกิจ&#8221; ได้ย้ายมาเป็นหัวหน้าสถานศึกษาแห่งนี้แทน โดยเรียกตำแหน่งนี้ใหม่ว่า &#8220;อาจารย์ใหญ่&#8221; ทั้งนี้เพราะได้เตรียมการยกฐานะของโรงเรียนให้เปิดถึงขั้นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ซึ่งเทียบเท่ากับประโยคครูมัธยมเดิมและอนุปริญญา ในปี พ.ศ. 2503 ได้เรียกชื่อสถานศึกษาใหม่ว่า &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221; และได้เริ่มงานตามโครงการฝึกหัดครูชนบท โดยได้ส่งนักศึกษาในระดับ ป.กศ. ออกฝึกสอนในโรงเรียนประถมศึกษา 5 โรงเรียน ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการนี้ได้รับความชื่นชมจากชาวจังหวัดเชียงใหม่อย่างยิ่ง ชาวบ้านหวังอยู่เสมอว่า &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221; จะส่งนักศึกษาไปฝึกสอนในโรงเรียนท้องถิ่นของตนบ้าง</p>
<p>ประตูทางเข้าวิทยาลัยครูเชียงใหม่<br />
ในปี พ.ศ. 2506 &#8220;นางบุญฉวี พรหโมปกรณ์กิจ&#8221; ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ปีหนึ่ง จากนั้นปี พ.ศ. 2507 &#8220;นายศิริ ศุขกิจ&#8221; ก็ย้ายกลับมาเป็นอาจารย์ใหญ่อีกหนึ่งปี ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ ระหว่างที่รออาจารย์ใหญ่คนใหม่ ในช่วงปี พ.ศ. 2508 ทางราชการได้มอบหมายให้ &#8220;นางประชุมพร อมาตยกุล&#8221; เป็นผู้รักษาราชการแทนอาจารย์ใหญ่ และในช่วงปีการศึกษานี้ ทางราชการได้ยกระดับผู้บริหารขึ้นถึงชั้นพิเศษ และเรียกตำแหน่งผู้บริหารว่า &#8220;ผู้อำนวยการ&#8221; ผู้อำนวยการท่านแรกของ &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221; คือ &#8220;นายประสิทธิ์ สุนทโรทก&#8221; ซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2515 &#8220;นายประสิทธิ์ สุนทโรทก&#8221; ผู้อำนวยการ ได้ย้ายเข้าไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการฝึกหัดครู ทางราชการได้แต่งตั้งให้ &#8220;นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร&#8221; เป็นผู้อำนวยการสืบต่อมา</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2517 &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221; ได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี โดยใช้หลักสูตรของวิทยาลัยวิชาการศึกษา 3 วิชาเอก คือ ภาษาอังกฤษ เคมี และวิทยาศาสตร์ทั่วไป โดยมุ่งหวังว่าจะให้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรประโยคครูอุดมศึกษา (ป.อ.) แต่ก็ได้เลิกไปเมื่อ พ.ศ. 2518 เมื่อมีการประกาศใช้ &#8220;พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518&#8221; โดยที่กำหนดให้การบริหารงานของวิทยาลัยครูทุกแห่งขึ้นอยู่กับ &#8220;สภาการฝึกหัดครู&#8221; และได้กำหนดให้เรียกชื่อผู้บริหารเป็น &#8220;อธิการ&#8221; จึงนับได้ว่า &#8220;นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร&#8221; เป็น &#8220;อธิการ&#8221; คนแรกของ &#8220;วิทยาลัยครูเชียงใหม่&#8221;</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2524 &#8220;นายวิเชียร เมนะเศวต&#8221; ได้เข้ารับตำแหน่งอธิการสืบต่อ จนถึงปี พ.ศ. 2528 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการฝึกหัดครู อธิการคนต่อมา คือ &#8220;รองศาสตราจารย์ ดร.มังกร ทองสุขดี&#8221; ซึ่งดำรงตำแหน่งจนถึงปี พ.ศ. 2534 &#8220;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ&#8221; จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง &#8220;อธิการ&#8221; และในปี พ.ศ. 2535 ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อผู้บริหารจาก &#8220;อธิการ&#8221; เป็น &#8220;อธิการบดี&#8221; จึงนับได้ว่า &#8220;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ&#8221; เป็น &#8220;อธิการบดี&#8221; คนแรก</p>
<p>สถาบันราชภัฏเชียงใหม่<br />
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามวิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า &#8220;สถาบันราชภัฏ&#8221; แปลว่า &#8220;ผู้ที่อยู่ใกล้พระราชา&#8221; แต่หลายท่านให้ความหมายเป็นนัยว่า &#8220;นักปราชญ์ของพระราชา&#8221; โดยมีตราประจำสถาบันเป็นตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ชาวราชภัฏทุกคนจึงถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น &#8220;วันราชราชภัฏ&#8221; โดยถือเป็นวันสถาปนาของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ)</p>
<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</p>
<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในปัจจุบัน<br />
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธย ใน &#8220;พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547&#8221; เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 อันมีผลให้ &#8220;สถาบันราชภัฏ&#8221; เปลี่ยนชื่อเป็น &#8220;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&#8221; และมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ยังความปลาบปลื้มยินดีแก่ชาวราชภัฏทุกคน</p>
<p>และในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 &#8220;พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547&#8221; ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นชาวราชภัฏทั้ง 41 แห่ง จึงร่วมใจพิธีถวายราชสดุดี เฉลิมฉลองนาม &#8220;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&#8221; พร้อมกัน ในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เวลา 09.09 น. พร้อมกันทั่วประเทศ</p>
<p>การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ในอนาคต<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ถูกจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ดีที่สุดในประเทศไทย อันดับที่ 3 รองจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตามลำดับ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2552<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรที่ตั้งแห่งใหม่ คือ &#8220;ศูนย์แม่ริม&#8221; อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่ 7,400 ไร่ ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้มีแผนการพัฒนาที่จะเปิดคณะต่าง ๆ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์และรัฐศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นต้น เพื่อให้เทียบเท่ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ของไทย<br />
หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ</p>
<p>พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม</p>
<p>พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มภาคเหนือ ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม</p>
<p>พระแท่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกลุ่มภาคเหนือ ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม<br />
หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอาคารเอนกประสงค์ขนาด 3,500 ที่นั่ง ที่มีความสมบูรณ์สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรทุกประการ เป็นห้องประชุมและประทับรับรอง หรือให้บริการหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไป โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้อย่างสมบูรณ์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามหอประชุมแห่งนี้ว่า &#8221; ทีปังกรรัศมีโชติ &#8221; ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 17 เดือนเมษายน พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหอประชุมทีปังกรรัศมีโชติอย่างเป็นทางการ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และหอประชุมแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตร โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญาบัตรแก่บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่งเป็นประจำทุกปี โดยบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏดังต่อไปนี้&#8230;</p>
<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์</p>
<p>ชุดครุยวิทยฐานะ</p>
<p>ครุยวิทยฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</p>
<p>ครุยวิทยฐานะ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่<br />
ครุยวิทยฐานะมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ทำด้วยผ้าแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือเข่าพอประมาณ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนเสื้อยาวตกข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีดำ ขลิบด้วยเชือกเกลียวสีทอง พับปลายแถบเป็นมุมแหลม (ครุยดุษฎีบัณฑิต จำนวน 3 แถบ ครุยมหาบัณฑิต จำนวน 2 แถบ และครุยบัณฑิต จำนวน 1 แถบ) เรียงไว้ตอนกลางของแขนเสื้อทั้งสองข้าง และให้มีผ้าคล้องคอ ด้านในทำด้วยผ้าต่วนสีเหลืองทอง ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำเช่นเดียวกับตัวเสื้อ ด้านหน้าเย็บเป็นมุมแหลม มีแถมผ้าต่วนสีเหลืองทองเย็บติดที่ริมทั้งสองข้าง ระหว่างผ้าต่วนสีเหลืองทองทั้งสองข้างมีแถบกะมะหยี่สีประจำสาขาวิชา สีประจำสาขาวิชามีดังต่อไปนี้&#8230;</p>
<p>สาขาวิชาการบัญชี : สีฟ้าเทา<br />
สาขาวิชาการศึกษา : สีฟ้า<br />
สาขาวิชานิติศาสตร์ : สีขาว<br />
สาขาวิชานิเทศศาสตร์ : สีน้ำเงิน<br />
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ : สีชมพู<br />
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ : สีน้ำตาล<br />
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ : สีเหลือง<br />
สาขาวิชาศิลปศาสตร์ : สีแสด<br />
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ : สีเขียวหัวเป็ด<br />
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ : สีชมพูส้ม<br />
ด้านหลังเย็บเป็นสี่เหลี่ยม มีแถบผ้าต่วนสีเหลืองทองเย็บติดด้านบนและด้านล่าง ด้านซ้ายแล้วด้านขวาพับเป็นจีบซ้อนกัน จำนวนสองทบ มีเชือกเกลียวสีทอง ผูกด้วยเงื่อนพิรอดตรงกลางแผ่นหลัง และมีพู่ห้อยสีทอง มีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยผ้า และปักด้วยด้ายสีตามตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยติดบนผ้าต่วนสีเหลืองทองรูปวงรี ปิดทับรอยต่อของผ้าคล้องคอด้านหน้าและด้านหลังทั้งสองข้าง</p>
<p>สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>ตราสัญลักษณ์ครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งมหาวิทยาลัย</p>
<p>ตราสัญลักษณ์ครบรอบ 90 ปี การก่อตั้งมหาวิทยาลัย</p>
<p>พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>สีประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>เข็ม-เนคไทนักศึกษาประจำมหาวิทยาลัย</p>
<p>ศาลาพระพุทธรูปจตุรทิศ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย อันเป็นที่เคารพบูชาของบุคลากร และนักศึกษาทุกคน<br />
ตราประจำมหาวิทยาลัย เป็นรูปวงรีสองวงล้อมตราพระราชลัญจกรของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ภายในวงรีด้านบนเป็นอักษรภาษาไทยเขียนว่า &#8220;มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่&#8221; ด้านล่างเป็นอักษรภาษาอังกฤษเขียนว่า &#8220;CHIANG MAI RAJABHAT UNIVERSITY&#8221; ตรานี้มี 5 สี มีความหมายดังนี้&#8230;<br />
██ สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ให้กำเนิดและพระราชทานนาม &#8220;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&#8221; อันแปลว่า &#8220;นักปราชญ์แห่งพระราชา&#8221;<br />
██ สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม<br />
██ สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา<br />
██ สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น<br />
██ สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร<br />
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ พระพุทธมหาคุณากร ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาพระพุทธจตุรทิศ<br />
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ พระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งปัญญา<br />
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ดอกเสี้ยวขาว บางที่เรียกว่า ชงโคดอกขาว<br />
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ต้นหูกวาง หรือ ต้นกระโดน<br />
สีประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ สีดำ-เหลือง<br />
เข็ม-เนคไทนักศึกษาประจำมหาวิทยาลัย<br />
เข็ม : เป็นเหรียญโลหะรูปตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กลัดที่เสื้อนักศึกษาหญิงตรงอกด้านซ้าย<br />
เนคไท : เป็นผ้าสีกรมท่า มีเข็มตุ้งติ้งรูปตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ติดตรงกึ่งกลางของเนคไท ใช้ผูกในเครื่องแบบของนักศึกษาชาย</p>
<p>รายนามผู้บริหารและอธิการบดี<br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีผู้บริหารและอธิการบดี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2467 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2556) มีรายนามดังต่อไปนี้[6]</p>
<p>รายนามผู้บริหารและอธิการบดี<br />
ลำดับ<br />
(สมัย) รูป รายนาม ตำแหน่ง สถานะสถานศึกษา วาระการดำรงตำแหน่ง<br />
1 นายชื่น สิโรรส.jpg เจ้าชื่น สิโรรส ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ พ.ศ. 2467 &#8211; พ.ศ. 2470<br />
2 หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ.jpg หลวงพิพัฒน์คุรุกิจ ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ พ.ศ. 2470 &#8211; พ.ศ. 2480<br />
3 นายสนิท ศิริเผ่า.jpg นายสนิท ศิริเผ่า ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ พ.ศ. 2480 &#8211; พ.ศ. 2484<br />
4 นายเปรม เปรมศิริ.jpg นายเปรม เปรมศิริ ครูใหญ่<br />
(รักษาการแทน) โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ พ.ศ. 2484 &#8211; พ.ศ. 2485<br />
5 นายทวี โปธาฌานนท์.jpg นายทวี โปธาฌานนท์ ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ<br />
และ โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2485 &#8211; พ.ศ. 2493<br />
6 นายประยุทธ สวัสดิสิงห์.jpg นายประยุทธ สวัสดิสิงห์ ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2493 &#8211; พ.ศ. 2496<br />
7 นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา.jpg นายพิษณุ ชัชวาลย์ปรีชา ครูใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2496 &#8211; พ.ศ. 2502<br />
8<br />
(1) นายศิริ ศุขกิจ.jpg นายศิริ ศุขกิจ อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2502 &#8211; พ.ศ. 2506<br />
9 นางบุญฉวี พรหโมปกรณ์กิจ.jpg นางบุญฉวี พรหโมปกรณ์กิจ อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2506 &#8211; พ.ศ. 2507<br />
8<br />
(2) นายศิริ ศุขกิจ.jpg นายศิริ ศุขกิจ อาจารย์ใหญ่ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 &#8211; พ.ศ. 2508<br />
10 นางประชุมพร อมาตยกุล.jpg นางประชุมพร อมาตยกุล อาจารย์ใหญ่<br />
(รักษาการแทน) วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2508 &#8211; พ.ศ. 2509<br />
11 นายประสิทธิ์ สุนทโรทก.jpg นายประสิทธิ์ สุนทโรทก ผู้อำนวยการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2509 &#8211; พ.ศ. 2515<br />
12 นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร.jpg นางสาวบุญจันทร์ วงศ์รักมิตร ผู้อำนวยการ<br />
และ อธิการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2515 &#8211; พ.ศ. 2524<br />
13 นายวิเชียร เมนะเศวต.jpg นายวิเชียร เมนะเศวต อธิการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2524 &#8211; พ.ศ. 2528<br />
14 รศ.ดร.มังกร ทองสุขดี.jpg รศ.ดร.มังกร ทองสุขดี อธิการ วิทยาลัยครูเชียงใหม่ พ.ศ. 2528 &#8211; พ.ศ. 2534<br />
15 ผศ.ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ.jpg ผศ.ดร.สายสมร สร้อยอินต๊ะ อธิการ<br />
และ อธิการบดี วิทยาลัยครูเชียงใหม่<br />
และ สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2534 &#8211; พ.ศ. 2542<br />
16 รศ.วรรณวดี ม้าลำพอง.jpg รศ.วรรณวดี ม้าลำพอง อธิการบดี สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2542 &#8211; พ.ศ. 2546<br />
17 ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดี.jpg ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดี สถาบันราชภัฏเชียงใหม่<br />
และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2546 &#8211; พ.ศ. 2555<br />
18 รองศาสตราจารย์ ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย.JPG รศ.ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 &#8211; ปัจจุบัน<br />
คณะและวิทยาลัย<br />
บัณฑิตวิทยาลัย<br />
คณะครุศาสตร์<br />
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี<br />
คณะวิทยาการจัดการ<br />
คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์<br />
คณะเทคโนโลยีการเกษตร<br />
วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน<br />
วิทยาลัยนานาชาติ<br />
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</p>
<p>บัณฑิตวิทยาลัย</p>
<p>คณะวิทยาการจัดการ</p>
<p>คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</p>
<p>คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p>
<p>คณะเทคโนโลยีการเกษตร</p>
<p>วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน</p>
<p>วิทยาลัยนานาชาติ</p>
<p>โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่<br />
หลักสูตรการศึกษา<br />
ระดับปริญญาตรี<br />
ดูบทความหลักที่: การรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย § เกณฑ์การคัดเลือกและกระบวนการ TCAS<br />
คณะครุศาสตร์<br />
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) 5 ปี<br />
สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย<br />
สาขาวิชาการประถมศึกษา<br />
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา<br />
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป<br />
สาขาวิชาเคมี<br />
สาขาวิชาชีววิทยา<br />
สาขาวิชาฟิสิกส์<br />
สาขาวิชาคณิตศาสตร์<br />
สาขาวิชาอุตสหกรรมและเทคโนโลยีศึกษา<br />
สาขาวิชาดนตรีศึกษา<br />
สาขาวิชานาฏศิลป์<br />
สาขาวิชาภาษาไทย<br />
สาขาวิชาภาษาจีน<br />
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ<br />
สาขาวิชาศิลปศึกษา<br />
สาขาวิชาสังคมศึกษา<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา<br />
(หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี จำนวน 2 หลักสูตร)</p>
<p>หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาจิตวิทยาองค์การ<br />
สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว<br />
คณะวิทยาการจัดการ<br />
หลักสูตรบัญชีบัณฑิต (บช.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาการบัญชี<br />
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์<br />
สาขาวิชาการตลาด<br />
สาขาวิชาการจัดการ<br />
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ<br />
สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ<br />
หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (ศ.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์<br />
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ<br />
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต (นศ.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาการโฆษณา<br />
สาขาวิชาวารสารศาสตร์<br />
สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน<br />
สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์<br />
(หลักสูตร 2 ปี ต่อเนื่อง)</p>
<p>หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) 2 ปี<br />
สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์<br />
สาขาวิชาการตลาด<br />
สาขาวิชาการจัดการ<br />
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ<br />
หลักสูตรบัญชีบัณฑิต (บช.บ.) 2 ปี<br />
สาขาวิชาการบัญชี<br />
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี<br />
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาฟิสิกส์<br />
สาขาวิชาเคมี<br />
สาขาวิชาชีววิทยา<br />
สาขาวิชาคณิตศาสตร์<br />
สาขาวิชาสถิติ<br />
สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ<br />
สาขาวิชาการโปรแกรมและการรักษาความปลอดภัยบนเว็บ<br />
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม<br />
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสถาปัตยกรรม<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการก่อสร้าง<br />
สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิก<br />
สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ และหลักสูตรเทียบโอน 2ปี<br />
แขนงวิชาอาหารและโภชนาการ<br />
แขนงวิชาศิลป์ประดิษฐ์<br />
แขนงวิชาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย<br />
คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์<br />
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาภาษาไทย<br />
สาขาวิชาภาษาเกาหลี<br />
สาขาวิชาภาษาจีน<br />
สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น<br />
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ<br />
สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ<br />
สาขาวิชาฝรั่งเศสธุรกิจ<br />
สาขาวิชาดนตรี<br />
สาขาวิชาดุริยางค์ไทย<br />
สาขาวิชาดุริยางค์สากล<br />
สาขาวิชานาฏศิลป์และการละคร<br />
สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา (แขนงวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี)<br />
สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ (แขนงวิชาออกแบบประยุกต์ศิลป์)<br />
สาขาวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว<br />
สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์<br />
สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน<br />
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ (Geography and Geoinformatics) เว็บไซต์หลักสูตร-&gt; https://sites.google.com/view/geocmru/<br />
หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชานิติศาสตร์<br />
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์<br />
คณะเทคโนโลยีการเกษตร<br />
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) 5 ปี<br />
สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ (เกษตรกรรม)<br />
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาเกษตรศาสตร์<br />
สาขาวิชาสัตวศาสตร์<br />
สาขาวิชาพืชศาสตร์<br />
สาขาวิชาพืชไร่<br />
สาขาวิชาพืชสวน<br />
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร<br />
วิทยาลัยนานาชาติ<br />
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) 4 ปี<br />
สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)<br />
สาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ<br />
สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ)<br />
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ) 4 ปี<br />
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจนานาชาติ (หลักสูตรนานาชาติ)<br />
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ)<br />
ระดับปริญญาโท และ ระดับปริญญาเอก<br />
บัณฑิตวิทยาลัย<br />
ระดับปริญญาโท</p>
<p>หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.)<br />
แขนงวิชาการศึกษา<br />
สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์<br />
สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา<br />
สาขาวิชาการสอนภาษาไทย<br />
สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษา (หลักสูตรเดิม)<br />
สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (อยู่ในระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร)<br />
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา (อยู่ในระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร)<br />
สาขาวิชาการสอนภาษาจีน (กำลังพิจารณา เร็วๆ นี้)<br />
สาขาวิชาจิตวิทยาแนะแนวเพื่อการศึกษา (กำลังพิจารณา เร็วๆ นี้)<br />
สาขาวิชาพลานามัย (กำลังพิจารณา เร็วๆ นี้)<br />
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)<br />
สาขาวิชาภาษาไทย<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อและการสื่อสาร<br />
สาขาการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน<br />
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)<br />
สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์<br />
แขนงวิชาฟิสิกส์<br />
แขนงวิชาชีววิทยา<br />
แขนงวิชาเคมี<br />
แขนงวิชาวิทย์ท้องถิ่น<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ<br />
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย<br />
สาขาวิชาการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชน<br />
สาขาวิชาพลังงานชุมชนและสิ่งแวดล้อม<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจและการศึกษา<br />
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รป.ม.)<br />
สาขาวิชานโยบายสาธารณะ<br />
หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (ส.ม.)<br />
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์<br />
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บธ.ม.)<br />
สาขาวิชาการจัดการ<br />
สาขาวิชาการตลาด<br />
สาขาวิชาบัญชี<br />
หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (นศ.ม.)<br />
สาขาวิชาสื่อและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์<br />
(หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต จำนวน 2 หลักสูตร)</p>
<p>หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการการบริหาร<br />
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู<br />
ระดับปริญญาเอก</p>
<p>หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)<br />
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา<br />
สาขาวิชาภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและสาละวินศึกษา<br />
สาขาวิชาผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์<br />
สาขาวิชาการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชน<br />
สาขาวิชาพลังงานชุมชนและสิ่งแวดล้อม<br />
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจและการศึกษา<br />
หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต<br />
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา<br />
วิทยาเขต<br />
ศูนย์เวียงบัว<br />
ศูนย์แม่สา<br />
ศูนย์แม่ริม<br />
ศูนย์แม่ฮ่องสอน (วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน)</p>
<p><strong>บุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</strong><br />
นิว นภัสสร ภูธรใจ (ดารา นักร้องชื่อดัง)<br />
แพท วีนัส นันทะชัย (รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014)<br />
เบสท์ ทิฏฐินันท์ อ้นปาน (เดอะวอยซ์ไทยแลนด์คนที่ 4 จากรายการThe Voice Thailand เสียงจริง ตัวจริง)<br />
แบล็ค ธวัชชัย ใจคาร (มิสเตอร์โกลบอล ไทยแลนด์ 2016 และ MISTER GLOBAL 2016 1st Runner-up)<br />
บิ๊ก กฤษฎา จันทร์ดี (เดอะสตาร์คนที่ 12 ของเมืองไทย จากรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 12)<br />
โบว์ สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์ (นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี2559)</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
