<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฟ้อน ล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ฟ้อน-ล้านนา/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:08:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ฟ้อน ล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ฟ้อน-ล้านนา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฟ้อน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 05:23:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงพื้นบ้าน ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟ้อน การแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ การแสดงล้านนา ฟ้อน หมายถึงการแสดงออกด้วยท่าทางต่าง ๆ จะโดยธรรมชาติหรือปรุงแต่งไปแล้วก็ตาม ตรงกับคำว่า “ รำ “ ในภาษาถิ่นภาคกลาง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ฟ้อน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #e66a6a;">ฟ้อน การแสดงพื้นบ้านภาคเหนือ การแสดงล้านนา</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><em><strong>ฟ้อน คำว่าฟ้อน</strong></em></span> หมายถึงการแสดงออกด้วยท่าทางต่าง ๆ จะโดยธรรมชาติหรือปรุงแต่งไปแล้วก็ตาม ตรงกับคำว่า “ รำ “ ในภาษาถิ่นภาคกลาง ด้วยเหตุนี้ ภาษาถิ่นล้านนาจึงเรียกกระบวนรำชุดต่างๆ ทั้งหมดว่าฟ้อนมาตั้งแต่อดีต เช่น ฟ้อนแห่ครัวทาน ฟ้อนผี ฟ้อนม่าน ฟ้อนเงี้ยว ฯลฯ</p>

<h3>การฟ้อน</h3>
<p>การฟ้อน ของชาวล้านนาในอดีตประกอบไปด้วยลีลาท่าทางที่เลียนแบบหรือดัดแปลงแบบหรือ แปลงมาจากธรรมชาติ มักมีลักษณะเป็นศิลปะตามเผ่าพันธุ์โดยแท้จริง กล่าวคือเชื่องช้าแช่มช้อยสวยงาม ไม่มีลีลาท่ารำที่ซับซ้อนยุ่งยาก ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับใด ๆ เป็นกระบวนท่าง่าย ๆสั้น ๆมักแสดงเป็นชุด ๆมีมากมายหลายรูปแบบ และขนานนามชุดการแสดงหรือกระบวนฟ้อนนั้นๆ ตามเชื้อชาติของผู้ฟ้อน ซึ่งเรียกตามภาษาถิ่นพื้นเมืองว่า ช่างฟ้อน ( อ่าน “ จ้างฟ้อน “ ) และหมายรวมกันไปหมดทั้งชายและหญิง ดังนั้น ตนม่านหรือชาวพม่าฟ้อน ก็จะเรียกการแสดงหรือการฟ้อนชุดนั้นว่า ฟ้อนม่าน คนไตหรือคนไทใหญ่หรือหรอคนเงี้ยว หรือฟ้อนไท ( อ่าน “ ไต ” แต่ไม่เรียก ฟ้อนไทใหญ่ ”</p>
<p>ครั้นบ้านเมืองเจริญขึ้น การคมนาคมติดต่อสื่อสารสะดวกสบายมากขึ้น ประชากรมีการศึกษาแพร่หลายมากขึ้นมีการติดต่อกับสยามประเทศมากขึ้น อิทธิพลของ “ รำไทย ” . ในราชสำนักสยาม ซึ่งมีระเบียบแบบแผนที่ดีกว่า สวยงามกว่าจึ่งเริ่มเข้ามาเกี่ยวพันกับการฟ้อนพื้นเมืองล้านนาเริ่มแปร เปลี่ยนไป กระบวนฟ้อนชุดต่างๆ ที่มีอยู่เดิมและมีประดิษฐ์ขึ้นใหม่จึงเริ่มผิดแผกแตกต่างกันออกไป</p>
<p>หลังปีพุทธศักราช ๒๔๕๖ เป็นต้นมา การฟ้อนในล้านนาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เหตุเป็นเพราะพระราชชายาเจ้าดารารัศมีฯได้กราบบังคมลาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖กลับไปประทับ ณ นครเชียงใหม่ พร้อมกับเจ้าแก้วนวรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ท่านสุดท้ายแห่งมณฑลพายัพ ( พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยุบเลิกประเทศราชรวมเป็นมณฑลหนึ่งของประเทศสยาม เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๖ ) ที่ขึ้นไปรับพระราชทานยศและตำแหน่งเป็น “ เจ้าแก้วนวรัฐประพันธอินทนันทพงษ์ ดำรงพีสีนครเขตร ทศลักษณ์เกษตรอุดม บรมาราชสวามิภักดิ์ บริรักษ์ปัจฉิมานุทิศ สุจริตธรรมธาดา มหาโยนางคราชวงศาธิบดี เจ้านครเชียงใหม่ ( แก้ว )”</p>
<p>ในการเสด็จฯ กลับมาครั้งนี้ พระราชชายาฯ ได้นำแบบอย่างการฟ้อนรำในราชสำนักสยามมาเผยแพร่ในเชียงใหม่พร้อมทั้งนำครู ละคร ดนตรี จากกรุงเทพฯ ขึ้นมาฝึกหัดถ่ายทอดให้กับพวกตัวละครทั้งในวังของท่านและในคุ้มเจ้าผู้ครอง นครเชียงใหม่ เป็นเหตุให้การฟ้อนรำในเชียงใหม่เกิดการแตกต่างขึ้น เป็น ๒ แบบ คือ</p>
<p>แบบที่ ๑ เป็นแบบที่มีมาแต่เดิม เรียกทางวิชาการว่า “ แบบพื้นเมืองหรือแบบดั้งเดิม “</p>
<p>แบบที่ ๒ เป็นแบบที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและประดิษฐ์ขึ้นใหม่เรียกทางวิชาการว่า “ แบบราชสำนัก “</p>
<h4>การฟ้อน แบบพื้นเมือง หรือแบบพื้นบ้าน หรือแบบดั้งเดิม</h4>
<p>มีลักษณะเชื่องช้า แช่มช้อย เรียบง่าย ไม่ค่อยพิถีพิถันในเรื่องการกรีดนิ้ว ตั้งข้อมือ ย่อเข่า ยกเท้า วางเท้า การทรงตัวรวมทั้งการยืดตัว ยุบตัวตามจังหวะเพลง</p>
<h4>การฟ้อน แบบราชสำนัก</h4>
<p>เป็นลักษณะการฟ้อน การรำใกล้เคียงกับภาคกลางหรือมีลีลา ท่ารำ ใกล้เคียงกับละคร ( นาง ) ใน ด้วยมูลเหตุเหล่านี้ ทำให้ชุดฟ้อนของเดิมเกิดความแตกต่างกันมากมาย ในความคิดรวบยอดของชนทั่วไป และเกิดกระบวนฟ้อนใหม่ๆ ขึ้นมากมายพอสมควร</p>
<p>สาเหตุที่เกิดการผิดแผกแตกต่างกันไปนั้น มีอยู่ ๒ ประการ ได้แก่</p>
<p>๑ . การแสดงแต่ละกระบวนฟ้อนมักประดิษฐ์ขึ้นมาโดย “ ผู้รู้ “ ในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ฟ้อนแห่ครัวทาน ดังนั้นช่างฟ้อนของศรัทธาวัดต่างๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นมาโดยผู้รู้คนหนึ่ง ย่อมแตกต่างกับช่างฟ้อนของศรัทธาอีกวัดหนึ่งที่มาร่วมเพราะประดิษฐ์โดยผู้ รู้อีกคนหนึ่งแต่อาจมีส่วนคล้ายกันเนื่องจากมีการถ่ายทอดให้กัน หรือเลียนแบบกัน แต่จะไม่เหมือนกันหรือตรงกันทุกอย่าง</p>
<p>๒ . เมื่อมีการรับเอาลีลาท่ารำของราชสำนักสยามเข้ามาเผยแพร่ เกี่ยวโยงกัน ทำให้การฟ้อนของช่างฟ้อนในวังพระราชชายาเจ้าดารารัศมีฯ หรือช่างฟ้อนในคุ้มเจ้าหลวงเชียงใหม่ผิดแผกแตกต่างกับลีลาท่ารำของช่างฟ้อน ที่เป็นชาวบ้านศรัทธาวัดต่างๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ลัทธิเอาอย่างจะด้วยเพื่อความถูกต้องสวยงามหรือเอาใจผู้มีอำนาจก็ตาม จึงเ ริ่มเข้าไปมีอิทธิพลในกลุ่มชนบางกลุ่ม จะเป็นเพราะความสนิทสนมทางครอบครัวส่วนตัว หรือขอร้องก็ตาม</p>
<p>เมื่อ เป็นเช่นนี้คำกล่าวหาที่ว่าศรัทธาคณะนั้นผิด ศรัทธาคณะนั้นถูกจึงเกิดขึ้น ครั้นมีการก่อตั้งวิทยาลัยนาฎศิลป์เชียงใหม่ขึ้น ทางราชการเชิญช่างฟ้อนในวังในคุ้มมาถ่ายทอดให้นักเรียนนักศึกษาและนำออกแสดง เผยแพร่ต่อสาธารณชนบ่อยครั้งขึ้นทำให้เกิดคำครหาว่า สถาบันราชการที่มีหน้าที่อนุรักษ์โดยตรงกลับเป็นผู้ทำลายเสียเอง</p>
<p>อย่าง ไรก็ตามหากเราจะศึกษาเรื่องการฟ้อนของชาวล้านนาเท่าที่มีอยู่แล้ว เราควรจะแยกกระบวนฟ้อนของชาวล้านนาออกเป็นประเภทใหญ่ๆ เสียก่อน คือ</p>
<h3>ฟ้อนพื้นเมืองหรือฟ้อนแบบดั้งเดิม</h3>
<p>การฟ้อนแบบนี้หมายถึงการฟ้อนต่าง ๆ ที่ตกทอดมาโดยไม่มีการปรับปรุง ซึ่งอาจมีอายุมากเท่ากับอายุของเมืองเชียงใหม่ หรือเกินกว่า ๕๐๐ ปี มาแล้ว แต่เราไม่อาจบอกได้ว่าเรียงร้อยด้วยท่าฟ้อนที่มีชื่อว่าอะไรบ้าง เกิดขึ้นในสมัยใด มีลีลาท่าทางอย่างไร เพราะไม่มีหลักฐานเหลือไว้ให้ศึกษาสืบค้นหารายละเอียดได้เลย แต่ก็พอจะสรุปวัตถุประสงค์ของการฟ้อนได้จากสาเหตุ ๒ ประการ คือ</p>
<p>ก . เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อและศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เริ่มจาก “ ผี “ ก่อน ได้แก่ ฟ้อนผีจากนั้นพัฒนาไปหา “ พุทธ “ ได้แก่ ฟ้อนแห่ครัวทาน ฟ้อนทานข้าวใหม่ฯ</p>
<p>• เพื่อความสนุกสนานบันเทิงในกลุ่มของตน เช่นงานปีใหม่ ( สงกรานต์ ) งานขึ้นบ้านใหม่ งานบวชลูกแก้ว ฯลฯ</p>
<p>ทั้งนี้พอจะจำแนกการฟ้อนของล้านนาออกมาได้เป็น ๗ กระบวนฟ้อน ดังนี้</p>
<p>๑ . ฟ้อนแห่ครัวทาน ( อ่าน “ แหคัวตาน ”)</p>
<p>๒ . ฟ้อนผี</p>
<p>๓ . ฟ้อนหางนกยูง</p>
<p>๔ . ฟ้อนปั่นฝ้าย</p>
<p>๕ . ฟ้อนแง้น</p>
<p>๖ . ฟ้อนเชิง ( อ่าน “ ฟ้อนเจิง ”)</p>
<p>๗ . ฟ้อนดาบ</p>
<p>๘ . ฟ้อนหอก</p>
<p>๙ . ฟ้อนกลายลาย ( อ่าน ‘&#8217; ฟ้อนก๋ายลาย )</p>
<h3>ฟ้อนที่ประดิษฐ์ในราชสำนัก</h3>
<p>การฟ้อนแบบนี้หมายถึง การฟ้อนที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงประดิษฐ์ขึ้น หรือการฟ้อนที่ผู้ใกล้ชิดกับพระราชชายาฯ ได้ประดิษฐ์ ซึ่งพบว่ามี ๙ กระบวนฟ้อน คือ ๑ . ฟ้อนเล็บ &#8211; ฟ้อนแห่ครัวทาน</p>
<p>๒ . ฟ้อนเทียน</p>
<p>๓ . ฟ้อนเงี้ยว ( แบบในวัง )</p>
<p>๔ . ฟ้อนล่องน่าน ( น้อยไชยา )</p>
<p>๕ . ฟ้อนกำเบ้อ</p>
<p>๖ . ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา</p>
<p>๗ . ฟ้อนมูเซอ</p>
<p>๘ . ฟ้อนโยคถวายไฟ</p>
<p>๙ . ฟ้อนสาวไหม</p>
<p>๑๐ . ฟ้อนเงี้ยว</p>
<p>ฟ้อนเงี้ยวหมายถึงการฟ้อนแบบไทใหญ๋ พบว่าอยู่ ๖ อย่าง คือ</p>
<p>๑ . ฟ้อนเงี้ยว</p>
<p>๒ . ฟ้อนไท ( ฟ้อนไต )</p>
<p>๓ . ฟ้อนโต</p>
<p>๔ . ฟ้อนนก หรือ ฟ้อนกิงกะหร่า</p>
<p>๕ . ก้าลาย</p>
<p>๖ . ก้าไท ( ก้าไต )</p>
<p>๔ . ฟ้อนที่ประดิษฐ์ขึ้นในระยะหลัง</p>
<p>เมื่อศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเริ่มเป็นที่สนใจของคนทั่วไปแล้ว ก็ได้มีผู้ประดิษฐ์การฟ้อนรำขึ้นอีกหมายแบบ เช่น ฟ้อนหริภุญชัย ฟ้อนที ( ฟ้อนร่ม ) ฟ้อนพัด ฟ้อนเก็บใบยาสูบ ฟ้อนยอง ฟ้อนศิลามณี ฯลฯ เป็นต้น ในจำนวนฟ้อนที่ประดิษฐ์ใหม่ซึ่งเป็นที่ยอมรับพอสมควร เช่น</p>
<p>๑ . ฟ้อนหริภุญชัย</p>
<p>๒ . ฟ้อนยอง</p>
<p>ในที่นี้จะกล่าวถึงการฟ้อนแต่ละอย่างพอให้ป็นที่รู้จักตามหัวเรื่องโดยลำดับ</p>
<div class="field field-type-text field-field-reference">
<div class="field-label">ที่มา:</div>
<div class="field-items">
<div class="field-item odd">เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ &#8220;ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน&#8221;</div>
</div>
</div>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ฟ้อน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟ้อนดาบ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 04:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน เหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนดาบ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนเจิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการแสดงชั้นเชิงของการต่อสู้รวมกับท่าฟ้อนที่สวยงาม </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ฟ้อนดาบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;"><a name="ddm1"></a>ฟ้อนดาบ เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการแสดงชั้นเชิงของการต่อสู้รวมกับท่าฟ้อนที่สวยงาม</span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การฟ้อนดาบ</strong></span> ถือเป็นศิลปการฟ้อนรำพื้นเมืองเชียงใหม่ที่ผสมเอาศิลปการต้องกันตัวเข้ามามีส่วนในการฟ้อนด้วย การฟ้อนดาบเป็นการรำที่ใช้ดาบเป็นเครื่องประกอบ  มีลวดลายท่วงท่าหลายชั้นเชิง โดยใช้เครื่องดนตรีกลองปู่เจ่ ฉาบและฆ้อง ซึ่งการฟ้อนดาบนั้นจะเป็นการฟ้อนที่คู่กับการ<span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/">ฟ้อนเชิง หรือ ฟ้อนเจิง</a></strong></span> เป็นการฟ้อนแสดงท่าทางการต่อสู้ด้วยมือเปล่า สองอย่างนี้มักจะใช้ผู้ชายเป็นหลัก  ปัจุบันการฟ้อนทั้งสองอย่างนี้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย การฟ้อนทั้งหมดนี้ถือเป็นการฟ้อนแบบดั่งเดิมของคนเชียงใหม่ ฟ้อนดาบจะคล้ายกับการรำกระบี่กระบองของภาคกลาง ส่วนฟ้อนเจิงหรือฟ้อนเชิง คล้ายกับการแสดงสิละทางภาคใต้</p>
<p><span lang="TH">ฟ้อนดาบนี้แสดงได้ทั้งชายและหญิง  ส่วนมากเป็นการรำในท่าต่างๆ ใช้ดาบตั้งแต่2-4-6-8 เล่ม  และอาจจะใช้ได้ถึง 12 เล่ม   นอกจากการฟ้อนดาบแล้ว  ก็อาจมีการรำหอกหรือ ง้าวอีกด้วย  ท่ารำบางท่าก็ใช้เป็นการต่อสู้กัน  ซึ่งฝ่ายต่างก็มีลีลาการฟ้อนอย่างน่าดูและหวาดเสียวเพราะส่วนมากมักใช้ดาบจริงๆ หรือไม่ก็ใช้ดาบที่ทำด้วยหวายแทน  หากพลาดพลั้งก็เจ็บตัวเหมือนกัน  การฟ้อนดาบนี้มีหลายสิบท่า  และมีเชิงดาบต่างๆ เช่น เชิงดาบเชิงแสน (เป็นของพื้นเมืองของภาคเหนือ)    เชิงดาบแสนหวี (มาจากพวกไทยใหญ่ หรือเงี้ยว)   แต่ละเชิงดาบมีการฟ้อนแตกต่างกัน (ปรากฏว่าเชิงดาบแสนหวีเป็นนักดาบที่เก่งกล้าเผ่าหนึ่งในประวัติศาสตร์)  การฟ้อนดาบมักใช้กลองสะบัดชัยตีประกอบจังหวะ ผู้แสดงสวมชุดพื้นบ้านภาคเหนือ (นุ่งกางเกงครึ่งแข้ง สวมเสื้อม่อฮ่อม มีผ้าขาวม้าคาดเอว)</span></p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ฟ้อนดาบ</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">อุปกรณ์และวิธีเล่น</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">วิธีฟ้อน</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">โอกาสหรือเวลาที่เล่น</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">คุณค่าหรือเวลาที่เล่น </a></li>
</ul>
<p></div>
<p style="text-align: center;"><iframe src="https://www.youtube.com/embed/GSI4m_iMxbw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm2"></a>อุปกรณ์และวิธีเล่น</span></h3>
<p>๑. ดาบ ๒ เล่ม ต่อคน<br />
๒. เครื่องดนตรี ได้แก่ ฆ้องโหม่ง ฉาบกลาง กลองปู่เจ่ (กลองยาวของชาวไตใหญ่)<br />
๓. ชุดเครื่องแต่งกายในการฟ้อนดาบ ได้แก่ เตี่ยวสะดอ (กางเกงขาก๊วยขาสั้น) เสื้อหม้อห้อม ผ้าคาดเอว ผ้าโพกศรีษะ<br />
๔. ผู้ฟ้อน ๑ &#8211; ๒ คน และนักดนตรีอีก ๔ &#8211; ๕ คน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm3"></a>วิธีฟ้อน</span></h3>
<p>การฟ้อนดาบ จะเริ่มต้นด้วยการตีฆ้องนำ แล้วต่อจากนั้นจะตีฉาบและกลองให้เข้าจังหวะเร้าใจเป็นทำนองเพลงปู่เจ่ ผู้แสดงเริ่มฟ้อนดาบตามหลักเกณฑ์และท่าที่ครูประสิทธิ์ประสาทให้มา ซึ่งมี ๒ ช่วงคือ<br />
ช่วงที่ ๑ ไหว้ครู โดยผู้ฟ้อนจะวางดาบลงไว้ด้านหน้าให้ไขว้กัน แล้วจึงไหว้ครู<br />
ช่วงที่ ๒ หลังจากไหว้ครูแล้ว ก็เริ่มฟ้อนท่าต่าง ๆ ซึ่งครูคำ กาไวย์ รวบรวมมี ๓๒ ท่า เช่น ท่าบิดบัวบาน เกี้ยวเกล้า ฯลฯ โดยใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรับดาบไว้ เช่น ปากคาบ หนีบรักแร้ ขาพับเข่า ฯลฯ<br />
การฟ้อนจะฟ้อนไปจนจบกระบวนท่า ทั้ง ๓๒ ท่า หรือจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ถ้าฟ้อนคู่ก็จะรำไปพร้อมกัน อาจมีหลอกล่อกันบ้าง แต่ไม่มีการฟันดาบ</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm4"></a>โอกาสหรือเวลาที่เล่น</span></h3>
<p>ใช้แสดงเมื่อถึงคราวมีงานนักขัตฤกษ์ เช่น งานประเพณีขึ้นปีใหม่ งานสงกรานต์ งานปอย พิธีรดน้ำดำหัว ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เป็นการออกกำลังกายสำหรับนักเรียนในการเรียน จึงมีการแสดงในตอนเช้าสำหรับบาง โรงเรียน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>คุณค่าหรือเวลาที่เล่น</span></h3>
<p>การใช้ดาบเป็นอาวุธเป็นวิชาต่อสู้ป้องกันตัวของชายชาวล้านนา ซึ่งจะได้รับการฝึกฝนเพื่อใช้ต่อสู้ศัตรูยามสงครามและเมื่อมีความชำนาญ ก็อาจใช้แสดงเพื่อความรื่นเริง เมื่อมีการแสดงมากขึ้น ก็มีการประยุกต์ดัดแปลงลีลาท่าทาง และการเคลื่อนไหว ประกอบเพลงและอาวุธมากขึ้น ปัจจุบันจะเน้นเรื่องการแสดงเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะในงานแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยว และพัฒนาเป็นการออกกำลังกายประกอบดาบ (ดาบไม้) ของนักเรียน ซึ่งนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นการอนุกรักษ์วัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย</p>
<div class="separator">การฟ้อนดาบมีที่มาจากศิลปะการต่อสู้ของชายชาวล้านนาแต่โบราณ โดยผู้เรียนจะต้องเรียนฟ้อนเชิงมือเปล่าให้คล่องแคล่วเสียก่อนจึงจะเรียน ฟ้อนดาบ หรือฟ้อนประกอบอาวุธอื่นๆ ต่อไป แม่ลายฟ้อนของฟ้อนดาบจะคล้ายกับแม่ลายฟ้อนของฟ้อนเชิง แม่ลายฟ้อนของแต่ละครูก็จะแตกต่างกันไป แต่พ่อครูคำ กาไวย์ และอาจารย์ธีรยุทธ ยวงศรี ได้ร่วมกันสืบค้นและเรียบเรียงแม่ลายฟ้อนไว้ให้สอดคล้องกันเพื่อง่ายต่อการ จดจำโดยอาศัยแนวจากการพรรณนาชื่อแม่ลายในการร่ายรำอาวุธจากมหาชาติฉบับสร้อยสังกรกัณฑ์มหาราช เพื่อสอนนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ดังนี้ ช่วง ที่ ๑ ไหว้ครูและขอขมาอภัย เริ่มจากวางดาบ ไขว้กัน เอาสันดาบเข้าหากันดาบทั้งสองเล่มนั้นห่างกันพอประมาณ จากนั้นหากผู้ฟ้อนเป็นผู้ชายให้เดินตีวงรอบดาบ ๑ รอบ แล้วเริ่มตบบะผาบหรือฟ้อนสาวไหมอย่างใดอย่างหนึ่ง จบแล้วจึงนั่งลงไหว้หากผู้ฟ้อนเป็นผู้หญิงให้นั่งไหว้ ๓ ครั้ง จากนั้นจับดาบ ไขว้ดาบจรดหน้าผาก แล้วเงยหน้าขึ้นก้มหน้าลง แล้วชักดาบลงไว้ข้างหลังทั้งสองข้างแล้วซุยขึ้นเป็นท่าบวกดาบโดยเริ่มจากด้านหน้าตรงก่อนแล้วหันไปทางขวาแล้วบิด ไปทางซ้าย</div>
<div class="separator"></div>
<div class="separator">จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่แม่ลายที่ได้เรียบเรียงไว้ ๓๒ ท่า ดังนี้</div>
<div class="separator">๑. บิดบัวบาน</div>
<div class="separator">๒. เกี้ยวเกล้า</div>
<div class="separator">๓. ล้วงใต้เท้ายกแหลก</div>
<div class="separator">๔. มัดแกบก้องลงวาง</div>
<div class="separator">๕. เสือลากหางเหล้นรอก</div>
<div class="separator">๖. ช้างงาตอกต๋งเต๊ก</div>
<div class="separator">๗. ก่ำแปงเป๊กดินแตก</div>
<div class="separator">๘. ฟ้าแมบบ่ตันหัน</div>
<div class="separator">๙. จ๊างงานบานเดินอาจ</div>
<div class="separator">๑๐. ป๋าต้อนหาดเหินเหียน</div>
<div class="separator">๑๐. อินทร์ตือเตียนถ่อมถ้า</div>
<div class="separator">๑๒. เกิ๋นก่ายฟ้า</div>
<div class="separator">๑๓. สวกก้นพญาอินทร์</div>
<div class="separator">๑๔. แซดซูดน้ำบินเหิน</div>
<div class="separator">๑๕. สางลานเดินเกี้ยวก่อม</div>
<div class="separator">๑๖. กิมไฮฮ่อม</div>
<div class="separator">๑๗. ถีบโฮ้ง</div>
<div class="separator">๑๘. ควงโค้งไหล่สองแขน</div>
<div class="separator">๑๙. วนแวนล้วงหนีบ</div>
<div class="separator">๒๐. ชักรีบแทงสวน</div>
<div class="separator">๒๑. มนม้วนสีไคล</div>
<div class="separator">๒๒. แทงสวนใหม่ถือสัน</div>
<div class="separator">๒๓. จ๊างตกมันหมุนวงลวงรอบ</div>
<div class="separator">๒๔. เสือคาบรอกลายแสง</div>
<div class="separator">๒๕. สินส้น</div>
<div class="separator">๒๖. สินป๋าย</div>
<div class="separator">๒๗. ลายแทง</div>
<div class="separator">๒๘. กอดแยง</div>
<div class="separator">๒๙. แทงวัน</div>
<div class="separator">๓๐. ฟันโข่</div>
<div class="separator">๓๑. บัวบานโล่</div>
<div class="separator">๓๒. ลายสาง</div>
<div class="separator"></div>
<div class="separator">เมื่อฟ้อนจบทั้ง ๓๒ ท่าแล้ว “นบน้อมขอกราบลงวาง”แล้วจบด้วยการฟ้อนดาบ “พญาเข้าเมือง”</div>
<div class="separator">และปัจจุบันนี้ ท่าฟ้อนดาบทั้ง ๓๒ ท่าที่พ่อครูคำ กาไวย์ และอาจารย์ธีรยุทธ ยวงศรี ได้เรียบเรียงไว้นี้ถือเป็นท่าฟ้อนดาบมาตรฐานที่เป็นต้นแบบให้กับผู้ที่ เริ่มต้นเรียนฟ้อนดาบอุปกรณ์ในการแสดงการฟ้อนดาบทั่วไปนิยมใช้ดาบเมืองจำนวน ๒ เล่ม โดยจะวางดาบไว้กับพื้น แล้วผู้ฟ้อนจะไหว้ครูบาอาจารย์ ฟ้อนเชิง ตบบะผาบ แล้วจึงจะมาหยิบดาบร่ายรำไปจนครบ ๓๒ ท่า แล้ววางดาบลงกับพื้นอีกครั้ง</div>
<p style="text-align: center;"><iframe src="https://www.youtube.com/embed/BscMC2GsrdQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ฟ้อนดาบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
