<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปฏิทิน ล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ปฏิทิน-ล้านนา/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Dec 2021 03:10:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ปฏิทิน ล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ปฏิทิน-ล้านนา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วันดีวันเสีย ที่ปรากฏในวรรณกรรมล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jun 2020 15:01:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภูมิปัญญา ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฤกษ์ยาม ล้านนา วันดีวันเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิทิน ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปักขทืน]]></category>
		<category><![CDATA[วันดีวันเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[วันติถีทังห้า]]></category>
		<category><![CDATA[วันฟ้าตีแส่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%83%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันดีวันเสีย ปฏิทิน ล้านนา ภูมิปัญญา เรื่องวันเดือนปี กับความผูกพันธ์ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตแต่ละวันของ คนเหนือ ชาวล้านนา ที่มีมานับตั้งแต่ในอดีตแล้ว ด้วยความเฉพาะของคนล้านนาเอง ที่มีทั้ง ภาษาพูด ภาษาเขียน ศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นของตนเอง พร้อมทั้งมีการนับวัน นับเดือน หาฤกษ์ หายาม หาวัน ประกอบพิธีต่าง ๆ ที่เป็นรูปแบบของล้านนาเอง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">วันดีวันเสีย ที่ปรากฏในวรรณกรรมล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #3366ff;">วันดีวันเสีย ปฏิทิน ล้านนา ภูมิปัญญา เรื่องวันเดือนปี กับความผูกพันธ์ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตแต่ละวันของ คนเหนือ ชาวล้านนา ที่มีมานับตั้งแต่ในอดีตแล้ว </span></h2>
<h3><span style="color: #c23e1d;">ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นสเน่ห์ ที่ใคร ๆ ต่างก็เคยสัมผัส กลิ่นอาย วัฒนธรรมต่างๆ ล้านนา ภาษาพูด ภาษาเขียน ศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นของตนเอง และยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าล้านนาเองก็มีการ นับเดือน หาฤกษ์ หายาม หาวัน ประกอบพิธีต่าง ๆ ที่เป็นรูปแบบของล้านนาเอง ที่ยังมีใช้กันถึงทุกวันนี้ แต่ก็เริ่มเลือนหายไปบ้าง ถือว่าเป็นมรดกล้ำค่าที่เราควรอนุรักษ์ไว้สืบต่อไป</span></h3>
<p><span style="font-size: large;">บทนำ<br />
ชาวล้านนามีความผูกพันกับปฏิทินหรือ &#8220;<span style="color: #ff0000;">ปักขทืน</span>&#8221; เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับ &#8220;วัน&#8221; อาจารย์ทวี สว่างปัญญางกูร ได้จัดการนับวันของชาวล้านนาได้ถึง 5 ระบบคือ</span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: large;">วันตามแบบพุทธศาสนา</span></li>
<li><span style="font-size: large;">วันเมง (เม็ง)</span></li>
<li><span style="font-size: large;">วันแบบโหราศาสตร์</span></li>
<li><span style="font-size: large;">วันแบบไทหรือหนไท</span></li>
<li><span style="font-size: large;">วันตามความเชื่อ</span></li>
</ol>
<p>บทความนี้มุ่งจะเสนอเฉพาะระบบที่ 5 คือวันตามความเชื่อ หรือ &#8220;<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93/">วันดีวันเสีย</a>&#8221; และในที่นี้ขอใช้คำว่า &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; เพราะเป็นคำที่คุ้นหูมากกว่า</p>
<p>&#8220;วันดีวันเสีย&#8221; เป็นวันที่คนล้านนาเชื่อว่าเป็นวันที่ควรหรือไม่ควรสำหรับทำพิธีกรรมหรือ กิจกรรมต่างๆ เนื้อหาในบทความนี้จะเสนอ &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; ที่ปรากฏในวรรณกรรมล้านนา ทั้งวรรณกรรมลายลักษณ์และวรรณกรรมมุขปาฐะเท่าที่พอจะรวบรวมได้ในเวลาอัน จำกัด ทั้งนี้ไม่นับรวมงานวรรณกรรมที่แต่งเพื่ออธิบายที่มาหรือคำทำนายของวันเหล่า นี้ แต่จะศึกษาจากวรรณกรรมที่สอดแทรกเรื่อง &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; ไว้เป็นสำคัญ เพื่อจะยืนยันถึงความเชื่อและความศรัทธาของคนล้านนาที่มีต่อวันดังกล่าว การที่กวีหรือผู้ประพันธ์สอดแทรกเรื่อง &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; ลงในงานวรรณกรรมของตน ย่อมหมายความว่าความเชื่อเรื่องนี้มีคุณค่าและความสำคัญในระดับหนึ่ง</p>
<p>วันดีวันเสีย เป็นการนับวันตามคติความเชื่อแบบท้องถิ่น การยึดถือเช่นนี้ยังไม่พบที่มาของความคิด หรือวิธีการจัดระบบความคิดได้ชัดเจน แม้จะเป็นเพียงความเชื่อตามคตินิยมก็ตาม แต่ก็ได้รับการยอมรับในหมู่ประชาชนทั่วไปเสมอมา วันดีวันเสีย ที่ปรากฏในเอกสารและที่คนล้านนาเชื่อถือมีอยู่มากมายเท่าที่ อาจารย์สนั่น ธรรมธิ ได้รวบรวมไว้มีมากถึง 90 วัน แต่ยังพบว่ามีมากกว่านั้น โดยเชื่อถือแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคในที่นี้ขอเลือกนำเสนอ วันดีวันเสีย เพียงบางส่วนดังนี้</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">วันฟ้าตีแส่ง</span></h3>
<p>วันฟ้าตีแส่ง หรือวันฟ้าตีแส่งเศษ หรือวันฟ้าตีแฉ่ง ความหมายของวันนี้นัยว่าเป็นวันที่ &#8220;ฟ้า&#8221; (สวรรค์) ตี &#8220;แส่ง หรือ แฉ่ง&#8221; ซึ่งหมายถึงฉาบขนาดเล็ก อนุมานได้ว่าว่า ?ฟ้า? อยู่ในอารมณ์รื่นเริง ชื่นชม ยินดี อีกกระแสหนึ่งเห็นว่าเดิมควรเป็นคำว่า &#8220;ฟ้าตี่แสง&#8221; อันหมายถึง ฟ้าฉายแสง หรือ เบิกม่านฟ้า มากกว่า เพราะการบันทึกด้วยอักษรธรรมล้านนามักไม่เคร่งครัดเรื่องวรรณยุกต์ นับว่าทั้งสองแนวคิดต่างก็มีเหตุผลน่ารับฟังและสมควรที่จะตรวจสอบความถูก ต้องต่อไป แต่ในบทความนี้ขอใช้ว่า &#8220;วันฟ้าตีแส่ง&#8221; ไปพลางๆ ก่อน<br />
วันฟ้าตี แส่งเป็นวันที่คนล้านนาบางส่วน เชื่อว่าเป็นวันที่สำคัญกว่าวันอื่นใด หรือเรียกว่า เป็นวันครบวันทั้งหลาย ใช้สำหรับดูวันสำหรับทำพิธีมงคลสมรส การสร้างบ้านใหม่ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้านค้า สำนักงาน และโรงทำพิธีทุกชนิด หากคำนวณหาวันฟ้าตีแส่งทำนายว่าดี ก็จะชนะภัยและอัปมงคล ทั้งปวง ในทางกลับกันหากเศษการคำนวณทำนายว่าไม่ดีแล้วก็พึงงดประกอบพิธีมงคลนั้นเสีย</p>
<p><span style="color: #00ccff;"><strong>สูตรการคำนวณวันฟ้าตีแส่ง</strong></span><br />
เอา จุลศักราชปีที่ต้องการคำนวณตั้ง หารด้วย 108 แล้วเอาเศษการหารตั้ง บวกด้วยเกณฑ์เดือน และบวกด้วยติถีวัน ที่ต้องการคำนวณ คูณด้วย 5 ลบด้วย 7 แล้วหารด้วย 9 เศษที่ได้ถือว่าวันนั้นเป็นวันฟ้าตีแส่งเท่านั้น มีคำทำนายดังนี้<br />
<strong>เศษ 0, 1, 8 ไม่ดี</strong> แม้เป็นพระญาอินทราธิราชขึ้นทรงปราสาทก็จักวินาศฉิบหาย อย่าทำพิธีหรือกิจกรรมใด ถ้าทำไปไม่ถึงปีก็จักตาย หรือฉิบหาย หรือถูกไล่หนี<br />
<strong>เศษ 3, 7 ไม่ดี</strong> ไฟจักไหม้ หรือจักประสบอุบัติเหตุ เป็นอันตรายแก่ท้าวพระญา (ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง) ผีเสื้อบ้าน เสื้อเมือง หรือมิฉะนั้นตนจักตาย หรือจักเสียทรัพย์สิน เสียข้าวของเงินทอง<br />
<strong>เศษ 2, 4, 5, 6</strong> ดี จะประสบผลสำเร็จทุกประการ แม้นทุกข์ยากเข็ญใจก็จักได้ดี อยู่ดีมีสุข พรั่งพร้อมด้วยยศ สมบัติ ข้าวของเงินทอง</p>
<p>หากพิจารณาให้ดีตัวเลขที่ใช้ในการคำนวณล้วนแต่มีความหมาย ดังนี้<br />
เลข 108 หมายถึง กำลังธาตุ<br />
เลข 5 หมายถึง เบญจขันธ์ทั้ง 5<br />
เลข 7 หมายถึง จำนวนวาร (วันทั้ง 7 ในรอบสัปดาห์)<br />
เลข 9 หมายถึง นพเคราะห์ทั้ง 9<br />
เชื่อ ว่าวันฟ้าตีแส่งคงเป็นวันที่เคยมีความเชื่อถือกันอย่างเข้มข้น เพราะในวรรณกรรมมีการอธิบายสูตรการคำนวณอย่างละเอียด โดยเฉพาะในคำเรียกขวัญลูกแก้ว ที่มักกล่าวอ้างว่าวันทำพิธีเป็นวันดีกว่าวันทั้งหลาย และผ่านการคำนวณดูวันฟ้าตีแส่งและได้เศษสมดังประสงค์ ขอยกบางสำนวนดังนี้</p>
<p>เป็นวันยามอันหมดปลอด<br />
เป็นยอดเจ้าพระญาวัน<br />
ท่านจิ่งมาตั้งคำประสานขึ้นเป็นบทเป็นบาท<br />
ตั้งศักราชที่ประสงค์ (ตั้งปีจุลศักราชที่ต้องการคำนวณ)<br />
ร้อยแปดจหารเล่า (เอา 108 มาหาร , จ = หาร)<br />
(เศษ)เกณฑ์เดือนติถีวันบวกเข้าเบงนั้นมาคูณ (เบง = เบญจ = ห้า)<br />
สัตตะเอยียบตัวปลายเอามาผายไว้เล่า (เอาเจ็ดลบออก แล้วตราไว้ก่อน)<br />
นวเท่ามาจก็ได้เศษตัวใหญ่ (เอาเก้ามาหาร)<br />
ศุกร์ ผัด พุธ จันทร์ ใช่สามานย์ (ใช้แทนเลข 6,5,4,2 ตามลำดับเป็นเศษที่เชื่อว่าดี)<br />
ก็เป็นวันยามอันประเสริฐ&#8230;</p>
<p>อีกสำนวนหนึ่งว่า</p>
<p>สรีสวัสสดี ชัยมังคละอันประเสริฐ<br />
วันนี้เป็นวันอันล้ำเลิศมหาอุจจา<br />
เอาศักราชมาตั้งเล่า<br />
เอาร้อยแปดเข้ามาหาร<br />
ปัญจมานคูณใส่ (คูณด้วย 5)<br />
ติถีไล่เป็นขอม (ไล่ติถีตามแบบขอม)<br />
เกณฑ์เดือนรอมเข้าบวก (บวกเพิ่มด้วยเกณฑ์เดือน)<br />
เอาเลขเก้าลวดลงหาร (หารด้วย 9)<br />
เศษเป็นฐานชัยโชค (ดูเศษเป็นสำคัญว่าวันใดเป็นวันดี)<br />
อุตตมโยคใสสรี<br />
เป็นเกินแก้วสวัสสดีแควนยิ่ง?? (บันได)</p>
<p>จะ เห็นได้ว่าการอธิบายวิธีการคำนวณวันฟ้าตีแส่งสำนวนนี้ต่างจากสำนวนแรกคือ เอา 5 คูณก่อนแล้วจึงบวกด้วย ติถีวันและเกณฑ์เดือน อีกทั้งยังไม่เอา 7 มาลบออกจึงทำให้ผลการคำนวณผิดไปจากสูตรที่แท้จริง อาจเป็นไปได้ว่าผู้แต่งไม่ได้ต้องการความถูกต้องเพียงแต่ต้องการแสดงโวหาร เท่านั้น หรือไม่ก็อาจคัดลอกผิดพลาดในชั้นหลัง<br />
ในคำเรียกขวัญลูกแก้ว อีกสำนวนหนึ่งก็กล่าวถึงวันที่ทำพิธีว่า คำนวณได้เศษที่ดีตามคำทำนายคือได้เศษ 5, 4, 6, 2 (ตัวใดตัวหนึ่ง) ดังนี้</p>
<p>อัชชะในวันนี้นาดูล้ำเลิศ<br />
ดูประเสริฐยิ่งกว่า ปีเดือน วัน ยาม ทังหลาย<br />
ตามกฎหมายว่ามีหลายแห่ง<br />
ฟ้าตีแส่งก็ว่าได้เศษห้าสี่หกสอง<br />
ตามกัมพีร์โหราท่านตรองจองออก??</p>
<p>ใน &#8220;พรขึ้นอยู่เรือนใหม่&#8221; ซึ่งอยู่ท้ายคร่าวซอเรื่อง บัวระวงศ์ไกรสร ก็กล่าวถึงวันขึ้นบ้านใหม่ว่าผ่าน การคำนวณวันฟ้าตีแส่งเรียบร้อยแล้ว ดังความว่า</p>
<p>เอวํ โหนตุ ดี แลอัชชะในวันนี้<br />
ก็หากเป็นวันดีติถีวิเศษ<br />
สมฤทธิเดชเรืองไร<br />
อันนักปราชญ์ท่านหากทำนวายมาแม่น<br />
ลงฟ้าตีแส่งแลโหรา<br />
บ่มีโศกาเศร้าโศก</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">วันติถีทังห้า</span></h3>
<p>วัน ติถีทังห้า หรือวันติตถีทังห้า หมายถึงวันข้างขึ้นข้างแรมที่โบราณาจารย์กำหนดไว้ว่า วันใดเหมาะหรือไม่เหมาะแก่กิจกรรมใดโดยกำหนดติถีวันต่างๆ ดังกล่าวไว้ว่าประกอบด้วย<br />
1. ขึ้น ? แรม 1 ค่ำ, 6 ค่ำ, 11 ค่ำ ตรงกับวันศุกร์ ชื่อว่า นันทาติถี<br />
2. ขึ้น ? แรม 2 ค่ำ, 7 ค่ำ, 12 ค่ำ ตรงกับวันพุธ ชื่อว่า ภัททราติถี<br />
3. ขึ้น ? แรม 3 ค่ำ, 8 ค่ำ, 13 ค่ำ ตรงกับวันอังคาร ชื่อว่า ไชยยาติถี, ไชยยติถี<br />
4. ขึ้น ? แรม 4 ค่ำ, 9 ค่ำ, 14 ค่ำ ตรงกับวันเสาร์ ชื่อว่า ริทธาติถี, ริตตาติถี<br />
5. ขึ้น ? แรม 5 ค่ำ,10 ค่ำ, 15 ค่ำ ตรงกับวันพฤหัสบดี ชื่อว่า ปุณณาติถี, ปุณณติถี</p>
<p>ขอแยกอธิบายแต่ละวันโดยละเอียดและยกตัวอย่างวันต่างๆ ที่พบในงานวรรณกรรมล้านนาดังนี้</p>
<p><span style="color: #00ccff;"><strong>วันนันทาติถี</strong></span><br />
ชาว ล้านนาเชื่อว่า วันนี้เหมาะแก่การปลูกสร้างบ้านใหม่ วิหาร ศาลา ขุดสระน้ำ ก่อหรือหล่อพระพุทธรูป ก่อเจดีย์ ปลูกข้าวในนา เดินทางไปค้าขาย ยกยอพระมหาเถรสังฆราชานายก พระสวามี ตั้งอุปราช ราชาภิเษกพระมหากษัตริย์ ทำขวัญ ตัดเย็บเสื้อผ้านุ่ง ทำมุ้ง ตัดช่อและ ทุงไชย</p>
<p>ในคร่าวรับเสด็จพระ เจ้าน้องยา เธอกรมหมื่นพิชิตปรีชากรซึ่งแต่งโดยพระญาพรหมโวหารได้กล่าวว่าวันที่พระเจ้า น้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร ทรงเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่มณฑลพายัพเป็นวันนันทาติถี ดังคร่าวที่ว่า</p>
<blockquote><p>องค์อนุชา ก็น้อมคำนับ จอมเกศเกล้า ภูบาล<br />
บ่ย่อท้อ แก่ราชการ มาเกณฑ์แต่งคราน ตาหานไพร่ฝ้า<br />
มีจดหมาย อั้บไปชุหน้า ผัดนัดวัน บอกไว้<br />
ขุนนางใน มหาดเล็กใช้ คัดเลือกผู้ คนดี<br />
วันรอดมื้อ นันทาติถี ไชยฤกษ์ดี ฤกษ์ร้ายบ่ต้อง<br />
เสด็จจากตึก พิลึกกึกก้อง ริพลนอง คั่งคับ</p></blockquote>
<p>ใน หนังสือซอคร่าวร่ำรับเสด็จพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในตอนที่เสด็จถึงนครเชียงใหม่และบรรดาพระญาติจะจัดให้มีพิธีทูลพระขวัญนั้น ก็เลือกวันนันทาติถีเป็นวันทำพิธีเช่นกัน ดังคร่าวว่า</p>
<blockquote><p>เจ้าญิงหลาย เจ้าชายรอบล้อม หลายมากเจ้า นารี<br />
จัดดอกไม้ ใส่ขันใบสี มีจอมเทวี ทิพเนตรเจ้า<br />
จัดมาลี รังสีบ่เส้า กาบเมืองเรา ยอดค้อม<br />
บุษบา เจ้าตาพร่ำพร้อม จอมหม่อมห้าม ในวัง<br />
ตบแต่งครับ ประดับบุปผัง หอมคันธัง ชารสใช่หน้อย<br />
หลากหลายสี งามดีอ่อนอ้อย ไหมมีคำ สอดม้วน<br />
วันเม็งหมดใส วันไทปลอดล้วน จับถูกถ้วน นันทา<br />
จิ่งเอาแม่ช้าง ตัวงามหนักหนา จัดซื้อมา ห้าพันบาทใต้<br />
แม่เชียงราย เจ้าองค์ที่ไหว้ ใส่นามา ว่าเพราะ</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #00ccff;">วันภัททราติถี</span></strong><br />
ชาว ล้านนาเชื่อว่าวันนี้เหมาะแก่การส่งศุภสาส์นการทูต ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาว ทำพิธี แต่งงาน ล้างหรือทำความสะอาดเครื่องประดับ ย้ายที่อยู่ แกะสลัก เขียนภาพ ตัดไม้มาทำ บ้านเรือน เข้าอยู่บ้านใหม่ อยู่เมืองใหม่ หากตั้งชื่อ ยศ ศักดิ์ หรือตำแหน่งบุคคลจะดีมาก</p>
<p>ในคร่าวรับเสด็จพระเจ้า น้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร กล่าวถึงวันที่พระเจ้า อินทวิชยานนท์จัดให้มีพิธีทูลพระขวัญพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตฯ ว่าตรงกับวันภัททราติถี ซึ่งปรากฏว่าตรงกับวันพุธ แรม 2 ค่ำ ตามหลักเกณฑ์การหาวันภัททราติถี ดังคร่าวที่ว่า</p>
<blockquote><p>เดือนสิบแรม สองค่ำวันพุธ เป็นโยคหม้า วันดี<br />
ในวันนั้น ภัททราติถี เอาวาที เข้าทูลกราบเฝ้า<br />
องค์จอมขุน ครั้นรู้ทูลเหง้า ว่าเป็นวันดี บ่ช้า<br />
ก็หื้อจัดแจง แต่งห้างช้างม้า ครบเครื่องถ้วน เร็วพลัน<br />
จำลองแหย่งช้าง ที่วันทูลขวัญ ปิดทองคำ นีดเน้นแก้วป้อง<br />
กูบพายบน แยงยงแสงอย้อง ดอกใบเครือ เรื่อล้ำ</p></blockquote>
<p>อีกตอนหนึ่งว่า</p>
<blockquote><p>ทังอัสสา กุญชาม้าช้าง ตัวเอกอ้าง งางอน<br />
ก็จัดแต่งพร้อม อาทิตย์เทียวจร แตรสู่ทอน แรมสองค่ำได้<br />
เดือนสิบเหนือ คือเดือนแปดใต้ จันทร์เทียวใน ฤกษ์ฟ้า<br />
ยี่สิบสามตัว บ่มัวต่ำช้า เป็นโยคหา วันดี<br />
เม็งวันพุธ ภัททราติถี วันไทมี กดสันชื่อหมั้น<br />
ขันบายศรี โภชน์โภพร้อมหั้น ทังกุญชา มิ่งม้า</p></blockquote>
<p>ใน คำร่ำโอกาสถวายทานพระวิหารพระธาตุเจ้าเสด็จ อ. เมือง จ. ลำปาง ก็ได้กล่าวถึงวันรื้อพระวิหารเพื่อทำการบูรณะใหม่ว่าเป็นวันภัททราติถี และตรงกับวันพุธ ขึ้น 2 ค่ำตามหลักเกณฑ์การหาวันภัททราติถีเช่นกัน ดังคำร่ำว่า</p>
<blockquote><p>กุศลผลมาดลสู่ใกล้<br />
จุลศักราชได้ 1200 ล่วงเลยมา<br />
97 พระวัสสาจดจำไว้ได้<br />
นามว่าปีดับใค้<br />
เดือน 6 ออก 2 ค่ำวันดี<br />
ภัททราติถีวันพุธใสบ่เส้า<br />
มาหันพระวิหารเจ้า<br />
หลังเก่านั้นโซเซ<br />
จิ่งได้พร้อมกันเทลงไว้เป็นห้อง</p></blockquote>
<p><span style="color: #00ccff;"><strong>วันไชยยาติถี</strong></span><br />
ชาว ล้านนาเชื่อว่าวันนี้เหมาะแก่การทำเครื่องมือศาสตราวุธทุกชนิด ประกาศสงคราม เจรจาความเมืองหรือต่อสู้คดีความ เลี้ยงหมู่ทแกล้วพลหาญ เรียนศิลปศาสตร์ต่างๆ ก่อสร้างเมืองใหม่ ทำความสะอาดอาวุธ และทำรั้ว<br />
ในบทเรียกขวัญสำนวนหนึ่งได้กล่าวอ้างว่าวันที่ประกอบพิธีเป็นวันมงคล ตรงกับวันไชยยาติถี ดังนี้</p>
<blockquote><p>อชฺชเชยฺยโส อชฺชเชยฺโย อชฺชมงฺคโล มงฺคลสมฺภูโต<br />
มหาไชยยิ่งโยชน์ อุตตมโชคลือเมือง<br />
???????. ??????<br />
บวรอันยิ่งไชยยาติถี ได้มหาอุจจาลัคนาโชค<br />
กองตรงนวางศ์ส่งตาประเสริฐ ฤกษ์ล้วนถ้วนแม่นวันดี<br />
ไชยยติถีเป็นดีงามวิเศษ</p></blockquote>
<p>คำเรียกขวัญคู่บ่าวสาวสำนวนหนึ่ง ก็กล่าวอ้างถึงวันไชยยาติถีเช่นกันดังนี้</p>
<blockquote><p>อชฺชเชยฺยโส อชฺชเชยฺโย อชฺชมงฺคโล<br />
อัชชะในวันนี้ก็เป็นวันดี<br />
เป็นวันไชยยาติถีอันใสบ่เส้า<br />
เป็นวันมูลมั่งเท้าเลิศลาภา<br />
พิมพาขะนุ่นงิ้วมาได้เจ้าก่ำกาดำ<br />
เจ้าเงาะมาได้แม่รจนาก็เป็นวันนี้เนอเจ้า</p></blockquote>
<p>ในบทซอเรียกขวัญลูกแก้วทำนองดาดเมืองน่านของช่างซอเมืองน่าน ก็กล่าวอ้างถึงวัน ไชยยาติถีเช่นกันความว่า</p>
<blockquote><p>วันมิ่งมงคลไชยยาติถี วันโกสัมพีตัวเมืองสร้างบ้าน<br />
ว่าเป็นวันดีบ่เส้าบ่ม้าน หมอใหญ่ในบ้านเพิ่นว่าวันมีชัย<br />
เป็นวันพระนาคโปรดสัตว์ทังหลาย เป็นวันเอย็นเงินไหลหลั่งข้อน<br />
เป็นวันช่างซอจะเอาขวัญนาคน้อย</p></blockquote>
<p>ใน บทซอขึ้นเรือนใหม่ ทำนองเพลงอื่อก็กล่าวถึงวันไชยยาติถี (ไชยติถี) เช่นกัน แต่คงเป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น เพราะในบทซอกล่าวว่าวันทำพิธีตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำซึ่งมิได้เป็นไปตามเกณฑ์การหาวันไชยยาติถีแต่อย่างใด ดังบทซอว่า</p>
<blockquote><p>พี่น้องบ้านเราเอาใจเป็นกัน มาผ่อสล่าเป็นฟ้าวเป็นฟั่ง<br />
วันเดือนหกออกสิบสองค่ำ วันนั้นก็เป็นวันดี<br />
เพิ่นทึงจะปกจะแปง วันนั้นเป็นวันไชยยติถี<br />
ซ้ำเป็นวันโชคชัยดี เป็นวันมงคลใสสว่าง</p></blockquote>
<p><span style="color: #00ccff;"><strong>วันริทธาติถี, ริตตาติถี</strong></span><br />
ชาว ล้านนาเชื่อว่าวันนี้เหมาะแก่การทำเรือกสวน ไร่ นา ปลูกต้นไม้ สร้างถนนหนทาง ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย ทำแก้วแหวนมิ่งมงคล ตัดเสื้อผ้า ทำขวัญ ตัดผม ทาน้ำมัน น้ำหอม เข้าเฝ้าเจ้านาย</p>
<p><span style="color: #00ccff;"><strong>วันปุณณาติถี</strong></span><br />
ชาว ล้านนาเชื่อว่า วันนี้เหมาะแก่การนำข้าวใหม่ใส่ยุ้งฉาง ทำถุงหรือกระเป๋าใส่เงิน ไถ่ข้าทาสหญิงชาย หรือนำคนรับใช้เข้ามาอยู่ในบ้าน พระสงฆ์เริ่มเรียนหนังสือ เรียนธรรม บรรพชา อุปสมบทภิกษุสามเณร สร้างเวียงวัง ก่อกำแพง ตั้งชื่อท้าวพระญา เสนาอามาตย์ ข้าราชการ<br />
ในหนังสือซอคร่าวร่ำรับเสด็จพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในตอนที่เสด็จถึงนครสวรรค์ กล่าวว่าตรงกับวันปุณณติถีพอดี ดังคร่าวว่า</p>
<blockquote><p>ยามเสด็จ ลงจากรถตั้ง นราชน คั่งคับ<br />
มีท่านเสนา อยู่ถ้าคอยรับ คับคั่งแหน้น เรืองไร<br />
ปุณณาทิวะ รุ่งแจ้งแสงใส พระนงวัย ประพาสกาดแก้ว</p></blockquote>
<p><span style="color: #00ccff;"><strong>วันสูญ วันไสย วันปลอด</strong></span><br />
วัน สูญ วันไสย เป็นวันที่ชาวล้านนาเชื่อว่าไม่ควรประกอบพิธีมงคล หากวิเคราะห์ความหมายของคำว่า &#8220;สูญ&#8221; หมายถึง ความว่างเปล่า ความหายสิ้นไป หรือความเสียหาย ส่วนคำว่า &#8220;ไสย&#8221; หมายถึง นอน ถ้าวันนั้นเป็นวันนอนหรือฉุดไม่ขึ้น หรือล้มลงไป ทำอะไรก็คงไม่ดี ทำไม่ขึ้นนั่นเอง ทั้งสองคำก็ล้วนแต่มีความหมายในทางไม่เป็นมงคลทั้งสิ้น</p>
<p>ส่วน &#8220;วันปลอด&#8221; เป็นวันที่ชาวล้านนาเชื่อว่าเหมาะสำหรับทำการมงคลทุกอย่าง คำว่า&#8221;ปลอด&#8221;หมายถึง รอด รอดพ้น สะดวก ราบรื่น เช่นในคำว่า ปลอดภัย ปลอดโปร่ง เป็นต้น<br />
หลักฐานที่เก่าที่สุดที่พบว่าชาวล้านนามีความเชื่อ เรื่องวันถูกสูญ และวันปลอด พบในจารึกวัดปราสาท (ชร.3) จารึกเมื่อ พ.ศ. 2039 หรือเมื่อ 508 ปีมาแล้ว เนื้อความในจารึกกล่าวว่า</p>
<blockquote><p>โอกาสสาธุ สัปปุรุษ พุทธสาวกสัตไตรสรณ์ บวรอุดม อาคมวิวิธวิจิตร สุจริตอเนก ประเจกนานัปการ โภชาภิภุญชมาน ภุมาภุมนิสสิสยักษ์ รากษสปิศาจกุมภัณฑ์ คนธรรพ์มนุษย์ภุชงค์ พระสงฆ์สุราสุรินทร์ อินทร์พรหมาภิพรหม อุดมนิกายทั้งหลาย จุ่งฟังนิยายทั้งหลาย สายสารสวัสดี ช่วยชูศรีพุทธศาสน์ เดียรดาษด้วยมงคลดังนี้เท่าวันศักราชได้ 858 ตัว ปลายบ่มัวมีคู่ พร้อมด้วยหมู่หรคุณ วันบ่สูญ วันปลอด สุมงคลรอดด้วยดี ในปีรวายสีเสร็จ เดือนสิบเอ็ดออกนึ่งค่ำ พร่ำวันไทดับไส้ เม็งได้ชื่อวันจันทร์แล</p></blockquote>
<p>อย่าง ไรก็ตามจะเห็นได้ว่าออกหนึ่งค่ำ หรือขึ้น 1 ค่ำวันจันทร์ ตามหลักเกณฑ์ของวันสูญ วันปลอด แล้ว ก็ยังคงเป็นวันสูญหาได้เป็นวันปลอดตามที่จารึกอ้างไว้ไม่ นั่นอาจเป็นเพราะผู้จารึกต้องการแสดงโวหาร และกล่าวถึงวันอันเป็นมงคลตาม &#8220;ขนบ&#8221; เข้าทำนองว่า &#8220;ตัดไม้ข่มนาม&#8221; มากกว่าที่จะยึดถือเป็นจริงเป็นจัง เมื่อเป็นดังนี้เราก็พอจะอนุมานได้ว่าความเชื่อเรื่อง &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; คงมีการอนุโลมตามความสะดวกและความเหมาะสมมานานแล้ว</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">วันหัวเรียงหมอน</span></h3>
<p>วันหัวเรียงหมอนคือวันที่เหมาะแก่การทำพิธีมงคลสมรส ซึ่งถึงแม้จะหาฤกษ์อย่างอื่นมาได้แล้ว ก็ตาม แต่ก็มักจะตรวจสอบกับตำราวันหัวเรียงหมอนซ้ำอีกครั้งหนึ่ง วันหัวเรียงหมอนที่พบในล้านนามี 2 ตำราที่แตกต่างกัน ดังนี้คือ</p>
<p><strong>ตำราที่ 1 วันหัวเรียงหมอนตรงกับ</strong><br />
เดือนใดก็ตามที่ตรงกับ ขึ้น 2, 7, 10, 11, 12, 13 ค่ำ และ<br />
เดือนใดก็ตามที่ตรงกับ แรม 4, 7, 10, 13, 14 ค่ำ</p>
<p><strong>ตำราที่ 2 วันหัวเรียงหมอนตรงกับ</strong><br />
เดือนใดก็ตามที่ตรงกับ ขึ้น 3, 4, 5, 6, 10, 13,15 ค่ำ และ<br />
เดือนใดก็ตามที่ตรงกับ แรม 3, 5, 9, 11, 12 ค่ำ<br />
นอกจากนี้ยังพบว่าทางภาคกลางก็มีคติความเชื่อเรื่องวันหัวเรียงหมอนเช่นเดียวกันแต่ก็มีเกณฑ์ต่างออกไปดังนี้<br />
ตำราภาคกลาง วันหัวเรียงหมอนตรงกับ<br />
เดือนใดก็ตามที่ตรงกับ ขึ้น 7,10,13 ค่ำ และ<br />
เดือนใดก็ตามที่ตรงกับ แรม 4, 8, 10, 14 ค่ำ</p>
<p>วันหัวเรียงหมอน เป็นวันที่ใช้ดูวันสำหรับประกอบพิธีแต่งงาน ในวรรณกรรมล้านนาที่กล่าวถึงวันนี้มากที่สุดก็คือ คำเรียกขวัญคู่บ่าวสาว (เจ้าบ่าวเจ้าสาว) ขอยกตัวอย่างบางส่วนดังนี้</p>
<blockquote><p>เป็นวันมังคละดีแท้เล้าเลิศเนืองนอง<br />
เจ้าสรรพสิทธิหน่อท้าวมาได้นางเทพไกสร<br />
ได้เสวยนครบุรีใหญ่กว้าง<br />
เป็นสิริมงคลสล้างเลิศนองเนือง<br />
นักปราชญ์เจ้ากล่าวว่าเป็นวันหัวเรียงหมอนแม่นหมั้น<br />
สองเจ้าเจื่องชั้นได้สมรสเป็นคู่หนอผัวเมีย</p></blockquote>
<p>นอกเหนือจากวันตามความเชื่อที่ยกมาดังกล่าวยังมีวันตามความเชื่ออื่นๆ อีกมากที่ปรากฏในงานวรรณกรรมล้านนา เช่น <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87/">วันเก้ากอง</a> ซึ่งชาวล้านนาจะไม่ฌาปนกิจศพในวันดังกล่าวเป็นอันขาด ด้วยเชื่อว่าจะทำให้คนในครอบครัวของผู้ตายหรือคนในชุมชนนั้นเสียชีวิตตาม เป็นจำนวนมาก วันเก้ากองโดยทั่วไปมักนับโดยอิงอาศัยวันหนไทเป็นหลัก แต่ในวรรณกรรมบางเรื่อง ตลอดจนความเชื่อของชาวล้านนาบางส่วนเชื่อว่าวันเก้ากองตรงกับวันแรม 9 ค่ำ ซึ่งสอดคล้องกับงานวรรณกรรมล้านนาเรื่อง เวสสันตรชาดก ฉบับไผ่แจ้เรียวแดง กัณฑ์ชูชก ในตอนที่บรรดาเมียพราหมณ์รุมด่านางอมิตดา เพราะไม่พอใจที่ถูกสามีของพวกตนต่อว่าที่ปรนบัติสามีสู้นางอมิตดาไม่ได้ ดังความตอนหนึ่งว่า</p>
<blockquote><p>ดั่งรือนางบ่หาผัวหนุ่มหน้อย พ้อยมาได้เถ้าพรักพร้อยหัวสั่นงันๆ ซ้ำมาเหม็นขี้ฟันและ ขี้เขี้ยว ปากเบี้ยวกอดคอนอน นี้ชา รอยว่านางได้ปูชาไฟยามกลางวันจักใกล้ตกต่ำ เดือนแรม 9 ค่ำ พร่ำว่าได้วัน 4 บ่มีอันนี้ รอยได้ปูชาเคราะห์ปีเดือนบ่ชอบ จังไรครอบคืนมา</p></blockquote>
<p>การที่ผู้ประพันธ์เห็นว่าแรม 9 ค่ำเป็นวันไม่ดีอาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลความเชื่อเรื่องวันเก้ากอง ก็เป็นได้ เพราะวันเก้ากองเป็นวันที่ห้ามฌาปนกิจศพ (เผาศพ) หรือไม่ให้จุดไฟในเชิงพิธีกรรมนั่นเอง การที่เปรียบเปรยว่า ?รอยว่านางได้ปูชาไฟ? ก็อาจใช้แนวเทียบเดียวกัน</p>
<p>นอกจากนี้ยังปรากฏความเชื่อเรื่อง วันราหู คือวันพุธกลางคืน (กลางวันจักใกล้ตกต่ำ วัน 4) อีกด้วย ในทางโหราศาสตร์ถือว่าราหูเป็นตัวร้ายจะนำพามาซึ่งความเดือดร้อน เช่นในคำเรียกขวัญว่า ?วันนี้ก็เป็นวันดี วันพระญาธรรมมาเกิด สืบสร้างศาสนาพระเจ้า วันนี้นาหากเป็นวันดีใสบ่เส้า ราหูย้ายได้แสนวา นักขัตตาเท่ามาดูเปล่ง วรรณะเร่งบ่มีสูญ? อนึ่งจากคำประพันธ์ข้างต้นยังไขข้อข้องใจที่ว่า หากในเอกสารโบราณเขียนว่า วัน 1 วัน 2 เวลาอ่านจะต้องปรับอ่านว่าวัน(อา)ทิตย์ วันจันทร์ หรือยังจะคงอ่านว่าวัน 1 วัน 2 ตามเอกสาร ในคำประพันธ์ข้างต้นซึ่งมีสัมผัสบังคับไว้ทำให้ทราบว่าคนโบราณไม่ต่ำกว่า 300 ปีมาแล้ว อ่านว่าวัน 4 (วันสี่) ตามที่เขียน</p>
<p>บทสรุป<br />
ผู้เขียนสันนิษฐานว่าความเชื่อเรื่อง วันดีวันเสีย แบบต่างๆ คงเป็นความเชื่อที่ค่อยๆ เกิดขึ้นหลายลำดับช่วงเวลา และคงเป็นความเชื่อที่เกิดจากหลายบุคคล หรือหลายกลุ่มบุคคล และหลายภูมิภาค โดยแต่ละกลุ่มที่เชื่อก็คงเลือกเชื่อตามที่ตน ศรัทธา และเห็นว่า แม่น หรือที่ชาวบ้านมักพูดว่า &#8220;ศิษย์ต่างครู อาจารย์ต่างวัด หนังสือก้อมต่างคนต่างมี&#8221;</p>
<p>ต่อมาเมื่อมีผู้รวบรวมความเชื่อเรื่องวันเหล่านี้จากแหล่งต่างๆ จึงพบว่ามีความขัดแย้งกันอยู่มาก บางตำราว่าเป็นวัน &#8220;ดีมาก&#8221; แต่ขณะเดียวกันบางตำราก็กลับกล่าวว่าเป็นวัน &#8220;ร้ายมาก&#8221; แต่ความหลากหลายนี้ในอดีตคงไม่เป็นปัญหา ด้วยเหตุที่แต่ละคนแต่ละ ภูมิภาคก็เชื่อและยึดถือของตนไป อย่างไรก็ตามแนวคิดพื้นฐานของการมี &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; ก็คงเพื่อต้องการสร้างความสบายใจ สร้างความเชื่อมั่น และสร้างค่านิยมเรื่อง &#8220;เวลาที่ถูกต้องเหมาะสม&#8221; อันจะเป็นการ &#8220;จัดระเบียบสังคม&#8221; ที่ตนอยู่ให้เป็นไปในแนวเดียวกัน<br />
ความเชื่อเรื่องนี้ ทำให้ทราบว่าความเชื่อเรื่องนี้มีความสำคัญมากพอที่ทำให้กวีหรือผู้ประพันธ์ นำไปสอดแทรกในงานวรรณกรรมของตน วรรณกรรมที่มักกล่าวอ้างถึง &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; มักเป็นวรรณกรรมที่ใช้ในพิธีกรรม เช่น คำเรียกขวัญลูกแก้ว คำเรียกขวัญคู่บ่าวสาว บทซองานต่างๆ เป็นต้น สิ่งที่น่าสังเกตคือกวีจะมี &#8220;ขนบ&#8221; ในการสอดแทรกความเชื่อเรื่องนี้อย่างมีระบบกล่าวคือจะใช้ในตอนเกริ่นนำถึง &#8220;เวลาอันเป็นมงคล&#8221; ที่จะประกอบพิธีหรือกิจกรรมใดๆ ซึ่งเป็น &#8220;กลวิธี&#8221; ที่ใช้ส่งเสริมบุญบารมีของตัวเอกในเรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นตัวละคร หรือบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ หากเป็นวรรณกรรมที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรม การเกริ่นนำเรื่อง &#8220;เวลาอันเป็นมงคล&#8221; นี้ก็เป็น &#8220;กลวิธี&#8221; ที่สร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ความอิ่มเอมใจ ให้กับเจ้าของงานหรือผู้ร่วมพิธีได้ไม่น้อย แม้บางครั้งการกล่าวอ้างเรื่อง &#8220;วันดีวันเสีย&#8221; เป็นเพียงการกล่าวอ้างตามขนบ หรือตามตำรา ทั้งที่ความจริงแล้วอาจไม่ใช่ &#8220;วันดี&#8221; ตามการกล่าวอ้างก็ตาม แต่ก็เป็นการกล่าวอ้างเข้าลักษณะที่ว่า &#8220;พูดให้ดีแล้วทุกอย่างก็จะดีตามที่พูด&#8221;</p>
<h3 class="storytitle"><span style="font-size: x-large;">ฤกษ์ล่าง</span></h3>
<div class="storycontent">
<p>ก่อนจะทำการมงคลใด ๆ ควรจะหาฤกษ์ที่ดี ต้องถือพยากรณ์พระเคราะห์ทั้ง 8 ทิศ เป็นหลัก และต้องตรวจดูกาลโยคปีปัจจุบันในปฏิทินโหรเสียก่อนว่า วันใด ฤกษ์ใดเป็นอุบาทว์ โลกาวินาศ และวันที่ให้ฤกษ์นั้นจะต้องไม่ตรงกับวันดับ คือที่เรียกว่า &#8220;ดิถีมหาศูนย์&#8221; หรือ &#8220;ดิถีพิฆาต&#8221; และอย่าให้วันนั้นเป็นวันกาลกิณีเดิมของผู้ประกอบการ และในภูมิปีก็ไม่ควรเป็นกาลกิณีด้วยควรใช้วันที่เป็น ธงชัย อธิบดี และวันที่เป็นมิตร และอย่าให้พระจันทร์เป็นศัตรู คือ เป็นอริ มรณะ วินาศ ต่อผู้ประกอบการ ให้วางพระจันทร์ไว้ในที่ดี เหมาะสมกับผู้ประกอบการ<br />
ฤกษ์ หมายถึง คราวหรือเวลา ความปลอดภัยหรือความสำเร็จสมประสงค์ อำนวยความเป็นศิริมงคลแก่ผู้ประกอบการนั้น ๆ ฤกษ์ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ฤกษ์บนและฤกษ์ล่าง<br />
ฤกษ์บน เป็นชัยมงคลเบื้องสูง โดยถือตำแหน่งของพระจันทร์และดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ เป็นหลัก คือ กำหนดโดยจันทร์ พระจันทร์ต้องดีไม่เป็นอริ มรณะ และวินาศแก่ผู้ประกอบการ พระจันทร์โคจรให้คุณเช่นจันทร์ครุสุริยา ทางโหราศาสตร์ใด้กำหนดฤกษ์ไว้ ได้แก่<br />
ทลิทโทฤกษ์ มหัทธโณฤกษ์ โจโรฤกษ์<br />
ภูมิปาโลฤกษ์ เทศาตรีฤกษ์ เทวีฤกษ์<br />
เพชฌฆาตฤกษ์ ราชาฤกษ์ สมโณฤกษ์<br />
รวมเป็น 9 ฤกษ์ เรียกว่า &#8220;ฤกษ์บน&#8221; หรือ (นพดล)<br />
ฤกษ์ล่าง ซึ่งเหมาะเป็นชัยมงคลทางเบื้องใต้ฟ้า หรือเบื้องต่ำบนพื้นดิน โดยมนุษย์เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยให้วันทั้ง 7 ประกอบด้วยดิถี ขึ้น แรม และเดือน ปี เป็นหลักในการคำนวณนับ เช่นวันธงชัย วันอธิบดี วันอุบาทว์ และวันโลกาวินาศ และมีดิถี คือ ขึ้น แรม ดิถีธงชัย ดิถีพิฆาต อีกทั้งวันจม วันฟู วันลอย กทิงวัน อัคนิโรธ ทักทิน ยมขันธ์ จัดเป็นฤกษ์ย่อยต่าง ๆ รวมเรียกว่า &#8220;ฤกษ์ล่าง&#8221; หรือ (ภูมิดล)</p>
<h3>ดิถีมงคล 5 ประการ</h3>
<p>ดิถีมงคล 5 ประการ เพื่อใช้ทำการมงคลต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p>1. <strong>ดิถีอมริสสโชค</strong> ดีสำหรับงานทั่วไปเกี่ยวกับความราบรื่นและลาภผล<br />
2. <strong>ดีถีสิทธิโชค</strong> ดีสำหรับงานสำคัญที่เป็นโครงการระยะสั้น<br />
3. <strong>ดิถีมหาสิทธิโชค</strong> ดีสำหรับงานที่เป็นโครงการระยะยาว<br />
4. <strong>ดิถีชัยโชค</strong> ดีสำหรับงานที่ต้องต่อสู้แข่งขันหรือรบทัพจับศึก<br />
5. <strong>ดิถีราชาโชค</strong> ดีสำหรับงานที่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่</p>
<p><strong>บางรายเลือก &#8220;ดิถีชัยโชค&#8221; เป็นวันมงคลสมรส</strong><br />
ข้างขึ้นข้างแรม ของดิถีมงคล 5 ประการ (อักษรย่อ คือชื่อวัน ส่วนนับบนลงล่างตัวเลขคือ ขึ้นแรม)</p>
<table border="1" width="400" cellspacing="0" cellpadding="2">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="47">
<p align="center">อา</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">จ</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">อ</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">พ</p>
</td>
<td valign="top" width="45">
<p align="center">พฤ</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">ศ</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">ส</p>
</td>
<td valign="top" width="91"></td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="47">
<p align="center">8</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">3</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">9</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">2</p>
</td>
<td valign="top" width="45">
<p align="center">4</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">1</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">5</p>
</td>
<td valign="top" width="91">
<p align="center">อมริสสโชค</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="47">
<p align="center">11</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">5</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">14</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">10</p>
</td>
<td valign="top" width="45">
<p align="center">9</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">11</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">4</p>
</td>
<td valign="top" width="91">
<p align="center">สิทธิโชค</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="47">
<p align="center">14</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">12</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">13</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">4</p>
</td>
<td valign="top" width="45">
<p align="center">7</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">10</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">15</p>
</td>
<td valign="top" width="91">
<p align="center">มหาสิทธิโชค</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="47">
<p align="center">8</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">3</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">11</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">10</p>
</td>
<td valign="top" width="45">
<p align="center">4</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">1</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">11</p>
</td>
<td valign="top" width="91">
<p align="center">ชัยโชค</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="47">
<p align="center">6</p>
</td>
<td valign="top" width="43">
<p align="center">3</p>
</td>
<td valign="top" width="44">
<p align="center">9</p>
</td>
<td valign="top" width="44">
<p align="center">6</p>
</td>
<td valign="top" width="45">
<p align="center">10</p>
</td>
<td valign="top" width="44">
<p align="center">1</p>
</td>
<td valign="top" width="44">
<p align="center">5</p>
</td>
<td valign="top" width="93">
<p align="center">ราชาโชค</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ข้างขึ้น ข้างแรม ของดิถีมงคล 5 ประการ (อักษรย่อ คือ ชื่อวัน ส่วน นับบนล่างตัวเลขคือขึ้นแรม)</p>
<p>อมริสสโชค  วันที่มี โชค<br />
สิทธิโชค วันที่ประสบความสำเร็จ<br />
มหาสิทธิโชค วันที่ประสบความสำเร็จอันดียิ่ง<br />
ชัยโชค วันที่มีชัยชนะ<br />
ราชาโชค วันที่มีโชคอย่างยิ่งใหญ่</p>
</div>
<hr />
<p>ที่มา http://www.teeneelanna.com/moojoomhao/home/space.php?uid=1&amp;do=blog&amp;id=263</p>
<p><span style="font-size: large;">ขอบคุณข้อมูลจาก http://moradoklanna.com/</span></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">วันดีวันเสีย ที่ปรากฏในวรรณกรรมล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
