<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บ่าหนุน Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/บ่าหนุน/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:07:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>บ่าหนุน Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/บ่าหนุน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แกงขนุน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Apr 2021 14:49:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนุน]]></category>
		<category><![CDATA[บ่าหนุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[แกงบ่าหนุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=8318</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกงขนุน ภาษาเหนือ แก๋งบ่าหนุน ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">แกงขนุน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">แกงขนุน ภาษาเหนือ แก๋งบ่าหนุน</span></h2>
<p>แกง<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">ขนุน</a> หรือ แกงบ่าหนุน ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล บางท่านนิยมแกงกินในงานแต่งงาน เพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่แต่งงานนั้นมีความเกื้อหนุนจุนเจือต่อกัน และในวันปากปี คือหลังวันเถลิงศก (วันพญาวัน) หนึ่งวัน บางแห่งนิยมใส่ข่า ตะไคร้ทุบ และอาจมีจักข่าน (สะค้าน) บ่าแขว่น (ผลกำจัด) โขลกใส่ลงไปในแกงด้วย (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 482; ประทุม อุ่นศรี, สัมภาษณ์, 25 มิถุนายน 2550)</p>
<h3><span style="color: #339966;">ส่วนผสม</span></h3>
<p>1. ขนุนอ่อน 300 กรัม<br />
2. ซี่โครงหมูสับ 100 กรัม<br />
3. มะเขือเทศลูกเล็ก 5 ลูก<br />
4. ชะอมเด็ด 1/2 ถ้วย<br />
5. ชะพลูหั่นหยาบ 1/2 ถ้วย</p>
<h3><span style="color: #339966;">เครื่องแกง</span></h3>
<p>1. พริกแห้ง 5 เม็ด<br />
2. กระเทียม 5 กลีบ<br />
3. หอมแดง 5 หัว<br />
4. กะปิ 1 ช้อนชา<br />
5. เกลือ 1 ช้อนชา</p>
<h3><span style="color: #339966;">วิธีการทำ</span></h3>
<p>สำหรับวิธีทำแกงขนุน วิธีทำแก๋งบ่าหนุน นั้นก็จะมีวิธีการทำดังนี้</p>
<p>1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ละลายเครื่องแกงลงในน้ำเดือด<br />
3. ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม<br />
4. ใส่ขนุน ต้มให้ขนุนนิ่ม<br />
5. ใส่มะเขือเทศ ชะอม และใบชะพลู คนให้เข้ากัน พอผักสุก ปิดไฟ</p>
<h3>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</h3>
<h4>เคล็ดลับในการปรุง</h4>
<p>เมื่อแกงสุกแล้วไม่ควรปิดฝาหม้อทันที ทิ้งไว้สักครู่ให้แกงเย็นลงบ้าง เพื่อให้ใบชะพลูและใบชะอมไม่สุกจนเกินไป จะทำให้รสชาติแกงไม่กลมกล่อม</p>
<h4>เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสม</h4>
<p>ขนุนต้องใช้ขนุนอ่อนที่เม็ดยังไม่แก่ จึงจะทำให้ขนุนเปื่อยง่าย ควรเลือกขนุนอ่อนพันธุ์ทวายทั้งปี หรือพันธ์อื่นๆ ที่มีเนื้อแน่น รสชาติของน้ำแกงจะกลมกล่อมยิ่งขึ้น</p>
<h4>รายการอ้างอิง</h4>
<p>รัตนา พรหมพิชัย. (2542). แกงบ่าหนุน. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ (เล่ม 1, หน้า 482). กรุงเทพฯ:มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.</p>
<p>http://lannainfo.library.cmu.ac.th/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=46</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">แกงขนุน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขนุน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Mar 2017 17:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พืชผัก สวนครัว พื้นบ้านล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[บ่าหนุน]]></category>
		<category><![CDATA[ผักพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผักพื้นบ้านล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผักล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลอ่อนใช้แกง รากแก้ท้องร่วง แก้ไข้ เมล็ดช่วยขับน้ำนม ภาคอีสานเรียกบักมี่ ภาคเหนือเรียกบ่าหนุน สิบสองปันนาเรียกหมากมี่ หรือ หมากหนุน กาญจนบุรีเรียกกระนู ภาษาไทใหญ่เรียก ลาง เป็นไม้ผลยืนต้น</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">ขนุน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">ขนุน ภาษาเหนือ เรียกว่า บ่าหนุน ต้นไม้มงคลที่มียวงที่นำมารับประทานแล้วรับรองว่าหอมหวานอร่อยแน่นอน</span></h2>
<p><strong>ขนุน</strong> (ชื่อวิทยาศาสตร์: Artocarpus heterophyllus หรือ A. heterophylla)[1] ภาคอีสานเรียกบักมี่ ภาคเหนือเรียกบ่าหนุน สิบสองปันนาเรียกหมากมี่ หรือ หมากหนุน กาญจนบุรีเรียกกระนู ภาษาไทใหญ่เรียก ลาง เป็นไม้ผลยืนต้นในวงศ์ Moraceae มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และแพร่หลายมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และได้รับความนิยมมากในคาบสมุทรมลายู ไม่ปรากฏว่าเข้ามายังประเทศไทยเมื่อใด แต่มีกล่าวถึงในเอกสารโบราณตั้งแต่สมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา ชื่อสามัญของขนุนในภาษาอังกฤษคือ jackfruit มาจากภาษาโปรตุเกส jaka ที่เพี้ยนมาจากภาษามลายู chakka [2] หรือภาษามลยาฬัม chakka (ചക്ക) [3] ในขณะที่ยูกันดาในทวีปแอฟริกาเรียกว่า ไข่ช้าง เนื่องจากขนุนมีผลขนาดใหญ่[4] ขนุนเป็นผลไม้ที่มีผลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก[5] นาน ๆ ครั้งถึงจะมีผลที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 25 ซม.</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</span></h3>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ต้นขนุน</strong></span> เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-30 เมตร กิ่งและลำต้นเมื่อมีแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นไหลออกมา ลักษณะของใบขนุน เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบเป็นรูปรี ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ใบหนา ผิวด้านบนของใบจะมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนผิวใบด้านล่างจะสากมือ ใบขนุนกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ดอกขนุน</strong></span> ดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน เป็นช่อสีเขียว อัดกันแน่น แยกเพศ แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้ออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ เป็นแท่งยาว ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมยาว ออกตามลำต้นหรือกิ่งใหญ่ เมื่อติดผล ดอกทั้งช่อจะเจริญร่วมกันเป็นผลรวมมีขนาดใหญ่ โดย 1 ดอกกลายเป็น 1 ยวง ในผล ผลดิบเปลือกสีเขียว หนามทู่ ถ้ากรีดเปลือกจะมียางเหนียว เมื่อแก่ เปลือกสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง หนามจะป้านขึ้น ภายในผลมีซังขนุนหุ้มยวงสีเหลืองไว้ เมล็ดอยู่ในยวง</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ผลขนุน</strong></span> หรือ <span style="color: #99cc00;"><strong>ลูกขนุน</strong></span> ลักษณะภายนอกจะคล้าย ๆ จำปาดะ (ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกัน) โดยลักษณะของลูกขนุน ในผลดิบเปลือกมีสีขาว หนามทู่ ถ้ากรีดจะมียางเหนียว ถ้าแก่เปลือกจะมีสีน้ำตาลอ่อนอมเหลืองและหนามจะป้านขึ้นด้วย ภายในผลของขนุนจะมีซังขนุนหุ้มยวงสีเหลืองไว้ เมล็ดจะอยู่ในยวง โดยดอกขนุนจะออกดอกปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงเมษายน-พฤษภาคม และในช่วงธันวาคม-มกราคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-MMIi5SnLvWU/YHcOeVMzdGI/AAAAAAAAGWk/RX7_2PA3-Ucl-aqomfj6XEN_l6ue0jTRwCLcBGAsYHQ/s16000/jg.jpg" alt="ขนุน ภาษาเหนือ เรียกว่า บ่าหนุน ต้นไม้มงคลที่มียวงที่นำมารับประทานแล้วรับรองว่าหอมหวานอร่อยแน่นอน" width="600" height="394" border="0" data-original-height="394" data-original-width="600" /></p>
<h3><span style="color: #99cc00;">พันธุ์</span></h3>
<p>ขนุนมีหลายพันธุ์ สีของเนื้อจะต่างไปตามพันธุ์ บางพันธุ์ซังมีรสหวานรับประทานได้ บางพันธุ์ซังรสจืดไม่ใช้รับประทาน พันธุ์ขนุนที่ปลูกในประเทศไทย ได้แก่</p>
<ul>
<li>พันธุ์ตาบ๊วย เนื้อสีจำปาออกเหลือง ผลใหญ่ เนื้อหนา</li>
<li>พันธุ์ฟ้าถล่ม ผลขนาดใหญ่มาก ค่อนข้างกลม เนื้อสีเหลืองทอง</li>
<li>พันธุ์ทองสุดใจ ผลใหญ่ ยาว เนื้อสีเหลือง</li>
<li>พันธุ์จำปากรอบ ผลขนาดกลาง เนื้อสีจำปา หวานอมเปรี้ยว</li>
</ul>
<p>ต้นขนุนจัด เป็น 1 ใน 9 ไม้มงคลของไทย ไม้ขนุนมีความหมายว่า การช่วยหนุนบารมี เงินทอง ความร่ำรวย ให้ดียิ่งขึ้น มีผู้ให้การเกื้อหนุนจุนเจือ โดยนิยมปลูกไว้หลังบ้านด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้</p>
<p>นอกจากขนุนจะเป็นไม้มงคลนามแล้ว ก็ยังเป็นผลไม้ที่มีเนื้อหอมหวานอร่อยอีกด้วย และยังนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู แต่สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขนุนหรือรับประทานแต่น้อยเพราะมีรสหวาน นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย ส่วนที่นำมาใช้เป็นยารักษาอาการต่าง ๆ ได้แก่ ใบ ยวง เมล็ด แก่น ส่าแห้งของขนุน</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">สรรพคุณของขนุน</span></h3>
<p>ช่วยบำรุงโลหิต ทำให้เลือดเย็น (แก่นขนุนหนังหรือขนุนละมุด, ราก, แก่น)<br />
ขนุนมีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง ชูหัวใจให้สดชื่น (เนื้อหุ้มเมล็ดสุก, เนื้อในเมล็ด, ผลสุก, เมล็ด)<br />
ช่วยบำรุงร่างกาย (เมล็ด)<br />
ขนุนหนังเป็นผลไม้ที่มีวิตามินอีสูงติด 10 อันดับแรกของผลไม้ และยังมีวิตามินซีสูงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง<br />
ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (ผลสุก)<br />
ขนุนมีประโยชน์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานได้ โดยมีผลงานวิจัยของประเทศศรีลังกา ที่ได้ทำการทดลองในผู้ป่วยเบาหวานและในหนูทดลอง ซึ่งผลการทดลองพบว่าสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผลการทดลองยังได้ทำการเปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาเบาหวาน ซึ่งก็คือยา Tolbutamide และได้ผลสรุปว่าสารสกัดจากขนุนสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ายา Tolbutamide ภายในเวลา 5 ชม. สำหรับวิธีนำมาปรุงเป็นยาก็ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้ใบขนุนแก่ 5-10 ใบ นำมาต้มในน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวนานประมาณ 15 นาที แล้วนำมาดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น (ใบ)<br />
ช่วยระงับประสาท (ใบ)<br />
ช่วยแก้โรคลมชัก (ใบ)<br />
ใบขนุนละมุด นำไปเผาให้เป็นถ่านผสมกับน้ำปูนใสใช้หยอดหู แก้อาการปวดหู และเป็นหูน้ำหนวก (ใบขนุนละมุด)<br />
ใบขนุนใช้ต้มดื่มช่วยแก้อาการท้องเสียได้ (ใบ, ราก)<br />
เมล็ดช่วยแก้อาการปวดท้อง (เมล็ดขนุน)<br />
ใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ (เนื้อหุ้มเมล็ด, ผลสุก)<br />
ช่วยสมานลำไส้ (แก่น)<br />
เม็ดขนุน มีสารพรีไบโอติกหรือสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ทนต่อการย่อยของกระเพาะอาหารและการดูดซึมของลำไส้เล็กตอนบน ซึ่งช่วยดูดซึมแร่ธาตุอย่างแคลเซียม เหล็ก สร้างสารป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยไม่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคแต่อย่างใด (เมล็ด)<br />
ไส้ในของขนุนละมุด ใช้รับประทานช่วยแก้อาการตกเลือดในทวารเบาของสตรีที่มีมากไปให้หยุดได้ (ไส้ในขนุน)<br />
แก่นและเนื้อไม้ของต้นขนุน นำมาใช้รับประทานช่วยแก้กามโรค (แก่นและเนื้อไม้)<br />
ช่วยขับพยาธิ (ใบ)<br />
ใช้แก้โรคผิวหนังต่าง ๆ (ใบ, ราก)<br />
ช่วยรักษาแผลมีหนองเรื้อรัง (ยาง, ใบ)<br />
ช่วยสมานแผล (แก่น)<br />
ใช้ทาแผลบวมอักเสบ (ยาง)<br />
ช่วยแก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่เกิดจากแผลมีหนองที่ผิวหนัง (ยาง)<br />
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ช่วยในการจับกลุ่มอสุจิ เม็ดเลือดแดง แบคทีเรีย สารในของเหลวของร่างกาย ช่วยยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอส ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">ประโยชน์ของขนุน</span></h3>
<ol>
<li><strong>เม็ดขนุน</strong> ช่วยบำรุงน้ำนม ขับน้ำนม ทำให้น้ำนมของแม่เพิ่มมากขึ้น (<strong>เม็ดขนุน</strong>)</li>
<li>ใช้หมักทำเหล้า (เนื้อหุ้มเมล็ดสุก)</li>
<li>ช่วยแก้อาการเมาสุรา (ผลสุก)</li>
<li>แก่นของต้นขนุน นำมาใช้ทำสีย้อมผ้าได้ โดยจะให้สีน้ำตาลแก่ นิยมนำมาใช้ย้อมสีจีวรพระ</li>
<li>ส่าแห้งของขนุนนำมาใช้ทำเป็นชุดจุดไฟได้</li>
<li>เนื้อไม้ของต้นขนุนสามารถนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และเครื่องดนตรีได้</li>
<li>เมล็ดและยวงสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้</li>
<li>เนื้อขนุนสุกนำมารับประทานเป็นผลไม้และทำเป็นขนมได้หลายชนิด เช่น ใส่ในไอศกรีม ลอดช่อง กินกับข้าวเหนียวมูน นำไปอบแห้ง</li>
<li>ขนุนอ่อนนิยมนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานเป็นผัก เช่น ใส่ในส้มตำ ตำมะหนุน <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">แกงขนุน</a> ยำ ขนุนอบกรอบ เป็นต้น</li>
</ol>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">ขนุน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
