<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ที่เที่ยวแม่แจ่ม Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ที่เที่ยวแม่แจ่ม/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Dec 2021 11:16:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ที่เที่ยวแม่แจ่ม Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ที่เที่ยวแม่แจ่ม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติออบหลวง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 May 2017 15:48:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวฮอด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติที่ฮอด]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติที่แม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุทยานแห่งชาติออบหลวง เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/">อุทยานแห่งชาติออบหลวง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อุทยานแห่งชาติออบหลวง</p>
<p>อุทยานแห่งชาติออบหลวง เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 100 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 553 ตารางกิโลเมตร (345,625 ไร่) พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและสูงชัน มีอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แหล่งน้ำหลักคือลำน้ำแม่แจ่ม ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะแก่งเมื่อไหลผ่านหุบเขา ในอุทยานมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ จำแนกได้หลายประเภท สามารถพบสัตว์ป่าได้หลายชนิด เช่น เลียงผา เสือ หมี เป็นต้น นอกจากนี้ภายในอุทยานแห่งชาติยังมีน้ำพุร้อน น้ำตก ถ้ำ และแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์</p>
<p>แรกเริ่มกรมป่าไม้ได้ทำการจัดตั้ง &#8220;วนอุทยานออบหลวง&#8221; ขึ้นในบริเวณอุทยานแห่งชาติในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2509 ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหางดง อำเภอฮอด และตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ โดยกรมป่าไม้เห็นว่าบริเวณนี้มีสภาพภูมิประเทศที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยโขดผา ลำน้ำที่ไหลผ่านหลืบเขาที่ชาวบ้านเรียกกันมาก่อนหน้านี้ว่า ออบหลวง ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นแปลว่า ช่องแคบขนาดใหญ่ ตามลักษณะภูมิประเทศ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่พักของคนงานบริษัทบอร์เนียว ซึ่งคอยเก็บไม้สักที่ลำเลียงมาตามลำน้ำแม่แจ่ม</p>
<p>ต่อมากรมป่าไม้ได้โอนวนอุทยานออบหลวงมาอยู่ในความดูแลของกองอุทยานแห่งชาติ สังกัดกรมป่าไม้ หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2531 กองอุทยานแห่งชาติได้ทำการสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมรอบวนอุทยานเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ พื้นที่เพิ่มเติมรอบวนอุทยานประกอบด้วย ป่าจอมทอง ป่าแม่แจ่ม–แม่ตื่น และป่าแม่แจ่ม ทั้งหมดแต่เดิมเป็นป่าถาวรของชาติตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2509 จากนั้นได้ยกฐานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติโดยเรียงลำดับเวลาดังนี้ ป่าแม่แจ่ม–แม่ตื่นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ป่าจอมทองเมื่อปี พ.ศ. 2510 และป่าแม่แจ่มเมื่อปี พ.ศ. 2517 ป่าทั้งหมดมีสภาพสมบูรณ์ รวมพื้นที่ประมาณ 630 ตารางกิโลเมตร เมื่อทำการสำรวจเสร็จสิ้น กองอุทยานแห่งชาติได้รวมป่าข้างต้นทั้งหมดเข้ากับวนอุทยานฯและจัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติออบหลวง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 68 ของประเทศ</p>
<p>อุทยานแห่งชาติออบหลวง ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อยู่ในระหว่างเส้นละติจูดที่ 18 องศา 3 ลิปดา 53 ฟิลิปดา ถึงละติจูดที่ 18 องศา 24 ลิปดา 33 ฟิลิปดาเหนือ และอยู่ระหว่างเส้นลองติจูดที่ 93 องศา 23 ลิปดา 12 ฟิลิปดา ถึงเส้นลองติจูดที่ 98 องศา 40 ลิปดา 04 ฟิลิปดาตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ ต.ดอยแก้ว ต.สบเตี๊ยะ ต.แม่สอย ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง ต.กองแขก(ท่าผา) อ.แม่แจ่ม และ ต.หางดง ต.ฮอด ต.นาคอเรือ ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้<br />
ทิศเหนือ จดเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่<br />
ศใต้ จดห้วยแม่ป่าไผ่ และเขตสหกรณ์นิคมแม่แจ่ม อ.ฮอด จ.เชียงใหม่<br />
ทิศตะวันออก จดเขตหมู่บ้านป่าไม้(บ้านแม่สอย) โครงการป่าสงวนแห่งชาติป่าจอมทองที่ 2 เขตเทศบาลตำบลหางดง และเขตสหกรณ์นิคมแม่แจ่ม อ.ฮอด จ.เชียงใหม่<br />
ทิศตะวันตก จดห้วยบงเขต ต.บ่อหลวง อ.ฮอด และห้วยอมขูด , เขตสวนป่าองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้แม่แจ่ม ต.กองแขก(ท่าผา) อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่</p>
<p>ขนาดพื้นที่<br />
345625.00 ไร่</p>
<p>หน่วยงานในพื้นที่<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติออบหลวง<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.1(ป่ากล้วย)<br />
หน่วยพิทักษ์นที่อล.2(แม่สอย)<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.3(ฝายแม่แจ่ม)<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.4(บ่อน้ำร้อนเทพพนม)<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.5(นาคอเรือ)<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.6(ดอยคำ)<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.7(น้ำตกแม่เตี๊ยะ)<br />
หน่วยพิทักษ์ฯที่อล.8(ดอยแก้ว)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.5 (นาคอเรือ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.1 (บ้านป่ากล้วย)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.2 (แม่สอย)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.3 (ฝายแม่แจ่ม)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.4 (บ่อน้ำร้อนเทพพนม)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.6 (ดอยคำ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.7 (น้ำตกแม่เตี๊ยะ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อล.8 (ดอยแก้ว)</p>
<p>ภาพแผนที่</p>
<p>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นเทือกเขายาวในแนวเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยต่อจากดอยอินทนนท์ มีลำน้ำแม่แจ่มขั้นกลาง มีที่ราบน้อยมาก พื้นที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 280 &#8211; 1,980 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดอยู่บริเวณตอนเหนือของพื้นที่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันและสลับซับซ้อน มีที่ราบน้อยมาก กลุ่มภูเขาวางตัวในแนวเหนือ–ใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัย มีอาณาเขตติดต่อกับดอยอินทนนท์ พื้นที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 280–1,980 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของพื้นที่ ภูเขาที่สำคัญได้แก่ ดอยผาดำ ดอยเลี่ยม ดอยปุยหลวง ดอยคำ เป็นต้น แหล่งน้ำที่สำคัญคือ ลำน้ำแม่แจ่ม ซึ่งเป็นเขตแบ่งอำเภอจอมทองและอำเภอฮอด ไหลผ่านกลางพื้นที่อุทยานแห่งชาติจากทิศตะวันตกไปตะวันออก เฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติมีความยาวประมาณ 27 กิโลเมตร แม่น้ำไม่คดเคี้ยวมาก ภูมิประเทศที่แม่น้ำไหลผ่านมีลักษณะเป็นหุบเขา ตลิ่งแม่น้ำในอุทยานแห่งชาติมีลักษณะเป็นเกาะแก่ง มีโขดหินขนาดใหญ่ เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ แหล่งน้ำอื่นในอุทยานแห่งชาติได้แก่ ห้วยแม่แตะ ห้วยแม่เตี๊ยะ ห้วยแม่สอย ห้วยแม่แปะ ห้วยแม่จร ห้วยแม่หึด ห้วยแม่หลวง ห้วยแม่นาเปิน ห้วยแม่บัวคำ ห้วยแม่ลอน ห้วยบง ห้วยแม่ฮอด ห้วยทราย และห้วยแม่ป่าไผ่ บางส่วนไหลลงแม่น้ำแม่แจ่ม ซึ่งในที่สุดก็ลงมารวมกับแม่น้ำปิงทั้งหมด ถือเป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิงตอนล่าง</p>
<p>ธรณีวิทยา<br />
บริเวณออบหลวงเป็นหินแปรเกรดสูง มีขนาดต่าง ๆ กัน เกิดจากการแปรสัณฐานในช่วงยุคไทรแอสซิก (200–250 ล้านปีก่อน) หินที่เป็นองค์ประกอบของพื้นที่ได้แก่ หินแกรนิต แกรโนไดออไรท์ สลับกับหินบะซอลต์และหินตระกูลแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ ซึ่งประกอบด้วย แร่ควอตซ์และเฟลด์สปาร์ จากยุคไทรแอสซิกและครีเทเชียส สำหรับท้องน้ำของลำน้ำแม่แจ่มมีเกาะแก่ง หินขนาดต่าง ๆ ริมฝั่งแม่น้ำบางช่วงมีหาดทราย เกิดจากน้ำพัดพาตะกอนมาสะสม นอกจากนี้ยังพบก้อนหินกลมประเภทกรวดท้องน้ำของหินควอร์ตไซต์ ควอตซ์ แจสเปอร์ เป็นต้น</p>
<p>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
สภาพอากาศแบ่งเป็น 3 ฤดู ฤดุหนาวเริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 10 องศา ฤดูร้อนเริ่มประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน และฤดูฝนเริ่มอย่ระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม บางปีฝนเริ่มตกตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ช่วงฝนตกซุกมักมีฝนฟ้าคะนองและลมแรง</p>
<p>นิเวศวิทยา<br />
พืชพรรณ</p>
<p>ในอุทยานแห่งชาติออบหลวงสามารถพบป่าไม้ได้หลายประเภท แตกต่างตามระดับความสูง จำแนกได้ดังนี้[2]</p>
<p>    ป่าเต็งรัง – ครอบคลุมราว 70% ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ พบทั่วไปในบริเวณภูเขา ความสูงไม่เกิน 800 เมตร เช่น บริเวณที่ทำการอุทยานฯ พันธุ์ไม้สำคัญที่พบได้แก่ เหียง พลวง เต็ง รัง และมะขามป้อม มักประสบปัญหาไฟไหม้ป่าทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง<br />
    ป่าเบญจพรรณ – พบทั่วไปตั้งแต่ระดับความสูง 400–800 เมตร พบขึ้นอยู่ตามริมห้วยและริมหุบเขาสองฝั่งลำน้ำแม่แจ่ม พื้นที่น้ำตกแม่นาเปิน เป็นต้น พันธุ์ไม้สำคัญที่พบได้แก่ สัก ประดู่ แดง มะค่าโมง เก็ดแดง เก็ดดำ ขะเจ๊าะ ตะแบก รกฟ้า และไผ่ชนิดต่าง ๆ<br />
    ป่าดิบแล้ง – พบทั่วไปบริเวณไหล่เขาและหุบเขาใกล้ลำห้วย เช่น บริเวณห้วยแม่นาเปิน ห้วยแม่บัวคำ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ กะบาก ยาง ตะเคียน มะค่าโมง แคหิน และปาล์มหลายชนิด<br />
    ป่าสนเขา – พบขึ้นอยู่ในระดับความสูงราว 800–1,000 เมตร เช่น ดอยป่ากล้วย ดอยเลี่ยม ดอยผาดำ อำเภอจอมทอง และดอยคำ ดอยหมู่ติง ดอยปุยหลวง อำเภอฮอด มีทั้งสนสองใบและสนสามใบ<br />
    ป่าดิบเขา – พบขึ้นกระจายอยู่ในระดับสูงเหนือป่าสนเขาขึ้นไป พันธุ์ไม้สำคัญที่พบได้แก่ ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อเลือด มะขามป้องดง ยมหอม หว้า จำปีป่า เป็นต้น ไม้พื้นล่างที่พบได้แก่ เฟิน กล้วยไม้ดิน มอสชนิดต่าง ๆ</p>
<p>สัตว์ป่า</p>
<p>ปัจจุบันมีสัตว์ป่าเหลืออยู่จำนวนน้อย เนื่องจากสภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ มีภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีที่ราบและทุ่งหญ้าน้อย สัตว์ป่าที่สามารถพบเห็นได้ เช่น เลียงผา เสือ หมี กวางป่า หมูป่า เก้ง ชะนี ลิง ชะมด กระต่ายป่า นิ่ม ตะกวด นกประมาณสองร้อยชนิด เช่น นกกางเขนบ้าน นกกางเขนดง นกพญาไฟ นกเขาใหญ่ นกเขาเขียว นกดุเหว่า นกหัวขวาน นกกะปูด นกขุนทอง นกแก้ว เหยี่ยวรุ้ง นกยูง ไก่ฟ้า ไก่ป่า นกกระทา นกคุ่ม นกเขียวก้านตอง นกกระเต็น นกปรอดหัวโขน และนกกินแมลงหลายชนิด สัตว์เลื้อยคลานที่พบได้แก่ ตะกวด แย้ ในลำน้ำแม่แจ่มพบปลาชุกชุมและมีหลายชนิด ปลาที่สำคัญได้แก่ ปลาจิ้งจอก ปลาค้อ</p>
<p>พืชพรรณและสัตว์ป่า<br />
ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่เป็นป่าเต็งรัง พรรณไม้สำคัญที่พบ ได้แก่ เหียง พลวง เต็ง รัง และมีป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา<br />
สัตว์ป่า เนื่องจากสภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ มีเขาสูงชันสลับซับซ้อน ที่ราบและทุ่งหญ้ามีน้อย ปัจจุบันคงมีสัตว์ป่า ที่พบเห็น ได้แก่ อีเก้งธรรมดา หมูป่า ชะนี ชะมด กระต่ายป่า นกกางเขนบ้าน นกกางเขนดง และงูชนิดต่าง ๆ แต่ในลำน้ำแม่แจ่มมีปลาหลายชนิดชุกชุมมาก เช่น ปลาพลวง ปลาจิ้งจอก (ปลาสร้อย) และปลาค้อ (ปลาแค้)</p>
<p>การเดินทาง<br />
1. รถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองเชียงใหม่มาตามทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่ &#8211; ฮอด &#8211; แม่สะเรียง เมื่อถึงอำเภอฮอดเลี้ยวขวาบริเวณวงเวียนไปตามถนนหมายเลข 108 อีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ<br />
2. รถโดยสารประจำทางเริ่มต้นที่ท่ารถประตูเชียงใหม่ รถเมล์สายเชียงใหม่ &#8211; ฮอด ถึงอำเภอฮอด แล้วต่อรถ 2 แถวที่หน้าที่ว่าการอำเภอฮอด อีกประมาณ 17 กิโลเมตร<br />
3. รถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ &#8211; จอมทอง แล้วมาต่อรถที่อำเภอฮอด<br />
4. รถโดยสารประจำทางสายเชียงใหม่ &#8211; แม่ฮ่องสอน รถจะผ่านหน้าที่ทำการอุทยานฯ</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยว<br />
บริเวณออบหลวง ด้านล่างคือลำน้ำแม่แจ่ม<br />
เชิงสุขภาพและผจญภัย</p>
<p>    บ่อน้ำร้อนเทพพนม – ห่างจากออบหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 14 กิโลเมตร ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1088 เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ น้ำมีความร้อนสูงถึง 99 องศาเซลเซียส บริเวณโดยรอบเป็นที่ราบราว 10 ไร่ มีลำห้วยโป่งไหลผ่าน<br />
    ลำน้ำแม่แจ่ม – มีกิจกรรมล่องแก่งเรือยาง มีสองระยะ คือ ระหว่างสะพานแม่นาเปิน–ท่าพระเสด็จ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร และระหว่างบ้านอมขูด–บ้านท่าเรือ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร</p>
<p>เชิงธรรมชาติ</p>
<p>    ออบหลวง – เป็นช่องแคบเขาขาดมีหน้าผาหินขนาบลำน้ำแม่แจ่ม หน้าผามีความสูงถึงระดับน้ำปกติประมาณ 32 เมตร ส่วนที่แคบสุด 2 เมตร[3] ความยาวช่องแคบประมาณ 300 เมตร ตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108<br />
    น้ำตกแม่จอน – ส่วนหนึ่งของห้วยแม่จอนหลวง เขตตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง น้ำตกมีหน้าผาขนาดใหญ่ สูงราว 100 เมตร กว้าง 80 เมตร เป็นหินแกรนิตผสมหินแปรสีขาวเจือสีเทาอ่อน<br />
    น้ำตกแม่เตี๊ยะ – ส่วนหนึ่งของห้วยแม่เตี๊ยะ ในเขตตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง มีความสูงประมาณ 80 เมตร กว้าง 40 เมตร มีน้ำตลอดปี เข้าถึงได้โดยการเดินเท้าจากบ้านแม่เตี๊ยะประมาณ 8 กิโลเมตร<br />
    น้ำตกแม่บัวคำ – ส่วนหนึ่งของห้วยแม่บัวคำ เขตตำบลหางดง อำเภอฮอด สูงประมาณ 50 เมตร ลดหลั่นลงมาเป็นเพิงชั้น<br />
    ถ้ำตอง – ตั้งอยู่ในดอยผาเลียบ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง ปากถ้ำมีขนาดประมาณ 5×10 เมตร สูง 3 เมตร หน้าถ้ำมีห้วยแม่แปะไหลผ่าน ปัจจุบันบริเวณปากถ้ำถูกใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของสำนักวิปัสสนาถ้ำตอง<br />
    ถ้ำตุ๊ปู่ – ในตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็ก ปากถ้ำมีขนาดประมาณ 1×1.5 เมตร ภายในกว้างขวางมีรูปร่างค่อนข้างกลม มีหินงอกหินย้อยอยู่ทั่วไป<br />
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยคำ – มีระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร</p>
<p>เชิงประวัติศาสตร์</p>
<p>ผาช้าง</p>
<p>เป็นหินขนาดใหญ่ชนิดแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ทั้งแท่ง ปรากฏออกสีน้ำตาลดำ ขนาดยาว 300 เมตร สูง 80 เมตร มีลักษณะคล้ายช้างตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ ห่างจากออบหลวงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 400 เมตร บนยอดดอยเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นน้ำตกแม่บัวคำ ออบหลวง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ด้านตะวันตกของดอยผาช้างมีเพิงผาคล้ายถ้ำ เรียกว่า &#8220;ถ้ำผาช้าง&#8221; คาดว่าเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบภาพเขียนรูปสัตว์และคนหลายภาพ เขียนด้วยสีขาวและสีแดงอมดำเข้ม กรมศิลปากรยืนยันว่าเป็นครั้งแรกที่พบภาพเขียนโบราณในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งพบเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยนายสายันต์ ไพรชาญจิตร และนายประทีป เพ็งตะโก นักโบราณคดีของกองโบราณคดี สันนิษฐานว่าภาพเขียนมีอายุราว 7,500–8,500 ปี</p>
<p>แหล่งโบราณคดีของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์</p>
<p>เป็นเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,200 เมตร[2] เริ่มต้นจากออบหลวง จากการสำรวจโดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร ร่วมมือกับทีมวิจัยจากประเทศฝรั่งเศศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ได้ขุดค้นพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก เช่น เครื่องมือหินกระเทาะทำจากหินกรวดท้องน้ำ แกนและสะเก็ดหิน ขวานหินขัด ชิ้นส่วนเครื่องประดับ ภาชนะสัมฤทธิ์ ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ทั้งยังพบโครงกระดูกมนุษย์ในยุคสัมฤทธิ์ มีอายุระหว่าง 2,500–3,500 ปีก่อนคริสตกาล</p>
<p>ที่ตั้งและแผนที่<br />
อุทยานแห่งชาติออบหลวง<br />
ตู้ ปณ.2 ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 50240</p>
<p>โทรศัพท์ : 081 602 1290<br />
โทรสาร : 053-317-497, 053 461 219</p>
<p>อีเมล : oob_100@hotmail.com</p>
<p>หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายอารีย์ พวงกิ่งแก้ว</p>
<p>อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ<br />
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท<br />
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท </p>
<p>ข้อมูลจาก : http://park.dnp.go.th</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/">อุทยานแห่งชาติออบหลวง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อำเภอแม่แจ่ม</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 17:00:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อำเภอ เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กินแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พักแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอแม่แจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่แจ่ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1</guid>

					<description><![CDATA[<p>"เที่ยวบ่อน้ำแร่ ล่องแพน้ำแจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ"</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/">อำเภอแม่แจ่ม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>แม่แจ่ม</b> (คำเมือง: <span lang="nod" xml:lang="nod"><a class="image" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Lanna-Mae_Chaem.png"><img decoding="async" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/0a/Lanna-Mae_Chaem.png/55px-Lanna-Mae_Chaem.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/0a/Lanna-Mae_Chaem.png/83px-Lanna-Mae_Chaem.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/0a/Lanna-Mae_Chaem.png/110px-Lanna-Mae_Chaem.png 2x" alt="Lanna-Mae Chaem.png" width="55" height="22" data-file-width="267" data-file-height="109" /></a></span>) เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่</p>
<h2 style="text-align: left;"><strong>คำขวัญ</strong></h2>
<h3 style="text-align: center;"><em><strong>&#8220;เที่ยวบ่อน้ำแร่ ล่องแพน้ำแจ่ม พักแรมน้ำตก ผ้าตีนจกยอดน้ำมือ&#8221;</strong></em></h3>
<h2>ที่มาของชื่ออำเภอ</h2>
<p>อำเภอแม่แจ่มหรือ &#8220;เมืองแจ๋ม&#8221; นั้นแต่เดิมเรียกกันว่า &#8220;เมืองแจม&#8221; มีเรื่องเล่าครั้งโบราณกาลว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระมหากัจจายนะได้จาริกผ่านมาทางยอดดอยอ่างกา (ดอยอินทนนท์) เช้าวันหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ มีย่าลัวะเฒ่า (หญิงชราชาวลัวะ) คนหนึ่งนำปลาปิ้งเพียงครึ่งตัวมาใส่บาตรถวาย พระบรมศาสดาทอดพระเนตรด้วยความเมตตาและความสงสัย จึงตรัสถามย่าลัวะว่า &#8220;แล้วปลาอีกครึ่งตัวล่ะอยู่ไหน&#8221; ย่าลัวะทูลตอบว่า &#8220;เก็บไว้ให้หลาน&#8221; พระองค์จึงทรงรำพึงว่า &#8220;บ้านนี้เมืองนี้มันแจมแต๊นอ&#8221; (= เมืองนี้ช่างอดอยากจริงหนอ) ซึ่งต่อมาดินแดนนี้จึงได้ชื่อว่า &#8220;เมืองแจม&#8221; คำว่า &#8220;แจม&#8221; เป็นภาษาลัวะแปลว่า มีน้อย ไม่พอเพียง หรือขาดแคลน ต่อมาเมื่อกลุ่มคนไท-ยวน (ไต) มาอยู่ จึงเรียกชื่อตามสำเนียงไท-ยวนว่า &#8220;เมืองแจ๋ม&#8221; และเพี้ยนเป็นเมืองแจ่มหรือ &#8220;แม่แจ่ม&#8221; อันเป็นนามมงคล หมายถึงให้เมืองนี้เป็นเมืองแห่งความแจ่มใส ลบความหมายของคำว่า &#8220;แจม&#8221;</p>
<h3>ตำนานเมืองที่เกี่ยวข้องกับสิงห์</h3>
<p>มีตำนานเล่าสืบกันมาว่า มีสิงห์สองตัวเป็นพี่น้องกันหากินอยู่ในป่าใหญ่ เกิดแย่งชิงอำนาจการปกครองและพื้นที่ทำกินกันเองจนเกิดข้อพิพาทกันอยู่เนือง ๆ จนพระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ได้พบเห็น จึงได้กำหนดแบ่งเขตหากินโดยใช้ลำห้วยแห่งหนึ่งเป็นเขตแสดง ลำห้วยนั้นชื่อ &#8220;ห้วยช่างเคิ่ง&#8221; (ชึ่งหมายถึงแบ่งครึ่งกัน) ครั้นพระปัจเจกเจ้าเสด็จไปที่ดอยสะกาน (ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านกองกานกับบ้านต่อเรือ) มีราษฎรนำอาหารไปถวาย แต่เนื่องจากว่าราษฎรเหล่านั้นยากจน ข้าวปลาที่นำมาถวายมีน้อยขาดแคลน จึงได้ขนานเมืองนี้ว่า &#8220;เมืองแจม&#8221; ซึ่งแปลว่าเมืองที่มีความอดอยากขาดแคลน และเรียกลำน้ำใหญ่ว่า &#8220;น้ำแม่แจม&#8221; ต่อมาชาวบ้านขานชื่อเมืองนี้เพี้ยนไปเป็น &#8220;เมืองแจ่ม&#8221; จนกระทั่งทุกวันนี้</p>
<h2>ประวัติ</h2>
<p>อำเภอแม่แจ่มเป็นดินแดนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ มีหมู่บ้านอยู่ตามที่ราบและกระจัดกระจายอยู่ตามหุบเขาใหญ่น้อยที่ล้อมรอบเรียงรายอยู่ มองจากที่สูงลงมาจะเหมือนแอ่งกระทะ มีลำน้ำไหลผ่าน ท่ามกลางมวลพฤกษชาตินานาพันธุ์ที่ปรากฏอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิ ดินแดนแห่งนี้เดิมเป็นที่อาศัยของชนชาติลัวะ (ละว้า) ซึ่งครอบครองดินแดนแถบนี้ตลอดจนถึงบางส่วนของอาณาจักรล้านนาในอดีต ชนเผ่าลัวะมีความเจริญไม่แพ้พวกขอม-มอญ ซึ่งเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้ร่วมกัน เพียงแต่แยกการปกครองออกเป็นหมู่เหล่า เป็นอิสระไม่ขึ้นตรงต่อพวกใด ชนใดมีความเข้มแข็งก็ตั้งตัวเป็นเจ้าเมืองขึ้นปกครองกันเอง มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และได้สร้างวัฒนธรรมของตนจนรุ่งเรือง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องปั้นดินเผา อาจจะเป็นเพราะในอดีตเมืองแจ๋มเป็นเส้นทางการค้าขายระหว่าง พม่า ไทย จีน และอินเดียก็เป็นได้ เพราะสินค้าของทุกประเทศตกทอดมาสู่รุ่นลูกหลานซึ่งได้รับจากบรรพบุรุษที่อยู่ในสมัยนั้นด้วย ต่อมาเมื่อมีกลุ่มคนไท-ยวน (ไต) เข้ามามากเข้า อำนาจของลัวะจึงหมดไป แต่ลัวะเริ่มเรืองอำนาจขึ้นมาใหม่อีกครั้งในยุคสมัยของพญามังรายซึ่งถือว่าเป็นเชื้อสายลัวะเหมือนกัน</p>
<p>ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น คิชฌกูฏ ในวิหารของวัดยางหลวง พระเจ้าตนหลวง วัดกองกาน พระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ศิลปะตระกูลช่างเชียงแสนและตระกูลช่างสุโขทัยซึ่งมีอายุเกิน 500 ปีขึ้นไป ดังนั้น เมืองแจ๋มก็น่าจะตั้งมาไม่ต่ำว่า 500 ปี ราว ๆ ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1800) สิงหนวัติกุมารได้พากลุ่มคนไท-ยวนอพยพมาจากยูนนานทางตอนใต้ของจีน ยึดอำนาจจากลัวะในสมัยปู่จ้าวลาวจก (ลวจักราช) บรรพบุรุษของพญามังราย แล้วสร้างเมืองใหม่ในพื้นที่ที่มีชนพื้นเมืองลัวะอาศัยอยู่ก่อน แต่อาศัยการวางตนเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมสูงกว่าลัวะ ต่อมาเมื่อกลุ่มคนไทเสื่อมอำนาจลง ปู่จ้าวลาวจกจึงสถาปนาตนเองเป็นปฐมกษัตริย์ กลุ่มคนไทจึงกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งตามประวัติของเมืองแจ๋มที่กล่าวไว้ว่าเริ่มมีคนไทเข้ามา ก็คงจะในสมัยของสิงหนวัติกุมารนั่นเอง เพราะประวัติของเมืองแจ๋มก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิงห์อยู่เหมือนกัน แล้วถ้าเราลองมานับปีกันแล้ว ปีนี้ พ.ศ. 2545-1800 จะได้ประมาณ 745 ปี ซึ่งก็ใกล้เคียงกับอายุของหลักฐานที่อยู่ตามวัดต่าง ๆ เช่น คิชฌกูฏ</p>
<p>ต่อมามีคนไทยพื้นที่ราบทั้งจากอำเภอจอมทองและอำเภอสันป่าตองเข้ามาหากินและตั้งถิ่นฐานอยู่ตามที่ราบลุ่มน้ำแม่แจ่ม และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2451 ตั้งชื่อว่า <b>อำเภอเมืองแจ่ม</b> และเปลี่ยนชื่อเป็น <b>อำเภอช่างเคิ่ง</b> ในปี พ.ศ. 2460(ปัจจุบันช่างเคิ่งเป็นชื่อตำบลหนึ่งในอำเภอแม่แจ่ม) ตั้งที่ว่าการอำเภอที่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลท่าผา มีนายชื่นดำรงตำแหน่งนายอำเภอ แต่ขณะนั้นราษฎรอดอยากขาดแคลนและไม่นิยมการปกครองที่มีการเก็บภาษีอากร ในที่สุดจึงมีราษฎรกลุ่มหนึ่งเข้าปล้นที่ว่าการอำเภอและทำร้ายนายอำเภอจนเสียชีวิต ทางราชการจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอาศัยที่วัดช่างเคิ่งเพื่อความปลอดภัย มีนายสนิทเป็นนายอำเภอจนกระทั่งปี พ.ศ. 2481 ทางราชการได้ลดฐานะลงเป็นกิ่งอำเภอ และตั้งชื่อว่า <b>กิ่งอำเภอแม่แจ่ม</b> ขึ้นกับอำเภอจอมทอง และเมื่อปี พ.ศ. 2499 ได้รับการยกฐานะเป็น <b>อำเภอแม่แจ่ม</b> และ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2552 ได้มีการแบ่งพื้นที่ของตำบลแจ่มหลวง ตำบลบ้านจันทร์ และ ตำบลแม่แดด ออกไปจัดตั้ง <a title="อำเภอกัลยาณิวัฒนา" href="/อำเภอกัลยาณิวัฒนา">อำเภอกัลยาณิวัฒนา</a> จึงทำให้อำเภอแม่แจ่ม มี 7 ตำบล จนถึงปัจจุบัน</p>
<h2>ที่ตั้งและอาณาเขต</h2>
<p>อำเภอแม่แจ่มตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้</p>
<ul>
<li><b>ทิศเหนือ</b> ติดต่อกับ<a href="/อำเภอกัลยาณิวัฒนา">อำเภอกัลยาณิวัฒนา</a></li>
<li><b>ทิศตะวันออก</b> ติดต่อกับ<a href="/อำเภอสะเมิง">อำเภอสะเมิง</a> <a href="/อำเภอแม่วาง">อำเภอแม่วาง</a> และ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อำเภอจอมทอง</a></li>
<li><b>ทิศใต้</b> ติดต่อกับ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อำเภอจอมทอง</a> <a href="/อำเภอฮอด">อำเภอฮอด</a> และอำเภอแม่สะเรียง (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)</li>
<li><b>ทิศตะวันตก</b> ติดต่อกับอำเภอแม่ลาน้อย อำเภอขุนยวม และอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)</li>
</ul>
<h2>การแบ่งเขตการปกครอง</h2>
<h3>การปกครองส่วนภูมิภาค</h3>
<p>อำเภอแม่แจ่มแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 104 หมู่บ้าน ได้แก่</p>
<table class="wikitable sortable jquery-tablesorter">
<thead>
<tr>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ลำดับที่</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อักษรไทย</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อักษรโรมัน</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">จำนวนหมู่บ้าน</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ประชากรทั้งหมด<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_5-0" class="reference"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1#cite_note-population-5">[5]</a></sup></th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก" colspan="2">ประชากรแยกตามส่วนท้องถิ่น<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_5-1" class="reference"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%A1#cite_note-population-5">[5]</a></sup></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>1.</td>
<td>ช่างเคิ่ง</td>
<td>Chang Khoeng</td>
<td>19</td>
<td>10,789</td>
<td>2,691<br />
8,098</td>
<td><small>(ทต. แม่แจ่ม)<br />
(อบต. ช่างเคิ่ง)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>2.</td>
<td>ท่าผา</td>
<td>Tha Pha</td>
<td>10</td>
<td>4,924</td>
<td>4,924</td>
<td><small>(ทต. ท่าผา)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>3.</td>
<td>บ้านทับ</td>
<td>Ban Thap</td>
<td>13</td>
<td>6,389</td>
<td>6,389</td>
<td><small>(อบต. บ้านทับ)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>4.</td>
<td>แม่ศึก</td>
<td>Mae Suek</td>
<td>17</td>
<td>12,598</td>
<td>12,598</td>
<td><small>(อบต. แม่ศึก)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>5.</td>
<td>แม่นาจร</td>
<td>Mae Na Chon</td>
<td>19</td>
<td>10,954</td>
<td>10,954</td>
<td><small>(อบต. แม่นาจร)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>6.</td>
<td>ปางหินฝน</td>
<td>Pang Hin Fon</td>
<td>14</td>
<td>7,192</td>
<td>7,192</td>
<td><small>(อบต. ปางหินฝน)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>7.</td>
<td>กองแขก</td>
<td>Khong Khaek</td>
<td>12</td>
<td>6,669</td>
<td>6,669</td>
<td><small>(อบต. กองแขก)</small></td>
</tr>
</tbody>
<tfoot>
<tr>
<th colspan="3">รวม</th>
<th>104</th>
<th>59,515</th>
<th colspan="2">7,615 (เทศบาล)<br />
51,900 (อบต.)</th>
</tr>
</tfoot>
</table>
<h3>สถานที่ท่องเที่ยวแม่แจ่ม</h3>
<ul>
<li>วัดกองกาน</li>
</ul>
<p>อยู่ห่างจากวัดพุทธเอ้นประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญของชาวแม่แจ่ม เนื่องจากภายในวิหารมีพระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแม่แจ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวแม่แจ่มจะไปสรงน้ำองค์พระกันทุกปี พระเจ้าตนหลวงนี้ เป็นแบบล้านนา และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอแม่แจ่ม ตัววิหารเป็นไม้ และหลังคามุงแป้นเกล็ดแบบโบราณ</p>
<ul>
<li>วัดกองแขก</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่ม ประมาณ 7 กิโลเมตร บนถนนสายฮอด-เม่แจ่ม ชุมชนบ้านกองแขกนับเป็นชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของแม่แจ่มซึ่งเป็นที่รวม ของกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น ชาวแม่พริกจังหวัดลำปาง ชาวเชียงแสน จากเชียงราย ชาวน่าน เชียงคำ เป็นต้น เมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น การก่อสร้างวัด และศาสนสถานก็เกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะวิหารวัดกองแขกที่เก่าแก่ไม่น้อยกว่าร้อยปี เป็นฝีมือช่างชาวลำปางที่อพยพ มาอยู่ด้วยกัน และที่สำคัญคือภาพจิตรกรรมฝาผนังคอสองของวิหารนั้น มีความแปลกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวแม่แจ่มก็ว่าได้ เพราะภาพแต่ละภาพนั้นจิตรกรได้ใส่อารมณ์ตวัดปลายภู่กันอย่างเฉียบคมยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นรูปพุทธประวัติ รูปเทวดาฟ้อนรำ และรูปชาดกต่างๆ</p>
<ul>
<li>วัดป่าแดด</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ วาดโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติ และชาดกต่างๆ วิหารหลังนี้สร้างขึ้น พร้อมกับการสร้างวัด เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. 2400</p>
<ul>
<li>วัดพุทธเอ้น</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ตามประวัติกล่าวว่า วัดพุทธเอ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว มีโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วคือ “โบสถ์น้ำ” ลักษณะคือสร้างในสระสี่เหลี่ยมโดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง บริเวณรอบโบสถ์จนถึงกำแพง เรียกว่า “อุทกสีมา” มีความหมายเหมือนกับ “ขันทสีมา” ของโบสถ์บนบก โบสถ์น้ำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้ว คติการบวชในโบสถ์กลางน้ำนั้นถือว่าเป็นการบวชพระภิกษุสงฆ์ที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุด ได้รับอิทธิพลมาจากฝ่ายลังกา ปัจจุบันการบวชกลางน้ำนี้ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว บริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลไทยใหญ่ ปัจจุบันหลงเหลือเพียงภาพเดียว เหนือประตูทางเข้าด้านหลัง</p>
<ul>
<li>วัดยางหลวง</li>
</ul>
<p>ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา เส้นทางเดียวกับวัดป่าแดด ไม่ไกลกันมาก ชาวกะเหรี่ยง หรือ “ยาง” เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 24 สิ่งที่น่าสนใจ คือ กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธานในวิหาร คนโบราณถือว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกูฏเป็นแบบพุกามจากพม่า ผสมกับล้านนาสกุลช่างเชียงแสน</p>
<ul>
<li>สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง</li>
</ul>
<p>พืชพันธุ์ที่นำมาวิจัยที่นี่ต่างมีฤดูกาลติดดอก และพักตัวผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าวันหยุดพักผ่อนจะเป็นช่วงเดือนไหน เมื่อมาที่นี่เป็นไม่เสียเที่ยว เพราะถึงจะพลาดชมความงามของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวก็จะได้ชิมสตรอเบอรี่ปลอดสารพิษสดจากไร่แทน หรือ ถ้ามาไม่ทันช่วงท้อติดผล ก็จะได้เห็นความงามของดอกสาลี่สีขาว และไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมกับนั่งจิบชาทอดอารมณ์ ชมวิวบนยอดดอย ยิ่งบนดอยสูงอย่างที่แม่จอนหลวงนี้มีการปรับแต่งพื้นที่แบบขั้นบันได ช่วยขยายมุมมองทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างยิ่งขึ้น</p>
<ul>
<li>สวนป่าแม่แจ่ม</li>
</ul>
<p>เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 มีเนื้อที่ประมาณ 6,932 ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่องแพ, ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และทางสวนป่าได้จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือน อย่างครบครัน มีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน นอกจากนี้ทางสวนป่าแม่แจ่มยังสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ กับนักเรียน หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้ และยังสามารถจัดประชุม หรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย</p>
<ul>
<li>หมู่บ้านทอผ้าซิ่นตีนจก</li>
</ul>
<p>อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่มไปประมาณ 3 กิโลเมตร ตำบลท่าผา เป็นตำบลที่ชาวบ้านนิยมทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก ซึ่งทำกันถึง 150 ครอบครัว และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้าน ขณะนี้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองชนิดนี้ กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง เพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมามีเอกลักษ์เฉพาะราคาย่อมเยา เหมาะที่จะซื้อไว้เป็นที่ระลึก</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1/">อำเภอแม่แจ่ม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
