<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ที่กินดอยเต่า Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ที่กินดอยเต่า/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Dec 2021 11:16:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ที่กินดอยเต่า Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ที่กินดอยเต่า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 May 2017 15:25:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กินดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พักดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87/">อุทยานแห่งชาติแม่ปิง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง</p>
<p>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นป่าที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า มีทิวเขาทอดยาวเหยียดสลับซับซ้อน ลำห้วยน้อยใหญ่หลายสิบสาขาไหลผ่านที่สำคัญคือ ลำห้วยแม่หาด ลำห้วยแม่ก้อและทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามโดยเฉพาะพื้นที่ป่าตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำปิงตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีเนื้อที่ประมาณ 627,346 ไร่ หรือ 1,003.7536 ตารางกิโลเมตร</p>
<p>เนื่องจากคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวสภาจังหวัดลำพูน ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2521 เสนอแนะให้จังหวัดลำพูน จัดตั้งวนอุทยานขึ้นครอบคลุมบริเวณจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในป่าสงวนแห่งชาติแม่หาด-ป่าแม่ก้อ ท้องที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อจะได้เข้าไปควบคุมและจัดระเบียบกิจกรรมการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งทางสำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ได้ให้ นายเฉลียว นิ่มนวล ไปสำรวจพื้นที่และมีความเห็นควรจัดเป็นวนอุทยานขึ้น จึงรายงานให้กรมป่าไม้ดำเนินการ ประกอบกับทางจังหวัดลำพูนได้เสนอให้กรมป่าไม้จัดพื้นที่ป่าแม่หาด-แม่ก้อเป็นแหล่งสงวนพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติเช่นกัน ตามรายงานการสำรวจของ นายจีรเดช บารมี เจ้าพนักงานป่าไม้ 3 ประจำอำเภอลี้ ดังนั้นในเดือนธันวาคม 2522 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่ง ที่ 2294/2522 ให้ นายสัมพันธ์ มิเดหวัน เจ้าพนักงานป่าไม้ 3 ไปทำการสำรวจอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่า พื้นที่ป่าแม่หาด-แม่ก้อ เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพป่าสมบูรณ์ดี มีทิวทัศน์สวยงามดีและมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ที่สำคัญหลายแห่ง เช่น น้ำตกก้อหลวง ทุ่งหญ้า มีสัตว์ป่าชุกชุม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามหนังสือรายงานการสำรวจ ที่ กส 0708(มก)/51 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2523</p>
<p>กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2523 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2523 ให้กำหนดพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าแม่หาดและป่าแม่ก้อ ในท้องที่ตำบลดอยเต่า ตำบลโป่งทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลแม่ลาน ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และตำบลบ้านนา ตำบลยกกระบัตร อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เนื้อที่ประมาณ 626,875 ไร่ หรือ 1,003 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 115 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 32 ของประเทศ</p>
<p>อนึ่งในระหว่างดำเนินการจัดตั้งได้ใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติแม่หาด-แม่ก้อ ต่อมาเมื่อ ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กรมป่าไม้จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เพราะแนวเขตอุทยานแห่งชาติซีกซ้ายทั้งหมดครอบคลุมลำน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นเส้นน้ำสายใหญ่ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เป็นจุดเด่นที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติ</p>
<p>ต่อมาได้มีการขยายเขตอุทยานแห่งชาติให้ครอบคลุมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1087 ในท้องที่ตำบลแม่ลาน และตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ระยะทาง 14.198 กิโลเมตร เนื้อที่ประมาณ 471 ไร่ หรือ 0.7536 ตารางกิโลเมตร เพื่อให้สามารถควบคุม ป้องกัน และปราบปรามการลัดลอบตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ และเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนที่ 59 ก ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2537</p>
<p>ขนาดพื้นที่<br />
627346.00 ไร่</p>
<p>หน่วยงานในพื้นที่<br />
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.1 (น้ำตกก้อ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.2 (แก่งก้อ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.3 (ทุ่งกิ๊ก)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.4 (แม่ลาน)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.5 (ดอยเต่า)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.6 (บ้านก้อ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.7 (ถ้ำหม้อ)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.8 (ห้วยฟ้าผ่า)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.9 (ผาดำผาแดง)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.10 (อุ้มปาด)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.11 (ดอยขุนเม่น)<br />
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ มป.12 (ถ้ำยางวี)</p>
<p>ภาพแผนที่</p>
<p>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทอดแนวจากทิศเหนือในเขตพื้นที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ จรดทิศใต้บริเวณตอนเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ภูเขาส่วนใหญ่มีความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 400-800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มียอดเขาที่สูงที่สุดชื่อ “ดอนห้วยหลาว” อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีความสูงประมาณ 1,334 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เทือกเขาเหล่านี้เป็นต้นน้ำลำธารของห้วยแม่หาด ห้วยแม่ก้อ ห้วยโป่งกะ ห้วยม่วง ห้วยขุนเม่น ห้วยไคร้ เป็นต้น ห้วยต่างๆ เหล่านี้จะไหลลงสู่ลำน้ำปิงที่ทอดยาวตลอดแนวเขตพื้นที่ด้านทิศตะวันตก</p>
<p>สำหรับพื้นน้ำส่วนที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง เริ่มจากอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ไหลลัดเลาะตามหุบเขา โตรกผา ลงมาทางทิศใต้จนถึงตอนบนของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ความกว้างโดยเฉลี่ยของลำน้ำแม่ปิงประมาณ 500 เมตร ความลึกโดยเฉลี่ยประมาณ 30 เมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของลำน้ำแม่ปิงในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่ทางตอนใต้บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เขตอำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีความกว้างประมาณ 6 กิโลเมตร โดยทั่วไปชาวบ้านเรียกว่า “บ่อลม” และ “พระบาทห้วยห้าง”</p>
<p>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
โดยทั่วไปอุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับท้องถิ่นใกล้เคียงของจังหวัดในภาคเหนือ แต่เนื่องจากลักษณะความสูงต่ำของภูมิประเทศและการมีป่าปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ภูมิอากาศบางส่วนจึงแตกต่างไปจากบริเวณโดยรอบอยู่บ้าง โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นที่ตอนบนของอุทยานแห่งชาติประมาณ 25 องศาเซลเซียส ในขณะที่อุณหภูมิตอนล่างของพื้นที่บริเวณเขื่อนภูมิพลและเขตจังหวัดตากจะสูงกว่าเล็กน้อยประมาณ 27 องศาเซลเซียส ฝนตกในบริเวณทางตอนเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากกว่าทางตอนใต้ เดือนกันยายนเป็นเดือนที่มีฝนตกมากที่สุด ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,060-1,184 มิลลิเมตรต่อปี</p>
<p>พืชพรรณและสัตว์ป่า<br />
พื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าผลัดใบ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะตามเทือกเขาที่เป็นดินปนทรายและมีความสูงไม่เกิน 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนที่เหลือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นป่าดงดิบขึ้นอยู่เป็นพื้นที่แคบๆ ตามหุบเขาและริมลำห้วย</p>
<p>ป่าเต็งรัง เป็นสังคมพืชที่มีเนื้อที่มากที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง พบอยู่ทั่วไปทั้งในที่ราบ ตามลาดเขาสูงชัน และบนสันเขา ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 450-1,000 พันธุ์ไม้ที่พบบ่อย ได้แก่ เต็ง รัง พลวง เหียง ก่อแพะ มะขามป้อม กุ๊ก รกฟ้า มะกอกเกลื้อน แสลงใจ ผักหวาน ฯลฯ พืชพื้นล่างได้แก่ เป้ง ปรง กวาวเครือ กล้วยไม้ดิน และหญ้าชนิดต่างๆ</p>
<p>ป่าเบญจพรรณ พบขึ้นไปทั่วทั้งในที่ราบและตามลาดเขา ในระดับความสูงจากน้ำทะเลระหว่าง 450-800 เมตร ชนิดไม้ที่สำคัญได้แก่ สัก แดง กระพี้เขาควาย มะกอกเกลื้อน กระพี้จั่น ประดู่ ตะคร้อ เก็ดแดง ตีนนก ฯลฯ พืชพื้นล่างได้แก่ เสี้ยวป่า ไผ่รวก ไผ่ซางนวล ไผ่หนาม ไผ่บง เป้ง กวาวเครือ ถั่ว ปอยาบ เป็นต้น ในบริเวณของป่าผลัดใบทั้งสองชนิดนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของ กระต่ายป่า เก้ง วัวแดง ไก่ป่า นกกระทาทุ่ง นกคุ่ม นกหัวขวานใหญ่สีดำ นกหัวขวานใหญ่สีเทา นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกหัวขวานเขียวตะโพกแดง นกขุนแผนนกกระจิบหญ้าสีข้างแดง แย้ ตะกวด และงูกะปะ เป็นต้น</p>
<p>ป่าดงดิบ ประกอบด้วยป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ตะเคียนทอง มะค่าโมง มะม่วงป่า กระบก มะกอก และสมอพิเภก เป็นต้น เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหลบซ่อนตัวของหมีควาย วัวแดง ลิงลม ลิงวอก ชะนีมือขาว กระรอก นกแก๊ก นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ และนกเขียวคราม ในบริเวณทุ่งหญ้า เช่น ทุ่งกิ๊ก และทุ่งนางู ซึ่งเป็นที่ราบบนเนินเขา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 550 เมตร ดินเป็นดินเหนียวปนทรายหรือลูกรัง มีความลึกพอสมควร มีไฟป่าเกิดเป็นประจำ มีไม้ยืนต้นขนาดเล็กขึ้นกระจายอยู่ห่างๆ ได้แก่ รักขาว รกฟ้า และสมอไทย ส่วนไม้พื้นล่างได้แก่ เป้ง หญ้าคา ถั่ว และกระเจียว เป็นต้น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เช่น กระจ้อน กระแต อ้นเล็ก เก้ง หมูป่า เม่นใหญ่แผงคอสั้น ชะมด อีเห็น นกปรอดสวน นกปรอดต่างๆ นกกะลิง นกจาบคา นกหัวขวานเขียวตะโพกแดง นกกะติ๊ดขี้หมู เหยี่ยวขาว นกคุ่มอืด นกเขาใหญ่ นกกระปูดใหญ่ กิ้งก่าสวน จิ้งเหลนบ้าน คางคกบ้าน เขียดหนอง อึ่งอี๊ดต่างๆ เป็นต้น ตามบริเวณยอดเขา หลืบผา ถ้ำ และหน้าผาหินปูน เป็นที่อาศัยของเลียงผา กวางผา เม่นใหญ่แผงคอสั้น อ้นใหญ่ ลิงวอก ชะมด อีเห็น กระรอก ค้างคาว และเป็นที่สร้างรัง วางไข่ของเหยี่ยวชนิดต่างๆ และนางแอ่นตะโพกแดง ในบริเวณริมฝั่งน้ำ พื้นที่ชายน้ำ หรือในแหล่งน้ำเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของนากใหญ่ พังพอนกินปู เสือปลา เหี้ย นกอีล้ำ เป็ดแดง นกกระสานวล นกยางกรอกพันธุ์จีน นกยางเขียว นกกวัก เต่าหวาย ตะพาบน้ำ งูลายสอ เขียดหนอง เขียดหลังเขียว ปลารากกล้วย ปลาก้าง ปลาดุก ปลาไหล เป็นต้น</p>
<p>สัตว์ป่ามีอยู่ชุกชุมโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามริมฝั่งแม่น้ำปิง เช่น เก้ง วัวแดง หมูป่า หมีควาย เลียงผา กวางผา เสือปลา ไก่ป่า ชะมดเช็ด ลิง ค่างเทา ชะนี หมาจิ้งจอก กระต่ายป่า กระรอก นอกจากนี้ ยังมีนกชนิดต่างๆ ทั้งนกประจำถิ่น และย้ายถิ่นอีกมากมายภายในเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งยังเป็นแหล่งพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญ เช่น ปลานิล ปลาสวาย ปลาเนื้ออ่อน ปลาตะเพียน ปลาบู่ ปลาแรด ปลาสังกะวาด ปลากระสูบ เป็นต้น</p>
<p>การเดินทาง<br />
รถยนต์<br />
จากกรุงเทพมหานคร โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข A1 (พหลโยธิน) ผ่านจังหวัดต่าง ๆ ขึ้นมาทางภาคเหนือ ผ่านจังหวัดตาก เข้าเขตอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง แล้วแยกซ้ายเข้าเส้นทางหมายเลข 106 ที่ต่อเนื่องมาจากจังหวัดลำพูน จนถึงกิโลเมตรที่ 47 แล้วแยกซ้ายเข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1087 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง โดยที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิงอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 20 – 21 รวมระยะทาง 587 กิโลเมตร</p>
<p>จากจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ผ่านอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เข้าเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ผ่านอำเภอป่าซาง อำเภอบ้านโฮ่ง จนถึงอำเภอลี้ ผ่านอำเภอลี้ประมาณ 3 กิโลเมตรจะถึงทางแยกขวาเข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1087 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง รวมระยะทาง 155 กิโลเมตร</p>
<p>จากจังหวัดลำปาง โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข A1 (พหลโยธิน) มาทางทิศใต้แล้วแยกขวาเข้าสู่อำเภอเกาะคา โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1274 ผ่านอำเภอเสริมงาม อำเภอลี้ จะถึงทางแยกซ้ายเข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงทางแยกขวาเข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1087 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง รวมระยะทาง 123 กิโลเมตร</p>
<p>เรือ<br />
จากท่าเรือเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ขึ้นเหนือไปตามลำน้ำแม่ปิง ผ่านบริเวณท่าน้ำแก่งก้อ จนถึงท่าเรืออำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ รวมระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร</p>
<p>จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ดอยกะตึก บริเวณแก่งก้อ</p>
<p>จุดชมวิวแม่น้ำปิงแห่งใหม่ (UNSEEN 2552)</p>
<p>ทุ่งหญ้าเกาะกลางน้ำแม่ปิง ภูเขาและสายหมอกยามช่วงฤดูฝน<br />
น้ำตกก้อน้อย เป็นสถานที่เหมาะสำหรับกลางเต้นพักแรมและกิจกรรมเชิงผจญภัย ในช่วงต้นฤดูหนาว จากบริเวณทุ่งกิ๊กเข้าไปอีก 9 กิโลเมตร สามารถชมทะเลหมอกที่สวยงามได้</p>
<p>โรงเรียนเรือนแพ เป็นห้องเรียนสาขาของโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร ที่เปิดการเรียนการสอนให้กับบุตรหลานของครอบครัว ชาวแพประมงที่อาศัยอยู่แม่น้ำปิง บริเวณอุ้มปาด ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ประมาณ 34 กิโมตรเมตร</p>
<p>น้ำตกก้อหลวง (ตาดสดอ)<br />
จุดชมค้างคาวถ้ำฮ่อมแสน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศเหนือประมาณ 26กิโลเมตรเป็นจุดที่สามารถชมฝูงค้างคาวนับแสนตัวของถ้ำฮ่อมแสนบนหน้าผาสูงออกหากินในตอนพลบค่ำของทุกวัน สามารถชมค้างคาวได้โดยการจอดเรือลอยลำในแม่น้ำปิง ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การเดินทางสามารถเดินทาง โดยทางเรือเท่านั้น</p>
<p>วัดพระธาตุแก่งสร้อย เป็นวัดที่ได้รับการบูรณะโดยครูบาเจ้าชัยยะวงศ์ษาพัฒนา แห่งวัดพระบาทห้วยต้ม เดิมวัดแห่งนี้เป็นเมืองเจริญรุ่งเรืองมีอายุอายุกว่า 1,000 ปี เรียกว่าเมืองสร้อยศรีสุข ปัจจุบันเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญของแม่น้ำปิง ที่ต้องอาศัยการเดินทางเข้าถึงโดยทางเรือเท่านั้น โดยรอบวัดมีทัศนียภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 59 กิโลเมตร ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การเดินทาง สามารถเดินทาง โดยทางเรือเท่านั้น</p>
<p>ทุ่งกิ๊ก เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติขนาดใหญ่กว่า 2,000 ไร่ เหมาะสำหรับกิจกรรมการศึกษาธรรมชาติ กางเต็นท์พักแรม ปั่นจักรยาน ดูนก และดูดาว เป็นต้น ปัจจุบันมีค่ายเยาวชนรองรับกิจกรรมต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้เหลืองแม่ปิง ในช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวจัดและมีหมอกปกคลุมในตอนเช้าเหมาะแก่การตั้งแค้มป์<br />
จุดชมวิวผาเเดงหลวง หลวง เป็นจุดชมวิว บนความสูงที่ระดับ 1,000 เมตร ที่มองเห็นแม่น้ำปิงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลได้ในระยะไกลสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 23 กิโลเมตร ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวระหว่างเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม การเดินทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น</p>
<p>น้ำตกก้อหลวง น้ำตกก้อหลวง เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากน้ำในห้วยแม่ก้อ ไหลจากผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ผ่านหน้าผาสูง ลดหลั่นกันลงมาทั้งหมด 7 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปีทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยและมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ใสสะอาดโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว สีของทั้งแอ่งน้ำเปล่งประกายดังสีเขียวมรกต และช่วงฤดูร้อนน้ำจะเป็นสีฟ้าคราม เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นฤดูน้ำป่าไหลหลาก การเดินทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 23 กิโลเมตร</p>
<p>แก่งก้อ อ่างเก็บน้ำตอนกลางของเขื่อนภูมิพล อยู่ในเขตจังหวัดลำพูน เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ชมบรรยากาศเรือนแพและทานอาหารเมนูประเภทปลาแม่น้ำปิง สามารถนั่งเรือชมความงามของหน้าผาหินปูน สภาพป่าสองฝั่งแม่น้ำปิงและยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในแม่น้ำปิง เช่น โรงเรียนเรือนแพ ถ้ำช้างร้อง วัดพระธาตุแก่งสร้อย พระธาตุผาไข่อินแขวน เขื่อนภูมิพล เป็นต้น ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ประมาณ 24 กิโลเมตร ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวระหว่างเดือน พฤศจิกายน – มกราคม การเดินทาง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทางเรือ<br />
ถ้ำยางวี เป็นถ้ำหินปูนขนาดกลาง ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมากหลายจุด อากาศในถ้ำถ่ายเทสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวถ้ำยางวี ที่ชื่นชอบการสำรวจและผจญภัย ห่างจากน้ำตกก้อน้อยประมาณ 12 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเป็นถนนทางตรวจการณ์ต้องเดินเท้าหรือใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ</p>
<p>พระธาตุผาไข่อินแขวน ตั้งอยู่บนหน้าผาไข่ริมฝั่งแม่น้ำปิงที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 527 เมตร ลักษณะเป็นหินที่มีรูปร่างคล้ายกับรูปไข่วางอยู่บนฐานหิน อีกก้อนหนึ่งซึ้งตัวหินรูปไข่สูงประมาณ 3 เมตร ดูเหมือนว่าจะหล่นแต่ก็ มีการวางน้ำหนักที่สมดุลตามธรรมชาติ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 52 เมตร ทางบก ส่วนทางน้ำ 65 กิโลเมตร ระยะเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างกลางเดือนธันวาคม-ปลายเดือนมกราคม การเดินทางสามารถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อและทางเรือ </p>
<p>ที่ตั้งและแผนที่<br />
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง<br />
ตู้ ปณ.18 81 หมู่ 6 ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 51110</p>
<p>โทรศัพท์ : 061-3753500 , 098-8082827</p>
<p>อีเมล : maeping-1@hotmail.com</p>
<p>หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์</p>
<p>อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ<br />
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท<br />
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท </p>
<p>ข้อมูลจาก : http://park.dnp.go.th</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%87/">อุทยานแห่งชาติแม่ปิง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อำเภอดอยเต่า</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Apr 2017 16:28:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อำเภอ เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กินดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พักดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่เที่ยวดอยเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอดอยเต่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2</guid>

					<description><![CDATA[<p>"มะนาวลูกใหญ่ ลำไยเนื้อหนา ดอยเกิ้งสูงสง่า ชิมรสปลาดอยเต่า"</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/">อำเภอดอยเต่า</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ดอยเต่า</b> (คำเมือง: <span lang="nod" xml:lang="nod"><a class="image" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Lanna-Doi_Tao.png"><img decoding="async" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/6a/Lanna-Doi_Tao.png/50px-Lanna-Doi_Tao.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/6a/Lanna-Doi_Tao.png/75px-Lanna-Doi_Tao.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/6a/Lanna-Doi_Tao.png/100px-Lanna-Doi_Tao.png 2x" alt="Lanna-Doi Tao.png" width="50" height="30" data-file-width="242" data-file-height="147" /></a></span>) เป็นอำเภอหนึ่งใน<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">จังหวัดเชียงใหม่</a> อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2522 พื้นที่บางส่วนของอำเภอเป็นทะเลสาบจากเขื่อนภูมิพลในจังหวัดตาก</p>
<h2>ประวัติ</h2>
<p>ดอยเต่าเป็นถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของชาวถิ่นมาเป็นเวลายาวนานหลายชั่วอายุคน ดังปรากฏหลักฐานในตำนานที่กล่าวไว้ เช่น ในตำนานสิงหนวัต อันเป็นตำนานเก่าแก่ของล้านนา มีอายุมากกว่าพันห้าร้อยปี ได้กล่าวถึงดอยเต่าว่าในสมัยพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ ณ ที่แห่งนี้และเป็นที่มาแห่งพระมหาบรมธาตุเจ้าดอยเกิ้งปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของคนดอยเต่าและใกล้เคียงอยู่ทุกวันนี้    หรืออีกตำนานหนึ่งคือ   ตำนานพระธาตุหลวงลำพูนที่ได้กล่าวถึงดอยเต่า  โดยได้บันทึกไว้ว่า เมื่อพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างพระเจดีย์ขึ้นที่ดอยเกิ้ง  เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน  พระบรมสาริกธาตุส่วนพระนลาฏ  ซึ่งพระสุวรรณอรหันต์ พุทธสาวกในครั้งนั้นถวาย  พระนางได้จัดขบวนเสด็จอันประกอบด้วย  ข้าราชบริพารเครื่องไทยทาน  ซึ่งจัดตกแต่งเป็นองค์ประสาทเป็นจำนวนมาก  เดินทางด้วยเรือแพตามลำน้ำปิง ได้มาถึงบริเวณหนึ่ง ซึ่งเป็นทุ่งกว้างมีลำน้ำคดเคี้ยว เมื่อริ้วขบวนเครื่องไทยทานผ่าน ทำให้มองดูริ้วขบวนและลานตาเต็มท้องทุ่งไปหมด จึงได้เรียกบริเวณนั้นว่า บ้านทุ่งผาสาด ซึ่งก็คือ ทุ่งปราสาท และได้เรียกหมู่บ้านนี้ว่าบ้านโท้ง มาตราบเท่าทุกวันนี้</p>
<p><b>ส่วนคนดอยเต่าเองเชื่อว่า เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าลัวะ ตะโข่ และคะฉิ่น</b> ซึ่งเป็นชาวถิ่นโบราณที่มีถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งมีประวัติและประเพณีของชาวเขาเผ่าลัวะพอสังเขปว่า เมื่อประมาณ 1,300 ปี มาแล้ว ก่อนที่พวกมอญจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เขตลุ่มน้ำแม่ปิง บรรพบุรุษของพวกละว้า ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่แล้ว  ละว้าหรือคนไทยภาคเหนือเรียกว่า “ลัวะ” นั้น เป็นกลุ่มออสโตรนีเซียน และเรียกตัวเองว่าละเวียะ  ถิ่นกำเนิดของลัวะที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าพวกลัวะอพยพมาจากทางใต้ของประเทศไทย มลายา หรือเขมร เมื่อประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว บางคนเชื่อว่าพวกลัวะ เป็นเชื้อสายเดียวกับพวกว้าที่อยู่ทางภาคเหนือของพม่าและตอนใต้ของมณฑลยูนนานประเทศจีน เพราะมีความคล้ายคลึงกันทางด้านภาษา ลักษณะทางร่างกายและการแต่งกายการตั้งถิ่นฐาน หมู่บ้านลัวะปัจจุบันส่วนมากยังอยู่ในเขตภูเขา หมู่บ้านประกอบด้วยครัวเรือนประมาณ ๒๐-๑๐๐ หลังคาเรือน โดยสร้างบ้านเรียงรายอยู่ตามแนว สันเขา ลักษณะบ้านนกพื้นสูงคล้ายบ้านกะเหรี่ยง แต่ลักษณะหลังคาจะมีกาแลเป็นสลักไขว้กันสองอันเป็นหน้าจั่ว หลังคาซึ่งมุงด้วยหญ้าคาหรือตองตึง จะสูงชันคลุมลงเกือบจรดพื้นดินรอบๆหมู่บ้านจะเป็นพื้นที่สำหรับเพาะปลูก และระหว่างพื้นที่ทำไร่กับ หมู่บ้านจะมีแนวป่าที่เป็นป่าแก่ ( Virgin Forest) สงวนไว้สำหรับเป็นแนวกันไฟเวลาเผาไร่ของหมู่บ้าน  ลักษณะทางสังคม  ลัวะมีระบบการแต่งงานแบบผัวเดียวเมียเดียว โดยฝ่ายหญิงจะเข้าไปอยู่บ้านฝ่ายชายหรือบ้านที่ฝ่ายชายปลูกใหม่  <b>โดยถือบรรพบุรุษฝ่ายพ่อ</b> บุตรที่เกิดมาอยู่ในสายเครือญาติของฝ่ายพ่อ ในครัวเรือนหนึ่งๆ โดยทั่วไปประกอบด้วยสามี ภรรยา บุตร บุตรชาย คนโตต้องไปสร้างบ้านใหม่หลังแต่งงาน บุตรชายคนสุดท้ายจะเป็นผู้ได้รับมรดกและเลี้ยงดูพ่อแม่ตลอดชีวิต งานประจำในครัวเรือนจะแบ่งออกตามอายุและเพศ กล่าวคือ ผู้หญิงมีหน้าที่รับผิดชอบ หาฟืน ตักน้ำ ตำข้าว ทำอาการ ทอผ้า ผู้ชายมีหน้าที่ซ่อมแซมเครื่องบ้าน ทำรั้ว ไถนา และล่าสัตว์ ส่วนงานในไร่เป็นหน้าที่ของทั้งสองต้องช่วยกันทำ รวมทั้งสมาชิกวัยแรงงานทุกคนในครอบครัว งานด้านพิธีกรรมถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ชายเกือบทั้งหมดการปกครอง ผู้นำในการปกครองของลัวะมี ๒ ลักษณะ คือผู้นำทางการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และผู้นำตามธรรมชาติ เป็นบุคคลที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษปฏิบัติงานด้วยความเสียสละเพื่อ สังคมของเขา บุคคลเหล่านี้ เช่น ผู้นำประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงผี (ต๊ะผี หรือตะปิ) หัวหน้ากลุ่มตระกูลที่มีเชื้อสายของขุนหลวงวิลังก๊ะ (สะมังระ) ผู้นำทางศาสนาของแต่ละกลุ่ม (ลำ) หัวหน้าของคนหนุ่ม(กวนเปรียระ)หัวหน้าของคนสาว (ปะเคระระ) เป็นต้น และในบางหมู่บ้าน ของลัวะที่นับถือศาสนาคริสต์ ผู้นำทางศาสนาคริสต์ก็มี ความสำคัญไม่น้อยในชุมชน  เศรษฐกิจ   ลัวะมีเศรษฐกิจแบบยังชีพขึ้นอยู่กับการทำไร่หมุนเวียนโดยจะปลูกข้าว เจ้าเป็นพืชหลัก <b>ลัวะนิยมบริโภคข้าวเจ้ามากกว่าข้าวเหนียว</b> และยังนิยมดื่มเหล้าที่ทำจากข้างเจ้าอีกด้วย พืชอื่นๆที่ปลูกแซมในไร่ข้าวสำหรับไว้เป็นอาหารและใช้สอย ได้แก่ ข้าวโพด ถั่ว แตง พริก ฝ้าย ผักต่างๆ  ศาสนาและความเชื่อ  เป็นที่เชื่อกันว่า ลัวะนับถือพุทธศาสนาควบคู่กับการนับถือผีมาแต่เดิมเหมือนคนไทย ลัวะมีความเชื่อว่าบรรพบุรุษของตนเป็นผู้สร้างวัดเจดีย์หลวงในจัดหวัด เชียงใหม่ และเสาอินทขิลคือที่สิงสถิตของผีบรรพบุรุษของพวกตนเมื่อลัวะถูกขับไล่ไป อยู่บนภูเขา ซึ่งไม่มีพระและวัดชีวิตประจำวันจึงขึ้นอยู่กับสภาพทางธรรมชาติมากขึ้น ความเชื่อในเรื่องพุทธศาสนาก็เริ่มจางลงและหันไปนับถือผีแทน  ลัวะเชื่อเรื่องผี ว่ามีทั้งผีดีและผีเลวสิงสถิตอยู่ตามสิ่งต่างๆเป็นต้นว่าผีที่เฝ้าครอบครัว ผีฟ้า ผีป่า ผีภูเขา ผีเข้าประตูหมู่บ้าน ซึ่งบางครั้งผีอาจจะเป็นสาเหตุก่อความเจ็บป่วยให้แก่คนได้ การติดต่อกับผีจะติดต่อโดยการเซ่นด้วยอาหารที่ผีประเภทนั้นๆชอบโดยมีผู้ทำ พิธีคือ “ ลำ” และ “ สะมัง” หรือคนที่มีคาถาอาคม จะมีการเชิญผีมากินอาการ การฆ่าสัตว์เลี้ยงผีจะจัดส่วนต่างๆ ของสัตว์ให้ผีอย่างละน้อย สัตว์ที่ใช้เซ่น ผีมีไก่ หมู วัว ควาย และ หมา   นอกจากนี้ ลัวะยังเชื่อว่า คนมีวิญญาณ หรือขวัญ ๓๒ ขวัญ หากขวัญใดขวัญหนึ่งออกจากตัวไป จะทำให้เกิดการเจ็บป่วย ต้องมีการประกอบพิธีกรรมเรียกขวัญให้กลับเข้ามาสู่ร่าง โดยการผูกข้อมือด้วยด้ายสีขาว เชื่อว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ขวัญหายและไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ประเพณีผีตาโขนของลัวะ  เป็นประเพณีที่เริ่มต้นกันมาตั้งแต่สมัย ที่พระพุทธเจ้าได้ปรินิพาน เนื่องจากขณะนั้นคาดกันว่าจะมีมารและปีศาจร้ายทั้งหลาย จะมาทำร้ายพระศพของพระสัมมนาสัมพุทธเจ้าดังนี้ จึงได้ให้คนแต่งตัวเป็นผีมาเฝ้าศพของพระองค์เอาไว้ เพื่อไม่ให้มารและปีศาจร้ายทั้งหลายเหล่านั้นเห็นว่ามีผีสางเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มารักษาพระศพของพระพุทธองค์ไว้ จะได้ไม่กล้ามาทำอะไร สำหรับประเพณีผีตาโขนของชาวเขาเผ่าลัวะนี้ ได้จัดกันทุก ๆ ปี คือ จะจัดในเดือนยี่ ขึ้น 1 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เป็นเวลา 15 วัน  พร้อมกันนั้นก็จะถวายตุง เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้แด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ชาวบ้านจะนำเอาเสาตุงไปตัดทำเป็นลิตรใช้สำหรับตวงข้าวสาร ลัวะมีความเชื่อว่าถ้าหากใช้ลิตรที่ทำด้วยเสาตุง นำมาตวงข้าวสารแล้วจะทำให้ไม่สิ้นเปลือง และจะทำให้ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์อีกด้วย  นอกจากนั้น ยังป้องกันโรคระบาดของสัตว์ต่าง ๆ เช่น เป็ด หมู ไก่ วัว ควาย ได้อีกด้วย  ประเพณีผีตาโขนของเผ่าลัวะนี้ได้สืบทอดและรักษากันมาตั้งแต่โบราณกาลเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน และข้อสังเกตจากการมีหมู่บ้านร้างชื่อว่า บ้านห่างจ้างคำตั้งอยู่ไว้บนดอยผาแดงทางทิศตะวันออกของอำเภอดอยเต่า  มีวัดร้างของลัวะอยู่ที่ ตำบลโปงทุ่ง  ผู้คนก็นับถือผีปู่ย่า ส่วนภาษาถิ่นของคนดอยเต่า มีสำเนียงและคำที่แตกต่างไปจากท้องถิ่นอื่นในเชียงใหม่ ยังมีการเรียกขานสถานที่เป็นภาษาถิ่นโบราณ เช่น จะเรียกห้วยหรือลำธารว่า อุ่ม หรือ อม เช่น      อุมป้าด ซึ่งหมายถึง ห้วยที่พาดผ่านเป็นต้น คนดอยเต่าเองมีขนมธรรมเนียมหลายอย่างที่แตกต่างจากถิ่นอื่น เช่น ประเพณีปอยข้าวสังข์ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มีการนับถือผีพ่อเฒ่าหนาน  ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญ</p>
<p>เดิมคนดอยเต่า จะอาศัยอยู่เป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ กลุ่มลุ่มน้ำแม่หาด ซึ่งจะอยู่บนพื้นที่ราบสูงริมน้ำแม่หาด ได้แก่ บ้านดอยเต่าเก่า บ้านไร่ โปงทุ่ง อีกกลุ่มหนึ่งได้แก่ ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่แถบที่ราบลุ่มแม่ปิง นับเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมากกว่ากลุ่มแรก กลุ่มนี้ได้แก่ บ้านแม่กา บ้านชั่ง ท่าเดื่อ บ้านน้อย  จนถึงบ้านแอ่น มีหมู่บ้านทั้งเล็กและใหญ่รวมกันถึง 21 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ถึง 54 ตารางกิโลเมตร  อาชีพเดิมได้แก่ การเพาะปลูกข้าว ถั่ว ยาสูบ ครั่ง และค้าขาย โดยนำสินค้าใส่เรือแพล่องไปขายทางตอนล่าง แถบเมืองตาก ปากน้ำโพ</p>
<p>จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 เมื่อสร้างเขื่อนภูมิพลเสร็จเริ่มปิดกั้นน้ำ น้ำได้เอ่อขึ้นมาท่วมพื้นที่ราบสองฝั่งแม่น้ำปิง ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการจัดไว้ให้ โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลง ๆ เรียกกันว่า บ้านอพยพแปลงที่เท่านั้นเท่านี้ โดยจัดหมวดหมู่ว่า หมู่บ้านแปลง 1, หมู่บ้านแปลง 2  ………..แปลงที่เป็นเลขคี่จะตั้งด้านซ้ายมือของถนนแม่ตืน – ดอยเต่า– ฮอด ส่วนด้านขวาเป็นเลขคู่ ในการอพยพราษฎรจะได้ค่าชดเชยที่ดินเดิมไร่ละ 400 บาท ในขณะนั้น แต่ไม่ได้มีการพูดถึงว่า ส่วนใหญ่จะได้ไม่ครบเพราะเนื่องจากการรับเงินชดเชยจะต้องไปรับที่อำเภอจอมทองซึ่งการเดินทางในสมัยนั้นลำบาก ทุรกันดารมาก การจ่ายก็เป็นอย่างไม่มีระบบ ราษฎรจึงต้องใช้วิธีให้ผู้อื่นไปรับแทน โดยให้ค่าตอบแทนทำให้ได้รับเพียงไร่ละ 350.-บาทบ้าง 375.- บาทบ้าง บางรายได้น้อยกว่านี้ก็มี</p>
<p><b>ผลกระทบหลังการอพยพ</b></p>
<p>เพราะเหตุที่เขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนแห่งแรกของประเทศ ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับคนกว่าครึ่งประเทศและสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรและประมง การจัดการต่างๆ จึงขาดวิธีการจัดการที่มีแบบแผน ในขณะนั้นรัฐบาลให้กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งนิคมฯ เขื่อนภูมิพล ดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์ ได้มีพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2512 เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดพื้นที่ ให้กับราษฎรที่อพยพขึ้นมาจากเขตน้ำท่วม เข้าใจว่าด้วยความที่ไม่เคยพบปัญหาบวกกับมีปัจจัยทั้งด้านบุคลากร  อุปกรณ์และงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ทำให้การจัดพื้นที่การจัดสาธารณูปโภคให้กับผู้อพยพเป็นไปอย่างขลุกขลัก หลายหมู่บ้านไม่มีน้ำกิน น้ำใช้จนหลายหมู่บ้านตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในพื้นทีอื่น เช่น บ้านหนองบัวคำเดิม ได้อพยพไปอยู่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ในขณะนั้นราษฎรที่อพยพขึ้นมาในสภาพที่เรียกได้ว่า บ้านแตกสาแหรกขาด มองไม่เห็นอนาคต ที่ดินที่รับจัดสรรก็ไม่สามารถจะทำการเพาะปลูกได้ เหตุเพราะสภาพดินขาดความสมบูรณ์ น้ำที่จะใช้ในการเพาะปลูกไม่มี ผนวกกับพื้นที่ที่เป็นที่สูงลุ่มๆ ดอนๆ    ไม่สามารถจะทำคลองส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก รัฐทำได้เพียงนำเครื่องอุปโภคบริโภคมาแจกกันเป็นครั้งคราว ซึ่งก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของราษฎร ผลที่ตามมาก็คือ ชาวบ้านหันมายึดอาชีพในการตัดไม้แปรรูปขายให้กับพ่อค้าต่างถิ่นเป็นรายได้พอยังชีพ ซึ่งก็ยังเป็นที่น่าเสียดายว่าแต่เดิมในพื้นที่ดอยเต่าจะมีไม้สักเป็นจำนวนมาก เพียงไม่กี่ปีไม้เหล่านั้นได้ถูกตัดจนหมดสิ้น จากการอพยพหนีน้ำในครั้งนั้น ยังผลให้ราษฎรชาวดอยเต่ายังไม่สามารถที่จะยืนหยัดสร้างผลผลิตทางการเกษตร อันเป็นอาชีพดั้งเดิมได้จนตราบเท่าทุกวันนี้  ซึ่งน่าจะสรุปไว้ว่าด้วยสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกับอดีต ผสมกับความไม่พร้อมในปัจจัยพื้นฐานคือ น้ำในการเพาะปลูก จึงทำให้คนดอยเต่าเหมือนตกอยู่ในความมืดทางอาชีพ ในปัจจุบันจะพบเห็นบ่อยว่า คนดอยเต่าจะทำการเพาะปลูกพืชผลตามอย่างผู้คนจากถิ่นอื่น โดยขาดความรู้ความสามารถที่แท้จริง จึงยิ่งเหมือนกับเป็นการซ้ำเติมลงไปอีก จนเกิดความท้อแท้ และในที่สุดจึงหันไปจับงานรับจ้าง   จนได้ชื่อว่าดอยเต่ามีแรงงานอพยพมากที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่  และนั่นคือการสร้างปัญหาใหม่ตามมา   ไม่ว่าจะเป็นการละทิ้งครอบครัวให้อยู่อย่างขาดความอบอุ่น ปัญหายาเสพติดตลอดจนปัญหาของโรคร้ายแรง เช่น เอดส์ เกิดขึ้นและที่นับว่าเป็นปัญหาที่ลึกลงไปอีกก็คือ ราษฎรขาดความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพเกษตร ซึ่งเป็นฐานที่แท้จริง คนดอยเต่าจึงขายที่ทำกินที่พอมีอยู่ให้กับนายทุนหรือคนต่างถิ่น อันเป็นการปิดหนทางในการแก้ปัญหาอย่างสิ้นเชิง และไม่ค่อยสนใจต่อการแนะนำหรือเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการประกอบอาชีพการเกษตร เกิดความรู้สึกทางลบแก่เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นหลายคนเกิดความท้อแท้ละเลยไป จนมองว่าราษฎรดอยเต่าเกียจคร้านไม่เอาจริงกับการประกอบอาชีพ และในความรู้สึกนึกคิดลึกๆของจิตใจคนดอยเต่ามีความรู้สึกว่ารัฐบาลและข้าราชการทอดทิ้งละเลย หลอกลวง ขาดการดูแลที่ดีพอ ทั้ง ๆ ที่ชาวดอยเต่าได้สละที่ดินเดิมอันอุดมสมบูรณ์ อยู่อาศัยกันมาหลายชั่วอายุคน เพื่อเก็บกักน้ำสร้างคุณประโยชน์แก่ส่วนรวม</p>
<p>แหล่งที่มา : จากหนังสือและเวปไซต์ ดอยเต่าในอดีต ของ ผอ.วิทยา  พัฒนเมธาดา</p>
<p>สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/pages/ดอยเต่าคอม/649747158380303?sk=notes</p>
<h2>คำขวัญ</h2>
<p style="text-align: center;"><em><strong>&#8220;มะนาวลูกใหญ่ ลำไยเนื้อหนา ดอยเกิ้งสูงสง่า ชิมรสปลาดอยเต่า&#8221;</strong></em></p>
<h2>ที่ตั้งและอาณาเขต</h2>
<p><a href="/อำเภอดอยเต่า">อำเภอดอยเต่า</a>ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้</p>
<p>ทิศเหนือ ติดต่อกับ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%94/">อำเภอฮอด</a><br />
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน)<br />
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสามเงา (จังหวัดตาก)<br />
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ<a href="/อำเภออมก๋อย">อำเภออมก๋อย</a></p>
<h2>การแบ่งเขตการปกครอง</h2>
<h3>การปกครองส่วนภูมิภาค</h3>
<p>อำเภอดอยเต่าแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 ตำบล 43 หมู่บ้าน ได้แก่</p>
<table class="wikitable sortable jquery-tablesorter">
<thead>
<tr>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ลำดับที่</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อักษรไทย</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">อักษรโรมัน</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">จำนวนหมู่บ้าน</th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก">ประชากรทั้งหมด<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_1-0" class="reference">[1]</sup></th>
<th class="headerSort" tabindex="0" title="เรียงจากน้อยไปมาก" colspan="2">ประชากรแยกตามส่วนท้องถิ่น<br />
<small>(พ.ศ. 2559)</small><sup id="cite_ref-population_1-1" class="reference">[1]</sup></th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>1.</td>
<td>ดอยเต่า</td>
<td>Doi Tao</td>
<td>10</td>
<td>6,414</td>
<td>6,414</td>
<td><small>(อบต. ดอยเต่า)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>2.</td>
<td>ท่าเดื่อ</td>
<td>Tha Duea</td>
<td>6</td>
<td>3,346</td>
<td>1,950<br />
1,396</td>
<td><small>(ทต. ท่าเดื่อ-มืดกา)<br />
(อบต. ท่าเดื่อ)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>3.</td>
<td>มืดกา</td>
<td>Muet Ka</td>
<td>5</td>
<td>3,338</td>
<td>2,385<br />
953</td>
<td><small>(ทต. ท่าเดื่อ-มืดกา)<br />
(อบต. ท่าเดื่อ)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>4.</td>
<td>บ้านแอ่น</td>
<td>Ban Aen</td>
<td>4</td>
<td>2,586</td>
<td>2,586</td>
<td><small>(อบต. บ้านแอ่น)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>5.</td>
<td>บงตัน</td>
<td>Bong Tan</td>
<td>7</td>
<td>4,960</td>
<td>4,960</td>
<td><small>(อบต. บงตัน)</small></td>
</tr>
<tr>
<td>6.</td>
<td>โปงทุ่ง</td>
<td>Pong Thung</td>
<td>11</td>
<td>6,749</td>
<td>6,749</td>
<td><small>(อบต. โปงทุ่ง)</small></td>
</tr>
</tbody>
<tfoot>
<tr>
<th colspan="3">รวม</th>
<th>43</th>
<th>27,393</th>
<th colspan="2">4,335 (เทศบาล)<br />
23,058 (อบต.)</th>
</tr>
</tfoot>
</table>
<h2>การปกครองส่วนท้องถิ่น</h2>
<p>ท้องที่อำเภอดอยเต่าประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่</p>
<p>เทศบาลตำบลท่าเดื่อ-มืดกา ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลท่าเดื่อและบางส่วนของตำบลมืดกา<br />
องค์การบริหารส่วนตำบลดอยเต่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอยเต่าทั้งตำบล<br />
องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเดื่อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าเดื่อและตำบลมืดกา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลท่าเดื่อ-มืดกา)<br />
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแอ่น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแอ่นทั้งตำบล<br />
องค์การบริหารส่วนตำบลบงตัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบงตันทั้งตำบล<br />
องค์การบริหารส่วนตำบลโปงทุ่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโปงทุ่งทั้งตำบล</p>
<h2>แหล่งท่องเที่ยว</h2>
<p>ทะเลสาบดอยเต่า เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงภายหลังการสร้างเขื่อนภูมิพล เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนภูมิพล ใช้ในการเกษตรกรรม การประมง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวหากมีน้ำมากพอ (โดยมากจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน) การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปยังอำเภอฮอด ระยะทาง 90 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข 1130 ไปยังทะเลสาบดอยเต่าอีก 35 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ 125 กิโลเมตร</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/">อำเภอดอยเต่า</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
