<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ถนนห้วยแก้ว Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ถนนห้วยแก้ว/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 31 Jul 2022 08:07:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ถนนห้วยแก้ว Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ถนนห้วยแก้ว/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Jul 2022 08:07:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นันทนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ราชการ จังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[แจ่งหัวริน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=13197</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ Chiang Mai Public Library ที่ตั้ง : ถนนห้วยแก้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200 ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #008000;">ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<h3>Chiang Mai Public Library</h3>
<p>ที่ตั้ง : <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7/"><strong>ถนนห้วยแก้ว</strong></a><strong> ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200</strong></p>

<h3><span style="color: #008000;">ประวัติห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p>ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเชียงใหม่ ศุนย์ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ภายในบริเวณสำนักบริการยุทธศาสตร์และบูรณาการศึกษาที่ 1 <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7/">ถนนห้วยแก้ว</a> ตำบลช้างเผือกอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมเป็นห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่เปิดบริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2493 ตั้งอยู่ที่วัดหนองคำ ในเขตเทศบาล อำเภอเมืองเชียงใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2496 ได้สร้างอาคารห้องสมุดเป็นอาคารเอกเทศภายในวัดพันอ้น เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 – 2504 ในปี 2513 กองการศึกษาผู้ใหญ่กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณในการสร้างอาคารห้องสมุดปัจจุบันและเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา</p>
<p>เวลาทำการ : <strong>จันทร์-ศูกร์ เปิด 8:30-19:00 น., เสาร์-อาทิตย์ เปิด 8:30-17:00 น.</strong></p>
<p>เบอร์ติดต่อ : <strong>053-221-159</strong></p>
<p>อีเมล์ :</p>
<p>เว็บไซต์ : <strong><a href="http://cmi.nfe.go.th/lib/Lib_Muang1/" target="_blank" rel="noopener">http://cmi.nfe.go.th/lib/Lib_Muang1/</a></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><span style="color: #008000;">แผนที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d1888.5159161220392!2d98.97736587934364!3d18.796734680687443!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a8e4b74934d%3A0xed419ff2fcab39d2!2z4Lir4LmJ4Lit4LiH4Liq4Lih4Li44LiU4Lib4Lij4Liw4LiK4Liy4LiK4LiZ4LiI4Lix4LiH4Lir4Lin4Lix4LiU4LmA4LiK4Li14Lii4LiH4LmD4Lir4Lih4LmI!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1659252239586!5m2!1sth!2sth" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1659252268990!6m8!1m7!1sNyA4aIoeICqQSlgLKUEg9A!2m2!1d18.79609356608951!2d98.97812481154381!3f354.9602663673297!4f4.0981362041777345!5f2.561872544211114" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"><span style="display: inline-block; width: 0px; overflow: hidden; line-height: 0;" data-mce-type="bookmark" class="mce_SELRES_start">﻿</span></iframe></p>
<h3>สถานที่ใกล้เคียง</h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 May 2021 14:59:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สถานศึกษา เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Satit CMU]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยมต้น เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยมปลาย เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สาธิต มช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=8455</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและบริหารงานด้านวิชาการ โดยอยู่ภายใต้การดำเนินการโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #000080;">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและบริหารงานด้านวิชาการ โดยอยู่ภายใต้การดำเนินการโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</span></h2>
<h3><span style="color: #3366ff;">ประวัติโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</span></h3>
<p>โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดตั้งตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้โรงเรียนได้เป็นสถานที่สำหรับการผลิตบัณฑิตทางการศึกษาทั้งในส่วนของการเป็นแหล่งที่ให้นักศึกษาได้สังเกตการสอน (Observation) ร่วมสอน (Participation) และฝึกปฏิบัติการทางวิชาชีพ ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับให้คณะได้ค้นคว้าวิจัยและทดลองวิธีการจัดการเรียนการสอนตามแนวปรัชญาการศึกษาใหม่ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับการจัดการเรียนการสอนในภาคเหนือ โดยโรงเรียนเริ่มเปิดดำเนินการสอนเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2511 ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 อาคารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสถานที่เรียนซึ่งปัจจุบันอาคารหลังดังกล่าวเป็นที่ตั้งของคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และในปี พ.ศ. 2512 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนจึงได้ย้ายสถานที่เรียนจากเดิมมาใช้อาคารเรียนหลังที่ 1 ของคณะศึกษาศาสตร์เป็นการชั่วคราว จนกระทั่งปีการศึกษา 2514 อาคารสาธิต 1 ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนได้ก่อสร้างเสร็จ โรงเรียนจึงได้ใช้อาคารหลังดังกล่าวเป็นสถานที่เรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย</p>
<p>โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยส่งเสริมและบริหารงานด้านวิชาการ อยู่ในความควบคุมและอำนวยการสอน ของคณะศึกษาศาสตร์ <strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a></strong></p>
<ul>
<li>พ.ศ. 2511 เริ่มเปิดดำเนินการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สายสามัญ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2511 มีนักเรียนทั้งหมดจำนวน 70 คน เป็นชาย 33 คน เป็นหญิง 37 คน ทำการสอนโดยอาจารย์ และครู ในคณะศึกษาศาสตร์ จำนวน 14 คน อาจารย์พิเศษ 5 คน อาจารย์ชาวต่างประเทศ 2 คน ในปีแรกได้อาศัยวิทยาลัยที่ 1 อาคาร 1 ( ว.1 อ.1) เป็นอาคารเรียนชั่วคราว</li>
<li>พ.ศ. 2512 ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน ขณะก่อสร้างได้ย้ายสถานที่เรียนเดิม มาใช้อาคารคณะศึกษาศาสตร์เป็นการชั่วคราว ในปีการศึกษานี้ มีนักเรียนทั้งหมด 158 คน เป็นชาย 66 คน เป็นหญิง 92 คน</li>
<li>พ.ศ. 2513 อาคารเรียนยังสร้างไม่เสร็จ จึงต้องอาศัยเรียนที่อาคารเรียนคณะศึกษาศาสตร์ต่อ โดยมีจำนวนนักเรียนเพิ่มเป็นทั้งหมด 245 คน</li>
<li>พ.ศ. 2514 โรงเรียนสาธิตฯ ได้ย้ายมาใช้อาคารเรียนของโรงเรียน และได้ขยายชั้นเรียนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเปิดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แยกเป็น 3 แผนก ได้แก่ แผนกวิทยาศาสตร์ แผนกศิลป์ และแผนกทั่วไป แผนกละ 1 ห้อง</li>
<li>พ.ศ. 2515 เป็นปีแรกที่โรงเรียนสาธิตฯ ได้เปิดชั้นเรียนสายสามัญ ครบตามหลักสูตร 5 ปี คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5</li>
<li>พ.ศ. 2521 ได้ปรับหลักสูตร ตามกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้เรียนในชั้น ม.ต้น 3 ปี และเรียนในชั้น ม.ปลาย 3 ปี</li>
<li>พ.ศ. 2533 ปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนมาใช้ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533 ซึ่งเปลี่ยนมาจากหลักสูตร ม.ต้น ปี 2521 และหลักสูตร ม.ปลาย ปี 2524 โดยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายนั้นเปิดสอน 3 แผนการเรียน ได้แก่ แผนวิทย์-คณิต, แผนศิลป์-คณิต กข. และแผนศิลป์-ภาษาฝรั่งเศส</li>
<li>พ.ศ. 2537 ได้เปิดห้องเรียนเพิ่มในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จาก 3 ห้องเรียน เป็น 5 ห้องเรียน จนกระทั่งปัจจุบัน ทุกระดับชั้นมีจำนวนครบชั้นละ 5 ห้องเรียน</li>
<li>พ.ศ. 2543 โรงเรียนสาธิตฯ มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 1,157 คน โดยเป็นนักเรียนชั้นม.ต้น 602 คน และนักเรียนชั้น ม.ปลาย 555 คน มีครู-อาจารย์ประมาณ 90 คน</li>
<li>พ.ศ. 2551 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดให้มีโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยขึ้น โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์หนึ่งจากทั้งหมด 4 ศูนย์ เพื่อรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในหลักสูตรห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โดยมีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงเรียนสาธิตฯ ร่วมกันรับผิดชอบ โดยปีแรกเปิดรับนักเรียนโครงการดังกล่าว (วมว.มช.)รุ่นที่ 1 จำนวน 30 คน</li>
<li>พ.ศ. 2555 โรงเรียนสาธิตฯ ได้เปิดสอนหลักสูตรแผนการเรียนศิลป์ &#8211; จีน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบัน โรงเรียนสาธิตฯ มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 1,402 คน โดยเป็นนักเรียนชั้น ม.ต้น 679 คน และนักเรียนชั้น ม.ปลาย 637 คน และนักเรียนโครงการ วมว.มช 3 ระดับชั้น รวม 86 คน มีบุคลากรทั้งสายวิชาการ และสายสนับสนุนการสอน จำนวน 88 คน</li>
</ul>
<p>คติพจน์ของโรงเรียน : <span style="color: #000080;"><strong>&#8220;วิชาชีพเป็นครูของมวลชน&#8221;</strong></span></p>
<p>คำขวัญ : <span style="color: #000080;"><strong>การเรียนดี กีฬาเด่น เน้นวินัย ใฝ่คุณธรรม</strong></span></p>
<p>เอกลักษณ์ : <span style="color: #000080;"><strong>สร้างสรรค์กิจกรรม สร้างผู้นำที่สง่า เห็นคุณค่าวิชาการ</strong></span></p>
<p>อัตลักษณ์ : <span style="color: #000080;"><strong>นักคิด นักกิจกรรม เป็นผู้นำสังคม</strong></span></p>
<p>อัตลักษณ์คุณธรรม : <span style="color: #000080;"><strong>ซื่อสัตย์ดี มีวินัย ใส่ใจมารยาท</strong></span></p>
<p>คำขวัญคุณธรรม : <span style="color: #000080;"><strong>สาธิตต้องทำคือความดี สาธิตต้องมีคือคุณธรรม</strong></span></p>
<p>พระพุทธรูปประจำโรงเรียน : <span style="color: #000080;"><strong>สมเด็จพระพุทธปัญญาธรรม</strong></span></p>
<p>สีประจำโรงเรีน : <span style="color: #000080;"><strong>สีน้ำเงิน</strong></span></p>
<p>ต้นไม้ประจำโรงเรียน : <strong><span style="color: #000080;">ต้นพะยอม</span></strong></p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">ตราประจำโรงเรียน</span></h3>
<p><a href="https://1.bp.blogspot.com/-ohipgHGj0gU/YKPUBBFQeLI/AAAAAAAAAAM/qjK_QbHy9t4DvtDGU0JH-2HWW4sXZusRwCLcBGAsYHQ/s900/image_2021032909250646291.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-ohipgHGj0gU/YKPUBBFQeLI/AAAAAAAAAAM/qjK_QbHy9t4DvtDGU0JH-2HWW4sXZusRwCLcBGAsYHQ/w400-h400/image_2021032909250646291.png" width="400" height="400" border="0" data-original-height="900" data-original-width="900" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ตั้ง : <span style="color: #000080;"><strong>239 <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7/">ถนนห้วยแก้ว</a> ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200</strong></span></p>
<p>เบอร์ติดต่อ : <span style="color: #000080;"><strong>0-5394-4248, 0-5394-4245, 0-5394-1222</strong></span></p>
<p>แฟกซ์ : <strong><span style="color: #000080;">0-5322-1285</span></strong></p>
<p>เมล์ : <strong><span style="color: #000080;">satitcmu@satitcmu.ac.th</span></strong></p>
<p>Facebook : https://www.facebook.com/cmuds</p>
<h3><span style="color: #0000ff;">แผนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d15108.350223782734!2d98.9548426!3d18.794251!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0x999894b3738db10c!2sChiang%20Mai%20University%20Demonstration%20School!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1621350153360!5m2!1sen!2sth" width="600" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1621350195281!6m8!1m7!1szAEentOa_FMBYZydKUptdg!2m2!1d18.7944795935481!2d98.95431945911315!3f299.58300517378797!4f4.473849487607936!5f0.7820865974627469" width="600" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>One nimman</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/one-nimman/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 06:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นันทนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ตัน ภาสกรนที]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนนิมมานเหมินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สี่แยกรินคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้า เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=7976</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการคอมมูนิตี้ One Nimman (วัน นิมมาน) แหล่งรวมร้านค้า ศิลปะ วัฒนธรรม และความร่วมสมัย ณ นิมมานซอย 1 ประสบการณ์ใหม่แห่งการใช้ชีวิตใน "เมืองเล็กๆ อันพร้อมพรั่งใจกลางเมืองเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/one-nimman/">One nimman</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #b42024;">โครงการคอมมูนิตี้ One Nimman (วัน นิมมาน)</span></h2>
<p>แหล่งรวมร้านค้า ศิลปะ วัฒนธรรม และความร่วมสมัย ณ นิมมานซอย 1 ประสบการณ์ใหม่แห่งการใช้ชีวิตใน &#8220;เมืองเล็กๆ อันพร้อมพรั่งใจกลางเมืองเชียงใหม่&#8221; ในทำเลที่โดดเด่นที่สุดบนถนนนิมมานเหมินท์ คือที่ตั้งของ ONE NIMMAN แหล่งที่เชื่อมโยงระหว่างรูปแบบชีวิตสมัยใหม่กับ วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยรวบรวมร้านอาหาร แกลเลอรี่ คาเฟ่ บาร์ ที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตอยู่ใน ONE NIMMAN ได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ</p>
<p>โครงการ ONE NIMMAN บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ของคุณ วริษา ภาสกรนที ทายาท “ตัน ภาสกรนที” คือการรื้อฟื้นและต่อยอดย่านอันถือเป็นจุดกำเนิดของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ร่วมสมัยของเมืองเชียงใหม่ ให้กลับมาเปลี่ยมชีวิตชีวาและกลายเป็นศูนย์การค้าชุมชนแห่งใหม่ที่เป็นทั้งแหล่งช๊อปปิ้ง กว่า 100 ร้านค้าชั้นนำ จุดนัดพบทางไฟ์สไตส์และพื้นที่สาธารณะที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน และเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการ “One Nimman” อย่างเป็นทางการ</p>
<p>ที่อยู่  : <span style="color: #b42024;"><strong>1 <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">ถนนนิมมานเหมินทร์</a> ต.สุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200</strong></span></p>
<p>เวลาทำการ : <span style="color: #b42024;"><strong>เปิดทุกวัน 11.00-23.00 น.</strong></span></p>
<p>โทร : <span style="color: #b42024;"><strong>052-080-900</strong></span></p>
<p>Facebook Fanpage : <span style="color: #b42024;"><strong>https://www.facebook.com/onenimman</strong></span></p>
<h3><span style="color: #b42024;">แผนที่ One Nimman ถนนนิมมานเหมินทร์ ต.สุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d15107.824315815074!2d98.9683099!3d18.8001106!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0x39ff3a601ee23fb7!2sOne%20Nimman!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1614667872280!5m2!1sth!2sth" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1614667901198!6m8!1m7!1sZ1833kIC7o0STOAFz2sGfQ!2m2!1d18.80010225376299!2d98.96742063105356!3f115.20001470732757!4f20.735050999672367!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/one-nimman/">One nimman</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2020 06:10:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สถานที่ราชการ จังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลช้างเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยงานราชการ เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ 122 ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่อยู่ : <span style="color: #993300;"><strong>122 ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300</strong></span><br />
โทรศัพท์ :<span style="color: #993300;"> <strong>053-892514</strong></span><br />
โทรสาร :<span style="color: #993300;"> <strong>053-892623</strong></span><br />
อีเมล์ :<span style="color: #993300;"> <strong>pvlo_cmi@dld.go.th</strong></span><br />
เว็บไซต์ :<a href="http://pvlo-cmi.dld.go.th/webnew/index.php/th/" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer"><span style="color: #993300;"> <strong>http://pvlo-cmi.dld.go.th/webnew/index.php/th/</strong></span></a></p>
<h3><span style="color: #993300;">แผนที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" tabindex="0" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.715447432717!2d98.94756631489714!3d18.81083038724063!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3b4f02608dc9%3A0x3c257ae1acd563bb!2z4Liq4Liz4LiZ4Lix4LiB4LiH4Liy4LiZ4Lib4Lio4Li44Liq4Lix4LiV4Lin4LmM4LiI4Lix4LiH4Lir4Lin4Lix4LiU4LmA4LiK4Li14Lii4LiH4LmD4Lir4Lih4LmI!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1606888955391!5m2!1sth!2sth" width="600" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen" aria-hidden="false"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" tabindex="0" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1606889001318!6m8!1m7!1sSI4hQ36chS-ihExIXRRn2w!2m2!1d18.81035917236374!2d98.9499313170951!3f18.30651737236868!4f0.2379873625982043!5f0.7820865974627469" width="600" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen" aria-hidden="false"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a8%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวนสัตว์เชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2020 05:47:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[นันทนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[Harold Mason Young]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[หมีแพนด้า เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาโรลด์ เมสัน ยัง]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่ ซู อควาเรียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. - 17.00 น.</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">สวนสัตว์เชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #008000;">สวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. &#8211; 17.00 น. </span></h2>
<h4><span style="color: #008000;">สวนสัตว์เชียงใหม่ สวยงามและอุดมสมบูรณ์ในสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี เต็มไปด้วยป่าไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้หายากในภาคเหนือ มีสถานที่และการเรียนรู้ศูนย์สัตว์ป่าทุกชนิดจากทั่วทุกมุมโลกนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย</span></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://1.bp.blogspot.com/-w1e8c1tNPo4/X8cpAyP3YlI/AAAAAAAAFv4/rtSEDPzj8zQhMJA7Cpgvo0vHw-geZa5WgCLcBGAsYHQ/s16000/201712085c692f9c6e561241fdcb1dbc692a8fdc104900.jpg" alt="สวนสัตว์เชียงใหม่" data-original-height="1000" data-original-width="750" width="750" height="1000" border="0"></p>
<p><strong>สวนสัตว์เชียงใหม่</strong> เป็นสวนสัตว์ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ <strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-2/">อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></strong> จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. &#8211; 17.00 น. มีสัตว์อยู่จำนวนมาก เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น ยีราฟ และยังมีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย ทูตจากประเทศจีน ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่มีโบราณสถานที่ชื่อว่าวัดกู่ดินขาวซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเวียงเจ็ดลิน และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ เช่น นกมาคอว์ นาก นกกระทุง และมีส่วนจัดแสดงเพนกวินและแมวน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://1.bp.blogspot.com/-XNQjdTHHgxM/X8co_6G0oJI/AAAAAAAAFvw/n9zF4_zESOIalQNbQV94ojkZ1xZY5BDMACLcBGAsYHQ/s16000/201712077619ad2cd287270d971efb09e98ae9fb154626.jpg" alt="สวนสัตว์เชียงใหม่" data-original-height="562" data-original-width="1000" width="1000" height="562" border="0"></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://1.bp.blogspot.com/-dBGh0sR0AXc/X8co_-TTN8I/AAAAAAAAFvs/imIAsdBhKrMJmdMvxKCejVO6tLlsZA5CgCLcBGAsYHQ/s16000/20171207ee9d67bfa58a1276867d60702cbb9f5f154613.jpg" alt="สวนสัตว์เชียงใหม่" data-original-height="562" data-original-width="1000" width="1000" height="562" border="0"></p>
<p>นอกจากนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่ยังเป็นที่ตั้งของ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ศูนย์แสดงพันธ์สัตว์น้ำครบวงจร ที่มีอุโมงค์น้ำความยาวกว่า 133 เมตร ซึ่งจัดว่ายาวที่สุดในโลก แบ่งเป็นอุโมงค์น้ำเค็ม 66.5 เมตร และอุโมงค์น้ำจืด 66.5 เมตร โดยเชียงใหม่ ซู อควาเรียมได้รวบรวมปลาน้ำจืดแห่งลุ่มแม่น้ำโขงและโลกใต้ทะเลด้วยกัน เพื่อให้ชีวิตน้อยใหญ่ได้อาศัยพึ่งพิง ปัจจุบัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ คือ นายวุฒิชัย ม่วงมัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://1.bp.blogspot.com/-76MmexmcwYo/X8co_2VBLdI/AAAAAAAAFv0/YXKRA678Uz8rhXeDGrNVRkGSBbyhdhuhQCLcBGAsYHQ/s16000/20171207d7ee13766074fe43ea829c1183239ae3154620.jpg" alt="สวนสัตว์เชียงใหม่" data-original-height="562" data-original-width="1000" width="1000" height="562" border="0"></p>
<h3><span style="color: #008000;">ประวัติสวนสัตว์เชียงใหม่</span></h3>
<p>สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นโดยนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง (Mr.Harold Mason Young) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ผู้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดน ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493 &#8211; 2496) โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่ตนเช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นของนาย กี นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2431 &#8211; 2508) และนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2437 &#8211; 2524) เป็นสถานที่เริ่มต้น โดยเริ่มเปิดเป็นสวนสัตว์เล็ก ๆ ของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495 โดยจ้างคนพื้นเมืองและชาวเขาจำนวนไม่มากนักช่วยดูแล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-tjzVkkFggnY/X8cpsZ1O0TI/AAAAAAAAFwM/7q7cWpf-Cc0i4mP-6IBWd1YcP2-13zILQCLcBGAsYHQ/s16000/Harold-Mason-Young.jpg" alt="นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง (Mr.Harold Mason Young) มิชชันนารีชาวอเมริกัน" data-original-height="414" data-original-width="300" width="300" height="414" border="0"></p>
<p>นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง เป็นบุตรของมิชชันนารีชาวอเมริกันเกิดที่รัฐฉาน ประเทศพม่าเคยทำงานในฐานะมิชชันนารีในรัฐฉาน ดินแดนของชาวไต ซึ่งอุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิดมาก่อน และเหตุผลที่ทำให้นายฮาโรลด์ ต้องเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหารและตำรวจชายแดนในประเทศไทย ก็คงเนื่องด้วยพันธะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีต่อรัฐบาลไทย ในการสนับสนุนทั้งทางด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ อย่างเต็มที่เพื่อร่วมกันต่อต้านคอมมิวนิสต์ตามสนธิสัญญาไทย &#8211; อเมริกัน 3 ฉบับ คือ</p>
<p>ความตกลงทางการศึกษาและวัฒนธรรม ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2493<br />
ความตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2493<br />
ความตกลงทางการช่วยเหลือทางทหาร ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2493<br />
ผลปรากฏว่าหลังจากปี พ.ศ. 2493 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดส่ง คณะที่ปรึกษา อาสาสมัคร และกำลังสนับสนุนด้านต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก เฉพาะด้านทหารและตำรวจนั้น สหรัฐอเมริกาได้ส่งคณะที่ปรึกษาทางทหารมาประจำประเทศไทยในปี พ.ศ. 2493 ต่อมาขยายเป็นหน่วย JUSMAG เพื่อช่วยวางแผนการจัดกองพล การจัดกรมผสม จัดระบบ ส่งกำลังกองทัพบก ฯลฯ ขณะที่กองกำลังตำรวจขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ก็ได้รับการขยายกำลังออกไปอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ให้การสนับสนุน ผ่านทางบริษัทซี ซัปพลาย (Sea Supply Corporation) การเข้ามาทำงานในประเทศไทยในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหาร และตำรวจตระเวรชายแดนของนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง ก็คงอยู่ในบริษัททางการเมืองดังกล่าวนี้ด้วย</p>
<p>การสะสมสัตว์นานาชนิดของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ภายในบริเวณบ้านเวฬุวันที่ตนเช่าอยู่นั้น คงมี มากขึ้น ๆ และคงสร้างต้องอาศัยพื้นที่ในบริเวณบ้านเวฬุวันมากขึ้นคงทำให้พื้นที่อันสวยงามของบ้านเวฬุวัน เช่น สนามหญ้าหน้าบ้านถูกใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ไปโดยปริยาย</p>
<p>จากคำบอกเล่าของศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ ทายาทคนหนึ่งของ นาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ได้ขอให้นายฮาโรลด์ ผู้เช่าบ้านเวฬุวัน ย้ายสวนสัตว์ของเขาไปไว้ที่ ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของนาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ซึ่งอยู่เชิงดอยสุเทพเช่นกันซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ส่วน หนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่คงโดยเหตุที่นายฮาโรลด์เป็นชาวอเมริกัน ประชาชนของประเทศที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูงยิ่งของโลก เขาจึงติดต่อขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่โดยตรง จนได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเชิงดอยสุเทพประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายน พ.ศ. 2500 จนกระทั่งนายฮาโรลด์ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2518</p>
<p>จนกระทั่งปี พ.ศ. 2520 สวนสัตว์จึงโอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา เนื่องนับถึงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2530 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีอายุครบ 10 ปีเต็ม ในรอบทศวรรษนั้น สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ขยายพื้นที่จากเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่อนุมัติให้นายฮาโรลด์ จัดตั้งสวนสัตว์ประมาณ 60 ไร่ ได้รับการขยายเป็น 130 ไร่</p>
<p>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรีให้ขยายพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ไร่ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสวนสัตว์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนหนึ่งโดยมี ศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ เป็นประธานดำเนินงานวางผังหลักกำหนดแนวทางพัฒนาสวนสัตว์เชียงใหม่</p>
<p>จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งประเภทตำนาน จารึก และภาพถ่ายทางอากาศยืนยันชัดว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสัตว์เชียงใหม่คือส่วนหนึ่งของ เวียงเจ็ดลิน เวียงโบราณรูปวงกลมที่สร้างขึ้นในสมัยพญาสามฝั่งแกน กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ลำดับที่ 8 (พ.ศ. 1945 &#8211; 1984) ร่องรอยคูน้ำ คันดินบางส่วนก็ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันซากอิฐจำนวนไม่น้อย ยังคงปรากฏทั่วไปในบริเวณสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยเฉพาะบนเนินเนินเหนือที่เลี้ยงช้าง เป็นกองอิฐก้อนใหญ่มาก เป็นร่องรอยให้สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา (ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานวัดกู่ดินขาวในปัจจุบัน)</p>
<p>ที่อยู่ : <span style="color: #008000;"><strong>เลขที่ 100 ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50200</strong> </span></p>
<p>เวลาทำการ : <span style="color: #008000;"><strong>เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. &#8211; 17.00 น.</strong></span></p>
<p>เบอร์ติดต่อ : <span style="color: #008000;"><strong>053 -210374 </strong></span></p>
<p>เว็บไซต์ : <a href="http://www.chiangmai.zoothailand.org/" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer"><span style="color: #008000;"><strong>http://www.chiangmaizoo.com</strong> </span></a></p>
<p>Facebook : <a href="https://bit.ly/36uXcEy" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer"><span style="color: #008000;"><strong>สวนสัตว์เชียงใหม่ Chiang Mai Zoo</strong></span></a></p>
<h3><span style="color: #008000;">แผนที่สวนสัตว์เชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" tabindex="0" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3776.7421529096086!2d98.94537241489711!3d18.809640987241373!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a40eb32377f%3A0x164113f7df4d9fb8!2z4Liq4Lin4LiZ4Liq4Lix4LiV4Lin4LmM4LmA4LiK4Li14Lii4LiH4LmD4Lir4Lih4LmI!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1606887556710!5m2!1sth!2sth" allowfullscreen="allowfullscreen" aria-hidden="false" width="600" height="450" frameborder="0"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" tabindex="0" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1606887585678!6m8!1m7!1sgAuvt0cD8hvc16hn3e-EcA!2m2!1d18.81060530479847!2d98.9480512569013!3f212.83183153712469!4f6.197168775131928!5f0.7820865974627469" allowfullscreen="allowfullscreen" aria-hidden="false" width="600" height="450" frameborder="0"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">สวนสัตว์เชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Nov 2018 15:54:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สถานศึกษา เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Chiangmai University]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมศึกษา เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือ และเป็นแห่งที่ 6 ของประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 56 ปี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2501</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #cc99ff;">มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือ และเป็นแห่งที่ 6 ของประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 56 ปี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2501</span></h2>
<p>พร้อมทั้งได้มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 นำโดยนายกีและนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม จังหวัดเชียงใหม่[2] ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2552 ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551[3]</p>
<p>ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดการเรียนการสอนใน 22 คณะ 2 วิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย และมีสถาบันวิจัย 4 สถาบัน[4]โดยเปิดสอนในระดับปริญญาตรีมีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะจำนวน 340 หลักสูตร โดยมีการจำแนกหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม หลักสูตรระดับปริญญาโท แบ่งเป็น 2 แผน คือ แผน ก และแผน ข และหลักสูตรระดับปริญญาเอก แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบ 1 เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย ที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ และแบบ 2 เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพสูง และก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ และวิชาชีพ และศึกษากระบวนวิชาเพิ่มเติม[5][6]</p>
<p>นับตั้งแต่การก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีอธิการบดีดำรงตำแหน่งมาแล้ว 15 คน โดยอธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิต</p>
<h3><span style="color: #cc99ff;">ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</span></h3>
<p>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เรียกชื่อตามชื่อเมือง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ ขนาบข้างด้วยถนนห้วยแก้ว และถนนสุเทพ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 ก.ม. และมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่เศษ เปิดทำการสอน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2507</p>
<p>ปี พ.ศ. 2484 รัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดตั้งมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคขึ้นแต่เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 การดำเนินงานจึงชะงักลง ต่อมาในปี พ.ศ. 2501 รัฐบาลชุด จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาว่า &#8220;จะดำเนินการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค ตลอดถึงการศึกษาชั้นสูง&#8221; พ.ศ. 2502 ได้มีการประชุมโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค ภาคการศึกษา 8 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล) เป็นประธาน ที่ประชุมมีความเห็นว่า &#8220;น่าจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่&#8221; พ.ศ. 2503 รัฐบาลชุด จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ลงมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียกชื่อมหาวิทยาลัยนี้ว่า &#8220;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&#8221;</p>
<p>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508</p>
<p>ในระยะเริ่มต้นได้เปิดดำเนินการสอนเพียง 3 คณะ ที่เป็นรากฐานของทุกสาขาวิชา คือ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ได้รับโอนกิจการคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ จาก มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) มาเป็นคณะแพทยศาสตร์สังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปีเดียวกันนี้เอง ได้เริ่มจัดตั้งคณะเกษตรศาสตร์ขึ้นอีกคณะหนึ่ง ในปีการศึกษา 2511 ได้จัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์ และในปีการศึกษา 2513 ได้จัดตั้งคณะใหม่อีก คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 จึงได้จัดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 3 คณะคือ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2518 ได้จัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์เพิ่มขึ้น และตั้งบัณฑิตวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อเป็นหน่วยประสานงานด้านการเรียนการสอนและมาตรฐานหลักสูตรขั้นบัณฑิตศึกษามีฐานะเทียบเท่าคณะหนึ่งแต่การดำเนินงานด้านการสอนและการวิจัยซึ่งกระทำโดยคณาจารย์ของคณะ และได้มีการจัดตั้งคณะวิจิตรศิลป์ขึ้น ในปี พ.ศ. 2525 เปิดรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2526 ในปี 2536 ได้จัดตั้งคณะเพิ่มขึ้นอีก 3 คณะ คือ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ และคณะอุตสาหกรรมเกษตร และในปี พ.ศ. 2538 ได้จัดตั้งคณะเพิ่มอีก 1 คณะ คือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2543 ได้มีการจัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ขึ้นเป็นคณะที่ 17 ในปีพ.ศ. 2548 ได้จัดตั้งอีกสองคณะ และหนึ่งวิทยาลัยคือ คณะการสื่อสารมวลชน คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี (เทียบเท่าคณะ) ล่าสุดปีพ.ศ. 2549 ได้จัดตั้งคณะที่ 20 คือ คณะนิติศาสตร์ โดย การประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยของไทย สกอ. ได้จัดให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ในกลุ่ม ดีเลิศ ทั้งการเรียนการสอน และการวิจัย</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2550 ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ผ่าน สนช. และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551 เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐลำดับที่ 12</p>
<p>วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง<br />
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป<br />
วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ<br />
วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ</p>
<h3>สัญลักษณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</h3>
<p>ตราประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นรูปช้างชูคบเพลิงมีสุภาษิตเป็นภาษาบาลีว่า “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” อยู่ในกรอบเส้นรอบวงด้านบนและคำว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507” อยู่ด้านล่างตรงกลาง ระหว่างข้อความทั้งสองนี้ มี “ดอกสัก” คั่นกลางปรากฏอยู่ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งมีความหมายดังนี้[7]</p>
<p>ช้าง เป็นสัตว์ที่มีคุณค่าสูงมากในภาคเหนือ จึงถือเป็นสัญลักษณ์ของภาคเหนือ<br />
การก้าวย่างของช้าง หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า ไม่หยุดยั้ง<br />
คบเพลิง หมายถึง ความสว่างไสวแห่งปัญญาและวิชาการ<br />
รัศมี 8 แฉก หมายถึง คณะทั้ง 8 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะจัดตั้งขึ้นตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
พุทธสุภาษิต “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” มีความหมายว่า บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน<br />
ดอกสัก ปรากฏอยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีค่าและมีความอุดมสมบูรณ์ในภาคเหนือ ดอกสักเป็นดอกไม้ขนาดเล็กและอยู่ในพวงใหญ่ มีสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร มีกลีบดอก 6 กลีบ</p>
<h3>การศึกษา</h3>
<p>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีจำนวนนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 36,379 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2556) จำแนกตามระดับการศึกษา ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก และระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต โดยมีคณะที่เปิดสอนจำนวนทั้งสิ้น 21 คณะ 3 วิทยาลัย 2 สถาบัน และ 1 บัณฑิตวิทยาลัย ได้แก่<br />
กลุ่มคณะ<br />
คณะกลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์<br />
คณะศึกษาศาสตร์<br />
คณะนิติศาสตร์<br />
คณะบริหารธุรกิจ<br />
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์<br />
คณะสังคมศาสตร์<br />
คณะการสื่อสารมวลชน<br />
คณะวิจิตรศิลป์<br />
คณะเศรษฐศาสตร์<br />
คณะมนุษยศาสตร์</p>
<p>คณะกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี<br />
คณะวิทยาศาสตร์<br />
คณะวิศวกรรมศาสตร์<br />
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์<br />
คณะเกษตรศาสตร์<br />
คณะอุตสาหกรรมเกษตร<br />
วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี<br />
วิทยาลัยการศึกษาและการจัดการทางทะเล<br />
สถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์</p>
<p>คณะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ<br />
คณะเทคนิคการแพทย์<br />
คณะทันตแพทยศาสตร์<br />
คณะพยาบาลศาสตร์<br />
คณะแพทยศาสตร์<br />
คณะเภสัชศาสตร์<br />
คณะสัตวแพทยศาสตร์<br />
คณะสาธารณสุขศาสตร์</p>
<p>กลุ่มสหวิทยาการ<br />
วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล<br />
สถาบันนโยบายสาธารณะ</p>
<p>การก่อตั้งคณะ<br />
หลักสูตรในระดับปริญญาตรี มีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะทั้งหมดประมาณ 100 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม โดยแต่ละคณะจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาวิชาที่เปิดสอน</p>
<table class="toccolours" width="100%">
<tbody>
<tr>
<th>พ.ศ.</th>
<th>คณะ</th>
</tr>
<tr>
<td>2508</td>
<td>คณะมนุษยศาสตร์ • คณะสังคมศาสตร์ • คณะวิทยาศาสตร์ • คณะแพทยศาสตร์ • คณะเกษตรศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2511</td>
<td>คณะศึกษาศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2513</td>
<td>คณะวิศวกรรมศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2515</td>
<td>คณะทันตแพทยศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2518</td>
<td>คณะเภสัชศาสตร์ • คณะพยาบาลศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2519</td>
<td>คณะเทคนิคการแพทย์</td>
</tr>
<tr>
<td>2525</td>
<td>บัณฑิตวิทยาลัย</td>
</tr>
<tr>
<td>2526</td>
<td>คณะวิจิตรศิลป์</td>
</tr>
<tr>
<td>2537</td>
<td>คณะสัตวแพทยศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2538</td>
<td>คณะเศรษฐศาสตร์ • คณะบริหารธุรกิจ • คณะอุตสาหกรรมเกษตร</td>
</tr>
<tr>
<td>2546</td>
<td>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2548</td>
<td>วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี</td>
</tr>
<tr>
<td>2549</td>
<td>คณะการสื่อสารมวลชน คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะนิติศาสตร์</td>
</tr>
<tr>
<td>2560</td>
<td>วิทยาลัยการศึกษาและการจัดการทางทะเล • วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิตอล • คณะสาธารณสุขศาสตร์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>สถาบันวิจัย<br />
สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน (สวพ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสถาบันที่มีลักษณะของศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent center) โดยเป็นศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้ด้านพลังงานระดับประเทศและระดับนานาชาติในการวิจัยและพัฒนารวมถึงให้บริการวิชาการโดยมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมในด้านที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในทุกแขนงสาขาเป็นองค์การที่จัดตั้งขึ้นจากการหลอมรวมองค์กรในกำกับทั้ง 2 แห่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องในด้านพลังงาน คือ สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน และสถานเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ ให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน โดยรับอนุมัติจากทางภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2550 จัดตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ภายใต้ชื่อ &#8221; สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน&#8221; เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดอาคารสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ[25]<br />
สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดิมมีชื่อเรียกว่า โครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยที่ประชุมคณบดีเห็นชอบให้มีโครงการจัดตั้งฯ เมื่อเดือน กรกฎาคม 2528 ปัจจุบันสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วยผู้แทนจาก 5 คณะหลัก คือ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มุ่งส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนางานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อความยั่งยืนและความสมดุลของมุนษย์ และสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็นศูนย์ต่าง ๆ ดังนี้[26]<br />
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพด้านพืช<br />
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุล<br />
ศูนย์วิจัยนิวตรอนและเทคโนโลยีรังสี<br />
ศูนย์วิจัยพลังงานและเทคโนโลยีที่เหมาะสม<br />
ศูนย์วิจัยวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว<br />
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีและวัสดุ<br />
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเซรามิกส์<br />
ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบยา เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ<br />
ศูนย์วิจัยอิเล็คทรอนิกส์ประยุกต์และคอมพิวเตอร์<br />
ศูนย์วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและชีววิทยาชาติพันธุ์<br />
ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเฉพาะทาง<br />
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2510 ภายใต้ชื่อ ศูนย์วิจัยโลหิตวิทยาและทุโภชนาการ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโภชนาการในผู้ป่วยเด็กโรคขาดสารอาหารโรคโลหิตจางในเด็กและหญิงมีครรภ์ และความสัมพันธ์ระหว่างภาวะทุโภชนาการและโลหิตจางกับการเกิดโรคติดเชื้อต่อมาได้เสนอโครงการขยาย และปรับปรุงยกฐานะโดยได้รับความ เห็นชอบในปี พ.ศ. 2521 ให้สถาปนาขึ้นเป็น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สุขภาพเป็นหน่วยงานอิสระที่มีฐานะเทียบเท่าคณะในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีภารกิจในการดำเนินงาน วิจัยและเป็นศูนย์กลางให้ความร่วมมือประสานงาน และส่งเสริมการดำเนินการ ค้นคว้าวิจัยในสาขา วิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลพื้นฐาน อันเป็นประโยชน์ต่อการค้นหาสาเหตุประกอบการวินิจฉัย ของการเกิดโรคได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะยังผลให้สามารถกำหนดมาตรการที่ถูกต้องเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพและอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือของประเทศต่อไป[27]<br />
สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ งานวิจัยทางสังคมศาสตร์ได้เริ่มขึ้นโดยกลุ่มคณาจารย์คณะสังคมศาสตร์ เมื่อปีพ.ศ. 2516 และในปี พ.ศ. 2519 มหาวิทยาลัยอนุมัติให้จัดตั้งเป็นศูนย์ภายใน คณะสังคมศาสตร์ ใช้ชื่อว่า &#8220;ศูนย์วิจัยสังคมศาสตร์&#8221; และได้รับเงินสนับสนุนจากคณะสังคมศาสตร์ มูลนิธิ/หน่วยงาน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เมื่อได้มีการขยายขอบเขตการปฏิบัติงาน และมีปริมาณงานเพิ่มมากขึ้น จึงได้เสนอขอจัดตั้งสถาบันวิจัยสังคม และได้รับอนุมัติให้บรรจุ &#8221; โครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยสังคม &#8221; เป็นโครงการใหม่ในแผนพัฒนาการศึกษา ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2520 &#8211; 2524) ต่อมา ได้มีประกาศทบวงมหาวิทยาลัยยกฐานะโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยสังคม ขึ้นเป็น &#8220;สถาบันวิจัยสังคม&#8221; ให้มีสำนักงานเลขานุการสถาบันวิจัยสังคม[28]</p>
<p>การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อ<br />
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต<br />
หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต และประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนานักวิชาการและนักวิชาชีพ ให้มีความชำนาญในสาขาวิชาเฉพาะ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานในสาขาวิชาชีพ นั้น ๆ การศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตจะต้องศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษา มีหน่วยกิตรวม ตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต โดยเป็นกระบวนวิชาในระดับบัณฑิตศึกษา ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต</p>
<p>ระดับปริญญาตรี<br />
หลักสูตรในระดับปริญญาตรี มีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะทั้งหมดประมาณ 100 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ (เสาร์-อาทิตย์) หลักสูตรภาคพิเศษ (ช่วงเย็น) หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม โดยแต่ละคณะจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาที่เปิดสอนเอง</p>
<p>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในระบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<p>โครงการพิเศษ<br />
โครงการรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี โครงการพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนดีเด่นทางการกีฬา โครงการวิศวะสู่ชุมชน โครงการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โครงการบัณฑิตเพื่อชุมชน โครงการนักคิดเพื่อสังคม โครงการส่งเสริมนักเขียนและกวีล้านนา โครงการสื่อสารมวลชนเพื่อสังคม โครงการสื่อสารมวลชนสู่ชนบท โครงการผู้มีความสามรถพิเศษทางการสื่อสารมวลชน โครงการช้างเผือกคณะเศรษฐศาสตร์ โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนฯ (วมว.) โครงการเด็กดีมีที่เรียน โครงการสำนึกรักบ้านเกิดเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน โครงการผู้มีแววเป็นนักนิติศาสตร์ โครงการพิเศษสำหรับนักเรียนพิการ โครงการทายาทศิษย์เก่าบัญชี-บริหารธุรกิจ โครงการนักเรียนที่มีผลการเรียนดีและเป็นทายาทผู้ประกอบการธุรกิจ โครงการนักเรียนที่สนใจศึกษาความเปลี่ยนแปลงของสังคม คณะมนุษยศาสตร์</p>
<p>การสอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือ<br />
โดยจะรับคัดเลือกแต่นักเรียนที่เรียนอยู่ในเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เป็นเวลา 3 ปี โดยจะมีการจัดการสอบเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม</p>
<p>ระบบ Admission กลาง<br />
ดูบทความหลักที่: การรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย § เกณฑ์การคัดเลือกและกระบวนการ TCAS<br />
โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องผ่านกระบวนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT) โดยจะนำผลการทดสอบดังกล่าวมาเลือกคณะและสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการโดยผ่านทางการคัดเลือกของสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.)</p>
<p>ระดับปริญญาโท<br />
หลักสูตรระดับปริญญาโท แบ่งเป็น 2 แผน คือ แผน ก และแผน ข ดังนี้</p>
<p>&#8211; แผน ก แบบ ก 1 หมายถึง การเรียนที่มีเพียงการทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว มีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และจะต้องทำกิจกรรมทางวิชาการตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ อาจมีการเรียนกระบวนวิชาเพิ่มเติมได้โดยไม่นับหน่วยกิตสะสม</p>
<p>&#8211; แผน ก แบบ ก 2 หมายถึง การเรียนที่เป็นลักษณะของการศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต หน่วยกิตสะสมเป็นไปตามโครงสร้างหลักสูตรของสาขาวิชา</p>
<p>&#8211; แผน ข หมายถึง การศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษา และทำการค้นคว้าแบบอิสระไม่น้อยกว่า 3-6 หน่วยกิต</p>
<p>มีการสอบคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ โดยทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดสอบเอง</p>
<p>ระดับปริญญาเอก<br />
หลักสูตรระดับปริญญาเอก แบ่งเป็น 2 แบบ คือ</p>
<p>แบบ 1 เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย ที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ แยกเป็น แบบ 1.1 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต แบบ 1.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต</p>
<p>แบบ 2 เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพสูง และก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ และวิชาชีพ และศึกษากระบวนวิชาเพิ่มเติม แยกเป็น แบบ 2.1 สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต แบบ 2.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต และศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต</p>
<p>พื้นที่มหาวิทยาลัย<br />
พื้นที่มหาวิทยาลัย<br />
ไฟล์:แผนผังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.gif<br />
แผนผังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริเวณเชิงดอยและสวนดอก<br />
พื้นที่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวม 8,502 ไร่ พื้นที่บางส่วนเป็นที่ดินของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอง ซึ่งมีการซื้อหรือเวนคืนในช่วงการจัดตั้งมหาวิทยาลัย บางส่วนหน่วยงานราชการอื่น โดยเฉพาะกรมป่าไม้ อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ และมีบางส่วนได้รับจากผู้มีจิตศรัทธา พื้นที่เหล่านี้กระจายอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p>บริเวณเชิงดอยและสวนดอก 1,812 ไร่<br />
บริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ 1,293 ไร่<br />
บริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน 550 ไร่<br />
บริเวณสถานีวิจัยการเกษตรที่สูงดอยป่าเกี๊ยะ 30 ไร่<br />
บริเวณสถานีวิจัยการเกษตรที่สูงหนองหอย 50 ไร่<br />
บริเวณค่ายสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 17 ไร่<br />
พื้นที่บริจาคให้แก่คณะแพทยศาสตร์ 12 ไร่<br />
ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หริภุญชัย (พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร) ตำบลศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน 4,726 ไร่<br />
ที่ราชพัสดุ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 12 ไร่<br />
สถานที่สำคัญ</p>
<p>ศาลาธรรม<br />
ศาลาธรรม<br />
ศาลาธรรมเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงไทย ตั้งอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัย ตัวอาคารประกอบด้วยห้องโถงกว้าง12 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2507 ต่อมาได้มีการต่อเติมตัวอาคารด้านหลังและทำซุ้มเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ในระยะแรกศาลาธรรมเป็นสถานที่จัดพิธีไหว้ครูของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อศาลาอ่างแก้วสร้างเสร็จจึงได้ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและพิธีไหว้ครู ณ ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยจึงใช้ศาลาธรรมเป็นสถานที่เปลี่ยนฉลองพระองค์ และประทับพักพระอิริยาบถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและพระบรมวงศานุวงศ์ในคราวเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งเหล่าคณาจารย์ ข้าราชการ และนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็จะมาเฝ้ารอรับเสด็จ ณ สถานที่แห่งนี้ ต่อมาเมื่อหอประชุมมหาวิทยาลัยสร้างเสร็จจึงได้ย้ายสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรและพิธีไหว้ครูไปยังหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยจึงได้ใช้ศาลาธรรมเป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆของมหาวิทยาลัยในบางโอกาส เช่น การจัดงานแสดงความยินดี และงานเลี้ยงรับรองผู้มีเกียรติของมหาวิทยาลัย เป็นต้น<br />
ศาลพระภูมิ<br />
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดตั้งศาลพระภูมิประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นเมื่อ วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 บริเวณหน้าตึกมหาวิทยาลัยหรือศาลาธรรมในปัจจุบัน ซึ่งศาลพระภูมิของมหาวิทยาลัยเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจของนักศึกษามหาวิทยาเชียงใหม่ สมัยหนึ่ง เคยมีผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำริให้โค่นศาลพระภูมินี้ทิ้ง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเป็นแกนนำ เพราะ ณ ที่นี้มีตำนานเก่าแก่โบราณเล่าขาน เคยมีนักศึกษาบางคนเห็นเจ้าที่โบกมือให้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมานับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2514 รายละเอียดเพิ่มเติมของเรื่องลึกลับนี้ สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ เรื่องลึกลับของวีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์ในฐานะศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งได้อ้างอิงและมีบันทึกเรื่องราวความลึกลับของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งหมดทุกแง่มุม</p>
<p>อ่างแก้วเป็นทะเลสาบขนาดเล็ก โดยเป็นอ่างเก็บน้ำภายในเนื้อที่มหาวิทยาลัย<br />
อ่างแก้ว<br />
อ่างแก้วคืออ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัย ซึ่งอ่างแก้วนอกจากจะใช้กักเก็บน้ำเพื่อใช้ภายในมหาวิทยาลัยแล้วยังเป็นสถาที่สวยงามและที่พักผ่อนหย่อนใจของลูกช้าง มช ด้วยเช่นกัน<br />
ศาลาอ่างแก้ว<br />
ศาลาอ่างแก้วเป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรในอดีตก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปัจจุบันศาลาอ่างแก้วใช้ประกอบพิธีต่างๆเช่น การเตรียมตัวก่อนขึ้นดอยของนักศึกษาในกิจกรรมรับน้องขึ้นดอย การรับน้อง และการออกกำลังกายเป็นต้น<br />
หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสถานที่รับพระราชทานปริญญาบัตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถานที่จัดกิจกรรมรับน้องรวม ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ กิจกรรมเฟรชชีไนท์เป็นต้น<br />
ตลาดร่มสัก<br />
ตลาดร่มสัก หรือ ตลาดฝายหินเป็นตลาดขายอาหารที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของชาว มช เป็นอย่างมากซึ่งอยู่คู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มายาวนานหลายยุคสมัย และในตลาดร่มสักมีเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อคือ สลัดฝายหิน และน้ำผลไม้ ซึ่งอาหารที่นี่มีราคาถูกมาก<br />
หอพักนักศึกษา<br />
เมื่อได้เข้ามาเป็นนักศึกษาในรั้วของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับการอยู่หอพักนักศึกษา เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่ส่งเสริมให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคน ได้เข้าพักในหอพักนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาต่างคณะรู้จักกัน และเป็นการฝึกให้นักศึกษาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นได้อย่างมีความสุข จำนวนหอพักในมหาวิทยาลัยมีทั้งหมด 15 อาคาร แบ่งออกเป็นหอพักนักศึกษาชาย 7 อาคารและหอพักนักศึกษาหญิง 8 อาคาร สำหรับค่าใช้จ่ายสำหรับเรื่องหอพักนั้นตกประมาณ 1,800 บาทต่อเทอม ซึ่งในราคานี้ได้รวมค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่นๆไว้แล้ว นอกจากนั้นผู้ที่รักสบายขึ้นมาหน่อยก็สามารถเลือกอยู่หอพักในกำกับ มีอยู่ 4 หอได้แก่ หอสีชมพู หอแม่เหียะ หอพยาบาล และใหม่ล่าสุด หอ 40 ปี ซึ่งก็จะมีราคาสูงขึ้นตามความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นด้วย หลังจากการก่อตั้งสำนักงานหอพักนักศึกษา เมื่อปี 2551 แต่เดิมมีฐานะเป็นงานหอพักนักศึกษา สังกัดกองกิจการนักศึกษา (ปัจจุบันคือกองพัฒนานักศึกษา) จึงเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลหอพักนักศึกษาในปัจจุบัน มีหอพักนักศึกษาในสังกัดจำนวน 18 อาคาร ได้แก่ หอพักภายในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย หอพักนักศึกษาชาย อาคาร 2 &#8211; 7 , หอพักนักศึกษาหญิง อาคาร 1 &#8211; 9 และหอพักในกำกับ ประกอบด้วย หอพักสีชมพู , หอพักแม่เหียะ และหอพัก 40 ปี การเปิด &#8211; ปิดหอพักนักศึกษานั้น หอพักนักศึกษาชาย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เปิดเวลา 6 โมงเช้า ปิดเวลาเที่ยงคืน (แต่เดิมเปิดตลอด 24 ชั่วโมง) ส่วนหอพักนักศึกษาหญิง เปิดเวลา 6 โมงเช้า ปิดเวลา 4 ทุ่ม เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยได้คำนึงถึงความปลอดภัยแก่นักศึกษาหญิง นอกจากนั้นทางหอพักก็ได้ให้บริการและสวัสดิการต่างๆที่จัดให้ เช่น หนังสือพิมพ์ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ โทรทัศน์ติด UBC ร้านเสริมสวย ร้านซัก อบ รีด ร้านค้าสะดวกซื้อ ห้องคอมพิวเตอร์พร้อมอินเทอร์เน็ต เพื่อบริการแก่นักศึกษาทุกคน<br />
กิจกรรมและประเพณี<br />
ไฟล์:ประเพณีรับน้องขึ้นดอย 2556.jpg<br />
ประเพณีรับน้องขึ้นดอย<br />
ประเพณีรับน้องขึ้นดอย<br />
ปี พ.ศ. 2507 เป็นปีแรกของการเปิดดำเนินการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 291 คน ศาสตราจารย์ นายแพทย์บุญสม มาร์ติน ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีที่รับผิดชอบดูแลนักศึกษามีความคิดที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีประเพณีที่แตกต่างไปจากมหาวิทยาลัยอื่น และเป็นประเพณีที่น่าประทับใจ น่าจดจำไว้ด้วยความภาคภูมิใจ ประกอบกับจังหวัดเชียงใหม่มีหนทางขึ้นดอยสุเทพ โดยครูบาศรีวิชัยเป็นผู้นำในการทำหนทางดังกล่าว นับว่าเป็นผลงานที่แสดงถึงความศรัทธาและความสามัคคีเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นหลังจากการปฐมนิเทศนักศึกษาในปีแรกแล้ว จึงได้ชักชวนนักศึกษารุ่นแรกทุกคนเดินขึ้นดอยสุเทพพร้อมกันด้วยความสามัคคี เพื่อนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ ด้วยความศรัทธาและแสดงถึงความเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างสมบูรณ์ ประเพณีดังกล่าวนี้นักศึกษารุ่นหลังยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาตราบจนทุกวันนี้และเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ที่น่าภาคภูมิของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประเพณีรับน้องขึ้นดอยเป็นประเพณีของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่จัดขึ้นประมาณต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี ตามประวัติแล้วประเพณีนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ลูกช้างเชือกใหม่ทุกคน และดอยสุเทพซึ่งวัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเชียงใหม่ โดยในวันรับน้องขึ้นดอยนั้นแต่ละคณะจะจัดตั้งขบวนบริเวณหน้าศาลาธรรมตั้งแต่เช้าตรู่โดยริ้วขบวนจะประกอบไปด้วยเฟรชชีและพี่ๆแต่ละชั้นปีเดินขึ้นไปพร้อมกันโดยทุกคนจะแต่งกายแบบล้านนาทำให้มีสีสันสวยงามตื่นตาตื่นใจ</p>
<p>ประเพณีรับน้องรถไฟ<br />
ประเพณีน้องรถไฟเป็นกิจกรรมหนึ่งของการรับน้องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นประเพณีประจำปีอย่างหนึ่งที่จัดขึ้นโดยรุ่นพี่ของแต่ละคณะจะมาต้อนรับนักศึกษาใหม่ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ และอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือพื้นที่นอกเขตภาคเหนือ โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยปกติจะเหมารถไฟ ชั้น 3 ทั้งขบวน (ทั้งหมดหลายขบวน) โดยแบ่งตู้รถไฟกันตามคณะและจำนวนของรุ่นพี่และรุ่นน้องในคณะนั้นๆ โดยรุ่นพี่ของแต่ละคณะก็จะเตรียมกิจกรรมและเกมส์ต่างๆ มีการสอนร้องเพลงประจำแต่ละคณะ เพลงประจำมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งเป็นการให้รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมบนรถไฟเกือบตลอดทั้งคืนที่รถไฟวิ่งมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโดยปกติเมื่อไปถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้วรุ่นพี่จะพาน้องใหม่ไปไหว้พระที่ศาลาธรรมเป็นเหมือนการรับขวัญน้องที่มาใหม่จากแดนไกล หลังจากนั้นรุ่นพี่ก็จะพาน้องใหม่เข้าไปพักตามหอพักนักศึกษา (หอใน) ที่น้องใหม่จองไว้ตั้งแต่วันที่มาปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่</p>
<p>ประเพณีรับน้องรถไฟ ก้าวไกลสู่อาเซียน ประจำปีการศึกษา 2556<br />
ประเพณีรับน้องรถไฟเป็นกิจกรรมครั้งแรกๆ ที่รุ่นน้องและรุ่นพี่ได้พบเจอกัน และร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาราว 15 ชั่วโมง และยังมีเพื่อนฝูงและผู้ปกครองมาส่งรุ่นน้องทำให้บรรยากาศที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในวันนั้นจึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายในการแสดงความยินดีการได้เริ่มต้นการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาจะได้แจกบัตรคล้องคอ (หรือติดเสื้อ) เขียนชื่อเล่นแต่ละคนเอาไว้ รุ่นน้องนั้นมักจะถูกเรียกว่า &#8220;ลูกช้าง&#8221; เพราะช้างเป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2549 งานรับน้องรถไฟได้ถูกยกเลิกในปีนั้น เนื่องจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้รางรถไฟได้รับความเสียหาย เส้นทางรถไฟไม่สามารถใช้ได้ และในปี พ.ศ. 2553 งานรับน้องรถไฟได้ทำการย้ายสถานที่จากสถานีรถไฟหัวลำโพงมายังสถานีรถไฟรังสิตรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสถานีปลายทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่เป็นสถานีรถไฟสารภี เนื่องจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและการก่อจลาจลในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553</p>
<p>ปัจจุบันประเพณีรับน้องรถไฟยังคงดำเนินอยู่ต่อไป เพื่อสืบสานประเพณีที่ดีงาม อันเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอาไว้สืบไป</p>
<p>กิจกรรม Sport Day &amp; Spirit Night<br />
สปอร์ตเดย์ และสปอร์ตไนท์เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความสามัคคีและน้ำใจนักกีฬาของแต่ละคณะโดยจะจัดขึ้นทุกๆปีในเดือนพฤศจิกายน โดยจะจัดกิจกรรมกันตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงกลางดึก โดยในงานจะมีการประกวดเชียร์ลีดเดอร์ สแตนเชียร์ พาเหรด และการแสดงโชว์ของสแตนเชียร์ที่เรียกว่าไคลแมกซ์ โดยแต่ละคณะจะทำการซักซ้อมมาเป็นอย่างดีในการเชียร์</p>
<p>พิธีพระราชทานปริญญาบัตร<br />
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เริ่มเปิดสอนในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 โดยระยะแรกมีเพียง 3 คณะ ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ มาทรงประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 และในปีเดียวกันนี้เองที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับโอนคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มาสังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนั้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ในครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2509) จึงเป็นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรพร้อมกับมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ณ หอประชุมแพทยาลัย มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2510) จัด ณ พลับพลาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 3-5 (พ.ศ. 2512 –2514 ) จัด ณ พลับพลาบริเวณสนามหน้าตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ปีพุทธศักราช 2515 เมื่อการสร้างศาลาอ่างแก้วแล้วเสร็จ มหาวิทยาลัยจึงได้ย้ายสถานที่ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมายังศาลาอ่างแก้ว ดังนั้น พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 6–30 (พ.ศ. 2515–2539) จึงจัด ณ ศาลาอ่างแก้ว ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์ที่ควรบันทึกไว้คือ ในการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 25 (พ.ศ. 2534) เป็นปีฉลอง 25 ปีแห่งพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดทำเหรียญที่ระลึกพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 25 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเหรียญทองคำหนัก 25 บาท จำนวน 1 เหรียญ เพื่อขอพระราชทานทูลเกล้าฯถวายเหรียญที่ระลึกดังกล่าวแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 25 เพื่อเป็นศิริมงคลแก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ปีพุทธศักราช 2540 หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมกับพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนั้นการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 31 (พ.ศ. 2540) จึงเป็นปีที่เริ่มใช้หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตร</p>
<h3>แผนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" tabindex="0" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.054451105562!2d98.95014141538192!3d18.79572656560542!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a68355ea91f%3A0xd393197b614f8352!2z4Lih4Lir4Liy4Lin4Li04LiX4Lii4Liy4Lil4Lix4Lii4LmA4LiK4Li14Lii4LiH4LmD4Lir4Lih4LmI!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1606405400771!5m2!1sth!2sth" width="600" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen" aria-hidden="false"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" tabindex="0" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1606405440653!6m8!1m7!1s9AyB28DaddfHVsGGo0IWRA!2m2!1d18.80830224424919!2d98.95476251411537!3f221.14972649723939!4f7.54514036266896!5f0.7820865974627469" width="600" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen" aria-hidden="false"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
