<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตำบลพระสิงห์ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ตำบลพระสิงห์/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Jun 2022 16:50:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ตำบลพระสิงห์ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ตำบลพระสิงห์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวนสาธารณะหนองบวกหาด Buak Hard Public Park</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94-buak-hard-public-park/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 18:02:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นันทนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[Chiangmai City Public Park]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนบำรุงบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ประตูแสนปรุง]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[แจ่งกู่เฮือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=12953</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวนสาธารณะหนองบวกหาด Nhong Buak Hard Public Park ถนนอารักษ์ ตำบล พระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200 เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 0500 - 2100 น.</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94-buak-hard-public-park/">สวนสาธารณะหนองบวกหาด Buak Hard Public Park</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #008000;">สวนสาธารณะหนองบวกหาด Buak Hard Public Park</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <strong>ถนนอารักษ์ ตำบล พระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200</strong></p>
<p>เวลาทำการ : <strong>เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 0500 &#8211; 2100 น.</strong></p>

<p>สวนบวกหาด เป็นสวนสาธารณะที่ติดอันดับต้นๆ ของชาวเชียงใหม่ที่เมื่อพูดถึงแล้วจะเป็นที่แรกๆเสมอสวนบวกหาด เป็นสวนสาธารณะที่เหมาะแก่การนำครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน มีเครื่องออกกำลังกาย มีสนามเด็กเล่นที่มีพื้นเป็นทรายเพื่อรองรับเด็กๆ เวลาที่ตกจากเครื่องเล่น มีทางเดิน สามารถเดินหรือวิ่งได้ มีสนามตะกร้อ และพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ทำกิจกรรมมากมาย</p>
<p>สวนสาธารณะหนองบวกหาด เป็นสวนสาธารณะที่เดียวของเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้กับ แจ่งกู่เฮือง เทศบาลได้จัดสร้างไว้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เดิมมีชื่อว่า “หนองบวกหาด” แต่นิยมเรียกตามลักษณะของสวนว่า “สวนบวกหาด” เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สวนสาธารณะนี้ใช้เป็นที่จัดงานมหกรรมไม้ดอก-ไม้ประดับ ตั้งแต่เริ่มแรกจนมาถึงปัจจุบัน นับได้ 29 ปี แม้จะมีบางปีที่ย้ายไปจัดสถานที่อื่นบ้าง แต่ก็มีเพียงไม่กี่ครั้ง รวมทั้งงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ โดยมีกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมาร่วมหลายประเทศ เมื่อปี 2546 และงาน ลานนาพฤกษาชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็เคยจัดที่สวนสาธารณะหนองบวกหาดเช่นเดียวกัน</p>
<p>ด้วยการเดินทางที่สะดวก บวกกับบรรยากาศที่ร่มรื่น แวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ มีสระน้ำ น้ำตก ปลา และ สนามเด็กเล่น จึงทำให้หนองบวกหาด เป็นแห่งเดียวที่คนในเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่เด็กจนถึงคนสูงอายุ ได้ใช้เป็นที่พักผ่อน ไม่ว่าจะเป็น การมานั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือมาออกกำลังกาย</p>
<h2><span style="color: #339966;">สถานที่สำคัญใกล้กับสวนสาธารณะหนองบวกหาด</span></h2>
<p>แจ่งกู่เฮือง ถนนบำรุงบุรี ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>ประตูแสนปรุง ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพวกหงษ์ ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>สวนกาญจนาภิเษก Kanchanaphisek Park ถนนช่างหล่อ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<p>โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่</p>
<h2><span style="color: #008000;">แผนที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด Buak Hard Public Park Location</span></h2>
<p>แจ่งกู่เฮืองด้านใน ถนนบำรุงบุรี ตำบล พระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200</p>
<p>Arak Rd, Tambon Phra Sing, Mueang Chiang Mai District, Chiang Mai 50200</p>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.361095079702!2d98.97719411744383!3d18.78205440000001!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a82b101718b%3A0xf0346c6d9b332a0!2sNong%20Buak%20Haad%20Public%20Park!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1655748142405!5m2!1sen!2sth" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!4v1655748105714!6m8!1m7!1sDdx9m-Y12O-yBDzISywjBg!2m2!1d18.7816779552486!2d98.97971998760526!3f350.92674109278244!4f4.566928655315834!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"><span style="display: inline-block; width: 0px; overflow: hidden; line-height: 0;" data-mce-type="bookmark" class="mce_SELRES_start">﻿</span></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94-buak-hard-public-park/">สวนสาธารณะหนองบวกหาด Buak Hard Public Park</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดหมื่นเงินกอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่  วัดหมื่นเงินกองสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย รัชกาลของท้าวสองแสนนาหรือพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 ของล้านนาไทย ระหว่าง พ.ศ. 1910-1931 ชื่อ “วัดหมื่นเงินกอง”</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดหมื่นเงินกอง เลขที่ 30 ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200</strong><br />
วัดหมื่นเงินกอง ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างวัดเมื่อ พ.ศ. 1912 ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดหมื่นเงินกอง</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดหมื่นเงินกอง</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดหมื่นเงินกอง</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดหมื่นเงินกอง</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดหมื่นเงินกอง</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดหมื่นเงินกอง</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดหมื่นเงินกอง</strong></span><br />
วัดหมื่นเงินกองสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย รัชกาลของท้าวสองแสนนาหรือพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 ของล้านนาไทย ระหว่าง พ.ศ. 1910-1931 ชื่อ “<span style="color: #ff0000;"><strong>วัดหมื่นเงินกอง</strong></span>” ได้มาจากชื่อเสนาคลังคือ <strong>หมื่นเงินกอง</strong> อันเป็นราชทินนามหรือ บรรดาศักดิ์ ซึ่งพระเจ้ากือนากษัตริย์องค์ที่ 6 ในราชวงศ์มังราย พระราชทานให้แก่ขุนนางที่มีความดีความชอบ อันตำแหน่งขุนนางผู้ใหญ่ในสมัยโบราณกาลมีอยู่ 4 ตำแหน่ง โดยใช้คำวา “เสนา” นำหน้าคือ เสนาคลัง เสนาเวียง เสนาวัง และเสนานา แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงเพิ่มตำแหน่งเสนายุติธรรมขึ้นอีกตำแหน่งหนึ่งผู้ดำรงตำแหน่งเสนายุติธรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 คือ เจ้าราชภาคินัย (เมืองชื่น ณ เชียงใหม่)</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><em>“<strong>หมื่นเงินกอง</strong>”</em></span> ผู้สร้างวัดหมื่นเงินกองนี้ นามเดิมชื่อ เมธัง เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนามาแล้ว แต่ภายหลังได้ลาสิกขาบทออกมาเป็นฆราวาส มีคำหน้าว่า “หนาน หรือ ทิด” หนานเมธังมีภรรยาชื่อ “นางแก้ว” ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณอันเป็นที่สร้างวัดหมื่นเงินกองนี่เอง หนานเมธังเป็นคหบดีที่มีทรัพย์สินเงินทองอยู่บ้าง สามีภรรยาคู่นี้มีจิตใจที่เคารพเลื่อมในในพระพุทธศาสนา ถืออุโบสถศีลเป็นนิจ เข้าวัดเข้าวาเป็นประจำ เป็นผู้ที่มีจิตใจกว้างขวาง ประกอบด้วยเมตตากรุณาอยู่เสมอ</p>
<p>ประวัติของหนานเมธังนี้ ผู้เขียน(ชุ่ม ณ บางช้าง) ได้รับคำบอกเล่าจากครูบาอินต๊ะวัดดอกเอื้อง กับตุ๊เจ้า (ครูบาอิน) วัดเชียงมั่นและได้พบในใบลานจารึก ที่วัดข่วงสิงห์เมื่อพ.ศ. 2469 มีดังนี้ เรื่องของหนานเมธังกับภริยานี้ เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนา แต่ตามตำนานอ้างว่า ปีลวดเม็ด คือปีมะแม ตรีศกจุลศักราช 693 ซึ่งตรงกับพ.ศ. 1875 แม้นศักราชนี้ถูกต้องแน่ เรื่องของหนานเมธังก็จะอยู่ในรัชสมัยพระเจ้ากือนาได้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะหลักฐานสำคัญจากคัมภีร์ ชินกาลบาลีปกรณ์ และพงศาวดาร โยนกต่างยุติต้องกันว่า พระเจ้ากือนาเสวยราชย์เมื่อ จ.ศ. 729 (พ.ศ. 1910) และสวรรคตเมื่อ จ.ศ. 690-696 (พ.ศ. 1871-1877)</p>
<p>แต่จากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เรื่องของหมื่นเงินกอง อยู่ในรัชสมัยของพระเจ้ากือนาอย่างแน่นอน เพียงแต่ในตำนานลงศักราชคลาดเคลื่อนไปเท่านั้น หลังจากหนานเมธังลาเพศสมณะมาครองเรือนครองรักได้ไม่นานนัก ก็มีข่าวแพร่สะพัดถึงเรื่องการเกิดทุพภิกขภัยในท้องที่เมืองพร้าววังหิน (ปัจจุบันคืออำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่) ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของนครเชียงใหม่ เมืองพร้าววังหินเกิดข้าวยากหมากแพง เนื่องจากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประชาชนขาดแคลนข้าวปลาอาหาร เมื่อหนานเมธังได้ทราบข่าวนี้เป็นที่ชัดแจ้งแล้วจึงได้ปรึกษากับนางแก้วภริยาของตนว่า เมื่อชาวเมืองพร้าววังหินขาดแคลนข้าวปลาเช่นนี้ เราสมควรนำข้าวสารไปขายแก่ชาวเมืองพร้าวซึ่งอดอยาก เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความหิวโหยของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งนางแก้วก็เห็นชอบด้วย</p>
<p>วันรุ่งขึ้น หนานเมธังไปซื้อวัวหนุ่มแข็งแรงอ้วนพีมา 4 ตัว พร้อมด้วยต่างสำหรับใส่ข้าวแล้วสองสามีภรรยาก็ออกหาซื้อข้าวสาร แล้วชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งเป็นพ่อค้าออกกว้านซื้อข้าวสารไปขายที่เมืองพร้าวด้วยกัน เมื่อได้ข้าวสารพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปยังเมืองพร้าว อันตั้งอยู่ทางทิศเหนือของนครเชียงใหม่กว่าสองพันเส้นต้องนอนค้างตามระยะทางหลายคืน ในที่สุดก็ไปถึงที่หมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ</p>
<p>ชาวเมืองพร้าวที่อดอยากพากันมากลุ้มรุมซื้อข้าวสาร ส่วนคนที่ยากจนขัดสนทรัพย์ไปขอข้าวสารจากพ่อค้าอื่น ๆ ไม่ได้ ก็พากันมาขอข้าวสารจากหนานเมธัง ๆ ก็แจกจ่ายข้าวสารให้โดยไม่เรียกร้องเอาเงินทองใด ๆ เลย การกระทำเช่นนี้เป็นเหตุให้ข้าวสารของหนานเมธังปรากฏว่าขาดทุนมากมาย แต่หนานเมธังกับภริยาก็หาย่อท้อไม่ กลับมาถึงบ้านพักผ่อนอยู่ได้ไม่กี่วัน ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนร่วมชาติชาวเมืองพร้าวที่อดอยาก หนานเมธังออกกว้านซื้อข้าวสารไปขาย และแจกจ่ายให้ชาวเมืองพร้าวที่อดอยากอีกเป็นคำรบสอง และก็ขายครึ่งหนึ่งให้ทานครึ้งหนึ่งเช่นที่แล้วมา แต่ก็ยังหาทั่วเมืองไม่ หนานเมธังกับภริยาตั้งใจจะนำข้าวสารไปขายอีกเป็นครั้งที่สาม แต่เนื่องจากหนานเมธังขาดทุนถึงสองครั้ง เงินทองจึงเหลือน้อยไม่พอเป็นทุนซื้อข้าวสาร จึงขอให้ภริยาไปยืมเงินพ่อตามาสมทบอีก ครั้นซื้อข้าวได้พอแก่ความต้องการ</p>
<p>หนานเมธังกับภริยาก็เดินทางไปเมืองพร้าวอีกเป็นวาระที่สาม เมื่อเหยียบย่างเข้าไปในเมืองพร้าวครั้งนี้ พบว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าสองครั้งก่อน คนที่ยากจนไม่มีเงินทองซื้อข้าวมีจำนวนมากขึ้น หนานเมธังจึงตัดสินใจขายข้าวไปส่วนหนึ่ง ที่เหลืออีกสองส่วนแจกจ่ายให้คนที่ยากจนหมดเลย พอของที่นำไปขายหมดลง หนานเมธังกับพวกพ่อค้าก็พากันเดินทางกลับ หนานเมธังรู้สึกวิตกมาก เป็นหนี้พ่อตาไม่ทราบว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้พ่อตาได้ เลยเดินทางอย่างทอดอาลัย ในที่สุดก็ล้าหลังเพื่อนพ่อค้าด้วยกัน</p>
<p>เมื่อพวกพ่อค้าเดินทางมาถึงบ้านแล้ว นางแก้วไม่เห็นสามีกลับมาด้วยจึงเป็นห่วงได้สอบถามพวกพ่อค้า ได้รับคำตอบว่าหนานเมธังเดินทางล่าช้ามายังเดินทางมาไม่ถึง นางแก้วเป็นห่วงจึงออกตามหาสามี จนพบที่แม่ทะเยือง (ในตำนานเรียก แม่ชะเยือง) นางแก้วก็อ้อนวอนสามีให้กลับบ้าน สองสามีภรรยาพร้อมด้วยวัว 4 ตัว เดินทางมาถึงวัดพระนอนขอนม่วง (ปัจจุบันเรียก พระนอนแม่หยวก) หนานเมธังจึงบอกให้ภริยาหยุดพักเสียก่อน</p>
<p>เนื่องจากเป็นเวลาตะวันอยู่ตรงศรีษะ อากาศร้อนมาก แล้วหนานเมธังก็ล่ามเชือกปล่อยวัวให้กินหญ้า หนานเมธังขอให้นางแก้วดูแลวัวไว้ ส่วนตนเองจะเข้าไปไหว้พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ตามที่เคยปฏิบัติมาเป็นเนืองนิตย์ นางแก้วเห็นสามีไปไหว้พระนอนนานพอสมควรแล้วยังไม่เห็นออกมาจึงปล่อยให้วัวกินหญ้าตามลำพัง ตนเข้าไปตามหาสามีในวัด ในขณะนั้นวัวตัวหนึ่งดึงเชือกที่ผูกไว้ขาดออก ด้วยความคึกคะนองโลดแล่นไปตามลำพัง ได้ใช้เขาคุ้ยขวิดจนตลิ่งพังลง</p>
<p>นางแก้วเข้าไปพบสามียังสวดมนต์ไหว้พระยังไม่เสร็จจึงกลับออกไปดูวัวที่ผูกไว้ให้กินหญ้า นางแก้วเห็นวัวหายไปตัวหนึ่ง จึงรีบออกติดตามไปพบวัวกำลังใช้เขาทั้งคู่ขวิดงัดแงะดินออก มีก้อนวัตถุสีเหลืองสีขาวติดดินที่วัวงัดแงะออกมาเป็นอันมาก เมื่อเข้าไปหยุดดูก็ทราบว่าเป็นก้อนทองคำและก้อนเงินก็ตื่นเต้นตกตะลึงไปชั่วครู่ พอได้สติก็รีบลนลานเข้าไปบอกสามีให้ทราบ หนานเมธังก็บอกให้ภริยาออกไปก่อน เนื่องจากตนสวดมนต์ไหว้พระยังไม่เสร็จ</p>
<p>เวลานั้นเป็นเวลาที่ตะวันลับฟ้าพอดี ครั้นหนานเมธังสวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้วก็ออกไปหาภริยา และก็พบของมีค่าทั้งเงินทองก็ดีใจยิ่งนัก แต่โดยที่ตนไม่ใช่คนโลภมาก จึงนั่งคุกเข่าลงบนตลิ่ง แล้วกล่าวคำอธิษฐานต่อรุกขเทวดาและอารักเทวดาว่า “หากแม้นของมีค่าทั้งหมดนี้เคยเป็นสมบัติของตนในอดีต หรือปัจจุบันชาตินี้ ขอให้สิ่งของมีค่าเหล่านี้จงเป็นเงินเป็นทองคำอย่างเดิม แต่หากมิใช่ของที่ตนควรได้ก็ขอให้สิ่งของมีค่าเหล่านี้ จงอันตรธานไปในทันที”</p>
<p>เมื่ออธิษฐานเสี่ยงทายอยู่ถึงสามครั้งโลหะล้ำค่าทั้งหมดก็มิได้อันตรธานไป วัตถุล้ำค่าเหล่านี้ยังคงอยู่หาได้สูญหายไปไม่ หนานเมธังกับภริยาจึงขนของมีค่าเหล่านั้นบรรทุกหลัววัวทั้ง 4 ตัว แล้วจึงเดินทางต่อ เมื่อเดินทางได้ระยะหนึ่ง พบบ่อน้ำมีชื่อว่าหมาเลีย ก็ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นคือ วัวตัวหนึ่งสะดุดก้อนอิฐล้มลงถึงแก่ความตายริมบ่อน้ำ หนานเมธังกับภริยาช่วยกันเก็บเงินทองจากวัวตัวตายไปใส่ต่างวัวอีกสามตัวแต่ใส่ไม่หมดจึงขุดหลุมฝังไว้ใกล้บ่อน้ำนั้น ส่วนวัวตัวที่ตายก็เอาใบไม้กิ่งไม้ทับถมไว้มิดชิดแล้วพากันเดินทางต่อ</p>
<p>จนเวลาล่วงห้าทุ่มจึงมาถึงบ้าน อาบน้ำชำระร่างกายสะอาดหมดจดแล้วพอกันเข้านอนแต่กลับนอนไม่หลับ เพราะมัวคิดถึงเงินทองที่ได้มามิรู้ว่าควรทำประการใดดี ฝ่ายภริยาก็ออกความคิดเห็นว่า สมัยนี้ชาวบ้านชอบใส่ลานหู สมควรหาช่างฝีมือดีมาตีตาลานหูขายให้ชาวบ้านดีกว่า หนานเมธังก็เห็นชอบด้วย วันรุ่งขึ้นออกหาช่างตีลานหู เมื่อได้มาแล้วก็เอาทองคำและเงินออกมาให้ช่างตีลานหูทองคำ ส่วนคนที่มีฐานะพอมีพอกินก็ซื้อลานหูเงิน ขายได้เงินมากพอที่จะใช้หนี้ที่ยืมมาจากพ่อตา</p>
<p>เมื่อปลดเปลื้องหนี้สินหมดสิ้นไปแล้ว แต่พวกชาวบ้านยังนิยมใส่ลานหูกันมากอยู่ ลานหูของเมธังจึงขายดีและแพร่หลายยิ่งขึ้นเมื่อเก็บเงินได้มาก หนานเมธังจึงปรึกษากับภรรยาว่าจะสร้างวัดขึ้นสักวัดหนึ่ง เมื่อตกลงกันได้แล้ว จึงแบ่งที่ดินในบริเวณบ้านของตนเองสร้างเป็นอารามขึ้น ตั้งชื่อว่า “วัดช่างลาน” เพื่อเป็นอนุสรณ์ของภรรยา (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง ซึ่งกรมศาสนาจัดและให้เทศบาลนครเชียงใหม่เช่า)</p>
<p>ในสมัยนั้น เป็นสมัยที่พระเจ้ากือนาปกครองราชอาณาจักรล้านนาไทยเป็นองค์ที่ 6 ในราชวงศ์มังราย พระเจ้ากือนาเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าผายู หรือ หรยู หรือ ตายูมหาราช ขึ้นครองราชย์เมื่อ พ.ศ. 1910 สวรรคต พ.ศ. 1931 ปกครองราชอาณาจักรเป็นเวลา 21 ปี พระเจ้ากือนาทรงทราบว่า หนานเมธังเป็นคหบดี มีใจบุญสุนทานเคยช่วยเหลือราษฎรชาวชนบทที่อดอยากข้าวปลาอาหารมาหลายครั้ง ทรงพระราชดำริว่า หนานเมธังเป็นคนดี มีคุณธรรมคือ ความเมตตา กรุณาอยู่ในสันดาน บังเอิญเสนาคลังหรือมนตรีคลังของพระองค์ถึงแก่กรรมลง จึงรับสั่งให้มนตรีวังของพระองค์เชิญหนานเมธังเข้าเฝ้าในพระราชวัง พระองค์ได้ทอดพระเนตรรูปร่างลักษณะทรงสนทนาปราศรัยกับหนานเมธังเป็นที่สนพระทัย จึงทรงชักชวนให้รับราชการในตำแหน่ง “เสนาคลัง” พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นามว่า “หมื่นเงินกอง”</p>
<p>พระเจ้ากือนา หรือกิจนาพระองค์นี้ ทรงมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง พอดีมีข่าวแพร่สะพัดมาถึงเชียงใหม่ว่าที่เมืองสุโขทัยมีพระภิกษุชาวเมืองสุโขทัยรูปหนึ่ง ได้ออกไปศึกษาพระพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์จากพระอุทุมพรมหาสวามีซึ่งไปศึกษาลัทธิพระพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์มาจากลังกาทวีป และพระเถระสุมนได้เข้าพิธีอุปสมบทใหม่ในสำนักของพระอุทุมพรมหาสวามีด้วย พระเจ้ากือนาทรงมีพระราชสาส์นไปอาราธนาพระอุทุมพรมหาสวามี เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาและอุปสมบทกุลบุตรให้ล้านนาไทย แต่พระอุทุมพรมหาสวามีมีภาระมากมายอยู่ในสามัญประเทศไม่สามารถมาตามคำเชิญ จึงให้อานนท์เถระกับสานุศิษย์อีก 9 รูป มายังล้านนาไทย พระเจ้ากือนาทรงอาราธนาให้จำพรรษา ณ วัดโลกโมฬี (ปัจจุบันได้ปฏิสังขรณ์หลังจากที่เป็นวัดร้างมา) พระเจ้ากือนาทรงอ้อนวอนให้พระอานนท์เถระ ทำการอุปสมบทแก่กุลบุตรในล้านนาไทย แต่พระอานนท์เถระได้ถวายพระพรให้ทราบว่าพระอุทุมพรมหาสวามีมิได้อนุญาตให้ท่านพระอานนท์เถระทำพิธีบรรพชาอุปสมบทใคร ๆ ได้ แต่พระมหาเถรสุมนที่กรุงสุโขทัยนั้นได้รับอนุญาตจากพระอุทุมพรมหาสวามีให้บรรพชาอุปสมบทกุลบุตรได้พระเจ้ากือนาจึงมีพระราชสาส์นไปอาราธนาพระสุมนให้มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่เมืองเชียงใหม่</p>
<p>พระมหาสุมนได้มีลิขิตมาถวายพระเจ้ากือนา ขอให้พระราชสาส์นไปขอต่อพระเจ้าเลอไทแห่งกรุงสุโขทัย พระเจ้ากือนาทรง ตั้งให้ “หมื่นเงินกอง” เป็นราชทูต ปะขาวยอดเป็นอุปทูต ปะขาวสายเป็นตรีทูต นำพระราชสาส์นไปกับเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระเจ้ากรุงสุโขทัย เมื่อพ.ศ. 1910 กษัตริย์สุโขทัยจึงทรงอนุญาตให้พระมหาเถระสุมนมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนาไทยโดยทั้งสองอาณาจักรนี้จึงมีสัมพันธไมตรีใกล้ชิดกันมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราชแล้ว บังเอิญพระสุมนเถระท่านได้พระบรมธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งมาจากเมืองบางรา เป็นเมืองเล็กและร้างแล้วอยู่ในอาณาจักรสุโขทัย ท่านสุมนเถระไปธุดงค์และปักกลดาอยู่ ณ ที่หนึ่ง ขณะที่กำลังบริกรรมภาวนาก็ปรากฏฉัพพรรณรังสีพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินและท่านได้นิมิตเห็นเทวดามาบอกว่า พระบรมธาตุยังอยู่ในใต้ดิน ใต้กอต้นดอกเข็มซึ่งมีลักษณะเหมือนม้านั่ง (ตั่ง) จึงทำเครื่องหมายไว้ และระดมสานุศิษย์มาขุดก็พบฝังดินอยู่ใต้กอดอกเข็มจริงดังความฝัน เมื่อเปิดออกก็พบตลับทองคำใบเล็ก และในตลับทองคำนั้นมีพระบรมธาตุขนาดเมล็ดข้าวสารหักจึงทำพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุ ๆ ก็สำแดงปาฏิหาริย์เกิดฉัพพรรณรังสีสวยงามยิ่งนัก ต่อมาข่าวนี้แพร่ไปถึงพระศรีธรรมราชมหาอุปราชสุโขทัย ซึ่งครองเมืองศรีสัชนาลัย ของให้นำพระบรมธาตุไปให้พระองค์ลองสักการะบูชาดู พระมหาสุมนเถระก็นำพระบรมธาตุไปให้กระทำพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุก็สำแดงปาฏิหาริย์ ปรากฏเป็นฉัพพรรณรังสีอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาพระเจ้ากรุงสุโขทัยทรงทราบข่าวนี้เข้า จึงอาราธนาพระสุมนเถระให้นำพระบรมธาตุไปทำพิธีสรงน้ำ ณ กรุงสุโขทัย พระเจ้ากรุงสุโขทัยทำพิธีสรงน้ำอย่างเอิกเกริก แต่พระบรมธาตุกลับไม่สำแดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏเลย กษัตริย์สุโขทัยจึงมอบพระบรมธาตุให้เป็นลัทธิของพระสุมนเถระ พระสุมนเถระได้ทราบจากเทพสังหรณ์ว่า พระบรมธาตุมีความประสงค์จะอยู่ในล้านนาไทย จึงได้เดินทางไปสู่ล้านนาไทยพร้อมด้วยสามเถร ซึ่งเป็นหลานชายท่านอีกรูปหนึ่ง พระเจ้ากือนาเสด็จไปทรงต้อนรับพระมหาเถระถึงเมืองหริภุญชัย ซึ่งในครั้งนั้นเมืองหริภุญชัยถูกทหารพ่อขุนมังรายโจมตีด้วยธนูเพลิงภายในเมืองไหม้หมดสิ้น แต่ที่วัดพระยืนนอกเมืองยังสมบูรณ์อยู่ พระเจ้ากือนาทรงจัดให้พระสุมนเถระจำพรรษาที่วัดนั้น พระมหาเถระได้ถวายพระบรมธาตุที่นำมาให้พระเจ้ากือนา พระองค์ทรงประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุ ๆ สำแดงปาฏิหาริย์เปล่งฉัพพรรณรังสีสวยงามน่าพิศวงและมีพระบรมธาตุอีกองค์หนึ่งลอยมาลงอ่างสรง เปล่งฉัพพรรณรังสีแข่งกัน เป็นเหตุให้พระเจ้ากือนาทรงบังเกิดความเลื่อมในศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง พระสุมนเถระทรงปรารถว่า วัดพระยืนมีพระพุทธรูปอยู่องค์เดียวดูเงียบเหงานัก พระเจ้ากือนาจึงทรงสร้างพระพุทธรูปยืน ขึ้นอีก 3 องค์ จึงกลายเป็น 4 องค์ ปัจจุบันอยู่ภายในมณฑปจึงมองไม่เห็น เห็นแต่รูปปั้นนอกมณฑป พระมหาเถระ จำพรรษาอยู่ที่หริภุญชัย 2 ปี พระเจ้ากือนาทรงอาราธนามาอยู่เชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1912 ร่วมจำพรรษาอยู่กับพระอานนท์เถระที่วัดโลกโมฬีถึง พ.ศ. 1914 จึงยอมยกพระราชอุทยานสวนดอกพะยอม (ปัจจุบันคือวัดสวนดอกพระอารามหลวง) นอกประตูเมืองเชียงใหม่ด้านทิศตะวันตกให้เป็นวัด ทรงสร้างพระอารามใหญ่โตขึ้น ตั้งชื่อว่า “วัดบุปผาราม” ในตำนานมูลศาสนามีว่า “ครั้งนั้นธรรมิกราช (ท้าวสองแสนนา) ปรากฏว่าเป็นเอกราชในประเทศหนนั้น (ประเทศล้านนาไทย) เสวยราชสมบัติในนพบุรีศรีมหานครพิงค์ชัยเชียงใหม่ ประกอบด้วยศรัทธาฤาชาทั่วทิศ ย่องบูชาแก้ว 3 ประการ ท่านมีอัธยาศัยมักใคร่ให้ศาสนารุ่งเรืองในเมืองของตน ครั้นรู้ข่าวว่าความสมบูรณ์ด้วยสีลาธิคุณแห่งอุทุมพรบุปผ่ามหาสวามีเจ้า แต่เทืองพ้นโน้น จึงให้แต่งเครื่องบูชาพร้อมด้วยคนผู้ฉลาดด้วยโวหาร และเจรจาไพเราะให้ไปหาอุทุมพรบุปผามหาสวามีตนอุดม ที่เอาศาสนามาแต่ลังกาทวีปด้วยคำว่าฉันนี้ ข้าแต่มหาสวามีเจ้าตนอุดม ข้าไหว้ตีนเจ้าทั้งสองจากแต่ไกลด้วยน้ำใจงาม ข้าขอให้เจ้ากูตนอุดมมายังเมืองข้า เพื่อปล่อยสัตว์ให้พ้นจากทุกข์แล” ครั้งนั้นคนใช้ก็นำเอาข่าวสาสน์และเครื่องบูชาไปยังสำนักเจ้าไท ก็บูชาด้วยเครื่องบูชาแล้วบอกสาสน์ทั้งมวลแก่เจ้าไทนั้นแล ครั้นนั้นอุทุมพรมหาสวามีได้ยินพระราชสาสน์มาถึงหู ดังนั้น เจ้าจิ่งคำนึงในใจว่าฉันนี้ “เมืองไทย มีลูกศิษย์กูชื่อท่านสุมน หากจักให้สาสนารุ่งเรืองแล” แม้คำนึงดังนั้นก็ดี เจ้าไทก็ใช้ศิษย์ตนชื่อเจ้าอานนท์เป็นลูกชาวเมืองพ้น อันแก่กว่าชาวเจ้า 12 คน ที่ไปบวชในลังกาทวีปโน้น ให้มาสงเคราะห์เจ้ากือนานั้นแล เจ้าอานนท์พร้อมด้วยสงฆ์บริวารก็มาถึงเชียงใหม่ สิ้นหนทางได้ 20 โยชน์โดยสวัสดีทุกคนนั้นแล ครั้งนั้น ท้าวกือนามีความยินดีแก่เจ้าอานนท์และสงฆ์ที่มาถึงด้วยความสุขสำราญ ก็กระทำการสักการะด้วยคันธะดวงดอกแล้ว ก็แต่งจตุปัจจัยแก่เจ้าไทให้สุขสบายนั้นแล เจ้าอานนท์ก็เทศนาแก่พระยาอันเป็นอนุสาสนี ตามประเวณีอันเป็นสัพพัญญูนั้นแล ครั้งนั้น ธรรมราช คือ ท้าวกือนา ได้ฟังเทศนาแห่งเจ้าอานนท์ ก็บังเกิดความโสมนัส จึงเจรจากับเจ้าอานนท์ว่า “ข้าแด่เจ้ากู สังฆกรรมอันแต่ลังกา อันมหาสวามีเจ้าเก่งเรานำมา ขอให้เจ้ากูกระทำสังฆกรรมยังเมืองแห่งข้านี้เถิด” เมื่อเจ้าอานนท์ได้ยินคำแห่งท้าวกือนา เจ้าก็มิใคร่กระทำสังฆกรรมตามท้าวกือนาขอนั้น เหตุมิได้รับอนุญาตแต่สำนักครูแห่งตน ก็มีอนุสนธิเจรจากับด้วยพระยาดังนี้ “ดูกรามหาราช ตนมีธรรม เจ้าไทตนอยู่เมืองสุโขทัย ชื่อว่าสุมนนั้น เป็นครูแห่งเรา หากได้ปลงอาชญาไว้ใน สังฆกรรม หมาราชจงไปนิมนต์ท่านเจ้าไทมาเถิด เราจักได้เจ้าไทมาเป็นประธานแก่สงฆ์ทั้งมวลจิ่งควรแล” ครั้งนั้น ท้าวกือนาได้ยินข่าวสาสน์อันหนัก ก็มีวิตกวิจารณ์อันบานด้วยปิติ รู้ข่าวว่าพระธาตุเจ้าอันอุดมแห่งมหาสุมน อันเจ้าอานนท์หากบอกมาในปางนั้น ทีนั้นธรรมราชท้าวกือนา ก็เจรจากับด้วยปะขาว 2 คน (ปะขาวยอด ปะขาวสาย) และอำมาตย์ผู้หนึ่งชื่อว่า “หมื่นเงินกอง” แล้วให้แต่งเครื่องบูชาไว้เพื่อจักไปอาราธนาเจ้าสุมนพระยาพิจารณาตกแต่งทุกอันแล้ว ก็ใช้ไปด้วยเร็วพลันเพื่อนิมนต์เจ้าตนชื่อสุมน อันเอาใจใส่ใน สังฆกรรม อยู่ในเมืองสุโขทัยโพ้นแล ครั้งนั้นคนใช้ของท้าวกือนา เอาเครื่องบูชาไปถึงที่จอด แล้วตกแต่งเครื่องบูชาอันนำมาเข้าไปไหว้ด้วยสัจจะคารวะบริบูรณ์ทุกอันแล้ว ยังราชโองการอันเป็นตำนานก็ยกออกมาเพื่อนิมนต์อันเป็นอนุสนธิว่าฉันนี้ “ข้าแต่มหาเถระเจ้าตนเป็นที่เข้าสู่บริษัท ผู้ข้านี้เป็นราชทูตแห่งเมืองขุนน้ำ ด้วยอำนาจ แห่งท้าวกือนา ตนมีศรัทธาในศาสนาแห่งสัพพัญญู เพื่อให้มานิมนต์เจ้ากูตามประกอบด้วยมหากรุณาและสั่งมาว่าฉันนี้ ข้าแต่เจ้ากูตนประกอบด้วยคุณเป็นอันมาก ขอเจ้ากูมาปลูกรากศาสนา ในเมืองแห่งข้านี้เถิด” “บัดนี้ เจ้าอานนท์ยังขวนขวายยังคอยท่า เพื่อจักมาแห่งกู” เจ้าไทคำนึงในใจว่า “ไม่ควรแก่ตน คำนิมนต์เจ้ากูบ่รับจึงบังคับให้เจ้าสัทธาติสสเถระมาสงเคราะห์ท้าวกือนานั้นแล” ครั้งนั้น “หมื่นเงินกอง” กับทั้งปะขาวยอด ปะขาวสาย ก็มาไหว้ท้าวกือนาว่าฉันนี้ “ข้าแกต่มหาราชเจ้า ให้ตูข้าไปนิมนต์มหาสุมนเจ้า ตามคำแหงมหาราชเจ้าทุกอันเจ้าไทบ่รับนิมนต์ ก็บังคับให้เจ้าสทธชาติสสเถระมาสงเคราะห์มหาราชเจ้า กับ ตูข้านี้แล” ครั้งนั้น ท้าวกือนาก็ให้ข่าวสาส์นนั้นไปบอกแก่เจ้าอานนท์ ๆ ก็บ่มักกระทำสังฆกรรมด้วย เจ้าสัทธาติสสนั้น เหตุคารวะในครูแห่งตนไซร้ ท้าวกือนาก็ยินดีกับเจ้าอานนท์มากนัก เหตุเจ้าอานนท์คารวะในครูแห่งตนแล ท้าวกือนาให้แต่งของฝากไปถึงพระธรรมราชา (พระมหาธรรมลิไท) อันเป็นเจ้าเมืองสุโขทัย กับให้แต่งเครื่องบูชาแก่พระสุมนเถระเจ้า เพื่อจักให้เจ้าไทมาปลูกศาสนาให้รุ่งเรืองในเมืองของตนแล้ว จึงให้เขาทั้ง 3 คน (หมื่นเงินกอง ปุขาวยอด ปะขาสาย)นั้นไป ครั้นไปถึงแล้วก็ขึ้นไปถวายของฝากแก่พระยาสุโขทัยแล้ว ก็เข้าไปบอกข่าวขออาราธนาพระสุมนเถระเจ้าด้วยวาจาอันมีสิทธิ์ติดกับด้วยศรัทธาธิคุณ อันจักให้รุ่งเรืองแก่ท้าวกือนาทุกอันแล ต่อมานางแก้วภริยาของหมื่นเงินกองฝันว่าพระยาอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ดีเพราะมีวัดช่างลานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สองสามีภรรยาจึงปรึกษากันและตกลงใจสร้างวัดขึ้นที่บ้านของตน แล้วตั้งชื่อว่า “วัดหมื่นเงินกอง” ตามราชทินนามของเจ้าของที่ดิน และยศถาบรรดาศักดิ์ที่ตนได้ ตามหลักฐานดังกล่าว มหาอำมาตย์หมื่นเงินกอง ผู้สร้างวัด ระหว่าง พ.ศ. 1882-1916 พร้อมทั้งเสนาสนะ มีกุฏิ วิหาร พระเจดีย์ ได้ขนานนามว่า “วัดหมื่นเงินกอง” ระยะเวลาที่หมื่นเงินกอง คนสร้างวัดหมื่นเงินกองน่าจะเป็นภายหลังที่พระเจ้ากือนาทรงอาราธนาพระสุมนเถระมายังนครพิงค์แล้วคือ ประมาณหลังพ.ศ. 1912 จนถึง พ.ศ. 1916 อันเป็นระยะเวลาที่พระเจ้ากือนาทรงสร้างวัดบุพพารามแล้วเสร็จ</p>
<p><strong>งานสถาปัตยกรรม</strong></p>
<p>1 .พระธาตุเจดีย์ เป็นสถาปัตยกรรมของเชียงใหม่ แบบของเจดีย์เป็นแบบผสมระหว่างเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมของศรีสัชนาลัยผสมทรงกลมของเชียงใหม่ ซึ่งไม่ทราบว่าทรงเดิมเป็นอย่างไร ที่เห็นปัจจุบัน ได้ก่อครอบทับองค์เดิมไว้ เมื่อประมาณเดือน พฤษภาคม 2534 ได้ถูกฟ้าผ่า เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่พระธาตุเจดีย์ไม่มีสิ่งเสียหายหรือชำรุด<br />
2 วิหาร เป็นวิหารไม้โบราณทรงความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ความสวยงามของลายดอกหน้าจั่ว และทรวดทรงงดงามเทียบได้ไม่น้อยกว่าที่อื่น เค้าโครงฝีมือชั้นครูยังปรากฏให้เห็นเด่นชัด ได้รับการบูรณะในปี พ.ศ. 2502 โดยพระครูสีลสังวร พร้อมคณะศรัทธา และอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2532 โดยพระครูมงคลสิริวงศ์<br />
3 พระนอน – วิหารพระนอน คำจารึกบนไม้สัก ความว่า “ในปีกาบเส็ด จุลศักราช 1155 (พ.ศ. 2336) เดือน 6 แรม 5 ค่ำ ภายในหมายมี (ครูบาเจ้า) สิริเป็นเค้า&#8230; ถึงจุลศักราช 1198 ปีรวายสง้า (พ.ศ. 2375 ปีมะเมีย โทศก) เดือน 8 เพ็ญ เม็งวันเสาร์ ยกเสาวิหาร ถึงจุลศักราช 1218 ปีรวายสี (พ.ศ. 2399 ปีมะโรง โทศก) เอน 6 เพ็ญเม็งวันอาทิตย์ ยกเสาวิหารพระนอน และซ่อมพระนอน ถึงจุลศักราช 1225 ปีเต่าเส็ด (พ.ศ. 2406 ปีจอ อัฐศก ) เดือน 8 เพ็ญ เม็งวันจันทร์ ภายในมีสวาธุเจ้าหลวงพุทธ วัดหมื่นเงินกอง สวาธุเจ้าสิริ วัดช่างลาน และสวาธุธนัญชัย สวาธุเจ้าหลวงพรหม วัดพวกหงษ์ และนอกหมายมีเจ้าบุรีรัตน์หัวเมืองแก้ว เป็นประธาน พร้อมทั้งบรมวงศานุวงศ์และพลเมือง ได้ลงรักปิดทองพระพุทธไสยาสน์ อบรมพุทธาภิเษก ฉลองวิหารทั้งสองหลัง ถวายทานไว้ในพระพุทธศาสนาเป็นเสร็จพิธี” พระนอนเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางไสยาสน์ศิลปกรรมแบบเชียงใหม่ ประทับบนฐานบัวภายในซุ้ม นับว่าเป็นพระพุทธรูปโบราณล้ำค่าองค์หนึ่ง น่าเสียดายที่ไม่พบหลักฐานประวัติความเป็นมามากไปกว่าคำจารึกบนไม้สัก</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดหมื่นเงินกอง</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดหมื่นเงินกอง</strong></span><br />
ลำดับเจ้าอาวาส:<br />
1. พระครูบาสิริ พ.ศ. 2336<br />
2. สวาธุเจ้าหลวงพุทธ พ.ศ. 2379-2406<br />
3. พระอธิการจันทร์แก้ว สิทฺธิโก พ.ศ. 2460-2492<br />
4. พระสุภาพ อาภาโส (รักษาการ) พ.ศ. 2493-2494<br />
5. พระบุญส่ง ปสาทจิตฺโต (รักษาการ) พ.ศ. 2495-2498<br />
6. พระครูสีลสังวร (ทองอินทร์ สิลสํวโร) พ.ศ. 2499-2524<br />
7. พระครูอุดรศาสนกิจ (อเนก อาภาธโร) พ.ศ. 2526-2529<br />
8. พระครูมงคลศิริวงศ์ (วงศ์เจริญ กิตฺติทตฺโต, ป.ธ. 5) พ.ศ. 2530-2535<br />
9. พระมหาบุญทอง ปญฺญาธโร (น.ธ.เอก, ป.ธ. 6, พธ.บ) พ.ศ. 2535-2537<br />
10. พระครูบุญมา จิธรญาโท (น.ธ.เอก, ป.ธ.6, พธ.บ.) พ.ศ.2537-ปัจจุบัน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3780.6375170630367!2d98.97869711517288!3d18.78542456592255!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a9cc7340b17%3A0xecba0d824fbac24a!2sWat+Muen+Ngoen+Kong!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491125434336" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491125474576!6m8!1m7!1skUE6cafDBbjWkzrr0blyEw!2m2!1d18.78574285804397!2d98.98107412515628!3f171.83185158410913!4f11.5550969993145!5f0.42277562665967894" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพวกแต้ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดพวกแต้มไม่มีประวัติความเป็นมาเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่นอน แต่จากหลักฐานทางโบราณวัตถุต่างๆภายในวัด ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2460</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <strong>วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 20 ถนนสามล้าน ซอย 7 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200</strong><br />
วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 20 ถนนสามล้าน ซอย 7 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2460</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ประวัติวัดวัดพวกแต้ม</strong></span><br />
วัดพวกแต้มไม่มีประวัติความเป็นมาเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่นอน แต่จากหลักฐานทางโบราณวัตถุต่างๆภายในวัด ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2460 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะสมบุญ ล้างบาป หาความสุขสงบและเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ การที่มีวัตถุประสงค์เช่นนี้เพราะเป็นการสันนิษฐานที่มาจากชื่อของวัดเอง โดย คำว่า”พวก” หมายถึง หัวหน้าหมู่ซึ่งเป็นขุนนางยศต่ำ พวกแต้มคงเป็นขุนนางที่มีหน้าที่ควบคุมด้านการช่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเขียนภาพจิตรกรรม การลงรักปิดทอง หรือ ปิดทองร่องชาด เมื่อทหารไปทำสงครามแล้วชนะกลับมา ก็จะได้รับปูนบำเหน็จรางวัล จึงนำเงินที่ได้มาไปก่อสร้างวัด ด้วยความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาหรือเพื่อล้างบาป อีกนัยหนึ่งจากงานรวบรวมและค้นคว้าของ อาจารย์ สมโชติ อ๋องสกุล กล่าวว่า วัดพวกแต้ม เดิมชื่อ วัดต้องแต้ม โดยคำว่า ต้อง มีความหมายว่า ปัก สลักหรือฉลุ ต่อมาเรียกเพี้ยนกันไปจึงกลายเป็น วัดพวกแต้ม เหตุที่ให้ความหมายเช่นนี้อาจมาจากการที่ ในละแวกใกล้เคียงกับวัดมีอาชีพทำเครื่องฉลุมาตั้งแต่สมัย เจ้าตุ๊กาวิโลก็เป็นได้<br />
<span style="color: #ff6600;"><strong>เจ้าอาวาสวัดพวกแต้ม</strong></span><br />
<span style="color: #ff6600;"><strong>อดีตเจ้าอาวาสวัดพวกแต้ม</strong></span><br />
ลำดับเจ้าอาวาสวัดพวกแต้มไม่มีหลักฐานที่ปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรและปีพุทธศักราชที่แน่นอนชัดเจน อาจด้วยเหตุที่เจ้าอาวาสแต่ละองค์มีช่วงเวลายาวนานในการปกครองดูแลวัด จากการสอบถามเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันสามารถทราบย้อนหลังใด้เพียงสององค์ คือ 1. พระกาวิโลภิกขุ (เจ้าตุ๊)<br />
2. พระหมื่น<br />
3. พระแก้ว<br />
4. พระครูปลัด สุวัฒนโพธิคุณ (เขียว ขัติโย) พ.ศ.2460-2519<br />
5. พระครูปฎิภาณธรรมภิศิษฎ์ (เนตร จันทวิโร) พ.ศ.2520- &#8230;</p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 วิหาร ทรงพื้นเมืองล้านนา หลังคาซ้อนกันหลายชั้น ด้านหน้าทำเป็นมุขโถงยื่นออกมาคลุมราวบันไดพญานาค และมีมุขเข้าทางด้านข้างด้วย ลวดลายประดับตกแต่งส่วนหน้าเป็นลายพรรณพฤกษา ประตูด้านหน้าแกะสลักเป็นรูปเทวดายืนประนมหัตถ์ แกะสลักด้วยไม้ปิดทองงดงาม<br />
2 พระอุโบสถ ตามประวัติกล่าวว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.2486 และบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ.2533 เป็นอุโบสถทรงพื้นเมืองมีลวดลายและไม้แกะสลักที่งดงาม<br />
3 หอไตร สร้างแบบผสมผสานระหว่างล้านนากับพม่าและได้รับการบูรณะดัดแปลงในภายหลัง<br />
4 เจดีย์ เป็นรูปแบบที่มีอิทธิพลมาจากศิลปะพม่า-มอญปนศรีวิชัย คาดว่าคงได้รับการอุปถัมภ์จากคหบดีชาวพม่า จึงได้รับการบูรณะตกแต่งลวดลายบนเจดีย์เช่นนั้น โดยเฉพาะส่วนด้านบนตั้งแต่องค์ระฆังไปจนถึงฉัตรเป็นรูปแบบพม่า-มอญอย่างชัดเจน</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 พระประธาน พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา</p>
<p>รูปจิตรกรรม<br />
1 &#8211; พุทธชาดกในคราเสวยชาติเป็นพระเวสสันดร</p>
<h3><span style="color: #3366ff;">แผนที่วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.3528741765235!2d98.9808515151729!3d18.782421066014837!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a9d99b92413%3A0x13d9a1323740c251!2sWat+Puak+Tam!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491157121076" height="100%" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491157166564!6m8!1m7!1spPa1DzcT_GM3ppjl-hAXQQ!2m2!1d18.78273629780102!2d98.98273775155661!3f91.42540819411383!4f0.06820900612154901!5f0.7820865974627469" height="100%" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;">วัดใกล้เคียงวัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพวกหงษ์ ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหมื่นเงินกอง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพระเจ้าเม็งราย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คุตฺตสีโล]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพันแหวน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2040 ตามความเชื่อคนผู้สูงอายุ ว่าผู้สร้างคงเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งเป็นนายพันที่มีชื่อว่าแหวน สมัยโบราณเมื่อทหารหรือเจ้านายต้องการความสะดวกของครอบครัวตนเอง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดพันแหวน ๕๐ ถนนถนนพระปกเกล้า ซอย 6 ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200</strong><br />
วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2040 ตั้งวัดเมื่อ 2060 พ.ศ. ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดพันแหวน</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดพันแหวน</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดพันแหวน</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดพันแหวน</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดพันแหวน</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดพันแหวน</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดพันแหวน</strong></span></p>
<p>วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2040 ตามความเชื่อคนผู้สูงอายุ ว่าผู้สร้างคงเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งเป็นนายพันที่มีชื่อว่าแหวน สมัยโบราณเมื่อทหารหรือเจ้านายต้องการความสะดวกของครอบครัวตนเองก็จะสร้างวัดไว้ใกล้บ้านเพื่อให้ครอบครัวของตนเองไปทำบุญใกล้บ้าน อีกประการหนึ่ง นายทหารอาจจะทำการรบทัพจับศึกชนะก็จะทำการสร้างวัดเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ทหารที่เสียชีวิตในสนามรบเหมือนกับนายทหารพม่าที่นิยมสร้างเจดีย์เมื่อรบทัพจับศึกชนะเมื่อเราไปประเทศพม่าจะเห็นเจดีย์อยู่มากมาย ดังนั้นวัดพันแหวนที่สร้างขึ้นมาอาจมาจากสาเหตุเดียวกันก็ได้</p>
<p>วัดพันแหวนเป็นวัดโดยสมบูรณ์ได้รับวิสุงคสีมาเมื่อ พ.ศ.2060(มีอุโบสถเพื่อทำสังฆกรรม เช่น การทำอุปสมบท หรือสวดสังฆกรรมในพิธีทอดกฐิน) วัดพันแหวน เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ในอดีตอยู่ในกลุ่มอุโบสถขึ้นกับวัดพันเตา ซึ่งประกอบด้วย วัดพันเตา วัดสบขมิ้น วัดหอธรรม วัดช่างแต้ม วัดหมื่นตูม วัดผ้าขาว วัดฟ่อนสร้อย ปัจจุบันอยู่ในกลุ่มอุโบสถวัดพันอ้น ซึ่งประกอบด้วยวัดพันอ้น วัดผ้าขาว วัดทรายมูลเมือง วัดพันเตา วัดช่างแต้ม วัดหมื่นตูม วัดผ่อนสร้อย วัดเจ็ดลิน</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดพันแหวน</strong></span></p>
<p><strong>พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์,ดร. คุตฺตสีโล </strong>มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น <strong>พระครูสัญญาบัตร ทผจล.ชพ. </strong>ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น <strong>เจ้าอาวาสวัดพันแหวน</strong> และยังดำรงตำแหน่งเป็น<strong>รองเจ้าคณะตำบล </strong>ประวัติด้านการศึกษาของพระครูสิริปริยัตยานุศาสก์,ดร. คุตฺตสีโล เจ้าอาวาสวัดพันแหวน จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาเอก / ph.d.</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดพันแหวน</strong></span></p>
<p>วัดพันแหวนเป็นวัดที่เก่าแก่ผู้อุปถัมภ์มีจำนวนน้อยเมื่อ พ.ศ.2475 ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นวัดร้าง สมัยที่พระโพธิรังษี อดีตเจ้าอาวาสวัดพันตอง รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ท่านเป็นเลขาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ในสมัยนั้นไม่มีพระมาจำพรรษาสมบัติของวัดเช่นพระพุทธรูปและฆ้องกลองถูกนำไปวัดต่างๆ ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์พระจากที่อื่นมาจำพรรษาส่วนมากพระที่มาจำพรรษาก็อยู่ไม่นาน</p>
<p>พระที่มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้คือ ครูบาตั๋น ครูบาแก้ว พระเสาร์แก้ว พระติ๊บ พระผัด พระสิงห์คำ เจริญสุข พ.ศ.2500-2510 ได้สร้างศาลาธรรมทาน 1 หลัง</p>
<p>พระอธิการบุญมี โพธิสมฺปนฺโน 2510-2519 เมื่อท่านบุญมีมาจำพรรษาที่วัดพันแหวนปีแรก สภาพวัดเต็มไปด้วยหญ้าคา วิหารทรุดโทรม อุโบสถทรุดโทรม หอไตรไม้สักเก่า กำแพงต่ำๆ สูงประมาณ 1 เมตร ด้านทิศเหนือมีแต่ฐานกำแพงเก่าๆ ทิศเหนือของอุโบสถมีหนองน้ำ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็เป็นหนองน้ำ สิ่งที่พอจะใช้ได้คือกุฏิไม้หลังเล็กๆ 1 หลังและศาลาธรรมทาน 1 หลัง</p>
<p>เมื่อสภาพวัดทรุมโทรมจนทำให้ผู้ที่มาเห็นว่าถ้าวัดนี้เจริญขึ้นมาได้นั้นลำบากแน่ๆ จึงมีคนมาพูดกับพระอธิการบุญมีว่าถ้าวัดนี้เจริญขึ้นมาได้เมื่อไร เขาจะยอมเอาหัวเดินแทนเท้า เมื่อถูกคนมากล่าวสบประมาทอย่างนี้ ท่านพระอธิการบุญมีจึงมีความพยายามที่จะทำให้ได้โดยท่านเป็นพระที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี โดยขอความช่วยเหลือจากศรัทธาประชาชนที่อยู่ต่างถิ่น เช่น กรุงเทพ และจังหวัดต่างๆมาสร้างวัด อันดับแรกท่านได้ทำการบูรณะวิหารเมื่อ พ.ศ.2512 ฉลองวิหารเมื่อ พ.ศ.2514 เดิมวิหารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังฝาก็ทำด้วยไม้สักเหมือนกับวิหารวัดพันเตา ท่านได้รื้อหอไตรที่ทรุดโทรมมากจนไม่สามารถบูรณะทิ้ง พ.ศ.2517 ท่านได้บูรณะอุโบสถ และสร้างโรงครัวอีก 1 หลัง ฉลองเมื่อ พ.ศ.2519</p>
<p>เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากที่ท่านมีอายุสั้น ท่านได้มรณะเมื่อ พ.ศ. 2519 ในขณะที่ท่านมีอายุเพียง 51 ปี เท่านั้น ถ้าท่านมีอายุยืนวัดพันแหวนคงจะเจริญกว่านี้อีก เมื่ออธิการบุญมี ได้มรณภาพลงทำให้ทางวัดพันแหวนขาดเจ้าอาวาส เมื่อเจ้าอาวาสไม่มีชาวบ้าน และสามเณรในวัดซึ่งประกอบไปด้วยสามเณรบุญรัตน์ และ มัคนายกในขณะนั้นคือ พ่อหนานทา สุทธนะ เป็นหัวหน้า พร้อมด้วยชาวบ้านหลายคนได้ไปนิมนต์จากวัดต่างๆ เพื่อที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสแต่ไม่มีวัดไหนรับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาส สาเหตุที่พระท่านไม่มาเพราะว่าวัดพันแหวนเป็นวัดเล็กๆ และยังอยู่ในซอย ไม่เหมือนวัดอื่นที่อยู่ใกล้ถนนสายใหญ่ง่ายต่อการบูรณะและพัฒนา</p>
<p>เมื่อชาวบ้านหาเจ้าอาวาสไม่ได้ ดังนั้นจึงมีการประชุมปรึกษาที่จะเอาสามเณรบุญรัตน์ (พระครูประภากรพิศิษฎ์) ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 20ปี อุปสมบทเพื่อดูแลวัดไปก่อนและมีข้อแม้จากสามเณรบุญรัตน์อยู่ข้อหนึ่ง คือว่าถ้าอยู่แล้วมีความสบายใจก็จะอยู่เรื่อยๆ ถ้าอยู่แล้วไม่สบายใจก็จะไม่อยู่ ทุกคนในที่ประชุมตกลง เมื่อได้มีพระหนุ่มที่ที่ต้องมาดูแลวัดพันแหวนในหน้าที่เจ้าอาวาส ในปีแรกนั้นก็ทำให้พบปัญหาต่างๆ พอสมควร</p>
<p>พ.ศ.2520 เริ่มพัฒนาวัดโดยการบูรณะกำแพงวัดซึ่งในขณะนั้นเป็นกำแพงที่เก่าและต่ำมากให้สูงขึ้น</p>
<p>พ.ศ.2525สร้างกุฏิหลังใหญ่เป็นอาคารตึก 2 ชั้น ในขณะที่เริ่มก่อสร้างมีเงินอยู่ 50,000 บาท การก่อสร้างเป็นลักษณะสร้างไปทีละครึ่ง หลังเมื่อสร้างเสร็จครึ่งหลังก็ย้ายจากกุฏิเก่าไปอยู่ที่ใหม่เพราะภายในวัดมีกุฏิเล็กๆเพียงหลังเดียว การก่อสร้างใช้แรงงานของพระเณรในวัด ฉลองเมื่อ พ.ศ.2528 สิ้นทุนทรัพย์ 750,000 บาท พ.ศ.2533 สร้างศาลาการเปรียญเป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างห้องน้ำ 20 ห้อง เริ่มสร้างมีเงินทุนทั้งหมด 100,000 บาท ฉลองเมื่อพ.ศ.2537 สิ้นทุนทรัพย์850,000 บาท</p>
<p>พ.ศ.2541 สร้างศาลาบำเพ็ญบุญด้านทิศตะวันตก พร้อมโรงครัวและห้องน้ำ 12 ห้อง เริ่มสร้างมีเงิน 50,000 บาท ฉลองเมื่อปี 2543 สิ้นทุนทรัพย์ 3,500,000 บาท</p>
<p>พ.ศ.2542-2546 บูรณะเจดีย์ วิหาร และสร้างกุฏิที่หลังเล็ก พร้อมปิดทองพระพุทธรูปในวิหารและอุโบสถ สิ้นทุนทรัพย์ 1,400,000 บาท ฉลองเมื่อ</p>
<p>พ.ศ.2546 ซึ่งเป็นการบูรณะก่อสร้างวัดพันแหวนและทำบุญครั้งสุดท้ายของพระครูประภากรพิศิษฎ์(พระบุญรัตน์ ทาประภากร)ที่ทำหน้าที่ดูแลวัดพันแหวน พระครูประภากรพิศิษฎ์เป็นเจ้าอาวาสที่ช่วยดูแลวัดนานที่สุด คือ ตั้งแต่เป็นสามเณรอยู่ที่วัดพันแหวน เมื่อ พ.ศ.2514 อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.2520-2546 เป็นเจ้าอาวาส 26 ปี ได้ทำหน้าที่ดูแลบูรณะวัดพันแหวนตามที่ตั้งใจไว้แล้วและได้ขอลาสิกขาบท เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2546</p>
<p>พระมหาจันทร์ จนฺทสาโร เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสแทน</p>
<p>เจ้าอาวาสปัจจุบัน คือ พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์,ดร. คุตฺตสีโล</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.3366429122593!2d98.98341531536023!3d18.783144987256605!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30da3a9e70c15b33%3A0x11289d96d0ed2fc1!2z4Lin4Lix4LiU4Lie4Lix4LiZ4LmB4Lir4Lin4LiZ!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491161022930" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491161119669!6m8!1m7!1sawF38W4Vphh86f_ZgoymoA!2m2!1d18.78280382858525!2d98.98579058709328!3f355.15651670425194!4f-4.8679138949759135!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"><span style="display: inline-block; width: 0px; overflow: hidden; line-height: 0;" data-mce-type="bookmark" class="mce_SELRES_start">﻿</span></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพระเจ้าเม็งราย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเจ็ดลิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหมื่นตูม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2017 07:59:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูเมธาธรรมประยุต มหาปญฺโญ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดฟ่อนสร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2031 เคยเกิดเพลิงไหม้ ทำให้เอกสารที่รวบรวมประวัติของ วัดไหม้เสียหาย ทำให้พระรุ่นหลัง ๆ ไม่ทราบประวัตของวัด </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>ที่ตั้ง : <a name="ddm1"></a><strong>วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 59 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 </strong><br />
วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2031 ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ที่ตั้งวัดฟ่อนสร้อย</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติวัดฟ่อนสร้อย</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">เจ้าอาวาสวัดฟ่อนสร้อย</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ลำดับเจ้าอาวาสวัดฟ่อนสร้อย</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">แผนที่วัดฟ่อนสร้อย</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">วัดใกล้เคียงวัดฟ่อนสร้อย</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm2"></a>ประวัติวัดฟ่อนสร้อย</strong></span></p>
<p>วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2031</p>
<p>งานสถาปัตยกรรม<br />
1 วิหาร เป็นวิหารพื้นเมืองล้านนา มีความงดงาม กล่าวคือ โครงสร้างส่วนบนเป็นไม้ ส่วนล่างก่ออิฐ ถือปูน หลังคาด้านหน้าซ้อนกัน 2 ชั้น ราวบันไดทอดสู่ตัววิหารเป็นปูนปั้นรูปพญานาค ประดับกระจกสี่หน้าเป็นลายปูนปั้นรูปก้านขดประดับด้วยช่อฟ้าในระกาและหางหงส์เป็นรูปพญานาค บานประตูเป็นรูปเทวดายืนลงรักปิดทอง ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระประธานเป็นพระพุทธรูปนั่งสมาธิปางมารร้าย<br />
2 หอพระไตรปิฎก ทรงล้านนาไทย 2 ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ชั้นบนเป็นเครื่องไม้ หน้าบันไดแกะสลักลวดลายถ้านขด หางหงส์ประดับด้วยนาคสะดุ้ง หลังคาซ้อนกันสองชั้นสองตับ มีแตรอยู่ตรงกลาง มีระเบียงรอบตัวหอไตร<br />
3 เจดีย์ หลังวิหารมีเจดีย์ทรงกลมย่อเก็จ มีซุ้มพระพุทธรูปยืนทั้ง 4 ทิศ มาลัยเถาย่อเก็จมีฐานรองรับองค์ระฆังประดับกระจกสี เหนือบัลลังก์ทำเป็นรูปฐานหัวรองรับปล้องไฉน ส่วนปลียอดปิดจังโก้ ที่ฐานเจดีย์มีรูปปั้นสิงห์ประดับทั้ง 4 ทิศ</p>
<p>งานศิลปกรรม<br />
1 พระประธาน พระประธานเป็นพระพุทธรูปนั่งสมาธิปางมารร้าย</p>
<p>รูปจิตรกรรม<br />
1 &#8211; จิตรกรรมฝาผนัง พุทธประวัติ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm3"></a>เจ้าอาวาสวัดฟ่อนสร้อย</strong></span></p>
<p><strong>พระครูเมธาธรรมประยุต มหาปญฺโญ</strong> มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น <strong>พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ ชั้นเอก </strong>ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น <strong>เจ้าอาวาสวัดฟ่อนสร้อย </strong><strong>ประวัติด้านการศึกษาของพระครูเมธาธรรมประยุต มหาปญฺโญ</strong> พระครูเมธาธรรมประยุต มหาปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดฟ่อนสร้อย</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong><a name="ddm4"></a>ลำดับเจ้าอาวาสวัดฟ่อนสร้อย</strong></span></p>
<p>รายนามเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีต &#8211; ปัจจุบัน เท่าที่ทราบนามคือ 1. พระมหาสังฆราชา<br />
2. พระครูปัญญา<br />
3. พระอธิการด้วงคำ<br />
4. พระครูจักรวุฒิสาร<br />
5. พระครูสังฆบริรักษ์อุดม พ.ศ. 2509 – 2519<br />
6. พระอธิการวิชัย วิชโย พ.ศ. 2519 – 2526<br />
7. พระอธิการไพศาล โอภาโส พ.ศ. 2526 – 2543<br />
8. พระใบฎีกา ยงยุทธ มหาปัญโญ พ.ศ. 2543 &#8211; ปัจจุบัน การศึกษา : น.ธ.เอก, พก.ศ, พ.ม., ศน.บ.</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>แผนที่วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3777.3363324863094!2d98.98853463439333!3d18.783158832122993!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0x1568ccfca6eb2ccc!2sWat+Fon+Soi!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1491204451902" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1491204496298!6m8!1m7!1sjFHxgZKqizSn7mKmie6NsA!2m2!1d18.78269420880078!2d98.98876218868486!3f284.664116759255!4f-3.2669103983311913!5f0.7820865974627469" width="100%" height="450" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #800000;"><a name="ddm6"></a>วัดใกล้เคียงวัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h4>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดช่างแต้ม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดหมื่นตูม ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเจ็ดลิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพันแหวน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดฟ่อนสร้อย ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Mar 2017 09:24:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนสามล้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระสิงห์วรวิหาร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอในเมืองเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัดในจังหวัดเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95</guid>

					<description><![CDATA[<p> พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่ราชวงศ์เม็งราย โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๘๘๘ ขั้นแรกให้สร้างเจดีย์สูง ๒๓ วา เพื่อบรรจุพระอัฐิ ของพญาคำฟู พระราชบิดา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๒ ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong> วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร</strong></span> เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๒ ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมืองเก่า ลักษณะพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา มีถนนล้อมรอบวัดทั้ง ๔ ด้าน ทิศเหนือติดถนนอินทวโรรส ทิศตะวันออกติดถนนสามล้าน ทิศใต้ติดถนนแสนเมืองมา ทิศตะวันตกติดถนนอินทวโรรส</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">ประวัติวัดพระสิงห์วรวิหาร</span></h3>
<p>พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่ <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/"><strong>ราชวงศ์เม็งราย</strong></a> โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๘๘๘ ขั้นแรกให้สร้างเจดีย์สูง ๒๓ วา เพื่อบรรจุพระอัฐิ ของ <span style="color: #ff6600;"><strong><a style="color: #ff6600;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9f%e0%b8%b9/">พญาคำฟู</a></strong></span> พระราชบิดา<br />
ต่อมาอีกสองปีจึงสร้างพระอาราม เสนาสนวิหาร ศาลาการเปรียญ หอไตร และกุฎิสงฆ์เรียบร้อย ทรงตั้งชื่อว่า &#8220;วัดลี&#8221; ต่อมาบริเวณหน้าวัดมีตลาดเกิดขึ้นชาวบ้านเรียกว่า &#8220;ตลาดลีเชียง&#8221; แล้วเรียกวัดว่า &#8220;วัดลีเชียง&#8221; และ &#8220;วัดลีเชียงพระ&#8221; ระหว่างปี พ.ศ. ๑๙๓๑ &#8211; ๑๙๕๔ สมัยพระเจ้าแสนเมืองมา ขึ้นครองนครเชียงใหม่โปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมืองเชียงราย เมื่อขบวนช้างอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาถึงหน้าวัดลีเชียงก็ไม่ยอมเดินทางต่อ<br />
พระเจ้าแสนเมืองมาจึงให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐาน ณ วัดลีเชียง ประชาชนทางเหนือนิยมเรียก&#8221;พระพุทธสิหิงค์&#8221; สั้นๆ ว่า &#8220;พระสิงห์&#8221; จึงเรียกชื่อวัดตามพระพุทธรูปว่า &#8220;วัดพระสิงห์&#8221;<br />
เมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๓๕๔ พระเจ้ากาวิละได้ โปรดฯ ให้สร้างอุโบสถ และหอไตรขึ้น โดยมีลักษณะเป็นอาคารทรงล้านนาขนาดใหญ่ ตรงกลางอาคารมีกู่ซึ่งแต่เดิมคงเป็นสถานที่ที่ประดิษฐานพระประธาน พระพุทธสิหิงค์</p>
<h4><span style="color: #ff6600;">ตำนานพระสิงห์</span></h4>
<p>ผู้รู้บางท่านกล่าวว่า หากพิจารณาถึงคำว่า พระสิงห์ นั้น หมายถึง วัดซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์มาก่อน พระสิงห์ เป็นนามพระพุทธรูป อันบ่งบอกถึงคติพระพุทธศาสนาเถรวาทอย่างลังกาวงศ์ตรงกับ พระพุทธสิหิงค์ อันเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ทางภาคเหนือล้านนาไทย มิได้เรียกว่า พระพุทธสิหิงค์ นิยมเรียกว่า พระสิงห์ ท่านผู้รู้บางท่านพยายามคิดว่า พระสิงห์ หมายถึง สิงหนวัติ กษัตริย์โบราณผู้สร้างเมืองโยนกนครก็มี บางท่านอธิบายว่า หมายถึง พระศากยสิงห์ คือพระนามหนึ่งของ พระพุทธเจ้า กระนั้น เท่าที่พิจารณาโดยตลอดแล้ว เห็นว่า พระสิงห์ ก็ดี พระพุทธสิหิงค์ ก็ดี น่าจะพึงยุติกันได้ว่าเป็นนามของพระพุทธรูป อันบ่งบอกถึงคติพระพุทธศาสนาอย่างลังกาวงศ์ เพราะทุกที่ที่ปรากฏว่ามี พระสิงห์ หรือ พระพุทธสิหิงค์ นั้นแสดงให้เห็นว่า สถานที่เหล่านั้นได้มีพระพุทธศาสนาเถรวาทอย่างลังกาวงศ์แพร่หลายไปถึง ฉะนั้น ควรถือกันว่าพระพุทธรูปที่เรียกพระนามอย่างนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนาเถรวาท อย่างลังกาวงศ์ในประเทศไทยและก่อนศตวรรษที่ 20 ขึ้นไป จะไม่พบหลักฐานเช่นนี้เลย</p>
<p>พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านนาไทย พุทธศตวรรษที่ 21 มีพุทธลักษณะสง่างาม อย่างยากที่จะหาพระพุทธรูปในสมัยเดียวกันมาทัดเทียมได้ หน้าตักกว้าง 37 เซนติเมตร สูงทั้งฐาน 66 เซนติเมตร ชนิดสำริดปิดทอง ประดิษฐานอยู่บนบุษบกภายในกุฏิเจ้าอาวาส ชาวเชียงรายและประเทศใกล้เคียงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ถือว่า พระสิงห์ เป็นพระพุทธปฏิที่ทรงความสำคัญ และทรงความศักดิ์สิทธิ์มีมหิทธานุภาพสามารถยังความสงบร่มเย็น และเป็นมิ่งขวัญของชาวประชามาทุกยุคทุกสมัย จนกล่าวกันว่า พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ คือ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงรายและประเทศใกล้เคียง</p>
<p>พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยมาอย่างยาวนานมีหลักฐาน ปรากฏในสิหิงคนิทานบันทึกไว้ว่า สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศักราช 700 ในประเทศลังกา และประดิษฐานอยู่ที่ลังกา 1150 ปี จากนั้นได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานยังราชอาณาจักรไทยตามลำดับ ดังนี้</p>
<p>พ.ศ. 1850 ประดิษฐานที่กรุงสุโขทัย 70 ปี<br />
พ.ศ. 1920 ประดิษฐานที่พิษณุโลก 5 ปี<br />
พ.ศ. 1925 ประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา 5 ปี<br />
พ.ศ. 1930 ประดิษฐานที่กำแพงเพชร 1 ปี<br />
พ.ศ. 1931 ประดิษฐานที่เชียงราย 20 ปี<br />
พ.ศ. 1950 ประดิษฐานที่เชียงใหม่ 255 ปี<br />
พ.ศ. 2250 ประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา 105 ปี<br />
พ.ศ. 2310 ประดิษฐานที่เชียงใหม่ 28 ปี<br />
พ.ศ. 2338 ประดิษฐานที่กรุงเทพฯ – ปัจจุบัน</p>
<h2><span style="color: #ff6600;">วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร</span></h2>
<p>ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุที่สำคัญของวัด<br />
พระประธาน</p>
<p>พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธปฏิมาศิลปะล้านนาไทย พุทธศตวรรษที่ 21 ปางมารวิชัย ชนิดสำริดปิดทอง หน้าตักกว้าง 204 เซนติเมตร สูงทั้งฐาน 284 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถมีพุทธลักษณะสง่างาม ประณีต ที่ฐานมีจารึกอักษรธรรมล้านนาไทยว่า “กุลลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพยากตา ธมฺมา” อันหมายถึง ปริศนาธรรมระดับปรมัตถ์ในทางพระพุทธศาสนาที่ระบุว่า สภาวะธรรมทั้งปวงมี 3 ประเภท คือ</p>
<p>ธรรมทั้งหลายที่เป็น “กุศล” ก็มี<br />
ธรรมทั้งหลายที่เป็น “อกุศล” ก็มี<br />
ธรรมทั้งหลายที่อยู่นอกเหนือจาก “กุศลและอกุศล” ก็มี</p>
<h4>พระอุโบสถ</h4>
<p>พระอุโบสถสร้างขึ้นราวปีพ.ศ. 1251 &#8211; พ.ศ. 1252 ปีฉลู-ปีขาล เดือน 8 ขึ้น 12 ค่ำ วันเสาร์ เวลา 12.00 น. (พ.ศ. 2432 ถึง พ.ศ. 2433) รูปทรงเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทยสมัยเชียงแสน โครงสร้างเดิมเป็นไม้เนื้อแข็ง และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ให้มีสภาพสมบูรณ์ และสวยงามยิ่งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2504 และครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2533 โดยพระราชสิทธินายก เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน</p>
<h4>บานประตูหลวง</h4>
<p>บานประตูหลวง ทำด้วยไม้แกะสลักจิตกรรมอย่างประณีตวิจิตรบรรจง เป็นปริศนาธรรมระดับปรมัตถ์ ออกแบบโดยศิลปินเอกผู้มีผลงานเป็นที่กล่าวขานในระดับโลก นามว่า อ.ถวัลย์ ดัชนี เป็นเรื่องราวของ ดิน น้ำ ลม ไฟ อันหมายถึง ธาตุทั้ง 4 ที่มีอยู่ในร่างกาย คนเราทุกคน</p>
<p>ดิน คือ เนื้อ หนัง กระดูก<br />
น้ำ คือ ของเหลวต่างๆ ที่มีอยู่ในร่างกาย เช่น น้ำ โลหิต ปัสสาวะ<br />
ลม คือ อากาศที่เราหายใจเข้าออก ลมปราณที่ก่อเกื้อให้ชีวิตเป็นไป<br />
ไฟ คือ ความร้อนที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารเกิด พลังงาน</p>
<p>แนวคิดของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ถ่ายทอดธาตุทั้ง 4 ออกเป็นสัญลักษณ์รูปสัตว์ 4 ชนิด เพื่อการสื่อความหมายโดยให้</p>
<p>ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของ ดิน<br />
นาค เป็นสัญลักษณ์ของ น้ำ<br />
ครุฑ เป็นสัญลักษณ์ของ ลม<br />
สิงห์โต เป็นสัญลักษณ์ของ ไฟ</p>
<p>ผสมผสานกันโดยมีลวดลายไทยเป็นส่วนประกอบ ทำให้มีลีลาเฉพาะแบบของ อ.ถวัลย์ ดัชนี งานแกะสลักบานประตูวิหารนี้ พระราชสิทธินายก เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้มอบความไว้วางใจให้ สล่าอำนวย บัวงาม หรือ สล่านวย และลูกมืออีกหลายท่านเป็นผู้แกะสลัก ใช้เวลาในการแกะสลักเกือบหนึ่งปี ได้บานประตูมีขนาด กว้าง 2.40 เมตร ยาว 3.50 เมตร และหนา 0.2 เมตร ด้วยลวดลายและลีลาการออกแบบ และฝีมือการแกะสลักเสลาอย่างประณีตบรรจง นับว่า บานประตูนี้ได้ช่วยส่งเสริมความงดงาม ของพระวิหารได้โดดเด่นมากขึ้น</p>
<h4>พระเจดีย์</h4>
<p>พระเจดีย์ เป็นพุทธศิลป์แบบล้านนาไทย สร้างในสมัยเดียวกันกับพระอุโบสถ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง คือ พ.ศ. 2492 ครั้งหนึ่ง โดยท่านพระครูสิกขาลังการ เจ้าอาวาสในขณะนั้น และอีกหลายครั้งในสมัยต่อมา โดยท่านเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน</p>
<h4>พระพุทธบาทจำลอง</h4>
<p>พระพุทธบาทจำลองบนแผ่นศิลาทราย มีขนาดกว้าง 60 เซนติเมตร ยาว 150 เซนติเมตร มีจารึกอักษรขอมโบราณ ว่า “กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพยากตา ธมฺมา”</p>
<h4>หอระฆัง</h4>
<p>เป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยแบบล้านนาไทยประยุกต์ มีระฆังเป็นแบบใบระกาหล่อด้วยทองเหลืองทั้งแท่ง ซึ่งหาดูได้ยากมากในปัจจุบัน ขนาดความสูง 25 นิ้ว ยาว 39 นิ้ว หนา 1 นิ้ว ขุดพบบริเวณวัดพระสิงห์ เมื่อ พ.ศ. 2438 ปัจจุบันชั้นล่างใช้เป็นหอกลอง</p>
<h4>ต้นพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยา</h4>
<p>พลโทอัมพร จิตกานนท์ นำมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยความอนุเคราะห์จากท่านเอกอัครราชทูตอินเดียและอาศรมวัฒนธรรมไทย-ภารตะ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 และปลูกเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2506 ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นต้นไม้มงคลเนื่องในพระพุทธศาสนา ในฐานที่เป็นต้นไม้ซึ่ง พระโพธิสัตว์ลาดบัลลังก์ประทับในคืนก่อนตรัสรู้ เดิมเรียกกันว่าต้น “อัสสัตถพฤกษ์” ที่ได้ชื่อว่า “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ก็เพราะเป็นต้นไม้ อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ “โพธิธรรม” ของพระโพธิสัตว์สิทธัตถะ ซึ่งต่อมาก็คือ สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า</p>
<h4>ต้นสาละลังกา</h4>
<p>ต้นสาละลังกาเป็นไม้มงคลเนื่องในพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือ เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประทับสำเร็จสีหไสยาสน์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมกิตติโสภณ นำมาจากประเทศศรีลังกา และนำมาปลูกไว้ที่วัดพระสิงห์เมื่อ พ.ศ. 2512</p>
<p>วัดพระสิงห์ มีเจ้าอาวาสที่บริหารวัดสืบต่อกันมานับแต่ปีที่สร้างวัด จนปัจจุบันจำนวน 9 รูป คือ</p>
<p>ครูบาปวรปัญญา พ.ศ. 1943 &#8211; พ.ศ. 1962<br />
ครูบาอินทจักรรังษี พ.ศ. 1962 &#8211; พ.ศ. 1985<br />
พระอธิการอินตา พ.ศ. 1985<br />
พระมหายศ<br />
พระธรรมปัญญา พ.ศ. 2413 &#8211; พ.ศ. 2440<br />
พระครูเมธังกรญาณ (ป๊อก) พ.ศ. 2440 &#8211; พ.ศ. 2473<br />
พระครูเมธังกรญาณ (ดวงต๋า) พ.ศ. 2473 &#8211; พ.ศ. 2488<br />
พระครูสิกขาลังการ พ.ศ. 2489 &#8211; พ.ศ. 2522<br />
พระเทพสิทธินายก (ชื่น ปญฺญาธโร) (ชื่น ปญฺญาธโร -แก้วประภา &#8211; ป.ธ.6) เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2523 &#8211; ปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d3777.224337770726!2d98.98128128459979!3d18.78815310740647!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x0%3A0x9656d9e717cd54e9!2sPhra+Singh+Temple!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1490638657602" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe> <iframe loading="lazy" style="border: 0;" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m0!3m2!1sen!2sth!4v1490638749833!6m8!1m7!1sdNOZ3kq0A72NfEU-vdpHSA!2m2!1d18.78850763716934!2d98.98255346455267!3f259.2130117814432!4f-3.6545569139509126!5f0.7820865974627469" width="300" height="450" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
