<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตานขันข้าว Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ตานขันข้าว/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:08:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>ตานขันข้าว Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/ตานขันข้าว/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ประเพณีตานเปรตพลี อุทิศส่วนบุญหาผู้ตาย</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 14:30:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัฒนธรรมประเพณีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[12 เป็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ตานขันข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทานไปหาผู้ล่วงลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีเดือน 12 เป็ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=9822</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเพณีอุทิศหาผู้ตาย บางทีเรียกว่า ประเพณีเดือน 12 เป็ง ประชาชนในภาคเหนือ นิยมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษของตน คือ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย ลุงป้า ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">ประเพณีตานเปรตพลี อุทิศส่วนบุญหาผู้ตาย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">ประเพณีอุทิศหาผู้ตาย บางทีเรียกว่า ประเพณีเดือน 12 เป็ง ประชาชนในภาคเหนือ นิยมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษของตน คือ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย ลุงป้า ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว</span></h2>
<p>ประเพณีนี้เรียกกันแต่ละท้องถิ่น ก็มีชื่อแตกต่างกันไป บางจังหวัดในภาคเหนือเรียกประเพณีอุทิศหาผู้ตายว่า ประเพณีเดือนสิบสองบ้างประเพณีปล่อยผีปล่อยเปรตบ้าง ตรงกับภาคกลางว่า &#8220;ตรุษสารท” ปักษ์ใต้เรียกว่า ประเพณีเดือนชิงเปรตและภาคอีสานก็คือ ประเพณีบุญข้าวประดับดิน ประเพณีที่กล่าวมานี้ โดยความหมายและจุดประสงค์เป็นอันเดียวกัน ต่างกันด้วยวิธีการทำตามจารีตประเพณีที่เคยทำมาในท้องถิ่นของตน</p>
<p>สำหรับการอุทิศหาผู้ตายของภาคเหนือ มีประเพณีสืบต่อกันมาเนื่องในการอุทิศกุศลแก่ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วถือกันว่าในเดือน 12 เหนือขึ้น 1 ค่ำถึงเดือนแรม 14 ค่ำนั้น พระยายมราชได้ปล่อยวิญญาณสัตว์ ผู้ตายกลับมาสู่เมืองมนุษย์ เพื่อขอรับเอาส่วนบุญส่วนกุศลจากญาติพี่น้องลูกหลานจะได้พ้นจากภาวะแห่งเปรตอสูรกายทั้งหลาย ดังนั้นการปฏิบัติต่อประเพณีก็ด้วยการกตัญญู ต้องการให้บุคคลผู้เป็นที่รักพบกับความสุขในปรโลกจึงได้ทำสืบต่อกันมา</p>
<p>ตำนานทางพระพุทธศาสนากล่าวถึง เปรตราชของพระราชาพิมพิสารไว้ดังนี้ ในกับปที่ 92 นับแต่ภัทรกัลป์ปขึ้นไปถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า &#8220;ปุสสะ” พระพุทธบิดาทรงพระนามว่า &#8220;พระเจ้าชยเสนะ” พระพุทธมารดามีพระนามว่า &#8220;ศิริมา” พระเจ้าชยเสนะยังมีพระราชบุตรอีก 3 พระองค์ ต่างพระมารดาและเป็นพระกนิษฐาภาภาของพระปุสสะพระพุทธเจ้า ราชบุตรทั้ง 3 นี้ มีเจ้าพนักงานรักษาคลังหนึ่งเก็บส่วยในชนบท กาลต่อมาพระราชบุตรทั้งสามมีพระราชประสงค์จะบำเพ็ญกุศลบำรุงพระศาสนา ผู้เป็นพระเชษฐภาดา ตลอดไตรมาส จึงขอทูลอนุญาตแก่พระบิดา เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว พระราชบุตรทั้งสามจึงตรัสสั่งเจ้าพนักงาน ผู้เก็บส่วยในชนบทของพระองค์ให้สร้างวิหาร ครั้งสร้างเสร็จแล้ว พระราชบุตรทั้งสามจึงนำเสด็จพระพุทธเจ้าไปที่วิหารและทูลถวายวิหารแก่พระศาสดา แล้วสั่งเจ้าพนักงานรักษาพระคลังและพนักงานเก็บส่วยว่า เจ้าจงดูแลและจัดของเคี้ยวของฉันถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยภิกษุ 90,000 องค์ที่เป็นพุทธบริวาร และตัวเราทั้งสามกับบริวารทุกๆ วัน ตลอดจนไตรมาสด้วย ตั้งแต่วันนี้ไปเราจักไม่พูดอะไร ตรัสแล้วก็พาบริวาร 1,000 องค์ สมาทานศีล 10 แล้วประทับอยู่ในวิหารตลอดไตรมาส เจ้าพนักงานรักษาพระคลัง และเจ้าพนักงานเก็บส่วย ผลัดกันดูแลทานวัตต์ตามความประสงค์ของพระราชบุตรทั้งสามด้วยความเคารพ</p>
<p>ครั้งนั้น ชาวชนบทบางพวกจำนวน 84,000 คน ได้ทำอันตรายต่อทานวัตต์ของพระราชบุตรทั้งสาม มีกินไทธรรมเสียเองบ้าง ให้แก่บุตรเสียบ้าง เผาโรงครัวเสีย ชนเหล่านั้นครั้งทำลายขันธ์แล้วจึงไปบังเกิดในนรก กาลล่วงไปถึง 92 กัลป จนถึงกัลปนี้ ในพระพุทธศาสนาพระกัสสะสัมมาสัมพระพุทธเจ้าชนเหล่านี้มีจิตอันอกุศลเบียดเบียนแล้วนั้น ได้มาบังเกิดในหมู่เปรต ครั้งนั้นมนุษบ์ทำบุญให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่เป็นเปรตของตน เปรตเหล่านั้นก็ได้ซึ่งทิพย์สมบัตินานาประการ แต่หมู่เปรตผู้ทำลายเครื่องไทยธรรมพระราชบุตรทั้งสามนั้นหาได้รับส่วนกุศลไม่ เปรตเหล่านั้นจึงทูลถามพระกัสสปะพุทธเจ้าว่า ข้าพระพุทธเจ้านี้ พึงได้สมบัติอย่างนี้บ้างหรือไม่ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ท่านทั้งหลายยังไม่ได้สมบัติ บัดนี้ ต่อไปภายหน้าพุทธกาลแห่งพระโคดมพระพุทธเจ้าญาติของท่านทั้งหลายจักได้เป็นพระราชา ทรงพระนามว่า &#8220;พิมพิสาร” และจักได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แล้วอุทิศส่วนบุญถึงท่านทั้งหลาย เมื่อนั้นแหละท่านจะได้สมบัติดังนี้</p>
<p>การล่วงมาได้พุทธันดรหนึ่งถึงพระพุทธศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานี้เจ้าพนักงานผู้เก็บส่วยของพระราชบุตรทั้งสามได้มาบังเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสาร แต่หาได้อุทิศส่วนกุศลให้แก่เปรตที่เป็นญาติไม่ เปรตที่เป็นญาติเหล่านั้นมาคอยรับส่วนกุศลอยู่ เมื่อมิได้รับส่วนกุศลตามความปรารถนาก็เสียใจ พอถึงเวลาตีหนึ่งก็ส่งเสียงร้องประหลาดน่าสะพรึงกลัว ครั้นรุ่งสางขึ้น พระเจ้าพิมพิสารก็เสด็จเข้าเฝ้าพระศาสดา ทูลถามเหตุนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสเนื้อความทั้งปวง แต่หนหลังให้พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบ พระเจ้าพิมพิสารจึงอาราธนาพระพุทธเจ้าให้เข้าไปรับเครื่องไทยธรรมในพระราชนิเวศน์ แล้วพระราชาทรงกระทำทักษิโณทก ทรงอุทิศว่าทานนี้จงถึงหมู่ญาติของเรา ขณะนั้นฝูงเปรตที่มีความกระวนกระวายและร่างกายที่น่าเกลียดน่ากลัวก็สูญหายไป กลับมีผิวพรรณงามผ่องใสดั่งทอง แล้วพระราชาถวายยาคูและของเคี้ยวอุทิศถึงญาติอีก ยาคูและของเคี้ยวอันเป็นทิพย์ก็เกิดขึ้นในสำเร็จประโยชน์แก่ฝูงเปรตที่เป็นญาติเหล่านั้น แล้วพระราชาถวายผ้าและเสนาสนะทรงอุทิศถึงญาติอีก ผ้าและเครื่องเสนาอาสนะปราสาทล้วนแต่เป็นทิพย์ให้สำเร็จประโยชน์แก่ฝูงเปรตเหล่านั้นได้ประสบความสุข พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงโสมนัสยิ่งนัก</p>
<p>ในครั้งนั้นมีเรื่องสืบมาว่าพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนาติโรกัณฑสูตร ทรงสรรเสริญทานที่นายกอุทิศบริจาคแก่ญาติที่ตายไปแล้วอีกหลายวัน แล้วกล่าวคำอุทิศถึงญาติว่า &#8220;อทํ โว ญาตีนํ โหตุ ญาตโยฯ” ทานนี้จงถึงญาติทั้งหลาย (ที่เกิดในเปรตวิสัย) ขอญาติเหล่านั้นจงมีความสุข (คือได้เสวยผลแห่งทานด้วยความสำรวม) อนึ่งผู้ที่บริจาคทานนั้นก็หาได้ไร้ผลไม่ เป็นการสร้างสมบุญกุศลให้เพิ่มยิ่งขึ้น กลับมีบุญกุศลยิ่งใหญ่ให้ผู้อื่นได้อนุโมทนาอก การร้องไห้เศร้าโศก ปริเวทนา หาผู้ที่ตายไปไม่เป็นประโยชน์อย่างไรแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว มีแต่การทำบุญอุทิศกุศลเท่านั้น จะได้ผลแก่เขาในปรภพแล</p>
<p>ในวันเดือน 12 เหนือ ขึ้น 14 ค่ำ จะเป็นวันแต่งดาเตรียมข้าวปลาอาหาร ขนมหวาน ผลไม้ไว้พร้อมสรรพ รุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเดือน 12 เพ็ญ ชาวบ้านจะนำเอาอาหารใส่ถาดไปวัดและจะถวายแด่พระภิกษุ เรียกว่า &#8220;<span style="color: #339966;"><strong><a style="color: #339966;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9/">ทานขันข้าว</a></strong></span>” มีการหยาดน้ำอุทิศบุญกุศลด้วย โดยให้พระเป็นผู้กรวดน้ำให้เพราะถือว่าท่านเป็นผู้ทรงศีล บุญกุศลจะถึงแก่ผู้ตายได้ง่าย</p>
<p>การทำบุญอุทิศกุศลนั้น มีการทำ 2 แบบ คือ 1. อุทิศแก่ผู้ตายธรรมดา 2. อุทิศแก่ผู้ตายโดยอุบัติเหตุ พวกผีตายโหง อุทิศแก่ผู้ตายธรรมดา ญาติจะเอาอาหารไปถวายที่วัดถือว่าวิญญาณผู้ตายธรรมดาเข้าออกวัดได้โดยสะดวก ส่วนผีตายโหงนั้น เข้าวัดไม่ได้เพราะอำนาจแห่งเวรกรรมญาติต้องถวายอาหารพระนอกวัด คือ นิมนต์พระมานอกกำแพงวัดแล้วถวาย เช่นเดียวกับบุญข้าวประดับดินของอีสาน การทำบุญอุทิศถึงผู้ตายนี้ ถ้ามีญาติหลายคนที่ตายไปแล้วจะต้องอุทิศให้คนละขันหรือคนละถาด กล่าวคือ จะต้องถวายตามจำนวนคน แต่บางรายก็จะจดรายชื่อให้พระ เวลาพระให้พรจะได้ออกชื่อผู้ตายตัวอย่างคำให้พระอุทิศแก่ผู้ตายดังนี้</p>
<p>&#8220;ดีและอัชชะในวันนี้ก็หากเป็นวันดี สะหรีอันประเสริฐล้ำเลิศกว่าวันดังหลาย บัดนี้ หมายมีมูลศรัทธา &#8230;..(ชื่อผู้ถวาย)&#8230;ได้สระหนงชงขวายตกแต่งแป๋งพร้อมน้อมนำมา ยังมธุบุปผาลาชนดวลดอกข้าวตอกไม้ลำเทียน ข้าวน้ำภาชนะ อาหารมาถวายเป็นทานเพื่อจะอุทิศผละหน้าบุญ ผู้อันจุติตาย มีนามกรว่า &#8230;..(ผู้ตาย)&#8230;.หากว่าได้วางอารมณ์อาลัย มรณะจิตใจไปบ่ช่าง ไปตกท้องหว่างจตุราบาย ร้อนบ่ได้อาบ อยากบ่ได้กิ๋น ดังอั๋นก็ดี ขอพละหน้าบุญอันนี้ไปอุ้มปกยกออก จากที่ร้ายกลายมาสู่ที่ดี หื้อได้เกิดเป็นเทวบุตร เทวดา อินทราพรหมตนประเสริฐดั่งอั้นก็ดี ขอพละหน้าบุญอันนี้ไปเตื่อมแถม ยังสหรี่สัมปติยิ่งกว่าเก่า สุขร้อยเท่าพันปูนผละหน้าบุญนี้ชักนำรอดเถิงเวียงแก้วยอดเนรพานั้นจุ่งจักมีเที่ยงแท้ดีหลี&#8230;.</p>
<p>ศรัทธาประชาชนบางคนนอกจากทานขันข้าวอุทิศส่วนกุศลแล้ว ยังนิมนต์พระมาเทศน์ที่บ้านอุทิศกุศลแก่ผู้ตายด้วย บางรายก็ไปนิมนต์พระเทศน์ที่วัดพร้อมกับการถวายอาหาร ทานขันข้าวพระคัมภีร์ที่นิยมเทศน์ในวันดังกล่าวนี้ประกอบด้วย</p>
<p>1. ธรรมเปรตพลี</p>
<p>2. ธรรมมาลัยโผดโลก</p>
<p>3. ธรรมมูลนิพพาน</p>
<p>4. ธรรมมหามูลนิพพาน</p>
<p>5. ธรรมตำนานดอนเต้า</p>
<p>6. ธรรมตำนานพระยาอินทร์</p>
<p>คัมภีร์เหล่านี้มักใช้เทศน์อุทิศส่วนกุศล เจ้าอาจบูชาเอาผูกใดผูกหนึ่ง คือ เรื่องใดเรื่องหนึ่งเทศน์ให้ฟังเป็นอานิสงส์แห่งการฟังธรรมอุทิศเป็นปุพเปรตพลี</p>
<p>การทำบุญอุทิศหาผู้ตายนี้ หากจะพิจารณาถึงประโยชน์แล้วได้สิ่งที่เป็นสาระหลายประการคือ</p>
<p>1. เป็นการสร้างความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชน</p>
<p>2. เป็นการสังคหะช่วยเหลือผู้ตายอื่นๆและถวายอาหารแก่พระภิกษุสงฆ์จำนวนมากซึ่งจำพรรษาอยู่</p>
<p>3. เป็นการสร้างความสามัคคียึดเหนี่ยวน้ำใจคนข้างเคียงมิตรสหาย</p>
<p>4. เป็นการสร้างความสุขให้แก่ผู้กระทำ</p>
<p>5. เป็นการอบรมลูกหลานให้เข้าใจในระเบียบประเพณี</p>
<p>6. เป็นการอนุรักษ์มรดกบรรพบุรุษไว้นานเท่านั้น ดังนั้น ประเพณีอุทิศหาผู้ตายในวันเพ็ญเดือนสิบสอง จึงเป็นประเพณีที่ดีงาม ควรแก่อนุรักษ์ไว้ให้เจริญและคงอยู่กับลูกหลานสืบไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">ประเพณีตานเปรตพลี อุทิศส่วนบุญหาผู้ตาย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตานขันข้าว ประเพณีแห่งความกตัญญู</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Mar 2017 01:04:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัฒนธรรมประเพณีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขันข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ตานขันข้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84</guid>

					<description><![CDATA[<p>"ยะถา สัพพีติโย...อายุ วัณโณ สุขัง พลัง" เสียงพระสงฆ์กล่าวให้พรศรัทธา ญาติโยมที่ต่างพากันหิ้วปิ่นโตเถาใหญ่ พร้อมจูงลูกหลานไปทำบุญวันนี้ ด้วยจิตใจที่เบิกบานในเทศกาลวันออกพรรษา ณ วัดในหมู่บ้าน</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9/">ตานขันข้าว ประเพณีแห่งความกตัญญู</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ยะถา สัพพีติโย&#8230;อายุ วัณโณ สุขัง พลัง&#8221; เสียงพระสงฆ์กล่าวให้พรศรัทธา ญาติโยมที่ต่างพากันหิ้วปิ่นโตเถาใหญ่ พร้อมจูงลูกหลานไปทำบุญวันนี้ ด้วยจิตใจที่เบิกบานในเทศกาลวันออกพรรษา ณ วัดในหมู่บ้าน พร้อมตานขันข้าวแก่บรรพบุรุษหรือคนที่รักผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ บ้างก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองมีความสุขสบายหลังจากจบชีวิตในโลกนี้ ไม่อดอยากเพราะมีของตุนไว้กินในโลกหน้าจากอาหารที่นำไปตานขันข้าวในวันนี้</p>
<p>ประเพณี ตานขันข้าว เป็นประเพณีการทำบุญที่ชาวบ้านล้านนายึดถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลาช้านาน โดยการนำอาหารคาวหวานไปถวายพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้วายชนม์ เป็นการกระทำที่แสดงถึงความกตัญญูของผู้ที่ยังอยู่ มักนิยมทำในวันเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา วันสิบสองเพ็ญ วันเดือนยี่เป็ง เป็นต้น</p>
<p>นอกจากการทำบุญตานขันข้าวแก่ ผู้ล่วงลับตามเทศกาลสำคัญดังกล่าวแล้ว ตามความเชื่อของชาวล้านนายังนิยมตานขันข้าวอีกลักษณะหนึ่ง ได้แก่ หลังจากมีผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้อง ก็จะเตรียมขันข้าว (อาหารคาว หวาน) นำไปถวายแด่พระสงฆ์ในวัดทั้งตอนเช้าและตอนกลางวัน พระสงฆ์จะกล่าวอุทิศส่วนกุศลที่ญาติทำให้แก่ผู้ตายพร้อมกับหยาดน้ำ (กรวดน้ำ)</p>
<p>ความเชื่อเรื่องการตานขันข้าวอุทิศแก่ผู้ตายนั้นได้รับ อิทธิพลมาจากเรื่องราวในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา เช่น ในเรื่องพระมาลัย ได้กล่าวถึงพระมาลัยเถระไปพบกับพระยายมราชในนรก พระยายมราชสั่งมาบอกแก่ประชาชนในชมพูทวีปขออุทิศกุศลให้ญาติพี่น้องที่มา ทุกข์ทรมานในนรกภูมิ</p>
<p>นอกจากนี้ ในเรื่องอมตปัญหาหรือพราหมณ์ปัญหา ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ปราชญ์ล้านนาแต่งไว้ได้กล่าวถึง พราหมณ์สองสามีภรรยาในเมืองสาวัตถี เป็นผู้มีฐานะร่ำรวย มีลูกชายอันเป็นที่รักอยู่คนเดียว ได้ดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดูลูกชายอย่างดี ต่อมาลูกชายได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคระบาด พราหมณ์ทั้งสองจึงมีความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อฝังลูกชายที่ป่าช้าแล้วก็ให้คนใช้เอาข้าวปลาอาหารไปส่งให้ลูกชายที่ ป่าช้าทุกวันเป็นเวลานานถึง 12 ปี วันหนึ่งเมื่อคนใช้จะนำอาหารไปให้ลูกชายของพราหมณ์ที่ป่าช้าเช่นเคย แต่ระหว่างทางเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมไม่สามารถนำอาหารไปให้ลูกชายพราหมณ์ได้ ขณะนั้นเอง มีพระภิกษุเดินบิณฑบาตอยู่ ชายผู้นั้นจึงคิดว่าจะนำอาหารเหล่านี้ข้ามน้ำไปส่งที่ป่าช้าไม่ได้ ควรเอาใส่บาตรถวายพระคงจะดีกว่าทิ้ง จึงนำอาหารใส่บาตรพร้อมทั้งอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้ลูกชายของพราหมณ์</p>
<p>ด้วย อานิสงส์ในการใส่บาตรและอุทิศส่วนบุญกุศลของคนใช้ ทำให้ลูกชายของพราหมณ์ที่ถึงแก่กรรมไปแล้วนั้น ได้รับพลังแห่งบุญกุศล ตกตอนกลางคืนจึงได้สำแดงตนแก่พราหมณ์ผู้พ่อ ต่อว่าพ่อที่ไม่รักตนเพราะตั้งแต่ตายไป 12 ปี เพิ่งได้กินอาหารอร่อยในวันนี้เอง ว่าแล้วลูกชายก็หายวับไปกับตา พราหมณ์จึงคิดว่าตลอดเวลา 12 ปี อาหารที่ตนไปส่งให้ลูกชายนั้นคนใช้คงแอบกินก่อน ลูกชายจึงไม่ได้กิน คนใช้จึงเล่าความจริงให้ฟัง เมื่อรู้ความจริง พราหมณ์จึงไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อกราบทูลถามปัญหา พระพุทธเจ้าทรงเทศนาว่า พระสงฆ์มีศีล ทายกมีศีลและตั้งใจทำความดีด้วยการทำทาน รักษาศีลและภาวนา ย่อมเกิดผลดีแก่ผู้ที่ตายไปแล้ว</p>
<p>พราหมณ์เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า จึงได้ปฏิญาณตนเป็นอุบาสกในพุทธศาสนาและได้บรรลุมรรคผลเป็นพระโสดาบันในกาลต่อมา</p>
<p>จากความเชื่อในคัมภีร์ดังกล่าว จึงก่อเกิดค่านิยมในการตานขันข้าวของคนล้านนามาจวบจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>การตานขันข้าวยังใช้เพื่อการแทนคุณผู้เฒ่าผู้แก่ที่นับถือ ชาวบ้านเรียกว่า ตานขันข้าวฮื้อ (ให้) คนเฒ่าคนแก่ มีวิธีการอย่างเดียวกับการถวายพระ กล่าวคือ ผู้ให้หรือลูกหลานนำอาหารไปประเคนให้ผู้รับ หรือปู่ ย่า ตา ยาย จากนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ก็ให้พร ต่างจากการถวายพระสงฆ์คือ ไม่อุทิศแก่ผู้ล่วงลับ</p>
<p>นอกจากนี้ ชาวล้านนายังมีความเชื่อ นับถือเทพยดาที่คอยปกปักรักษาตนและครอบครัว จึงมีประเพณีการตานขันข้าวแก่เทพยดาทั้งหลายด้วย เช่น ขอพรจากพระแม่ธรณีให้คุ้มครองเวลาเดินทาง ให้ตนประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวัง อาจเป็นการสอบเรียนต่อ การทำงานหรือขอให้พระแม่โพสพคุ้มครองพืชผลในเรือกสวนไร่นาให้เจริญงอกงาม ปราศจากภัยรบกวน เมื่อถึงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะปี๋ใหม่เมือง (สงกรานต์) ก็จะจัดสำรับไปถวายพระสงฆ์เพื่ออุทิศไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ บางครั้งชาวบ้านยังนิยมนำขันตานข้าวไปวางไว้ยังสถานที่อยู่ของพระแม่ธรณี ด้วย (ชาวบ้านจะขุดหลุมลึกประมาณ 1 ศอก กว้างพอประมาณ นำแผ่นไม้กระดานปิดไว้ เวลาต้องการสิ่งใดก็จะไปขอพรจากพระแม่ธรณี ณ ที่ตรงนั้น)</p>
<p>การจัดเตรียมอาหารสำหรับการตานขันข้าวในเทศกาลต่างๆ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านทุกคนเตรียมพร้อมและเต็มใจอย่างยิ่ง โดยชาวบ้านจะหยุดงานภารกิจสำคัญต่างๆ ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นงานในเรือกสวนไร่นา มีการจัดเตรียมอาหารเพื่อไปทำบุญในวันรุ่งขึ้น เรียกว่า วันดา (วันเตรียมงานก่อนจะถึงวันจริง 1 วัน) ผู้ชายก็จะเป็นผู้ช่วย เช่น ตัดใบตอง ปอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว ผู้หญิงจะเป็นผู้ทำอาหารคาว หวาน เด็กๆ ก็วิ่งเล่น และรอกินขนมอร่อย</p>
<p>ขนมที่นิยมทำกันในเทศกาลต่างๆ เช่น ขนมจอก ขนมเทียน ขนมสีลาหรือขนมปาด โดยเฉพาะขนมสีลา ขนมอร่อยของโปรดของเด็กๆ มีส่วนประกอบและกรรมวิธีการทำง่ายๆ ดังนี้</p>
<p>1. ใช้แป้งข้าวเจ้า 1 ส่วน ต่อน้ำ/น้ำกะทิ 3 ส่วน</p>
<p>2. ใส่น้ำตาลหรือน้ำอ้อยตามความชอบ บางคนจะนิยมใส่มะพร้าวขูดลงไปด้วย เพราะเวลากินจะได้รสชาติความกรุบกรอบของมะพร้าว</p>
<p>3. จากนั้นนำไปเคี่ยวในไฟอ่อนๆ ถึงปานกลาง คนไปในทิศทางเดียวกันจนกระทั่งสุก</p>
<p>4. เทใส่จานหรือถาด รอให้เย็น ขนมจะแข็งตัว ตัดเป็นชิ้นๆ รับประทานได้</p>
<p>เด็กๆ จะชอบขนมสีลามาก มักจะพากันมาล้อมวงดูผู้ใหญ่ทำ และจะคอยถามว่าเมื่อไหร่จะสุก เพราะความอยากกิน พอผู้ใหญ่ทำเสร็จเทใส่จาน ขนมยังไม่ทันแข็งตัว เด็กก็จะใช้นิ้วขุ้ยขนมขึ้นมากิน ผู้ใหญ่ก็จะดุเพราะทำให้หน้าขนมสีลาไม่สวยและอันตรายจากความร้อนของขนม</p>
<p>ส่วน อาหารคาวนิยมทำแกงฮังเล ห่อนึ่งไก่ ห่อนึ่งขาหมู เป็นต้น หรืออาจเป็นอาหารโปรดของผู้ที่จะอุทิศไปให้ ชาวบ้านก็จะเลือกสรรอาหารที่ดีที่สุดเท่าที่มีเพื่อการทำบุญ หลังจากทำอาหารเสร็จแล้วก็จะแบ่งส่วนหนึ่งไว้สำหรับนำไปตานขันข้าว ส่วนที่เหลือก็กินกันในครอบครัวและแบ่งปันญาติมิตร บ้านใกล้เรือนเคียง ทุกบ้านก็จะทำอย่างนี้จึงทำให้ได้ลิ้มรสอาหารหลากฝีมือทั้งจากของตนเองและ ผู้อื่น</p>
<p>เสียงไก่ขัน แสงสีทองเริ่มปรากฏให้เห็นตรงขอบฟ้าทิศตะวันออก ที่ถนนในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างทยอยพาลูกจูงหลานเดินสู่เป้าหมายเดียวกัน เสียงพูดคุย หัวเราะไปตลอดทางจนถึงที่วัด เมื่อไปถึงวัด ทางวัดได้จัดสถานที่สำหรับให้ศรัทธาชาวบ้านที่นำอาหารมาถวาย ซึ่งก็จะเป็นอาหารที่เตรียมมาอุ่นๆ ในปิ่นโต พร้อมทั้งสวยดอกไม้ที่ใส่ดอกไม้ ธูปเทียน ขวดน้ำหยาด (สำหรับกรวดน้ำ) กระดาษแผ่นเล็กที่เขียนชื่อผู้ที่จะอุทิศ/ตานขันข้าวไปให้</p>
<p>เมื่อศรัทธาชาวบ้านมาพร้อมกันพอสมควรแล้ว พระสงฆ์ก็จะกล่าวนำมาทำบุญและให้พร ดังนี้</p>
<p>1. แสดงความชื่นชมที่ชาวบ้านช่วยกันรักษาประเพณีที่ดีงามไว้</p>
<p>2. พระสงฆ์อ่านรายชื่อผู้ล่วงลับที่ชาวบ้านเขียนมาให้ในแผ่นกระดาษ หากใครที่ไม่เขียนมา พระสงฆ์ก็จะกล่าวอุทิศไปให้บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย เจ้ากรรมนายเวร เทวบุตร เทวดา พระแม่ธรณี เจ้าที่เจ้าทาง สรรพสัตว์ต่างๆ</p>
<p>3. กล่าวให้มารับของตาน หากมารับไม่ได้ ให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้นำไปให้</p>
<p>4. อวยพรให้แก่ผู้มาทำบุญ</p>
<p>5. กล่าวเป็นภาษาบาลี</p>
<p>&#8221; สาธุ&#8221; ชาวบ้านส่งเสียงพร้อมกันหลังพระให้พรจบ จากนั้นจึงรับปิ่นโตนำอาหารไปเทใส่ถ้วย เก็บไว้ในตู้ให้พระสงฆ์ได้ฉันต่อไป เป็นอันเสร็จพิธีตานขันข้าว</p>
<p>การตานขันข้าว นอกจากเป็นการทำบุญที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษแล้ว กิจกรรมการประกอบอาหาร การไปทำบุญร่วมกันของคนในครอบครัวเป็นการเพิ่มความรัก ความอบอุ่นและกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวที่ได้เรียนรู้การให้ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและความกตัญญูแก่เด็กโดยไม่จำเป็นต้องสอนด้วยคำพูดที่ เด็กมักไม่ค่อยรับฟัง</p>
<p>ประเพณีการตานขันข้าวจะยังอยู่คู่วิถีชีวิตคนล้านนาสืบไป ตราบที่ในหัวใจของผู้คนยังรู้จักรักและแบ่งปันสิ่งดีต่อผู้มีคุณ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9/">ตานขันข้าว ประเพณีแห่งความกตัญญู</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
