<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การแสดงภาคเหนือ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/การแสดงภาคเหนือ/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Feb 2022 06:52:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>การแสดงภาคเหนือ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/tag/การแสดงภาคเหนือ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฟ้อนดาบ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 04:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน เหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนดาบ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนเจิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการแสดงชั้นเชิงของการต่อสู้รวมกับท่าฟ้อนที่สวยงาม </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ฟ้อนดาบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;"><a name="ddm1"></a>ฟ้อนดาบ เป็นการแสดงศิลปะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นการแสดงชั้นเชิงของการต่อสู้รวมกับท่าฟ้อนที่สวยงาม</span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การฟ้อนดาบ</strong></span> ถือเป็นศิลปการฟ้อนรำพื้นเมืองเชียงใหม่ที่ผสมเอาศิลปการต้องกันตัวเข้ามามีส่วนในการฟ้อนด้วย การฟ้อนดาบเป็นการรำที่ใช้ดาบเป็นเครื่องประกอบ  มีลวดลายท่วงท่าหลายชั้นเชิง โดยใช้เครื่องดนตรีกลองปู่เจ่ ฉาบและฆ้อง ซึ่งการฟ้อนดาบนั้นจะเป็นการฟ้อนที่คู่กับการ<span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/">ฟ้อนเชิง หรือ ฟ้อนเจิง</a></strong></span> เป็นการฟ้อนแสดงท่าทางการต่อสู้ด้วยมือเปล่า สองอย่างนี้มักจะใช้ผู้ชายเป็นหลัก  ปัจุบันการฟ้อนทั้งสองอย่างนี้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย การฟ้อนทั้งหมดนี้ถือเป็นการฟ้อนแบบดั่งเดิมของคนเชียงใหม่ ฟ้อนดาบจะคล้ายกับการรำกระบี่กระบองของภาคกลาง ส่วนฟ้อนเจิงหรือฟ้อนเชิง คล้ายกับการแสดงสิละทางภาคใต้</p>
<p><span lang="TH">ฟ้อนดาบนี้แสดงได้ทั้งชายและหญิง  ส่วนมากเป็นการรำในท่าต่างๆ ใช้ดาบตั้งแต่2-4-6-8 เล่ม  และอาจจะใช้ได้ถึง 12 เล่ม   นอกจากการฟ้อนดาบแล้ว  ก็อาจมีการรำหอกหรือ ง้าวอีกด้วย  ท่ารำบางท่าก็ใช้เป็นการต่อสู้กัน  ซึ่งฝ่ายต่างก็มีลีลาการฟ้อนอย่างน่าดูและหวาดเสียวเพราะส่วนมากมักใช้ดาบจริงๆ หรือไม่ก็ใช้ดาบที่ทำด้วยหวายแทน  หากพลาดพลั้งก็เจ็บตัวเหมือนกัน  การฟ้อนดาบนี้มีหลายสิบท่า  และมีเชิงดาบต่างๆ เช่น เชิงดาบเชิงแสน (เป็นของพื้นเมืองของภาคเหนือ)    เชิงดาบแสนหวี (มาจากพวกไทยใหญ่ หรือเงี้ยว)   แต่ละเชิงดาบมีการฟ้อนแตกต่างกัน (ปรากฏว่าเชิงดาบแสนหวีเป็นนักดาบที่เก่งกล้าเผ่าหนึ่งในประวัติศาสตร์)  การฟ้อนดาบมักใช้กลองสะบัดชัยตีประกอบจังหวะ ผู้แสดงสวมชุดพื้นบ้านภาคเหนือ (นุ่งกางเกงครึ่งแข้ง สวมเสื้อม่อฮ่อม มีผ้าขาวม้าคาดเอว)</span></p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ฟ้อนดาบ</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">อุปกรณ์และวิธีเล่น</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">วิธีฟ้อน</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">โอกาสหรือเวลาที่เล่น</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">คุณค่าหรือเวลาที่เล่น </a></li>
</ul>
<p></div>
<p style="text-align: center;"><iframe src="https://www.youtube.com/embed/GSI4m_iMxbw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm2"></a>อุปกรณ์และวิธีเล่น</span></h3>
<p>๑. ดาบ ๒ เล่ม ต่อคน<br />
๒. เครื่องดนตรี ได้แก่ ฆ้องโหม่ง ฉาบกลาง กลองปู่เจ่ (กลองยาวของชาวไตใหญ่)<br />
๓. ชุดเครื่องแต่งกายในการฟ้อนดาบ ได้แก่ เตี่ยวสะดอ (กางเกงขาก๊วยขาสั้น) เสื้อหม้อห้อม ผ้าคาดเอว ผ้าโพกศรีษะ<br />
๔. ผู้ฟ้อน ๑ &#8211; ๒ คน และนักดนตรีอีก ๔ &#8211; ๕ คน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm3"></a>วิธีฟ้อน</span></h3>
<p>การฟ้อนดาบ จะเริ่มต้นด้วยการตีฆ้องนำ แล้วต่อจากนั้นจะตีฉาบและกลองให้เข้าจังหวะเร้าใจเป็นทำนองเพลงปู่เจ่ ผู้แสดงเริ่มฟ้อนดาบตามหลักเกณฑ์และท่าที่ครูประสิทธิ์ประสาทให้มา ซึ่งมี ๒ ช่วงคือ<br />
ช่วงที่ ๑ ไหว้ครู โดยผู้ฟ้อนจะวางดาบลงไว้ด้านหน้าให้ไขว้กัน แล้วจึงไหว้ครู<br />
ช่วงที่ ๒ หลังจากไหว้ครูแล้ว ก็เริ่มฟ้อนท่าต่าง ๆ ซึ่งครูคำ กาไวย์ รวบรวมมี ๓๒ ท่า เช่น ท่าบิดบัวบาน เกี้ยวเกล้า ฯลฯ โดยใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรับดาบไว้ เช่น ปากคาบ หนีบรักแร้ ขาพับเข่า ฯลฯ<br />
การฟ้อนจะฟ้อนไปจนจบกระบวนท่า ทั้ง ๓๒ ท่า หรือจะน้อยกว่านั้นก็ได้ ถ้าฟ้อนคู่ก็จะรำไปพร้อมกัน อาจมีหลอกล่อกันบ้าง แต่ไม่มีการฟันดาบ</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm4"></a>โอกาสหรือเวลาที่เล่น</span></h3>
<p>ใช้แสดงเมื่อถึงคราวมีงานนักขัตฤกษ์ เช่น งานประเพณีขึ้นปีใหม่ งานสงกรานต์ งานปอย พิธีรดน้ำดำหัว ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เป็นการออกกำลังกายสำหรับนักเรียนในการเรียน จึงมีการแสดงในตอนเช้าสำหรับบาง โรงเรียน</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>คุณค่าหรือเวลาที่เล่น</span></h3>
<p>การใช้ดาบเป็นอาวุธเป็นวิชาต่อสู้ป้องกันตัวของชายชาวล้านนา ซึ่งจะได้รับการฝึกฝนเพื่อใช้ต่อสู้ศัตรูยามสงครามและเมื่อมีความชำนาญ ก็อาจใช้แสดงเพื่อความรื่นเริง เมื่อมีการแสดงมากขึ้น ก็มีการประยุกต์ดัดแปลงลีลาท่าทาง และการเคลื่อนไหว ประกอบเพลงและอาวุธมากขึ้น ปัจจุบันจะเน้นเรื่องการแสดงเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะในงานแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยว และพัฒนาเป็นการออกกำลังกายประกอบดาบ (ดาบไม้) ของนักเรียน ซึ่งนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นการอนุกรักษ์วัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย</p>
<div class="separator">การฟ้อนดาบมีที่มาจากศิลปะการต่อสู้ของชายชาวล้านนาแต่โบราณ โดยผู้เรียนจะต้องเรียนฟ้อนเชิงมือเปล่าให้คล่องแคล่วเสียก่อนจึงจะเรียน ฟ้อนดาบ หรือฟ้อนประกอบอาวุธอื่นๆ ต่อไป แม่ลายฟ้อนของฟ้อนดาบจะคล้ายกับแม่ลายฟ้อนของฟ้อนเชิง แม่ลายฟ้อนของแต่ละครูก็จะแตกต่างกันไป แต่พ่อครูคำ กาไวย์ และอาจารย์ธีรยุทธ ยวงศรี ได้ร่วมกันสืบค้นและเรียบเรียงแม่ลายฟ้อนไว้ให้สอดคล้องกันเพื่อง่ายต่อการ จดจำโดยอาศัยแนวจากการพรรณนาชื่อแม่ลายในการร่ายรำอาวุธจากมหาชาติฉบับสร้อยสังกรกัณฑ์มหาราช เพื่อสอนนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ดังนี้ ช่วง ที่ ๑ ไหว้ครูและขอขมาอภัย เริ่มจากวางดาบ ไขว้กัน เอาสันดาบเข้าหากันดาบทั้งสองเล่มนั้นห่างกันพอประมาณ จากนั้นหากผู้ฟ้อนเป็นผู้ชายให้เดินตีวงรอบดาบ ๑ รอบ แล้วเริ่มตบบะผาบหรือฟ้อนสาวไหมอย่างใดอย่างหนึ่ง จบแล้วจึงนั่งลงไหว้หากผู้ฟ้อนเป็นผู้หญิงให้นั่งไหว้ ๓ ครั้ง จากนั้นจับดาบ ไขว้ดาบจรดหน้าผาก แล้วเงยหน้าขึ้นก้มหน้าลง แล้วชักดาบลงไว้ข้างหลังทั้งสองข้างแล้วซุยขึ้นเป็นท่าบวกดาบโดยเริ่มจากด้านหน้าตรงก่อนแล้วหันไปทางขวาแล้วบิด ไปทางซ้าย</div>
<div class="separator"></div>
<div class="separator">จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่แม่ลายที่ได้เรียบเรียงไว้ ๓๒ ท่า ดังนี้</div>
<div class="separator">๑. บิดบัวบาน</div>
<div class="separator">๒. เกี้ยวเกล้า</div>
<div class="separator">๓. ล้วงใต้เท้ายกแหลก</div>
<div class="separator">๔. มัดแกบก้องลงวาง</div>
<div class="separator">๕. เสือลากหางเหล้นรอก</div>
<div class="separator">๖. ช้างงาตอกต๋งเต๊ก</div>
<div class="separator">๗. ก่ำแปงเป๊กดินแตก</div>
<div class="separator">๘. ฟ้าแมบบ่ตันหัน</div>
<div class="separator">๙. จ๊างงานบานเดินอาจ</div>
<div class="separator">๑๐. ป๋าต้อนหาดเหินเหียน</div>
<div class="separator">๑๐. อินทร์ตือเตียนถ่อมถ้า</div>
<div class="separator">๑๒. เกิ๋นก่ายฟ้า</div>
<div class="separator">๑๓. สวกก้นพญาอินทร์</div>
<div class="separator">๑๔. แซดซูดน้ำบินเหิน</div>
<div class="separator">๑๕. สางลานเดินเกี้ยวก่อม</div>
<div class="separator">๑๖. กิมไฮฮ่อม</div>
<div class="separator">๑๗. ถีบโฮ้ง</div>
<div class="separator">๑๘. ควงโค้งไหล่สองแขน</div>
<div class="separator">๑๙. วนแวนล้วงหนีบ</div>
<div class="separator">๒๐. ชักรีบแทงสวน</div>
<div class="separator">๒๑. มนม้วนสีไคล</div>
<div class="separator">๒๒. แทงสวนใหม่ถือสัน</div>
<div class="separator">๒๓. จ๊างตกมันหมุนวงลวงรอบ</div>
<div class="separator">๒๔. เสือคาบรอกลายแสง</div>
<div class="separator">๒๕. สินส้น</div>
<div class="separator">๒๖. สินป๋าย</div>
<div class="separator">๒๗. ลายแทง</div>
<div class="separator">๒๘. กอดแยง</div>
<div class="separator">๒๙. แทงวัน</div>
<div class="separator">๓๐. ฟันโข่</div>
<div class="separator">๓๑. บัวบานโล่</div>
<div class="separator">๓๒. ลายสาง</div>
<div class="separator"></div>
<div class="separator">เมื่อฟ้อนจบทั้ง ๓๒ ท่าแล้ว “นบน้อมขอกราบลงวาง”แล้วจบด้วยการฟ้อนดาบ “พญาเข้าเมือง”</div>
<div class="separator">และปัจจุบันนี้ ท่าฟ้อนดาบทั้ง ๓๒ ท่าที่พ่อครูคำ กาไวย์ และอาจารย์ธีรยุทธ ยวงศรี ได้เรียบเรียงไว้นี้ถือเป็นท่าฟ้อนดาบมาตรฐานที่เป็นต้นแบบให้กับผู้ที่ เริ่มต้นเรียนฟ้อนดาบอุปกรณ์ในการแสดงการฟ้อนดาบทั่วไปนิยมใช้ดาบเมืองจำนวน ๒ เล่ม โดยจะวางดาบไว้กับพื้น แล้วผู้ฟ้อนจะไหว้ครูบาอาจารย์ ฟ้อนเชิง ตบบะผาบ แล้วจึงจะมาหยิบดาบร่ายรำไปจนครบ ๓๒ ท่า แล้ววางดาบลงกับพื้นอีกครั้ง</div>
<p style="text-align: center;"><iframe src="https://www.youtube.com/embed/BscMC2GsrdQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ฟ้อนดาบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟ้อนสาวไหม</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 04:23:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้อน ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[บัวเรียว รัตนมณีกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยศรี สรรพศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อน ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนสาวไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนสาวไหม ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนสาวไหม ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟ้อนสาวไหม เป็นศิลปะการฟ้อนรำประเภทหนึ่งของชาวล้านนาที่มีพัฒนาการทางรูปแบบมาจากการ เลียนแบบอากัปกิริยาการสาวไหม ผู้ฟ้อนส่วนใหญ่มักเป็นหญิงสาว</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">ฟ้อนสาวไหม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;"><a name="ddm1"></a>ฟ้อนสาวไหม เป็นศิลปะการฟ้อนรำประเภทหนึ่งของชาวล้านนา ที่มีพัฒนาการทางรูปแบบมาจากการ เลียนแบบอากัปกิริยาการสาวไหม ผู้ฟ้อนส่วนใหญ่มักเป็นหญิงสาว ลีลาในการฟ้อนดูอ่อนช้อยและงดงามยิ่ง</span></h2>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ฟ้อนสาวไหม</strong></span> เป็นศิลปการฟ้อนรำประเภทหนึ่งของชาวล้านนา ที่มีพัฒนาการทางรูปแบบมาจากการ เลียนแบบอากัปกิริยาอาการของสาวไหม ผู้ฟ้อนส่วนใหญ่มักเป็นหญิงสาว ลีลาในการฟ้อนดูอ่อนช้อยและงดงามยิ่ง ฟ้อนสาวไหมเป็นฟ้อนทางภาคเหนือ เป็นการฟ้อนพื้นเมืองที่เลียนแบบมาจากการทอผ้าไหมของชาวบ้าน การฟ้อนสาวไหมเป็นการฟ้อนรำแบบเก่า เป็นท่าหนึ่งของ <span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/">ฟ้อนเจิง</a></strong></span> ซึ่งอยู่ในชุดเดียวกับการฟ้อนดาบ ลีลาการฟ้อนเป็นจังหวะที่คล่องแคล่วและรวดเร็ว (สะดุดเป็นช่วง ๆ เหมือนการทอผ้าด้วยกี่กระตุก)</p>
<p>ประมาณปี พ.ศ. 2500 คุณบัวเรียว รัตนมณีกรณ์ ได้คิดท่ารำขึ้นมาโดยอยู่ภายใต้การแนะนำของบิดา ท่ารำนี้ได้เน้นถึงการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ซึ่งเป็นท่าที่เหมาะสมในการป้องกันไม่ให้เส้นไหมพันกันในปี พ.ศ. 2507 <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">คุณพลอยสี สรรพศรี</a> ช่างฟ้อนเก่าในวังของเจ้าเชียงใหม่องค์สุดท้าย (เจ้าแก้วนวรัฐ) ได้ร่วมกับคุณบัวเรียวขัดเกลาท่ารำขึ้นใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 คณะอาจารย์วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ได้คิดท่ารำขึ้นมาเป็นแบบฉบับของวิทยาลัยเอง ทางวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ได้ปรับปรุงสืบทอด มาจากครู พลอยศรี สรรพศรี ทั้งนี้ ครูพลอยศรี ได้ถ่ายแบบรับท่ามาจากหญิงชาวบ้านที่จังหวัดเชียงราย ชื่อ บัวเรียว รัตนมณีกรณ์ ซึ่งคุณบัวเรียวก็ได้เรียนการฟ้อนนี้มาจากบิดาของตนอีกทีหนึ่ง</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ฟ้อนสาวไหม</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ลักษณะเด่นของการแสดงฟ้อนสาวไหม</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">ผู้แสดงฟ้อนสาวไหม</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">การแต่งกายฟ้อนสาวไหม</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">ท่าทางการแสดงฟ้อนสาวไหม</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">ดนตรีฟ้อนสาวไหม</a></li>
</ul>
<p></div>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEhXLJ8Fp3h0SXNzy4Me3e2mOjEGcW4xHRGQNxnVlOhdA7L3nP-zJrEsBEnoHVCTDeJOyUoU2jsh_tYObhsdcd0H1awiipgmQDUgGKqIXmF0u2I4Tx-ZglgasbW5nNn4tr8AIoHrrlqNTcw891Oml7ruLA26KKN3gncys3hzpjl5aJ9pNKkYApqgshjACQ=s16000" alt="ฟ้อนสาวไหม เป็นศิลปะการฟ้อนรำประเภทหนึ่งของชาวล้านนา" width="480" height="360" border="0" data-original-height="360" data-original-width="480" /></p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm2"></a>ลักษณะเด่นของการแสดงฟ้อนสาวไหม</span></h3>
<p>เป็นฟ้อนพื้นเมืองที่เลียนแบบมาจากการทอผ้าไหมของชาวบ้าน การฟ้อนสาวไหม เป็นการฟ้อนรำแบบเก่า เป็นท่าหนึ่งของฟ้องเจิงซึ่งอยู่ในชุดรำเดียวกับการฟ้อนดาบ ลีลาการฟ้อนเป็นจังหวะที่ คล่องแคล่วและรวดเร็ว</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm3"></a>ผู้แสดงฟ้อนสาวไหม</span></h3>
<p>ใช้ผู้หญิงแสดงจำนวนเท่าไรก็ได้ ปัจจุบันก็มีผู้ชายเข้ามาแสดงด้วยก็มี</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm4"></a>การแต่งกายฟ้อนสาวไหม</span></h3>
<p>แต่งกายแบบพื้นเมือง คือนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อแขนกระบอกห่มสไบทับ เกล้าผมมวยประดับดอกไม้</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>ท่าทางการแสดงฟ้อนสาวไหม</span></h3>
<p>เริ่มจากการแสดงท่าหักร้างถางพง เพาะปลูกฝ้ายและหม่อน ซึ่งเป็นการแสดงของช่างฟ้อนชาย เพิ่งเพิ่มเข้ามาภายหลัง  ต่อจากนั้นก็เป็นท่วงท่าในการฟ้อนสาวไหมเริ่มจากท่าเลือกไหม ดึงไหมออกจากรัง ม้วนไหม สาวไหมออกจากตัว ไหล่ ศีรษะ เท้า ม้วนไหมใต้ศอก พุ่งกระสวย กรอไหม พาดไหม ป๊อกไหม จนกระทั่งชื่นชมกับผ้าที่ทอสำเร็จแล้ว</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm6"></a>ดนตรีฟ้อนสาวไหม</span></h3>
<p>ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อน จะใช้วงดนตรีพื้นเมืองซึ่งมีสะล้อ ซอ ซึง เพลงร้องมักไม่นิยมมี จะมีแต่เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบ แต่เดิมที่บิดาของคุณบัวเรียวใช้นั้นเป็นเพลงปราสาทไหว ส่วนคุณบัวเรียวจะใช้เพลงลาวสมเด็จ เมื่อมีการถ่ายทอดมาครูนาฎศิลป์ได้เลือกสรรใช้เพลง &#8220;ซอปั่นฝ้าย&#8221; ซึ่งมีท่วงทำนองเป็นเพลงซอทำนองหนึ่งที่นิยมกันในจังหวัดน่าน และมีลีลาที่สอดคล้องกับการฟ้อนสาวไหมอย่างงดงามยิ่ง</p>
<p>สถานที่แสดง    ไม่จำกัดเวที<br />
โอกาสที่แสดง   แสดงได้ทุกโอกาส และในงานเทศกาลหรืองานนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/_P78Lf73j8I" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">ฟ้อนสาวไหม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลองสะบัดชัย</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 04:18:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแสดงพื้นเมือง ภาคเหนือ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองสะบัดชัย]]></category>
		<category><![CDATA[การตีกลองสะบัดชัย]]></category>
		<category><![CDATA[การละเล่นพื้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะการแสดงล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลองสะบัดชัย เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมักจะพบเห็นในขบวนแห่ หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผน เร้าใจ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">กลองสะบัดชัย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff9900;">กลองสะบัดชัย ศิลปการแสดงกลองสะบัดชัย การแสดงพื้นบ้านล้าน<br />
</span></h2>
<p><span style="color: #993300;"><strong>การตีกลองสะบัดชัย</strong></span> เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งมักจะพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผนเร้าใจ มีการใช้อวัยวะหรือส่วนของร่างกายที่ใช้เป็นอาวุธได้ประกอบในการตีด้วย ทำให้การตีกลองสะบัดชัย เป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้ดูชม จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน</p>
<p>นับได้ว่าศิลปะการตีกลองสะบัดชัยเป็นศิลปะที่นำชื่อเสียง ทางด้านวัฒนธรรมสู่ล้านนาไม่น้อย บทบาทของกลองสะบัดชัยตอนนี้ คืออยู่ในฐานะ &#8216;การแสดง&#8217; และก่อนที่จะมาเป็นการแสดงนั้น กลองสะบัดชัยได้พัฒนามาแล้วทั้งหน้าที่ รูปร่างลักษณะ จังหวะและการตี กลองสะบัดจะใช้ตีในโอกาสต่าง ๆ ได้แก่ เป็นสัญญาณโจมตีข้าศึกหรือบอกข่าวสารในชุมชน งานมหรสพหรืองานบุญ การประโคมฉลองชัยชนะ และเป็นการประโคมเพื่อความสนุกสนาน</p>
<p>กลองสะบัดชัยเป็นกลองที่มีประวัติยาวนาน จนขาดข้อมูลที่ชัดเจน ดังนั้นการศึกษาประวัติของกลองสะบัดชัยจึงเป็นการฟังจากเรื่องเล่าที่ผูกพันกับตำนานและแฝงคติความเชื่อเข้าไป</p>

<h3><span style="color: #ff9900;">ตำนานกลองสะบัดชัย กับการปราบยักษ์</span></h3>
<p>หากจะเล่าถึงประวัติของกลองสะบัดชัย ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือพ่อครูด้านกลองจะไม่เล่าถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงว่าใครเป็นผู้คิด มีวิวัฒนาการมาจากกลองอะไร แต่จะเล่าเป็นตำนานเก่าแก่ว่า ในอดีตบ้านเมืองที่เคยสงบสุขบนโลกมนุษย์ก็ต้องวุ่นวาย ผู้คนพากันหวาดกลัว เนื่องจากมียักษ์ตาทิพย์ออกมาปรากฏตัว และกินคน ดังที่มาณพ ยารณะ (เครือข่ายสืบสานภูมิปัญญาล้านนา : วีดิทัศน์) หรือพ่อครูพันเล่าว่า</p>
<p>“ยักษ์จะลงมากินคน ทุกวันพระลงมากินคน 1 คน เป็นยักษ์ตาทิพย์ พระอินทร์จึงร้อนใจ มนุษย์เดือดร้อนอะไรถึงได้ตีกลองให้ได้ยิน มองลงมาก็เห็นยักษ์มากินคน พระอินทร์จึงแปลงกายมาเป็นคนธรรมดาลงมา<br />
บนโลก ตอนที่ยักษ์จะมากินคน กินไปแล้วหนึ่งคน แล้วก็จะกินผู้หญิงอีกคนหนึ่ง พระอินทร์จึงท้าว่า ถ้าวันพระครั้งหน้าไม่พบผู้หญิงคนนี้ ให้เลิกกินคน ยักษ์ก็รับคำท้ามั่นใจว่านำผู้หญิงคนนี้ไปซ่อนที่ไหนก็ต้องพบ เพราะเป็นยักษ์ตาทิพย์ พระอินทร์ก็สร้างคาถา เขียนติดขอบกลองทุกใบแล้วเอาผู้หญิงไปซ่อนไว้ในกลอง ยักษ์ก็ลงมาจะมากินผู้หญิง พระอินทร์ก็แปลงกายมาเป็นคนอีก แล้วมาตีกลองเป็นคาถาธรรม ยักษ์ก็เลยไม่เห็น จึงแพ้ไป หนีไปเลย เมื่อยักษ์ไม่มาพระอินทร์ก็หมดธุระ จึงชี้ไปที่กลองแล้วบอกว่า นี่แหละ กลองชัยมงคลของพวกเจ้า แล้วก็ไปเลย&#8221;</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">รูปลักษณ์ของกลองสะบัดชัย</span></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-841" src="https://1.bp.blogspot.com/-t5HxTzm0iQU/YX4r5ixkxvI/AAAAAAAAGr8/xZqidIJiwN8fLwBkaTu1tKgJATev1XFmACLcBGAsYHQ/s0/art-culture_chiangmai-pic056.jpg" width="660" height="400" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-841" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai.jpg" alt="" width="660" height="400" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai.jpg 660w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/glong-sabudchai-100x62.jpg 100w" sizes="auto, (max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>กลองสะบัดชัย เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมักจะพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผน เร้าใจ มีการใช้อวัยวะหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ศอก เข่า ศีรษะ ประกอบในการตีด้วย ทำให้การแสดงการตีกลองสะบัดชัยเป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้ชม จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">บทบาทของกลองสะบัดชัย</span></h3>
<p>อาจกล่าวได้ว่า การตีกลองสะบัดชัย เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ที่ได้นำชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมพื้นบ้านสู่ล้านนา และบทบาทของกลองสะบัดชัย จึงอยู่ในฐานะการแสดงในงานวัฒนธรรมต่างๆ เช่น งานขันโตก งานพิธีต้อนรับแขกเมือง และขบวนแห่ ฯลฯ<br />
แต่โอกาสในการใช้กลองสะบัดชัยแต่เดิม มาจนถึงปัจจุบันยังมีอีกหลายประการ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏในวรรณคดีต่างๆ มากมาย สรุปได้ดังนี้</p>
<p><b> 1. ใช้ตีบอกสัญญาณ </b><br />
<b><br />
การใช้กลองสะบัดชัยตีบอกสัญญาณนั้นมีหลายลักษณะ ดังนี้</b></p>
<p><b> 1.1 สัญญาณโจมตีข้าศึก</b> ในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับวัดพระงาม ผูกที่ 2 กล่าวถึงสมัยพระญามังราย ตอนขุนครามรบพระญาเบิกที่เมืองเขลางค์ ขุนครามแต่งกลให้ขุนเมืองเชริงเป็นปีกขวา ขุนเมืองฝางเป็นปีกซ้าย ยกพลเข้าโจมตี กล่าวว่า “เจ้าขุนครามแต่งกลเสิก็อันนี้ แล้วก็หื้อสัญญาริพลเคาะคล้องโย้ง (ค้อง) ตีกลองชัย ยกสกุลโยธาเข้าชูชนพระญาเบิก ยู้ขึ้นมาวันนั้นแล” กลองชัยในที่นี้ คือ กลองสะบัดชัยนั่นเอง เพราะในบริบทที่ใกล้เคียงกันนี้มีคำว่า “สะบัดชัย” ตีคู่กับค้องอยู่ด้วย กล่าวคือในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเดียวกันผูกที่ 4 สมัยพระญาสามฝั่งแกนครองเมืองเชียงใหม่ พระญาลุ่มฟ้าห้อยกพลเข้าตีเชียงแสน ชาวเมืองแต่งกลศึกโดยขุดหลุมพรางฝังหลาว แล้วตีปีกทัพล้อมไล่ทัพห้อให้ถูกกล “ยามแตรจักใกล้เที่ยงวันหร้อ (ฮ่อ) ยกพลเสิก็เข้ามาชาวเราจิ่งเคาะคล้อง (ค้อง) ตีสะบัดชัย ยกพลเสิก็กวมปีกกากุมติดไว้” และในสมัยพระญาติโลกราช ตอนหมื่นด้งนครรบชาวใต้ (สองแคว) ได้ให้พลโยธาซุ่มอยู่จนข้าศึกตายใจแล้ว กล่าวว่า “หมื่นด้งหื้อเคาะคล้องโย้ง ตีสะบัดชัย เป่าพูลุ ลาภา ปลี่หร้อยอพลเสิก็เข้า ฝูงอยู่ฅุ่มไม้ก็สว่ายแดงช้างตีจองวองยู่ข้าไพ โห่ร้องมี่นันมากนัก”<br />
<b> 1.2 สัญญาณบอกข่าวในชุมชน </b> วรรณกรรมไทเขินเรื่อง “เจ้าบุญหลง” ผูกที่ 5 ตอนชาวเมืองปัญจรนครผูกผุสรถเพื่อเสี่ยงเอาพระญาเจ้าเมือง อำมาตย์ได้สั่งให้เสนาไปป่าวประกาศ “อามาตย์แก้วพรองเมือง หื้อเสนาเนืองเอิ้นป่าว ฅอนฟาดหน้ากลองไชย เสียงดังไปผับจอด รู้รอดเสี้ยงปัญจรนคร” และผูกที่ 7 ตอนเจ้าพรหมปันจัดเตรียมทัพไปเยี่ยมอนุชาและมารดา ได้สั่งให้เสนาไปร้องป่าวให้ชาวเมืองเตรียมขบวนร่วมด้วย “เจ้าก็ร้องเสนามาสู่ แทบใกล้กู่ ตนฅำ ปลงอาชญาทำโดยรีบ ถีบคนใช้หนังสือ กลองสะบัดชัยตีป่าว กล่าวไพร่ฟ้ามามวล”</p>
<p><b>2. เป็นมหรสพ </b></p>
<p>วรรณกรรมเรื่อง อุสสบารส ผูกที่ 1 ตอนพระยากาลีพรหมทัตราชให้นำมเหสีสุราเทวีไปเที่ยวชมสวนอุทยานและในสวน อุทยานก็มีการเล่นมหรสพ “มหาชนา อันว่าคนทังหลายก็เหล้นมโหสรพหลายประการต่างๆ ลางพร่องก็ตีกลองสะบัดชัยตื่นเต้น ลางพร่องก็ตีพาทย์ค้องการะสับ ลางพร่องเยียะหลายฉบับ ฟ้อนตบตีนมือ ลางพร่องปักกะดิกเอามือตางตีน”</p>
<p>ในวรรณกรรมประเภทคร่าวซอเรื่อง หงส์หิน ที่แต่งโดยเจ้าสุริยวงศ์ ตอนมีงานสมโภชเจ้าหงส์หินได้เป็นเจ้าเมือง กล่าวถึงการเล่นมหรสพต่างๆ ซึ่งมีกลองสะบัดชัยด้วยว่า</p>
<p>“เจ็ดแบกเมี้ยน บ่ถูกตัวเขา ดาบลาเอา ท่ารบออกเหล้น<br />
กลองสะบัดชัย ลูกตุบไล่เต้น ขบวนเชิงต่อยุทธ์<br />
ชนผัดหลัง แล้ววางอาวุธ พิฆาตข้าฟันลอง”</p>
<p>และ แม้ในงานศพของกษัตริย์ หรือเจ้าเมืองก็มีกลองสะบัดชัยเป็นมหรสพ เช่น ที่ปรากฏในวรรณกรรมคร่าวซอเรื่อง “ก่ำกาดำ” ตอนงานศพพระญาพาราณสี</p>
<p>“เชิญพระศพมา ฐานาตั้งไว้ กลางข่วงกว้างเมรุไชย<br />
ฟังดูกลองค้อง พิณพาทย์เสียงใส เภรีบัดไชย สรรญเสริญเจ้า”</p>
<p><b> 3. เป็นเครื่องประโคมฉลองชัยชนะ</b></p>
<p>วรรณกรรมเรื่องอุสสาบารส ผูกที่ 12 ตอนพระขิตราชรบศึกชนะก็มีการตีกลองสะบัดชัยเฉลิมฉลอง “ส่วนว่าริพลโยธาพระขิตราชก็ตีกลองสะบัดชัยเห ล้นม่วน โห่ร้องอุกขลุกมี่นันนัก เสียงสนั่นก้องใต้ฟ้าเหนือดินมากนัก ปุนกระสันใจเมืองพานมากนัก” อีกตอนหนึ่งในผูกเดียวกันว่า “ส่วนพระขิตราช…มีไชยยุทธ์ หากได้แล้วก็ตีค้องกลองสะบัดชัยสงวนม่วนเหล้น กวัดแกว่งดาบฟ้อนไปมา”</p>
<p><b> 4. เป็นเครื่องประโคมเพื่อความสนุกสนาน</b></p>
<p>ในวรรณกรรมประเภทโคลงเรื่องอุสสาบารส มีการตีกลองสะบัดชัย ดื่มสุราในเหล่าพลโยธายามว่างจากการรบ ดังปรากฏในโคลงบทที่ 130 ว่า<br />
“พลท้าวชมชื่นเหล้น สะบัดชัย อยู่แล<br />
มัวม่วนกินสนุกใจ โห่เหล้า<br />
ทัพหลวงแห่งพระขิต ชมโชค พระเอย่<br />
กลองอุ่นเมืองท้าวก้อง ติ่งแตร”</p>
<p>บทบาทและหน้าที่ของกลองสะบัดชัยจากหลักฐานทางวรรณกรรมดังกล่าว แสดงว่าแต่เดิมนั้นเกี่ยวพันกับฝ่ายอาณาจักรกษัตริย์หรือเจ้าเมืองและกองทัพ ทั้งนั้น ต่อมาเมื่อสถาบันกษัตริย์เจ้าเมืองของ</p>
<p>ล้านนาถูกลดอำนาจจนสูญสิ้นไปในที่สุด กลองสะบัดชัยซึ่งถือได้ว่าเป็นของสูง จึงเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปอยู่กับ “ศาสนจักร” ซึ่งมีบทบาทคู่กับ “อาณาจักร” มาตลอด ศาสนสถานของพุทธศาสนาคือวัด ฉะนั้นวัดจึงน่าจะเป็นสถานที่รองรับกลองสะบัดชัยมาอีกทอดหนึ่ง และเมื่อเข้าไปอยู่ในวัดหน้าที่ใหม่ที่เพิ่มขึ้น คือตีเป็น “พุทธบูชา” จนได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า กลองปูชา (อ่าน “ก๋องปู๋จา”) เวลาตีก็บอกว่า &#8220;ตีกลองปูชา&#8221; กระนั้นก็ตามหลายแห่งยังพูดว่า ตีกลองสะบัดชัย อยู่ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้จะได้หน้าที่ใหม่แล้ว หน้าที่เดิมที่ยังคงอยู่ก็คือเป็น “สัญญาณ” เพราะวัดเป็นศูนย์รวมของชุมชน ข่าวสารต่างๆ จึงมักออกจากวัด ปัจจุบันจึงได้ยินเสียงกลองจากวัดอยู่บ้าง (เฉพาะวัดที่ยังไม่มีเครื่องเสียงตามสาย) เพื่อเป็นสัญญาณเรียกประชุมสัญญาณบอกเหตุฉุกเฉิน สัญญาณบอกวันโกน วันพระ และหน้าที่รองลงมาที่เกือบจะสูญหายแล้วคือใช้ใน “มหรสพ” ซึ่งเหลือเฉพาะในงานบุญคือ บุญสลากภัตต์ที่เรียกว่า ทานกวยสลาก (อ่าน “ตานก๋วยสะหลาก”) แม้จะพบว่ามีการปรากฏตัวในฐานะมหรสพ ในสถานที่อื่นนอกเหนือจากวัด แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ดังจะได้กล่าวเป็นลำดับไป</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ประเภทของกลองสะบัดชัย</span></h3>
<p>กลองสะบัดชัยหรือกลองชัยเป็นกลองที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นและถูกใช้คู่ กับประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านนามาเป็นเวลานาน จนไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ว่ากลองสะบัดชัยแบบดั้งเดิมมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร อย่างไรก็ดีสนั่น ธรรมธิ (2537:33-34) แบ่งกลองสะบัดชัยที่พบเห็นได้ในปัจจุบันเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี</p>
<p>กล่าวโดยสรุปกลองสะบัดชัยในปัจจุบันนี้มี 3 ประเภทคือ</p>
<p>1. กลองสองหน้าขนาดใหญ่ มีลูกตุบที่มักเรียกว่า “กลองปูชา” แขวนอยู่ในหอกลองของวัดต่าง ๆ ลักษณะการตีมีจังหวะหรือทานองที่เรียกว่า “ระบ่า” ทั้งช้าและเร็ว บางระบามีฉาบและฆ้อง บางระบามีคนตีไม้แสะประกอบอย่างเดียว</p>
<p>2. กลองสองหน้า มีลูกตุบและคานหามซึ่งเป็นกลองที่จาลองแบบมาจากประเภทแรก เวลาตีผู้ตีจะถือไม้แสะข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งถือไม้ตีกลอง การตีลักษณะนี้อาจมีฉาบและฆ้องประกอบหรือไม่มีก็ได้ ปัจจุบันกลองสะบัดชัยประเภทนี้เกือบสูญหายไปแล้ว ผู้ที่ตีได้และยังมีชีวิตอยู่ (2548) เท่าที่ทราบคือ ครูมานพ (พัน) ยารณะ ซึ่งเป็นศรัทธาวัดสันป่าข่อย อาเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>3. กลองสองหน้า มีคานหาม ไม่มีลูกตุบ มีฉาบ ฆ้อง ประกอบจังหวะ และมักมีนาคไม้แกะสลักประดับซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายปัจจุบัน</p>
<p>กลองสะบัดชัยทั้ง 3 ประเภท ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูให้หวนกลับมาสู่ความนิยมอีก โดยประเภทแรกนอกจากจะมีการสอนให้ตีและมีบทบาทในวัด ก็ได้มีการนาเข้าสู่ขบวนซึ่งอาจมีการเคลื่อนย้ายโดยยกขึ้นค้างแล้วติดล้อเลื่อน ประเภทที่สองมีการเผยแพร่และกาลังเป็นที่นิยม สาหรับประเภทสุดท้ายก็ปรากฏแพร่หลายจนเกือบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของกลองล้านนา</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ชมการตีกลองสะบัดชัย</span></h3>
<h4><span style="color: #ff9900;">กลองสะบัดชัย ถวายพระพร</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/M94vIq7UFhQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #ff9900;">การตีกลองสะบัดชัย<br />
</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/dzcljRVgOis" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #ff9900;">กลองสะบัดชัยรางวัลชนะเลิศ คณะเยาวชนวัดชัยสถาน (ป่าเสร้าน้อย) ตำบลสูนปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่</span></h4>
<p>กลองสะบัดชัยรางวัลชนะเลิศ คณะเยาวชน<strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94/"><span style="color: #0000ff;">วัดชัยสถาน</span></a><span style="color: #0000ff;">(ป่าเสร้าน้อย)</span></strong> ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ (๐๕๓) ๘๘๗๒๔๙, ,๐๘๔-๖๑๐๖๐๔๑ (ฟอร์ด) ,การประกวดศิลปะการตีกลองสะบัดชัย งานสืบสานมรดกไทย เทิดเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร ณ บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ เทิดพระเกียรติเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/H9jy4eTEPnY" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ความคิดเห็นจากวิดีโอ คุณบิ๊กบี นินจา : กลองสะบัดชัย แปลเป็นไทยก็มีความหมายถึง การตีกลองเรียกขวัญกำลังใจเพื่อชัยชนะ จังหวะและท่าทางการฟ้อนในการตีกลองสะบัดชัยนี้ เมื่อก่อนเอาไว้ปลุกใจ นักรบ ก่อนออกศึก ทางเหนือ จะเก่งเรื่องการใช้ดาบ 2 มือมาก ท่าทางการตีกลองจึงมีความคล้ายคลึงกับการควงดาบ และทุกท่าการเร่งรำ นำมาจากทักษะการซ้อมรบด้วยดาบ 2 มือ เมื่อนักรบได้เห็นท่าร่ายรำ จากการตีกลองจะทำให้นักรบทบทวนกระบวนดาบกระบวนมวยเป็นครั้งสุดท้ายนั่นเอง นักรบจะได้ทั้งความบรรเทิง คนความหึกเหิม และความรู้จดจำทบทวนทักษะความรู้ในการรบที่ฝึกฝนมา พร้อมกันทั้งหมดไปในตัว คนเมื่อก่อนมักจะคิดอะไรหลักแหลมมากกว่าที่เราคิดน</p>
<h4><span style="color: #ff9900;">ประชันกลองสะบัดชัย</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/3FWPh1zT2-4" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><b>สนั่น ธรรมธิ<br />
สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</b></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
ต้นฉบับ : http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/04/12/</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">กลองสะบัดชัย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
