<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาหารเหนือ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/category/เกี่ยวกับเชียงใหม่/อาหารเหนือ/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Aug 2022 04:55:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.3</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>อาหารเหนือ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/category/เกี่ยวกับเชียงใหม่/อาหารเหนือ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ข้าวซอย</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Aug 2022 04:55:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวซอย เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวซอยไก่]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=13236</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้าวซอย อาหารเหนือ ข้าวซอย คืออาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย เดิมเรียกว่า "ก๋วยเตี๋ยวฮ่อ"เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนยูนนานหรือฮ่อ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a2/">ข้าวซอย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff9900;">ข้าวซอย อาหารเหนือ</span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ข้าวซอย</strong></span> คืออาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย เดิมเรียกว่า &#8220;ก๋วยเตี๋ยวฮ่อ&#8221;เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนยูนนานหรือฮ่อ มีลักษณะคล้ายเส้นบะหมี่ ในน้ำซุปที่ใส่เครื่องแกง รสจัดจ้าน มีเครื่องเคียง ได้แก่ ผักกาดดอง หอมหัวแดง ยำกะหล่ำปลีและมีเครื่องปรุงรส เช่น พริกผัดน้ำมัน น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล ในตำรับดั้งเดิมเนื้อที่ใช้เป็นเนื้อไก่หรือเนื้อวัว แต่ในปัจจุบันร้านอาหารหลายแห่งได้มีการใช้เนื้อหมูแทน บางแห่งอาจเพิ่มอาหารทะเลหรือเต้าหู้เป็นส่วนประกอบ</p>

<h3><span style="color: #ff9900;">ประวัติข้าวซอย อาหารเหนือ</span></h3>
<p>ข้าวซอยมีต้นกำเนิดจากชาวจีนมุสลิม ที่อพยพมาจาก มณฑลยูนนาน ประเทศจีน มาอยู่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ประเทศพม่า และประเทศลาวแต่เดิมข้าวซอยไม่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ เรียกว่า “ข้าวซอยน้ำใส” ต่อมาได้มีการเพิ่มกะทิเข้าไปจนเป็นที่นิยมอย่างมากและกลายมาเป็นลักษณะข้าวซอยที่รู้จักกันในปัจจุบัน ข้าวซอยจึงเป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างอาหารจีน อาหารตะวันออกกลางและอาหารเอเชียอาคเนย์</p>
<p>ความเชื่อที่ว่ามาจากวัฒนธรรมอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากการทำการค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนฮ่อหรือชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน ชิงไห่ และก่านซู ของประเทศจีน หรือที่เรียกว่า จีนฮ่อ หรือ แข่ฮ่อ (แข่ เป็นภาษาไต ใช้เรียกชาวจีน) ผู้อธิบายคำว่า “ฮ่อ” ไว้หลายทฤษฎี เช่น คำนี้มาจากคำว่า “หุย” ซึ่งเป็นภาษาจีนหมายถึงชนชาติที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นพวกมองโกลที่มาจากเอเชียตะวันตกและเอเชียกลาง ปัจจุบันคือประเทศคาซัคสถาน, กีรจีสถาน, ทาจิกิสถาน และ อูสเบกิสถาน พวกเขาประกอบอาชีพค้าขายและขนส่ง</p>
<p>ก่อนปลายศตวรรษที่ 19 จีนฮ่อได้เปิดเส้นทางค้าขายระหว่างชุมชนแถบนี้กับมาตุภูมิของตน 3 เส้นทาง และเส้นทางที่ผ่านเมืองเชียงใหม่จัดเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญและมีการตั้งถิ่นฐาน ภายหลังตั้งถิ่นฐานก็ประกอบอาชีพที่ตนถนัด คือทำการค้าขาย ส่วนหนึ่งก็ขายอาหาร เหมือนกับคนไทยที่ไปตั้งหลักแหล่งอยู่ต่างประเทศ อาชีพแรก ๆ ที่มักจะทำคือเปิดร้านอาหาร ชาวฮ่อก็เปิดร้านข้าวซอย โดยสมัยนั้นเขาทำเส้นบะหมี่กันสด ๆ แล้วลงหม้อต้มเลย ด้วยกระบวนการเอา แป้งข้าวสาลี ไข่ เกลือ น้ำ มาผสมกันแล้วนวด จนเข้ากันดี แล้วกดรีดให้เป็นแผ่น แล้วเอามีดมาซอยแผ่นแป้งให้เป็นเส้น จึงเรียกว่า “ข้าวซอย”</p>
<p>มาจนกระทั่งประมาณปี พ.ศ. 2475 ชุมชนเมืองเชียงใหม่มีขนาดโตขึ้นมาก มีตลาดวโรรส หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่า “กาดหลวง” เป็นตลาดกลางของเมืองเชียงใหม่ ตอนนั้นมีร้านข้าวซอยฮ่อร้านหนึ่งมาตั้งอยู่ทางหลังตลาดบริเวณแถวศาลเจ้ากวนอู ในตรอกข่วงเมรุ ข้าวซอยสมัยนั้น เป็นอาหารที่มีลักษณะคล้ายเส้นบะหมี่ในน้ำซุป แต่เดิมข้าวซอยไม่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ เรียกว่าข้าวซอยน้ำใส</p>
<p>ต่อมาได้มีการพัฒนาให้เข้ากับลักษณะความชอบของคนไทยมากขึ้นด้วยการเติมส่วนผสมของกะทิ พริกแกงข้าวซอยมีส่วนผสมของเครื่องเทศ เช่น เฉาก่อ จันทร์แปดกลีบ คัวเจียว โรยหน้าด้วยเส้นข้าวซอยทอดกรอบ กินกับเครื่องเคียงเช่น หอมแดงสดที่มีรสชาติเผ็ดร้อนแก้โรคไข้หวัด ผักกาดดองมีรสเปรี้ยว หวานตัดกับความหวานมันของน้ำแกง และพริกป่นผัดน้ำมัน พร้อมมะนาวฝาน เพื่อลดความมันของกะทิ ส่วนน้ำพริกข้าวซอยฮ่อ มีส่วนผสมของเครื่องเทศที่เรียกว่า ลูกชะโก ส่วนผักดองของแกล้มกันนั้นต้องดองเอง ใช้พริกป่นอย่างดี สั่ง รากซู (ผักที่มีหัวอยู่ใต้ดิน) มีเครื่องปรุงรส เช่น พริกผัดน้ำมัน น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล สำหรับตำรับดั้งเดิมเนื้อที่ใช้เป็นเนื้อไก่หรือเนื้อวัว แต่ในปัจจุบันร้านอาหารหลายแห่งได้มีการใช้เนื้อหมูแทน อาหารจานนี้มักไม่ค่อยมีจำหน่ายในร้านอาหารไทยในต่างประเทศ จะพบบ่อยก็แต่ทางภาคเหนือของไทย</p>
<p>อีกความเชื่อที่ว่า ข้าวซอยน่าจะได้รับอิทธิพลจากอาหารของพม่า ที่ประเทศพม่ามีอาหารเมนูหนึ่ง ชื่อว่า &#8220;อนโน เขาสะเว&#8221; (Ohn-No Khao Swe) เป็นอาหารจานเด่นของพม่า หน้าตาคล้ายข้าวซอย แต่ไม่ได้ใส่เครื่องเทศมากเหมือนของไทย เส้นก็คล้ายกันคือจะใช้เส้นที่ทำจากแป้งสาลี กินกับพริกแห้งคั่วน้ำมัน และโรยด้วยเส้นทอดกรอบ</p>
<p>ออสติน บุช (ที่มา https://sites.google.com/site/khawsxyneuxphakhhenux/prawati-khwam-pen-ma)) สืบค้นและรวบรวมจากหนังสือแล้วนำมาผนวกกับข้อมูลที่ได้จากการสอบถามจากคนเก่าแก่ในแต่ละพื้นที่ ชี้เบาะแสว่า ข้าวซอยในยุคนั้นเป็นเส้นหมี่ที่ทำจากข้าว ไม่ใช่จากเส้นหมี่ที่ทำจากข้าวสาลีและไข่ ราดด้วยเนื้อวัวบดที่ผัดกับผักดองต่างๆ ไม่ใช่ด้วยแกงเนื้อชิ้นใหญ่ๆ ที่เห็นในปัจจุบัน และคนขายข้าวซอยในปัจจุบันก็เห็นต้องกันว่า ข้าวซอยในยุคนั้นไม่ปรุงด้วยน้ำกะทิแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน พร้อมกับตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของคำว่า &#8220;ข้าวซอย&#8221; ว่า &#8221; น่าจะมาจาก ′เขาสะเว′ (Khao Swe) ปัจจุบันหมายถึง ′ก๋วยเตี๋ยว′ (Noodle) แต่ต้นกำเนิดของคำนี้เข้าใจว่าเป็นภาษาไทใหญ่ ที่อธิบายถึงวิธีการทำเส้นของสมัยก่อน จะเห็นได้ว่าที่เชียงใหม่มีข้าวซอยที่เรียกว่า ′ปาปาแซ′ (ที่ ′บ้านฮ่อ′ ถนนเจริญประเทศ 1 ย่านพักอาศัยของชาวจีนมุสลิม) จะปรุงโดยการนำข้าวไปต้มนานๆ จนเป็นก้อน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ&#8221;</p>
<p>ซึ่งเมื่อเอ่ยถึง &#8220;กะทิ&#8221; ออสตินกล่าวว่า นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่แสดงถึงการเป็นวัฒนธรรมนำเข้า เพราะมะพร้าวไม่สามารถเจริญงอกงามได้ในภูมิอากาศของภูมิภาคนี้ &#8220;ผมว่าเขาเลียนแบบ อนโน เขาสะเว ของพม่า ที่มีการใส่กะทิ อาหารจานคาวของภาคเหนือแทบจะไม่มีสักอย่างที่ใส่กะทิ”</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ที่มาของชื่อข้าวซอย</span></h3>
<p>เส้นข้าวซอยทำจากแป้งข้าวสาลีผสมน้ำและไข่ แล้วนวดจนได้เนื้อเนียน รีดเป็นแผ่น แล้วซอยเป็นเส้นแบนๆ บางๆ จึงถูกเรียกว่า ‘ข้าวซอย’</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ข้าวซอยแต่ละแบบ</span></h3>
<h4>ข้าวซอยแบบชาวจีนยูนนานดั้งเดิม</h4>
<p>ข้าวซอยแบบดั้งเดิมของชาวจีนยูนนานหรือจีนฮ่อมีลักษณะเหมือน ปาปาซือ, ปาปาซอยหรือเออร์(Erkuai) ซึ่งเป็นเส้นเอกลักษณ์ของชาวจีนยูนนานคือมีลักษณะเป็นเส้นที่ทำจากข้าวเหนียว ซึ่งชาวไทใหญ่เรียกเส้นชนิดนี้ว่า “ข้าวซอยหนาก” ข้าวซอยดั้งเดิมมีน้ำซุปใสไม่ใส่น้ำกะทิ น้ำซุปได้จากการเคี่ยวกระดูกวัวหรือไก่ มีเนื้อวัวหรือไก่สับละเอี่ยดผัดกับผักกาดดอง กินแนมกับผักกาดดองแบบยูนนาน แต่ข้าวซอยชนิดไม่ค่อยได้รับความนิยม ชาวจีนยูนนานชื่อ นายม้าฝ่าเม้ย พ่อค้าชาวจีนยูนนานมุสลิมที่ซึ่งอพยพเข้ามาอยู่ในเชียงใหม่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 เขาได้ปรับสูตรให้มีความเข้มข้นขึ้นโดยใช้นมวัวและนมแพะมาทำน้ำแกง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยม อีกทั้งวัตถุดิบอย่างนมวัวและนมแพะในสมัยนั้นราคาแพงและหายาก จึงประยุกต์มาใช้กะทิผสมกับพริกแกงกะหรี่แทน ส่วนเส้นก็ใช้แป้งสาลีทำเป็นแผ่นบางๆแล้วใช้มีดหั่น จนเรียกต่อๆมาว่า “ข้าวซอย”</p>
<h4>ข้าวซอยแบบเชียงใหม่</h4>
<p>มีลักษณะเข้มข้นหอมกลิ่นเครื่องเทศ เช่นเดียวกับแบบ ลำพูนและลำปาง ทานคูกับผักกาดดองแบบยูนนาน ส่วนข้าวซอยแบบอำเภอฝาง เป็นข้าวซอยน้ำใสแต่ใช้เส้นเหมือนเส้นบะหมี่ไม่ได้ใช้เส้นปาปาซอยหรือเออร์เหมือนข้าวซอยน้ำใสแบบในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใส่ยอดถั่วลันเตาอ่อนและทานคู่กับยำกะหล่ำปลี</p>
<h4>ข้าวซอยแบบลุงปัน</h4>
<p>ลุงปัน เป็นพนักงานร้านข้าวซอยของชาวฮ่อร้านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยลุงปันเริ่มกิจการร้านข้าวในปี 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ข้าวซอยในแบบของลุงปันเป็นข้าวซอยที่ใส่กะทิ โดยมีการใช้เนื้อหมูทอดวางบนหน้าข้าวซอย ใส่ซีอิ๊วดำลงไปใต้เส้นก่อนใส่น้ำซุปแล้วราดน้ำกะทิตาม ซึ่งลุงปันเป็นผู้สืบทอดสูตรข้าวซอยจากเจ้าของร้านชาวฮ่อที่เลิกกิจการไป เพราะเนื่องจากมีการบังคับชาวจีนยูนนานหรือจีนฮ่ออพยพไปอยู่จังหวัดลำปาง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ ส่วนประเทศจีนอยู่กับสัมพันธมิตร จีนเลยกลายเป็นคู่สงครามกับไทย ชาวจีนที่ยังไม่ได้สัญชาติในเชียงใหม่รวมทั้งชาวฮ่อจำนวนมากถูกบังคับให้อพยพไปอยู่ที่จังหวัดลำปางทำให้กิจการร้านข้าวซอยของชาวฮ่อที่เชียงใหม่ต้องยุติลงไป นั้นเป็นเหตุผลให้ลุงปันที่ซึ่งเป็นชาวเชียงใหม่ที่ไม่ใช่ชาวฮ่อ สืบกิจการทำข้าวซอยแล้วได้มีการปรับสูตรจนเป็น ข้าวซอย ที่เราเห็นในปัจจุบัน</p>
<h4>ข้าวซอยแบบลำปาง</h4>
<p>ข้าวซอยลำปางจะใส่เครื่องเทศที่ชื่อว่า ชะโกหรือกระวานดำ(Black Cardamom) ชาวจีนยูนนานเรียก เฉ่าโกวหรือเฉ่าโกวมี่(草果) มาทำเครื่องแกง ซึ่งชะโกเป็นเครื่องเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนยูนนานและยังมีการใส่ขิงและลูกผักชีด้วย เครื่องแกงของชาวลำปางจึงว่าถือเป็นเครื่องแกงแบบดั้งเดิมของข้าวซอยยูนนานที่ไม่ได้ถูกดัดแปลง เพราะปัจจุบันร้านที่ทำข้าวซอยขายส่วนมากมักจะใช้เครื่องแกงเผ็ดมาทำน้ำแกง</p>
<h4>ข้าวซอยแบบเชียงราย</h4>
<p>ข้าวซอยเชียงรายน้ำแกงจะไม่ข้นกะทิ น้ำแกงจะเป็นสีขาวจากสีของกะทิ รสชาติหอมอ่อนๆไม่เข้มข้นมากนัก</p>
<h4>ข้าวซอยแบบพม่า</h4>
<p>พม่าเรียกข้าวซอยว่า อนโน เขาสเว(Ohn no khao swe) มีลักษณะเหมือนข้าวซอยทุกอย่างแต่ไม่ใช่ใช้พริกแกง ซึ่งข้าวซอยของพม่าได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนยูนนานหรือจีนฮ่อที่เป็นมุสลิมเช่นเดียวกับข้าวซอยของชาวไทยภาคเหนือ</p>
<h4>ข้าวซอยแบบอื่นๆ</h4>
<p>ข้าวซอยในทางภาคเหนือของลาว สิบสองพันนา และเชียงตุงเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ้งคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a2/">ข้าวซอย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจี๋ยวไข่แมงมัน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Feb 2022 05:32:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เจี๋ยวไข่แมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เต้งแมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แกงไข่แมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แมงมันจ่อม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่แมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่แมงมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=12539</guid>

					<description><![CDATA[<p>แมงมัน อาหารอร่อยหายาก ตามฤดูกาล 1 ปีมีครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับ เจี๋ยวไข่แมงมัน นั้น  เจี๋ยวในห้องครัวของคนล้านนาหมายถึงแกงน้ำใสอย่างหนึ่ง รสชาติไม่จัดมาก อย่างเช่นเจี๋ยวผักปลัง ไข่แมงมัน เป็นไข่ของแมงมัน</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/">เจี๋ยวไข่แมงมัน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">เจี๋ยวไข่แมงมัน</span></h2>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/"><span style="color: #ff9900;"><strong>แมงมัน</strong></span></a> อาหารอร่อยหายาก ตามฤดูกาล 1 ปีมีครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับ <span style="color: #ff0000;"><em><strong>เจี๋ยวไข่แมงมัน</strong></em></span> นั้น  เจี๋ยวในห้องครัวของคนล้านนาหมายถึงแกงน้ำใสอย่างหนึ่ง รสชาติไม่จัดมาก อย่างเช่นเจี๋ยวผักปลัง <span style="color: #0000ff;"><strong>ไข่แมงมัน</strong></span> เป็นไข่ของแมงมัน ซึ่งเป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่ง ที่คนภาคเหนือนิยมรับประทานไข่แมงมันและลูกแมงมัน ไข่แมงมันมีอยู่ 2 ชนิดคือ ไข่ฟองเล็ก ชาวบ้านเรียกว่า แย๊บ ซึ่งจะเป็นแม่แมงมันหรือมดงาน ส่วนไข่ฟองใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า เต้ง มีลักษณะคล้ายไข่มดแดง มีสีนวล</p>
<h3><span style="color: #339966;"><strong>ส่วนผสมเจี๋ยวไข่แมงมัน</strong></span></h3>
<p>1. ไข่แมงมัน<br />
2. ไข่ไก่<br />
3. ต้นหอม<br />
4. พริก<br />
5. ปลาร้า<br />
6.กระเทียม<br />
7.หอมแดง</p>
<p><img decoding="async" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEhwRXgFw8iUFS-3cZ39RrKebVYZRINU0hmggDa1kbjF3zv_-h7xGGY-bcqfjIuVRQUpelCsf-As1xbcECgqFMVXJQkrV9Lz5sPs2XlGxni7AiSom2Jm0OT6igkbiJ7tP-yBW555J4oTgXJgRdex6cWXlA19krrKJzPC7dNDccfX-YY7IXViKU5yfZ37gw=s16000" data-original-height="810" data-original-width="1080" /></p>
<h3><span style="color: #339966;"><strong>วิธีการทำเจี๋ยวไข่แมงมัน</strong></span></h3>
<p>1. ตำกระเทียมให้ละเอียด แล้วใส่พริกลงไปตำให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดง ตำให้ละเอียดเข้ากัน แล้วใส่ปลาร้า<br />
2. ซอยต้นหอม<br />
3. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องแกงที่ตำเสร็จแล้วลงไป<br />
4. รอน้ำเดือด ใส่ไข่แมงมัน เดือดแล้วใส่ไข่ไก่ลงไป คนให้เข้ากัน<br />
5. ไข่สุกแล้ว ให้ใส่ต้นหอมลงไป  ปรุงรสได้ตามใจชอบ</p>
<h3><span style="color: #339966;"><strong>เคล็ดลับการปรุงเจี๋ยวไข่แมงมัน</strong></span></h3>
<p>1. ถ้าไข่แมงมันมีน้อยให้ใส่ไข่เยอะ ๆ<br />
2. หลังจากทำเสร็จเจียวไข่แมงมันสามารถปรุงด้วยน้ำปลาก็อร่อยแล้ว</p>
<p><img decoding="async" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEgCC3WDOUO-_dXNr_bt6d0cT6dyh-vSOxegQysD7R6csWyfKPmCnWN_8EYX26z6ipiEwGLSiANlRC9tIYVlPpVk3EbItIFPq84LAshYcCpN024ZgjQq7C2ThyRkH2V7uQhOw6JGN6fzsHZkMw8so1-qPRsJcSWHF9MVZ2HQJ_kyIJl_FFGSk8Q1t3suYg=s16000" border="0" data-original-height="797" data-original-width="1200" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/">เจี๋ยวไข่แมงมัน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงแค</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%84/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 13:34:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำแกงเลียง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำแกงแค]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเลียง ภาษาเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[แกงแค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=8664</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกงแค เรียกตามสำเนียงภาษาเหนือ เรียกว่า แก๋งแค ซึ่งก็คือ แกงเลียง ของทางภาคกลาง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%84/">แกงแค</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #3366ff;">แกงแค เรียกตามสำเนียงภาษาเหนือ เรียกว่า แก๋งแค ซึ่งก็คือ แกงเลียง ของทางภาคกลางนี่เอง</span></h2>
<p><span style="color: #339966;"><strong>แกงแค</strong></span> เป็นแกงที่ประกอบด้วยผักหลายชนิด และมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมด้วยหนึ่งอย่าง เรียกชื่อแกงแคตามชนิดของเนื้อสัตว์ที่นำมาเป็นส่วนผสมนั้น เช่น แกงแคไก่ แกงแคกบ แกงแคจิ๊นงัว แกงแคปลาแห้ง ผักที่เป็นส่วนผสมหลัก ส่วนใหญ่ประกอบด้วย ผักตำลึง ผักชะอม ใบชะพลู ผักชีฝรั่ง มะเขือพวง เห็ดลมอ่อน ผักเผ็ด และดอกแค (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 475; สิรวิชญ์ จำรัส, สัมภาษณ์, 15 มิถุนายน 2550)</p>

<p><strong>ส่วนผสม</strong><br />
1. เนื้อ 200 กรัม<br />
2. ตำลึง 1 ถ้วย<br />
3. ชะอม 1/2 ถ้วย<br />
4. ชะพลู 1/2 ถ้วย<br />
5. ถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วย<br />
6. มะเขือเปราะ 1/2 ถ้วย<br />
7. มะเขือพวง 1/4 ถ้วย<br />
8. ดอกงิ้วแห้ง 5 ดอก<br />
9. เห็ดลมอ่อน 1/2 ถ้วย<br />
10. ถั่วพู 1/2 ถ้วย<br />
11. ผักขี้หูด 1/2 ถ้วย<br />
12. ผักเผ็ด 1/2 ถ้วย<br />
13. ดอกข่า 3 ดอก<br />
14. ใบมะกรูด 5 ใบ<br />
15. ผักชีฝรั่ง 2 ต้น<br />
16. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ<br />
17. กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ</p>
<p><strong>เครื่องแกง</strong><br />
1. พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด<br />
2. กระเทียม 10 กลีบ<br />
3. หอมแดง 5 หัว<br />
4. ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ<br />
5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ<br />
6. กะปิ 1 ช้อนชา<br />
7. ปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ<br />
8. เกลือ 1/2 ช้อนชา</p>
<p><strong>วิธีการทำ</strong><br />
1. หั่นเนื้อเป็นชิ้นพอคำ<br />
2. เด็ดหรือหั่นผักทุกชนิด ล้างให้สะอาด พักไว้<br />
3. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
4. เจียวกระเทียมที่สับแล้วพอเหลือง ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม<br />
5. ใส่เนื้อ ผัดเนื้อให้สุก<br />
6. ใส่น้ำพอท่วมเนื้อ ตั้งต่อให้เดือด<br />
7. ใส่ผักสุกยาก ตามด้วยผักที่สุกง่าย คนให้เข้ากัน พอผักสุก ยกลง</p>
<p><strong>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</strong></p>
<p>เคล็ดลับในการปรุง<br />
การคั่วหรือผัดเครื่องแกง ใช้ไฟปานกลาง<br />
เครื่องแกงบางสูตรอาจใส่เม็ดผักชี มะแขว่น ใบขิง หน่อข่า เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของแกงแค<br />
ผักที่ใช้เป็นส่วนผสม สามารถใส่ผักชนิดอื่นๆได้ เช่น หน่อไม้ต้ม ยอดมะพร้าว จักค่านแห้ง ดอกแคขาว ดอกแคแดง</p>
<p><strong>เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสม</strong><br />
ถ้าเป็นแกงแคไก่ ควรใช้ไก่บ้าน รสชาติน้ำแกงจะกลมกล่อม<br />
พริกขี้หนูแห้งที่ใช้ ควรใช้พริกขี้หนูยอดสนแห้ง ผสมกับพริกขี้หนูสวนอย่างละครึ่ง<br />
รายการอ้างอิง<br />
รัตนา พรหมพิชัย. (2542). แกงแค. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม 1, หน้า 475). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.</p>
<p>เสาวภา ศักยพันธ์ และยุพยง วิจิตรศิลป์. (2538). อาหารพื้นบ้านภาคเหนือ. เชียงใหม่: ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่.</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%84/">แกงแค</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำหนัง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2021 11:41:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=8647</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำหนัง อาหารเหนือ กินได้ทุกวัย กินกับข้าวนึ่งอุ่นตอนเช้า ขบเคี้ยวกรอบอร่อย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/">น้ำหนัง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #3366ff;">น้ำหนัง อาหารเหนือ กินได้ทุกวัย กินกับข้าวนึ่งอุ่นตอนเช้า ขบเคี้ยวกรอบอร่อย</span></h2>
<p>น้ำหนัง เป็นอาหารที่ได้จากหนังวัวหรือหนังควายต้มจนเละและเป็นวุ้น นำมาทาลงบนใบตอง หรือกาบไม้ไผ่ ปัจจุบัน นิยมใช้พลาสติกแทน สำหรับการผลิตจำนวนมาก ทิ้งไว้ให้แห้ง ทำให้สุกโดยนำมาปิ้งไฟให้สุกก่อน นิยมกินร่วมกับอาหารประเภทน้ำพริก (บุญยัง ชุมศรี, 2542, หน้า 3267-3268; เอื้อมพร วรรณแดง, สัมภาษณ์, 4 กรกฎาคม 2550)</p>
<p><strong>ส่วนผสม</strong><br />
1. หนังควาย 1 กิโลกรัม<br />
2. เกลือ 1 ช้อนชา<br />
3. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ</p>
<p><strong>วิธีการทำ</strong></p>
<p>1. นำหนังควายมาล้างให้สะอาด แล้วนำลงลวกในหม้อน้ำตั้งไฟพออุ่น ขูดเอาขนที่ติดหนังออกให้สะอาด<br />
2. นำหนังควายลงต้มในน้ำเดือด ทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง<br />
3. เมื่อต้มได้ที่จนหนังเปื่อยเละ ให้ตักขึ้น พักไว้<br />
4. นำหนังควายที่ต้มแล้วมาถูกับกระชอน โดยใช้ไม้กดเพื่อจะได้น้ำจากหนังควาย ใส่ภาชนะพักไว้<br />
5. ละเลงน้ำหนังที่ได้ไปราดบนใบตองเป็นวงกลม<br />
6. นำมาผึ่งลมประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วนำไปแขวนตากประมาณ 2 ชั่วโมง<br />
7. แกะแผ่นน้ำหนังออกจากใบตอง นำไปตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้นนำเกลือและน้ำมัน ทาที่แผ่นน้ำหนังเพื่อเพิ่มรสชาติ<br />
8. นำน้ำหนังมาย่างไฟให้เหลืองกรอบ<br />
รายการอ้างอิง<br />
บุญยัง ชุมศรี. (2542). น้ำหนัง (2). ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ (เล่ม 7, หน้า 3267-3268). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/">น้ำหนัง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แมงมันคั่ว</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Apr 2021 15:08:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[คั่วแมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แมงมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แมงมันคั่ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=8331</guid>

					<description><![CDATA[<p>แมงมันคั่ว อาหารเหนือ จากมดชนิดหนึ่งที่หนึ่งปีจะมีแค่ครั้งเดียว แมงมัน เป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นมดราชินีสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้ </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/">แมงมันคั่ว</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;">แมงมันคั่ว อาหารเหนือ จากมดชนิดหนึ่งที่หนึ่งปีจะมีแค่ครั้งเดียว แมงมัน เป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นมดราชินีสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้</span></h2>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/"><strong><span style="color: #ff0000;">แมงมัน</span></strong></a> เป็นอาหารตามฤดูกาลที่หาได้ไม่ง่ายนักจึงเป็นที่ต้องการของชุมชน ที่นิยมรับประทานทั้งไข่ และลูกแมงมัน เฉพาะตัวเมีย ดังนั้นแมงมันจึงมีราคาดีพอสมควรเพราะนอกจากจะมีน้อยแล้วปีหนึ่งๆ จะมีให้รับประทานเพียงครั้งเดียว คนเหนือส่วนมากมักจะนำเอาตัวแก่ของแมงมันไปคั่วและตำน้ำพริก สำหรับไข่อ่อนของแมงมันนั้น สามารถนำไปทำเมนูอาหารได้หลายอย่าง วันนี้มาดูวิธีทำคั่วแมงมันกัน</p>
<h3><span style="color: #993300;">ส่วนผสมแมงมันคั่ว</span></h3>
<p>แมงมัน</p>
<p>น้ำ ครึ่งถ้วยตวง</p>
<p>เกลือ ครึ่งช้อนชา</p>
<p>น้ำมัน 1 ช้อนโต้ะ</p>
<h3><span style="color: #993300;">วิธีทำ</span></h3>
<p>1.นำแมงมันมาล้างน้ำให้สะอาด</p>
<p>2.ตั้งกระทะนำน้ำมาใส่ ใส่ให้ปริมาณพอดีกับจำนวนแมงมันไม่เยอะเกินไป ใส่เกลือ พอน้ำเดือดใส่แมงมันเข้าไป คั่วจนน้ำแห้ง ซักพักตักใส่ชามพักไว้ คั่วไช้เวลาไม่นานมากนัก  ถ้าน้ำเหลือเยอะก็ให้เทน้ำออก ถ้าขั้วนานแมงมันจะแข็งขึ้นมากตรงนี้แล้วแต่คนชอบ</p>
<p>3.จากนั้นตั้งไฟนำน้ำมันพืชใส่กระทะ พอร้อน ใส่แมงมันลงไปคั่วซักพักเหมือนเราอุ่นอาหาร เป็นอันเสร็จพร้อมรับประทานกับข้าวเหนียวอุ่นๆ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-a1bEpSMqEWA/YH2co2J6G2I/AAAAAAAAGW4/eVuh1eUCep4dx3IPLTp4kWuZBog93-I1wCLcBGAsYHQ/s16000/A3BF3358-AEA0-42D5-863E-7B096AF8A0A7.jpg" border="0" data-original-height="750" data-original-width="1000" /></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7/">แมงมันคั่ว</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงขนุน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Apr 2021 14:49:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนุน]]></category>
		<category><![CDATA[บ่าหนุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[แกงบ่าหนุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=8318</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกงขนุน ภาษาเหนือ แก๋งบ่าหนุน ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">แกงขนุน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">แกงขนุน ภาษาเหนือ แก๋งบ่าหนุน</span></h2>
<p>แกง<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">ขนุน</a> หรือ แกงบ่าหนุน ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล บางท่านนิยมแกงกินในงานแต่งงาน เพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่แต่งงานนั้นมีความเกื้อหนุนจุนเจือต่อกัน และในวันปากปี คือหลังวันเถลิงศก (วันพญาวัน) หนึ่งวัน บางแห่งนิยมใส่ข่า ตะไคร้ทุบ และอาจมีจักข่าน (สะค้าน) บ่าแขว่น (ผลกำจัด) โขลกใส่ลงไปในแกงด้วย (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 482; ประทุม อุ่นศรี, สัมภาษณ์, 25 มิถุนายน 2550)</p>
<h3><span style="color: #339966;">ส่วนผสม</span></h3>
<p>1. ขนุนอ่อน 300 กรัม<br />
2. ซี่โครงหมูสับ 100 กรัม<br />
3. มะเขือเทศลูกเล็ก 5 ลูก<br />
4. ชะอมเด็ด 1/2 ถ้วย<br />
5. ชะพลูหั่นหยาบ 1/2 ถ้วย</p>
<h3><span style="color: #339966;">เครื่องแกง</span></h3>
<p>1. พริกแห้ง 5 เม็ด<br />
2. กระเทียม 5 กลีบ<br />
3. หอมแดง 5 หัว<br />
4. กะปิ 1 ช้อนชา<br />
5. เกลือ 1 ช้อนชา</p>
<h3><span style="color: #339966;">วิธีการทำ</span></h3>
<p>สำหรับวิธีทำแกงขนุน วิธีทำแก๋งบ่าหนุน นั้นก็จะมีวิธีการทำดังนี้</p>
<p>1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
2. ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ละลายเครื่องแกงลงในน้ำเดือด<br />
3. ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม<br />
4. ใส่ขนุน ต้มให้ขนุนนิ่ม<br />
5. ใส่มะเขือเทศ ชะอม และใบชะพลู คนให้เข้ากัน พอผักสุก ปิดไฟ</p>
<h3>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</h3>
<h4>เคล็ดลับในการปรุง</h4>
<p>เมื่อแกงสุกแล้วไม่ควรปิดฝาหม้อทันที ทิ้งไว้สักครู่ให้แกงเย็นลงบ้าง เพื่อให้ใบชะพลูและใบชะอมไม่สุกจนเกินไป จะทำให้รสชาติแกงไม่กลมกล่อม</p>
<h4>เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสม</h4>
<p>ขนุนต้องใช้ขนุนอ่อนที่เม็ดยังไม่แก่ จึงจะทำให้ขนุนเปื่อยง่าย ควรเลือกขนุนอ่อนพันธุ์ทวายทั้งปี หรือพันธ์อื่นๆ ที่มีเนื้อแน่น รสชาติของน้ำแกงจะกลมกล่อมยิ่งขึ้น</p>
<h4>รายการอ้างอิง</h4>
<p>รัตนา พรหมพิชัย. (2542). แกงบ่าหนุน. ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ (เล่ม 1, หน้า 482). กรุงเทพฯ:มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.</p>
<p>http://lannainfo.library.cmu.ac.th/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=46</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/">แกงขนุน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงกระด้าง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2020 15:14:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำแกงกระด้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[แกงกระด้าง เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[แกงหมูด้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกงกระด้าง หรือบ้างเรียก แกงหมูด้าง หรือ แกงหมูหนาว เป็นอาหารพื้นบ้านชาวล้านนา (ชาวเหนือ) ภาษาเหนือพูด แก๋งกระด้าง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/">แกงกระด้าง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #3366ff;">แกงกระด้าง หรือบ้างเรียก แกงหมูด้าง หรือ แกงหมูหนาว เป็นอาหารพื้นบ้านชาวล้านนา (ชาวเหนือ) ภาษาเหนือพูด แก๋งกระด้าง<br /></span></h2>
<p>นิยมใช้ขาหมูเป็นส่วนประกอบสำคัญ เพราะมีเอ็นอยู่ภายในเป็นจำนวนมา  ดังนั้นเมื่อนำมาเป็นส่วนประกอบหลักในการแกงจะทำให้แกงข้น หรือกระด้างได้ง่าย ในปัจจุบันมักเติมผงวุ้นลงไปด้วยเพราะผงวุ้นทำให้แกงกระด้างได้ดีและเร็วขึ้น แกงกระด้างมี 2 สูตร คือ สูตรเชียงใหม่และสูตรล้านนา ในสูตรล้านนาขณะต้มขาหมูจะมีการเติมเครื่องแกงและเติมพริกแห้งลงไปด้วย เพื่อเพิ่มสีส้มในอาหารให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ในสมัยก่อนแกงกระด้างจะมีให้รับประทานในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันเทคโนโลยีทางอาหารดีขึ้นมาก ผู้ที่ทำแกงกระด้างจะใช้ผงวุ้นเย็นเป็นตัวเร่งประสิทธิภาพในการจับตัว และเกาะตัวของแกงให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ณ ปัจจุบันแกงกระด้างสามารถหารับประทานได้ทุกฤดูกาล</p>
<h3><span style="color: #3366ff;">วิธีทำแกงกระด้าง</span></h3>
<h4><span style="color: #3366ff;">ส่วนผสมสำหรับทำ แกงกระด้าง</span></h4>
<p>เนื้อหมู (ขาหมูหรือหัวหมู)หั่นเป้นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย<br />หอมแดง 4 หัว<br />กระเทียม 3 หัว<br />พริกไทยป่น 1 ช้อนชา<br />รากผักชี 2 ต้น<br />เกลือ 1 ช้อนชา<br />น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ<br />ผักชีหั่นเป็นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ</p>
<h4><span style="color: #3366ff;">ขั้นตอนการทำ แกงกระด้าง</span></h4>
<p>1. เตรียมครก โขลกกระเทียม หอมแดง รากผักชี เกลือ พริกไทย ให้ละเอียดเข้ากัน<br />2. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่เครื่องที่โขลกลงไปต้ม พร้อมกับเนื้อหมู เติมน้ำปลาลงไป เคี่ยวให้เนื้อหมูเปื่อย<br />3. เสริฟใส่ชามทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำไปแช่เย็นในตู้เย็น ให้น้ำซุปจับตัวเป็นวุ้น<br />4. โรยหน้าด้วยผักชี พร้อมรับประทาน</p>
<p>เรียงเรียงโดย : at-chiangmai.com</p>
<p> </p>


<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/">แกงกระด้าง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลาบ อาหารมงคล</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Dec 2020 16:34:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ภูมิปัญญา ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบดิบ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e2%80%93-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลาบ – อาหารมงคล อาหารยอดฮิตทางภาคเหนือและอีสาน ที่ทุกบ้านต้องทำเป็น ไม่ได้อร่อยแค่ชื่อ แต่หมายแปลว่า โชคลาภ เงินทอง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5/">ลาบ อาหารมงคล</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #800000;">ลาบ – อาหารมงคล อาหารยอดฮิตทางภาคเหนือและอีสาน ที่ทุกบ้านต้องทำเป็น ไม่ได้อร่อยแค่ชื่อ แต่หมายแปลว่า โชคลาภ เงินทอง</span></h2>
<p>คำว่า ‘<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/"><span style="color: #800000;"><strong>ลาบ</strong></span></a>’ ในภาษาคำเมือง แปลว่า การสับเนื้อให้ละเอียด และคำนี้ยังพ้องเสียงกับคำว่า ‘ลาภ’ ซึ่งหมายถึง ของที่ได้ กำไร และความโชคดี ตามความเชื่อของคนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง จึงนิยมนำลาบเป็นหนึ่งในเมนูอาหารสำคัญ ในงานมงคลแทบจะทุกงานมงคลเลยก็ว่าได้</p>
<p>นอกจากนี้ สัตว์ใหญ่ อาทิ วัวและควายมักจะถูกเลี้ยงไว้เพื่อใช้งานและไม่นิยมนำเนื้อมารับประทานนอกจากเป็นโอกาสพิเศษ อีกทั้งยังมีราคาที่แพงและหายาก  โดยอาหารที่ผู้คนนิยมรับประทานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ประกอบด้วย ผลไม้และผัก ปลา หมู ไก่ หรือสัตว์เล็กที่หาได้จากป่า</p>
<p>ลาบเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการเตรียมและปรุงหลายขั้นตอนและใช้ส่วนผสมหลากหลายชนิด ซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและแรงงานจากทั้งญาติและเพื่อนฝูงมาร่วมด้วยช่วยกันทำ ดังนั้น การทำลาบจึงกลายเป็นสายใยที่สำคัญของโครงสร้างทางสังคมและเป็นส่วนหนึ่งของงานสำคัญประจำหมู่บ้าน ด้วยขั้นตอนในการทำลาบที่ยาวนาน การใช้ความร่วมมือจากคนในชุมชนและราคาส่วนผสมที่สูงได้เพิ่มคุณค่าของอาหารจานนี้ และนิยมรับประทานกันในพิธีสำคัญและงานเฉลิมฉลองหรือเสิร์ฟให้แก่แขกคนสำคัญ</p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #800000;"><a style="color: #800000;" href="http://วิธีทำลาบหมูดิบ">วิธีทำลาบหมูดิบ</a></span></h3>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-7503 size-full" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna.jpg" alt="ลาบหมูดิบ วิธีการทำลาบหมูดิบ ลาบจิ้น ลาบหมู อาหารเหนือ ล้านนา รวมทั้งสูตรวิธีการปรุงหรือยำลาบให้อร่อย" width="1200" height="727" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna.jpg 1200w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-696x422.jpg 696w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-1068x647.jpg 1068w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-100x62.jpg 100w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-768x465.jpg 768w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-1024x620.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5/">ลาบ อาหารมงคล</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีทำลาบหมูดิบ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Dec 2020 15:08:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จิ้นลาบแกงอ่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบดิบ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบหมู เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบหมูดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีการทำลาบหมูดิบ ลาบจิ้น ลาบหมู อาหารเหนือ ล้านนา รวมทั้งสูตรวิธีการปรุงหรือยำลาบให้อร่อย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/">วิธีทำลาบหมูดิบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #800000;">วิธีการทำลาบหมูดิบ ลาบจิ้น ลาบหมู อาหารเหนือ อาหารล้านนา รวมทั้งสูตรวิธีการปรุงหรือยำลาบให้อร่อย</span></h2>
<p>ลาบหมูดิบ สำหรับลาบนั้นถือว่าเป็นอาหารมงคลสำหรับคนหลายๆ ภาค เพราะชื่อว่าลาบ เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า ลาภ จึงทำให้ลาบนั้นนิยมนำไปเป็นอาหารที่ใช้ในการจัดเลี้ยงในงานมงคลต่าง ๆ ตามความเชื่อของแต่ละภาค สำหรับภาคเหนือนั้น ลาบ สามารถทำได้จากเนื้อสัตว์หลาย ๆ ชนิดด้วยกัน เช่น ลาบเนื้อ ลาบหมู ลาบไก่ ลาบปลา วันนีเราจะพูดถึงลาบหมูกัน เพราะจะมาทำลาบหมูดิบ ความเชื่อของลาบหมูดิบ ในภาคเหนือ ด้วยเชื่อว่าทำให้ได้ ลาภ ต่าง ๆ นา ๆ แล้ว ถ้าเป็นหมุด้วยก็คือ ว่าจะได้ ลาภรับโชคกันอย่างง่าบ ๆ ทำให้ภาคเหนือก็นิยมการทำลาบหมู เลี้ยงอาหารในงานมงคลต่าง ๆ เช่นกัน ซึ่งจะเป็นทั้ง าบหมูดิบ หรือลาบหมู่สุกก็แล้วแต่ว่าจะจัดสรรเมนูชนิดนี้กันยังไง แต่โดยมากมักจะทำทั้งสองแบบเลย สำหรับคนไม่กินลาบดิบ ก็ไปกินลาบสุกแทน แต่วันนี้เราจะมีดูวิธีการทำลาบหมูดิบกัน</p>
<p>การทำ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">ลาบ</a> ประกอบด้วยการสับเนื้อหมูจนได้ความเหนียวที่ ค่อย ๆ เติมเลือดสดเพื่อปรับความเหนียวของเนื้อสับ อีกทั้งเลือดยังช่วยให้เนื้อนุ่ม หนึบหนับและผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เนื้อส่วนที่นิยมใช้มาทำลาบ คือ เนื้อสันและเนื้อสะโพก หนังและเครื่องในสัตว์ยกเว้นปอดถูกล้างจนสะอาดและนำไปต้มพร้อมตะไคร้สองสามก้านจนอ่อนนุ่ม จากนั้นจึงหั่นเป็นชิ้นพอคำ นอกจากนี้ ยังใส่กระเทียม หอมแดง ไขมัน หนังสัตว์และเครื่องในสัตว์ทอดเหลืองกรอบลงไปในลาบเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบในการรับประทาน“ยำลาบ” (ยำลาบ) หรือ “โสะลาบ” คือ วิธีการผสมส่วนผสมและเครื่องปรุงต่าง ๆ เข้าด้วยกันแบบการทำยำ เริ่มโดยการผสมเนื้อสับเข้ากับน้ำพริกลาบ เติมน้ำต้มเครื่องในที่มีความเข้มข้นลงไปเล็กน้อย เพื่อให้ได้ความขลุกขลิกที่พอดีแต่ไม่แฉะหรือแห้งจนเกินไป จากนั้นเติมเครื่องในและสมุนไพร ตกแต่งลาบด้วยเครื่องปรุงกรุบกรอบ ในบางครั้ง อาจเติมน้ำดีหรือน้ำเพี้ยลงไปเพื่อเพิ่มรสขมให้แก่ลาบวัวหรือลาบควาย</p>
<p><div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">ส่วนผสมและเครื่องปรุงลาบหมูดิบ</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">วิธีทำลาบหมูดิบ</a></li>
</ul>
<p></div></p>
<p>สำหรับลาบสุกที่พร้อมรับประทานและปรุงรสเรียบร้อยแล้วนั้น ก่อนเสิร์ฟลาบจะนำไปคั่วในกระทะโดยไม่มีการเติมน้ำมันหรือของเหลวลงไปเพิ่ม ซึ่งทางภาคเหนือเรียกว่า ลาบคั่ว และทางภาคอีสานเรียกว่า ลาบสุก เมื่อลาบปรุงเสร็จแล้ว ผักกับลาบที่ประกอบด้วยสมุนไพรและผักนานาชนิดจะถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกับลาบ</p>
<h3><span style="color: #ff0000;"><strong>วิธีทำลาบหมูดิบ</strong></span></h3>
<h4><span style="color: #993300;"><a name="ddm1"></a>ส่วนผสมและเครื่องปรุงลาบหมูดิบ</span></h4>
<p>1. เนื้อหมูสันใน 1/2 กิโลกรัม</p>
<p>2. เครื่องในหมู 300 กรัม</p>
<p>3. เลือดหมู 1/2 ถ้วยตวง</p>
<p>4. พริกลาบ 3 ช้อนโต๊ะ (อยากได้รสจัดก็ใส่เพิ่มได้ตามต้องการ)</p>
<p>5. กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>6. พริกขี้หนูแห้ง (ทอดมาก่อน) 5-7 เม็ด (ตามชอบ)</p>
<p>7. ผักไผ่ 2 ช้อนโต๊ะ</p>
<h4><span style="color: #993300;"><a name="ddm2"></a>วิธีทำลาบหมูดิบ</span></h4>
<p>1. นำหมูมา สับ บนเขียง ให้ละเอียด เหมือน หมูบด โดยทยอยสับหมู เป็นช่วง ๆ การทำลาบนั้น จะไม่ นิยม ใช้หมูบดที่ซื้อมาจาก ตลาด เพราะอาจมี มันหมูปนมามากเกินไปทำให้เสีย รสชาติ ได้ คนเหนือ จึงนิยม สับจนละเอียด</p>
<p>2. ระหว่างสับเนื้อหมู ให้ ตักหรือ เลือดหมูสดลงไป แล้ว ใช้สันมีด ด้านมีด สลับหมู พลิก ไปมา ให้ เลือดหมูและหมูที่สับ ผสมกันได้อย่างพอดี</p>
<p>3. เมื่อหมูสับได้ที่และคลุกเลือด พอประมาณแล้ว ให้ย้ายลงมาใส่ ภาชนะ เช่น ชาม หรือ ภาชนะขนาดที่ใหญ่กว่าถ้วย เพื่อเตรียมคลุกเครื่องใน</p>
<p>4. นำเครื่องในไป ต้ม พอสุก กำลังดี ซอยเป็นชิ้น พอคำ นำมาผสมกับ หมูดิบ และคนให้เข้ากัน ทยอยเติมเลือด เข้าไป ให้คลุกเคล้า เป็นสีเดียวกัน</p>
<p>5. ใส่ พริกลาบ เข้าไป คนให้ทั่ว ถ้าคนชอบรับประทานลาบดิบ ก็จะตักใส่จาน เติม ผักชี ต้นหอม ที่ซอยไว้ แล้วรับประทาน กับข้าวเหนียว ร้อน ๆ (ลาบดิบ)</p>
<h3><span style="color: #ff0000;">ปัจจุบันการกินลาบ-หลู้ ซึ่งถือว่าเป็นอาหารดิบที่ทำมาจากเนื้อหมูดิบนั้น ถ้าหากหมูที่นำมาประกอบอาหารเป็นหมูที่ติดโรคแล้ว เมื่อรับประทานเข้าไปอาจทำให้เป็นไข้หูดับได้ และเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ &gt;&gt;&gt;</span><span style="color: #ff0000;">จึงต้องนำลาบมาปรุงให้สุกก่อนถึงจะปลอดภัย&lt;&lt;&lt;</span></h3>
<p>สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ ได้แก่ ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรคโดยตรง เช่นคนเลี้ยงหมู คนทำงานในโรงฆ่าสัตว์ คนชำแหละหมู และคนที่รับประทานเนื้อหมูดิบ เป็นต้น ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น</p>
<p>เรียบเรียงโดย : <a href="https://www.at-chiangmai.com">at-chiangmai.com</a></p>
<p>ที่มา : http://www.agro.cmu.ac.th/lanna/lab.htm</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/">วิธีทำลาบหมูดิบ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลาบเมือง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Dec 2020 11:38:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบดิบ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบเมือง เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ลาบเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลาบเมือง อาหารเหนือที่ลูกป้อจายข้าวนึ่ง ได้ยินชื่อแล้วต้องหิวขึ้นมาทันทีความเป็นมาของ ลาบเมือง ลาบดิบ เมนูอร่อยยอดฮิต ที่ต้องนำขึ้นโตกกินกับข้างนึ่งอุ่นๆ นี้จะอร่อยขนาดไหน</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">ลาบเมือง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #800000;">ลาบเมือง อาหารเหนือที่ลูกป้อจายข้าวนึ่ง ได้ยินชื่อแล้วต้องหิวขึ้นมาทันทีความเป็นมาของ ลาบเมือง ลาบดิบ เมนูอร่อยยอดฮิต ที่ต้องนำขึ้นโตกกินกับข้างนึ่งอุ่นๆ นี้จะอร่อยขนาดไหน</span></h2>
<p><span style="color: #800000;"><strong>ลาบ</strong></span> เป็นวิธีการปรุงอาหารโดยการสับให้ละเอียด เช่น เนื้อสัตว์ ทั้งนี้เพื่อนำไปปรุงกับเครื่องปรุงน้ำพริก ที่เรียกว่า <span style="color: #800000;"><strong>พริกลาบ</strong></span> หรือเครื่องปรุงอื่นๆ เรียกชื่อลาบตามชนิดของเนื้อสัตว์ เช่น ลาบไก่ ลาบหมู ลาบงัว ลาบควาย ลาบฟาน (เก้ง) ลาบปลา นอกจากนี้ ยังเรียกตามการปรุงอีกด้วย ได้แก่ ลาบดิบ ซึ่งเป็นการปรุงลาบเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ทำให้สุก โดยการคั่ว คำว่าลาบ โดยทั่วไป หมายถึง ลาบดิบ อีกประเภทหนึ่งคือ ลาบคั่ว เป็นลาบดิบที่ปรุงเสร็จแล้ว และนำไปคั่วให้สุก และมีลาบอีกหลายประเภท ได้แก่ ลาบเหนียว ลาบน้ำโทม ลาบลอ ลาบขโมย ลาบเก๊า ลาบแม่ ชาวล้านนามีการทำลาบมานานแล้ว แต่ไม่ปรากฏว่าเมื่อใด เป็นอาหารยอดนิยมและถือเป็นอาหารชั้นสูง (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 5937-5944)</p>
<p>เสาวภา (2548)ลาบเป็นอาหารที่คนยวนและไทลื้อนิยมรับประทาน โดยสองชนชาตินี้เป็นกลุ่มชนชาติไทที่มีความใกล้ชิดกันทั้งภาษา ประวัติศาสตร์และประเพณี <strong>ชาวไทยวน (คนเมือง)</strong> เป็นชนกลุ่มน้อยขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่บนที่ราบสูงของภาคเหนือของประเทศไทย ประเพณีของคนยวนเป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและความเชื่อทางศาสนาพุทธ การใช้ชีวิตประจำวันของคนยวนให้ความสำคัญกับชุมชน พิธีการและพิธีกรรม</p>
<p>โดยทั่วไปแล้ว ลาบทำจากเนื้อสับละเอียดแบบดิบหรือที่ผ่านการปรุงแล้วนำมาผสมเข้ากับส่วนผสมและเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันตามภูมิภาค รวมทั้งมีการใช้ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน เลือด น้ำดีและน้ำเพี้ย ตามด้วยเครื่องปรุงรสแบบง่ายหรือที่มีความซับซ้อน รวมถึงเครื่องเทศกว่ายี่สิบชนิดและสมุนไพรกว่าสามสิบชนิดมาผสมเข้าด้วยกัน ทำให้ได้อาหารจานหลักที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ลาบ ส้า หลู้ ก้อย ซกเล็ก เลือดแปลง ตับหวานและน้ำตก วิธีการปรุงลาบใช้หลักการเดียวกันกับยำโดยการผสมส่วนผสมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน อันประกอบด้วย เนื้อสับหรือบดละเอียด เครื่องในสัตว์ เนื้อประเภทอื่น ๆ หั่นเป็นชิ้น เครื่องเทศต่าง ๆ เครื่องปรุงรสและสมุนไพร เมื่อเข้ากันดีแล้ว ลาบจะถูกนำออกเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงนานาชนิด อาทิ ผักสด ผักยอดอ่อนและสมุนไพร</p>
<p>โดยลาบล้านนารู้จักกันในชื่อ ลาบเมือง ผ่านการปรุงโดยใช้สมุนไพรแห้งนานาประเภททำให้ได้รสชาติที่เผ็ดร้อนปานกลางจนถึงรสจัด ออกเค็มและมีกลิ่นหอม โดยสูตรการทำลาบเมืองจะไม่มีการใช้น้ำมะนาวหรือข้าวคั่ว แต่ใช้ส่วนผสมที่เรียกว่า “น้ำพริกลาบ” แทน รวมถึงการใช้เครื่องเทศที่เป็นที่หาของตลาดซึ่งได้นำเข้ามาโดยคาราวานเรือสินค้าจากประเทศอินเดียและจีน</p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%9a/"><img decoding="async" class="wp-image-7503 size-full" title="วิธีทำลาบหมูดิบ" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna.jpg" alt="วิธีการทำลาบหมูดิบ ลาบจิ้น ลาบหมู อาหารเหนือ ล้านนา รวมทั้งสูตรวิธีการปรุงหรือยำลาบให้อร่อย" width="1200" height="727" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna.jpg 1200w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-696x422.jpg 696w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-1068x647.jpg 1068w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-100x62.jpg 100w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-768x465.jpg 768w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2020/12/Pork-Lab-Lanna-1024x620.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></a></p>
<h4>ลาบประเภทต่างๆ เสาวภา (2548)</h4>
<p>ภาคเหนือของไทย – ลาบเมือง</p>
<p>ลาบเมือง เป็นชื่อทั่วไปที่เรียกลาบในภาคเหนือของไทยซึ่งใช้เครื่องเทศตากแห้ง อีกทั้งยังเป็นชื่อเรียกให้แตกต่างจากลาบจากภาคอีสาน</p>
<p>ลาบดิบ– เป็นชื่อเรียกลาบที่ทำจากเนื้อดิบ</p>
<p>ลาบดีขม – ลาบที่มีรสชาติขมที่ได้จากน้ำดีหรือน้ำเพี้ยของสัตว์</p>
<p>ลาบคั่ว – ลาบประเภทนี้จะปรุงรสชาติก่อนจากนั้นนำไปคั่วในกระทะจนสุก ลาบคั่วมีสองแบบ คือ แบบแห้งและแบบขลุกขลิก ลาบคั่วแห้ง – ลาบคั่วแบบแห้งจะปรุงรสชาติก่อนนำไปคั่วในกระทะโดยไม่มีการเติมน้ำ ดังนั้น สูตรลาบคั่วแทบจะไม่ใช้เลือดเป็นส่วนผสมเพราะจะทำให้ลาบมีสีเข้มถึงดำและดูไม่น่ารับประทาน</p>
<p>ลาบคั่วน้ำ– ลาบคั่วน้ำ หรือ ลาบแบบขลุกขลิก ผ่านการปรุงแต่งรสชาติก่อนการปรุงและเติมน้ำลวกเครื่องในและเลือดเล็กน้อย</p>
<p>ลาบเหนียว เป็นลาบที่มีความข้นและเหนียว บางภูมิภาคเรียกลาบประเภทนี้ว่า ลาบเนียน หรือ ลาบน้ำโตน ซึ่งลาบเหนียวคือลาบดิบประเภทหนึ่งและมีการเติมน้ำต้มเครื่องในและเลือดที่มีความเข้มข้น</p>
<p>ลาบหมี่ ใช้เฉพาะเครื่องในผสมเข้ากับกระเทียมเจียวในปริมาณที่มาก</p>
<p>ลาบลอ – เป็นลาบที่ใช้เนื้อวัวและเนื้อควายในสัดส่วนที่เท่ากัน</p>
<p>ลาบขโมย – เนื้อที่ใช้ทำลาบขโมยจะสับหยาบ ๆ จนดูเหมือนว่าพ่อครัวตกใจจนต้องรีบทำอาหารให้เสร็จและไม่มีเวลาสับเนื้อให้ละเอียด ชื่อของลาบประเภทนี้อาจมาจากการใช้เนื้อวัวที่ขโมยของคนอื่น ๆ มา และหัวขโมยรีบนำมาทำอาหารให้เสร็จก่อนจะถูกจับได้</p>
<p>ลาบเก๊า และ ลาบใกล้แจ้ง และ ส้าดึก – เป็นชื่อที่ใช้เรียกลาบหรือส้าที่เสิร์ฟเป็นอาหารเช้าของพิธีสำคัญ โดยการเตรียมลาบประเภทนี้จะใช้เนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าในตอนดึกของคืนก่อนหน้า และเมื่อแขกเดินทางมาถึงงานด้วยความรู้สึกที่หิวและเหน็ดเหนื่อย ลาบประเภทนี้จะพร้อมเสิร์ฟโดยใช้วัตถุดิบเท่าที่พร้อมแล้วโดยไม่จำเป็นต้องครบเครื่อง ลาบประเภทนี้สามารถใช้เรียกลาบที่ปรุงทันทีหลังจากที่สัตว์ถูกฆ่า โดยใช้เนื้อในปริมาณไม่มากในขณะที่ยังอุ่นและสดอยู่</p>
<p>หลู้ หรือ ลู่– เป็นอาหารที่ทำจากเนื้อวัวหรือเนื้อควายบดละเอียดและเติมเลือดลงไปด้วย โดยเลือดที่ใช้จะถูกเตรียมโดยใส่ตะไคร้และใบมะกรูดทุบเพื่อขจัดกลิ่นสาบ หลู้ใช้น้ำพริกลาบและกระเทียมดองในการปรุงรสชาติ จากนั้นโรยหน้าด้วยใบมะกรูดทอดกรอบ กระเทียมทอดและเครื่องในทอด</p>
<p>หลู้เพี้ย– เหมือนกับหลู้แต่ใช้น้ำเพี้ย (น้ำดีของวัว) แทนเลือด</p>
<p>โอกาสที่รับประทานลาบ เสาวภา (2548)</p>
<p>1. เทศกาล ได้แก่ สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา</p>
<p>2. <a href="https://www.at-chiangmai.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">งานประเพณี</a> ได้แก่ ปอยหลวง บวชลูกแก้ว ตานก๋วยสลาก งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่</p>
<p>3. โอกาสพิเศษ เช่น ถูกหวย วันเกิด เลี้ยงส่ง</p>
<p>ที่มา : http://www.agro.cmu.ac.th/lanna/lab.htm</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">ลาบเมือง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผักกาดจอ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2020 07:54:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกิ๋นคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ผักกาดจ้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผักกาดจอ หรือ จอผักกาด วัตถุดิบส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือ ผักกาดจ้อน หรือ ผักกาดกวางตุ้ง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%ad/">ผักกาดจอ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">ผักกาดจอ หรือ จอผักกาด</span></h2>
<p>วัตถุดิบส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือ <strong><span style="color: #339966;"><a style="color: #339966;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87/">ผักกาดจ้อน</a></span></strong> หรือ <span style="color: #339966;"><strong>ผักกาดกวางตุ้ง</strong></span> ที่กำลังออกดอก นำมาต้มใส่มะขามสดหรือหรือเปียก เกลือ กะปิ ปลาร้านิดหน่อย ใส่กระดูกหมูถั่วเน่าแผ่นลงไปด้วย เมื่อสุกแล้วนำมารับประทานกับพริกแห้งทอด หรือน้ำพริกตาแดง กับข้าวเหนียวอุ่นๆอร่อยมาก</p>
<h3><span style="color: #339966;">ค่านิยม ความเชื่อ</span></h3>
<p>ผักกาด ภาคเหนือถือว่าเป็นผักรสเย็น ซึ่งมีความเชื่อว่าหญิง หลังคลอดห้ามรับประทานผักเย็น จะทำให้เกิดอาการเจ็บท้องทั้งแม่และลูก ดังนั้น จอผักกาดหญิงคลอดบุตรจึงห้ามรับประทาน</p>
<h3><span style="color: #339966;">รูปแบบการบริโภค</span></h3>
<p>การบริโภคผักกาดจอขอ งภาคเหนือ สามารถทำรับประทานได้ทุกฤดูกาล นิยมทำขึ้นชุดขันโตก ในงานจัดเลี้ยง งานมงคลต่างๆ รับประทานกับพริกแห้งปิ้งหรือทอด จะรับประทานต่างหากหรือหักเป็นท่อนโรยหน้า ขณะใส่ถ้วยก่อนนำไปรับประทานก็ได้ บางท่านก็นิยมรับประทานกับน้ำพริกตาแดง</p>
<h3><span style="color: #339966;">ประโยชน์เชิงสุขภาพ</span></h3>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ประโยชน์ทางอาหาร</strong></span> จอผักกาด ให้พลังงาน โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร วิตามิน ประกอบด้วย วิตามินเอ เบต้าเคโรทีน วิตามินอี วิตามินบี1 วิตามินบี2 ไนอะซิน วิตามินซี<br />
<span style="color: #339966;"><strong>สรรพคุณทางยา</strong></span> การรับประทานจอผักกาดช่วยในการ ขับถ่ายสะดวกเป็นอาหารซึ่งเหมาะกับผู้ ที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังได้รับสรรพคุณทางยาจาก วัตถุดิบอาหารในจอผักกาด ได้แก่ ผักชี หอมแดง พริก กระเทียม มะขามเปียก</p>
<h4><span style="color: #339966;"><strong>ส่วนประกอบผักกาดจอ</strong></span></h4>
<p>1.ผักกาดกวางตุ้งทีกำลังออกดอก 1 กิโลกรัม<br />
2.ซี่โครงหมู 400 กรัม<br />
3.หอมแดง 5 หัว<br />
4.กระเทียม 10 กลีบ<br />
5.ถั่วเน่าแข็บย่างไฟ 2 แผ่น<br />
6.กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ<br />
7.น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ<br />
8.เกลือป่น 1 ช้อนชา</p>
<h4><span style="color: #339966;"><strong>วิธีทำผักกาดจอ</strong></span></h4>
<p>ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ใส่ซี่โครงหมูสับ ต้มจนกระทั่งหมูนุ่ม โขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ รวมกันให้ละเอียด ใส่ลงในหม้อต้มซี่โครงหมู พอเดือด ใส่ผักกวางตุ้งเด็ดเป็นท่อน พอผักนุ่ม ใส่ถั่วเน่าแผ่นโขลกละเอียด ใส่น้ำมะขามเปียก คนให้ทั่ว พอเดือดจนผักกาดเปลี่ยนสีออกเหลือง ปิดไฟ นำไปรับประทานได้เลย</p>
<p>เรียบเรียงโดย <a href="https://www.at-chiangmai.com">at-chiangmai.com</a></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%ad/">ผักกาดจอ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงผักหละ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2019 04:35:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ชะอม]]></category>
		<category><![CDATA[ผักชะอม]]></category>
		<category><![CDATA[แกงผักชะอม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b0</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผักชะอม หรือผักหละ นิยมนำมาแกงกับผักอื่นๆ เช่น แกงหน่อไม้ แกงถั่วฝักยาว แกงแค แกงโฮะ แกงเห็ดหูหนู หรือแกงเฉพาะชะอมอย่างเดียว เรียกแกงผักหละ</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b0/">แกงผักหละ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">ผักชะอม หรือผักหละ นิยมนำมาแกงกับผักอื่นๆ เช่น แกงหน่อไม้ แกงถั่วฝักยาว แกงแค แกงโฮะ แกงเห็ดหูหนู หรือแกงเฉพาะชะอมอย่างเดียว เรียกแกงผักหละ หรือแกงชะอม แกงผักชะอม หรือ แกงผักหละ (ประทุม อุ่นศรี, สัมภาษณ์, 25 มิถุนายน 2550)</span></h2>
<p>ผักหละหรือผักชะอม ยังสามารถนำไปประกอบกับอาหารอย่างอื่นได้อีกมากมาย ชะอม ประโยชน์นำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายเมนู เมนูชะอม เช่น ไข่ชะอม ไข่ทอดชะอม ชะอมชุบไข่ แกงส้มชะอมกุ้ง แกงส้มชะอมไข่ นำมาลวกหรือนึ่งใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก น้ำพริกกะปิ รับประทานร่วมกับส้มตำมะม่วง ตำส้มโอ หรือจะนำไปปรุงเป็นแกงรวมกับปลา เนื้อ ไก่ กบ เขียด หรือต้มเป็นอ่อม ทำแกงลาว แกงแค เป็นต้น</p>
<div id="component-list">
<div id="ingredient-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>ส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%"><a href="https://www.at-chiangmai.com/%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A1/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ชะอม</a></td>
<td align="left" width="15%">100</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">ปลาแห้ง</td>
<td align="left" width="15%">50</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">ข่าอ่อนซอย</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">แว่น</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4.</td>
<td align="left" width="50%">พริกหนุ่มย่าง</td>
<td align="left" width="15%">4</td>
<td align="left" width="25%">เม็ด</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="spice-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>เครื่องแกง</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%">พริกแห้ง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">เม็ด</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">กระเทียม</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">กลีบ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">หอมแดง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">หัว</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4.</td>
<td align="left" width="50%">กะปิ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">5.</td>
<td align="left" width="50%">เกลือ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="sidedish-list"></div>
</div>
<div id="food-prep">
<h2>วิธีการทำ</h2>
<div id="food-prep">
<div id="food-prep-method">1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด<br />
3. น้ำแกงเดือด ใส่ข่า<br />
4. ใส่ปลาแห้ง ต้มจนปลานุ่ม<br />
5. ใส่ผักชะอม ต้มจนผักสุก<br />
6. ใส่พริกหนุ่มเผา ปิดไฟ</div>
</div>
<table border="0" width="100%" cellspacing="3" cellpadding="3" align="center">
<tbody>
<tr>
<td align="left">
<h2>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<div align="justify">
<p><b>เคล็ดลับในการปรุง</b></p>
<p>แกงผักชะอม อาจเพิ่มดอกข่า จี๋กุ๊ก (หน่อของผักพื้นบ้านประเภทเดียวกับข่า) ตามฤดูกาล<br />
ไม่ควรต้มชะอมสุกเกินไป วิธีสังเกตว่าชะอมสุกพอดี คือชิมน้ำแกงแล้ว รสชาติกลมกล่อม ไม่มีรสเฝื่อน</p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B0&#8243; limit=&#8221;15&#8243;]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b0/">แกงผักหละ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงผักเสี้ยว</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Feb 2019 18:20:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกิ๋นบ้านเฮา]]></category>
		<category><![CDATA[ชงโค]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเสี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เสี้ยวดอกแดง]]></category>
		<category><![CDATA[เสี้ยวหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เสี้ยวเลื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[แกงผักเสี้ยว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผักเสี้ยว หรือเสี้ยวดอกแดง หรือชงโค นิยมนำยอดอ่อนมาแกงกับปลาแห้ง มะเขือเทศลูกเล็ก และมีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงผักขี้ขวง ผักขี้เสียด แกงผักหวาน แกงผักเซียงดา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">แกงผักเสี้ยว</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">ผักเสี้ยว หรือเสี้ยวดอกแดง หรือชงโค นิยมนำยอดอ่อนมาแกงกับปลาแห้ง มะเขือเทศลูกเล็ก และมีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงผักขี้ขวง ผักขี้เสียด แกงผักหวาน แกงผักเซียงดา (ประทุม อุ่นศรี, สัมภาษณ์, 25 มิถุนายน 2550) </span></h2>
<p>ผักเสี้ยวเป็นผักที่ชาวเหนือนิยมกินมาก จะนำยอดใบอ่อนมาทำกับข้าว เช่น แกงผักเสี้ยวใส่ปลาย่าง แกงกับเนื้อ และนิยมแกงรวมกับผักชะอม ผักเชียงดา รสชาติอร่อยมาก นำมาเป็นผักลวกจิ้มน้ำพริก จะสัมผัสกับรสชาติ รู้สึกได้ถึงความหวาน และเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกายได้ดี เจริญอาหารฝีมือแกงผักเสี้ยวของชาวเหนือสุดยอดที่สุดเลย<span style="color: #339966;"><br />
</span></p>
<div id="component-list">
<div id="ingredient-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>ส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%"><a href="https://www.at-chiangmai.com/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7/">ผักเสี้ยว</a></td>
<td align="left" width="15%">100</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">ปลาแห้ง</td>
<td align="left" width="15%">50</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">มะเขือเทศลูกเล็ก</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">ลูก</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="spice-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>เครื่องแกง</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%">พริกแห้ง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">เม็ด</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">กระเทียม</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">กลีบ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">หอมแดง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">หัว</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4.</td>
<td align="left" width="50%">กะปิ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">5.</td>
<td align="left" width="50%">เกลือป่น</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="sidedish-list"></div>
</div>
<div id="food-prep">
<h2>วิธีการทำ</h2>
<div id="food-prep">
<div id="food-prep-method">1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงลงในน้ำเดือด<br />
3. ใส่ปลาแห้ง ต้มจนปลานุ่ม<br />
4. ใส่มะเขือเทศ ตามด้วยผักเสี้ยว พอผักสุก ปิดไฟ</div>
</div>
<table border="0" width="100%" cellspacing="3" cellpadding="3" align="center">
<tbody>
<tr>
<td align="left">
<h2>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<div align="justify"><b>เคล็ดลับในการปรุง</b><br />
การแกงผักเสี้ยว ไม่ควรแกงนาน เพราะเป็นผักใบอ่อน ควรรับประทานตอนร้อนๆ</div>
<div align="justify"></div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>ที่มา http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=124</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7&#8243; limit=&#8221;6&#8243;]</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87&#8243; limit=&#8221;2&#8243;]</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94&#8243; limit=&#8221;1&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7/">แกงผักเสี้ยว</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงผักเฮือด</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Feb 2019 16:50:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกิ๋นบ้านเฮา]]></category>
		<category><![CDATA[ผักฮี้]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเลียบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเฮือด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[แกงผักฮี้]]></category>
		<category><![CDATA[แก๋งผักเฮือด]]></category>
		<category><![CDATA[ไกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกงผักเฮือด เป็นแกงผักพื้นบ้าน ที่นิยมแกงใส่หมู จะเป็นซี่โครงหมู หรือกระดูกหมู หมูสับ หมูสันใน หรือสันคอหมู แล้วแต่ชอบ บางสูตรนิยมใส่มะขามเปียกเป็นเครื่องปรุงด้วย </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/">แกงผักเฮือด</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 id="food-detail"><span style="color: #339966;">แกงผักเฮือด เป็นแกงผักพื้นบ้าน ที่นิยมแกงใส่หมู จะเป็นซี่โครงหมู หรือกระดูกหมู หมูสับ หมูสันใน หรือสันคอหมู แล้วแต่ชอบ บางสูตรนิยมใส่มะขามเปียกเป็นเครื่องปรุงด้วย (ประทุม อุ่นศรี, สัมภาษณ์, 25 มิถุนายน 2550)</span></h2>
<p>&#8220;ผักเฮือด&#8221; แก๋งใส่กระดูกหมู ปลาแห้ง ลำขนาด ของกิ๋นปื้นเมือง หายากในเมืองส่วนใหญ่ไม่มีขาย<br />
และเราจะมีโอกาสได้กินแค่ปีละครั้ง คือช่วงต้นฤดูหนาว ที่ต้นมีการผลัดใบแล้วแตกยอดอ่อนๆออกมาให้เก็บกิน ถ้าออกมาเยอะๆแล้วไม่รีบเก็บไม่กี่วันใบก็แก่เกิน ต้องรอกินอีกทีปีหน้า</p>
<p>ที่สำคัญปลูกยากคร้า ดิน น้ำ อากาศ ไม่ดี อดกิน เพราะต้นจะตายหมด บางทีต้นไม่ตายแต่ไม่ยอมแตกยอดอ่อนให้เก็บกิน หมดฤดูก็รอลุ้นเอาอีก 1 ปี</p>
<div id="component-list">
<div id="ingredient-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>ส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%"><a href="https://www.at-chiangmai.com/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94/">ผักเฮือด</a></td>
<td align="left" width="15%">100</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">ซี่โครงหมูสับ</td>
<td align="left" width="15%">200</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">มะเขือเทศลูกเล็ก</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">ลูก</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="spice-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>เครื่องแกง</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%">พริกแห้ง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">เม็ด</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">กระเทียม</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">กลีบ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">หอมแดง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">หัว</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4.</td>
<td align="left" width="50%">กะปิ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">5.</td>
<td align="left" width="50%">เกลือ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="sidedish-list"></div>
</div>
<div id="food-prep">
<h2>วิธีการทำ</h2>
<div id="food-prep">
<div id="food-prep-method">1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
2. ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด<br />
3. ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม<br />
4. ใส่ผักเฮือด ต้มให้ผักเฮือดสุกจนนิ่ม<br />
5. ใส่มะเขือเทศ คนให้เข้ากัน พอมะเขือเทศสุก ปิดไฟ</div>
</div>
<table border="0" width="100%" cellspacing="3" cellpadding="3" align="center">
<tbody>
<tr>
<td align="left">
<h2>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<div align="justify"><b>เคล็ดลับในการปรุง</b><br />
การเตรียมยอดผักเฮือดสำหรับแกง ให้เด็ดกลีบออก เหลือแต่กลีบสุดท้าย เนื่องจากกลีบของใบอ่อนมีรสเปรี้ยว</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>Credit : http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=48</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94&#8243; limit=&#8221;15&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/">แกงผักเฮือด</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกงผักขี้หูด</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Aug 2017 18:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ของลำคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของลำล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ของลำเมืองเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักขี้หูด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกงผักขี้หูด ผักขี้หูด ชื่อไม่น่ากินแต่ประโยชน์ล้ำ  ฝักและใบช่วยเจริญอาหาร ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ช่วยละลายนิ่ว  มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและ วิตามินซี</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94/">แกงผักขี้หูด</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #f25076;">แกงผักขี้หูด <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94/">ผักขี้หูด</a> ชื่อไม่น่ากินแต่ประโยชน์ล้ำ  ฝักและใบช่วยเจริญอาหาร ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ช่วยละลายนิ่ว  มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและ วิตามินซี </span></h2>
<p>ผักขี้หูด เป็นผักพื้นบ้านพบมากทางภาคเหนือ ชอบอากาศเย็น มีฝักสีเขียวอ่อน เนื้อนุ่มคล้ายฟองน้ำ ฝักคอดเว้าเป็นข้อ ๆ ยาวตลอดทั้งฝัก ปลายแหลม จะกินแบบสดๆ หรือนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้ บ้างนำมาแกงใส่ปลา กบ หรือใส่ไข่แมงมัน ก็อร่อยดี มีประโยชน์</p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94/"><img decoding="async" class="size-full wp-image-4573 aligncenter" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/Raphanus-sativus-Linn.jpg" alt="" width="660" height="400" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/Raphanus-sativus-Linn.jpg 660w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/Raphanus-sativus-Linn-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/Raphanus-sativus-Linn-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/03/Raphanus-sativus-Linn-100x62.jpg 100w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></a></p>
<p><strong>ส่วนผสมและเครื่องปรุง</strong></p>
<p>ผักขี้หูด</p>
<p>น้ำ 2 ½ ถ้วย</p>
<p>เนื้อ / เนื้อหมู กระดูกหมู / ปลาแห้ง</p>
<p>ส่วนผสมพริกแกง</p>
<p>พริกชี้ฟ้าแห้ง 5 &#8211; 6 เม็ด / หอมแดง 5 หัว / กระเทียมไทย 6 กลีบ / ข่า 3 แว่น / ตะไคร้ซอย 1 ต้น / เกลือป่น ½ ช้อนชา / กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ขั้นตอนการทำ</strong></p>
<p>1. ตั้งหม้อใส่น้ำประมาณ 2 ถ้วยแกง</p>
<p>2. ตำพริกแกง 6-7 เม็ด กระเทียมไทย 3-4 กลีบ เกลือสมุทรเล็กน้อย โขลกให้พอแหลก ใส่กระปิแกง 1 ช้อนชา โขลกให้เข้ากันดี ตักใส่หม้อแกงที่เดือดแล้ว พร้อมใส่ เนื้อ / เนื้อหมู กระดูกหมู / ปลาแห้ง ตามลงไป</p>
<p>3. ใส่ผักขี้หูด ลงไป ปิดไฟ ตักใส่ชาม พร้อมซดน้ำแกงร้อนๆ กับผักขี้หูดเต็มคำ</p>
<p>พริกจะเผ็ดน้อยลงถ้าแกงกับผักขี้หูด จึงต้องใส่พริกเพิ่มจากปกติ เพราะผักขี้หูดทำให้รสเผ็ดของพริกจืดลง แต่ถ้าใครไม่ทานเผ็ดไม่ต้องใส่หลายเม็ดก็ได้จะได้ซดน้ำสบาย ๆ</p>
<p>เมื่อนำผักขี้หูดใส่ลงไปแล้ว อย่าตั้งนานเกินไป เพราะผักขี้หูดสุกง่าย ไม่งั้นผักขี้หูดจะเปื่อย ได้แกงผักขี้หูดมาลิ้มรส น้ำแกงเผ็ดแต่กลมกล่อม ผักขี้หูดรสหวานดูหน้าตาน่าทานที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-4577 aligncenter" src="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/08/kang-puk-khee-hood.jpg" alt="" width="660" height="400" srcset="https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/08/kang-puk-khee-hood.jpg 660w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/08/kang-puk-khee-hood-150x91.jpg 150w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/08/kang-puk-khee-hood-300x182.jpg 300w, https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2017/08/kang-puk-khee-hood-100x62.jpg 100w" sizes="auto, (max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%94&#8243; limit=&#8221;10&#8243;]</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">อาหารพื้นบ้านล้านนา อาหารเหนือ หรือ อาหารล้านนา มีอยู่มากมายหลายชนิด อาหารบางอย่างมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน มีพืชผักพื้นบ้านที่มีประโยชน์เป็นส่วนประกอบ มีลักษณะการกินที่เป็นเอกลักษณ์</span></h3>
<p style="text-align: center;">เว็บไซต์ at-chiangmai.com รวบรวมรายการอาหารมาให้คุณได้ทดลองทำ หรือปรุงอาหารเอง หรือ อาหารที่แปลกหน้าแปลกตา ที่นับวันอาจจะมีคนรู้จักน้อยลงไปทุกที หรือหาทานยาก ให้ได้กลับเป็นอาหารที่ชื่นชอบของผู้คนทุกหมู่เหล่าที่อยากรู้จัก วัฒนธรรมการกินของคนเหนือ คนล้านนามากขึ้น</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%94/">แกงผักขี้หูด</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยำผักเฮือด</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2017 17:20:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อาหารเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินคนเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผัก]]></category>
		<category><![CDATA[ผักพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ผักพื้นบ้านล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผักล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผักฮี้]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเลียบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารคนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ไกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผักเฮือด หรือผักเรือก หรือเฮือก เป็นผักที่มีรสเปรี้ยวและฝาด ก่อนปรุงจึงต้องนึ่งให้สุกก่อน มีวิธีการยำ นิยมนำลงผัดกับเครื่องแกงกับหมูสับ บางสูตรใส่หมูสับต้มสุก</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/">ยำผักเฮือด</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผักเฮือด หรือผักเรือก หรือเฮือก เป็นผักที่มีรสเปรี้ยวและฝาด ก่อนปรุงจึงต้องนึ่งให้สุกก่อน มีวิธีการยำ นิยมนำลงผัดกับเครื่องแกงกับหมูสับ บางสูตรใส่หมูสับต้มสุก และนำมะเขือเทศลงต้มพร้อมกับเครื่องปรุงอื่นๆ (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 5520; สิรวิชญ์ จำรัส, สัมภาษณ์, 18 มิถุนายน 2550)</p>
<div id="component-list">
<div id="ingredient-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>ส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%">ผักเฮือด</td>
<td align="left" width="15%">200</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">เนื้อหมูสับ</td>
<td align="left" width="15%">100</td>
<td align="left" width="25%">กรัม</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">ข่าโขลก</td>
<td align="left" width="15%">1/2</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4.</td>
<td align="left" width="50%">หอมแดงซอย</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">5.</td>
<td align="left" width="50%">กระเทียมเจียว</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">6.</td>
<td align="left" width="50%">ผักชีซอย</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">7.</td>
<td align="left" width="50%">ต้นหอมซอย</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">8.</td>
<td align="left" width="50%">พริกขี้หนูแห้งทอด</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">เม็ด</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">9.</td>
<td align="left" width="50%">กระเทียมสับ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">10.</td>
<td align="left" width="50%">น้ำมันพืช</td>
<td align="left" width="15%">2</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="spice-list">
<table border="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" align="left">
<h2>เครื่องแกง</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">1.</td>
<td align="left" width="50%">พริกขี้หนูแห้ง</td>
<td align="left" width="15%">15</td>
<td align="left" width="25%">เม็ด</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">2.</td>
<td align="left" width="50%">กระเทียม</td>
<td align="left" width="15%">10</td>
<td align="left" width="25%">กลีบ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">3.</td>
<td align="left" width="50%">หอมแดง</td>
<td align="left" width="15%">5</td>
<td align="left" width="25%">หัว</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">4.</td>
<td align="left" width="50%">ข่าหั่น</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">5.</td>
<td align="left" width="50%">ตะไคร้ซอย</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">6.</td>
<td align="left" width="50%">กะปิ</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">7.</td>
<td align="left" width="50%">ปลาร้าต้มสุก</td>
<td align="left" width="15%">1</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนโต๊ะ</td>
</tr>
<tr>
<td align="center">8.</td>
<td align="left" width="50%">เกลือ</td>
<td align="left" width="15%">1/2</td>
<td align="left" width="25%">ช้อนชา</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<div id="sidedish-list"></div>
</div>
<div id="food-prep">
<h2>วิธีการทำ</h2>
<ol>
<li>นึ่งผักเฮือดให้สุก นำมาหั่นให้ละเอียด พักไว้<br />
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด<br />
3. เจียวกระเทียมกับน้ำมัน ใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม<br />
4. ใส่หมูสับ ผัดให้หมูสุก<br />
5. ใส่ผักเฮือดผัดให้เข้ากัน พอสุก ปิดไฟ โรยด้วยกระเทียมเจียว หอมแดงซอย พริกขี้หนูทอด และผักชีต้นหอม</li>
</ol>
<table width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<h2>เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td>การเตรียมยอดผักเฮือด ให้เด็ดกลีบออก เหลือแต่กลีบสุดท้าย เนื่องจากกลีบของใบอ่อนมีรสเปรี้ยว</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table width="100%">
<tbody>
<tr>
<td>
<h2>รายการอ้างอิง</h2>
</td>
</tr>
<tr>
<td>รัตนา พรหมพิชัย. (2542). ยำผักเรือก.<strong>�</strong>ใน <strong>สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ </strong>(เล่ม 11, หน้า 5520). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.<strong>�</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>Credit : http://library.cmu.ac.th/ntic/lannafood/detail_lannafood.php?id_food=66</p>
<p>[iggetimage type=&#8221;tags&#8221; tag=&#8221;%E0%B8%A2%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94&#8243; limit=&#8221;10&#8243;]</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/">ยำผักเฮือด</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
