<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บุคคลสำคัญ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/category/บุคคลสำคัญ/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jun 2023 05:17:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>บุคคลสำคัญ Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/category/บุคคลสำคัญ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไอ่เก๋า นายสุรินทร์ หน่อคำ ช่างซอพื้นเมืองล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Feb 2022 07:19:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างซอ]]></category>
		<category><![CDATA[ซอ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ซอ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดงซอ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ไอ้เก๋า อี่ต่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=12508</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไอ่เก๋า จ้างซอจื้อติดหูจาวเหนือล้านนา นายสุรินทร์ หน่อคำ ช่างซอพื้นเมืองภาคเหนือ ไอ่เก๋าหรือมิสเตอร์เก๋า เกว้อวเว้อวร์ แสดงซอร่วมกับ อี่ต่วม คณะแสดงซอ “เก๋า–ต่วม” </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ไอ่เก๋า นายสุรินทร์ หน่อคำ ช่างซอพื้นเมืองล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #339966;">&#8220;ไอ่เก๋า&#8221; จ้างซอจื้อติดหูจาวเหนือ นายสุรินทร์ หน่อคำ(นามแสดงไอ่เก๋า) ช่างซอพื้นเมืองภาคเหนือ</span></h2>
<h3><span style="color: #3366ff;">ประวัติไอ่เก๋า นายสุรินทร์ หน่อคำ</span></h3>
<p>เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2489 บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 2 ตำบลสันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นบุตรของนายอินทร์ นางขันแก้ว หน่อคำ มีพี่น้องร่วมบิดา มารดา 6 คน ได้สมรสกับนางบังอร หน่อคำ เมื่อ พ.ศ.2512 มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นชายทั้ง 2 คน</p>

<h3><span style="color: #3366ff;">การศึกษา</span></h3>
<p>เมื่อเรียนขบประถมศึกษา ก็มีความสนใจในด้านศิลปะการจ๊อย ซอ หรือการขับซอได้ติดตามมารดา คือแม่ขันแก้ว ซึ่งเป็นช่างซอ หรือนักขับซอไปแสดงในงานต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เรียนอย่างจริงจัง เพราะต้องออกไปทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว จนกระทั่งมีอายุ 16 ปี แม่ขันแก้วก็ให้มาเรียนเป็น “จ่างซอหรือช่างซอ”เมื่อเรียนจากมารดาได้ 1 ปีก็ตระเวนซอไปกับรุ่นพี่เพื่อหาประสบการณ์</p>
<p>ต่อมาก็ได้หาความชำนาญเพิ่มเติมจากแม่ครูจันทร์สม สายธารา ซึ่งในขณะนี้เป็นศิลปินแห่งชาติของจังหวัดเชียงใหม่ จากการที่ได้ออกมาสู่โลกแห่งศิลปิน ก็มองเห็นว่า ประสบการณ์ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะเป็นผู้ชำนาญ จึงได้เดินทางไปขอเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ศรีท้วน สวนน้อย ศิลปินซอชื่อดังของจังหวัดเชียงราย</p>
<h3><span style="color: #3366ff;">การทำงาน</span></h3>
<p>เมื่อเรียนจบก็ออกแสดงไปทั่ว หลังจากเรียนซอกับแม่ขันแก้วได้ประมาณ 1 ปี ก็ได้ออกซอ ตามงานต่าง ๆ กับช่างซอรุ่นพี่เพื่อหาประสบการณ์ ใน ขณะเดียวกันก็เรียนซอเพิ่มเติมกับแม่ครูจันทร์สม สายธารา และพ่อครูศรีทวน สอนน้อย คณะซอคณะแรกที่เข้าร่วมงาน คือคณะศรีสมเพชร 2 รับแสดงซอตามงานต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างชื่อเสียง จึงเปลี่ยนแนวการแสดงมาเป็นแนวตลก โดยยึดแนวการแต่งตัวของตลกฝรั่งที่ชื่อ ชาลี และการแสดงออกหน้าเวที ก็ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้าประกอบ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ในนามของ “ไอ่เก๋าหรือมิสเตอร์เก๋า เกว้อวเว้อวร์ ”จากนั้นมา ”</p>
<p>และได้แสดงซอร่วมกับแม่คำหน้อย หรือ “<span style="color: #ff0000;"><strong><a style="color: #ff0000;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อี่ต่วม</a></strong></span>” ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรูปแบบการแสดงที่ตลกไม่ซ้ำแบบใคร จนกลายเป็นคู่ซอที่ได้รับความนิยมจากประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดต่าง ๆ ในเขตภาคเหนือ ต่อมาได้ตั้งคณะซอของตนเองชื่อคณะ “เก๋า–ต่วม” รับแสดงซอคู่ ละครซอ และซอสตริงในงานต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือ</p>
<p>นอกจากการแสดงซอในงานทั่วไปแล้ว ยังทำการ ผลิตเทปซอจำนวนหลายชุด โดยส่วนใหญ่จะเป็นเทปที่มี เนื้อหาตลกสนุกสนาน ที่แฝงข้อคิดและสาระต่าง ๆ ก็นำเอาศิลปการขับซอไปเผยแพร่ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ปี 2522</p>
<h3><span style="color: #3366ff;">ผลงาน</span></h3>
<p>ในขณะที่นำเอาศิลปะพื้นบ้านไปแสดงในที่ต่างๆก็นำเอาสาระความรู้ในด้านการต่อต้านยาเสพติดโรคเอดส์ รณรงค์ให้ชาวบ้านออกไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง ไข้เลือดออก การป้องกันไฟไหม้ ผู้สูงอายุกับการรักษาสุขภาพ การใช้รถใช้ถนนให้ถูกต้องตามกฎจราจร สอดแทรกในขณะทำการแสดง</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้นำเอาศิลปะการขับซอไปสอนให้แก่เยาวชนตามโรงเรียนต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลาประมาณ 10 กว่าปี ในส่วนขององค์กรต่างๆก็ได้ให้ความร่วมมือสอนพิเศษในเรื่องศิลปะพื้นบ้านการขับซอ ผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุด คือ ได้รับพระพิฆเนศทองพระราชทาน และรางวัลศิลปินพื้นบ้านดีเด่น เมื่อปี 2537</p>
<p>จากประสบการณ์ที่ยาวนานและผลงานด้านการซอที่โดดเด่นของพ่อเก๋า (สุรินทร์ หน่อคำ) รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ และการนำความรู้ด้านการซอเผยแพร่สู่สถาบันต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ทำให้พ่อเก๋าได้รับการยอมรับและมีบทบาทในสังคมในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอ าเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>-ที่ปรึกษาพัฒนากรอ าเภอหางดง</p>
<p>-โฆษกในงานของอ าเภอหางดง</p>
<p>-กรรมการหมู่บ้านต้นงิ้ว</p>
<p>-อ.ส.ม. และ อ.ช. หางดง</p>
<p>-รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน ประจ าปี พ.ศ.2539</p>
<p>-รางวัลศิลปินพื้นบ้านดีเด่น ประจ าปี พ.ศ. 2537</p>
<p>-ผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติเพชรรราชภัฏ เพชรล้านนา ประจำปีพุทธศักราช 2552 นายสุรินทร์ หน่อคำ : สาขาศิลปะการแสดง ด้านซอพื้นเมือง</p>
<h3><span style="color: #ff0000;">นายสุรินทร์ หน่อคำ หรือ นายเก๋า มีคติประจำใจ ในสุภาษิตเมืองเหนือว่า ก่อยอยู่ต๋ามน้ำ ก่อยทำต๋ามตั๋ว น้ำเปียงใด ดอกบัวเปียงอั้น</span></h3>
<p>วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2553  ขอไว้อาลัย ให้กับ ศิลปินช่างซอภาคเหนือ สุรินทร์ หน่อคำ หรือ &#8220;ไอ่เก๋า&#8221;</p>
<p>วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2553 คนภาคเหนือเราได้สูญเสียศิลปินจ้างซอ นักร้องกำเมืองนักอนุรักษ์ไปอีก 1ท่าน</p>
<p>เมื่อเวลาประมาณ 11.นาฬิกา ที่โรงพยาบาลศูนย์วิจัยประสาท เชียงใหม่</p>
<h3><span style="color: #3366ff;">ผลงาน ไอ่เก๋า นายสุรินทร์ หน่อคำ</span></h3>
<h4><span style="color: #993300;"><strong>ซอไอ้เก๋าใส่ผี โดย ไอ้เก๋าอีต่วม</strong></span></h4>
<p><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/nvGQJ8vT954" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><strong><span style="color: #993300;">ซอตลก โดย ไอ้เก๋าอีต่วม</span></strong></h4>
<p><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/QyRZ5NJIM8U" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><strong><span style="color: #993300;">ละครซอ เฒ่าขึนศีล (ตอน 1/2) โดย ไอ้เก๋าอีต่วม</span></strong></h4>
<p><iframe title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/um1JyWRCq94" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><strong><span style="color: #993300;">ละครซอ เฒ่าขึนศีล (ตอน 2/2) โดย ไอ้เก๋าอีต่วม</span></strong></h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/6Fm77183h8U" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><strong><span style="color: #993300;">ซอมันมากับความม่วน โดย ไอ้เก๋าอีต่วม</span></strong></h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/C-hS-TjLbns" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ไอ่เก๋า นายสุรินทร์ หน่อคำ ช่างซอพื้นเมืองล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลอยสี สรรพศรี</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Feb 2022 06:51:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างฟ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนสาวไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนสาวไหม ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนสาวไหม เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนาวไหม ภาคเหนือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=12502</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลอยสี สรรพศรี ช่างฟ้อน ผู้ร่วมคิดค้นพัฒนาท่ารำ ฟ้อนสาวไหม (พ.ศ.๒๔๖๒-ไม่ทราบปีถึงแก่กรรม)เกิดเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๒ ที่จังหวัดลำพูน</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">พลอยสี สรรพศรี</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #0000ff;">พลอยสี สรรพศรี ช่างฟ้อน ผู้ร่วมคิดค้นพัฒนาท่ารำ ฟ้อนสาวไหม (พ.ศ.๒๔๖๒-ไม่ทราบปีถึงแก่กรรม)</span></h2>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นางพลอยสี สรรพศรี</strong></span> เกิดเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๒ ที่จังหวัดลำพูน เป็นบุตรีของนายบุญทา และนางเขียน นามสกุลเดิม เมฆขยาย มีพี่น้องทั้งหมด ๕ คน เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนพุทธโสภณ จังหวัดเชียงใหม่ จบชั้นประถมปีที่ ๒ แล้วมาเรียนต่อที่โรงเรียนสตรีวัฒโนทัยพายัพ จนจบชั้นประถมปีที่ ๔</p>
<p>เมื่ออายุได้ประมาณ ๑๖ ปี (พ.ศ.๒๔๗๘)ได้เข้าไปเป็นช่างฟ้อน เป็นนักร้องและเป็นตัวละครอยู่ในคุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงพ.ศ.๒๔๘๓ มาเป็นนางเอกละครร้องที่คณะละคร บริษัทนิยมไทย เวิ้งนครเกษม กรุงเทพมหานคร ในช่วงนี้ได้แสดงภาพยนตร์และละครร้องหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นนางเอกละครเร่ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วย จนถึงพ.ศ.๒๔๙๙ จึงได้กลับไปอยู่ที่จังหวัดเชียงราย และไปเป็นครูสอนขับร้องและนาฏศิลป์ ที่โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา ที่อำเภอแม่สาย แล้วย้ายมาสอนที่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๔ จนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ.๒๕๒๖)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEiMOBZ0pylKlg0Ihelcg2PXe9khsjQXz-e54frQAjqInY0Jjguy5l6Hgpmia9uDaRiovUmAro4OTn4ywBDqHtQ-izKpdPhlmPCqF2KNKaV4KphXf2ZxBD9iIuysjIrR-J85CtD5JJ8MCyQQC8cEP_UWEFh7sTueQuCkWEUJd17GsvEzCechmI-6DuxShQ=s16000" border="0" data-original-height="866" data-original-width="739" /></p>
<p>ทางด้านดนตรีไทยนั้น เริ่มเรียนจากเจ้าบัวชุม ณ เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ เพลงแรกที่เรียน คือ เพลงจระเข้หางยาว เมื่อพ.ศ.๒๔๙๘ ได้แต่งงานกับ นายอินทร์หล่อ สรรพศรี จึงได้เรียนจะเข้เพิ่มเติมจากสามีอีกหลายเพลง เช่น แป๊ะ สี่บท บุหลัน นางครวญ เยี่ยมวิมาน เป็นต้น</p>
<p>ความสามารถในทางดนตรีไทยของนางพลอยสีนั้น ชำนาญในการดีดจะเข้เพียงอย่างเดียวในทางเครื่อง แต่มีความสามารถในทางร้องประเภทเพลงเสภา เพลงละคร เพลงพื้นเมือง ดีมาก มีความถนัดในการขับร้องพร้อมกับบรรเลงเครื่องดนตรีไปด้วย และได้รับมอบให้ทำพิธีไหว้ครูจากครูช่อ สุนทรวาทิน</p>
<p>ผลงานทางการแสดงนั้นมีความสามารถในการฟ้อนรำตั้งแต่ครั้งยังอยู่ในคุ้มของเจ้าแก้วนวรัฐ และคุ้มของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในรัชกาลที่ ๕ ได้ลงมาแสดงถึงกรุงเทพมหานครอยู่เสมอ และยังเป็นผู้จัดการให้มีการฟ้อนรำในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เมื่อเสด็จเยือนเชียงราย พร้อมทั้งรับแขกสำคัญของทางราชการอยู่เสมอ ผลงานที่ท่านภูมิใจมาก ได้แก่ ถ้วยรางวัลที่ ๑ ในการขับร้องเพลงไทยและเพลงพื้นเมือง และได้รับเชิญในฝึกสอนการ<span style="color: #ff0000;"><strong><a style="color: #ff0000;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">ฟ้อนสาวไหม</a></strong></span>ให้แก่อาจารย์วิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งต่อมาได้บรรจุไว้ในหลักสูตรของวิทยาลัยด้วย</p>
<p>ปัจจุบัน(พ.ศ.๒๕๒๖) ท่านพักอยู่กับครอบครัวที่บ้านเลขที่ ๙๓๙/๗ ถนนราษฎร์อุทิศ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ยังช่วยครอบครัวสอนขับร้องและดนตรีไทย พร้อมทั้งมีงานออกอากาศ ณ สถานีวิทยุที่เชียงรายอีก ๓ แห่ง เป็นประจำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พูนพิศ อมาตยกุล</p>
<p>(เรียบเรียงจาก บันทึกประวัติศิลปินเพลงไทย ซึ่งบันทึกข้อความโดยนางพลอยสี สรรพศรี)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : นามานุกรมศิลปินเพลงไทย ในรอบ ๒๐๐ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพูนพิศ อมาตยกุล, หัวหน้าโครงการ ; ผู้ร่วมโครงการ, พิชิต ชัยเสรี …[และคนอื่น ๆ]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๖.</p>
<blockquote class="wp-embedded-content" data-secret="MJJMXbL21Y"><p><a href="https://sirindhornmusiclibrary.li.mahidol.ac.th/hall_of_fame/thai-musicians112/">พลอยสี สรรพศรี (พ.ศ.๒๔๖๒-ไม่ทราบปีที่ถึงแก่กรรม)</a></p></blockquote>
<p><iframe loading="lazy" class="wp-embedded-content" sandbox="allow-scripts" security="restricted"  title="&#8220;พลอยสี สรรพศรี (พ.ศ.๒๔๖๒-ไม่ทราบปีที่ถึงแก่กรรม)&#8221; &#8212; ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์" src="https://sirindhornmusiclibrary.li.mahidol.ac.th/hall_of_fame/thai-musicians112/embed/#?secret=uSSXPWMkGD#?secret=MJJMXbL21Y" data-secret="MJJMXbL21Y" width="600" height="338" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">พลอยสี สรรพศรี</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลำจวน ศรีกัญชัย</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Oct 2021 06:20:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูซอ]]></category>
		<category><![CDATA[ซอล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินซอ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินซอกำเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงซอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=10001</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่ครูลำจวน ศรีกัญชัย(แม่ครูลำจวน เมืองป๊าว) ศิลปินซอพื้ยเมืองล้านนา เพชรราชภัฏ - เพชรล้านนา ด้านซอพื้นเมือง สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2550</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ลำจวน ศรีกัญชัย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong><span style="color: #339966;"><a name="ddm1"></a>แม่ครูลำจวน ศรีกัญชัย(แม่ครูลำจวน เมืองป๊าว) ศิลปินซอพื้ยเมืองล้านนา เพชรราชภัฏ &#8211; เพชรล้านนา ด้านซอพื้นเมือง สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2550</span></strong></h2>
<p><strong>ลำจวน ศรีกัญชัย</strong> ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2560 นักร้องเพลงพื้นเมืองล้านนา นักร้องเพลงซอที่มีผลงานอย่างแพร่หลายในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง จนได้รับการยกย่องเป็นบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2533</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">แม่ครูลำจวน ศรีกัญชัย ศิลปินแห่งชาติ</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติของลำจวน ศรีกัญชัย</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">การทำงานของลำจวน ศรีกัญชัย</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ผลงานของลำจวน ศรีกัญชัย</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">รางวัลเกียรติประวัติของลำจวน ศรีกัญชัย</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">ชมผลงานของแม่ครูลำจวน ศรีกัญชัย(แม่ครูลำจวน เมืองป๊าว)</a></li>
</ul>
<p></div>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm2"></a>ประวัติของลำจวน ศรีกัญชัย</span></h3>
<p>ลำจวน ศรีกัญชัย (นามสกุลเดิม จันทรา) เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2500 ที่บ้านป่าไหน่ ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ บิดาชื่อนายวงค์ มารดาชื่อนางจันทร์ จันทรา อาชีพ ทำนาทำสวน มีพี่น้องจำนวน 6 คน ได้แก่ นางไกรวัลย์ นายศรีทน นางลำจวน นายบุญส่ง นางเพ็ญจันทร์ และนายจิตนา จันทรา นางลำจวน ศรีกัญชัย สมรสกับ ร.อ.วัชระ ศรีกัญชัย อาชีพรับราชการ มีบุตรจำนวน 1 คน คือ นางสาวพัชรพร ศรีกัญชัย</p>
<p>ประวัติการศีกษา พ.ศ. 2512 จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านป่าไหน่ ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>นางลำจวน ศรีกัญชัย ได้สร้างผลงานการแสดงซอให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมาโดยตลอด และยังเป็นศิลปินที่สังคมยอมรับในความสามารถการแสดงซอ บางครั้งก็ซอคู่กับพ่อครูเรวัฒน์ พรมรักษ์ และพ่อครูบุญศรี รัตนัง เวลาว่างจากการแสดงก็จะทบทวนบทซอและสอนลูกศิษย์อยู่ที่บ้าน หากมีหน่วยงานหรือโรงเรียนใดเชิญให้ไปถ่ายทอดความรู้ก็ยินดีที่จะไปโดยไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน คติประจำใจ “อยู่หื้อเปิ้นเสียดาย ต๋ายหื้อเปิ้นเล่าไว้”</p>
<p>นายลำจวน ศรีกัญชัย เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561</p>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm3"></a>การทำงานของลำจวน ศรีกัญชัย</span></h3>
<p>เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้ว เนื่องจากเป็นคนที่มีความสนใจในการขับซอมาตั้งแต่เด็ก คือ ได้ฟังจากวิทยุในงานบวชนาคเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 ที่วัดมะเกี๋ยง ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว และมีศิลปินรุ่นเยาว์แสดงการขับซอพื้นเมือง มีโอกาสฟังซอเป็นครั้งแรก รู้สึกชอบการขับซอมาก จึงอยากเรียนการขับซอ คุณพ่อจึงนำมาฝากเป็นลูกศิษย์กับแม่ครูคำปัน เงาใส ซึ่งตอนนั้นอายุ 13 ปี โดยอยู่กินที่บ้านแม่ครูตลอด ได้ช่วยแม่ครูทำงานบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่ตักน้ำ เลี้ยงหมู ทุกวันต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ไปขายปลาร้าให้แม่ครู และขณะที่ทำงานให้แม่ครูก็ท่องตำราไปด้วย อยู่กับแม่ครูได้ประมาณ 2 – 3 ปี พอเรียนรู้ทำนองได้เกือบทุกทำนอง แม่ครูก็ทดสอบด้วยการรับงานแสดงในนาม “ลำจวนป่าไหน่” ปรากฏว่าคนดูได้ฟังและดูลีลาการขับซอต่างก็ติดใจชอบในความสามารถ จึงมีงานแสดงมากมาย จนถึงปีพ.ศ. 2516 พ่อครูบุญตัน วังปาน ซึ่งเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในขณะนั้นขาดคู่ถ้อง (หมายถึงคนที่ขับซอด้วยกัน การขับซอจะต้องมีสองคน ชายและหญิง เพื่อจะได้ซอโต้ตอบกัน) จึงขออนุญาตจากแม่ครู ซึ่งแม่ครูเห็นว่าเป็นโอกาสที่ลูกศิษย์จะได้แสดงกับศิลปินชื่อดัง จึงได้ฝากให้ไปอยู่กับคุณพ่อศรีนวล เหมืองจี้ ออกแสดงซอกับพ่อครูบุญตัน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น</p>
<p>ต่อมา ได้เห็นศิลปินรุ่นพี่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 8 ลำปาง (ในสมัยนั้น) อยากจะแสดงละครซอ จึงขอลาออกจากคณะบุญตันมาอยู่กับคณะลูกแม่ปิง ตอนนั้นมีคุณพ่อบุญมี ใจสงวนเป็นหัวหน้า มีโอกาสซอคู่กับพ่อครูดวงจันทร์ วิโรจน์ ต่อมาได้พบกับ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/"><span style="color: #0000ff;"><strong>พ่อครูบุญศรี รัตนัง</strong></span></a> มีโอกาสได้ขับซอคู่กับครูบุญศรี รัตนังมาโดยตลอด มีโอกาสบันทึกทั้งเทป ซีดี และวีซีดีมากมาย ไม่เฉพาะงานซอเท่านั้น ยังมีโอกาสได้ร้องเพลงลูกทุ่งพื้นเมือง เช่น เพลงไอ่มอยขี้ใส่เตี่ยว เพลงวอ 2 วอ 8 เพลงอี่หน้อยลูกป้อ เมียบ่ฮู้ใจ๋ เมียเฮาเปลี่ยนไป๋ ขี้เมาสามช่า เป็นต้น</p>
<p>เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2537 พ่อครูบุญศรี รัตนัง ประกาศเลิกซอ จึงมาซอคู่กับพ่อครูเรวัฒน์ พรมรักษ์ จนถึงปัจจุบัน นอกจากอาชีพขับซอพื้นเมืองแล้ว นางลำจวนยังประกอบอาชีพเสริมเป็นช่างเสริมสวยอยู่ที่บ้าน และยังเป็นคณะกรรมการสมาคมสืบสานตำนานปี่ – ซอ อีกด้วย</p>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm4"></a>ผลงานของลำจวน ศรีกัญชัย</span></h3>
<p>นอกจากการแสดงสดหน้าเวทีในงานต่าง ๆ เช่น งานบวชนาค งานทานข้าวใหม่ งานปอยหลวง งานฉลองพัดยศ งานขึ้นบ้านใหม่ งานบุญงานกุศลทั่วไป และการบันทึกเทปซีดี วีซีดี บันทึกเทปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายและสถานีวิทยุโทรทัศน์</p>
<p>ผลงานที่ได้รับการบันทึกเทป มีดังนี้</p>
<p>ซอ ปอยเข้าสังข์ คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอ ดาปอยบวช คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอ ขึ้นบ้านใหม่ คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอ เก็บนก คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง คนไม่เข้าวัด 4 ประการ คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง ถวายพระพร คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง ผัวน้อย / ผัวหลวง คู่กับพ่อครูบุญศรี / พ่อครูดวงจันทร์<br />
ซอเรื่อง ป้อฮ้าง 3 เมีย แม่ฮ้าง 3 ผัว คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง อาชีพร้อยแปด คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง ดำหัวปี๋ใหม่ คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง ผัวเผดเมียยักษ์ คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง ลาปอย คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอเรื่อง แก่หูหวายดายดอก คู่กับพ่อครูดวงจันทร์<br />
ซอคู่เรื่อง บ้านเมืองสมัย คู่กับพ่อครูบุญศรี<br />
ซอคู่เรื่อง แม่ญิง 7 ประการ คู่กับศรียนต์</p>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm5"></a>รางวัลเกียรติประวัติของลำจวน ศรีกัญชัย</span></h3>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>1 กรกฎาคม 2542 ได้รับเกียรติบัตรศิลปินพื้นบ้านล้านนา จากอนุบาลเชียงใหม่</li>
<li>3 ธันวาคม 2542 ได้รับเกียรติบัตร ครูการศึกษาพิเศษของแผ่นดิน จากสถาบันราชภัฏเชียงใหม่</li>
<li>22 ตุลาคม 2545 ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ กิจกรรมพิธีเปิดสวนสาธารณะและถนนคนเดินดอยสะเก็ด จากเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่</li>
<li>6 ธันวาคม 2545 ได้รับใบประกาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านในงาน “สืบฮีตสานฮอย ฮอมปอยขึ้นเฮือนใหม่” จากโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จังหวัดเชียงใหม่</li>
<li>10 พฤศจิกายน 2545 ได้รับเกียรติบัตร งานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมล้านนาของวัดธาตุคำ จากวัดธาตุคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</li>
<li>9 เมษายน 2545 ได้รับเกียรติบัตรการจัดงานส่งเสริมผลิตภัณฑ์เครือข่ายวัฒนธรรมจากสภาวัฒนธรรม อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่</li>
<li>8 เมษายน 2547 ได้รับเกียรติบัตร การร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา แสดงซอพื้นเมือง เนื่องในงานทอดผ้าป่าชมรมสืบสานตำนานปี่ซอ จากวัดสหกรณ์ดอยนาง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่</li>
<li>3 พฤศจิกายน 2548 ได้รับเกียรติบัตร การร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา แสดงซอพื้นเมือง เนื่องในงานทอดผ้าป่าชมรมสืบสานตำนานปี่ซอ จากโรงเรียนบ้านห้วยงูสิงห์ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm6"></a>ชมผลงานของแม่ครูลำจวน ศรีกัญชัย(แม่ครูลำจวน เมืองป๊าว)</span></h3>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/0jaNkM7OCb0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe><br />
<iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/8qGd_yl9_RM" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>ซอสังขารห้า ซอโดย พ่อครูบุญศรี รัตนัง-แม่ครูลำจวน เมืองพร้าว</h4>
<p>ซอสังขารห้า ซอโดย พ่อครูบุญศรี รัตนัง-แม่ครูลำจวน เมืองพร้าว<br />
รวบรวมจัดทำเเละเผยเเพร่ โดย วิทวัส ทิโน (บังรอน)<br />
เพื่อเป็นสื่อการศึกษาและเผยเเพร่วัฒนธรรมล้านนาสืบไป</p>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/sumNdZrQY00" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>ซอโทษของเหล้า ลำจวน เมืองป๊าว</h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/ygx9wiJ6CeY" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>ซอเกี้ยวสาวบ่ะเก่า เรวัต ลำจวน</h4>
<p>ซอโดย ป้อครูเรวัตร แม่ครูลำจวน เพื่อเป็นตัวอย่างในขับซอให้แก่ผู้ที่สนใจ ทำนอง ตั้งเจียงใหม่ ก๋ายเจียงแสน จะปุ และ ละม้าย เกี้ยวสาวแบบ บ่ะเก่า จัดทำโดย สมาคมสืบสานตำนานปี่ซอ แม่ครุบัวซอน ศิลปินแห่งชาติ และ ป้อครู จันตา แต่งกำซอ จ่างปี่โดย สมาชิกในสมาคมปี่ซอ / ป๊อป ทศรรห์ ขอนำมาเผยแพร่ต่อครับ<br />
<iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/kHhlPD7JHwg" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>ซอปี่ พ่อครูเรวัตร แม่ครูลำจวน</h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/509uDkmNU_s" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ลำจวน ศรีกัญชัย</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%93/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Sep 2021 16:57:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วัดดอยแม่ปั๋ง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดอำเภอพร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่แหวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=9754</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลวงปู่แหวน สุจิณโณ (16 มกราคม พ.ศ. 2430 — 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2528) เป็นภิกษุชาวไทย จำพรรษา ณ วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%93/">หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;"><strong>หลวงปู่แหวน สุจิณโณ (16 มกราคม พ.ศ. 2430 — 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2528) เป็นภิกษุชาวไทย จำพรรษา ณ วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่</strong></span></h2>
<p><span style="color: #ff9900;"><em><strong>พระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ</strong></em></span> แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอริยสงฆ์ที่เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง จากพุทธศาสนิกชน ทุกเพศทุกวัย ทั้งในและ ต่างประเทศ แม้หลวงปู่จะได้ลาขันธ์ไป ตั้งแต่คืนวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๒๘ แต่ความทรงจำในกระแส เมตตา ปฏิปทาสัมมาปฏิบัติ จริยาวัตรที่งดงาม พร้อมกับธรรมโมวาทอันล้ำค่า ของหลวงปู่ ก็ยังส่อง สว่างอยู่กลางใจของพวกเราชาวพุทธทุกผู้ทุกนาม</p>
<p>เมื่อน้อมระลึกถึงหลวงปู่ทีไร ความสุข สงบ ความโสมนัส ชื่นบาน ความสมหวัง โชคดี ความเป็นสิริมงคล จะดื่มด่ำอยู่ในจิตใจ อย่างไม่รู้อิ่มรู้คลาย ผู้ที่โชคดี มีโอกาสกราบไหว้ องค์หลวงปู่ ได้เคยฟังการปรารภธรรม แสดงธรรม จากหลวงปู่ ต่างก็ประจัษ์ความไพเราะ นุ่มนวลละมุนละไม ประดุจเสียงทิพย์ที่ไพบูลย์ด้วยธรรมะ อันเป็นสากลสัจจะ ยังความอิ่มเอิบ เบิกบาน และเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิต หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นผู้สืบเนื้อนาบุญอันไพศาล นับเป็นพระอริยสาวก ที่ควรแก่กราบ ไหว้บูชาอย่างแท้จริง</p>

<h3><span style="color: #ff9900;">ประวัติหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ</span></h3>
<p><span style="color: #339966;"><strong>หลวงปู่แหวน สุจิณโณ</strong></span> เกิดในตระกูลของช่างตีเหล็ก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2430 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีกุน ณ บ้านนาโป่ง ตำบลหนองใน(ปัจจุบันเป็นตำบลนาโป่ง) อำเภอเมือง จังหวัดเลย และบิดามารดาของท่านได้ ตั้งชื่อว่า <span style="color: #ff9900;"><strong>ญาณ</strong></span> ซึ่งแปลว่า ปรีชา กำหนดรู้ โดยเป็นบุตรของนายใสกับนางแก้ว รามศิริ อาชีพของบิดามารดาคือทำนา สืบเชื้อสายมาจากชาวหลวงพระบาง อพยพมานานแล้วหลายชั่วคน อาชีพพิเศษอย่างหนึ่งของนายใส ผู้บิดา คือ เป็นช่างตีเหล็ก มีความชำนาญในการหลอมเหล็ก ตีเหล็กมาก เป็นที่เลื่องลือของคนในถิ่นนั้น</p>
<p>ปู่และย่าไม่ปรากฏชื่อ มารดาชื่อ นางแก้ว รามสิริ ยายชื่อ ยายขุนแก้ว ตาชื่อ ตาขุนแก้ว โดยมีน้องสาวร่วมบิดา- มารดาอีกหนึ่งคนคือ นางเบ็ง ราชอักษร</p>
<p>มารดาถึงแก่กรรมตั้งแต่หลวงปู่ยังเล็ก บิดาได้มีภรรยาใหม่อีก ๓ คน ตามลำดับดังนี้</p>
<p>ภรรยาคนที่สอง มีบุตร ๑ คน คือนายคำ เมื่อภรรยาคนที่สอง ถึงแก่กรรมอีก</p>
<p>บิดาก็ได้ภรรยาคนที่สาม มีบุตรสาว ๑ คนชื่อ นางนำ หลังจากคลอดลูกสาวไม่นาน ภรรยาคนที่สาม ก็ถึงแก่กรรมอีก</p>
<p>บิดาจึงมีภรรยาคนที่สี่ มีบุตร ธิดา ๔ คน บุตรชายชื่อ นายฝ้าย และบุตรสาวชื่อ นางกองคาย นางตาบ และนางพวง ตามลำดับ</p>
<p>พอท่านมีอายุ ได้ประมาณ 5 ขวบเศษ โยมมารดาของท่านก็ล้มป่วย แม้จะได้รับการดูแลเยียวยารักษาเป็นอย่างดีจากสามี แต่อาการของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด ในที่สุดเมื่อท่านรู้ตัวว่า คงจะไม่รอดชีวิตไปได้แน่แล้วท่านจึงได้เรียกหลวงปู่แหวน เข้าไปใกล้ แล้วกล่าวความฝากฝังเอาไว้ว่า</p>
<p>ลูกเอํย&#8230;แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ล้วน กี่โกฎก็ตามแม่ไม่ยินดี แม่จะยินดีมากถ้าลูกจะบวชให้แม่ เมื่อลูกบวชแล้วก็ให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมา มีลูกมีเมียนะ&#8230; หลวงปู่แหวนพยักหน้า รับคำเท่านั้น ดวงวิญญาณของท่านก็ออกจากร่างไป มาอีกไม่นาน ดึกสงัดของค่ำคืนวันหนึ่งขณะที่คุณยายของหลวงปู่แหวนกำลังนอนหลับสนิทก็เกิดฝันประหลาด อันเป็นมงคลนิมิตหมายที่ดีงาม ท่านจึงได้นำเอาความฝันมาเล่าสู่ลูกหลานและหลวงปู่แหวนฟัง ในวันรุ่งขึ้นว่า เมื่อคืนนี้ ยายนอนหลับและได้ฝันประหลาดมาก ฝันว่าเจ้าไปนอนอยู่ในดงขมิ้น จนกระทั่งเนื้อตัวของเจ้าเหลือง อร่ามไปหมด ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก ยายเห็นว่า เจ้านี้จะมีอุปนิสัยวาสนาในทางบวช ฉะนั้นยายขอให้เจ้าบวชตลอดชีวิต และขอให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียเจ้าจะทำได้ไหม</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">บรรพชา</span></h3>
<p>จากนั้น วันเวลาผ่านมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2439 ท่านมีอายุได้ 9 ขวบ คุณยายของท่านที่ได้เลี้ยงดูแลเอาใจใส่มาอย่างทะนุถนอม ได้เรียกท่านพร้อมกับ หลานชายอีกคนหนึ่ง ที่เป็นญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน เข้าไปหาแล้วพูดว่า ยายจะให้เจ้าทั้งสองบวชเป็น สามเณร เมื่อบวชแล้วไม่ต้องสึก เจ้าจะบวชได้ไหม ท่านหันมามองหลวงปู่แหวนอย่างตั้งใจฟังคำตอบ หลวงปู่แหวนก็พยักหน้ารับ พอใกล้เข้าพรรษา คุณยายของท่านจึงได้ตระเตรียมเครี่องบริขาร จนครบเรียบร้อยแล้ว คุณยายนำหลานชายทั้งสองไปถวายตัวต่อ พระอาจารย์คำมา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของหลวงปู่ และเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย วัดประจำหมู่บ้านนาโป่งนั้นเอง เพื่อให้หลานทั้งสองได้ฝึกขานนาค และเรียนรู้ธรรมเนียมการอยู่วัด เตรียมตัวบรรพชาเป็นสามเณรต่อไป จึงได้พาเด็กชายทั้งสองเข้าถวายตัวต่อพระอุปัชฌาย์ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า เข้าพรรษาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์ชัย พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็นเด็กชาย ญาณ เป็นสามเณร แหวนนับแต่นั้นมา</p>
<p>หลังจากเข้าพรรษาแรกได้ประมาณสองเดือน สามเณรที่มีศักดิ์เป็นน้าชายเกิดอาพาธ สุดที่จะเยียวยาได้ จึงมรณภาพในที่สุด</p>
<p>การสูญเสียในครั้งนั้นทำให้ สามเณรแหวนสะเทือนใจอีกครั้งหนึ่ง เพราะสามเณรนั้นเป็นทั้งญาติ เพื่อนเล่น และเป็นคู่นาคตอนบรรพชาด้วย เรียกว่าใกล้ชิดสนิทสนมกันมาตั้งแต่เกิด และ ไม่เคยแยกห่างจากกันเลย</p>
<p>เป็นการสะเทือนใจครั้งที่สอง หลังจากสูญเสียโยมมารดามาเป็นครั้งแรก</p>
<p>คุณยายพยายามพูดปลอบใจสามเณร รวมทั้งพูดเตือนย้ำคำขอร้องแต่เดิมว่า “หลานจะบวชอยู่ในผ้าเหลืองไปจนตาย ตามที่เคยรับปากกับยายได้ไหม?” สามเณรแหวนยังคงรับคำหนักแน่นเช่นเดิม</p>
<p>ตลอดพรรษาที่ได้บรรพชา เป็นสามเณรนั้น <span style="color: #339966;"><strong>หลวงปู่แหวน สุจิณโณ</strong></span> ได้แต่ทำวัตร สวดมนต์ต์บ้างตามโอกาส เท่าที่พระภิกษุและ สามเณร ภายในวัดจะร่วมกันทำสังฆกรรม นอกจากนั้นก็จะใช้เวลา ไปในทางเล่นซุกซนตามประสาเด็ก ในที่สุดพระอาจารย์อ้วน ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของท่าน มองเห็นว่าหากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ จะทำให้สามเณรน้อยไม่มีความรู้ ด้วยกิตติศัพท์ในสมัยก่อน คือ “อุบล &#8230;.เมืองนักปราชญ์ โคราช &#8230; เมืองนักมวย” ด้วยเหตุนั้น ทั่วแคว้นแดนอิสานทั้งหมด ถ้าใครต้องการศึกษา เล่าเรียนทางบาลี ทางธรรมะ จะต้องไปศึกษาเล่าเรียนตามสำนักเรียนต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีสำนักที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่งด้วยกัน</p>
<p>จึงพาไปฝากฝังถวาย เป็นศิษย์ของท่านพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม (ที่จริงน่าจะเป็นพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโลมากกว่า เพราะหลวงปู่แหวนเกิด 16 มกราคม 2430 ส่วนพระอาจารย์สิงห์เกิด 27 มกราคม 2432 พระอาจารย์สิงห์อ่อนกว่าหลวงปู่แหวน 2 ปี) ณ วัดบ้านสร้างถ่อ อำเภอเกษมสีมา จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันอำเภอเกษมสีมาคือตำบลเกษมสีมา อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี) เป็นที่น่าอัศจรรย์ ขณะที่พระอาจารย์อ้วนกำลังพาสามเณรน้อย เดินฝ่าเปลวแดดสีทองมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณวัดในยามบ่ายนั้น พระอาจารย์สิงห์ขนัง ศิษย์สำคัญสูงสุดของพระอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานคือ พระมั่น ภูริทัตโต กำลังมองที่ร่างสามเณรน้อย พลันก็บังเกิดฤทธิ์อำนาจ แห่งอภิญญาณทำให้ท่านเห็นรัศมีเป็นแสงสว่างโอภาส เปล่งประกายออกมาจากร่างของสามเณรน้อยผู้นี้ เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาเกิด ดังนั้นพระอาจารย์สิงห์ จึงได้ถ่ายทอดความรู้ตลอดจนข้อวัตรปฏิบัติทั้งหมดให้</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">การออกจาริกแสวงบุญ</span></h3>
<ul>
<li>ปี พ.ศ. 2464 ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาธรรมกับ<strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%97/">พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)</a></strong></li>
<li>ปี พ.ศ. 2478 ได้เข้าพบ ท่านเจ้า คุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ที่<em><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่</a></em> ในครั้งนี้ได้เปลี่ยนจากมหานิกายเป็น ธรรมยุติ และได้รับฉายาว่า <i>สุจิณโณ</i> จากนั้นได้ออกจาริกแสวงบุญต่อ ขณะที่ศึกษาธรรมกับพระอาจารย์มั่นฯ ที่ดงมะไฟ บ้านค้อ จังหวัดอุบลราชธานี มีศิษย์พระอาจารย์มั่นฯ ที่มีอัธยาศัย ที่ตรงกัน 2 ท่านคือ พระขาว อนาลโย และ พระตื้อ อจลธัมโม เช่นเดียวกับคราวที่ จากท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ก็ได้ พระขาว จาริกแสวงธรรมเป็นเพื่อนจนถึงเมืองหลวงพระบาง</li>
<li>ปีพ.ศ. 2489 หลวงปู่แหวนจำพรรษาที่วัดป่าบ้านปง อ.แม่แตง ในพรรษานั้นท่านอาพาธเป็นแผลที่ขาอักเสบต้องผ่าตัด โดยมีพระหนู สุจิตโต ซึ่งเดินทางมาจากดอยแม่ปั๋งพยายามอยู่ใกล้ๆ เมื่อครบ 7 วัน ต้องกลับไปดอยแม่ปั๋ง เพราะอยู่ระหว่างพรรษา จนกระทั่งเดือนเมษายนในปีต่อมา อาการอาพาธจึงดีขึ้นแต่ก็ยังไม่หายสนิทยังเดินไปไหนไกลๆ ไม่ได้ นับแต่นั้นมาพระหนูได้พยายามอยู่ใกล้ๆ เพื่อดูแลหลวงปู่แหวน ต่อมาพระหนูได้ดำริว่า ปัจจุบันหลวงปู่แหวนมีอายุมากแล้ว ไม่มีพระภิกษุสามเณรอยู่ด้วย เพื่อเป็นอุปัฏฐาก ถ้านิมนต์มาอยู่ที่ดอยแม่ปั๋งก็จะได้ถวายการดูแลได้โดยง่ายไม่ต้องไปๆ มาๆ อยู่อย่างนี้ แต่ก็ต้องเป็นเพียงความคิดของพระหนูเท่านั้น เพราะในเวลาดังกล่าว ดอยแม่ปั๋งยังไม่มีอะไรพร้อมแม้แต่กุฏิก็ยังไม่มี</li>
<li>ปีพ.ศ. 2505 ขณะที่หลวงปู่แหวนมีอายุ 75 ปี คืนวันหนึ่งพระหนูนั่งภาวนาอยู่เกิดเป็นเสียงหลวงปู่แหวนดังขึ้นมาที่หูว่า จะมาอยู่ด้วยคนนะ หลังจากวันที่ได้ยินเสียงหลวงปู่แหวนอีกสามวัน พระอาจารย์หนูได้ถูกนิมนต์ไปที่วัดบ้านปงสถานที่ที่หลวงปู่แหวนอยู่ และถือโอกาสนิมนต์หลวงปู่แหวนมาที่วัดดอยแม่ปั๋งด้วย</li>
</ul>
<p>เมื่อหลวงปู่แหวนได้มาอยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋งแล้ว ครั้งแรกท่านพักอยู่ที่กุฏิหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง การมาอยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋งนี้ ท่านได้มีข้อตกลงกับพระอาจารย์หนูว่า หน้าที่ต่างๆ และกิจทุกอย่างที่มีขึ้นในวัด ให้ตกเป็นภาระของพระอาจารย์หนูแต่เพียงผู้เดียว ส่วนท่านจะอยู่ในฐานะพระผู้เฒ่าผู้ปฏิบัติธรรมจะไม่มีภาระใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นหลวงปู่แหวนจะไม่รับนิมนต์โดยเด็ดขาด แม้ที่สุดถึงจะเกิดอาพาธหนักเพียงใดก็ตาม ท่านไม่ยอมนอนรักษาที่โรงพยาบาล ถึงธาตุขันธ์จะทรงอยู่ต่อไปไม่ได้ก็จะให้สิ้นไปในป่าอันเป็นที่อยู่ ตามอริยโคตรอริยวงศ์ ซึ่งบูรพาจารย์ท่านเคยปฏิบัติมาแล้วในกาลก่อน</p>
<p>นับตั้งแต่หลวงปู่แหวนได้ขึ้นไปทางเหนือ ท่านไม่เคยไปจำพรรษาที่ภาคอื่นเลย เพราะอากาศทางภาคเหนือสัปปายะสำหรับท่าน หลวงปู่แหวนได้มรณภาพลงที่วัดดอยแม่ปั๋งแห่งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2528 สิริอายุ 98 ปี</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">คำสอนหลวงปู่แหวน สุจิณโณ</span></h3>
<p>อดีตก็เป็นทำเมา อนาคตก็เป็นทำเมา จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้อยู่ในปัจจุบัน ละอยู่ในปัจจุบันนี้จึงเป็นพุทโธ เป็นธัมโม ปัจจุบันก็พอแล้ว อดีต และอนาคตไม่ต้องคำนึงถึง เกิด แก่ เจ็บ ตาย วัน คืน เดือน ปี สิ้นไป หมดไป อายุเราก็หมดไป สิ้นไป หมั่นบำเพ็ญจิต บำเพ็ญทาน รักษาศีล ภาวนาต่อไป</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">แผ่เมตตาไม่มีประมาณ</span></h3>
<p>หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ท่านสอนให้ศิษย์ทุกคนได้หัดแผ่เมตตา คือส่งความปรารถนาดีแก่คน สัตว์ ศัตรูหมู่มาร โดยแผ่ไปให้ทั่วจักรวาล ยิ่งแผ่มาก ก็ยิ่งทำให้ในสบาย รักชีวิตและทรัพย์สิน คนอื่นเหมือนกับของตนเอง สังคมก็จะมีความสุขสงบอย่างถ้วนทั่ว</p>
<p>หลวงปู่แนะวิธีแผ่เมตตาให้บังเกิดผล โดยให้ทำตนและจิตใจเหมือนมารดาที่เลี้ยงลูก ให้ความรัก ความเอ็นดูสงสาร มุ่งหวังจะให้ลูกสุขกายสบายใจ มีอาชีพการงาน มีวิชาเลี้ยงตนเอง ได้ ความรักที่แม่ให้กับลูกเป็นความรักที่บริสุทธิ์ไม่มีพิษภัย และไม่ต้องการผลตอบแทนจากลูก มีแต่ให้อย่างเดียว</p>
<p>ถ้าเราแผ่เมตตาเหมือนกับพระอาทิตย์ส่องแสง เมตตานั้นจะมีพลังสูงยิ่ง เพราะธรรมชาติของพระอาทิตย์ขณะที่ส่องแสงไม่ได้เลือกชุมชน สรรพสัตว์ยากดีมีจน อยู่ที่สูงหรือที่ต่ำ จะใกล้หรือไกล ก็ได้รับความร้อนเท่ากัน</p>
<p>เมตตาธรรมก็เช่นกัน ขอให้แผ่ไปให้แก่ชนทุกชั้นทุกระดับ ใครจะรับได้มากน้อย สุดแต่วาสนาบารมีของผู้นั้น</p>
<p>ผู้เขียน (รศ. ดร.ปฐม นิคมานนท์) เพิ่งประจักษ์ในความวิเศษของพระพุทธศาสนาเมื่อปี ๒๕๒๖ นี้เอง ก่อนหน้านั้นมัวไปลุ่มหลงศึกษาวิทยายุทธจากฝรั่งชาติตะวันตกอยู่นาน และเพิ่งมารับสัมผัสบารมีธรรมของหลวงปู่แหวน ในปี พ.ศ.๒๕๓๓ เมื่อครั้งติดตามหลวงปู่เพ็ง พุทฺธธมฺโม ไปกราบหลวงพ่อเปลี่ยน ปญฺญาปทีโป ที่วัดอรัญญวิเวก อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>หลวงปู่แหวน ท่านเคยอยู่ที่วัดป่าบ้านปง (วัดอรัญญวิเวก ในปัจจุบัน) นานถึง ๑๑ ปี ก่อนจะย้ายไปพำนักที่ดอยแม่ปั๋ง และหลวงพ่อเปลี่ยน ก็ได้ตามไปอุปัฎฐากหลวงปู่เสมอมา จนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตของท่าน</p>
<p>หลวงพ่อเปลี่ยน เล่าให้ฟังว่า “ทุกคืน หลวงปู่แหวน ท่านจะแผ่เมตตาไปทั่วจักรวาล แต่แปลก ที่ประเทศรัสเซีย กับประเทศบริวารรับกระแสเมตตาของท่านได้บ้างเล็กน้อย ส่วนเวียตนามไม่ยอมรับเลย สะท้อนกลับคืนหมด ประเทศเขาจึงวุ่นวายตลอด มาภายหลังก็เริ่มรับได้มากขึ้น และหลวงปู่ บอกให้หลวงพ่อเปลี่ยน ช่วยแผ่เมตตาให้ประเทศเวียตนามมากๆ ให้ทำทุกคืน</p>
<p>หลวงพ่อเปลี่ยน ท่านว่า “พลังจิตของหลวงปู่เปรียบได้กับแสงพระอาทิตย์ ของอาตมา เป็นแค่แสงหิ่งห้อย เปรียบกันไม่ได้ แต่อาตมาก็ทำตามที่หลวงปู่บอกทุกคืน ตอนนี้เขาเริ่มดีขึ้น และจะดีขึ้นเรื่อยๆ &#8230;”</p>
<p>หลวงพ่อปรารภว่า ท่านอยากเอาหนังสือธรรมะไปแจก โดยเฉพาะแจกให้ “พวกตัวใหญ่ๆ”ซึ่งท่านรู้ว่าควรจะแจกให้ใคร และที่ใด เป็นการช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง</p>
<p>จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ผู้เขียนจึงได้มีส่วนร่วม ด้วยการไปหาผู้แปลและจัดพิมพ์หนังสือ &#8220;เมตตาธรรมค้ำจุนโลก&#8221; ซึ่งเป็นคำเทศน์ของหลวงพ่อ ออกมาเป็นภาษาเวียตนาม ตามความ ประสงค์ของท่าน</p>
<p>ณ จุดนั้นเป็นต้นมา ผู้เขียนและครอบครัว จึงได้เริ่มสัมผัสกระแสเมตตา และได้รับรู้เรื่องราว เกี่ยวกับบารมีธรรม ของหลวงปู่แหวนมาโดยลำดับ นับเป็นบุญและเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิต ตลอดมา</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต</span></h3>
<p>หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นพระป่าธรรมดาๆ ไม่มียศศักดิ์ หรือตำแหน่งใดๆ แต่คุณธรรม ความดีของท่านก็ยังคงอยู่ในความทรงจำ ของมหาชน อย่างกว้างขวางตลอดมา</p>
<p>หลังจากพิธีพระราชทานเพลิงศพของท่านแล้ว อัฐิของท่านได้แปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุ ใสดังแก้วผลึกที่งดงามมาก ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของผู้ได้ได้เห็น จึงไม่มีความสงสัยเคลือบแคลง ในความบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส ในจิตของท่าน</p>
<p>เมื่อครั้งยังดำรงขันธ์อยู่ หลวงปู่มีจิตคงที่ ไม่แสดงอาการขึ้นลงตามกระแสใดๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับท่าน ท่านไม่รู้สึกหวั่นไหว ไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไร ใครอยากขอ อยากทำอะไรกับ ท่านก็ทำไป ถ้าไม่เป็นการล่วงละเมิดวินัยสงฆ์ ท่านจะเมตตาสงเคราะห์ให้เสมอ</p>
<p>การเทศน์การสอนของหลวงปู่ ท่านมักสอนให้ละอดีต ให้ละอนาคต โดยท่านบอกว่า “นั่นมัน ธรรมเมา ถ้าจะให้เป็นธรรมา ต้องให้จิตแน่วนิ่งลงในอารมณ์ปัจจุบัน”</p>
<p>ใครถามประวัติหนหลังของหลวงปู่ ท่านจะบอกว่า “ฮาบ่มีอดีต ฮาบ่มีอนาคต&#8221; ซึ่งแสดงว่า จิตของท่านตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ปัจจุบันเสมอ</p>
<p>ผู้รู้ในแนวทางพระพุทธศาสนา อธิบายว่า “ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่แต่ในอารมณ์ปัจจุบันได้เสมอ กิเลสเครื่องเศร้าหมองย่อมจะครองใจไม่ได้ แล้วกิเลสอะไรจะครองใจของหลวงปู่อยู่อีกล่ะ”</p>
<p>ใครไม่เชื่อว่า หลวงปู่แหวน เป็นพระอรหันต์ ก็ตามใจ !</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ปาฏิหาริย์หลวงปู่แหวน</span></h3>
<p>ประมาณปี พศ.2512-2514 มีข่าวฮือฮาว่านักบินกองทัพอากาศไทยที่เชียงใหม่ ขับเครื่องบิน T28 แล้วเห็นพระนั่งสมาธิบนก้อนเมฆ</p>
<p>เรื่องมีอยู่ว่า นักบินแห่งกองทัพอากาศไทยคนหนึ่ง ขณะบินอยู่นั้น (ผู้เขียนไม่ทราบว่าบินสูงแค่ไหน เอาเป็นว่าบินอยู่บนท้องฟ้า ปะปนอยู่กับหมู่เมฆ) เขาก็สังเกตเห็นพระรูปหนึ่งนั่งสมาธิอยู่นอกเครื่องบิน แน่ละ&#8230;เขาคิดว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดจึงเล่าให้เพื่อนฟัง แต่ก็ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป นักบินคนนั้นกางแผนที่สำรวจว่าบริเวณนั้นคือที่ไหน ก็พบว่าอยู่เหนือดอยแม่ปั๋ง เขาเดินทางไปที่นั่นและสอบถามชาวบ้านจนได้รู้ว่าหลวงปู่แหวนเป็นพระที่ชาวบ้านเคารพนับถือมากที่สุด เขาจึงปลงใจเชื่อว่าน่าจะเป็นรูปเดียวกันกับที่เขาเห็น</p>
<p>นาย Charles Browne เป็นผู้เขียนลงนิตยสาร Asia Magazine (3 ส.ค. 2523)ชื่อเรื่อง &#8220;เจ้าคิดว่าเราเป็นนกหรือ&#8221; เป็นเรื่องที่นักบินคนหนึ่งของกองทัพอากาศ มาตามหาพระสงฆ์ไทยที่เค้าเจอบนฟ้า เค้าเล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครรู้จัก เค้าจึงกางแผนที่สำรวจบริเวณนั้นพบว่าอยู่ตรงดอยแม่ปั๋ง<br />
เขาจึงได้เดินทางไปสอบถามชาวบ้าน ชาวบ้านบอกว่านั่นคือหลวงปู่แหวน(ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง)อยู่วัดดอยแม่ปั๋ง หลังจากนั้นเรื่องก็เริ่มเป็นที่โจษขาน ยิ่งนายชาร์ล บราวน์นำเรื่องนี้มาลงนสพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลวงปู่แหวนได้อาพาธที่ขาอักเสบต้องผ่าตัด ขณะนั้น ได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดป่าบ้านปง อ.แม่แตง จากนั้นได้มาพำนัก ที่วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เป็นต้นมา กระทั่ง เมื่อเวลา ๒๑.๕๔ น. วันที่ ๒ ก.ค.๒๕๒๘ หลวงปู่แหวน ได้มรณภาพ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ สิริอายุรวมได้ ๙๘ ปี ๕ เดือน ๑๖ วัน พรรษา ๕๘</p>
<p>อาจารย์หนู หรือ พระครูจิตตวิโส ธนาจารย์ เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง เผยว่า หลวงปู่แหวน เมื่อครั้งยังไม่อาพาธ ได้สั่งเอาไว้ว่า ถ้าหากหลวงปู่แหวนมรณภาพไม่ให้เอาศพเก็บไว้นาน สวดเสร็จก็ให้เผาเลยใน ๓ วัน การเก็บไว้นานจะเป็นภาระให้กับลูกศิษย์ และทำให้คนเดือดร้อน</p>
<p>อย่างไรก็ดี ได้มีการเก็บสรีระร่างหลวงปู่แหวนเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะ ในขณะที่งานสวดอภิธรรมศพดำเนินไปอยู่นั้น ได้เกิดเรื่องฮือฮาขึ้น เมื่อมีผู้ถ่ายภาพภายในงานกุศลศพหลวงปู่แหวน ได้พบภาพเงาสีขาวคล้ายหลวงปู่แหวน ยืนถือไม้เท้าที่หน้าคณะแพทย์ที่นั่งพนมมือ จนกลายเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเอิกเกริก นอกจากนี้ เมื่อมีการพิสูจน์ฟิล์ม ก็ไม่พบการแต่งเติม ขณะที่ชาวบ้านเมื่อทราบข่าวก็ได้ขออัดภาพเพื่อนำไปบูชานับพันรูป</p>
<p>กระทั่ง วันที่ ๑๗ ม.ค.๒๕๓๐ ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่แหวน ซึ่งหากยังมีชีวิต ท่านจะมีอายุครบ ๑๐๐ ปี กับอีก ๑ วัน ซึ่งหากนับรวมวันที่จัดพิธีสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๐-๑๕ ม.ค. พบว่ามีประชาชนร่วมงานอาลัยหลวงปู่แหวนกว่า ๕ แสนคน ขณะที่สื่อต่างประเทศก็รายงานบรรยากาศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ลูกศิษย์สำคัญ</span></h3>
<ul>
<li>สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วัดสัมพันธวงศาราม กรุงเทพมหานคร</li>
<li>พระราชอุดมมงคล (เอหม่อง อุตฺตมรมฺโภ)<sup id="cite_ref-2" class="reference"></sup></li>
<li>พระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (พระอาจารย์หนู สุจิตฺโต) วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่</li>
<li>พระโสภณวิสุทธิคุณ (พระอาจารย์บุญเพ็ง กปฺปโก) วัดป่าวิเวกธรรม จ.ขอนแก่น</li>
<li>หลวงปู่ทา นาควัณโณ วัดศรีสว่างนาราม จ.อุบลราชธานี</li>
<li>หลวงปู่คำพอง ขนฺติโก วัดป่าอัมพวัน จ.เลย</li>
<li>พระศีลสังวร (พระอาจารย์เจริญ ราหุโล) วัดพระธาตุเขาน้อย จ.ราชบุรี</li>
<li>พระอาจารย์คำบ่อ ฐิตปญฺโญ วัดใหม่บ้านตาล จ.สกลนคร</li>
<li><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%8d%e0%b8%ba%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%9b/">พระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป</a> วัดอรัญวิเวก จ.เชียงใหม่</li>
<li>พระครูจิตตโสภณ (โสม สุจิตโต)วัดพระบาทภูพานคำ จ.ขอนแก่น</li>
<li>พระอาจาย์ประสิทธิ์ ปุญญมากโร วัดป่าหมู่ใหม่ จ.เชียงใหม่</li>
<li>พระอาจารย์สมหมาย จิตฺตปาโล วัดป่าอนาลโย จ.นครปฐม</li>
<li>พระอาจารย์ทวี จิตฺตคุตฺโต วัดอรัญวิเวก (ป่าลัน) จ.เชียงราย</li>
<li>พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสโก วัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี</li>
<li>พระโพธิญาณมุนี (พระอาจารย์เมือง พลวฑฺโฒ) วัดป่ามัชฌิมวาส จ.กาฬสินธุ์</li>
<li>พระอาจารย์บุญจันทร์ จนฺทสีโล วัดป่ากิ่วดู่ จ.เชียงใหม่</li>
<li>พระอาจารย์ไสว วํสวโร วัดถ้ำผาบิ้ง จ.เลย</li>
<li>พระอาจารย์เลื่อน โอภาโส วัดพระธาตุฝุ่น จ.สกลนคร</li>
<li>พระอาจารย์สามดง จนฺทโชโต วัดป่าอรัญญพรหมมาราม จ.นคราชสีมา</li>
<li>พระอาจารย์ประดิษฐ์ คุณสัมปันโน แห่งวัดเขาคีรีรมย์ อ.พาน จ.เชียงราย</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%93/">หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บุญศรี รัตนัง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2021 15:09:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้องเพลงกำเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้องเพลงซอ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินแห่งชาติ ดนตรีพื้นบ้านล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=9625</guid>

					<description><![CDATA[<p>พ่อครูบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ ดนตรีพื้นบ้านล้านนา พ.ศ. 2560 นักร้องเพลงพื้นเมืองล้านนา นักร้องเพลงซอ ชื่อดังจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/">บุญศรี รัตนัง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong><span style="color: #339966;"><a name="ddm1"></a>พ่อครูบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ ดนตรีพื้นบ้านล้านนา พ.ศ. 2560 นักร้องเพลงพื้นเมืองล้านนา นักร้องเพลงซอ ชื่อดังจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง</span></strong></h2>
<p><strong>บุญศรี รัตนัง</strong> ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2560 นักร้องเพลงพื้นเมืองล้านนา นักร้องเพลงซอที่มีผลงานอย่างแพร่หลายในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง จนได้รับการยกย่องเป็นบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2533</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">พ่อครูบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ประวัติของบุญศรี รัตนัง</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">การทำงานของบุญศรี รัตนัง</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">ผลงานของบุญศรี รัตนัง</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">รางวัลเกียรติประวัติของบุญศรี รัตนัง</a></li>
</ul>
<p></div>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm2"></a>ประวัติของบุญศรี รัตนัง</span></h3>
<p>บุญศรี รัตนัง เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2496 ที่บ้านป่าเหมือด ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรพ่อน้อยดวงคำ และนางจันทร์เที่ยง รัตนัง มีพี่น้อง 4 คน ได้สมรสกับนางจันทร์เป็ง สุยะเอย มีบุตร 2 คน</p>
<p>บุญศรี รัตนัง มีนิสัยการดีด สี ตีเป่า มาตั้งแต่เล็ก ได้ฝึกการเล่นดนตรีพื้นเมืองประเภทซึง-สะล้อ ขลุ่ย จากลุงของตน คือ นายสิงห์คำ รัตนัง ตั้งแต่เยาว์วัย</p>
<p>บุญศรี รัตนัง สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านป่าเหมือด เมื่อปี พ.ศ. 2506 เริ่มเรียนเป่าปี่กับพ่อสม บุญเรือง ช่างเป่าปี่ มีชื่อในขณะนั้น พ.ศ. 2515 หันมาเรียนขับซอกับพ่อหนานตา ตันเงิน ที่บ้านป่าแงะ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>นายบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านล้านนา) พุทธศักราช 2560 ถึงแก่กรรม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม เวลา 21.45 น. ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบ สิริรวมอายุ 68 ปี</p>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm3"></a>การทำงานของบุญศรี รัตนัง</span></h3>
<p>บุญศรี รัตนัง มีอาชีพทำไร่ทำนาเช่นเดียวกับบิดามารดา ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 เริ่มรับจ้างเป่าปี่ในงานซอ เล่นตลกประจำคณะละครซอลูกเอื้องเมืองเหนือ ในปี พ.ศ. 2516 ทำงานทั่วไปประจำวงดนตรี คณะอำนวยโชว์ ของนายอำนวย กลำพัด ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ตั้งวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ชื่อวง “ ลูกทุ่ง ลานทอง ” และย้ายมาเล่นตลกในคณะนายประสิทธิ ศรีสมเพชร ในตลกคณะ “ จอกจมูกแดง ” ในปี พ.ศ. 2522 ปีต่อมาเข้าสู่วงการซอโดยได้รับการสนับสนุนจากนาย ประสิทธิ ศรีสมเพชร และเริ่มฝึกแต่งเพลง ใส่ทำนองเพลงแนนพื้นบ้านภาคเหนือ</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2525 เริ่มร้องเพลงลูกทุ่งคำเมืองชุด &#8220;ลุงอดผ่อบ่ได้&#8221; และ &#8220;บ่าวเคิ้น&#8221; ได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงในภาคเหนือ และเป็นนักร้องประจำอยู่วงดนตรีคณะศรีสมเพชรวงใหญ่ ถือว่าเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้นสร้างแนวเพลงนี้ขึ้น จากนั้น พ.ศ. 2526 &#8211; พ.ศ. 2528 ได้ตั้งกิจการวงดนตรีตนเอง แต่ประสบปัญหาขาดทุนจึงต้องหยุดการแสดง จึงหันเข้าสู่วงการซออีกครั้งหนึ่งทำผลงานซอออกมาอีก นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน มีผลงานเพลงที่แต่งขึ้นมาทั้งหมด ประมาณ 500 กว่าเพลง มีผลงานอัลบั้มซอพื้นบ้านมาแล้วกว่า 30 ชุด</p>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm4"></a>ผลงานของบุญศรี รัตนัง</span></h3>
<p>อัลบั้ม</p>
<ul>
<li>พ.ศ. 2526 &#8211; เมาตึงวัน, สามตอง และเบื่อผัวสามตอง</li>
<li>พ.ศ. 2527 &#8211; หนุ่มรถอีแต๋นครวญ และ คุณนายป่ามป้าม</li>
<li>พ.ศ. 2528 &#8211; เฒ่าจอมโว และ เฒ่าชีกอ</li>
<li>พ.ศ. 2529 &#8211; ซอลูกทุ่งเบิกฟ้า, ผัวเปรต และเมียยักษ์</li>
<li>พ.ศ. 2530 &#8211; ผัวอี่แก้ว และ ซอสามจังหวะ</li>
<li>พ.ศ. 2531 &#8211; มันง่ายดี และ อย่าปิ๊งเดี๋ยวป่อง</li>
<li>พ.ศ. 2532 &#8211; ปอแล้วหวย และ รักเมียหลวงห่วงเมียน้อย</li>
<li>พ.ศ. 2533 &#8211; ไม่บอกก็รู้ และ ปี๋ใหม่เมือง</li>
<li>พ.ศ. 2534 &#8211; คนอู้เอ็น และ คนมักไมค์</li>
<li>พ.ศ. 2535 &#8211; นักเลงไก่ชน และ ไม่มีสิทธิ์อย่ามาขวาง</li>
<li>พ.ศ. 2536 &#8211; ว.2 ว.8 และ เมียบ่ฮู้ใจ๋</li>
<li>พ.ศ. 2537 &#8211; แตงดังควาย และ นักมวยขี้ไห้</li>
<li>พ.ศ. 2538 &#8211; บ่ฮู้คิง และ เงินบาทลอยตัว</li>
<li>พ.ศ. 2539 &#8211; อเมดซิ่งไทยแลนด์ และ กลองยาวสามช่า ปี๋ใหม่เมือง แห่ครัวตาน <i>(ซึ่งอัลบั้ม กลองยาวสามช่านี้ มีเพลงที่ทำให้ได้รับรางวัล ศิลปินเพลงยอดเยี่ยมพื้นบ้านภาคเหนือ รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน ครั้งที่ ๑ จากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย คือ เพลง แห่ครัวตาน ได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)</i></li>
<li>พ.ศ. 2543 &#8211; ขี้เมาอ้อนเมีย</li>
<li>พ.ศ. 2544 &#8211; จัดระเบียบสังคม</li>
<li>พ.ศ. 2548 &#8211; ขี้เมาสามช่า และได้ทำอัลบั้มเพลงลูกทุ่งคำเมืองให้กับ น.ส.มณีรัตน์ รัตนัง โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า “ สาวเคิ้น ”</li>
<li>พ.ศ. 2549 &#8211; แหล่หอยไห้ เป็นการนำเอาเพลงเก่า มาบันทึกเสียงใหม่</li>
<li>พ.ศ. 2550 &#8211; กะเทยเฒ่า</li>
</ul>
<p><b>เพลงประจำโรงเรียน</b></p>
<ul>
<li>พ.ศ. 2554 &#8211; เพลงไหว้สาเจ้าพิริยะเทพวงศ์ (<i>ได้รับเชิญให้ขับร้องเป็นเพลงเทิดพระเกียรติเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ </i><i>เจ้าผู้ครองเมืองแพร่ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเทพวงษ์ ปัจจุบันนามว่า โรงเรียนพิริยาลัยและในโอกาสโรงเรียนอายุครบ 111 ปี </i><sup id="cite_ref-3" class="reference"></sup><i>ประพันธ์โดย ครูสุกัญญา วุฒิเจริญ ทำนองโดย ครูวันชัย คุณาคำ บรรเลงโดย วงโยธวาทิตโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ ซึ่งอยู่ในการควบคุมโดย ครูวันชัย ขณะนั้น</i>) โดยเนื้อหาจะกล่าวถึงคุณงามความดีและพระเมตตาของเจ้าหลวงที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาทรงอยากให้เยาวชนในจังหวัดแพร่มีความรู้เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดและประเทศชาติ ทรงสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่อยากให้คนไทยมีการศึกษาและทรงสร้างโรงเรียนขึ้นเป็นโรงเรียนแห่งแรกในจังหวัดแพร่ความทราบถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5 ทรงดีพระทัยและทรงยินดีจึงโปรดเกล้าพระราชทานนามโรงเรียนว่า &#8220;โรงเรียนเทพวงษ์&#8221;</li>
</ul>
<h3><span style="color: #339966;"><a name="ddm5"></a>รางวัลเกียรติประวัติของบุญศรี รัตนัง</span></h3>
<ul>
<li>ชนะการแข่งขันการประกวดวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ ในนามวง “ ลูกทุ่งลานทอง ” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ที่รายการลูกทุ่งลานนา สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2526</li>
<li>ได้รับโล่ประเภทสื่อชาวบ้าน จากพลเอกประจวบ สุนทรางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2525 เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2526</li>
<li>ได้รับการประกาศให้เป็นบุคลากรดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม จากศูนย์ศิลปวัฒนธรรม <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วิทยาลัยครูเชียงใหม่</a> และศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2533</li>
<li>ได้รับโล่เกียรติคุณจาก<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%9e/">มหาวิทยาลัยพายัพ</a> เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/">บุญศรี รัตนัง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2021 13:47:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตำบลเมืองนะ]]></category>
		<category><![CDATA[พลโทเจ้ายอดศึก]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุมงคลของครูบาออ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าปิ่นยา]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าฟ้าแสงเชียง]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าแผ่นดินรัฐฉาน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองนะ เชียงดาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=9166</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ ครูบาผู้เฒ่าที่มากด้วยวิชาขมังเวท เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ ปลีกตัว เร้นกายอยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/">ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ ครูบาผู้เฒ่าที่มากด้วยวิชาขมังเวท เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ ปลีกตัว เร้นกายอยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ</strong></span> ท่านเกิดวันอังคาร เดือนสิบสองไตยใหญ่ ตรงกับวันอังคาร ที่ ๑๒ เดือนพฤศจิกายน ปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ ปีขาล ของไทยเรา หมู่บ้านน้ำหน่อ ตำบลปางซาง จังหวัดลายข่า ประเทศพม่า(รัฐฉานไทยใหญ่)</p>
<p>บิดาเป็นกำนันชื่อนายจั่นตา มารดาชื่อนางเห็งแปร มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด ๑๐ คน หลวงปู่ครูบาออ เป็นคนที่ ๙ ของครอบครัว ปัจจุบันพี่น้องได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว คงเหลือแต่หลวงปู่ครูบาออท่านเดียวท่านยังมีหลานๆ อยู่ในตำบลเมืองนะ หลายคนในปัจจุบัน</p>
<p>ตามประวัติ <span style="color: #339966;"><strong>หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ</strong></span> ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ ๗ ขวบจนถึงอายุได้ ๑๕ ปี เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ครูบาออ เป็น ชาวไทยใหญ่ใต้ อยู่ใน SHAN STATE เมียนมาร์ ซึ่งมีเขตติดต่อกับชายแดนไทยทางภาคเหนือ (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย) ท่านได้ลาสิกขาไปเป็นทหารร่วมรบกับกองกำลังทหารไทยใหญ่ เป็นทหารในระดับผู้บังคับ การกองกำลัง Shan United Revolutionary Army “SURA” ในฐานะผู้นำทัพ (เทียบเท่านายพลของไทย) <span style="color: #ff0000;">เจ้าฟ้าแสงเชียง เจ้าแผ่นดินรัฐฉาน ไทยใหญ่ เป็นผู้สักสังวาลเพชร</span> <span style="color: #ff0000;">บนศีรษะท่านเมื่ออายุ ๒๐ ปี</span> เพราะโปรดที่ครูบาออ ตอนนั้นเป็นทหารกล้า นำพากองทัพไทยใหญ่รบชนะข้าศึก โดยไม่เสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว ผู้ถูกเกณฑ์เป็นทหารไทยใหญ่ รบกับพม่า ทั้งกองร้อยรบไม่เคยแพ้ เพราะก่อนรบท่านทำน้ำมนต์และสักกระหม่อมให้เพื่อนทหารสู้กับศัตรู ปรากฏว่า ปืนทหารพม่ายิงมาไม่ออกบ้าง ออกแต่ไม่ถูกบ้าง ลูกระเบิดตกใกล้ๆ ไม่ระเบิดบ้าง และเป็นผู้หนึ่งซึ่งมี บทบาทในการสู้รบในสมรภูมิสงครามเชียงตุง “SURA”&#8230;เป็นหน่วยเดียวกับที่ “เจ้ายอดศึก” สมัครเข้าเป็นทหารในครั้งแรก แต่ห่างกันคนละรุ่นกับครูบาออ (ครูบาออเป็นรุ่นพ่อ) เพราะเมื่อ ปี 2501 ที่ “เจ้ายอดศึก” เกิดเป็นปีที่ “ครูบาออ” ย่างก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ซึ่งกิจตอนนั้นเพียงเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้กับ “เจ้าฟ้าขุนหนุ่ม” ด้วยความซาบซึ้งต่อรสแห่งพุทธศาสน์จึงเลิกละทิ้งยศทหารตั้งแต่อายุ 40 ปีเป็นต้นมา</p>
<p>พอปลดจากทหารแล้ว จากคำบอกเล่าของท่านได้กลับมาอุปสมบทอีกครั้งโดยมี <strong>&#8221;เจ้าปิ่นยา&#8217;</strong>&#8216; สังฆราชของไทยใหญ่บวชให้เมื่อราวปีพุทธศักราช ๒๔๙๐</p>
<p>ท่านชอบใช้ชีวิตที่สมถะสันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เรียบง่าย เรื่องอาหาร เมื่อมีก็ฉัน ไม่มีก็ไม่ฉัน ที่ไหนเป็นวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์อยู่อาศัย ท่านก็จะไปพำนักอยู่ปฏิบัติธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ใช้ชีวิตสันโดษสมถะ เรียบง่ายและมีความอดทนสูงส่ง ที่บนสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีชาวบ้านสักหลังคาเรือนแต่ท่านอยู่ได้</p>
<p>ท่านเป็นครูบาผู้เฒ่าที่มากด้วยวิชาขมังเวท เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ ปลีกตัว เร้นกายอยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว แม้วัยชรา ก็มีวิชาดี มีบารมีมาก ท่านแบกกลด ธุดงค์จากฝั่งไทยใหญ่ พม่า มาดอยจอมแวะ เพียงรูปเดียว ค่ำไหนนอนนั่น ถ้ำลึกลับ ป่าช้ารก เป็นที่อาศัย ผจญภูตผีปีศาจ เจ้าป่าเจ้าเขา ผ่านมาได้หมด <strong>&#8220;ครูบาออ&#8221;</strong> รูปนี้ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาจากประชาชนรัฐไทยใหญ่มาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-miuesPxOHfA/YPbYHB7VP6I/AAAAAAAAABw/dN8mCIvov8g5CCNtt7s5z4tfTFeZFgluACLcBGAsYHQ/s16000/1%25284316%2529.jpg" alt="ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ เกจิชื่อดังแห่งเชียงดาว" width="638" height="960" border="0" data-original-height="960" data-original-width="638" /></p>
<h3><span style="color: #339966;">ในด้านของวิชาอาคม</span></h3>
<p>ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ ได้เรียนวิชาจากหอคำหลวงของไทไหญ่ เมืองรัฐฉาน จาก พระสังฆราช ของประเทศพม่า จนสำเร็จวิชาในแต่ละด้านจนสำเร็จ ครูบาออได้ร่ำเรียนจากตำราครูบาอาจารย์ของท่านจำนวน ๙ รูป ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ ๑ รูปอยู่ที่ประเทศพม่า รัฐฉานไทยใหญ่เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาอาคมและการปฏิบัติตนในแบบฉบับวิปัสสนากรรมฐานสันโดษ หลังจากสำเร็จแล้วนั้นครูบาออ ได้ถูกสืบทอดให้เป็นพระสังฆราช เนื่องจากครูบาออเป็นพระชั้นผู้ใหญ่พระมหาเถระองค์ของไทไหญ่องค์ต่อไป แต่เนื่องด้วยท่านชอบความสันโดด ท่านจึงหอบตำราหลวง ของไทไหญ่ เดินธุดงค์เข้ามาฝั่งไทย จนมาตั้งสำนักสงฆ์บนพระธาตุดอยจอมแวะ ราวปี พุทธศักราช ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบันนี้</p>
<h3><span style="color: #339966;">ในด้านของลูกศิษย์ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ</span></h3>
<p>คนสำคัญ <span style="color: #0000ff;">พลโทเจ้ายอดศึก ประธานสภากู้ชาติรัฐฉาน ผู้นำสูงสุดของไทไหญ่</span> ถือได้เป็นบุคคลสำคัญที่ชาวไทยและนานาอาระยะประเทศรู้จักเป็นอย่างดี พลโทเจ้ายอดศึก เป็นลูกศิษย์เอกของหลวงปู่ครูบาออ คนสำคัญคนหนึ่ง ที่นับถือเคารพและศัทธา หลวงปู่ครูบาออเป็นอย่างมาก เพราะสมัยหลวงปู่ครูบาออ จำพรรษาอยู่ฝั่งไทไหญ่ หลวงปู่ครูบาออ เป็นพระอาจารย์ที่สอนวิชาและลงอักขระเลขย้นต์ จากหอคำหลวงไทไหญ่ให้กับพลโทเจ้ายอดศึกอย่างมากมาย ในรอบ ๑ ปีพลโทเจ้ายอดศึก ต้องมากราบไหว้และลงอักขระสำทับวิชาอาคมในตัวโดยอาราธนาขอพร จากหลวงปู่ครูบาออ ทำพิธีตามแบบไทใหญ่เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เพิ่มความเข้มขลังขมังเวทย์อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัยไว้ป้องกันภัยสาระพัดในสนามรบที่ล้วนมีแต่อันตรายทุกนาที</p>
<p>หลวงปู่ครูบาออได้มอบหมายให้ลูกศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคลมาหลายชนิดทั้งที่บันทึกไว้และไม่ได้บันทึกไว้เมื่อสร้างแล้วลงอักขระสำทับวิชาอาคมทำพิธีตามแบบไทยใหญ่แล้วปลุกเสกหลังจากนั้นมอบให้ลูกศิษย์แจกจ่ายให้ทหารและชาวบ้านบ้างพ่อค้าแม่ค้าบ้างนำไปใช้จนเกิดผลสำเร็จทุกคน&#8230;</p>
<p><strong>ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ เกจิชื่อดังแห่งเชียงดาว</strong> ละสังขารในท่านั่งสมาธิอย่างสงบรวมสิริอายุ 101 ปี ที่สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 04.05 น.วันที่ 24 ตุลาคม 2559 หลังมรณภาพแล้ว ปรากฏว่าคนต่างพากันเก็บสะสมเครื่องรางของขลังของครูบาออ โดยวัตถุมงคลของครูบาออ คือ พญาแมงภู่คำหลวงมหาราชา รุ่นแรก ตะกรุดเหล็กไหล เศรษฐี รวมทั้งหาซื้อเลข 101 ซึ่งเป็นอายุของครูบาออกันทั่วเมืองเชียงใหม่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-JslydIn-m2E/YPbhAlNcGUI/AAAAAAAAAB4/3Qf8scHmNjIevO1zrhGGvCtDQVe35JZqgCLcBGAsYHQ/s16000/11844959_1638348583048471_6168583433968983387_o.jpg" alt="ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ เกจิชื่อดังแห่งเชียงดาว" border="0" data-original-height="960" data-original-width="1280" /></p>
<h3><span style="color: #339966;">วัตถุมงคลของครูบาออ</span></h3>
<p><a id="ddm1" href="#">พญาแมงภู่คำหลวงมหาราชา รุ่นแรก</a></p>
<p><a id="ddm2" href="#">ตะกรุดเหล็กไหล เศรษฐี</a></p>
<p><a id="ddm3" href="#">ตะกรุดมหาจักรพรรดิ์เนื้อตะกั่วพอกผงพอกครั่งขนาดยาว 4 นิ้ว</a></p>
<p><a id="ddm4" href="#">ตะกรุดเหล็กไหลเศรษฐีกินน้ำผึ้ง</a></p>
<p><a id="ddm5" href="#">พระยาหมูกายสิทธิ์ยอดฉัตร ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ</a></p>
<p><a id="ddm6" href="#">เหรียญเมตตา ๙๓ ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ พ.ศ. ๒๕๕๕</a></p>
<p><a id="ddm7" href="#">พระผงรูปเหมือนนั่งสิงห์คุ้มดวง</a></p>
<p><a id="ddm8" href="#">ล็อกเก็ตยิ้มรับทรัพย์ สี่เหลี่ยมรุ่นแรก ฉลองอายุ 95 ปี</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><a name="ddm1"></a><span style="color: #ff0000;">พญาแมงภู่คำหลวงมหาราชา รุ่นแรก</span></h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2><a name="ddm2"></a><span style="color: #ff0000;">ตะกรุดเหล็กไหล เศรษฐี</span></h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2><a name="ddm3"></a><span style="color: #ff0000;">ตะกรุดมหาจักรพรรดิ์เนื้อตะกั่วพอกผงพอกครั่งขนาดยาว 4 นิ้ว</span></h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2><a name="ddm4"></a><span style="color: #ff0000;">ตะกรุดเหล็กไหลเศรษฐีกินน้ำผึ้ง ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่</span></h2>
<p>ครูบาท่านเรียกตะกรุดพอกเหล็กไหล เศรษฐี ว่า ตะกรุด เหล็กไหล เศรษฐี กินน้ำผึ้ง เดือน ๙ ของวิเศษอัศจรรย์ เพราะท่านถือฤกษ์ลงตะกรุดในเดือน ๙ เดือนแห่งการกำเนิดเศรษฐี ฝนชุก น้ำหลาก ไม่แห้งแล้ง ในทุ้งในท่าในไร่นา พืชข้าวกล้าเขียวชอุ่ม เป็นเคล็ดว่า มีความชุ่มช่ำเย็นสบาย เจริญงอกงาม เจริญก้าวหน้า ตามกำลังเดือน ๙ ท่านว่ามีอุดมสมบูรณ์ไม่อด ไม่อยาก<br />
ที่สำคัญ เหล็กไหลเศรษฐี ของกายสิทธิ์ มีอานุภาพอัศจรรย์ จะทำให้มั่งมี ทวีทรัพย์มาก เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองไม่จบไม่สิ้น คงมีตะกรุดดอกนี้ของครูบา เท่านั้นที่สร้างด้วยเหล็กไหล เศรษฐี ดีจริงขนาดนี้<br />
อานุภาพเหล็กไหลเศรษฐี จะดูดเงิน ดูดแก้วแหวนเงินทอง ดูดสมบัติพัดถาน เมื่อรวมกับอานุภาพตะกรุดทั้งดอกนี้จึงทำให้ท่านที่ได้ไปบูชา<br />
เข้าข่าย เป็นเศรษฐี อนุเศรษฐี มหาเศรษฐี ภายในไม่นาน ใช้ด้วยใจเคารพเบิกบานจิต หมั่นทำบุญกุศล จะร่ำรวยในไม่นาน ภายใน 3 วัน7 วัน ท่านให้เคล็ดว่า ในวันจันทร์เพ็ญเต็มดวงให้นำ ตะกรุดทั้งดอกนี้แช่น้ำผึ้ง เพื่อให้เหล็กไหลเศรษฐี กินน้ำผึ้งจะได้แสดงอานุภาพทางด้านมหาเศรษฐี มั่งมีทรัพย์มากได้ดียิ่งขึ้นไปอีก แฝงด้วยเมตตาเสน่หาอันหาที่สุดมิได้ อีกด้วย</p>
<h3><span style="color: #99cc00;">คาถา ปลุก ตะกรุด เหล็กไหล เศรษฐี กินน้ำผึ้ง (ว่านะโม 3 จบ)</span></h3>
<p>การบูชาธรรมธาตุเหล็กไหล ( ตั้ง นะโม 3 จบ )<br />
“ พุทโธเมนาโถ ธัมโมเมนาโถ สังโฆเมนาโถ สะกะพะจะ บูชา จะ มหาบูชา ท่านผู้ดูแลรักษา ธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ อันทรงฤทธิ์อานุภาพนี้ อิสะวาสุ อิติปิโส ภะคะวา เหล็กไหลเจริญมา เป็นเศรษฐี เจริญยิ่ง เจริญดี สิ่งดี ๆ ทั้งหลาย หลั่งไหลเข้ามาสู่แก่ตัวข้าพเจ้า ชื่อ&#8230;&#8230;&#8230; นามสกุล&#8230;&#8230;&#8230; สัมมะ สัมมา สัมมา สัมมะ นะมะอะอุ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ ”<br />
ตะกรุด เหล็กไหล เศรษฐี กินน้ำผึ้ง สร้าง 999 ดอก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><a name="ddm5"></a><span style="color: #ff0000;">พระยาหมูกายสิทธิ์ยอดฉัตร ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ</span></h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2><a name="ddm6"></a><span style="color: #ff0000;">เหรียญเมตตา ๙๓ ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ พ.ศ. ๒๕๕๕</span></h2>
<p>ที่ระลึกสมทบทุนสร้างทางขึ้นสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๕ ประสบการณ์ เมตตา ค้าขาย ป้องกันภัย สูง</p>
<h2><a name="ddm7"></a><span style="color: #ff0000;">พระผงรูปเหมือนนั่งสิงห์คุ้มดวง</span></h2>
<p>พระผงรูปเหมือนนั่งสิงห์คุ้มดวง หลังฝ่ามือ หลังฝังตะกรุดชนะคน สร้าง 500 องค์ ขนาดความสูง 4 ซ.ม. กว้าง 3 ซ.ม. ครูบาออ สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่<br />
พระสมเด็จ ครูบาขี่สิงห์ (ลูบหัวสิงห์) หลังฝ่ามือคุ้มดวง ครูบาออ สร้างเอาไว้แทนตัวท่าน โดยท่านมีเมตตา ลบถมผง และมวลสารเอง (ไทยเรา จะสร้างพระผง ต้องมีผงวิแศษ 5 ประกาศ ตามตำหรับเจ้าประคุณสมเด็จโต คือ ปถมัง ,ตรีนิสิงเห, มหาราช ,พุทธคุณ และอิทธิเจ แต่ของตำหรับไทยใหญ่ กำหนดว่า จะสร้างพระผง ก็ต้องใช้ว่านมหามงคล 9 ชนิด ผนวกกับผงที่ลบถมจากดินอาถรรพ์ 5 แห่ง หรือ 9 แห่ง โดยถือว่า แผ่นดิน คือแม่พระธรณีนี้ มีพลังมากกว่าใคร ต่อให้มีฤทธิ์ มีอำนาจ มีพลัง มีความร่ำรวย แค่ไหน ก็ต้องเหยียบดิน ต้องอาศัยแผ่นดิน เป็นที่ กิน อยู่ หลับ นอน ดังนั้น พม่า ไทยใหญ่ จึงสร้างพระจากว่าน และดิน มากที่สุด) ครูบาออ ให้สร้างเป็นพระพิมพ์รูปท่านนั่งขี่สิงห์ แล้วเอามือลูปหัวสิงห์ สิงห์ นั้นหมายถึงมหาอำนาจ มหาตบะ เดชะ เมื่อท่านเอามือลูปหัวสิงห์ ก็หมายถึง ท่านแฝงมนต์ทางเมตตา มหานิยม ผนวกเข้าไปด้วย รวมความว่า พระสมเด็จครูบาออ นั่งสิงห์นั้น หมายถึง มีชัยชนะเหนือศัตรู และ มีอำนาจมาก , คุ้มครองป้องกันดวง , คุ้มครองดวง อุ้มชะตา ผู้บูชาให้เจริญก้าวหน้า ร่ำรวย และสำเร็จ โดยเอาผงว่าน และดินอาถรรพ์ มาเป็นเชื้อสร้างโดยอาศัยเหตุว่า ผู้ร่ำรวย ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ต้องอาศัยดิน ดังนั้น หากมีพระสมเด็จของท่านก็จะมีอำนาจ ดุจผู้ร่ำรวย ผู้ยิ่งใหญ่ เช่นกัน<br />
ส่วนด้านหลัง ทำเป็นพระยันต์ฝ่ามือ หมายถึงฝ่ามือ อันคอยคุ้มครอง อุ้มชูดวงชะตา ไม่ให้ตก ไม่ให้ต่ำ ไม่ให้ถลำไปในทางเสื่อมนั่นเอง ส่วนตะกรุดที่ใส่กลางพระ เรียกภาษาไทยว่า “ ตะกรุดชนะคน” ความหมายก็คล้าย กับพระเจ้าบุเรงนอง ที่ได้ฉายาว่า “ ผู้ชนะสิบทิศ” มิมีใครหาญเข้ามาสู้พระบารมีได้ นั่นแหละครับ</p>
<h2><a name="ddm8"></a><span style="color: #ff0000;">ล็อกเก็ตยิ้มรับทรัพย์ สี่เหลี่ยมรุ่นแรก ฉลองอายุ 95 ปี</span></h2>
<p>ล็อกเก็ตหลังสิงห์ดำ หลังฝังตะกรุดเกศาสิงห์ไม้แกะ ในมงคลกาลที่ครูบาออ ฯ หลวงปู่ครูบาผู้เฒ่าเจ้าอาคมขลังชาวไทยใหญ่ จะจึงปรารถสร้างยอดวัตถุมงคลตามตำหรับยอดวิชาเอก ฉบับหอคำหเจริญอายุ ครบ 95 ปี ท่านลวง ให้ขึ้นชื่อลือนามมหาเถระสืบทอดวิชาหอคำหลวง และให้ศิษย์ชาวไทย ได้รับรู้ว่า วิชาเอกของไทยใหญ่ ขลัง แรง และศักสิทธิ์ยิ่งนัก วัตถุมงคลที่ระลึก ร่วมฉลองอายุ 95 ปี มีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>ล็อกเก็ตยิ้มรับทรัพย์ สี่เหลี่ยมรุ่นแรก ฉลองอายุ 95 ปี ลายมือครูบาออ หรือเรียกว่าล็อกเก็ตลายเซ็นก็ได้ ล็อกเก็ตมหาเศรษฐีก็ได้ เพราะเป็นประกาศิตว่า ใครมีล็อกเก็ตรุ่นนี้ รวยหมด รวยทุกคน ถือว่าเป็น ตัวแทนของท่านครูบาออ เป็นตัวแทนครูบาอาจารย์ของท่านและสายวิชาหอคำหลวง ด้านหน้ารูปครูบาออ ห่มคลุม ริ้วรอยเหี่ยวย่น ชัดเจน ใบหน้ายิ้มพิมพ์ใจ มีความสุขที่สร้างทางเสร็จ มีความสุขที่ลูกหลานมีสุข ลูกศิษย์มีชีวิตสดใส เจริญก้าวหน้า ด้านหลัง ฝังของวิเศษเฉพาะตัวหลายชิ้น ดังนี้</p>
<p>&#8211; ล็อกเก็ตฉากสีเทา ฝังเกศา ,จีวร,ตะกรุดเสริมดวง 1 ดอก ตะกรุดมหาปราบ 1 ดอก ฝังสิงห์ไม้กาหลงดำ สร้างจำนวน 500 องค์</p>
<p>&#8211; ล็อกเก็ตฉากสีเขียว (กรรมการ) ฝังเกศา,จีวร ,ตะกรุดเสริมดวง 1 ดอก ,ตะกรุดมหาปราบ 1 ดอก ,ตะกรุดมหาเมตตา 1 ดอก ฝังสิงห์ใหญ่สีขาว สร้างจำนวน 300 องค์</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0/">ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระครูสิริวัตรวิมล (ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร)</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2021 15:40:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบ่อเต่า]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบ่อเต่า พร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธาตุกลางใจเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีมรรย์ ทาวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอพร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[เกจิอาจารย์ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.at-chiangmai.com/?p=9055</guid>

					<description><![CDATA[<p>พระครูสิริวัตรวิมล (ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลสันทราย อดีตเจ้าอาวาสวัดบ่อเต่า ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%a3/">พระครูสิริวัตรวิมล (ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">พระครูสิริวัตรวิมล (ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลสันทราย อดีตเจ้าอาวาสวัดบ่อเต่า ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่</span></h2>
<p>เดิมชื่อ &#8220;ศรีมรรย์ ทาวงค์&#8221; เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือนเกี๋ยงเหนือ ปีวอก ตรงกับวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๗๕ ณ บ้านศรีค่ำ หมู่ ๘ ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ ๘๗ ปี พรรษา ๖๑ เป็นบุตรของพ่อหน้อย แม่เป็ง ทาวงค์ เดิมท่านชื่อศรีมรรย์ ทาวงค์</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร</strong></span> บรรพชาในวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะแม หรือวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๕ ณ วัดพระธาตุกลางใจเมือง ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีอธิการเจ้าเมืองใจ อินฺทจักฺโก วัดบ้านโป่ง ตำบลบ้านโป่ง <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/">อำเภอพร้าว</a> เป็นพระอุปัชฌาย์</p>
<p>ท่านก็ได้เข้ารับการอุปสมบท หลังจากนั้นอีก ๕ ปี ในวันอาทิตย์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ณ วัดพระธาตุกลางใจเมือง โดยมีอธิการเจ้าเมืองใจ อินฺทจักฺโก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการขรรย์ ฐิตทินฺโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเมธา จกฺกโร เป็นพระอนุศาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ยโสธโร” แปลว่า ผู้ไว้ซึ่งยศ</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>พระครูสิริวัตรวิมลเป็นผู้มีเมตตาธรรม</strong></span> อนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรและประชาชน ท่านจึงรับอุปการะเด็กที่มีฐานะยากจน ไม่มีทุนทรัพย์ เพื่อให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมาตลอด ในส่วนของพระพุทธศาสนานั้น ตลอด ๖๑ ปีในร่มกาสาวพัตร์ ท่านเป็นพระที่สมถะและปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไม่มีสิ่งใดด่างพร้อย สมดังราชทินนาม “พระครูสิริวัตรวิมล” ซึ่งแปลว่าพระเถราจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติอันดีงามปราศจากมลทิน</p>
<p>พ.ศ.๒๕๐๘ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุกลางใจเมือง<br />
พ.ศ.๒๕๑๐ ท่านเป็นเจ้าคณะตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่<br />
พ.ศ.๒๕๑๖ ท่านเป็นเจ้าอาวาส<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/"><strong><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff6600;">วัดบ่อเต่า</span></span></strong></a><br />
พ.ศ.๒๕๒๔ ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์<br />
พ.ศ.๒๕๕๑ ท่านเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลสันทราย</p>
<p>เมื่อท่านมีอายุได้ ๓๐ ปีนั้นท่านได้เริ่มศึกษาด้านคาถาอาคมกับครูบาเมืองใจ อินฺทจักฺโก ตลอดจนผู้เฒ่าผู้แก่ในเมืองพร้าวที่มีวิชาอาคมดี เมื่อได้รับความรู้ครบถ้วนแล้ว ท่านจึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ในบารมี <strong>ครูบาเจ้าอินสม สุมโน</strong> แห่งวัดทุ่งน้อย ตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ท่านจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาจากครูบาอินมาหลายแขนง (ครูบาอินสมเป็นพระสงฆ์ที่คนเมืองพร้าวและในภาคเหนือเคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง)</p>
<p>ในปี พ.ศ.๒๕๓๐ ท่านได้ทำวัตถุมงคลขึ้นเป็นครั้งแรก วัตถุมงคลของท่านนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกชาวบ้านในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง การทำวัตถุมงคลแต่ละครั้งจึงมีจำนวนไม่มากนัก พระครูสิริวัตรวิมล เป็นที่เคารพนับถือของคนในอำเภอพร้าวและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก</p>
<p>วิชาหลวงปู่มีหลายอย่างที่ท่านได้ทำไว้ ทั้งเครื่องราง พระเครื่องต่าง วิชาคาถาอาคม</p>
<p>มีด้านเมตตามหานิยมมี ก๋าต้อมป่าเห้ว เทวดาหลงห้อง หมีขนคำ</p>
<p>ด้านคลาดแคล้ว มีปืนแสนแหล่ง ดาบแสนเถี่ยน หอกแสนลำ</p>
<p>ด้านกันผี ผีกลัวมี ยักษ์สามตา ยันต์กันผี</p>
<p>ด้านกันตู้ลอง มีก๋าสะต้อน กั่งก่าตู้ลอง ยันต์ตัดเกิดเด็ก เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อมาท่านได้รับการยกย่องเป็น<span style="color: #ff6600;"><strong> ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร</strong></span> ซึ่งนับว่าเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่งแล้ว</p>
<p>ในวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ เวลา ๑๒.๑๕ น.ท่านได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุรวม ๘๖ ปี ๗ เดือน ๒๙ วัน ๖๑ พรรษา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%a3/">พระครูสิริวัตรวิมล (ครูบาศรีมรรย์ ยโสธโร)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2021 07:46:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาวัดป่าขุย]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาสม กตสีโล]]></category>
		<category><![CDATA[ตะกรุดพอกครั่งมหาอุด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา ปัญญาสาโร]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเชฏฐาวรคุปต์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สหธรรมิกครูบาเจ้าศรีวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[เกจิอาจารย์ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=7827</guid>

					<description><![CDATA[<p>พระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกวัดเชฏฐาวรคุปต์ (ป่าขุย) ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านเป็นสหธรรมิกกับครูบาเจ้าศรีวิชัย ร่วมสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน ครูบาวัดป่าขุยมีคำแหน่งประจำทิศตะวันออกของ จ.เชียงใหม่</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3/">พระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff9900;">พระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกวัดเชฏฐาวรคุปต์ (ป่าขุย) ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่</span></h2>

<h3><span style="color: #ffcc00;">ประวัติพระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร</span></h3>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>พระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร</strong></span> อดีตเจ้าอาวาสรูปแรก<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%8f%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94/"><span style="color: #ffcc00;"><strong>วัดเชฏฐาวรคุปต์ (ป่าขุย)</strong></span></a> ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่กว่าอายุ 300 ปี และดำรงตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะแขวงในช่วงปี พ.ศ.2435</p>
<p>ท่านเป็นบุตรของหนานสิทธิ์ และแม่คำปัน ท่านมีพี่น้อง 6 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 ปัจจุบันเหลือหลานอยู่คนเดียวคือ แม่บัวบาล คำไชยวงศ์ อายุ 95 ปี ครูบาวัดป่าขุย หรือพระครูปลัดปัญญา</p>
<p>สำหรับพระปลัดปัญญาท่านบวชตั้งแต่เป็นเณร สมัยตอนที่ท่านเป็นภิกษุอยู่ ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านต่างๆ ในอำเภอดอยสะเก็ดเป็นอย่างมาก พอช่วงเข้าพรรษา ครูบาวัดป่าขุย มักจะไปจำพรรษาอยู่ที่วัดดอยสุเทพทุกๆ ปี สมัยก่อนหลายๆ วัดทาง จ.เชียงใหม่ ไม่ค่อยเจริญ อุโบสถก็ชำรุดทรุดโทรม พระปลัดปัญญาท่านได้มาบูรณะจนดีขึ้นพออายุท่านมากขึ้นท่านก็ได้มาจำพรรษาวัดป่าขุย</p>
<p>ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านเป็นสหธรรมิกกับ<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%87/"><span style="color: #ffcc00;"><strong>ครูบาเจ้าศรีวิชัย</strong></span></a> ร่วมสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพด้วยกัน ครูบาวัดป่าขุยมีตำแหน่งประจำทิศตะวันออกของ จ.เชียงใหม่ ท่านเป็นสหธรรมิกกับครูบาแก้ว วัดน้ำจำ, ครูบากาวิชัย วัดแม่โป่ง, ครูบาภูมิกันทะ วัดแม่ฮ้อยเงิน, ครูบาอินทไชย วัดปูคาเหนือ, ครูบาไชยาลังก๋าร์ วัดป่าป้อง และครูบาอภิวงศ์ วัดป่าฝาง พระปลัดปัญญาได้ทำผ้ายันต์ให้ชาวบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล ก็มีพวกทหารม้ามาจากภาคใต้ที่มาปฎิบัติหน้าที่ใน จ.เชียงใหม่ ได้มาขอตะกรุดพอกครั่งมหาอุดของท่านไปติดตัว</p>
<h3><span style="color: #ffcc00;">ตะกรุดพอกคลั่งมหาอุด</span></h3>
<p>ด้วยเพราะตะกรุดพอกครั่งมหาอุดของท่านศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านที่นำเอาไปบูชากราบไหว้ ใช้ห้อยติดตัวต่างมีประสบการณ์ อาทิเช่น โดนคู่อริยิงแต่ยิงไม่ออก และตะกรุดพอกครั่งมหาอุด ในสมัยนั้นเป็นที่เสาะแสวงหาของคนทั่วไป เพราะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น หากมีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน ผู้คนจะวิ่งหนีเข้ามาในวัดท่าน เพราะระเบิดจะไม่ตกลงมาในเขตวัดของท่าน ถึงตกลงมาในเขตวัดระเบิดก็จะไม่ทำงาน</p>
<p>ศรัทธาประชาชนจะพากันมาพึ่งบารมีของท่านรวมถึงหาคั่งพุทธามาถวายท่านขอให้ท่านทำตะกรุดให้ ตะกรุดของท่านมีประสบกราณ์สูงเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่ว ชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันมาให้ท่านทำตะกรุดให้ ต่อมาท่านได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่ ครูบาสม กตสีโล วัดป่าขุย และครูบาสม ได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่ ครูบาบุญตัน วัดสัมมะเปป สันกำแพง และครูบาบุญตันได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่ ตรูบาอินทร์ วัดป่าแพ่งแม่คือ ดอยสะเก็ด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3/">พระปลัดปัญญา ปัญญาสาโร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระครูโสภณบุญญาภรณ์ (บุญทอง สุวณฺโณ)</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%93%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%93/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Feb 2021 08:12:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[กัณฑ์ตุ๊จก]]></category>
		<category><![CDATA[บุญทอง สุวณฺโณ]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูโสภณบุญญาภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่ริม]]></category>
		<category><![CDATA[อดีตเจ้าอาวาสวัดโสภณาราม]]></category>
		<category><![CDATA[เกจิอาจารย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/?p=7791</guid>

					<description><![CDATA[<p>พระครูโสภณบุญญาภรณ์ (บุญทอง สุวณฺโณ) อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่ริม อดีตเจ้าอาวาสวัดโสภณาราม</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%93%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%93/">พระครูโสภณบุญญาภรณ์ (บุญทอง สุวณฺโณ)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">พระครูโสภณบุญญาภรณ์ (บุญทอง สุวณฺโณ) อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่ริม อดีตเจ้าอาวาสวัดโสภณาราม</span></h2>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>พระครูโสภณบุญญาภรณ์ (บุญทอง สุวณฺโณ) ครูบาทองหรือตุ๊จก</strong></span> อดีตเจ้าอาวาส<strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/">วัดโสภณาราม</a></strong>(วัดป่าตึง) บ้านศาลา ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ประวัติเป็นพระธรรมกถึกเป็นที่รู้จักกว้างขวาง เนื่องจากมีวิธีการเทศน์ที่สนุกสนาน ง่ายแก่การเข้าใจ โดยเฉพาะเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ชูชก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ญาติโยมพากันเรียกว่า กัณฑ์ตุ๊จก</p>
<p>นามเดิม ด.ช.บุญทอง สามเมือง<br />
เกิดวันเสาร์ ปีจอ วันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ที่บ้านป่าข่อยใต้ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่</p>
<p>บิดาพ่อมา(หมา) สามเมือง<br />
มารดาแม่จันทร์ สามเมือง<br />
มีพี่น้องสายโลหิต ๖ คน<br />
๑.พ่อน้อยมูล<br />
๒.แม่มั่ง<br />
๓.พ่อแก้ว<br />
๔.พ่อหนานเงิน<br />
๕.พระครูบุญทอง<br />
๖.แม่วันดี(หล้า) ยังมีชีวิตอยู่<br />
บรรพชาเมื่อ 12 มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๑ โดยมีพระอธิการดำรงค์ คันธิโย เจ้าอาวาสวัด และเจ้าคุณพระอุดมวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดสำเภา เจ้าคณะอำเภอแม่ริม เป็นพระอุปัชฌาย์<br />
อุปสมบทเมื่อ 12 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ พระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณพระอุดมวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดสำเภา เจ้าคณะอำเภอแม่ริม</p>
<p>พระครูโสภณบุญญาภรณ์ เป็นพระนักเทศน์ เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่ญาติโยม ตลอดจนนักเรียนและนักศึกษา เนื่องจากจะมีวิธีการเทศน์ที่สนุกสนาน ง่ายแก่การเข้าใจ โดยเฉพาะเวลาเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ชูชก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ญาติโยมพากันเรียกว่า กัณฑ์ตุ๊จก</p>
<p>&#8211; เริ่มเทศน์มหาชาติ เมื่อปี ๒๕๐๐<br />
&#8211; ศึกษากับ ศ.เกียรติคุณ มณี พยอมยงค์ สมัยที่ยังบวชอยู่วัดแม่ริม<br />
&#8211; จบการศึกษาชั้น ป.๔ ที่ <strong><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">โรงเรียนบ้านศาลา</a></strong> บ้านศาลา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่<br />
&#8211; จบโหราศาสตร์ แห่งประเทศไทย</p>
<p>พระครูโสภณบุญญาภรณ์ เริ่มป่วยเป็นโรคไตเมื่อปี 2539 เรื่อยมา และเข้ารับการรักษามาโดยตลอดด้วยการฟอกไต ที่ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ จนเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2543 อาพาธหนักต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ. แต่ระหว่างที่อยู่ร.พ. ก็ยังจัดรายการธรรมะทางวิทยุชุมชนคลื่น 90.76 เมกะเฮิร์ตซ์ ทุกเช้าเวลา 05.00 น. ใช้ชื่อว่า &#8220;ตุ๊ลุง&#8221; มีแฟนรายการอยู่มากมาย อีกทั้งเงินกัณฑ์เทศน์ที่ได้จากการแสดงธรรมก็จะนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ร.พ. และบริจาคเงินซื้อโลงศพ กระทั่งมรณภาพ</p>
<p>มรณะภาพเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ สิริอายุรวมได้ ๗๓ ปี ๕๓ พรรษา</p>
<p><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/Fz36ZdzdZqs" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%93%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%ba%e0%b9%82%e0%b8%93/">พระครูโสภณบุญญาภรณ์ (บุญทอง สุวณฺโณ)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พญาคำฟู</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9f%e0%b8%b9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Dec 2020 14:51:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กษัตริย์ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชวงศ์มังราย]]></category>
		<category><![CDATA[อาณาจักรล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าคำฟู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9f%e0%b8%b9</guid>

					<description><![CDATA[<p>พญาคำฟู หรือที่เรียกกันว่า เจ้าคำฟู หรือท้าวคำฟู เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์มังราย แห่งอาณาจักรล้านนา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9f%e0%b8%b9/">พญาคำฟู</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #993300;"><b>พญาคำฟู</b> (คำเมือง: <span lang="nod" xml:lang="nod"><img loading="lazy" decoding="async" class="" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/e/ef/LN-King_Khamfu.png/70px-LN-King_Khamfu.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/e/ef/LN-King_Khamfu.png/105px-LN-King_Khamfu.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/e/ef/LN-King_Khamfu.png/140px-LN-King_Khamfu.png 2x" alt="LN-King Khamfu.png" width="70" height="25" data-file-width="299" data-file-height="105" /></span>) หรือที่เรียกกันว่า เจ้าคำฟู หรือท้าวคำฟู เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์มังราย แห่งอาณาจักรล้านนา[1]</span></h2>
<p>พญาคำฟู ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1877 &#8211; 1879 รวมระยะเวลาการครองราชย์ 2 ปี</p>
<p>พญาคำฟูเป็นพระราชโอรสใน <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b9/"><strong><span style="color: #993300;">พญาแสนภู</span></strong></a> ตามตำนานสิบห้าราชวงศ์กล่าวไว้ว่า &#8220;เจ้าพระญาแสนภูก็แต่งลูกตน เจ้าพ่อท้าวคำฟู อยู่รักษาเมืองเชียงใหม่ ส่วนตนเจ้าก็ไปส่งสะกานเจ้าพระญาไชยสงครามพ่อในเมืองเชียงราย ได้ ๑ เดือนบัวระมวลชุอัน ท้าวก็ลวดอยู่เสวยเมืองเชียงรายหั้นแล แล้วก็แต่งหื้ออภิเษกพ่อท้าวคำฟู ลูกตนอายุได้ ๒๖ ปี หื้อเป็นพระญาในเมืองเชียงใหม่ในปีเปิกสี ศักราชได้ ๖๙๐ ตัวปีหั้นแล&#8221;</p>
<p>สรุปคือพญาคำฟู เป็นหลานของขุนคราม หรือ <span style="color: #993300;"><strong><a style="color: #993300;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1/">พญาไชยสงคราม</a></strong></span> โอรสพระองค์ที่ ๒ ในพญามังราย (ขุนเครื่อง ขุนคราม และขุนเครือ)</p>
<p>หลังจากเจ้าคำฟูได้เป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ พญาแสนภูก็ทรงย้ายเมืองหลวงจากเชียงใหม่ไปไว้ที่เชียงแสน ภายหลังพญาแสนภูเสด็จสวรรคต เจ้าคำฟูจึงได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์ล้านนาระหว่าง พ.ศ.๑๘๗๗-๑๘๗๙ พญาคำฟูได้พัฒนา ปกครองนครเชียงใหม่ให้เกิดความผาสุก ร่มเย็น ในรัชสมัยของพระองค์แม้จะเป็นเวลาเพียง ๒ ปี แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เชียงใหม่มีความเจริญรุ่งเรือง สงบสุข ไม่มีศึกสงคราม ในยุคสมัยของพญาคำฟูนี้พระองค์ทรงร่วมมือกับพญาผานองเจ้าเมืองปัวเข้าตีเมืองพะเยา และสามารถที่จะผนวกเอารัฐพะเยาที่เป็นอิสระอยู่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาได้ หลังจากพญาคำฟูเสด็จสวรรคตพระราชโอรสในพญาคำฟูขึ้นครองราชย์ต่อ ออกพระนาม พญาผายู</p>
<p>พญาคำฟูสวรรคตจากการถูกเงือกหรือจระเข้กัด ถือเป็นการตายร้าย จึงได้รับการบูชาเป็นผีอารักษ์ปกป้องเมืองเชียงใหม่</p>
<p>การที่ทรงสิ้นพระชนม์เพราะจระเข้กัดตายนั้น ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพราะพญาคำฟูเสียสัตย์สาบาน กษัตริย์ราชวงศ์มังรายที่สวรรคตยังแม่น้ำคำเพราะเงือก(จระเข้)ขบ เรื่องนี้ปรากฏในพงศาวดารโยนกและตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้บันทึกตรงกันว่าพญาคำฟู กษัตริย์ราชวงศ์มังรายรัชกาลที่๖ ได้กระทำผิดสาบานที่ได้ให้ไว้กับสหายเศรษฐีชื่อ งัวหง ว่าจะไม่คิดร้ายต่อกัน แต่พญาคำฟูกลับเสียสัตย์ลักลอบกระทำมิจฉาจารกับภรรยาของงัวหง การกระทำครั้งนั้นเป็นเหตุให้พระองค์ต้องสวรรคต ในสังคมสมัยนั้นเชื่อเรื่องลี้ลับมาก ดังปรากฏในพงศาวดารโยนกว่า&#8230;.</p>
<p>“พญาได้เห็นภรรยาของสหายนั้นทรงรูปลักษณะงามท่วงทีดี ก็มีใจปฏิพัทธ์จึงลอบลักสมัครสังวาสกระทำมิจฉาจารด้วยนางผู้เป็นภรรยาของสหายนั้น ด้วยเหตุพญาได้เสียสัตย์สาบานดังนี้ อยู่มาได้เจ็ดวัน พญาคำฟู ลงอาบน้ำดำเศียรในลำน้ำแม่คำ เงือกใหญ่ตัวหนึ่งออกมาจากเงื้อมผามาขบคาบสรีระพญาคำฟู พญาคำฟูก็ถึงกาลกิริยาในแม่น้ำนั้น ต่อครบเจ็ดวันศพพญาคำฟูจึงลอยขึ้นมา คนทังหลายจึงรู้ว่าพญาคำฟูสิ้นชีพวายชนม์แล้ว”</p>
<p>พระองค์สวรรคตเมื่อพระชนม์ 47 พรรษา เสนาอำมาตย์ จึงเชิญพระศพกลับเมืองเชียงแสน แจ้งข่าวไปนครเชียงใหม่ แล้วจึงทูลเชิญเสด็จท้าวผายู มาจัดการพระบรมศพถวายพระเพลิงพระศพของพญาคำฟู แล้วอัญเชิญพระอัฐิ และพระอังคารของพระองค์บรรจุลงในผอบทองคำชั้นหนึ่ง ผอบเงินชั้นหนึ่ง ผอบทองแดงอีกชั้นหนึ่งไปยังนครเชียงใหม่ แล้วก่อพระสถูปเจดีย์องค์เล็กบรรจุไว้ ณ ริมตลาดลีเชียง แล้วโปรดให้สร้างพระวิหารขึ้นหลังหนึ่งในปี พ.ศ. 1888 ตั้งชื่อว่า <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/">วัดลีเชียง</a> (ปัจจุบันคือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร) แล้วนิมนต์พระมหาอภัยจุฬาเถรเจ้า เมืองหริภุญชัยมาเป็นเจ้าอาวาส จนมาถึงปี พ.ศ. 2469 สมัยเจ้าแก้วนวรัฐครองเมืองเชียงใหม่ พระองค์ได้นิมนต์ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนาไทย มาทำการบูรณะวัดนี้ ท่านให้แผ้วถางบริเวณด้านเหนือพระวิหาร เห็นพระสถูปองค์เล็กเหนือวิหารนั้น กีดขวางจึงให้คนขุดออก จึงได้พบผอบบรรจุอัฐิ พร้อมด้วยเครื่องราชูปโภค ทำด้วยทองคำหนักหลายสิบบาท จึงให้สอบตำนานดู จึงทราบว่า เป็นของพระเจ้าคำฟู เนื่องด้วย ในผอบที่ขุดค้นพบพระโกฏิที่บรรจุพระอัฐิของพระองค์ มีทองคำจารึกลายพระนาม ของพระมหาเถรในยุคนั้น มีหนักถึง ๓๖๐ บาท ท่านจึงนำไปฝากไว้ศาลากลางจังหวัด ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ข่วงสิงห์ ผอบจึงได้หายสาบสูญไป ส่วนนางเรือนแก้วมีความเสียใจมาก จึงผูกคอตาย เศรษฐีงัวหงส์ ก็เสียใจต่อเหตุการณ์ จึงถือศีลออกบวชภาวนาตลอดชีวิต</p>
<p>เมื่อพญาคำฟูสิ้นพระชนม์ ท้าวผายูได้สืบราชสมบัติแทน แต่ไม่ได้เสด็จไปประทับอยู่เมืองเชียงแสน คงประทับอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ดังนั้น เมืองเชียงใหม่ จึงได้มีความสำคัญกลายเป็นศูนย์กลาง ของราชอาณาจักรอีกครั้ง และนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเมืองเชียงใหม่ ได้กลายเป็น ราชธานี ของอาณาจักรล้านนาอย่างแท้จริง และกษัตริย์ล้านนาในลำดับต่อๆมา ก็จะประทับอยู่ที่เมืองเชียงใหม่แทบทุกพระองค์</p>
<p>กู่อัฐิของพญาคำฟู เป็นกู่เล็ก ๆ ลักษณะเป็นทรงกลมเส้นรอบวงประมาณเมตรครึ่งด้านบนเป็นแผ่นศิลาทรงกลมปิดไว้ อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถทางทิศเหนือเยื้องขวา ไปประมาณ ๑๐ เมตร คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าพระธาตุหลวง เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู ในปี ๒๔๖๙ ครูบาศรีวิชัย มาแผ้วถางบูรณะวัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ได้พบกู่อัฐิค้นพบข้างในมีผอบบรรจุอัฐิซ้อนกัน ๓ ใบ ชั้นนอกทำด้วยทองเหลืองหนัก ๒๕๔ บาท ๓ สลึง สูง ๒๓ นิ้ว ชั้นกลางทำด้วยเงินหนัก ๑๘๕ บาท ๒ สลึง สูง ๑๘ นิ้ว ชั้นในสุด ทำด้วยทองคำหนัก ๑๒๒ บาท ๒ สลึง สูง ๑๔ นิ้ว และยังพบแผ่นทองจารึกเรื่องราวต่าง ๆ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอัฐิของพญาคำฟูผู้สร้างวัด ทางราชการได้นำไปเก็บไว้ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ชั่วคราว ซึ่งตั้งอยู่ที่ข่วงสิงห์ และขณะนั้นเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ผอบทั้ง ๓ ใบ และจารึกตลอดถึงเครื่องราชูปโภคเหล่านั้นได้สูญหายไปในขณะเกิดสงครามซึ่งประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๔</p>
<p><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-Gd3IsR0hxUk/X85DPCpD6_I/AAAAAAAAFys/EybdWwgOvb4xQY8LE6wl2-oiJ0qAJsMrACLcBGAsYHQ/s16000/1280px-Ku_kamfoo.jpg" border="0" data-original-height="960" data-original-width="1280" /></p>
<p>ที่มา : รุ่งพงษ์ ชัยนาม. ประวัติศาสตร์ล้านนา : ประวัติศาสตร์ไทยที่คนไทยไม่ค่อยมีโกาสได้ศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</p>
<p>สมหมาย เปรมจิตต์. (๒๕๔๐). ตำนานสิบห้าราชวงศ์ ฉบับชำระ . เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.</p>
<p>ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี, หน้า ๔๘.</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9f%e0%b8%b9/">พญาคำฟู</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระครูมงคลยติคุณ (ครูบาดวงดี ยติโก) วัดบ้านฟ่อน หนองควาย หางดง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2020 08:47:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พระเกจิอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาดวงดี]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาดวงดี ยติโก]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูมงคลยติคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[พระล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบ้านฟ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[วัดวุฑฒิราษฎร์]]></category>
		<category><![CDATA[เกจิอาจารย์ล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94</guid>

					<description><![CDATA[<p>พระครูมงคลยติคุณ (หลวงปู่ครูบาเจ้าดวงดี ยติโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดวุฑฒิราษฎร์ (บ้านฟ่อน) ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พระเกจิร่วมสมัยที่น่านับถือของชาวล้านนา อายุ 105 ปี พรรษา 82</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%87/">พระครูมงคลยติคุณ (ครูบาดวงดี ยติโก) วัดบ้านฟ่อน หนองควาย หางดง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ffcc00;">พระครูมงคลยติคุณ (หลวงปู่ครูบาเจ้าดวงดี ยติโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดวุฑฒิราษฎร์ (บ้านฟ่อน) ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พระเกจิร่วมสมัยที่น่านับถือของชาวล้านนา อายุ 105 ปี พรรษา 82</span></h2>
<p>หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก เป็นพระเกจิร่วมสมัยที่น่านับถือของชาวล้านนาอีกท่านหนึ่ง ซึ่งได้มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 06.00 น. เช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ที่กุฏิภายใน <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%91%e0%b8%92%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%8f%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%87/">วัดวุฑฒิราษฏร์</a> ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-r_3zMFF2XtI/X0Iskx5jMkI/AAAAAAAAEzg/gGnLj3BVq6wvjQeMe0ssHbQyB7CRXyyDACLcBGAsYHQ/d/12141169_1068824866481954_4395985315785978090_o.jpg" alt="พระครูมงคลยติคุณ (ครูบาดวงดี ยติโก) วัดบ้านฟ่อน หนองควาย หางดง" width="768" height="960" border="0" data-original-height="960" data-original-width="768" /></p>
<p>หลวงพ่อครูบาดวงดี ยติโก เดิมชื่อ ดวงดี สมด้วงซึ่งเป็นบุตรของพ่อด้วง แม่คำป้อ นามสกุล สมด้วง เกิดที่บ้านฟ่อน หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ เดือน ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๗ มีพี่น้องร่วมท้องกันมามี ๔ คน คือ ๑. พ่อหนานเขียว ๒. แม่สา ๓. นางแฮ ๔. หลวงพ่อพระอาจารย์ดวงดี ยติโก เดิมครั้งแรกชื่อ เด็กชายดวงดี สมด้วง พอมีอายุได้ ๑๒ ปี พ่อด้วงแม่คำป้อได้พาเด็กชายดวงดี สมด้วง มาฝากเป็นลูกศิษย์ ครูบาอินตา สุทธิโก ได้เข้ามาศึกษากับครูบาได้ ๑ ปี พออายุได้ ๑๓ ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีพระอธิการคำภีระเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ที่วัดวุฑฒิราษฎร์ (บ้านฟ่อน)</p>
<p>เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๔๗๑ เมื่อเป็นสามเณรแล้ว ได้ศึกษาพระธรรมวินัยทั้งพระปริยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ พออายุได้ ๒๐ ปี ถึงวาระที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาแล้ว แต่สามเณรดวงดี สมด้วง เกิดอาพาธนานถึง 5 ปี หลังจากหายจากการอาพาธแล้ว อายุได้ ๒๕ ปี พ่อด้วง แม่คำป้อ และท่านเจ้าอาวาสก็ปรึกษาหารือกันว่า สมควรจะอุปสมบทแล้ว พร้อมใจกันอุปสมบทให้เมื่อวันที่ ๑ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๘๔ โดยมีเจ้าอธิการอินถา อริโย วัดท้าวบุญเรือง ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการโอ๊ด อภิชโย วัดตองกายเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการอินตา สุทธิโก เจ้าอาวาสวัดวุฑฒิราษฎร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ยติโก อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิพิชิต (หนองควาย)</p>
<p>หลังจากครูบาอินตา สุทธิโกมรณภาพลง พระอธิการคำมูล สิริวิชโยได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสแทนครูบาอินตา สิทธิโก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ พระอธิการคำมูล สิริวิชโย มรณภาพลง หลวงพ่อครูบาดวงดี ยติโก ได้รักษาการแทนเจ้าอาวาส จนถึงปีพ.ศ.๒๕๓๒ หลวงพ่อก็ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวุฑฒิราษฎร์เรื่อยมาจนถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ ขณะนี้หลวงพ่อครูบาดวงดี ยติโก อายุ ๙๒ ปี ๖๙ พรรษา (ปีพ.ศ.๒๕๕๒)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="https://1.bp.blogspot.com/-Junj129uc7c/X0Isk-SxCdI/AAAAAAAAEzc/AzAjJDUD7N4DMRBT8018TEj_n3BOMHuNwCLcBGAsYHQ/d/44246301_2186197741411322_6644766263241342976_n.jpg" alt="พระครูมงคลยติคุณ (ครูบาดวงดี ยติโก) วัดบ้านฟ่อน หนองควาย หางดง" width="637" height="960" border="0" data-original-height="960" data-original-width="637" /></p>
<p>ครูบาเป็นนักพัฒนา และปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมได้อบรมสั่งสอน พระ เณร ศรัทธาญาติโยม จึงเป็นที่เคารพนับถือ เป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกรูปหนึ่ง มีศรัทธาญาติโยมมาเคารพ สักการบูชาอยู่มิได้ขาด โดยมีศรัทธาญาติโยมจากต่างตำบล ต่างอำเภอ ต่างจังหวัดเดินทางมาขอพรและประพรมน้ำพุทธมนต์มิขาด ครูบาดวงดี นับเป็นพระผู้มีอริยคุณอันยอดเยี่ยมองค์หนึ่ง เป็นผู้หนึ่งที่ดำรงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนาไว้ เช่นการทำเทียนบูชาการเขียนอักษรล้านนา การทำโคมไฟ โบราณ ซึ่งยากหาได้ในปัจจุบันนี้</p>
<p>หลวงปู่ครูบาดวงดี ท่านยังเป็นหมอยาแผนโบราณ สมัยก่อนท่านทำยาแผนโบราณได้หลายอย่าง รักษาชาวบ้านหาย หลวงปู่ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมอย่างเคร่งครัด และได้คอยอบรมสั่งสอนพระเณรและศรัทธาญาติโยมของท่านอยู่มิขาด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%87/">พระครูมงคลยติคุณ (ครูบาดวงดี ยติโก) วัดบ้านฟ่อน หนองควาย หางดง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อี่ต่วม นางสุจิตรา คำขัติย์ ช่างซอพื้นเมือง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2020 15:36:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างซอพื้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ซอล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[สุจิตรา คำขัติย์]]></category>
		<category><![CDATA[อี่ต่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอ่เก๋า]]></category>
		<category><![CDATA[ไอ่เก๋าอี่ต่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%95</guid>

					<description><![CDATA[<p>อี่ต่วม ชื่อที่คุ้นหู ด้วยเสียงร้องขับขานเพลง ตามทำนองซอล้านนา ในงานขึ้นบ้านใหม่ งานวัด งานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ที่เมื่อนั่งฟังนั่งดูแล้วต่างก็ต้องหัวเราะกับลีลาท่าทางในการขับขานซอพื้นเมืองของ 2 คู่หู ที่เป็นใครไม่ได้นอกจาก "ไอ่เก๋าอี่ต่วม"</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อี่ต่วม นางสุจิตรา คำขัติย์ ช่างซอพื้นเมือง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #3366ff;">อี่ต่วม ชื่อที่คุ้นหู ด้วยเสียงร้องขับขานเพลง ตามทำนองซอล้านนา ในงานขึ้นบ้านใหม่ งานวัด งานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ที่เมื่อนั่งฟังนั่งดูแล้วต่างก็ต้องหัวเราะกับลีลาท่าทางในการขับขานซอพื้นเมืองของ 2 คู่หู ที่เป็นใครไม่ได้นอกจาก &#8220;ไอ่เก๋าอี่ต่วม&#8221;</span></h2>
<h3><span style="color: #3366ff;">สำหรับ อี่ต่วม นั้นเป็นตัวตลกที่แสดงโดย แม่คำหน้อย นางสุจิตรา คำขัติย์ มาดูประวัติต่าง ๆ ของแม่คำหน้อย สุจิตรา คำขัติย์ พร้อมร่วมฟังเสียงซอของคู่หูซอตลก จากไอ่เก๋า อี่ต่วมไปด้วยกันได้ที่นี่เลย</span></h3>

<p>นางสุจิตรา คำขัติย์ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า อี่ต่วม เกิดเมื่อ 1 มิถุนายน พ.ศ.2590 ที่บ้านทุ่งแดง ตำบลดงหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรของนายคำ – นางสุจา คำขัติย์ มีพี่น้อง 7 คน แต่งงานแล้วมีบุตร 2 คน ปัจจุบันอยู่ที่หมู่บ้านเชียงใหม่แกรนด์วิว ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>หลังจากจบประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนทุ่งแดงแล้ว ได้เรียนซอกับแม่ครูจันทร์สม สายธารา แม่ครูบุญปั๋น พ่อครูศรีทวน สอนน้อย และเริ่มเป็นช่างซอในคณะพวงพยอมเป็นคณะแรก เมื่อ พ.ศ.2514 ขณะอายุได้ 15 ปี โดยแสดงเป็นนางเอกละครซอของคณะ จากนั้นได้ย้ายมาร่วมงานกับคณะศรีสมเพชร 2 รับแสดงซอตามงานต่าง ๆ และเล่นละครซอ แสดงเป็นตัวแม่และตัวโกง ต่อมาเมื่อได้เล่นละครซอร่วมกับสุรินทร์ หน่อคำ ที่รู้จักกันในนามของ “<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%b2-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ไอ่เก๋า</a>” หรือ “มิสเตอร์เก๋า” ก็ได้เปลี่ยนมาเล่นเป็นตัวตลกที่รู้จักในนาม “อี่ต่วม” ปรากฏว่าได้รับความสนใจและนิยมชมชอบจากประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคเหนือเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรูปแบบการแสดงที่ไม่ซ้ำแบบใคร กระทั่ง พ.ศ. 2518 ได้ตั้งคณะซอชื่อคณะเก๋าต่วม รับแสดงซอคู่ ละครซอ และซอสตริง ในงานต่างๆ ทั่วภาคเหนือ</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/tHo2oZMV9tM?start=0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>นอกจากการแสดงซอในงานทั่วไปแล้ว แม่คำหน้อย (ต่วม) ยังทำการผลิตเทปซอจำนวนหลายชุดโดยส่วนใหญ่จะเป็นเทปที่มีเนื้อหาตลกสนุกสนานที่แฝงข้อคิดและสาระต่างๆ ทำให้ได้รับความนิยมจากคนฟังเป็นจำนวนมาก</p>
<h4>ผลงานที่สำคัญ</h4>
<p>&#8211; นำศิลปะการขับซอไปเผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดลำปางตั้งแต่ปี พ.ศ.2532<br />
&#8211; นำสาระความรู้ด้านต่างๆ เช่น การต่อต้านยาเสพติด โรคเอดส์ การรณรงค์เลือกตั้ง การป้องกันไข้เลือดออก การป้องกันไฟไหม้ ผู้สูงอายุกับการรักษาสุขภาพ การปฏิบัติตามกฏจราจร เป็นต้น มาสอดแทรกในขณะแสดงละครซอ<br />
&#8211; เข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการแสดงท้องถิ่นจังหวัดระยอง<br />
&#8211; ร่วมงานรณรงค์เลือกตั้ง เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยใช้ซอเป็นสื่อ เผยแพร่<br />
&#8211; นำศิลปะการขับซอไปเผยแพร่ในรายการชิงร้อยชิงล้าน<br />
&#8211; แสดงซอออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ และร่วมแสดงซอในโครงการต่อต้านยาเสพติดของช่อง 11<br />
&#8211; นำศิลปะการขับซอไปสอนให้แก่เยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา<br />
&#8211; ให้ความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการสอนพิเศษเรื่องศิลปะการขับซอ โดยเป็นวิทยากรผู้บรรยายให้ความรู้เรื่องซอกับองค์กร/หน่วยงานต่างๆ<br />
&#8211; ผลิตเทปซอจำนวนหลายชุดโดยส่วนใหญ่จะเป็นเทปที่มีเนื้อหาตลกสนุกสนานที่แฝงข้อคิดและสาระต่างๆ</p>
<h4>รางวัลและการเชิดชู</h4>
<p>&#8211; ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินดีเด่นล้านนาร่วมกับสุรินทร์ หน่อคำ เมื่อปี 2536 รับเข็มพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/C-hS-TjLbns" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/C7Dx6WYRv6g" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/xx_9rj2snhM" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ที่มา : http://www.sri.cmu.ac.th/~maeyinglanna/main2/main35.php</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/">อี่ต่วม นางสุจิตรา คำขัติย์ ช่างซอพื้นเมือง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิฑูรย์  ใจพรหม</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%91%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2020 18:31:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ ใจพรหม ทุกอัลบั้ม]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ ใจพรหม ประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ ใจพรหม เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงกำ เมือง ตลก]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงกำเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงตลก กำเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%91%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิฑูรย์ ใจพรหม ศิลปินเพลงตลกแห่งล้านนา เจ้าของผลงานเพลงกำเมืองล้านนาบ้านเฮา ที่จะสร้างเสียงหัวเราะ ด้วยลีลาขับขานที่โดนเด่น  พร้อมชวนให้นึกถึงวิถีชีวิตพื้นบ้านของคนเหนือล้านนา เมื่อสมัย 30 ปีที่แล้ว</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%91%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">วิฑูรย์  ใจพรหม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #33cccc;">วิฑูรย์ ใจพรหม ศิลปินเพลงตลกแห่งล้านนา เจ้าของผลงานเพลงกำเมืองล้านนาบ้านเฮา ที่จะสร้างเสียงหัวเราะ ด้วยลีลาขับขานที่โดนเด่น  พร้อมชวนให้นึกถึงวิถีชีวิตพื้นบ้านของคนเหนือล้านนา เมื่อสมัย 30 ปีที่แล้ว</span></h2>
<p>ชื่อ-นามสกุล จริง วิฑูรย์ ใจพรหม เดิมอยู่บ้านเล่าป่าก๋อย ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน อายุประมาณ 10 ขวบก็ย้ายมาอยู่เชียงดาว แล้วก็ไปฝาง สุดท้ายมาอยู่เชียงใหม่ สาเหตุที่ย้ายเนื่องจากอาชีพของครอบครัว ที่ย้าย เนื่องจากอาชีพของครอบครัวที่ต้องเปลี่ยนสถานที่อยู่ตลอดเวลา</p>
<p>ก้าวแรกสู่วงการบันเทิงของ วิฑูรย์ ใจพรหม เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2520 โดยเริ่มจากการเข้าร่วมประกวดร้องเพลงตามงานวัด และเล่นดนตรีตามงานต่างๆ เนื่องจากตนเป็นคนชอบร้องเพลง ศิลปินที่ชื่นชอบ เช่น ยอดรัก สลักใจ และสายัณห์ สัญญา เมื่อเริ่มแสดงตามงานวัดก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนมีโอกาสได้ร้องในร้านอาหาร</p>
<p>การที่วิฑูรย์เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะสมาชิกภายในครอบครัวไม่มีผู้ที่อยู่ในวงการบันเทิงแม้แต่คนเดียว เมื่อได้มาร้องในร้านอาหาร ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น ร้านอาหารที่ร้องประจำชื่อ ร้านยิ้มฝาง โดยร้องเพลงลูกทุ่งและเพลงเพื่อชีวิตเป็นหลัก ซึ่งช่วงนี้ได้วงดนตรีขึ้นมาเล่นในแนวเพลงเพื่อชีวิต เช่นเพลงของคาราบาว แต่ยังร้องลูกทุ่งสลับกันไป</p>
<p>เมื่อมีคนรู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ถูกชักชวนเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว โดยเริ่มต้นจากการทำงานเพลงอัลบั้ม “อมตะล้านนา” โดยนำเพลงที่ได้รับความนิยมในอดีตมาร้อง แต่ผลงานชุดนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ชุดที่ทำให้ชื่อของวิฑูรย์ ใจพรหม กลายเป็นที่รู้จักก็คือ “ชุดท้าพิสูจน์” โดยผู้ที่ชักชวนมาทำก็คือ “ขวัญใจ สุริยัน” นักจัดรายการชื่อดังของเชียงใหม่และผู้ที่มีส่วนสำคัญในความสำเร็จก็คือ “สีนวล นพดล” ผู้ที่สร้างให้ผลงานเพลงของวิฑูรย์ ใจพรหม</p>
<p>กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง จุดเด่นที่ทำให้เข้าตา “แมวมอง” ก็คือ เรื่องของการแสดง เพราะ วิฑูรย์ ใจพรหม เป็นผู้ที่มีความสามารถหลายอย่าง ทั้งร้อง เล่น เต้น โชว์ เรียกได้ว่าครอบจักรวาลในหนึ่งเดียว โดยเฉพาะการร้องเพลงประกอบการแสดงที่ทีมงานของ วิฑูรย์ ใจพรหม ทำได้ดีมาก สร้างความสนุกสนานให้กับคนดูเป็นอย่างดี เช่น เมื่อร้องเพลงลุงขี้เมา ก็จะแต่งกายเลียนแบบคนขี้เมาร้องเพลง เมื่อออกอัลบั้มเพลงชุด “ท้าพิสูจน์” จึงนำการแสดงเข้ามาร่วมกับเพลงตลก โดยการสนับสนุนจาก “สีนวล นพดล” และมีครูเพลงหลายคนช่วยกันแต่ง</p>
<p>โดยตนก็มีส่วนร่วมในเพลงด้วยเพลงที่ได้รับความนิยมในยุคนั้นเช่น “เพลงน้ำเปลี่ยนนิสัย” แม้ว่าเพลงโดยส่วนใหญ่จะเป็นแนวตลก แต่ก็เน้นอยู่สามอย่างคือ ต่อต้าน รณรงค์ และ ส่งเสริม เช่นการต่อต้านโรคเอดส์ รณรงค์หมวกกันน๊อค เข็มขัดนิรภัย และส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ การที่ต้องสอดแทรกสิ่งเหล่านี้เข้ามาไปเพื่อให้เพลงมีสาระ และสร้างประโยชน์ต่อสังคมด้วย ไม่ใช่เน้นแต่ความตลกปกฮาอย่างเดียว</p>
<p>ปัจจุบันมีผลงานใน สังกัดท็อปไลน์ไดมอนด์ ชุด จะอี้มันต้องถอน ต่อยอดความสำเร็จต่อเพลง จังซี่มันต้องถอน ของปอยฝ้าย และเพลงข้าวใหม่ปลามัน เมียถามมือถือ เป็นเพลงที่คนรู้จักทั่วประเทศ-ชุดล่าสุด กระเทยอกหัก หาฟังได้จากยูทูป</p>
<p>คำแนะนำจาก “วิฑูรย์ ใจพรหม” สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่วงการบันเทิง</p>
<p>คือเรื่องของการรักษาเวลาสำคัญที่สุด เพราะงานด้านบันเทิงหากผิดเวลาจะทำให้เสียหลายอย่างตามมาและต้องหาเอกลักษณ์ของตนเองให้เจอ เพื่อให้บุคลิกของตน แต่สำคัญคือต้องเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดไม่ใช่เลียนแบบคนอื่นมา</p>
<p>สุดท้าย วิฑูรย์ ใจพรหม ฝากขอบคุณสำหรับผู้ที่สนับสนุนผลงานและให้การต้อนรับมาโดยตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี และยืนยันจะผลิตผลงานออกสู่สังคมต่อไป วิฑูรย์ ใจพรหม สร้างสรรค์เพลงให้ความสุขกับสังคมมาตลอด 3 ทศวรรษ และยังคงจะให้ความสุขกับสังคมต่อไป ร่วมกันเป็นกำลังใจพร้อมสนับสนุนผลงานของศิลปิน</p>
<p>สนใจติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ หรือติดต่องาน กับ วิฑูรย์ ใจพรหม ได้ที่เบอร์โทร. สีนวล นพดล 081-6716600<br />
ที่มาประวัติโดย สีนวล นพดล 23/01/2562</p>
<h3>รายชื่อเพลง</h3>
<h4>วิฑูรย์ ใจพรหม &#8211; น้ำอ้อย</h4>
<p>01 วิฑูรย์ กิมลั้ง กิมกี่<br />
02 วิฑูรย์ ข้าวใหม่ปลามัน<br />
03 วิฑูรย์ พบรักหลังกู่<br />
04 วิฑูรย์ เนื้อลอดรั้ว (จิ้นลอดฮั้ว)<br />
05 วิฑูรย์ กระเทยหลงทาง<br />
06 วิฑูรย์ จม.-กม.<br />
07 น้ำอ้อย เอาแต๊ก่อ<br />
08 น้ำอ้อย เบื่อผัว<br />
09 น้ำอ้อย ผัว 5 เมีย 10<br />
10 น้ำอ้อย รักหนุ่มรุ่นน้อง<br />
11 น้ำอ้อย น้ำอ้อยหาคู่<br />
12 น้ำอ้อย แสนห่วงหา<br />
13 น้ำอ้อย แอบรักเขา<br />
14 ไนซ์ แดนทรชน<br />
15 ไนซ์ คำพร&#8230;จากผู้แพ้<br />
16 ไนซ์ สวยบาดใจ</p>
<h4>ป๋าเสริฐ ผีบ้า สวนปรุง</h4>
<p>01. เจ้าสาวแดดเดียว<br />
02. คนเมืองหรือเปล่า<br />
03. ไม่ได้โม้<br />
04. 30 บาททุกโรค<br />
05. 3 ภาค 3 ภาษา<br />
06. หวยล็อค<br />
07. โครงการเงินล้าน<br />
08. เสียงกระซิบดัง<br />
09. รถมือสอง<br />
10. พักหนี้ ธ.ก.ส.<br />
11. ชุมทางนักฝัน<br />
12. ขุดบ่อล่อปลา<br />
13. ผีบ้าสวนปรุง<br />
14. รักไม่เอา เมาดีกว่า</p>
<h4>รวมฮิต</h4>
<p>01 &#8211; สิงห์เหนือเสือใต้<br />
02 &#8211; คนใจดี<br />
03 &#8211; มาแล้วผู้แทนคนเก่า<br />
04 &#8211; ฮักแต้ๆ<br />
05 &#8211; เบื่อเมีย<br />
06 &#8211; ตุงแดง<br />
07 &#8211; มิตรมรณะ<br />
08 &#8211; กลัวคำว่า !<br />
09 &#8211; สิบห้าตุลา วันเลิกเมีย<br />
10 &#8211; แก้วลืมตุ๊ก<br />
11 &#8211; หลวงพ่อดี<br />
12 &#8211; พ่อค้าลำใย<br />
13 &#8211; ชิวิตน้องก้อย<br />
14 &#8211; ขี้โว วี-ไอ-พี<br />
15 &#8211; เมียเขาเมียเรา</p>
<h4>รักเมืองไทย</h4>
<p>01 &#8211; รักเมืองไทย<br />
02 &#8211; ลูกกวนตัวผัวกวนใจ<br />
03 &#8211; ข้าวใหม่ปลามัน<br />
04 &#8211; นักมวยมุมแดง<br />
05 &#8211; ครั้งหนึ่งในชิวิต<br />
06 &#8211; เสี่ยงโชกเสี่ยงรัก<br />
07 &#8211; น้ำมันพราย<br />
08 &#8211; มอเตอร์ไซค์นายแบบ<br />
09 &#8211; ชื่อนั้นสำคัญไฉน<br />
10 &#8211; น้ำเปลี่ยนนิสัย<br />
11 &#8211; คำโบราณ<br />
12 &#8211; เมียหลวงเมียน้อย<br />
13 &#8211; ใจสั่นเพราะโทรศัพท์<br />
14 &#8211; ไม่แก่เกินเรียน<br />
15 &#8211; กะเทยหลงทาง</p>
<h4>สิงห์เหนือเสือใต้</h4>
<p>01 &#8211; สิงห์เหนือเสือใต้<br />
02 &#8211; คนใจดี<br />
03 &#8211; Y 2 K วายทูเค<br />
04 &#8211; มาแล้วผู้แทนคนเก่า<br />
05 &#8211; ฮักแต๊ๆ<br />
06 &#8211; เบื่อเมีย<br />
07 &#8211; ยุคเสรี<br />
08 &#8211; วัยรุ่น 2000<br />
09 &#8211; รวยไม่ทนจนไม่นาน<br />
10 &#8211; เสี่ยสั่งลุย ซ้อสั่งถอย<br />
11 &#8211; ลาบ หลู้ เหล้า<br />
12 &#8211; เสียงจากวิฑูรย์<br />
13 &#8211; ครอบครัวหูหนวก-วงการันตี<br />
14 &#8211; แอบรักผัวเขา-น้ำอ้อย ธรรมลังกา<br />
15 &#8211; พะเยารอเธอ-สรรชัย ฉิมพะวงศ์</p>
<h4>เอื้ออาทร 1 &#8211; 7</h4>
<p>01. เอื้ออาทร<br />
02. ปากคน ปากคัน<br />
03. แรงงานต่างด้าว<br />
04. เรื่องเก่า เล่าใหม่<br />
05. อนิสงส์ศีล5<br />
06. ส่วยรายวัน<br />
07. เจ้ากรรม นายเวร<br />
08. ผู้ชาย 5 แสน<br />
09. นักเลง 3 จังหวัด<br />
10. คิดถึงปุระชัย<br />
11. สู้ให้เป็น<br />
12. นางงามเลี้ยงหมู<br />
13. เสน่ห์สาวเหนือ<br />
14. ผู้ชายหรือเปล่า</p>
<h4>วิทูรย์ ใจพรหม &#8211; ชุดที่ 11</h4>
<p>01 &#8211; สิงห์เหนือเสือใต้<br />
02 &#8211; คนใจดี<br />
03 &#8211; Y 2 K วายทูเค<br />
04 &#8211; มาแล้วผู้แทนคนเก่า<br />
05 &#8211; ฮักแต๊ๆ<br />
06 &#8211; เบื่อเมีย<br />
07 &#8211; ยุคเสรี<br />
08 &#8211; วัยรุ่น 2000<br />
09 &#8211; รวยไม่ทนจนไม่นาน<br />
10 &#8211; เสี่ยสั่งลุย ซ้อสั่งถอย<br />
11 &#8211; ลาบ หลู้ เหล้า<br />
12 &#8211; เสียงจากวิฑูรย์<br />
13 &#8211; ครอบครัวหูหนวก-วงการันตี<br />
14 &#8211; แอบรักผัวเขา-น้ำอ้อย ธรรมลังกา<br />
15 &#8211; พะเยารอเธอ-สรรชัย ฉิมพะวงศ์</p>
<h4>ลูกทุ่งตลกคำเมือง</h4>
<p>01. ถึงลูกถึงโคน &#8211; วิทูรย์<br />
02. ส.ส.หรือจ๊ะ &#8211; วิทูรย์<br />
03. คนต่างด้าว &#8211; วิทูรย์<br />
04. กินข้าวบ่ลำ กินน้ำบ่ลง &#8211; น้ำค้าง<br />
05. เมียบ่งามกินบ่ลง &#8211; วิทูรย์<br />
06. ลุงสิงห์ประท้วง &#8211; วิทูรย์<br />
07. หมดลมเพราะความโลภ &#8211; วิทูรย์<br />
08. พ่อสอนแม่สั่ง &#8211; วิทูรย์ &#8211; น้ำค้าง<br />
09. เมียฝรั่ง &#8211; วิทูรย์<br />
10. เด็กยุคใหม่ &#8211; วิทูรย์<br />
11. วัยรุ่นวัยลุง &#8211; วิทูรย์ &#8211; นก นันทวัน<br />
12. คิดถึงแม่ &#8211; น้ำค้าง<br />
13. เรียกร้องสิทธิ์สตรี &#8211; วิทูรย์<br />
14. ชื่อไม่เป็นมงคล &#8211; วิทูรย์<br />
15. เปิดไฟใส่หมวก &#8211; วิทูรย์<br />
16. สู้ให้เป็น &#8211; นก นันทวัน<br />
17. ข้าวใหม่ปลามัน &#8211; วิทูรย์<br />
18. เมียถามมือถือ &#8211; วิทูรย์</p>
<h4>ตลาดนัดสัมพันธ์ ชุด 16</h4>
<p>01. หนุ่มกาดนัดสาวกาดนัด &#8211; วิทูรย์ &#8211; น้ำค้าง<br />
02. ผู้ชายหลายชื่อ &#8211; วิทูรย์<br />
03. หนุ่มสวยสาวหล่อ &#8211; วิทูรย์<br />
04. ลิเกเทวดา &#8211; วิทูรย์</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%91%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/">วิฑูรย์  ใจพรหม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จรัล มโนเพ็ชร</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8a%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2020 15:24:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[จรัล มโนเพ็ชร บ้านบนดอย]]></category>
		<category><![CDATA[จรัล มโนเพ็ชร เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[จรัล มโนเพ็ชร เสียชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[จรัลมโนเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงกำเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[โฟล์คซอง]]></category>
		<category><![CDATA[โฟล์คซองคำเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8a%e0%b8%a3</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าให้คิดถึงเพลงกำเมือง เพลงที่จะผุดขึ้นคงจะเป็นเพลงเหล่านี้เป็นแน่ ๆ "อุ้ยคำคนแก่ ท่าทางใจ๋ดี ลูกผัวบ่มี อยู่ตัวคนเดียว" หรือว่าจะเป็นเพลงนี้ "ปี้สาว ครับ สวัสดี ครับ ปี้ ครับ จำน้องชาย คน นี้ ได้ ก่อ จำได้ บ่ได้ ก็ บอก มา ลา ลา"</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8a%e0%b8%a3/">จรัล มโนเพ็ชร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #0000ff;">ถ้าให้คิดถึงเพลงกำเมือง เพลงที่จะผุดขึ้นคงจะเป็นเพลงเหล่านี้เป็นแน่ ๆ &#8220;อุ้ยคำคนแก่ ท่าทางใจ๋ดี ลูกผัวบ่มี อยู่ตัวคนเดียว&#8221; หรือว่าจะเป็นเพลงนี้ &#8220;ปี้สาว ครับ สวัสดี ครับ ปี้ ครับ จำน้องชาย คน นี้ ได้ ก่อ จำได้ บ่ได้ ก็ บอก มา ลา ลา&#8221; ซึ่งบทเพลงเหล่านี้ล้วยแล้วแต่เป็นผลงานของตำนานศิลปินล้านนาคนนี้ จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินโฟล์คซองเพลงกำเมือง ที่สรรค์สร้างผลงานเพลงกำเมือง ภาษาพูดของคนล้านนา ให้น่าฟังและโด่งดังไปทั่วประเทศ</span></h2>
<h3>จรัล มโนเพ็ชร (1 มกราคม พ.ศ. 2494 — 3 กันยายน พ.ศ. 2544) เป็นศิลปินชาวไทย ผู้เป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง และนักแสดง ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย</h3>
<p>งานดนตรีของจรัลมีเอกลักษณ์จากการสร้างสรรค์ภาษาถิ่นเหนือ คำเมือง ของเขาซึ่งเรียกว่า “โฟล์คซองคำเมือง” ที่ก่อเกิดขึ้นนับแต่ปี พ.ศ. 2520 และได้รับความสนใจจนเป็นที่ยอมรับ และกลายเป็นแบบอย่างบนแนวทางดนตรีท้องถิ่นร่วมสมัยในปัจจุบัน</p>
<p>โฟล์คซองคำเมืองของจรัลไม่เพียงได้รับความนิยมชมชอบจากชาวเหนือหรือชาวล้านนา ซึ่งเข้าใจภาษาคำเมืองภาษาท้องถิ่นของตน แต่ยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยภาคอื่น ๆ ไปจนถึงชาวต่างชาติที่สนใจในศิลปะการดนตรี เอกลักษณ์ของเขาทั้งในการแต่งเพลง ร้องเพลง และเล่นดนตรี ทำให้จรัลได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชาโฟล์คซองคำเมือง” จรัลแต่งเพลงไว้กว่าสองร้อยเพลงในช่วงเวลาราวยี่สิบห้าปีของชีวิตศิลปินของเขา เป็นบทเพลงที่งดงามด้วยการใช้ภาษาเยี่ยงกวี จนทำให้เขาได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ. 2537 ในฐานะ “บุคคลดีเด่นทางด้านการใช้ภาษา”</p>
<p>แม้จรัลจะเสียชีวิตไปแล้วแต่บทเพลงของเขานับร้อยเพลงนั้นยังคงเป็นอมตะ ผู้คนยังคงฟังเพลงของเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย</p>
<h4>ประวัติ</h4>
<p>จรัล มโนเพ็ชร เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เกิดที่ย่านประตูเชียงใหม่ พ่อของเขาเป็นข้าราชการอยู่ที่แขวงการทางจังหวัดเชียงใหม่ ชื่อ สิงห์แก้ว มโนเพ็ชร ส่วนแม่ชื่อ เจ้าต่อมคำ (ณ เชียงใหม่) มโนเพ็ชร สืบเชื้อสายมาจากราชตระกูล ณ เชียงใหม่</p>
<p>จรัลเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2498 เป็นลูกคนที่สอง มีพี่น้องชายหญิงรวมทั้งหมด 7 คน ครอบครัวเป็นชนชั้นกลาง มีชีวิตเรียบง่ายสมถะตามแบบวิถีชีวิตชาวเหนือทั่วไป ใฝ่ใจในพุทธศาสนา ทั้งพ่อและแม่ของจรัลจะไปทำบุญและร่วมงานพิธีทางศาสนาอยู่เสมอที่วัดใกล้บ้าน คือ วัดฟ่อนสร้อย ซึ่งเป็นวัดที่ครอบครัวนี้มีศรัทธาอย่างยิ่ง ด้วยครอบครัวมโนเพ็ชรเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อของจรัลจึงต้องหารายได้พิเศษ ความที่เป็นคนมีฝีมือในด้านงานศิลปะหัตถกรรมท้องถิ่นที่สืบทอดตกมาจากบรรพบุรุษชาวเหนือ ทั้งการเขียนรูป และการแกะสลักไม้ พ่อของจรัลจึงมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว จรัลเองในเวลานั้นแม้จะอยู่ในวัยเด็ก แต่บางครั้งเมื่อพ่อมีงานพิเศษล้นมือจรัลจะเป็นผู้ช่วยพ่อของเขา ทั้งงานเขียนรูปและงานแกะสลักไม้</p>
<h4>การศึกษา</h4>
<p>จรัลเข้าเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนพุทธิโสภณ แล้วจึงย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนเมตตาศึกษา จากนั้นจึงสอบเข้าเรียนในขั้นอุดมศึกษาที่วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ จรัลฝึกเล่นกีตาร์มาตั้งแต่เด็กเพราะความชอบในดนตรี ทั้งจากที่เขาได้ฟังทางสถานีวิทยุในเชียงใหม่ และจากพวกมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาในภาคเหนือ ระหว่างที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ จรัลช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวด้วยการทำงานเพื่อหารายได้พิเศษโดยไม่ต้องรบกวนเงินทองจากทางบ้าน เขาเริ่มต้นด้วยการรับจ้างร้องเพลงและเล่นกีตาร์ตามร้านอาหาร หรือตามคลับตามบาร์ในเชียงใหม่ ซึ่งในเวลานั้นยังมีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง แนวดนตรีที่เขาชอบเป็นพิเศษคือดนตรีโฟล์ค คันทรี และบลูส์ ที่ต่อมาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลอย่างยิ่งในการแต่งเพลงของเขา</p>
<p>เมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัย จรัลเข้าทำงานรับราชการเป็นงานแรกที่แขวงการทางอำเภอพะเยา (เวลานั้นพะเยายังไม่ได้รับการยกให้เป็นจังหวัดเหมือนในปัจจุบัน) ต่อมาจึงย้ายไปทำงานที่บริษัทไทยฟาร์มมิ่ง และที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จรัลยังคงทำงานประจำไปด้วยควบคู่กับการร้องเพลงตามร้านอาหาร ตามโรงแรมและคลับบาร์ในเชียงใหม่</p>
<p>ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2520 เมื่อบทเพลงโฟล์คซองคำเมืองของเขาเผยแพร่ไปทั่วประเทศ เพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเพลงที่ชื่อ อุ๊ยคำ ซึ่งเวลานั้นเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทเพลงของ ปีเตอร์ พอล แอนด์ แมรี นอกจากนั้นยังมีศิลปินต่างชาติอีกหลายคนที่เป็นต้นแบบการเล่นดนตรีของจรัล เช่น บ็อบ ดีแลน, จอห์น เดนเวอร์, นิตตี้ กริทที้ เดิร์ท แบนด์, วิลลี่ เนลสัน, จิม โครเชต์ และ พอล ไซมอน &amp; อาร์ท การ์ฟังเกล ซึ่งส่งผลไปถึงการทำงานโฟล์คซองคำเมืองอันเป็นดนตรีในรูปแบบของจรัลเอง</p>
<p>จรัลก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปในยุคนั้นที่ได้ยินได้ฟังดนตรีจากอเมริกาและอังกฤษที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยตามสมัยนิยม แต่จรัลไม่เพียงชื่นชอบเสียงดนตรีจากต่างประเทศ เขายังชื่นชอบบทเพลงสมัยก่อนแต่โบราณของชาวล้านนาอย่างยิ่ง เมื่อจรัลเริ่มต้นแต่งเพลง บทเพลงของเขาจึงเป็นการผสมผสานแนวดนตรีตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะเป็นการผสมผสานศิลปะดนตรีของตะวันออกกับตะวันตกก็ตาม แต่งานดนตรีของจรัลก็แฝงด้วยลักษณะท้องถิ่นล้านนาที่ชัดเจน ทั้งท่วงทำนองและเนื้อหาของบทเพลงที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวล้านนาตั้งแต่ยุคแรกที่ทำให้จรัลมีชื่อเสียงขึ้นมา และแม้เวลาจะผ่านไป บทเพลงของจรัลเริ่มที่จะเป็นลักษณะสากลแต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งบทเพลงพื้นบ้านของล้านนา</p>
<h4>ยุคแรก</h4>
<p>บทเพลงคำเมืองของเขาแพร่กระจายไปทั่วในปี พ.ศ. 2520 แต่บรรดาครูเพลงในล้านนาที่จรัลมักเรียกว่า ฤๅษีทางดนตรี ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์งานของเขาซึ่งแปลกแตกต่างไปจากดนตรีล้านนาที่เคยได้ยินได้ฟังกันมา เพราะจรัลใช้กีตาร์ และแมนโดลินมาแทนเสียงซึง ใช้ขลุ่ยฝรั่งแทนขลุ่ยไทย และเขายังใช้เครื่องดนตรีสมัยใหม่อีกมากมายมาบรรเลงบทเพลงเก่าแก่ของล้านนาตามแบบฉบับโฟล์คซองคำเมืองของเขา จรัลพูดว่า “บทเพลงแบบเก่าๆนั้นมีคนทำอยู่มากแล้วและก็ไม่สนุกสำหรับผมที่จะไปเลียนแบบของเก่าเสียทุกอย่าง”</p>
<p>การเป็นคนนอกคอกที่กล้าพอที่จะสร้างสรรงานดนตรีซึ่งแตกต่างจากงานเก่า ๆ ตามแบบของศิลปินนี้เอง ที่ส่งผลให้บทเพลงเก่าแก่ของล้านนากลับมาได้รับความสนใจจากวัยรุ่นในยุคนั้น แทนที่จะหายไปตามกาลเวลาและสมัยนิยม จรัลได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าเป็นนักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยม ที่แม้บรรดาศิลปินเพลงด้วยกันต่างก็ยอมรับ เขาเชียวชาญการแต่งเพลงหลายรูปแบบแต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือบทเพลงแบบบัลลาด ซึ่งเป็นบทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนของท้องถิ่นล้านนาอันเป็นบ้านเกิดของเขา จรัลพูดถึงการแต่งเพลงเองร้องเพลงเองของเขาว่า….. &#8216;“มันเป็นงานที่เป็นตัวตนจริงๆแท้ๆจากใจ ในเมื่อผมเป็นนักร้องแต่ไม่อยากร้องเพลงของคนอื่น ผมจึงต้องเขียนเพลงของตัวเอง เป็นเพลงที่ผมอยากร้อง มันทำให้ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ ไม่ต้องอาศัยให้ใครมาสร้างภาพลักษณ์”&#8217;</p>
<p>ในยุคแรกๆนั้นจรัลทำงานดนตรีร่วมกับพี่น้องและญาติๆของเขาในตระกูลมโนเพ็ชร คือน้องชายสามคนที่ชื่อ กิจจา – คันถ์ชิด และเกษม รวมทั้งมักจะมีนักร้องหญิงชื่อสุนทรี เวชานนท์ ร่วมร้องเพลงด้วย แต่ต่อมาทั้งหมดก็แยกทางกันไปตามวิถีของแต่ละคน น้องชายทั้งสามของเขาต่างก็ยังคงเล่นดนตรีและร้องเพลง โดยที่ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯนั่นเอง ส่วนสุนทรี เวชานนท์ แต่งงานกับชายชาวออสเตรเลียจึงโยกย้ายไปอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่ง เมื่อกลับมาเมืองไทยอีกครั้งก็ได้เกิดเรื่องความบาดหมางระหว่างจรัลกับสุนทรีจนทำให้ไม่อาจร่วมงานกันได้อีกต่อไป จรัลเองถึงกับประกาศว่าจะไม่ขอขึ้นเวทีร้องเพลงร่วมกับสุนทรีอีก และเขาก็ได้ทำเช่นนั้นตราบจนวันตายจริงๆ</p>
<h4>ยุคหลัง</h4>
<p>ในช่วงบั้นปลายของชีวิตราวสิบปีก่อนที่จรัลจะเสียชีวิต งานดนตรีของเขาจึงเป็นการทำงานเพียงลำพังอย่างแท้จริง แต่ด้วยความสามารถอันสูงส่งของเขา งานดนตรีของจรัลกลับพัฒนายิ่งขึ้น โดยที่เขายังคงแต่งเพลงเอง ร้องเอง เล่นดนตรีเอง และจรัลยังเรียบเรียงเสียงดนตรีเองอีกด้วย จนทำให้เขาได้รับรางวัลดนตรี สีสันอวอร์ด ในปี พ.ศ. 2538 โดยเป็นศิลปินชายเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลถึงสามรางวัลในครั้งนั้น นั่นก็คือในฐานะนักร้องชายยอดเยี่ยม จากเพลงศิลปินป่า อัลบั้มยอดเยี่ยม จากอัลบั้มชุดศิลปินป่า และบทเพลงยอดเยี่ยมจากงานชุดศิลปินป่า</p>
<p>เมื่อจรัลโยกย้ายจากจังหวัดเชียงใหม่ไปอยู่ที่กรุงเทพฯ นอกจากมีกิจการร้านอาหารและทำงานเพลงแล้ว บางครั้งจรัลยังรับแสดงหนังและละคร อีกทั้งยังแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์และละครเหล่านั้นด้วย ความสามารถในด้านนี้ทำให้ต่อมาจรัลได้รับรางวัลทางด้านการแสดงอีกหลายรางวัลทีเดียว ในปี พ.ศ. 2539 เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีการจัดทำดนตรีเรียกว่าดนตรีจตุรภาค โดยรวบรวมนักดนตรีฝีมือเยี่ยมจากทั่วทุกภาคในประเทศมาแต่งเพลงเพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสนี้ จรัลเองขณะนั้นมีอายุเพียงสี่สิบห้าปีเท่านั้นแต่ก็ได้รับเชิญในฐานะครูเพลงภาคเหนือ เขาแต่งเพลงชื่อว่า ฮ่มฟ้าปารมี เป็นเพลงที่ไพเราะมาก จนทำให้ต่อมาแพร่หลายในวงกว้าง และในที่สุดสถาบันการศึกษาด้านศิลปะการดนตรีในจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเพลงนี้ไปใช้ประกอบการสอนในสาขานาฏศิลป์ด้วย และปัจจุบันนี้ได้มีผู้คิดท่าฟ้อนรำสำหรับบทเพลงนี้เช่นกัน เรียกว่า ฟ้อนฮ่มฟ้าปารมี ช่วงชีวิตการทำงานศิลปะการดนตรีของจรัลเริ่มในปี พ.ศ. 2520 และสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2544 เมื่อจรัลเสียชีวิตจากการที่หัวใจล้มเหลวฉับพลัน โดยที่ก่อนเสียชีวิตนั่นเองจรัลกำลังตั้งใจที่จะทำงานเพลงในโอกาสที่โฟล์คซองคำเมืองของเขายืนยาวมาถึงยี่สิบห้าปีแห่งการทำงานเพลง เขาตั้งใจใช้ชื่อว่า 25 ปี โฟล์คซองคำเมือง จรัล มโนเพ็ชร</p>
<h4>การเสียชีวิต</h4>
<p>ข่าวการเสียชีวิตของจรัลจากการที่หัวใจล้มเหลวฉับพลัน เมื่อย่ำรุ่งของวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2544 จังหวัดลำพูน สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วประเทศ ผู้คนจำนวนมากจากทุกวงการเดินทางไปคารวะศพของเขา ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารเป็นเวลาห้าวัน พวงหรีดที่มีผู้นำไปแสดงความเคารพและคารวะศพของจรัลมีเป็นจำนวนมากจนกระทั่งไม่มีที่วาง ทางวัดจึงต้องนำไปแขวนไว้บนกำแพงวัดทั้งด้านในและด้านนอก นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นคือ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ส่งพวงหรีดดอกไม้สดมา และรวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย หรือแม้แต่รัฐมนตรีตามกระทรวงต่าง ๆ และสมาชิกรัฐสภา</p>
<p>หลังการเสียชีวิตของจรัล มโนเพ็ชร นอกจากการขนานนามที่เขาได้รับมาตลอดว่าเป็น ราชาโฟล์คซองคำเมือง แล้ว ผู้คนได้ยกย่องและเรียกเขาด้วยชื่อต่าง ๆ กันเป็นต้นว่า ศิลปินล้านนาแห่งยุคสมัย ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ มหาคีตกวีล้านนา ราชันย์แห่งดุริยะศิลป์ นักวิชาการและนักอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมยกย่องให้ จรัล มโนเพ็ชร เป็นนักรบวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น</p>
<p>ก่อนเสียชีวิตไม่นานจรัล มโนเพ็ชร ได้รับเชิญจากรัฐบาลให้เป็นที่ปรึกษางานด้านวัฒนธรรม ซึ่งจรัลได้ตอบตกลงไปแล้ว แต่ก่อนที่การประชุมครั้งแรกจะเกิดขึ้นจรัลก็เสียชีวิตไปก่อน</p>
<h3>อัลบั้ม</h3>
<p>ออกผลงานชุดแรก จนถึง ชุดสุดท้าย ประมาณปี 2519 &#8211; 2544, 2557, 2559<br />
โฟล์คซองคำเมืองชุดที่ 2 จรัญ มโนเพ็ชร โดย ท่าแพบรรณาคาร (พ.ศ. 2519 &#8211; 2520) ผลงานชุดแรกอย่างไม่เป็นทางการ</p>
<p><a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2/">น้อยไจยา</a><br />
แอ่วสาว<br />
<a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8a%e0%b8%a3/">พี่สาวครับ</a><br />
พ่อเมียขี้จิ๊<br />
ฮักอ้ายสักคน<br />
แก๋งเนื้อ<br />
ดักไซ<br />
ท่าสะต๋อย<br />
Seven Daffodils<br />
The First Time<br />
See The Funny Little Clown<br />
Early Morning Rain<br />
I&#8217;ll Have To Say I Love You In A Song<br />
Blue Water Line<br />
For Lovin&#8217; Me<br />
What Have They Does To The Rain<br />
Nobody Knows</p>
<p>โฟล์คซองคำเมืองชุดที่ 4 จรัล-เกษม มโนเพ็ชร โดย ท่าแพบรรณาคาร (พ.ศ. 2519 &#8211; 2520)</p>
<p>ของกิ๋นคนเมือง<br />
เปิ้นฮักตั๋ว<br />
อุ๊ยคำ<br />
ลานนา<br />
จะโทษไผ<br />
ยุ่งตายห่า<br />
บ้านป่าเมืองดอย<br />
เจียงใหม่<br />
ในอ้อมกอดรัก<br />
อดีตที่ไม่เคยลืม<br />
เรากับความรัก<br />
สาวเอย<br />
มนต์แห่งเพลง<br />
ยอดปรารถนา<br />
หัดกีตาร์<br />
ละเมอ<br />
รักแต่เธอเพียงผู้เดียว<br />
กลิ่นปราง</p>
<p>โฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ (พ.ศ. 2520) ผลงานชุดแรกอย่างเป็นทางการ</p>
<p>น้อยไจยา<br />
เสเลเมา<br />
ลืมอ้ายแล้วกา<br />
คนสึ่งตึง<br />
ผักกาดจอ<br />
สาวมอเตอร์ไซค์<br />
อุ๊ยคำ<br />
ของกิ๋นคนเมือง<br />
พี่สาวครับ</p>
<p>โฟล์คซองคำเมืองอมตะ ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2521)</p>
<p>ก้ายง่าว<br />
หยุบมือกำ<br />
จิ๊กโก๋สะหมังเคิ้ม<br />
ลักเตี่ยว<br />
คนแหลวแตว<br />
เปิ้นฮักตั๋ว<br />
แอ่วสาว<br />
ลานนา<br />
บ้านป่าเมืองดอย<br />
แก๋งเนี้ย</p>
<p>เพลงจากภาพยนตร์ เสียงซึงที่สันทราย (พ.ศ. 2523)</p>
<p>เมืองเหนือ<br />
กลิ่นเอื้องเสียงซึง (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
ขอน้ำตาสักหยด (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
เสียงซึงสิ้นมนต์<br />
สิ้นเวร<br />
กลิ่นเอื้องเสียงซึง (ปราณี ตะติยา)<br />
ขอน้ำตาสักหยด (ปราณี ตะติยา)<br />
ในอ้อมกอดรัก<br />
เชียงรายรำลึก<br />
ไม่มีคำลา</p>
<p>เพลงพระราชทาน จากยอดดอย (พ.ศ. 2523)</p>
<p>จากยอดดอย<br />
ดอกฝิ่น<br />
มิดะ<br />
ทำไม<br />
โลกสบาย<br />
รักสับสน<br />
ใบไม้กับสายน้ำ<br />
ถึงใครคนหนึ่ง<br />
ท้องที่ไม่มีวันอิ่ม<br />
ปีศาจราตรี</p>
<p>โฟล์คซองคำเมือง ลูกข้าวนึ่ง (พ.ศ. 2524)</p>
<p>ลูกข้าวนึ่ง<br />
สาวโรงบ่ม<br />
สาวเชียงใหม่<br />
เลี้ยงควาย<br />
คนหน้าง่าว<br />
ซอของแปง<br />
ตากับหลาน<br />
สามล้อ<br />
เงี้ยว<br />
มะเมี๊ยะ</p>
<p>โฟล์คซองคำเมือง แตกหนุ่ม (พ.ศ. 2525)</p>
<p>แตกหนุ่ม<br />
เสร็จมะก้องด้อง<br />
คุณนาย คายนุน<br />
บ้าน<br />
จ้างมันเต้อะ<br />
ดอกฝ้าย<br />
ขมุไล่ควาย<br />
ผ่างหาย ผ่างเบื่อ<br />
ดวง<br />
ความจริงใจ</p>
<p>โฟล์คซองคำเมือง อื่อ&#8230;จา..จา (พ.ศ. 2525 &#8211; 2526)</p>
<p>อื่อ..จา..จา<br />
ไล่เหล่า<br />
ฮานี้บ่าเฮ้ย<br />
ยินดีต้อนรับ<br />
บ้านนาชาวนา<br />
หนุ่มเชียงใหม่<br />
สะเอิงย้ายบ้าน<br />
โธ่เอ๋ย<br />
ใบไม้ไหว<br />
ต้องใช้เวลา</p>
<p>จรัลกับแคนเดิ้ล บ้านบนดอย (พ.ศ. 2526 &#8211; 2527)</p>
<p>บ้านบนดอย<br />
ม่อฮ่อม<br />
ฟ้าใสใส<br />
สุดแต่ใจเธอต้องการ<br />
รักเงียบเงียบ<br />
น้อง<br />
ล่องแม่ปิง<br />
ก็เลยก็แล้วกัน<br />
ฉัน&#8230;เมื่อพบเธอ<br />
รักสับสน<br />
ลุงต๋าคำ<br />
เพลง</p>
<p>จรัลกับแคนเดิ้ล เอื้องผึ้ง-จันผา (พ.ศ. 2527 &#8211; 2528)</p>
<p>เอื้องผึ้ง-จันผา<br />
น้ำนอง<br />
แม่ค้าปลาจ่อม<br />
ฝันชั่วคืน<br />
นายบุญทัน<br />
เซาะว่าหากิ๋น<br />
ลูกข้าวนึ่ง<br />
จะรอดูใจ<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน<br />
หนุ่มสาวชาวดอย<br />
ปราสาทไหว (บรรเลง)<br />
เอื้องผึ้ง-จันผา (บรรเลง)</p>
<p>เสียงซึงสู่พิณเปี๊ยะ (พ.ศ. 2528) ผลงานชุดพิเศษ</p>
<p>ล่องแม่ปิง (บรรเลงซึง)<br />
เดือนเพ็ญ (บรรเลงซึง)<br />
ปั่นฝ้าย (บรรเลงซึง)<br />
สร้อยลำปาง (บรรเลงซึง)<br />
เด็กปั๊ม (บรรเลงซึง)<br />
เอื้องผึ้ง-จันผา (บรรเลงซึง)<br />
น้อยไจยา (บรรเลงซึง)<br />
อุ๊ยคำ (บรรเลงซึง)<br />
สามหมอก (บรรเลงซึง)<br />
ล่องปาย (บรรเลงซึง)</p>
<p>ไม้กลางกรุง (พ.ศ. 2528 &#8211; 2529)</p>
<p>หมู่เฮา<br />
มิดะ<br />
ก่อนเที่ยงคืน<br />
ภาพชีวิต<br />
วังบัวบาน<br />
รักเขาเถิด<br />
เจ็บแล้วปลง<br />
หรือว่าฉันเหงา<br />
เจ้าดวงดอกไม้<br />
บ่มีหยังสักอย่าง<br />
บ้านนาชาวนา<br />
สาวบ้านป่า</p>
<p>ตำนานโฟล์ค (พ.ศ. 2529) ผลงานชุดพิเศษ</p>
<p>รางวัลแด่คนช่างฝัน<br />
อุ๊ยคำ<br />
มะเมี๊ยะ<br />
ลุงต๋าคำ<br />
ตากับหลาน<br />
แม่ค้าปลาจ่อม<br />
เดือนดวงเดียว<br />
สาวมอเตอร์ไซค์<br />
คนหน้าง่าว<br />
ผักกาดจอ<br />
ไล่เหล่า<br />
หนุ่มเชียงใหม่</p>
<p>ฉันมีความรักมาให้ (พ.ศ. 2530 &#8211; 2531)</p>
<p>ฉันมีความรักมาให้<br />
คืนหนึ่ง<br />
แล้วคงพบกันอีก<br />
กี่ปีก็คอยได้<br />
ยินดีต้อนรับ<br />
สวาทเธอ<br />
คนใกล้ชิด<br />
เมียวเมียว มูมู<br />
หา&#8230;ดวงเดือน<br />
กระท่อมไพรวัลย์</p>
<p>จรัล-ไหมไทย ลำนำแห่งขุนเขา (พ.ศ. 2531) ผลงานชุดพิเศษ</p>
<p>เรามาร้องเพลงกัน<br />
ลำนำแห่งขุนเขา<br />
ซื้อฝัน<br />
ปั่นฝ้าย (บรรเลง)<br />
ขลุ่ยผิว<br />
อุ๊ยคำ<br />
ล่องแม่ปิง<br />
ไม้กลางกรุง<br />
ป่าลั่น<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน</p>
<p>จรัลแจ๊ส (พ.ศ. 2533)</p>
<p>ไม่กวนใคร<br />
ใครก่อ<br />
ผ่านแล้วผ่านเลย<br />
อย่างนี้ดีอยู่แล้ว<br />
คนละอย่าง<br />
ร้องตามเพลง<br />
ขอโอกาส<br />
ถนนสายยาว<br />
เบาๆ สบาย<br />
ปล่อย</p>
<p>โฟล์ค 1991 จากใจเป็นบทเพลง (พ.ศ. 2534)</p>
<p>ทียาลี<br />
กาสะลองร่วงแล้ว<br />
ควายหงาน<br />
สัปปะลี่ขี้คุย<br />
แพงพวยบานตลอด<br />
แห่ล่องกอง (บรรเลง)<br />
ดอยแล้ง<br />
คิดถึงบ้าน<br />
มิดะ<br />
กุหลาบดอย<br />
อาขยานล้านนา<br />
น้อยไจยา (บรรเลง)</p>
<p>ศิลปินป่า (พ.ศ. 2537)</p>
<p>ให้ฉันฝันต่อ<br />
กลับบ้านไม่ได้<br />
ลมเหนือ<br />
ศิลปินป่า<br />
หัดบิน<br />
เจ้านาง<br />
สองเฒ่า<br />
น้ำแม่ปิง<br />
คนลุงลัง<br />
เจ็ดร้อยปีเชียงใหม่</p>
<p>หวังเอย หวังว่า (พ.ศ. 2537 &#8211; 2538)</p>
<p>สัญญา<br />
ผู้ชาย<br />
ทำอะไรก็ทำเถอะ<br />
ธุลี<br />
ให้เธอ<br />
พ่อ..แม่..พี่..น้อง<br />
เธอคนนั้น<br />
ลอย<br />
คนบัดซบ<br />
ตัวเลื้อยคลาน<br />
อยากเป็นคนดี<br />
โลกมืด<br />
เธอ<br />
เด็กเลว<br />
น้อง<br />
ผู้หญิง<br />
แด่หนุ่มสาวผู้ร้าวราน</p>
<p>ความหวัง ความฝัน ของวันนี้ (พ.ศ. 2541)</p>
<p>ความหวัง ความฝัน ของวันนี้<br />
ดาวบนดอย<br />
ฝากไว้ให้กันและกัน<br />
คิดถึง<br />
หัวใจพเนจร<br />
ล้านนา<br />
เดินดง (ซอพระลอ)<br />
หล่ายดอย<br />
ฉันจะกลับมา<br />
ใครเป็นใคร<br />
กระแสธรรม<br />
ความหวัง ความฝัน ของวันนี้ (บรรเลง)</p>
<p>สี่เหน่อผู้ยิ่งใหญ่ (พ.ศ. 2543)</p>
<p>อุ๊ยคำ (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
สาวมอเตอร์ไซค์ (จรัล มโนเพ็ชร กับ ทอม ดันดี)<br />
พี่สาวครับ (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
บ้านบนดอย (จรัล มโนเพ็ชร กับ ชาย เมืองสิงห์)<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน (จรัล มโนเพ็ชร , ทอม ดันดี , ชาย เมืองสิงห์ และ สามารถ พยัคฆ์อรุณ)<br />
มะเมี๊ยะ (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
ลูกข้าวนึ่ง (จรัล มโนเพ็ชร กับ ทอม ดันดี)<br />
คนหน้าง่าว (จรัล มโนเพ็ชร กับ ทอม ดันดี)<br />
มิดะ (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
มะเมี๊ยะ (เวอร์ชันใหม่)</p>
<p>ล้านนาซิมโฟนี (พ.ศ. 2544) ผลงานชุดสุดท้าย</p>
<p>แม่ปิงซิมโฟนี<br />
อินทนนท์ซิมโฟนี</p>
<p>โฟล์คซองคำเมือง Audiophile Remastered Version (พ.ศ. 2557) ผลงานชุดพิเศษ</p>
<p>ม่วนขนาด<br />
พี่สาวครับ<br />
ลูกข้าวนึ่ง<br />
ฮานี้บ่าเฮ้ย<br />
บ้านบนดอย<br />
สาวมอเตอร์ไซค์<br />
ของกิ๋นคนเมือง<br />
ผักกาดจอ<br />
ลืมอ้ายแล้วกา<br />
คนสึ่งตึง<br />
สาวเชียงใหม่<br />
มะเมี๊ยะ<br />
อุ๊ยคำ<br />
เสเลเมา<br />
ล่องแม่ปิง<br />
น้อยไจยา</p>
<p>สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ : เพลงหนัง-ละคร และสารคดี (พ.ศ. 2559) ผลงานชุดพิเศษ</p>
<p>จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า<br />
กลิ่นเอื้องเสียงซึง<br />
สู่ฝันอันยิ่งใหญ่<br />
เวลาในขวดแก้ว<br />
พู่กันวาดโลกสวย<br />
น้ำค้างบนหลังคา<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน<br />
เพื่อน<br />
ซื้อฝัน<br />
เก็บไว้เพื่อจำ<br />
มะเมี๊ยะ<br />
ปลายทางแห่งความฝัน<br />
พุกาม (บรรเลง)<br />
ย่ำสันดอย (บรรเลง)</p>
<p>อัลบั้มรวมเพลง อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ และอัลบั้มพิเศษรวมศิลปิน<br />
ออกผลงานโดยการนำเพลงจากบางอัลบั้มมารวมกัน บางผลงานทำออกมาในช่วงที่จรัล มโนเพ็ชรยังมีชีวิตอยู่ และบางผลงานทำออกมาหลังจากจรัล มโนเพ็ชรเสียชีวิต<br />
จรัล มโนเพ็ชร กับ สุนทรี เวชานนท์ ชุด</p>
<p>โฟล์ก สเปเชียล</p>
<p>คิดถึงบ้าน (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
ควายหงาน (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
มิดะ (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
ดอกฝิ่น (สุนทรี เวชานนท์)<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน (สุนทรี เวชานนท์)<br />
รักสับสน (จรัล-สุนทรี)<br />
อาขยานล้านนา (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
สัปปะลี่ขี้คุย (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
กุหลาบดอย (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
แด่หนุ่มสาวผู้ร้าวราน (สุนทรี เวชานนท์)<br />
อ้างว้าง (สุนทรี เวชานนท์)<br />
เพื่อน (สุนทรี เวชานนท์)<br />
น้อยไจยา (บรรเลง)</p>
<p>จรัล มโนเพ็ชร ชุด ของกิ๋นคนเมือง</p>
<p>ของกิ๋นคนเมือง<br />
น้อยไจยา<br />
สามล้อ<br />
เมียวเมียว มูมู<br />
สวาทเธอ<br />
ยินดีต้อนรับ<br />
รักสับสน<br />
ดอกฝิ่น<br />
ซอของแปง<br />
ฉันมีความรักมาให้<br />
มะเมี๊ยะ (สุนทรี เวชานนท์)<br />
มะเมี๊ยะ (จรัล มโนเพ็ชร)<br />
สาวเชียงใหม่<br />
หนุ่มเชียงใหม่<br />
เพลงเงี้ยว</p>
<p>จรัล มโนเพ็ชร ชุด คอลเลคชั่น</p>
<p>มะเมี๊ยะ<br />
อุ๊ยคำ<br />
ภาพชีวิต<br />
สาวมอเตอร์ไซค์<br />
บ้านบนดอย<br />
เดือนดวงเดียว<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน<br />
เอื้องผึ้ง-จันผา<br />
ปราสาทไหว (บรรเลง)<br />
มิดะ<br />
ตากับหลาน<br />
หนุ่มเชียงใหม่<br />
ผักกาดจอ<br />
ลูกข้าวนึ่ง<br />
ฝันชั่วคืน<br />
ฉันมีความรักมาให้<br />
คืนหนึ่ง<br />
เอื้องผึ้ง-จันผา (บรรเลง)</p>
<p>จรัล มโนเพ็ชร ชุด ไตรภาค โฟล์คซองคำเมือง</p>
<p>(แผ่นที่ 1)</p>
<p>มะเมี๊ยะ<br />
อุ๊ยคำ<br />
มิดะ<br />
เอื้องผึ้ง-จันผา<br />
ตากับหลาน<br />
เจ้าดวงดอกไม้<br />
ลุงต๋าคำ<br />
เมียวเมียว มูมู<br />
แม่ค้าปลาจ่อม<br />
นายบุญทัน<br />
เลี้ยงควาย<br />
หนุ่มสาวชาวดอย<br />
หมู่เฮา</p>
<p>(แผ่นที่ 2)</p>
<p>ซึงสุดท้าย<br />
ล่องแม่ปิง<br />
ล่องแม่วัง<br />
ดอกไม้เมือง<br />
สาวมอเตอร์ไซค์<br />
ผักกาดจอ<br />
ลูกข้าวนึ่ง<br />
บ้านบนดอย<br />
สาวเชียงใหม่<br />
หนุ่มเชียงใหม่<br />
ของกิ๋นคนเมือง (Version 1)<br />
ของกิ๋นคนเมือง (Version 2)<br />
น้อยไจยา</p>
<p>(แผ่นที่ 3)</p>
<p>รางวัลแด่คนช่างฝัน<br />
ความหวัง ความฝัน ของวันนี้<br />
ภาพชีวิต<br />
เดือนดวงเดียว<br />
ฝันชั่วคืน<br />
ฉันมีความรักมาให้<br />
สัญญา<br />
บ้านนาชาวนา<br />
หรือว่าฉันเหงา<br />
สวาทเธอ<br />
แด่หนุ่มสาวผู้ร้าวราน<br />
ดาวบนดอย<br />
ฉันจะกลับมา</p>
<p>จรัล มโนเพ็ชร ชุด ซึงสุดท้าย</p>
<p>(แผ่นที่ 1)</p>
<p>ซึงสุดท้าย<br />
ความหวัง ความฝัน ของวันนี้<br />
สัญญา<br />
เพื่อน<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน<br />
เมียวเมียว มูมู<br />
สาวเชียงใหม่<br />
หรือว่าฉันเหงา<br />
อดีตที่ไม่เคยลืม<br />
ฝันชั่วคืน<br />
กาเหว่าที่บางเพลง<br />
แม่ปิงซิมโฟนี</p>
<p>(แผ่นที่ 2)</p>
<p>จากยอดดอย<br />
รอยพระบาท<br />
สดุดีแม่เจ้าหลวง<br />
ศิลปินป่า<br />
มิดะ<br />
ลุงต๋าคำ<br />
อุ๊ยคำ<br />
ล่องแม่วัง<br />
ล่องแม่ปิง<br />
ก่อนเที่ยงคืน<br />
ฮ่มฟ้าบารมี</p>
<p>จรัล มโนเพ็ชร ชุด ม่านไหมใยหมอก</p>
<p>ชุด 1 บ้านบนดอย</p>
<p>บ้านบนดอย<br />
ฟ้าใสใส<br />
ล่องแม่ปิง<br />
ลุงต๋าคำ</p>
<p>ชุด 2 เอื้องผึ้ง-จันผา</p>
<p>เอื้องผึ้ง-จันผา<br />
ลูกข้าวนึ่ง<br />
รางวัลแด่คนช่างฝัน</p>
<p>ชุด 3 ตำนานโฟล์ค</p>
<p>อุ๊ยคำ<br />
มะเมี๊ยะ<br />
สาวมอเตอร์ไซค์<br />
ผักกาดจอ<br />
คนหน้าง่าว</p>
<p>ชุด 4 ไม้กลางกรุง</p>
<p>มิดะ<br />
เจ็บแล้วปลง</p>
<p>ชุด 5 ฉันมีความรักมาให้</p>
<p>ฉันมีความรักมาให้<br />
เมียวเมียว มูมู</p>
<p>ชุด 6 เสียงซึงสู่พิณเปี๊ยะ</p>
<p>ล่องแม่ปิง<br />
ปั่นฝ้าย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b9%87%e0%b8%8a%e0%b8%a3/">จรัล มโนเพ็ชร</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2020 18:21:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ซึง]]></category>
		<category><![CDATA[นักดนตรี ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อครูต๋าคำ ชัยวินา]]></category>
		<category><![CDATA[ลุงต๋าคำ]]></category>
		<category><![CDATA[วณิพกเฒ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เทพซึงแห่งล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา เมื่อ 45 ปีที่แล้วในเชียงใหม่มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดที่มาพร้อม "ซึง" เครื่องดนตรีล้านนาประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #3366ff;">ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา เมื่อ 45 ปีที่แล้วในเชียงใหม่มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดที่มาพร้อม &#8220;ซึง&#8221; เครื่องดนตรีล้านนาประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป</span></h2>
<h3>แม้ตำนานนี้จะเลือนหายไปตามกาลเวลา หากก็มีการค้นพบฟิล์มภาพยนตร์ที่บันทึกภาพ ยืนยันถึงตำนาน ลุงต๋าคำ วณิพกตาบอดแห่งล้านนา</h3>
<p><span id="fbPhotoSnowliftCaption" class="fbPhotosPhotoCaption" tabindex="0" aria-live="polite" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;K&quot;}"><span class="hasCaption"><span class="text_exposed_show">ลุงต๋าคำ คือ ศิลปินตาบอด ที่มีชีวิตอยู่ในเมืองเชียง<wbr />ใหม่ เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา มีอาชีพเป็นวณิพกดีดซึงประก<wbr />อบการจ๊อยซอ หรือเพลงพื้นบ้านล้านนาตามห<wbr />น้าโรงหนัง หรือตามตลาด เพื่อแลกกับเงินเลี้ยงชีพ</span></span></span></p>
<p>ภรรยาของลุงที่เป็นคนตาดีจะจูงลุงไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อเล่นซึงแลกเงิน บางครั้งก็ร้องเพลงซอไปด้วย ลุงต๋าคำเป็นคนหยิ่ง ไม่เคยก้มหัวให้ใคร ใจแกสู้ตลอดเวลา วันไหนหาเงินไม่ได้จากการเป็นวนิพกแกก็พร้อมจะอด<br />
. คุณจรัล มโนเพชร ถ่ายทอดเรื่องราวของลุงไว้ได้อย่างดีในเพลง &#8220;ลุงต๋าคำ&#8221;</p>
<p>&#8220;&#8230;..นั่นคือ เสียงซึง จากลุง ต๋าคำ จากโลก อันมืดดำ แต่มี พลัง<br />
หวาน..เศร้า บอกเรื่อง ราวปางหลัง ที่ ถูกฝัง ด้วยกาล เวลา..</p>
<p>..ไม่ อาจ มองเห็น ผู้คน ด้วย อับจน พิการ สองตา ก็ อยู่ อย่างคน แสวงหา<br />
ด้วย ศรัทธา ในคีต-กาล..</p>
<p>..แข็ง กร้าว ไม่งอน ง้อใคร แต่ แจ่มใส เหมือนดอก ไม้บาน<br />
แม้น ให้ ด้วยใจ สงสาร ก็ ขับขาน เสียงเพลง ตอบแทน&#8230;&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://1.bp.blogspot.com/-9YzEOFpH0mA/XswLRtkelYI/AAAAAAAAEmY/YC8vLIlSpQEnFrfa2fm7D4CDVPf-HbXZwCLcBGAsYHQ/s1600/5292550e7.jpg" alt="ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา เมื่อ 45 ปีที่แล้วในเชียงใหม่มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดที่มาพร้อม &quot;ซึง&quot; เครื่องดนตรีล้านนาประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป" width="726" height="602" border="0" data-original-width="726" data-original-height="602" /></p>
<p>เรื่องราวของลุงต๋าคำ นอกจากเรื่องการเป็นวนิพกที่ใช้เสียงดนตรีเลี้ยงชีพอย่างทรนงแล้ว แกยังมีเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจ &#8230;</p>
<p>. &#8220;&#8230;..สอง ข้าง ทางอัน แสนไกล ที่ เดินไป ด้วยความ ขัดสน<br />
ไม่ ขาด คนเคียง ข้างตน คู่ กุศล คู่กรรม คู่ครอง..<br />
..ถึง..ตราบ จนวัน สุดท้าย ชีพ วางวาย ผู้คน หม่นหมอง<br />
สอง แก้ม อาบน้ำ ตานอง สิ้น ทำนอง สิ้นเสียง ซึงดัง<br />
..ไม่มี เสียงซึง จากลุง ต๋าคำ จากโลก อันมืดดำ แต่มี พลัง&#8221;<br />
<iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/TOX7oSe9yWw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ความสามารถในการเล่นซึงของลุงต๋าคำมีหลายคนบอกเล่าว่าสามารถเรียกนกให้บินลงมาบินเล่นรอบตัวลุงได้ จนหลายคนเรียกขานว่า “เทพซึงแห่งล้านนา” พ่อครูต๋าคำ ชัยวินา แม้เหลือเพียงตำนาน หากเสียงซอของลุงต๋าคำ วณิพกตาบอดแห่งล้านนายังดังก้องอยู่ในอินเตอร์เน็ต</p>
<p>ราวช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๕ หรือประมาณพ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๒๐ เมืองเชียงใหม่ได้มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดกับ &#8220;ซึง&#8221; ประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป ต่อมาตำนานนี้ก็ค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา น้อยคนนักที่จะจดจำนักดนตรีตาบอดผู้นี้ ทว่าภายหลังก็มีการค้นพบฟิล์มภาพยนตร์ที่บันทึกภาพ ยืนยันถึงตำนาน “ลุงต๋าคำ” วณิพกตาบอดแห่งล้านนา ทำให้เรื่องราวของวณิพกผู้เชี่ยวชาญการดนตรีได้กลับมาเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง</p>
<p>ตำนานวณิพกตาบอดถ่ายทอดผ่านบทเพลง ลุงต๋าคำ จากเสียงร้อง และปลายปากกาของจรัล มโนเพ็ชร คือหนึ่งในภาพจำที่คนทั่วไปรู้จักเกี่ยวกับตัวตนของลุงต๋าคำ มือซึงเทวดาแห่งล้านนา ตำนานยังเล่าว่าเสียงซึง และการขับซอของวณิพกเฒ่าสามารถเรียกฝูงนกให้บินลงมาเคล้าคลอเสียงเพลงได้อย่างน่าประหลาด</p>
<p>&#8220;ฟังครั้งแรกก็รู้ว่าคนเล่นฝีมือไม่ธรรมดา เพราะแนวการเล่นที่เป็นทางแบบล้านนาโบราณต่างจากที่เคยได้ยิน&#8221; บรู๊ซ แกสตัน อาจารย์ชาวอเมริกัน มหาวิทยาลัยพายัพในเวลานั้นบรรยายถึงเสียงซึงของลุงต๋าคำ หลังพบวณิพกเฒ่าบรรเลงเพลงเครื่องดนตรีประจำตัวอยู่หน้าโรงหนัง ทำให้เขาตัดสินใจฝากตัวเรียนรู้กับครูเฒ่าในทันที และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้มีการถ่ายภาพยนตร์เก็บไว้ในเวลาต่อมา ซึ่งยุคนั้นศิลปินล้านนากำลังถูกอิทธิพลจากภายนอก และการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบไร้รากเหง้าจนเอกลักษณ์ผิดเพี้ยนไปจากของเดิม ฟิล์มบันทึกภาพการเล่นซึงและการขับซอของลุงต๋าคำจึงมีความสำคัญ ในฐานะต้นแบบการบรรเลงมีคุณค่ากับการศึกษาดนตรีล้านนา ไมเคิล เดนิสสัน อดีตอาจารย์อักษรศาสตร์ จุฬามหาวิทยาลัยผู้เคยเดินทางไปเชียงใหม่พร้อมลูกศิษย์ เพื่อบันทึกภาพยนตร์ ๑๖ มิลลิเมตร ของลุงต๋าคำ ในช่วง ๑๐ ปีก่อนที่วณิพกเฒ่าจะเสียชีวิต</p>
<p>.ลุงต๋าคำ วณิพกเฒ่า คือปูชนียบุคคลที่มีลูกศิษย์ติดตามจำนวนหนึ่ง ด้วยรูปลักษณ์และความยากจน ทำให้ลุงต๋าคำไม่เคยถูกยอมรับในวงกว้าง หากวณิพกเฒ่าไม่เคยใส่ใจต่อชื่อเสียง ยังคงตระเวนขับกล่อมผู้คนด้วยเสียงซึง ตราบจนวาระสุดท้าย วณิพกเฒ่าจะเสียชีวิตในวัยร่วม ๙๐</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">เพลง ลุงต๋าคำ</span></h3>
<h6 style="text-align: center;">. จลัล มโนเพ็ชร</h6>
<p style="text-align: center;">. เสียงแว่ววังเวงหวีดหวิว<br />
แผ่วแผ่วพลิ้วเสียงลม เสียงซึง<br />
นิ้วกรีดดีดดังตังตึง<br />
..ติงตึงติงตังตึงติง..</p>
<p style="text-align: center;">. เสียงโอดทำนองขับขาน<br />
สอดประสานสำเนียงเวียงพิงค์<br />
คล้ายล่องลอยตามน้ำปิง<br />
มาสู่สิงอิงในภวังค์</p>
<p style="text-align: center;">. นั่นคือเสียงซึงจากลุงต๋าคำ<br />
จากโลกอันมืดดำแต่มีพลัง<br />
หวานเศร้าบอกเรื่องราวปางหลัง<br />
ที่ถูกฝังด้วยกาลเวลา</p>
<p style="text-align: center;">. ไม่อาจมองเห็นผู้คน ด้วยอับจนพิการสองตา<br />
ก็อยู่อย่างคนแสวงหา ด้วยศรัทธาในคีตการ<br />
แข็งกร้าวไม่งอนง้อใคร แต่แจ่มใสเหมือนดอกไม้บาน<br />
แม้นให้ด้วยใจสงสาร ก็ขับขานเสียงเพลงตอบแทน</p>
<p style="text-align: center;">. นั่นคือเสียงซึงจากลุงต๋าคำ<br />
จากโลกอันมืดดำจากใจให้แฟน<br />
หวานเศร้าเจ็บปวดร้าวสุดแสน<br />
ด้วยอ้อมแขนโอบซึงตรึงใจคน..</p>
<p style="text-align: center;">. สองข้างทางอันแสนไกล ที่เดินไปด้วยความขัดสน<br />
ไม่ขาดคนเคียงข้างตน คู่กุศลคู่กรรมคู่ครอง<br />
ถึงตราบจนวันสุดท้าย ชีพวางวายผู้คนหม่นหมอง<br />
สองแก้มอาบน้ำตานอง สิ้นทำนองสิ้นเสียงซึงตึงตัง</p>
<p style="text-align: center;">. ไม่มีเสียงซึงจากลุงต๋าคำ จากโลกอันมืดดำแต่มีพลัง<br />
แม้นร่างถูกดินทรายกลบฝัง แต่มนต์ขลังยังตรึงซึ้งใจ</p>
<p style="text-align: center;">ไม่มีเสียงซึงจากลุงต๋าคำ จากโลกอันมืดดำจากใจให้แฟน<br />
หวานเศร้าเจ็บปวดร้าวสุดแสน ด้วยอ้อมแขนโอบซึงตรึงใจคน..</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/UXkwvSIroUM" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3D427812980958915%26id%3D100011906492904&amp;width=500" width="500" height="787" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-O5SzlU0a2f0/XswIRNVpIwI/AAAAAAAAElQ/RBY10DXTbXsvOYCh1EFddd4t406GNmJPgCLcBGAsYHQ/s1600/0066p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="764" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-uhHUopufd4c/XswIRNk2H-I/AAAAAAAAElU/w65cDWHXH7kjwY9jsyVFQVs-PIYxYwQQACLcBGAsYHQ/s1600/0067p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-77KgYVDa15E/XswIRBBJw5I/AAAAAAAAElY/m_uhQVkJK3Am7WIgZvlpLRFxMub6sxznQCLcBGAsYHQ/s1600/0068p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-RAsfDOB72Ss/XswISFtruOI/AAAAAAAAElc/Z-2ykz6u-3cp11yrUi19pt3I4_v9waC2gCLcBGAsYHQ/s1600/0069p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-TcpdnpN8NMc/XswISnyL0sI/AAAAAAAAElg/GA-o954p_0kAnYJK88LiyNg4w_x9ip92gCLcBGAsYHQ/s1600/0070p.jpg" border="0" data-original-width="380" data-original-height="264" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-kMT9303XR24/XswIS0jGmUI/AAAAAAAAElk/xWMeThqx4AkAb89ACBhgQFBACGqfnCK1ACLcBGAsYHQ/s1600/0071p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-LLKXzFJfhvc/XswITTnreaI/AAAAAAAAElo/Jz_3SR0nFdcBJS3nKtEid2v9ndTU_tdygCLcBGAsYHQ/s1600/0072p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="842" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-7MA2jpj9gQ0/XswITkVznvI/AAAAAAAAEls/PjRUNhhPGVUC5X6nGLC88Wt4m6gzGVQ4gCLcBGAsYHQ/s1600/0073p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="853" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-c5DA90-w5rQ/XswIT317bhI/AAAAAAAAElw/cCPHZpRzOTI6ZfpkUdr6E6Tsn_7vVhOrQCLcBGAsYHQ/s1600/0074p.jpg" border="0" data-original-width="666" data-original-height="1000" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-zTnYRKAasqs/XswIUExZKWI/AAAAAAAAEl0/-5YFLK1iyx0ruXCqBBelGgKJwBKRL5V2wCLcBGAsYHQ/s1600/0075p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-5BN_lpXItwM/XswIUpwU7oI/AAAAAAAAEl4/JaY1mnbU7FoBTqVZCeFKyxHak5yi26mowCLcBGAsYHQ/s1600/0076p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="separator"><img decoding="async" src="https://1.bp.blogspot.com/-Q35JXT1sFlc/XswIUnaJwVI/AAAAAAAAEl8/dAabiRg6i7EDci1eBYxvuRiF0d_avxshQCLcBGAsYHQ/s1600/0077p.jpg" border="0" data-original-width="1200" data-original-height="800" /></p>
<p>ที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/storyman/2017/05/30/entry-1</p>
<p>ที่มา : http://www.music.cmru.ac.th/archive/?p=600</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปี 2535</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2535/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2020 13:27:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ศิลปิน นักร้อง นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลสำคัญ ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน ล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน แห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายคำ กาไวย์ หรือ พ่อครูคำ (25 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557) ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2535 สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน)</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2535/">คำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปี 2535</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #333399;">นายคำ กาไวย์ หรือ พ่อครูคำ (25 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557) ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2535 สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน)</span></h2>
<p>พ่อครูคำ กาไวย์ เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีบุตรธิดา 4 คน<br />
พ่อครูคำ จบการศึกษาชั้นประถม แต่เนื่องจากมีความสนใจในการแสดงพื้นบ้าน และมีความสามารถในการตีกลองสะบัดชัย ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านล้านนา และได้มีโอกาสเข้าประกวดแข่งขันศิลปะพื้นบ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2504 และได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป<br />
พ่อครูคำ ได้คิดค้นและประดิษฐ์ชุดการแสดงจำนวนมาก และผลงานที่โดดเด่นคือ การคิดค้นท่ารำ ร่วมกับอาจารย์ของวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่<br />
ในปี 2557 พ่อครูคำ กาไวย์ ได้ล้มป่วยลงและเข้าทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2557 เป็นต้นมา และได้เสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่บ้านเกิดในตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง เชียงใหม่ สิริอายุได้ 81 ปี<br />
สิ้น พ่อครูคำ กาไวย์ ปราชญ์กลองสะบัดชัย</p>
<p>พ่อครู คำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ( ช่างฟ้อน ) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการตีกลองสะบัดชัยแบบประยุกต์ เสียชีวิตแล้วโรคด้วยประจำตัวที่บ้านพักในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยญาติได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านแพะขวาง ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สิริอายุได้ 80 ปี ท่ามกลางความอาลัยของลูกศิษย์และบรรดาญาติพี่น้องและภรรยา พ่อครูคำ กาไวย์ ล้มป่วยด้วยโรคประจำตัว ทั้งมะเร็งปอดและลำไส้อับเสบ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มานานนับเดือน จนกระทั่งวันนี้ญาติได้นำตัวพ่อครูคำออกจากโรงพยาบาล และไปเสียชีวิตที่บ้านในช่วงสายของวันนี้</p>
<p>สำหรับพ่อครูคำ กาไวย์ เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีบุตรธิดา 6 คน พ่อครูคำ จบการศึกษาชั้นประถม แต่เนื่องจากมีความสนใจในการแสดงพื้นบ้าน และมีความสามารถในการตีกลองสะบัดชัย ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านล้านนา และได้มีโอกาสเข้าประกวดแข่งขันศิลปะพื้นบ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2504 และได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป พ่อครูคำได้คิดค้น และประดิษฐ์ชุดการแสดงจำนวนมาก และผลงานที่โดดเด่นคือ การคิดค้นท่ารำ ร่วมกับอาจารย์ของวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ และก่อนเสียชีวิต ยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนฟ้อนดาบ ฟ้อนพัด ที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ด้วย..<br />
……Copyright © 2011 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #333399;">ลูกหลานจักสืบถ้อย ปณิธาน</span></strong><br />
<strong><span style="color: #333399;">ขอพ่อจุ่งเจยบาน เน่อไธ้</span></strong><br />
<strong><span style="color: #333399;">อิดอ่อนก่อเมินนาน พักผ่อน แลนา</span></strong><br />
<strong><span style="color: #333399;">หื้อหมู่ลูกหลานได้ สืบไว้บ่หมอง</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #333399;">เสียงกล๋องยังบ่เสี้ยง สูญไป</span></strong><br />
<strong><span style="color: #333399;">หลอนพ่อคำก๋าไวย์ ล่วงแล้ว</span></strong><br />
<strong><span style="color: #333399;">ผลงานพ่อลือไกล๋ ทั่วถิ่น เมืองไทย</span></strong><br />
<strong><span style="color: #333399;">ขอพ่อสู่เวียงแก้ว ผ่องแผ้ว วิญญา</span></strong></p>
<p style="text-align: left;">ที่มา<br />
<iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3D596962247064176%26id%3D589858564364106&amp;width=500" width="500" height="319" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2535/">คำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปี 2535</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
