<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<atom:link href="https://www.at-chiangmai.com/category/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.at-chiangmai.com/category/การละเล่นพื้นเมือง/เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา/</link>
	<description>วันดีวันเสีย ล้านนา หาฤกษ์ยามงานมงคล สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว ประวัติศาสตร์ล้านนา ขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา ฮีตฮอยจารีต ประเพณีล้านนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Jan 2022 10:08:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.at-chiangmai.com/wp-content/uploads/2021/05/cropped-atcmi-32x32.jpg</url>
	<title>เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา Archives - At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</title>
	<link>https://www.at-chiangmai.com/category/การละเล่นพื้นเมือง/เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลองมองเซิง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 16:21:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองมองเซิง]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋องมองเซิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>คือกลองที่ขึงด้วยหนังทั้งสองหน้า มีสายโยงเร่งเสียง รูปร่างคล้าย ตะโพนมอญ ไม่มีขาตั้ง แต่มีสายร้อย สำหรับคล้องคอเวลาตี เวลาตีไม่ต้องติดจ่ากลอง ชื่อกลองมองเซิง เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า ฆ้องชุด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87/">กลองมองเซิง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คือกลองที่ขึงด้วยหนังทั้งสองหน้า มีสายโยงเร่งเสียง รูปร่างคล้าย ตะโพนมอญ ไม่มีขาตั้ง แต่มีสายร้อย สำหรับคล้องคอเวลาตี เวลาตีไม่ต้องติดจ่ากลอง ชื่อกลองมองเซิง เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า ฆ้องชุด กลองมองเซิงจึงหมายถึงกลองที่ใช้ฆ้องเป็นชุด เพราะวงกลองมองเซิงจะเน้นเสียงฆ้องเป็นหลัก กลองมองเซิง จะตีรับกับฉาบโดยลักษณะอาการล้อทางเสียง หลอกล่อกันไป อาจจะมีการเฮ็ดความสลับไปด้วย ในขณะที่มีเสียงฆ้องเป็นตัวกำกับจังหวะ ซึ่งมีบางแห่งเพิ่มฉิ่ง ตีกำกับจังหวะร่วมไปกับฆ้องด้วย ปัจจุบันกลองมองเซิงนิยมตีในการแห่ครัวทานและประกอบการฟ้อนก๋ายลาย<br />
<img fetchpriority="high" decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic059.jpg" width="461" height="358" /><b></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>    กลองมองเซิง</b> เป็นกลองที่ได้รับอิทธิพลจากชาวไทใหญ่ พบเห็นโดยทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่และแม่ฮ่องสอน  เรื่องของกลองชนิดนี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้</p>
<p><b>    กลองมองเซิง </b> คือ กลองที่ขึงด้วยหนังทั้งสองหน้ามีสายโยงเร่งเสียง รูปร่างคล้ายตะโพนมอญ ไม่มีขาตั้ง แต่มีสายร้อยสำหรับคล้องคอเวลาตี เฉพาะคำว่า “มองเซิง” เป็นภาษาไทใหญ่โดยที่ คำว่า “มอง” แปลว่า “ฆ้อง” ส่วน“เซิง” แปลว่า “ชุด” กลองมองเซิงจึงหมายถึงกลองที่ใช้ฆ้องเป็นชุด เพราะวงกลองมองเซิงจะเน้นเสียงฆ้องเป็นหลักใหญ่</p>
<p><img decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic060.jpg" width="321" height="219" />  <img decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic061.jpg" width="307" height="219" /><br />
<b><br />
วิธีสร้าง</b></p>
<p>ตัวกลองมองเซิงสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะม่วง  ไม้ขนุน  ไม้ประดู่ หน้ากลองด้านหนึ่งใหญ่อีกด้านหนึ่งเล็ก หน้าใหญ่กว้างประมาณ 16 &#8211; 18 นิ้ว หน้าเล็กกว้างประมาณ 11 &#8211; 13 นิ้ว ตัวกลองยาวประมาณ 26 &#8211; 28 นิ้ว ภายในกลองเจาะเป็นโพรง  ตรงกลางโป่งพองเล็กน้อย  หนังหน้ากลองนิยมใช้หนังวัวขึงทั้งสองหน้า โดยใช้สายเร่งเสียงโยงระหว่างคร่าวหูหิ่ง (เชือกที่ร้อยสอดสลับกับรูหนังหน้ากลอง) ดึงให้ตึงจนหนังอยู่ตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic062.jpg" width="315" height="232" />  <img loading="lazy" decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic063.jpg" width="357" height="233" /><br />
<b></b></p>
<p><b>การประสมวง</b></p>
<p>ใช้กลองมองเซิง  1  ลูก ฉาบขนาดใหญ่  1  คู่  ฆ้องขนาดใหญ่และเล็กลดหลั่นลงไปประมาณ 5 &#8211; 9 ใบ ขณะบรรเลงกลองมองเซิงจะตีรับกับฉาบ โดยลักษณะอาการล้อทางเสียงหลอกล่อกันไป ในขณะที่มีเสียงฆ้องเป็นตัวกำกับจังหวะ ซึ่งมีบางแห่งเพิ่มฉิ่งตีกำกับจังหวะไปพร้อมๆ กับฆ้องด้วย</p>
<p><b>โอกาสที่ใช้บรรเลง</b></p>
<p>วงกลองมองเซิงใช้ประโคมในงานบุญของวัด ขบวนแห่ครัวทาน และประกอบการฟ้อนพื้นเมือง  รวมทั้งขบวนแห่นาคสามเณรที่ล้านนาเรียก “ลูกแก้ว”   ไทใหญ่เรียก “ส่างลอง”</p>
<p>กลองมองเซิงนี้ ชื่อทั่วไปเรียก “กลองมองเซิง” แต่เฉพาะแถบอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เรียกกลองชนิดนี้ว่า “กลองป๊ะปุ่มปิ้ง” และนอกจากนี้ ยังพบกลองลักษณะเดียวกันแต่มีขนาดเล็กเรียกว่า “กลองมองลาว”</p>
<p><b>กลองมองลาว</b></p>
<p>กลองมองลาว  เป็นกลองสองหน้าคล้ายกลองมองเซิงแต่มีขนาดเล็กกว่า ลักษณะการตีจะใช้จังหวะที่กระชับ เร่งเร็ว นิยมใช้ในขบวนแห่ที่ต้องเดินระยะไกล โดยมีฆ้องชุดตีประกอบ 3 &#8211; 5 ใบ</p>
<p>ปัจจุบัน วงกลองมองเซิงยังเป็นที่นิยมกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แห่ขบวน ใช้บรรเลงประกอบการฟ้อน เช่น ฟ้อนกลายลาย ฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง เป็นต้น และที่สำคัญคือมีการส่งเสริม โดยการประกวดแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง หากจัดกิจกรรมอย่างนี้ไปตลอด กลองมองเซิงก็น่าจะอยู่คู่ล้านนาต่อไป</p>
<p><b>    สนั่น   ธรรมธิ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
(ภาพประกอบโดยเสาวณีย์  คำวงค์)</b></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
ต้นฉบับ : http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/04/26/</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/BEKEanLBOc0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/SIiiNwaEsUw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87/">กลองมองเซิง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลองปู่เจ่</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 16:06:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองปู่เจ่]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋องปู่เจ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%88</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาจากของไทใหญ่เรียกว่ากลองก้นยาว แต่ทางบ้านเราเรียกว่ากลองปู่เจ่ บางทีเรียกอุ้งเจ่ แต่ถ้าเป็นของไตใหญ่จะเรียกกลองก้นยาวทั้งหมด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%88/">กลองปู่เจ่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มาจากของไทใหญ่เรียกว่ากลองก้นยาว แต่ทางบ้านเราเรียกว่ากลองปู่เจ่ บางทีเรียกอุ้งเจ่ แต่ถ้าเป็นของไตใหญ่จะเรียกกลองก้นยาวทั้งหมด ลักษณะของกลองก้นยาวที่ถูกต้องตามแบบแล้วจะวัดจากเส้นรอบวงบริเวณหน้ากลองแล้ววัดความยาวจากหน้ากลองลงมาถึงเอวกลองไม่เกินความยาวที่วัดได้จากเส้นรอบวงส่วนที่เหลือจากนั้นจะเป็นส่วนของก้นกลอง เพลงสำหรับใช้เล่นกับโต ฟ้อนนก การละเล่นทั่วไป เพลงรับแขก และเพลงธรรมดาแต่จังหวะเร็ว กลองปู่เจ่ ๑ วงประกอบด้วย เครื่องดนตรี คือ กลอง , ฆ้อง , ฉาบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic129.jpg" width="132" height="354" /><br />
<b>กลองปู่เจ่</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลองปู่เจ่ เป็นกลองหน้าเดียวรูปร่างคล้ายกลองยาวมีชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น อุเจ่ อู่เจ่ ปุ๊ดเจ่ และปั๊ดเจ่ เป็นต้น เดิมนิยมเล่นในหมู่ชาวไทใหญ่ ซึ่งเรียกกลองชนิดนี้ว่า “กลองก้นยาว” ส่วนชาวไทลื้อเรียกกลองชนิดนี้ว่า “กลองตีนช้าง” (อ่าน “ก๋องตี๋นจ๊าง”)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic128.jpg" width="653" height="482" /><br />
<b>วิธีสร้างกลองปู่เจ่</b></p>
<p>อันดับแรกต้องคัดเลือกไม้ที่จะนำมาสร้างเป็นตัวกลองก่อน ไม้ที่นิยมกันมาก ได้แก่ ไม้ซ้อ  และไม้ขนุน  เมื่อได้ไม้แล้วนำมาถากพอเป็นรูปร่าง จากนั้นจึงกลึงและเจาะตามลำดับ</p>
<p>ขนาดและ ส่วนสัดของตัวกลอง เดิมทีใช้ขนาดของหน้ากลองเป็นหลักสำหรับกำหนดส่วนสัดอื่นๆ คือ ความยาวของไหกลองยาวเป็น 2 เท่าของหน้ากลอง ความยาวจากไหกลองไปถึงส่วนคอด (แอวกลอง) ยาวเป็น 1 1/2 เท่าของหน้ากลอง ความยาวส่วนคอดยาว 1 เท่าของหน้ากลอง  และความยาวส่วนท้ายกลองยาวเป็น 2 เท่าของหน้ากลองตามสูตร</p>
<p>ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขบางส่วน จากประสบการณ์ของ “สล่ากลอง” (ช่างทำกลอง) เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงตามที่นิยมกันอยู่ โดยกำหนดสัดส่วนหน้ากลองกว้างประมาณ 25 &#8211; 28 เซนติเมตร ความยาวของไหกลองประมาณ 40 เซนติเมตร ความยาวจากไหถึงส่วนคอดประมาณ 30 เซนติเมตร ความยาวส่วนคอดประมาณ 20 เซนติเมตร และความยาวส่วนท้ายประมาณ 47 -50 เซนติเมตร</p>
<p>สำหรับหนังที่ใช้ขึงเป็นหนังหน้ากลอง นิยมใช้หนังวัวตัวเมีย อายุ 3 &#8211; 5 ปี ไม่มีรอยแส้ และต้องเป็นหนังจากลำตัวด้านซ้าย เพราะมีลักษณะบางไม่ด้านหรือหนาเหมือนหนังจากลำตัวด้านขวาที่ถูกนอนทับ การขึงหรือหุ้มหน้ากลอง ขึงให้ตึงด้วยสายเร่งเสียงโยงระหว่างคร่าวหูหิ่งกับเล็บช้าง<br />
<b><br />
การติดถ่วงหรือขี้จ่ากลอง</b></p>
<p>เสียงกลอง จะดังกังวานไพเราะ ต้องมีการติดถ่วงหน้าหรือติดขี้จ่ากลองซึ่งหมายถึง การติดขี้จ่าที่ทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุก บดผสมขี้เถ้าละเอียด ในการติดนั้นเริ่มจากศูนย์กลางของหน้ากลองแผ่ออก ในขณะที่ติดจะทดลองตีฟังเสียงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เสียงตามต้องการ</p>
<p><b>การประสมวง</b></p>
<p>การประสมวงใช้กลองปู่เจ่ใบเดียว ฉาบขนาดกลาง 1 คู่ และฆ้องโหม้ง ประมาณ 3 &#8211; 5 ใบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic130.jpg" width="355" height="266" /></p>
<p><b>จังหวะและลีลาการตี</b></p>
<p>จังหวะ ของวงกลองปู่เจ่นั้นค่อนข้างจะเร่งเร็ว โดยมีฆ้องโหม้งตียืนจังหวะด้วยความพร้อมเพรียง สำหรับการตีกลองนั้น ผู้ตีจะต้องมีลีลาประกอบ คือสะพายกลองย่อตัวขึ้นลงตามจังหวะ ขาข้างหนึ่งมักเหยียดไปข้างหลังขนานคู่กับตัวกลองส่วนท้าย ทำอาการยักไหล่ เอียงศีรษะให้ดูน่าชม ลูกเล่นการตีที่เรียก “ลีลาหน้ากลอง” มักละเอียดซับซ้อน คือใช้ทั้งฝ่ามือ  นิ้วมือ  กำปั้น  ตีเต็มเสียง ครึ่งเสียง ลักจังหวะ มีการกดหน้ากลองให้เกิดเสียงต่างๆ หลากเสียง ส่วนฉาบนั้น นอกจากจะใช้ตีขัดจังหวะระหว่างฆ้องโหม้ง และกลองแล้วยังมีลีลาหลอกล่อกับคนตีกลองอีกหลายลักษณะ เช่น ตีด้านหน้า ตีด้านหลัง ตีลอดใต้ขา ตบกับพื้น เข้าหาและออกจากคนตีกลองด้วยเชิงรุกเชิงรับและหนีอย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้ผู้ที่ได้ชมเกิดความประทับใจ<br />
<b>โอกาสในการตี</b></p>
<p>การตีกลองปู่เจ่มักพบเห็นในงานบุญของวัด ขบวนแห่ต่างๆ รวมถึงการแห่หรือประโคมประกอบการฟ้อนเชิง ฟ้อนดาบ เต้นโต ฟ้อนนางนก กระทั่งการปล่อยว่าวควัน และโคมไฟ เป็นต้น</p>
<p>กลองปู่เจ่ ปัจจุบันยังเป็นที่นิยม จึงมักพบการตีกลองนี้ในงานบุญหรืองานประเพณีสำคัญต่างๆ ในเชียงใหม่ และลำพูน เป็นต้น และมักมีการจัดประกวดการตีกลองชนิดนี้อยู่เสมอ</p>
<p><b>สนั่น   ธรรมธิ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
(ภาพประกอบโดยเสาวณีย์  คำวงค์)</b></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
ต้นฉบับ : http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/08/09/</p>
<p style="text-align: center;"> <iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/_jQ88VHA_Hw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/pL008Xi2kgo" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/3UjGbuyOfP4" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%88/">กลองปู่เจ่</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลองชัยยะมงคล หรือ กลองบูชา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 09:05:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองชัยยะมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[กลองบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋องจัยยะมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋องปู่จา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นกลองพื้นเมืองของล้านนาแต่ดั้งเดิม โดยพบหลักฐานเกี่ยวกับกลองชัยยะมงคลในธัมม์โบราณของล้านนา ในอดีตใช้เฉพาะในวังพระยาเจ้าเมืองเป็นผู้นำมาใช้เป็นคนแรก</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2/">กลองชัยยะมงคล หรือ กลองบูชา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff6600;">กลองชัยยะมงคล หรือ กลองบูชา</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>กลองชัยยะมงคล หรือ กลองบูชา</strong></span> เป็นกลองพื้นเมืองของล้านนาแต่ดั้งเดิม โดยพบหลักฐานเกี่ยวกับกลองชัยยะมงคลในธัมม์โบราณของล้านนา ในอดีตใช้เฉพาะในวังพระยาเจ้าเมืองเป็นผู้นำมาใช้เป็นคนแรก (ชาวบ้านธรรมดาไม่สามารถนำมาใช้ได้) โดยนำมาใช้ตีในช่วงเวลาที่ออกศึก ชนะศึก หรือในช่วงที่ฝนฟ้าตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาลหรือน้ำแล้งจะมีการตั้งธรรมปลาช่อนเทศน์ในพระวิหารพร้อมกับนำพระเจ้าฝนแสนห่าออกมาแห่รอบบ้านเมืองพร้อมกับตีกลองชัยยะมงคล เพื่อทานขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ปัจจุบันกลองชนิดนี้นำไปใช้ในงานเกี่ยวกับศาสนา และงานมงคลต่าง ๆ</p>

<p><span style="color: #ff0000;"><strong>กลองปู่จา ก๋องปูจาหรือกลองบูชา</strong></span> เป็นอีกวัฒนธรรมไทยล้านนาที่เกือบจะเลือนหายไป คงเหลือผู้ที่สืบทอดศิลปะแห่งกลองปูจาแค่เพียงรุ่นอายุสูงเท่านั้น<br />
กลองปู่จา เป็นกลองโบราณชนิดหนึ่งที่ใช้ในกิจกรรมทางพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนา ใช้ตีส่งสัญญาณบอกข่าวป่าวประกาศในชุมชน หรือใช้ตีเพื่อเป็นพุทธบูชาในวันโกน คือวันขึ้น-แรม 7 ค่ำ และ 14 ค่ำ เพื่อเตือนให้ทราบว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันพระ ตีเพื่อบอกให้รู้ว่าพิธีกรรมทางสงฆ์เสร็จสิ้น และใช้ตีในงานประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณีณีตานก๋วยสลาก งานปอยหลวง งานฉลองสมโภชต่างๆ จนมีคำกล่าวไว้ในกลุ่มพุทธบริษัทว่า</p>
<p style="text-align: center;">“หากสิ้นเสียงกลองปูจาเมื่อใด<br />
ศาสนาพุทธก็จะหมดสิ้นเมื่อนั้น…”</p>
<p>กลองปู่จามีลักษณะเป็นกลองใบใหญ่ขึงด้วยหนังสองหน้า ตรึงหนังด้วยหมุดไม้ เรียกว่า กลองตึ้งหรือกลองต้าง เดิมมีใบเดียวแต่ต่อมาพัฒนาเพิ่มมา 4 ใบตามความเชื่อชาวล้านนาที่มีความศรัทธาต่อพุทธศาสนา ใบเล็ก 3 ใบเรียกว่า กลองลูกตุ๊บ ซึ่งมีความหมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วนใบใหญ่คือศาสนาพุทธ<br />
ทำนองที่ใช้ตีกลองปูจานี้ มี 3 ทำนอง ซึ่งมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน บางแห่งเรียกทำนองล่องน่าน ทำนองแซะ และทำนองสะบัดชัย แต่บางแห่งเรียกทำนองเสือขบตุ๊<br />
สาวหลับเตอะ และสะบัดไชย  กลองปูจานั้นได้ถูกย่อส่วนกลองให้มีขนาดเล็กลงเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย เพื่อนำไปใช้ในขบวนแห่ประโคมต่างๆ จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ กลองสะบัดชัยในปัจจุบัน</p>
<h3><span style="color: #ff6600;"><strong>จังหวะการตีกลองบูชา หรือ กลองไชยมงคล</strong></span></h3>
<p>จังหวะในการตีแบบเดิมที่ตีอยู่กับที่ในหอกลองของวัดมีลักษณะต่าง ๆ กันตามโอกาสดังนี้</p>
<p>๑. ตีเรียกคน เช่นมีงานประชุมหรืองานของส่วนรวมที่ต้องช่วยกันทำ ลักษณะนี้จะตีเฉพาะกลองใหญ่ โดยเริ่มจังหวะช้าและเร่งเร็วขึ้น</p>
<p>๒. ตีบอกเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ จะตีเฉพาะกลองใหญ่และมีจังหวะเร่งเร็วติด ๆ กัน</p>
<p>๓. ตีบอกวันพระ วันโกน ลักษณะนี้จะตีทั้งกลองใหญ่และลูกตุบ มีฉาบและฆ้องประกอบจังหวะด้วย จังหวะหรือทำนองในการตีที่เรียกว่า &#8216;ระบำ&#8217; มี ๓ ทำนองคือ<br />
ปูชา (ออกเสียง-ปูจา) มีจังหวะช้า ใช้ฆ้องโหม่งและฆ้องหุ่ยประกอบ<br />
สะบัดชัย มีจังหวะปานกลาง ใช้ฆ้องโหม่ง ฆ้องหุ่ย และฆ้องเล็กประกอบ<br />
ล่องน่าน มีจังหวะเร็ว ใช้ฆ้องเล็กประกอบ</p>
<p>๔. ตีในงานบุญ ลักษณะนี้จะตีทั้งกลองใหญ่และลูกตุบ จังหวะเร่งเร็วเสมอต้นเสมอปลาย โดยมีคนใช้แส้ไม้ไผ่ที่เรียกว่า &#8216;ไม้แสะ&#8217; ฟาดหน้ากลองให้จังหวะ แต่ไม่มีฉาบและฆ้องประกอบ<br />
ลักษณะการตีดังกล่าวทั้งหมดเป็นการตีอยู่กับที่ ภายหลังเมื่อเข้าขบวนแห่ก็ได้ใช้จังหวะหรือทำนอง &#8216;ล่องน่าน&#8217; โดยมีไม้แสะตีประกอบด้วย ต่อมานิยมใช้จังหวะหรือทำนอง &#8216;สะบัดชัย&#8217; ไม่ใช้ไม้แสะ</p>
<h4><span style="color: #0000ff;">กลองปู่จาวัดต้นเปา2</span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/_IZpWXf0Fzc" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #0000ff;">กลองปู่จา คณะอื่นแก้ว</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/-wyX7mQJTDw" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4><span style="color: #0000ff;">พระสิบสองปันนา โชว์ตีกลองปู่จา</span></h4>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/LrTArqJOExc" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2/">กลองชัยยะมงคล หรือ กลองบูชา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลองแอว หรือ กลองตึ่งโนง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 08:48:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองตึ่งโนง]]></category>
		<category><![CDATA[กลองแอว]]></category>
		<category><![CDATA[ปอยหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อนเล็บ]]></category>
		<category><![CDATA[วงกลองแอว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลองแอว หรือที่นิยมเรียกกันว่า กลองตึงโนง เป็นกลองพื้นบ้านล้านนาที่มีใช้อย่างยาวนาน กลองชนิดนี้มีชื่อเรียกตามเสียงที่ได้ยินออกมาจาก การตี</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%87/">กลองแอว หรือ กลองตึ่งโนง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong><span style="color: #0000ff;"><a name="ddm1"></a>กลองแอว หรือที่นิยมเรียกกันว่า กลองตึงโนง เป็นกลองพื้นบ้านล้านนาที่มีใช้อย่างยาวนาน</span></strong></h2>
<p>กลองชนิดนี้มีชื่อเรียกตามเสียงที่ได้ยินออกมาจาก การตี คือ กลองเป็นเสียง “ตึ่ง” ฆ้องเป็นเสียง “โนง” จึงนิยมเรียกว่า “กลองตึงโนง” กลองชนิดนี้เรียกอีกชื่อว่า “กลองแอว”</p>
<div id="atcnx-list-lanna"><div class="atcnx-listname">สารบัญ [ <a id="atcnx-toggle" class="atcnx-button" type="submit"><span>ซ่อน</span></a> ]</div></p>
<ul id="atcnx-list-atchiangmai">
<li><a id="ddm1" href="#">กลองแอว หรือที่นิยมเรียกกันว่า กลองตึงโนง</a></li>
<li><a id="ddm2" href="#">ชื่อเรียกของกลองแอว</a></li>
<li><a id="ddm3" href="#">ลักษณะขนาดของกลองแแอว</a></li>
<li><a id="ddm4" href="#">การตีกลองแอว</a></li>
<li><a id="ddm5" href="#">วงกลองแอว</a></li>
<li><a id="ddm6" href="#">โอกาสที่ใช้กลองแอว</a></li>
</ul>
<p></div>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm2"></a>ชื่อเรียกของกลองแอว</span></h3>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>กลองแอว</strong></span> เป็นชื่อเรียกที่มีความหมายถึง ลักษณะรูปร่างของหุ่นกลองที่ซึ่งสืบเนื่องมาจากรูปร่างของกลองที่คอดกลางคล้ายคลึงกับสะเอวของคนนั่นเอง นอกจากนั้นยังอื่นมีชื่อเรียกขานแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น บ้างก็เรียกตามรูปร่างลักษณะที่เห็น หรือเรียกตามเสียงที่ได้ยิน บ้างก็เรียกตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา เช่น กลองเปิ้งมง, กลองต๊กเส้ง และกลองอืด เป็นต้น</p>
<p>ก่อนการตีจะต้องถ่วงหน้ากลองด้วยวัสดุเหนียวๆ ที่เรียกว่า <span style="color: #ff9900;"><strong>จ่ากลอง</strong></span> ทำมาจากข้าวเหนียวนึ่งบดผสมกับขี้เถ้า แล้วแต่สูตรของแต่ละคน หรือใช้กล้วยตากอบน้ำผึ้งบด ติดไว้บริเวณหน้ากลองเพื่อเพิ่มความดังกังวาน<br />
กลองแอวสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ตามขนาดและเสียง คือ กลองแอวเสียงใหญ่ เสียงกลาง และเสียงเล็ก ซึ่งแต่ละประเภทจะมีขนาดของตัวกลองที่แตกต่างกันไปตามลำดับ</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm3"></a>ลักษณะขนาดของกลองแแอว</span></h3>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>กลองแอว</strong></span> ลักษณะคล้ายกับกลองยาว แต่ใหญ่และยาวกว่ามาก ตัวกลองทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เป็นกลองขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีหนังเส้นใหญ่ดึงหน้ากลองไว้โดยรอบยาวตลอดไหล่กลอง เอวคอด ตอนท้ายเรียวและบานปลายคล้ายรูปกรวย ช่วงท้ายของกลองกลึงควั่นเป็นปล้องๆ มีหลายขนาด โดยมีหน้ากลองกว้างประมาณ 35-40 ซม. ความยาวของไหล่กลองประมาณ 75-80 ซม. และความยาวช่วงท้ายประมาณ 95-100 ซม.นี้ถือเป็นกลองพื้นบ้านล้านนาที่มีการใช้ในล้านนามายาวนาน มีขนาดหน้ากว้างประมาณ ๑๒ – ๒๐ นิ้ว ยาวประมาณ ๒ วา</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm4"></a>การตีกลองแอว</span></h3>
<p>โดยปกติกลองแอวที่ใช้ในภาคเหนือ จะบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ คือ ตะโล้ดโป๊ด สว่า (ฉาบใหญ่) ฆ้องอุ้ย ฆ้องโหย้ง โดยตีเป็นเครื่องประกอบจังหวะบรรเลงร่วมกันไปตลอดรวมเรียกว่า วงกลองตึ่งโนง และในบางโอกาสมักนิยมใช้เครื่องเป่าที่มีเสียงดังประกอบด้วย คือ แน ซึ่งมี 2 เลา ได้แก่ แนน้อย และแนหลวง หรืออาจจะมีการเพิ่มจำนวนเครื่องประกอบจังหวะไปตามความนิยมของท้องถิ่นนั้นๆ การตีจะไม่นิยมตีเดี่ยว แต่จะตีประสมวงกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น เรียกว่า วงกลองแอว หรือวงตึ่งโนง</p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm5"></a>วงกลองแอว</span></h3>
<p>วงกลองแอว หรือวงตึ่งโนง ในการเล่นกลองตึ่งโนงจะประกอบด้วยผู้แสดงจำนวน ๕ คน คือ กลอง , ตะหลดโป๊ด , ฆ้องย้ง (กลาง) , ฆ้องอุ้ย (ใหญ่) และฉาบ นิยมใช้ประโคมแห่ครัวทานและประกอบการ<span style="color: #3366ff;"><strong><a style="color: #3366ff;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a/">ฟ้อนเล็บ</a></strong></span></p>
<h3><span style="color: #3366ff;"><a name="ddm6"></a>โอกาสที่ใช้กลองแอว</span></h3>
<p>แต่เดิมกลองแอวเป็นกลองที่อยู่ประจำตามวัดเกือบทุกอารามในจังหวัดทางภาคเหนือ ใช้ตีเป็นสัญญาณประจำวัด เช่น ตีเป็นกลองเพล ตีเป็นสัญญาณชุมนุมสงฆ์ในพิธีสังฆกรรม หรือรวมกระทำกิจวัตรอื่นๆ และใช้ร่วมในงานบุญต่างๆ เช่น แห่นำขบวนครัวตาน หรือเมื่อมีงานฉลองศาสนสถานของวัดที่เรียกว่า <span style="color: #ff9900;"><strong>ปอยหลวง</strong></span> งานบวชเณรที่เรียกว่า ปอยลูกแก้ว ซึ่งถือเป็นงานที่สำคัญมาก</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการนำมาประกวดแข่งขันประชันเสียงกัน ซึ่งจะจัดในระหว่างเดือน 3 เดือน 4 ซึ่งตรงกับเดือนอ้ายเดือนยี่ในภาคกลาง หรือใช้แห่ประกอบการฟ้อน เช่น ฟ้อนเล็บ <span style="color: #ff9900;"><strong><a style="color: #ff9900;" href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/">ฟ้อนเทียน</a></strong></span> ในปัจจุบันนิยมนำมาแห่ในขบวนสำคัญต่างๆ โดยทั่วไป ต่อมาเมื่อมีการรณรงค์เรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมมากขึ้น จึงนิยมน ามาแห่ในขบวนต่าง ๆ รวมถึง การแสดงบนเวทีให้นักท่องเที่ยวต่างถิ่นได้ชม ตลอดจนมีการน ามาประกวดแข่งขันประชันเสียงกันอีกด้วย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%87/">กลองแอว หรือ กลองตึ่งโนง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลองพื้นเมืองล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 08:41:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[กลองแอว]]></category>
		<category><![CDATA[กลางตึ่งโนง]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋องล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋อวปู่จา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>ล้านนาเป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน ดินแดนล้านนาเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">กลองพื้นเมืองล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #0000ff;">ประวัติกลองพื้นเมืองล้านนา</span></h2>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ล้านนา</strong></span>เป็นอาณาจักรเก่าแก่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน ดินแดนล้านนาเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น คนเมือง ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทยอง ฯลฯ <span style="color: #ff0000;"><em><strong>กลองล้านนา</strong></em></span> เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมทางดนตรี บ่งบอกถึงความเชื่อ ความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา เป็นสัญลักษณ์ของการประโคมในพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การแห่ครัวทาน (เครื่องไทยทาน) ตีเป็นสัญญาณบอกวันพระ วันศีล หรือประโคมเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงในงานบุญต่าง ๆ นอกจากนี้แล้วกลองล้านนายังสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ในอดีตกลองปูชาและกลองไชยมงคลยังทำหน้าที่ตีเป็นสัญญาณบอกศึก บอกทิศทางเข้าโจมตี รวมถึงการรวมพลของทหาร และการเรียกประชุมของชาวบ้านในวาระต่าง ๆ</p>

<p><span style="color: #ff0000;"><strong>กลอง</strong></span> ภาษาเหนือ เรียกว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>ก๋อง</strong></span> เป็นเครื่องตีให้จังหวะที่มีหลายชนิด หลายขนาด ในท้องถิ่นภาคเหนือ มีทั้งประเภทขึ้นหนังหน้าเดียวและประเภทขึ้นหนังสองหน้า ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้</p>
<h3><span style="color: #993300;">ประเภทของกลอง</span></h3>
<h4><span style="color: #ff6600;">ประเภทขึ้นหนังหน้าเดียว ได้แก่</span></h4>
<p>๑ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองหลวง</strong></span> หรือ กลองห้ามมาร รูป ลักษณะเป็นกลองยาวคอดกลางปลายบานเป็นลำโพงยาวประมาณ ๓ . ๐ – ๓ . ๕ เมตร ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖๐ &#8211; ๘๐ เซนติเมตร ต้องวางบนล้อเกวียน ใช้คนลากหลายคน เวลาตีต้องขึ้นคร่อมตีหรืออยู่ด้านหน้ากลอง โดยใช้มือขวาตีโดยมีผ้าพันมือทำเป็นรูปกรวยแหลมให้ผ้าพันมือกระทบหน้ากลอง ใช้ตีเป็นสัญญาณวันพระ ๘ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำในล้านนามีประเพณีการแข่งขันตีกลองหลวง ซึ่งนิยมกันมากในช่วง พ . ศ . ๒๕๒๐ เป็นต้นมา</p>
<p>๒ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองแอว</strong></span> หรือ กลองตึ่งนง คำ ว่า “ แอว ” แปลว่า สะเอว เรียกตามลักษณะกลองที่มีเอวคอดกลาง ส่วนคำว่า “ ตึ่งนง ” เรียกตามลักษณะเลียนเสียงตีกลองและฆ้อง กลองแอวมีรูปทรงแบบเดียวกับกลองหลวงแต่มีขนาดเล็กกว่า คือ ยาวประมาณ ๑๗๕ เซนติเมตร ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ใช้หามหรือใช้ตั้งกับที่ตี ใช้ตีประสมวงกลองแอว และมีประเพณีการแข่งขันการตีกลองแอวเดี่ยว ๆ ด้วย</p>
<p>๓ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองปูเจ่</strong></span> เป็นกลองก้นยาวแบบของชาวไทใหญ่มีขนาดเล็กกว่ากลองแอว ยาวประมาณ ๑๔๐ เซนติเมตร ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒๖ เซนติเมตร ใช้สะพายตีและเล่นประสมวงกลองปูเจ่</p>
<p>๔ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองสิ้นหม้อง</strong></span> เป็นกลองก้นยาวขึ้นหนังหน้าเดียวแบบของภาคกลาง รูปร่างคล้ายกลองปูเจ่ และหน้ากลองมีขนาดเท่า ๆ กัน แต่รูปทรงสั้นกว่า คือยาวประมาณ ๘๐ &#8211; ๙๐ เซนติเมตร คนตีกลอง สามารถใช้สะพายบ่าได้ ใช้แขวนแห่ต่าง ๆ</p>
<h4><span style="color: #ff6600;">ประเภทขึ้นหนังสองหน้า ได้แก่</span></h4>
<p>๑ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองปูชา</strong></span> ( อ่าน ” ก๋องปู๋จา ”) คือกลองบูชา เดิมเรียกว่ากลองนันทเภรี เป็นกลองขึ้นสองหน้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่กับที่ แต่ใช้ตีหน้าเดียว มีหน้ากว้างประมาณ ๓๐ นิ้วขึ้นไป ปกติจะตั้งไว้ที่ศาลาไว้กลองหรือตั้งไว้ภายในวัดประกอบด้วยกลองขนาดใหญ่ ๑ ใบ ซึ่งมีขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เมตร ความยาวของตัวกลองประมาณ ๑ . ๕ เมตร และกลองขนาดเล็ก เรียกว่า “ กลองแสะ ” หรือ “ ลูกตุบ ” อีก ๒ &#8211; ๓ ใบ ซึ่งมีขนาดลดหลั่นกัน กลองปูชาใช้ตีเป็นพุทธบูชาในโอกาส เกี่ยวกับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา เช่น วันขึ้นหรือแรม ๗ ค่ำ และ ๑๔ ค่ำ ระหว่างเข้าพรรษา เป็นต้น บางแห่งใช้ตีเป็นสัญญาณบอกเวลาด้วย เวลาตีกลองปูชา จะใช้ผู้ตี ๒ คน คนหนึ่งใช้ไม้ค้อนตี ๒ มือ ตีทั้งกลองใหญ่และกลองเล็ก เป็นทำนองต่าง ๆ อีกคนหนึ่งใช้ไม้แสะ ( ไม้ไผ่ผ่าซีกจักปลาย ) ตีขัดจังหวะกลองยืนทำนองไปตลอด นอกจากนี้หากเป็นการตีประกวดกัน ก็ยังมีคนตีฆ้อง โหม่ง และฉาบ ประกอบด้วย</p>
<p>๒ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองสะบัดชัย</strong></span> เป็น กลองที่ดัดแปลงจากกลองปูชา ( บูชา ) ที่มีขนาดเล็กกว่า เพื่อใช้หามนำหน้าขบวนแห่ได้ ใช้ตีเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานมงคลต่าง ๆ ( ยกเว้นงานอวมงคล ) โดยเฉพาะนำขบวนครัวทาน กลองมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เมตร ด้านข้างหนาประมาณ ๓๐ เซนติเมตร และมีกลองเล็กที่ใช้ตีประกอบอีก ๓ ใบ เรียกว่า “ ลูกตุบ ” โดยผู้ทีตีจะเป็นคนเดียวกันกับที่ตีกลองสะบัดชัย ต่อมา ครูคำ กาไวย์ แห่งโรงเรียนนาฎศิลป์เชียงใหม่ได้นำเอา กลองรุกรัง คือกลองอย่าง กลองสะบัดชัยแทนกลองสะบัดชัยแบบดั้งเดิม</p>
<p>๓ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองมองเซิง</strong></span> รูปลักษณะคล้ายกลองปูชา แต่มีขนาดเล็กกว่า ขนาดหน้ากลองมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔๕ &#8211; ๖๐ เซนติเมตร ด้านข้างยาวประมาณ ๗๕ &#8211; ๙๐ เซนติเมตร สามารถใช้สะพายตีได้ กติจะใช้ตีประกอบวงมองเซิงซึ่งเป็นดนตรีแบบของไทใหญ่ มีฆ้องชุดซึ่งมีขนาดและเสียงไล่ระดับกันมีสว่า ( ฉาบ ) ตีประกอบ</p>
<p>๔ . <span style="color: #ff0000;"><strong>กลองตะหลดปด</strong></span> เป็นกลองสองหน้าขนาดเล็กมักนิยมแขวนติดกับกลองหลวง หรือกลองแอวใช้ตีตัดจังหวะร่วมกับการประสมวงแอวหรือวงตึ่งนง เล่นประกอบการฟ้อนเล็บ หรือฟ้อนเมือง ขนาดหน้ากลองมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๕ &#8211; ๒๐ เซนติเมตร ตัวกลองยาวประมาณ ๖๐ เซนติเมตร<br />
๕ . กลองเต่งถิ้ง หรือ กลองโป่งป้ง เป็น กลองขึ้นหนังสองหน้า มีขาตั้ง ใช้ตีทั้งสองหน้าลักษณะเดียวกับตะโพนไทยและตะโพนมอญ ใช้เล่นประสมวง “ เต่งถิ้ง ” หรือวง “ พาทย์ ” ( วงปี่พาทย์ ) และวงสะล้อ – ซึง ( ดูเรื่องการประสมวงต่อไป ) กลองชนิดนี้มีหลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดหน้ากลองเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐ &#8211; ๔๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นขนาดเล็กบางทีก็เรียกว่า “ กลองโป่งป้ง ” หรือ “ กลองตัด ”</p>
<h4>คีตาล้านนา กลองปู่จา</h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/V5LjBy2Y4aM?controls=0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>กลองแห่ แบบล้านนา</h4>
<p>กลองแห่ แบบล้านนา บ้านสะแล่งต.มะเขือแจ้ ในงานดอยขะม้อ ลำพูน การแห่ก้องแห่ก๋อง ของชาวล้านนา เวลาช่วงที่มีเทศกาลต่างๆครับ ทีมแห่จากบ้าน หนองสะแล่ง ต.มะเขี้อแจ้ หมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเกียวกับการทำยาสมุนไพรสะแล่งโอสถ แก้วินเวียน หน้ามือตาลายคล้ายจะเป็นลม<br />
<iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/CEgPRA0Awio?controls=0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>การแข่งกลองแอวหรือกลองตึ่งนง</h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/RcO9n0CehQw?controls=0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h4>กลองสะบัดชัย ( Klong SaBadChai )</h4>
<p><iframe loading="lazy" title="YouTube video player" src="https://www.youtube.com/embed/01LMAxCrDjI?controls=0" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">กลองพื้นเมืองล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แน</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 08:22:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดนตรีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[แน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%99</guid>

					<description><![CDATA[<p>หรือปี่แน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ ตระกลูสรไน ใช้ในการเกิดทำนองในวงปี่พาทย์หรือวงพาทย์และวงกลองแอวที่แพร่หลายอยู่ในล้านนา</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%99/">แน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หรือปี่แน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ ตระกลูสรไน ใช้ในการเกิดทำนองในวงปี่พาทย์หรือวงพาทย์และวงกลองแอวที่แพร่หลายอยู่ในล้านนา แม้ว่าล้านนาจะมีปี่สรไนมานานแล้ว แต่ที่ต้องเรียกว่าสรไนเป็นแนนั้น อาจารย์ยงยุทธ ธีรศิลป์ สันนิษฐานว่าน่าจะเรียกตามชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่า มีการแบ่งแนออกเป็น ๒ ชนิด คือ<br />
๑. แนหน้อย ใช้บรรเลงนำมีเสียงสูงพลิ้ว ภาษาล้านนาเรียกว่าเสียง “อิ้ว” หรือ “ลิ้ว” สามารถเลียนแบบเสียงธรรมชาติได้เกือบทุกอย่าง<br />
๒. แนหลวง มีขนาดใหญ่กว่า และเสียงทุ้มต่ำ เวลาเล่นประสมวงจะเป่าเสียงเลอๆ คือเป่าตามทำนองหลักไม่มีลูกเล่น</p>
<p>ลักษณะโดยทั่วไปของแน ก็เช่นเดียวกันกับปี่ในตระกูลสรไนทั้ง หลาย คือ เป็นปี่ที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนเป็นเสียงได้ โดยมีรูปแบบของการผลิตเสียงเป็นแบบลิ้น (Reeds) ประเภทของลิ้นจัดอยู่ในแบบกระทบ (Concussion Reeds) ส่วนมากจะมีลักษณะเป็นลิ้นคู่ (Double Reed) สำหรับปี่ไทยทั้งหลายและแน ของเชียงใหม่เป็นลิ้น  2  คู่  หรือ  4  ชิ้น (Quadruple Reed) ส่วนแนของลำปางนั้น มีลิ้น  3  คู่  หรือ  6  ชิ้น (Hexadruple Reed) โดยทั่วไปแล้ว แนประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic150.jpg" width="674" height="318" /></p>
<p>1. ลิ้นเป่า<br />
2. ท่อ (กำพวด หรือ ประทวด)<br />
3. ถะแหว (กะบังลม)<br />
4. เลาแน<br />
5. รูบังคับเสียง<br />
6. ถวา (ลำโพง)<br />
7.เชือกรั้ง<br />
<b>ซึ่งจะได้อธิบายเพิ่มตามหัวข้อ ดังนี้</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic151.jpg" width="250" height="285" /></p>
<p><b>    1.  ลิ้นแน </b><br />
ลิ้นแน เป็นลิ้นคู่แบบกระทบ มีจำนวน 2 &#8211; 3 คู่ หรือ 4 &#8211; 6 ชิ้น นิยมใช้ใบตาลที่เรียก “ตาลแฮ” ซึ่งมีคุณสมบัติ บาง ลื่น มีความเหนียว ไม่อ่อนตัวง่าย ใช้เป่าได้นาน ให้เสียงที่มีคุณภาพดี  ลิ้นแนที่ทำจากตาลแฮมักใช้ใบสด เลือกเอาใบที่ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป เมื่อฉีกออกมาจากทางหรือก้านแล้ว นำมามัดรวมกันล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปต้ม ส่วนมากมักฝากต้มไปกับหม้อน้ำที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว บางรายก็ใช้วิธีต้มโดยผ่ามะเขือขื่นที่แก่จัด 2 &#8211; 3 ลูก ใส่ลงไปในน้ำที่ต้มด้วย  และอาจต้มถึงสองน้ำ บางรายต้มกับมะขามเปียก เกลือ และอาจใส่ปูนกินหมากลงไปด้วย เมื่อน้ำงวดลง ให้เติมน้ำ ต้มต่อไป ทำเช่นนี้  2  ครั้ง  วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ใช้วิธีนึ่ง โดยนำไปวางไว้บนข้าวเหนียวในไหข้าวขณะที่มีการนึ่งข้าว เพื่ออาศัยไอน้ำที่ทำให้ข้าวเหนียวสุกนั้นทำให้ใบตานพลอยสุกไปด้วย<br />
เสร็จจากกรรมวิธีทำให้ใบตาลสุกแล้วก็จะนำมาผึ่งแดดให้แห้ง บางรายมีการใช้เตารีดทับอีกครั้งหนึ่ง ใช้กรรไกรตัดให้มีความยาวพอสำหรับการทำลิ้นแนแล้วจึงม้วนเก็บไว้ในกล่อง  เมื่อหากต้องการทำแนเมื่อใด ก็นำใบตาลมาแช่น้ำอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อทำให้นิ่มและสะดวกต่อการตัดแต่งต่อไป</p>
<p><b>    2.  ท่อ (กำพวด หรือ ประทวด)</b><br />
ท่อ คือส่วนสำหรับเสียบลิ้น มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กเชื่อมต่อโดยเสียบเข้ากับเลา ท่อทั่วไปมักทำด้วยโลหะประเภททองเหลือง ยุคก่อนนิยมใช้ทองเหลืองฝาบาตร ด้วยว่ามีความหนากำลังพอเหมาะ วิธีทำคือ เหลาไม้ให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตามที่ต้องการ (ประมาณ 3 &#8211; 4 เซนติเมตร) จากนั้นนำทองเหลืองที่ตัดเตรียมไว้มาพันกับไม้ แล้วค่อยๆ คลึงจนทองเหลืองแนบสนิทดีกับไม้  แล้วจึงเอาขี้ผึ้งแท้ชันให้รอบ  จากนั้นใช้ด้ายพันรอบหลายๆ ชั้นเพื่อกันลมรั่ว และช่วยให้เกิดการกระชับแน่นเมื่อนำไปเสียบเข้ากับรูเลาแน</p>
<p>ความกว้างของรูท่อ มีผลต่อคุณภาพของเสียงด้วย คือ รูท่อแคบจะทำให้เป่าง่ายไม่เปลืองลม แต่เสียงแนที่ได้มักจะแบน คือ เสียงจะบีบ ลักษณะเล็กแหลม หากรูท่อกว้างแม้จะเปลืองลมบ้างก็ตาม แต่จะได้เสียงที่ดังกังวานไปในวงกว้าง  ดังนั้นสล่าแนหรือคนเป่าแนจึงมีท่อส่วนตัวที่มีขนาดเหมาะสมกับกำลังลมของตน<br />
ความยาวของท่อแนหน้อยประมาณ 4 &#8211; 6 เซนติเมตร ท่อแนหลวงประมาณ 5.0 &#8211; 7.5 เซนติเมตร เหตุผลที่ท่อแนต้องมีความยาวแตกต่างกันนั้นก็  เพื่อใช้ในการเทียบเสียงให้เข้ากันตามหลักการที่ว่า หากท่อมีขนาดของแนผ่าศูนย์กลางเท่ากันแล้ว ท่อที่ยาวกว่าเสียงจะต่ำกว่าท่อที่สั้น ดังนั้นสล่าแน (คนเป่าแน) จึงต้องมีท่อที่มีความยาวต่างกันไว้หลายอัน สำหรับปรับเสียงให้เข้ากับแนเลาอื่นหรือวงดนตรีอื่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter" src="http://www.openbase.in.th/files/u10/art-culture_chiangmai-pic152.jpg" width="474" height="279" /></p>
<p><b>    3.  ถะแหว (กะบังปี่หรือกะบังลม)</b><br />
แนโดยทั่วไปจะมีถะแหวซึ่งเป็นแผ่นแบนวงกลมทำด้วยทองเหลือง กะลามะพร้าวหรือพลาสติก เป็นส่วนต่อจากลิ้นปี่ลงมา ประโยชน์คือบังไม่ให้ลมรั่วจากปาก ช่วยผ่อนคลายมิให้ผู้เป่าเกร็งริมฝีปากนานจนเกินไป  แต่แนแบบลำปางไม่มีถะแหว</p>
<p><b>    4.  เลาแน</b><br />
เลาแนส่วนมากจะทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เกล็ด (ชิงชัน) มะเกลือ ประดู่ ลักษณะภายในของเลาแนจะเป็นท่อผาย คือ ส่วนบนหรือส่วนที่ใช้เสียงท่อจะมีขนาดเล็ก แล้วจึงค่อยผายออกตรงปลายของเลาแน</p>
<p><b>    5.  รูนับ หรือ รูนิ้ว</b><br />
แนของลำปางมี  6  รูและมีรูคางหรือรูนิ้วค้ำ ส่วนแนเชียงใหม่และลำพูนมี  7  รู ไม่มีรูคาง  รูคางหรือรูนิ้วค้ำนี้จะอยู่ตรงกันกับรูบนสุดพอดี รูปแบบของการวางมือและนิ้วของแนแบบ  7  รูนั้น มือด้านบนจะใช้  4  นิ้ว มือด้านล่างใช้  3  นิ้ว ส่วนแนที่มี  6  รู  นั้น ทั้งมือด้านบนและด้านล่างจะใช้ข้างละ  3  นิ้วเท่ากัน แนทั้งสองชนิดนี้จะใช้มือซ้ายหรือขวาอยู่บนหรือล่างได้ตามความถนัด</p>
<p><b>    6.  ถวาแน (ลำโพง)</b><br />
ถวา (อ่าน &#8211; ถะหวา) ถวาแนหลวง ทำด้วยโลหะ เช่น ทองเหลือง สำริด หรือเงิน ถ้าเป็นถวาแนน้อยแบบลำปางจะทำด้วยไม้ซึ่งต่างจากเชียงใหม่ ที่ถวาแนหน้อยทำด้วยโลหะ เช่นเดียวกับแนหลวง  ถวา แนนอกจากจะมีประโยชน์ในการเป็นลำโพงเสียงให้กระจายออกไปได้ดีแล้ว ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการปรับแต่งเสียงต่ำสุดของแนไม่ให้เลอ (เพี้ยน) อีกด้วย</p>
<p><b>    7.  เชือกรั้ง</b><br />
เป็นเชือกใช้ผูกถวามิให้หลุดออกจากเลาแน และยังเป็นตัวรั้งให้ถวาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการหลังจากการปรับเสียงแล้ว วัสดุที่นำเอามาทำเป็นเชือกรั้ง ที่ยอมรับกันว่าสวยงามก็คือ สายนกหวีดของตำรวจหรือสายสะพายดาบ</p>
<p>รายละเอียดเกี่ยวกับแนยังมีอีกมาก โปรดติดตามต่อในวันอังคารต่อไป</p>
<p><b> สนั่น   ธรรมธิ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
(ภาพลายเส้นโดยเนติ พิเคราะห์ และภาพประกอบโดยจรัสพันธ์  ตันตระกูล )</b><br />
ขอบคุณข้อมูลจาก  สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ต้นฉบับ :http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/09/27/</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/eBObgvUU92s" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/oWcjRwyktlQ" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/TEBWxC8Tsmk" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b9%81%e0%b8%99/">แน</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สะล้อ</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 08:12:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ครูเรืองศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูแอ๊ด]]></category>
		<category><![CDATA[สะล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[สะล้อกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[สะล้อหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สะล้อเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สะล้อใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดนตรีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงเหนือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad</guid>

					<description><![CDATA[<p>สะล้อ เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา ทำจากกะลามะพร้าว เป็นประเภทเครื่องสี เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีของล้านนา มีลักษณะคล้ายซออู้ ของไทยภาคกลาง พบว่าในโคลงนิราศหริภุญชัยเรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า “ธะล้อ”</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/">สะล้อ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="color: #ff9900;">สะล้อ เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา ทำจากกะลามะพร้าว เป็นประเภทเครื่องสี</span></h2>

<p>เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีของล้านนา มีลักษณะคล้ายซออู้ ของไทยภาคกลาง พบว่าในโคลงนิราศหริภุญชัยเรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า “ธะล้อ” เครื่องดนตรีนี้น่าจะมาจากภาษาขอมว่า “ทรอ” ซึ่งทางภาคกลางอ่านเป็น “ซอ” แต่ทางล้านนาเสียงอ่านเป็นสองพยางค์ “ทะรอ-ทะลอ-ธะลอ-ธะล้อ-สะล้อ”</p>
<p>กะโหลกซอทำด้วยกะลามะพร้าวตัดปาดกะลาออกเสียด้านหนึ่งแล้วใช้แผ่นไม้บางปิดแทนการขึ้นหนัง คันชักทำด้วยไม้จริงยาวประมาณ 70 ซม. ใช้ขนหางม้าหรือเส้นเอ็นขนาดเล็กสำหรับขึ้นคันชัก เวลาสีคันชักจะแยกออกจากตัวสะล้อ สะล้อโดยทั่วไปจะมีเพียง 2 สาย ทำด้วยลวดโลหะ ลูกบิดมี 2 อัน เจาะรูเสียบทแยงไปในคันทวน ช่างทำสะล้อมีการแกะสลักลวดลายกะโหลกและคันทวนด้วย<br />
จากหลักฐานพบว่าใน โคลงนิราศหริภุญชัย เรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า ธะล้อ โดยการสันนิษฐานชื่อที่ใช้เรียกเครื่องดนตรีนี้น่าจะมาจากภาษาขอม ว่า ทรอ ซึ่งทางภาคกลางอ่านว่า ซอ แต่ทางล้านนาแยกเสียงอ่านเป็นสองพยางค์ ทรอ–ทะลอ –ธะลอ –ธะล้อ –สะล้อ</p>
<p>ในปัจจุบันสะล้อที่นิยมใช้อยู่มี 3 ขนาด คือ สะล้อหลวง สะล้อกลาง และสะล้อเล็ก ที่นิยมบรรเลงกันอย่างแพร่หลายคือ คือ สะล้อหลวง และสะล้อกลาง ส่วนสะล้อเล็กไม่ค่อยเป็นที่นิยม</p>
<p><strong>สะล้อหลวง</strong> คันทวนยาวประมาณ 75-80 ซม. หน้าซอกว้างประมาณ 13-14 ซม. ลีลาในการบรรเลงไม่ค่อยมีลูกเล่นมากนัก มีลักษณะการไล่เสียงเหมือนกับสะล้อเล็ก แต่เสียงจะทุ้มต่ำกว่า โดยตั้งเสียงแบบลูกสี่ หากเทียบเป็นเสียงสากลคือ สายทุ้มเป็นเสียง ซอล สายเอกเป็นเสียง โดสูง</p>
<p><strong>สะล้อกลาง</strong> คันทวนยาวประมาณ 70-75 ซม. หน้าซอกว้างประมาณ 12 ซม. ลีลาในการบรรเลงจะสอดรับกันระหว่างสะล้อหลวง และสะล้อเล็ก ในวงสะล้อซึงทั่วไปนิยมให้สะล้อกลางเป็นตัวขึ้นเพลง และนำเพลง โดยตั้งเสียงแบบลูกสาม หากเทียบเป็นเสียงสากลคือ สายทุ้มเป็นเสียง โดต่ำ สายเอกเป็นเสียง ซอล</p>
<p><strong>สะล้อเล็ก</strong> คันทวนยาวประมาณ 65-70 ซม. หน้าซอกว้างประมาณ 10 ซม. ลีลาในการบรรเลงค่อนข้างโลดโผน มีเสียงแหลมเล็ก สอดรับกับเสียงสะล้อกลาง โดยตั้งเสียงแบบลูกสี่ หากเทียบเป็นเสียงสากลคือ สายทุ้มเป็นเสียง ซอล สายเอกเป็นเสียง โดสูง</p>
<p>โดยทั่วไปนิยมบรรเลงร่วมกับซึงเรียกว่า วงสะล้อซึง ซึ่งเป็นวงที่มีเสียงจากเครื่องสายเป็นหลัก นิยมใช้เล่นกันตามท้องถิ่นภาคเหนือทั่วไป จำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้ประสมวงนั้นไม่แน่นอน แต่จะมีสะล้อและซึงเป็นหลักเสมอ นอกจากนั้นจะมีเครื่องดนตรีอื่นๆเข้ามาประกอบ เช่น ปี่ก้อย หรือ ขลุ่ย กลองป่งโป๊ง ฉิ่ง ฉาบ นิยมใช้บรรเลงเพลงพื้นบ้านที่ไม่มีการขับร้อง เช่น เพลงประสาทไหว ล่องแม่ปิง เป็นต้น หรือจะบรรเลงเพลงที่มีการขับร้องก็ได้ ในปัจจุบันสามารถใช้บรรเลงเพลงสมัยใหม่ เช่น เพลงลูกทุ่ง ได้อีกด้วย</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ประเภทของสะล้อ</span></h3>
<p>๑.สะล้อใหญ่ มี ๓ สาย ตั้งเรียงคู่สี่และคู่สามร่วมกันหากเทียบกับเสียง ดนตรีสากลคือเสียงโด ซอล โด<br />
๒.สะล้อกลาง มี ๒ สาย ตั้งเสียงคู่สี่ เทียบกับเสียงดนตรีสากล สายเอกคือเสียงโด สายทุ้มคือเสียง ซอล<br />
๓.สะล้อเล็ก มี ๓ สาย ตั้งเสียงคู่สาม เทียบกับเสียงดนตรีสากล สายเอกคือเสียงซอล สายทุ่มคือเสียงโด</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">บทบาทและลีลาของสะล้อแต่ละชนิด</span></h3>
<p>๑. สะล้อใหญ่ มีลักษณะร่วมทางเสียงระหว่างสะล้อเล็กและสะล้อกลางแต่เสียงทุ้มต่ำบทบาทคล้ายคนมีอายุมากไม่ค่อยมีลีลาและลูกเล่นมากนัก<br />
๒. สะล้อกลาง บทบาทคล้ายคนวัยกลางคน มีลีลาสอดรับกับสะล้อใหญ่และสะล้อเล็ก<br />
๓. สะล้อเล็ก บทบาทคล้ายคนคะนอง มีเสียงแหลมเล็ก ลีลาโลดโผนล้อและรับเสียงสะล้อกลาง ซึงและขลุ่ย</p>
<p>ในสมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในวงการนาฏศิลป์และดุริยศิลป์ของล้านนาอย่างยิ่ง วงสะล้อ-ซึง จึงมีบทบาทเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการบรรเลงประกอบละครร้องและฟ้อนรำ จึงถือได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ และแพร่กระจายจากวังสู่ชาวบ้าน อีกประการหนึ่งซึ่งต้องกล่าวถึง คือการใช้วงสะล้อ-ซึง ประกอบพิธีกรรมและความเชื่อ คือบรรเลงประกอบประเพณีฟ้อนผี ซึ่งแต่เดิมไม่นิยมใช้บรรเลงเพราะมีเสียงเบา ภายหลังเมื่อมีเครื่องขยายเสียง จึงทำให้ วงสะล้อ-ซึง มีบทบาทหน้าที่ในพิธีกรรมนี้อีกโสดหนึ่ง</p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ครูเรืองศิลป์ แนะนำ &#8220;สะล้อ&#8221;</span></h3>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/7wM0OlzSNHg" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h3><span style="color: #ff9900;">เล่น สะล้อ โดย ครูแอ๊ด ศูนย์การเรียนรู้เพลงพื้นบ้านล้านนา</span></h3>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/R35UuJwi51E" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h3><span style="color: #ff9900;">ล่องแม่ปิง สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีบรรเลงเพลง โดย ครูยิ่ง</span></h3>
<p style="text-align: center;"> <iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/57AHSMd0HmY" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/">สะล้อ</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิณเพียะ (พิณเปี๊ยะ)</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 08:02:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[พิณเปี๊ยะ]]></category>
		<category><![CDATA[พิณเพียะ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดนครีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[เปี๊ยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพียะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดอย่างหนึ่งของล้านนาที่มีมาแต่โบราณ แต่กำลังจะเสื่อมความนิยมและอาจจะสูญสิ้นไปในที่สุด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0/">พิณเพียะ (พิณเปี๊ยะ)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดอย่างหนึ่งของล้านนาที่มีมาแต่โบราณ แต่กำลังจะเสื่อมความนิยมและอาจจะสูญสิ้นไปในที่สุด เพียะ เป็นเครื่องดนตรีโบราณชนิดหนึ่งปรากฏชื่อในชุดดนตรีในวรรณกรรมหลายชิ้น เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีด มีสายโลหะตั้งแต่ ๑ ถึง ๗ สาย มีกล่องเสียงทำด้วยกะลามะพร้าวผ่าครึ่ง คันเพียะทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ชิงชัน หรือไม้มะเกลือ หัวเพียะ ทำด้วยสำริดอาจประดิษฐ์เป็นรูปหัวช้าง<br />
หัวนกหัสดีลิงค์ หรือหัวนกยูงบ้าง แต่เพียะเป็นเครื่องดนตรีที่หัดเล่นได้ยาก เสียงของเพียะเบามาก ผู้ฟังต้องตั้งใจ และมีสมาธิซึ่งถือว่าบริโภคยาก ทำให้เพียะเสื่อมความนิยมไป<br />
ส่วนประกอบของเพียะ<br />
๑.กะโหล้ง<br />
๒.เสาค้ำ<br />
๓.หวายรัด<br />
๔.คันเพียะ<br />
๕.หลักเพียะ<br />
๖.สายเพียะ<br />
๗.หน่อง<br />
๘.หัวเพียะ</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/Y2oeyUVkt4Q" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/SEl4XCrDdKY" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/DCT49F7xvF8" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0/">พิณเพียะ (พิณเปี๊ยะ)</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซึง</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2017 06:51:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ซึง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดนครีล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%87</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนาที่มีลักษณะเรียบง่าย ชาวบ้านสามารถทำเล่นเองได้และปัจจุบันก็ยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายอีกด้วย</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%87/">ซึง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนาที่มีลักษณะเรียบง่าย ชาวบ้านสามารถทำเล่นเองได้และปัจจุบันก็ยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายอีกด้วย ซึงมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพิณ หรือซึงของภาคอีสาน ในบางท้องที่เรียกเครื่องดนตรีนี้ว่า “พิณ” (อ่าน ”ปิน”) แต่ในวรรณกรรมบางเรื่องและโครงนิราศหริภุญชัยเรียกว่า “ติ่ง” หากเปรียบเทียบกับเครื่องดนตรีของชาติอื่นๆ ก็พบว่าคล้ายกับกระจับปี่ของจีนหรือคล้ายกับกีต้าร์ หรือแมนโดลินอันเป็นเครื่องดนตรีด้วยสากลด้วย ซึงแบ่งออกเป็น ๓ แบบ คือ<br />
<strong>แบ่งตามขนาดออกเป็น</strong><br />
๓ ขนาด คือ<br />
๑. ซึงใหญ่<br />
๒. ซึงกลาง<br />
๓. ซึงเล็ก<br />
๔. ซึงตัด</p>
<p><strong>แบ่งตามการตั้งเสียง</strong><br />
๑. ซึงลูกสาม ตั้งเสียง โด-ซอล โดยตั้งสายทุ้มเป็นเสียงโดตั้งสายเอกเป็นเสียง ซอล มักจะเป็นซึงใหญ่และซึงเล็ก<br />
๒. ซึงลูกสี่ ตั้งเสียง ซอล-โด โดยตั้งสายทุ้มเป็นเสียง  ซอล ตั้งสายเอกเป็นเสียงโด มักจะเป็นซึงกลาง และซึงตัดซึ่งมีขนาดเล็กสุด</p>
<p style="text-align: center;">
<iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/nZnUMm59bMg" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;">
<iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/dQnZxcXHgFM" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;">
<iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/dNrNy6mtXUU" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%87/">ซึง</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปี่จุม</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 16:50:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปี่จุม]]></category>
		<category><![CDATA[ปี่ชุม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a1</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเครื่องดนตรีล้านนา ซึ่งไม่ทราบประวัติความเป็นมาที่ชัดเจนเหตุที่เรียกว่า ปี่ชุม เพราะใช้บรรเลงเป็นชุมหรือชุด</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a1/">ปี่จุม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(อ่านว่า-ปี่จุม) เป็นเครื่องดนตรีล้านนา ซึ่งไม่ทราบประวัติความเป็นมาที่ชัดเจนเหตุที่เรียกว่า ปี่ชุม เพราะใช้บรรเลงเป็นชุมหรือชุด คือ ประกอบไปด้วยปี่ตั้งแต่ 3 เลาขึ้นไปใช้เป่าประกอบกับการขับซอ คือ การขับเพลงปฏิพาทย์แบบล้านนา ปี่ชุมแบ่งตามขนาด มี4ชนิด ได้แก่<br />
๑. ปี่แม่ หรือปี่เค้า เป็นปี่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีเสียงทุ้มต่ำ ทำหน้าที่ประสานเสียงมิให้เสียงของวงแหลมเกินไป<br />
๒. ปี่กลาง เป็นปี่ที่มีขนาดกลางๆ มีระดับเสียงกลาง<br />
๓. ปี่ก้อย มีเสียงพอดี ผู้เป่าปี่ทุกเลาในวงต้องฟังเสียงปี่ก้อย การขึ้นหรือการลงทุกเพลงนั้นปี่ก้อยจะเป็นผู้นำทั้งสิ้น<br />
๔. ปี่เล็ก มีขนาดเล็กที่สุด มีเสียงเล็กแหลม ใช้ตัดเสียงปี่เลาอื่น</p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/mLo2TOBK_-o" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/MHZlf5W5aZg" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" src="https://www.youtube.com/embed/jwG2ZPHqGoM" width="560" height="315" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%a1/">ปี่จุม</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประวัติดนตรีล้านนา</title>
		<link>https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[At-chiangmai.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Mar 2017 14:53:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติดนตรีล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[สะล้อซอซึง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดนตรีการล้านนามีมานานตามที่ปรากฏจากหลักฐานในอดีตถึงปัจจุบันกล่าวถึงเครื่องดนตรีบางประเภทอาจไม่มีใครเคยคิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่กับล้านนามาก่อน </p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ประวัติดนตรีล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดนตรีการล้านนามีมานานตามที่ปรากฏจากหลักฐานในอดีตถึงปัจจุบันกล่าวถึงเครื่องดนตรีบางประเภทอาจไม่มีใครเคยคิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่กับล้านนามาก่อน เช่น จะเข้ แตรสังข์ และแคน เครื่องดนตรีเหล่านี้แพร่กระจายในแถบล้านนาและไทยมาช้านาน จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์อาจจะกล่าวได้ว่าดนตรีล้านนาในอดีตมักมีบทบาทที่โยงใยกับชีวิตความเป็นอยู่และที่สำคัญยังโยงใยกับศาสนาและกษัตริย์โดยเฉพาะเชิงพิธีกรรมดังปรากฏในจารึกหลักที่ ๖๒ ของวัดพระยืน ต.เวียงยองอ. เมือง จ.ลำพูนจารึกเมื่อพ.ศ.๑๙๑๓มีข้อความกล่าวไว้ว่า</p>
<p>&#8230;ตีพาทย์ ดังพิณ แตรสังข์ ค้อง กลอง ปี่สรไน พิสเนญชัย ทะเทียด กาหล แตรสังข์ มรทรค์ ดงเดือด เสียงเลิศเสียงก้อง อีกทั้งคนโห่อื้อ ดาสะท้าน ทั่วทั้งนครหริภุญชัยแล&#8230;</p>
<p>เครื่องดนตรีที่กล่าวถึงนี้ล้วนเป็นเครื่องประโคมที่มีความสัมพันธ์กับพิธีกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธในแถบสุโขทัยและล้านนา เพราะจารึกของวัดพระยืนเป็นการจารึกเรื่องราวของพระมหาสมุนเถระที่มาจากสุโขทัย</p>
<p>การดำรงอยู่คงต้องอาศัยปัจจัยสำคัญอย่างน้อย ๒ ประการได้แก่ แรงสนับสนุนส่งเสริม และ ความนิยม ซึ่งแรงสนับสนุนส่งเสริมที่ปรากฏชัดได้แก่ การจัดสอนฟ้อนรำและดนตรีในราชสำนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในระยะแรกอาจสอนเฉพาะแบบราชสำนัก ต่อมามีการส่งเสริมการฟ้อนรำและดนตรีพื้นบ้านเข้าไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศในรัชกาลที่ ๕ มีท่านทรงสนับสนุนให้มีการศึกษาดนตรีไทยภาคกลาง มโหรี ปี่พาทย์เป็นต้น ทางด้านการละคร ทรงฝึกซ้อมให้คณะละครรำของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์โดยดัดแปลงให้เข้ากับทางล้านนา</p>
<p>สำหรับดนตรีถึงแม้จะไม่มีหลักฐานอ้างอิงว่าทรงส่งเสริมเครื่องดนตรีล้านนาชนิดใด แต่พออนุมานหรือคาดเดาจากร่องรอยการแสดงที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน เช่น ละครร้องเรื่องน้อยใจยา น่าจะใช้สะล้อและซึงเป็นหลัก การฟ้อนเล็บ น่าจะใช้วงกลองตึ่งนง ส่วนฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา ฟ้อนดาบ น่าจะเป็นวงปี่พาทย์ (วงเต่งถิ้ง) เป็นต้น</p>
<p>The post <a href="https://www.at-chiangmai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2/">ประวัติดนตรีล้านนา</a> appeared first on <a href="https://www.at-chiangmai.com">At-Chiangmai.com ข่าวสาร กิจกรรม เชียงใหม่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
